Monday, 10 August 2026
Hard News Team

'ท่านอ้น' ถึงเชียงราย ร่วมช่วยภัยน้ำท่วม 'ขนน้ำ-ทำกับข้าว' แจกจ่ายช่วยผู้ประสบภัย

(13 ก.ย. 67) ท่านชายวัชเรศร วิวัชรวงศ์ หรือ 'ท่านอ้น' โอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โพสต์ภาพการเดินทางไปยังจังหวัดเชียงราย ผ่านเฟซบุ๊ก 'Vacharaesorn Vivacharawongse' เพื่อช่วยเหลือผู้ ประสบภัย ระบุว่า...

“มาถึงเชียงราย เตรียมน้ำและอาหารมาให้พี่น้องที่ประสบภัย ให้กำลังใจผู้ที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย”

‘พีระพันธุ์’ ปลื้ม!! ‘รวมไทยสร้างชาติแฟร์’ วันแรก บรรยากาศสุดคึกคัก ประชาชนแห่ซื้อสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาด บรรเทาภาระค่าครองชีพ

เมื่อวานนี้ (12 ก.ย. 67) ที่ ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมเปิดงาน ‘รวมไทยสร้างชาติแฟร์’ ณ ลานกิจกรรม Avenue A ชั้น G ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมจับจ่ายสินค้าราคาถูกภายในงานอย่างคับคั่ง

นายพีระพันธุ์ เปิดเผยถึงแนวคิดในการจัดงานครั้งนี้ว่า ‘รวมไทยสร้างชาติแฟร์’ เป็นกิจกรรมที่แตกย่อยมาจากแนวคิดใหญ่เรื่อง ‘เศรษฐกิจแบ่งปัน’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนโยบาย ‘รื้อ ลด ปลด สร้าง’ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นการนำหลักการแบ่งปันมาประยุกต์ใช้เพื่อลดภาระของพี่น้องประชาชนผู้ที่ไม่มีรายได้หรือรายได้ไม่เพียงพอ

โดยคนที่มีมากสามารถแบ่งปันให้คนที่มีน้อยหรือคนที่ขาดแคลน เพื่อสร้างสังคมแห่งการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พรรครวมไทยสร้างชาติจึงได้ประสานงานเชิญผู้ค้าและภาคเอกชนที่มีความพร้อมและมีน้ำใจจะช่วยเหลือแบ่งปันให้สังคม มาร่วมจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาถูกในครั้งนี้ เพื่อช่วยลดภาระด้านค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบันจากสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยด้านอื่น ๆ และหวังว่าการจัดงาน ‘รวมไทยสร้างชาติแฟร์’ จะสามารถช่วยลดภาระของพี่น้องประชาชน และต่อยอดแนวคิด ‘เศรษฐกิจแบ่งปัน’ ได้อีกระดับหนึ่ง

“พรรครวมไทยสร้างชาติพยายามที่จะลดภาระของพี่น้องประชาชน ตามนโยบาย รื้อ ลด ปลด สร้าง ที่ได้ประกาศไว้ และเราได้เล็งเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนจากภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จึงได้ประสานงานและขอความร่วมมือจากผู้ค้าและภาคเอกชนที่พร้อมจะเอื้อเฟื้อและช่วยเหลือแบ่งปัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนรวมถึงพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ในราคาถูก โดยหวังว่าการจัดงานรวมไทยสร้างชาติแฟร์ในครั้งนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระและมอบความสุขให้แก่พี่น้องประชาชนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน พรรครวมไทยสร้างชาติต้องขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุก ๆ ฝ่ายที่ช่วยให้งานนี้เกิดขึ้นได้สำเร็จ และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่านครับ” นายพีระพันธุ์กล่าว  

ทั้งนี้ ภายในงานจะมีสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายมาจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ยกตัวอย่าง ข้าวหอมมะลิ 5 กิโลกรัม จำหน่ายเพียง 100 บาท ไข่ไก่คละขนาด 40 ฟอง ราคา 100 บาท น้ำตาลทรายแพคละ 2 กิโลกรัม ราคาเพียง 20 บาท เนื้อไก่สดกิโลกรัมละ 50 บาท หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 100 บาท และอาหารพร้อมรับประทาน 20 บาททุกเมนู 

นอกจากนี้ ยังมี อาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูป น้ำมันพืช ผลไม้ตามฤดูกาล เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง รวมถึงของใช้ภายในบ้าน สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ มาจำหน่ายในงานด้วย

นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังสามารถลงทะเบียนรับคูปองส่วนลดพิเศษ 200 บาท สำหรับซื้อสินค้าทุกประเภทภายในงาน วันละ 2 รอบ ในเวลา 10.30 น. และ 16.00 น. วันละ 2,500 สิทธิ และภายในงานยังมีศิลปินนักร้องชื่อดังมาสร้างความคึกคัก พร้อมเวิร์กช็อปสอนการทำอาหารเพื่อต่อยอดด้านอาชีพตลอดทั้ง 4 วัน ของการจัดงาน ‘รวมไทยสร้างชาติแฟร์’ ณ ลานกิจกรรม Avenue A ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ฝั่งถนนพระราม 1 ระหว่างวันที่ 12-15 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-19.00 น.

‘อนุทิน’ เผย!! นายกฯ ให้ผู้ว่าฯ จังหวัดขยายวงเงินช่วยเหลือน้ำท่วมได้ทันที ยัน!! ทุกฝ่ายทำงานเต็มที่ องคาพยพแห่งการช่วยเหลือมุ่งสู่พื้นที่หมดแล้ว

(13 ก.ย. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ถึง กรณีที่มีการอ้างว่าจังหวัดเชียงรายยังไม่มีการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติทั้งที่ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก ว่า ได้ประกาศให้จังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ภัยพิบัตินานแล้ว ยิ่งภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหนักขนาดนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติอยู่แล้วเป็นสิ่งแรก ไม่ต้องห่วง ทั้งนี้ตนขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในระบบราชการว่าไม่พลาดเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และถ้าไม่มีการประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ จะนำเงินทดลองจ่ายมาใช้ได้อย่างไร นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับในการประชุมเมื่อวานนี้ว่าถ้าเงินทดลองจ่ายดังกล่าวไม่เพียงพอ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถขยายวงเงินได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มวลน้ำจากภาคเหนือตอนบนดูเหมือนว่าจะมุ่งหน้าไปยังภาคอีสาน เช่นจังหวัดหนองคายและนครพนม? นายอนุทิน กล่าวว่า "เราต้องเร่งระบายให้ลงแม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่รายงานว่า น้ำที่ท่วมในจังหวัดเชียงใหม่จะต้องไหลผ่านอำเภอแม่อาย ที่กำลังเกิดปัญหาดินถล่ม ซึ่งน้ำดังกล่าวจะไหลผ่านจังหวัดเชียงราย และลงสู่แม่น้ำโขง เราจึงต้องพยายามเร่งระบายน้ำให้ลงแม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด"

เมื่อถามว่า ขณะนี้ประเทศจีนจะมีการปล่อยน้ำลงมาในแม่น้ำโขง จะส่งผลต่อสถานการณ์น้ำท่วมในไทยหรือไม่อย่างไร? นายอนุทิน กล่าวว่า "เราก็ต้องติดตามสถานการณ์ตรงนั้น ขณะเดียวกันเราต้องแก้ไขปัญหาในส่วนของเรา"

เมื่อถามอีกว่า จะดำเนินการรับมือน้ำที่จะท่วมภาคอีสานโดยเฉพาะบริเวณตะเข็บชายแดนอย่างไร? นายอนุทิน กล่าวว่า "ตนมั่นใจว่าผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆที่อยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดน้ำหลาก ก็ต้องมีแผนเผชิญเหตุรองรับไว้อยู่แล้ว ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้เตรียมความพร้อม เรื่องการส่งความช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความปลอดภัยการอพยพประชาชน รวมถึงเรื่องการจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคอาหารข้าวสาร และศูนย์พักพิง ซึ่งตนเห็นว่ากรณีของจังหวัดเชียงรายจะใช้เป็นโมเดลได้ดี เพราะที่นั่งประชาชนมีน้ำใจซึ่งกันและกัน มีเจ้าของโรงแรมหลายแห่งในอำเภอแม่สาย เปิดให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมเข้ามาพักพิงในโรงแรม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งตรงนี้นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ไปจัดทำบัญชีและชดเชยให้กับโรงแรมเหล่านั้น อย่างไรก็ตามการที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายในวันนี้ ก็จะมี น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เป็นตัวแทนกระทรวงมหาดไทยเดินทางไปกับนายกรัฐมนตรีด้วย"

ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ในอำเภอแม่สายจังหวัดเชียงรายกำลังจะเข้าสู่ระยะฟื้นฟู แต่พบว่าร้านค้าต่างๆ ได้รับความเสียหายอย่างมาก จำนวนเงินเยียวยาที่รัฐบาลจะจ่ายให้ จะเป็นเงินประมาณเท่าไหร่? นายอนุทิน กล่าวว่า "นายกรัฐมนตรีจะของบกลางลงไปเอง ขณะที่ของกระทรวงมหาดไทยก็จะมีทั้ง น.ส.ธีรรัตน์ ร่วมลงพื้นที่ ขณะเดียวกันก็ยังมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สายอยู่แล้ว ดังนั้นทุกฝ่ายก็จะเร่งหาวิธีช่วยเหลือเยียวยาอยู่แล้ว และยิ่งนายกรัฐมนตรีได้ลงไปเห็นหน้างานด้วยตัวเอง ท่านก็ต้องตัดสินใจได้ทันทีอยู่แล้ว"

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้จะต้องส่งความช่วยเหลือเพิ่มเติมอะไรเป็นพิเศษให้กับพื้นที่ภาคเหนือตอนบนหรือไม่? นายทิน กล่าวว่า "องคาพยพทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการกู้ภัยและการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยได้ถูกนำส่งไปแล้ว ขณะที่ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยในทุกพื้นที่ ก็ยังมีการสแตนด์บายพร้อมเข้าช่วยเหลือหากมีการร้องขอเข้ามา และเรื่องอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักรต่างๆ ถ้ามีการร้องขอเข้ามาก็พร้อมจะส่งช่วยเหลือเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน แต่เท่าที่ตนเห็นในขณะนี้คิดว่าทุกอย่างยังมีเพียงพอ โดยเฮลิคอปเตอร์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจำนวนสองลำก็ถูกส่งไปแล้ว ได้ไปช่วยนำตัวประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านออกมาจากพื้นที่"

เมื่อถามถึงกรณีที่มีเสียงจากประชาชนในพื้นที่บางส่วนระบุว่า ยังขาดศูนย์บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ ที่ประสบภัยน้ำท่วม? นายอนุทิน กล่าวว่า "ขอยืนยันว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำงานกันทุกคน เมื่อวานนี้ก็มีการประชุมกันอย่างที่ทุกคนได้เห็น จึงขออย่าถามคำถามแบบนี้ เพราะจะทำให้คนที่ทำงานเสียกำลังใจ วันนี้ไม่ควรมาบอกว่าใครถูกหรือใครผิด เพราะทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ อย่างในวันนี้นายกรัฐมนตรีก็รีบลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ทั้งที่วันนี้ก็ยังมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอยู่ แต่นายกฯ ก็ยังเดินทางไปลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชน"

'นายกฯ' เตรียมพร้อมงบกลางช่วยเหลือผู้ประสบภัย ลั่น!! ให้เยียวยาได้ทันที ไม่ต้องรอหลังน้ำลด

(13 ก.ย. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงราย 

ก่อนออกเดินทาง พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ (ผบ.ทอ.) นำนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อาทิ เรือท้องแบน เรือยาง ที่นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.เชียงราย พร้อมด้วยกำลังพลที่ลงไปปฏิบัติงานเพิ่มเติม ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณกองทัพและทุกหน่วยงานที่ร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้  

พร้อมกันนี้ยังกล่าวยืนยันว่า ได้มีการจัดเตรียมงบกลาง ซึ่งสามารถนำมาช่วยประชาชนได้ทันที รวมทั้งการเยียวยา ขอให้ทำทันทีไม่ต้องรอสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อน 

สำหรับสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่สูงหรือพื้นที่บนดอย ที่ถูกตัดขาด ก็ขอให้กองทัพส่งกำลังเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน และหากพื้นที่ใด ปริมาณน้ำเริ่มลดลงแล้ว ก็ขอให้ช่วยกันเร่งทำความสะอาด เพื่อคืนภาวะปกติให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว  

ขณะที่อยู่บนเครื่องบินนั้น นายกรัฐมนตรียังเชิญนายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ช่วยราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ข้อมูลแผนการช่วยเหลือและภาพรวมสถานการณ์น้ำล่าสุดด้วย

จับ 'ลัทธิประหลาด' บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ สร้างเรื่องหลอกลวงให้คนนับถือ แถมมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง

(13 ก.ย. 67) ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาญจนบุรีรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหากลุ่มคนบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ พร้อม นายอนันต์ โพธิ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) / นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า / นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) / นายคุณากร บุญเกื้อสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ / นายศิริรัตน์ บำรุงเสนา นายอำเภอศรีสวัสดิ์ / พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี / พ.ต.ชาญณรงค์ อินลา ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน กองพลทหารราบที่ 9 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สนธิกำลังตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอศรีสวัสดิ์ ตร.บก.ปทส. และกองพลทหารราบที่ 9 ลงพื้นที่ ปฏิบัติการตรวจยึดพื้นที่และดำเนินการจับกุมกลุ่มคนบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ท้องที่ บ้านองหลุ หมู่ 3 ตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

นายวีระ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากพบกลุ่มคนไม่มีสัญชาติบุกรุกบริเวณตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โดยตั้งเต็นท์กระโจมใต้ต้นไม้เพื่อเป็นที่พักอาศัย ทราบว่ามีอาวุธปืนไว้คอยปกป้องคุ้มครองตนเอง พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง และมีการประสานให้สมาชิกเข้ามาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์มากขึ้นเป็นระยะ

โดยปฏิบัติการครั้งนี้ พบกลุ่มคนกะเหรี่ยงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จำนวน 30 คน ประกอบด้วย ผู้ชาย 11 คน ผู้หญิง 10 คน และเด็ก 9 คน พร้อมของกลาง อาทิ ปืน 5 กระบอก เสื้อเกราะ อาวุธมีด ดาบ เลื่อยยนต์ อุปกรณ์เครื่องมือก่อสร้าง วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นกลุ่มลัทธิประหลาดที่หลอกลวงให้คนนับถือ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมของเจ้าลัทธิประหลาด อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ไม่เห็นด้วย สร้างปัญหา ความหวาดกลัวให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ และเป็นภัยต่อความมั่นคง

ทั้งนี้จะส่งผู้ต้องหาที่กระทำผิด ไปยังสถานีตำรวจภูธรศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ในข้อกล่าวหา 

1. พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฐานยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ตามมาตรา 19 (1) ประกอบมาตรา 41 ฐานเก็บหา นำออกไป กระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ ดิน หิน ตามมาตรา 19 (2) ประกอบมาตรา 42 ฐานเข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อหาผลประโยชน์ ตามมาตรา 19 (6) ประกอบมาตรา 44 ฐานนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใด ๆ เข้าไป ตามมาตรา 19 (7) ประกอบมาตรา 45 ฐานเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 20 ประกอบมาตรา 47

2. พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ฐานความผิดเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 11 ประกอบมาตรา 62 และ3.พระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 ฐานก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า ตามมาตรา 54,55 ประกอบมาตรา 72 ตรี

กรณีดังกล่าวนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้มอบหมายให้นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหากลุ่มคนบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อเป็นการรักษาผืนป่าให้คงอยู่ตลอดไป และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันดำเนินการจนประสบผลสำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่ามียูทูบเบอร์ชาวกะเหรี่ยง รายหนึ่งได้กล่าวเอาไว้ในยูทูบ ว่า หัวหน้าที่ถูกจับกุมมีหน้าที่คล้ายผู้ที่หลอกชาวกะเหรี่ยงทำบัตร โดยอ้างว่าสามารถเดินทางได้ 196 ประเทศ ชาวกะเหรี่ยงที่หลงเชื่อเสียเงินไปคนละ 5,000 บาท หลายราย

อีกด้าน!! ความจริงที่ว่า “ทำไมไม่ค่อยเห็น ‘รมต.-สส.’ ลงน้ำท่วม?” เพราะ 'สั่งการ-ประสานทีมพื้นที่' ช่วยประชาชนไว้แล้ว

(13 ก.ย. 67) จากเฟซบุ๊ก 'KUL' โดย กุลวิชญ์ สำแดงเดช ผู้ดำเนินรายการ Ringside การเมือง ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

ทำไม ไม่ค่อยเห็น รมต. สส. ลงน้ำท่วม

ช่วงนี้มันเป็นการแถลงนโยบาย อันนี้ ต้องให้ความเป็นธรรม มันมีการถามตอบกันอยู่ตลอด

แล้วถามมา ก็ต้องตอบ 

คนอื่นตอบแทนไม่ได้

ดังนั้น รัฐมนตรี ใช้การสั่งการ แทนลงจริง ไปก่อน

และ สำหรับ เหล่า สส. จากที่พูดคุย ทีมงานของทุกท่าน ประจำอยู่ในพื้นที่ มีการประสานช่วยเหลือแล้ว 

เพียงแต่เป็นทีมประสานงาน ทีมเฉพาะกิจ ก็ไม่มีข่าวปรากฏ แต่ไม่ได้หมายถึงนักการเมืองทิ้งประชาชนแบบที่ มีการพยายามสื่อ

ถ้าจำกันได้ ที่ผ่านมา ช่วงน้ำท่วม ซึ่งมันไม่ติดงานแถลงนโยบาย รมต. สส. ก็ลงกันไปเยอะ 

ผมมั่นใจว่า หลังแถลงนโยบาย 

จะมีการลงพื้นที่อย่างอึกทึกครึกโครมแน่นอน

สาวร้องขอความเป็นธรรม สอบพนักงานราชการได้อันดับ 1 แต่จู่ๆ ชื่อหายไป ฟังหน่วยงานเกี่ยวข้องตอบสาเหตุถึงกับอึ้ง-โบ้ยคนจัดสอบขาดประสบการณ์

เมื่อวานนี้ (12 ก.ย. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ขอความเป็นธรรม หลังสอบพนักงานราชการได้อันดับ 1 แต่จู่ ๆ ชื่อของตนกลับหายไป และแทนที่ด้วยชื่อของผู้อื่นแทน โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า… 

“ขอความเป็นธรรม ชื่อฉันหายไปไหน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ความหวังของพ่อแม่หายไปหมดแล้ว

วันที่ 7 กันยายน เดินทางเป็นร้อย ๆ กิโลฯ จากอยุธยาที่ทำงานอยู่ แบกความหวังจะกลับไปดูแลพ่อแม่ที่บ้านสระแก้ว ตั้งใจอ่านหนังสือสอบ นอนดึกทุกคืน เพื่ออนาคตของตัวเอง จนถึงวันประกาศผล น้ำตาแห่งความดีใจ ความภูมิใจ แบกความหวังที่หนัก วิ่งกอดพ่อกับแม่แบบดีใจสุดขีด

ฉันสอบติดพนักงานราชการทั่วไปอันดับที่ 1 เอกวิทยาศาสตร์ สพม.สระแก้ว ความตั้งใจของฉัน ฉันทำได้ ได้กลับมาดูแลคนแก่ที่บ้าน ลาออกจากที่ทำงาน เก็บของใช้ คืนหอพัก เตรียมตัวกลับบ้านสัปดาห์นี้แล้ว

อยู่ดี ๆ รายชื่ออันดับ 1 ของฉันหายไป เกิดอะไรขึ้น โทร.ไปถามทางต้นสังกัดได้รับแค่คำขอโทษ ไม่ได้รับคำอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วฉันต้องทำยังไงต่อไป ความรู้สึกของพ่อแม่ฉันใครจะเยียวยา เคว้งไปหมดเลยตอนนี้ เสียใจสุด ๆ ขอความเป็นธรรมให้ด้วยค่ะ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว”

ล่าสุดวันนี้ (13 ก.ย. 67) นายประยงค์ สารภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว (สพม.สระแก้ว) ออกหนังสือชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า “แถลงการณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว เรื่อง ประกาศแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว…

“ตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้วได้ดำเนินการสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งครูผู้สอน โดยได้มีการดำเนินงานตามกระบวนการสรรหาฯ ภายหลังจากได้มีการประกาศบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาฯ ได้มีข้อทักท้วงเรื่องข้อสอบและคำตอบที่ถูกต้องในแต่ละข้อ ว่าหากไม่มีข้อที่ถูกต้องจะยกให้เป็นคะแนนสำหรับทุกคนหรือไม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้วไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว จึงได้ดำเนินการทบทวนข้อสอบและคำตอบ และดำเนินการตรวจคะแนนประมวลผลใหม่ทั้งหมดทุกคน เพื่อประโยชน์ของผู้เข้าสอบทุกคน ว่ามีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงหรือไม่

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผลคะแนนการประเมินภาค ก และภาค ข ของผู้เข้ารับการสรรหาฯ คลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อมูลเดิม โดยสาเหตุเกิดจากการเฉลยคำตอบไม่มีคำตอบที่ถูกต้องและเฉลยสลับข้อ ส่งผลให้คะแนนรวมภาค ก ภาค ข และภาค ค ของผู้เข้ารับการสรรหาฯ เกิดความคลาดเคลื่อน และทำให้ลำดับที่ของผู้ผ่านการสรรหาฯ มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีทั้งผู้ที่ได้ลำดับที่คงเดิม สูงขึ้น และลดลง และการดำเนินการจัดทำประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาฯ ผิดพลาดไป จึงได้ประกาศแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาสระแก้ว จากเหตุดังกล่าว ถือเป็นความผิดพลาดบกพร่องของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาสระแก้ว ซึ่งเกิดผลกระทบต่อหลายฝ่าย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้วยอมรับในความผิดพลาดดังกล่าวนี้ และยินดีร่วมมือในการแก้ไขข้อบกพร่อง…

“อีกทั้งบุคลากรที่ดำเนินการสอบยังขาดประสบการณ์ด้านการดำเนินการสอบ เนื่องจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้วเป็นเขตพื้นที่การศึกษาตั้งใหม่ ขาดแคลนบุคลากรในการปฏิบัติงานและบุคลากรส่วนใหญ่เป็นผู้บรรจุใหม่ จึงขาดประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าว อีกประการหนึ่งด้วย ในการนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้วขออภัยเป็นอย่างสูงต่อผู้เข้ารับการสรรหาที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยจะปรับปรุงการดำเนินงานให้มีความรอบคอบรัดกุมและเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบ เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก”

'รมว.คลัง' รับ!! ดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 2 แจกไม่ทันปี 67 ชี้!! ต้องดูหลายปัจจัย รวมถึงความพร้อมช่องทางการจ่าย

(13 ก.ย. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต เฟสที่ 2 จะสามารถดำเนินการจ่ายได้วันไหน ว่า ขอดำเนินการเฟส 1 ให้เสร็จก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เฟสที่สองจะสามารถดำเนินการภายในปี 2567 ได้หรือไม่ นายพิชัยตอบว่า ”ไม่น่าจะทันครับ“

เมื่อถามว่า หากเป็นปี 2568 ในเฟสที่สอง จะสามารถดำเนินการได้ภายในเดือนใด นายพิชัย กล่าวว่า เราจะดูความต่อเนื่องอีก 2-3 เรื่อง โดยจะดูพร้อม ๆ กัน ว่าอันไหนดีที่สุด ส่วนจะได้ไตรมาสไหนนั้นจะต้องขอดูหลังจากนี้ก่อน

ส่วนการจ่ายเงินเฟสที่ 2 จะเป็นการแบ่งจ่ายอีกหรือไม่นั้น นายพิชัย กล่าวว่า ก็ต้องดูหลายปัจจัย ในความพร้อมทุก ๆ อย่าง รวมถึงความพร้อมของช่องทางการจ่ายด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า งบประมาณที่เหลือจะไปดำเนินในโครงการใด หากว่าไม่นำมาใช้ในโครงการนี้ หรือมีโครงการอื่นรองรับแล้ว อย่างเช่นเรื่องการลงทุนต่าง ๆ นายพิชัย กล่าวว่า เรื่องนั้นเราถือว่ามีความสำคัญ ถ้าอะไรตัดปัญหาและสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศก็ต้องมาที่หนึ่ง

เมื่อถามย้ำว่า การสร้างความเข้มแข็งคือ การลงทุนในระดับฐานรากใช่หรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า วิธีการจัดเงินก็คงต้องจัดอะไรที่สำคัญ และให้ผลต่อเนื่องอย่างเร็วที่สุด

เมื่อถามย้ำว่า เหตุใดถึงไม่สามารถจ่ายเงินในเฟสที่ 2 ได้ภายในปีนี้ นายพิชัยไม่ตอบ ก่อนเดินขึ้นตึกบัญชาการทันที

'กองทัพอากาศเสริมทัพ' ส่งกำลังพลจากที่ตั้งดอนเมือง เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ฝูงบิน 416 เชียงราย ช่วยเหลือ 'ผู้ประสบอุทกภัย' อย่างเร่งด่วน

จากสถานการณ์อิทธิพลของพายุ 'ยางิ' ทำให้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นและเอ่อเข้าท่วมชุมชน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือนร้อนเป็นจำนวนมาก

เมื่อวันที่ (12 ก.ย. 67) พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ มีความห่วงใยในสถานการณ์ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จึงสั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ส่งกำลังพลชุดปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ส่วนหน้า) จากที่ตั้งดอนเมือง เข้าเสริมทัพเพิ่มเติมให้กับฝูงบิน 416 เชียงราย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชน

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ กองบิน 2 จัดเฮลิคอปเตอร์ EC-725 เพิ่มเติม จำนวน 1 เครื่อง เพื่อปฏิบัติภารกิจลำเลียงทางอากาศและสำรวจพื้นที่อุทกภัย รวมทั้งให้ กองบิน 4 สนับสนุนอากาศยาน DA-42 จำนวน 1 เครื่อง ปฏิบัติภารกิจบินลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ และให้กรมขนส่งทหารอากาศ สนับสนุนรถบรรทุกยกสูง จำนวน 5 คัน เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงรายอย่างเร่งด่วน

โดยวันนี้ กองบิน 6 ได้สนับสนุนเครื่องบิน C-130 จำนวน 2 เครื่อง ลำเลียงกำลังพล รถปฏิบัติการ Video Down Link เเละเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ ตลอดจนถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นที่กองทัพอากาศได้รับจากการบริจาคจากพี่น้องประชาชน เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยอีกด้วย

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้เน้นย้ำกำลังพลทุกคนให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และให้มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อลดความเหนื่อยล้าของกำลังพลจากการปฎิบัติหน้าที่

กองทัพอากาศยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้ อย่างเต็มกำลังความสามารถ และมุ่งเน้นใช้ยุทโธปกรณ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ระทึก!! เรือกู้ภัยฯ 'ไทด์ เอกพันธ์' ถูกซัดล่ม ระหว่างช่วยผู้ประสบภัย เคราะห์ดีทุกคนสวมเสื้อชูชีพ เผย!! รู้ว่าเสี่ยง แต่ชาวบ้านรออยู่

(13 ก.ย. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก NAKON45 อัญวุฒิ โพธิ์อำไพ ซึ่งเป็นอาสาสมัครร่วมกตัญญู ได้โพสต์คลิปไลฟ์สด อาสาสมัครลอยเกาะเรือท้องแบนที่ไหลมาตามกระแสน้ำ ระหว่างที่อาสาสมัครกู้ภัยฯ เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมบริเวณชุมชนวังทอง อำเภอแม่สาย โดยเรือนี้มี 'ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์' ทีมสื่อมวลชน และกู้ภัย รวมถึงผู้ประสบภัยนั่งมากับในเรือลำนี้ด้วย ทั้งนี้ยังมีข้อความระบุว่า "รู้แหละว่าเสี่ยง แต่ชาวบ้านรอพวกเราอยู่"

โดยขณะเกิดเหตุพบว่า ระหว่างที่ขับเรือเข้าไปพื้นที่นั้นกระแสน้ำยังคงไหลเชี่ยว จู่ ๆ เครื่องเรือดับ เพราะมีเศษหญ้า เศษผ้า เศษขยะ และกิ่งไม้ เข้าไปพันที่ตัวเครื่องยนต์ จึงทำให้ ได้ซัดเข้าตัวเรือ ทำให้เรือค่อย ๆ เอียง และล่ม ทำให้ไทด์ เอกพันธ์ ทีมสื่อมวลชน และกู้ภัย รวมถึงผู้อยู่บนเรือทุกคน จมน้ำ และถูกน้ำซัดไหลไปตามกระแส ทีมกู้ภัยทีมร่วมภารกิจได้ช่วยกันตะโกนให้ช่วยเหลือ เคราะห์ดีที่เจ้าหน้าที่สวมเสื้อชูชีพ ทำให้ทุกคนปลอดภัย ไม่ได้รับอันตราย ทราบต่อมาว่าอาสาสมัครได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ส่วนอาสาสมัครที่เหลือปลอดภัย รวมไปถึง 'ไทด์ เอกพันธ์' ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top