Monday, 3 August 2026
Hard News Team

‘โฆษก ก.ต่างประเทศจีน’ แถลง!! กรณีมีการส่งตัวชาวจีนจากประเทศ ‘เมียนมา’ เผย!! กำลังเดินหน้า ความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อปราบ ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’

(22 ก.พ. 68) Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้โพสต์คลิป โดยมีใจความว่า ...

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน นายกัว เจียคุณ ได้กล่าวแถลง กรณี การส่งตัวชาวจีน จาก ‘เมียวดี’ ในประเทศ ‘เมียนมา’ ว่าประเทศจีน กำลังร่วมมือกับไทย เมียนมา และประเทศอื่น ๆ ผ่านความร่วมมือ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยใช้มาตรการที่ครอบคลุม เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและในระยะยาว เพื่อปิดกั้นช่องทาง ใช้ก่ออาชญากรรม ในประเทศที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันปราบปราม แก๊งฉ้อโกงและการพนันออนไลน์ ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในการติดต่อแลกเปลี่ยนกัน ระหว่างประเทศในภูมิภาค

10 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดใน ‘จีน’!! ยักษ์ใหญ่!! ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา บริษัทขนาดใหญ่ของจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม เทคโนโลยี อีคอมเมิร์ซ การเงิน พลังงาน และโทรคมนาคม ปัจจัยหลักที่ช่วยให้บริษัทเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็วคือ การสนับสนุนจากรัฐบาล ตลาดภายในประเทศที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน และการลงทุนในนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน

แม้ว่าบริษัทจีนหลายแห่งจะขยายตัวและเริ่มครองส่วนแบ่งในตลาดโลก แต่ในแง่ของมูลค่าตลาดและอิทธิพลระดับโลกยังคงตามหลังบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ

แต่บริษัทจีนเองก็ยังคงเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ วันนี้ THE STATES TIMES จะพาไปรู้จักกับ 10 บริษัทใหญ่ในจีน พร้อมประเภทธุรกิจที่พวกเขากำลังดำเนินการกันอยู่

‘พีระพันธุ์‘ ผู้คืนรอยยิ้ม 78 ครอบครัว ‘ชาวนาพรหมพิราม’ หลังต้องต่อสู้กับนายทุนเบี้ยวเงินค่าข้าวอย่างไร้ความหวังนานถึง 11 ปี

ไม่มีน้ำตาที่พรหมพิราม…ย้อนไปถึงกรณีการช่วยเหลือชาวนา 78 ครอบครัว ที่ อ.พรหมพิราม และ อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งขายข้าวให้นายทุนแต่ไม่ได้รับเงินจำนวนรวมกว่า 2 ล้านบาท และต้องต่อสู้อย่างไร้ความหวังมานานกว่า 11 ปี  จนกระทั่งเรื่องนี้มาถึงกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมี ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการในขณะนั้น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2541 เมื่อชาวนา อ.พรหมพิราม และ อ.เมืองพิษณุโลก จำนวน 78 ราย นำข้าวไปขายที่ท่าข้าวแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้รับเงินจากนายทุนที่รับซื้อเป็นจำนวนรวมกว่า 2 ล้านบาท พวกเขาต่อสู้ในกระบวนการทางศาลมานานกว่า 11 ปี แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ต้องเป็นหนี้ค่าปุ๋ย เป็นหนี้ ธกส. อีกทั้งยังได้ยืมเงินวัด 1 แสนบาท มาเป็นค่าทนายความ แต่สุดท้ายก็แพ้คดีฟ้องร้อง ไม่มีเงินคืนวัด พวกเขาจมอยู่กับความทุกข์ ความเครียด ร้องไห้จนไม่มีน้ำตา จนกระทั่งเรื่องนี้มาถึงกระทรวงยุติธรรม

‘พีระพันธุ์’ ซึ่งตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ในขณะนั้น คืนความเป็นธรรมให้กับชาวนาได้สำเร็จโดยใช้กลไกของภาครัฐ  ผ่าน‘กองทุนยุติธรรม’ ซึ่งเป็นกองทุนที่กระทรวงยุติธรรมจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิในการดำเนินคดีของคนยากจน ที่ไม่มีเงินค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีในกระบวนการยุติธรรม อาทิ การวางเงินค่าธรรมเนียมศาล ค่าจ้างทนายความในคดี ค่าประกันตัวเพื่อต่อสู้ในคดีอาญา และค่าใช้จ่ายในการพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ 

'พีระพันธุ์' ในฐานะ รมว.ยุติธรรม ได้ออกประกาศระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2553 ที่ได้รับการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มช่องทางการช่วยเหลือประชาชนให้มากขึ้น โดยในกรณีนี้ กองทุนยุติธรรมได้ทดรองจ่ายเงินเพื่อเยียวยากลุ่มชาวนาทั้ง 78 ครอบครัว เป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท และใช้หลักรับช่วงสิทธิจัดหาทนายเพื่อดำเนินคดีต่อ 

“ช่วงนั้นกระทรวงยุติธรรมเรามีกองทุนยุติธรรม ผมก็เลยมาปัดฝุ่นกองทุนยุติธรรม แก้ไขกฎระเบียบหลักเกณฑ์ ใช้หลักรับช่วงสิทธิ ผมเอาเงินกองทุนยุติธรรมให้ชาวนากลุ่มนี้ 2 ล้านกว่าบาท คุณช่วยชีวิตคนได้ทันที 70 กว่าครอบครัว แล้วกระทรวงยุติธรรมก็รับช่วงสิทธิจัดทนายเข้าไปช่วยดูแลคดี...ชาวบ้านเขาก็มีความสุข ได้รู้สึกว่าสังคมมีความเป็นธรรมกับเขา เราเพียงแค่เอาเงินราชการออกให้เขาไปก่อน แล้วเราก็สู้คดีกับเขา เขาก็ได้เงินมา สังคมก็อยู่ได้ เขาก็หมดทุกข์ แค่นี้เอง”  

นี่คือส่วนหนึ่งของหลักคิดและแนวทางการแก้ปัญหาแบบ 'พีระพันธุ์' ที่พร้อม “สู้ให้ทุกปัญหา พึ่งพาได้ทุกเรื่อง” ตลอดมา

‘อินเตอร์ลิ้งค์ฯ’ ต้อนรับศักราชใหม่!! คว้างานจาก ‘การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)’ ปรับปรุงก่อสร้างเคเบิลใต้ดิน เมืองตะพานหิน จังหวัดพิจิตร มูลค่า 275.40 ล้านบาท

(22 ก.พ. 68) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เพาเวอร์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญ งานโครงการด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ต้อนรับศักราชแห่งปี 2568 ด้วยการเริ่มงานโครงการเคเบิลใต้ดิน จากการเป็นผู้ชนะการประกวดราคา และเข้าลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้าง จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในการก่อสร้าง และปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าเป็นเคเบิลใต้ดิน ในพื้นที่เทศบาลเมืองตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร มูลค่า 275.40 ล้านบาท

การลงนามในสัญญาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอุดมศักดิ์ เต็มวงษ์ รองผู้ว่าการปฏิบัติการระบบไฟฟ้า ร่วมลงนามในสัญญา (MOU) กับนายธนา ตั้งสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เพาเวอร์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ILINK ที่เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า และพลังงาน เป็นตัวแทนเซ็นลงนามในครั้งนี้

โดยโครงการฯ นี้ มีระยะเวลาการดำเนินงาน 450 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเริ่มงาน โดยมีมูลค่างานเป็นจำนวนเงิน 275,400,000 บาท (สองร้อยเจ็ดสิบห้าล้านสี่แสนบาทถ้วน) นับว่าโครงการปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าเป็นเคเบิลใต้ดินนี้ เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และเพิ่มความสวยงามของเมือง 
ซึ่ง บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการโครงการด้านวิศวกรรมไฟฟ้า โดยเฉพาะงานระบบสายไฟฟ้าใต้ดินที่ต้องการมาตรฐานสูง ทั้งด้านการออกแบบ การก่อสร้าง และการควบคุมคุณภาพ ตลอดจนต้องการพัฒนาโครงข่ายระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง เสริมศักยภาพระบบจำหน่ายไฟฟ้า ลดปัญหาไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในเมือง หรือ เทศบาลเมืองขนาดใหญ่

"อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ โดยที่เรามีความพร้อมทั้งทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงประสบการณ์ในการดำเนินโครงการลักษณะนี้มาแล้วหลายโครงการ รวมทั้งเรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบงานที่มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน และแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้" นายสมบัติ ประธานกรรมการ กล่าวเสริมตอนท้าย   

22 กุมภาพันธ์ 2516 'ดำ-กาญจนา' คู่รักที่ถูกกีดกัน สร้างตำนานรักสะพานสารสิน

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2516 คู่รักหนุ่มสาวที่ถูกกีดกันจากครอบครัว ตัดสินใจจบชีวิตพร้อมกันโดยใช้ผ้าขาวม้ามัดร่างติดกันแล้วกระโดดลงจากสะพานสารสิน กลายเป็นตำนานรักสะเทือนใจที่ถูกเล่าขานจนถึงปัจจุบัน

เรื่องราวเกิดขึ้นในคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2516 เมื่อพ่อค้าขายไข่เต่าบริเวณสะพานสารสิน แจ้งตำรวจว่าพบชายหญิงคู่หนึ่งกอดกันแน่นก่อนกระโดดลงทะเลที่มีกระแสน้ำเชี่ยวกราก แม้เจ้าหน้าที่จะเร่งค้นหา แต่ก็ไร้วี่แววของร่างทั้งสอง จนกระทั่งเช้าวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ศพของพวกเขาถูกพบลอยอยู่ห่างจากสะพานราว 3 กิโลเมตร โดยยังมีผ้าขาวม้าผูกตัวติดกันแน่น

ฝ่ายชายคือนายดำ แซ่ลิ้ม อายุ 23 ปี บุตรบุญธรรมของครอบครัวชาวจีนเชื้อสายภูเก็ต ประกอบอาชีพขับรถสองแถวและรับจ้างกรีดยาง ส่วนฝ่ายหญิงคือ นางสาวกาญจนา แซ่หงอ อายุ 19 ปี นักศึกษาปีที่ 2 วิทยาลัยครูภูเก็ต ทั้งคู่พบกันเมื่อดำขับรถรับส่งกาญจนาเป็นประจำ และความสัมพันธ์ก็ค่อยๆ พัฒนาเป็นความรัก

ทว่า ครอบครัวของกาญจนาไม่เห็นด้วย เพราะต้องการให้ลูกสาวแต่งงานกับคนมีฐานะที่เหมาะสมกว่า เมื่อทราบว่าทั้งคู่ได้เสียกัน พ่อแม่ของเธอจึงกีดกันขั้นเด็ดขาด บังคับให้เลิกเรียนและห้ามพบกับดำอีก ด้านพ่อแม่ของดำเองก็ไม่ยอมรับกาญจนาเช่นกัน ทำให้ทั้งคู่ถูกต่อต้านจากทุกฝ่าย

คืนก่อนเกิดเหตุ ดำพากาญจนาหนีออกจากบ้านไปอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของตน แต่กลับถูกปฏิเสธ ทำให้ทั้งสองหมดสิ้นหนทาง ตำรวจพบจดหมายลาตายที่ดำเขียนไว้ ระบุว่าพวกเขารักกันมาก แต่เมื่อถูกกีดกันจนไร้ทางออก จึงขอตายไปด้วยกัน

ในคืนสุดท้าย ดำขับรถสองแถวพากาญจนาไปที่สะพานสารสิน เขาถามคนขับรถบรรทุกน้ำมันที่จอดอยู่บริเวณนั้นว่า หากกระโดดลงไปในช่วงน้ำเชี่ยวจะเป็นอย่างไร คำตอบที่ได้รับคือ "ตายแน่" จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปที่ราวสะพาน มัดตัวเข้าด้วยกันด้วยผ้าขาวม้า ก่อนกระโจนลงสู่กระแสน้ำ ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของคนขับรถบรรทุก แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

ศพของทั้งสองถูกนำมาทำพิธีร่วมกันที่วัดท่าฉัตรชัย เรื่องราวของพวกเขากลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่ถูกขัดขวาง และเป็นอุทาหรณ์ว่าหากครอบครัวยอมรับความรักของลูกตั้งแต่แรก โศกนาฏกรรมนี้อาจไม่เกิดขึ้น

ต่อมาตำนานรักสะพานสารสินถูกถ่ายทอดในรูปแบบต่างๆ เช่น ภาพยนตร์ สะพานรักสารสิน (2529) โดยเปี๊ยกโปสเตอร์ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 100 ภาพยนตร์ไทยที่ควรชม และละครโทรทัศน์ในปี 2541

โป๊ปฟรานซิสอาจสละตำแหน่ง หลังประชวรหนัก ตามรอยโป๊ปเบเนดิกต์

มีรายงานว่าพระคาร์ดินัลบางส่วนเริ่มกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสอาจพิจารณาสละตำแหน่ง หลังจากพระองค์ทรงพระประชวรด้วยโรคปอดบวม และยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของคณะแพทย์

เมื่อวันที่ (20 ก.พ.68) ที่ผ่านมา วาติกันออกแถลงการณ์ระบุว่าอาการของพระสันตะปาปาฟรานซิสมีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย การทำงานของหัวใจเป็นปกติ และสามารถเสวยพระกระยาหารเช้าได้ อย่างไรก็ตาม คณะแพทย์ยังคงเน้นย้ำว่าการรักษาโรคปอดบวมในผู้สูงวัยจำเป็นต้องใช้เวลาติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจกินเวลาหลายสัปดาห์

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดคำถามว่าพระสันตะปาปาจะสามารถปฏิบัติภารกิจในฐานะประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิกต่อไปได้หรือไม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ พระคาร์ดินัลบางท่านได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า พระองค์อาจพิจารณาสละตำแหน่ง เช่นเดียวกับกรณีของอดีตสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ซึ่งเคยลาออกเนื่องจากปัญหาสุขภาพ

แม้ว่าจนถึงขณะนี้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่กระแสข่าวเกี่ยวกับอนาคตของพระสันตะปาปาฟรานซิสกำลังได้รับความสนใจจากทั้งสื่อมวลชนและผู้นับถือศาสนาคาทอลิกทั่วโลก

ปักกิ่งจับมือกรุงเทพฯ มอบแนวทางสู้ PM2.5 เดินหน้าความร่วมมือ 3 ปี ฉลอง 50 ปีสัมพันธ์จีน-ไทย

(21 ก.พ.68) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเฝ้าติดตามและจัดการคุณภาพอากาศ ระยะ 3 ปี ซึ่งลงนามโดยสำนักนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมเทศบาลกรุงปักกิ่งของจีน และสำนักสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ เมื่อไม่นานนี้ ระบุว่าปักกิ่งจะแบ่งปันแนวทางปฏิบัติในการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศแก่เมืองพี่เมืองน้องอย่างกรุงเทพฯ

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ระบุว่าปักกิ่งจะแบ่งปันแนวทางปฏิบัติในการจัดการกับมลพิษทางอากาศแก่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะการเฝ้าติดตามและลดฝุ่นพิษพีเอ็ม2.5 (PM2.5) รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางเยือนซึ่งกันและกัน และจัดการฝึกอบรมและสนับสนุนกรุงเทพฯ ในการดำเนินโครงการนำร่องต่าง ๆ

อนึ่ง ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย

กรุงปักกิ่งของจีนได้ปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นอย่างมากหลังจากดำเนินแผนริเริ่มขจัดมลพิษทางอากาศตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยมีความเข้มข้นเฉลี่ยของฝุ่นพิษพีเอ็ม2.5 อยู่ที่ 30.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2024 ซึ่งผ่านมาตรฐานระดับชาติติดต่อกัน 4 ปีแล้ว

ความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของฝุ่นพิษพีเอ็ม2.5 พีเอ็ม10 ไนโตรเจนไดออกไซด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ของกรุงปักกิ่งในปี 2024 ลดลงร้อยละ 65.9 ร้อยละ 50 ร้อยละ 57.1 และร้อยละ 88.7 เมื่อเทียบกับปี 2013

Mixue เขย่าตลาด!! เตรียมยื่น IPO ตลาดหุ้นฮ่องกง ระดมทุน 444 ล้านดอลลาร์ ชนยักษ์วงการชา-ไอศกรีม

(21 ก.พ.68) Mixue (มี่เสวี่ย) แบรนด์ชานมไข่มุกชื่อดังจากจีน เตรียมเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยตั้งเป้าระดมทุนประมาณ 3,450 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 444 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตามรายงานของ Bloomberg การซื้อขายหุ้นจะเริ่มขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม 2025 โดย Mixue จะเสนอขายหุ้นจำนวน 17.06 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 202.50 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 875 บาท) พร้อมตัวเลือกในการขยายจำนวนหุ้นหากมีความต้องการสูง

ด้วยจำนวนสาขาที่มากกว่าร้านกาแฟยักษ์ใหญ่อย่าง Starbucks แบรนด์ Mixue กำลังเดินตามรอยบริษัทคู่แข่ง เช่น Guming Holdings และ Sichuan Baicha Baidao ที่เข้าตลาดหุ้นก่อนหน้านี้ แม้ทั้งสองบริษัทจะสร้างกระแสแรงในช่วงเปิดตัว IPO แต่ราคาหุ้นของพวกเขากลับลดลงภายหลัง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในจีน

จี้ นทท.ยิว หยุดพฤติกรรมไม่เหมาะสม ให้เกียรติไทย หลังกรณีเมืองปาย

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์เตือนนักท่องเที่ยวอิสราเอลให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น หลังจากเกิดเหตุการณ์หลายครั้งที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม ซึ่งนำไปสู่ความไม่พอใจของชาวไทยในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

แถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวอิสราเอลในประเทศไทย และบางกรณีส่งผลให้ชาวอิสราเอลถูกเนรเทศออกจากประเทศ ทางสถานทูตจึงขอให้ชาวอิสราเอลที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยเคารพกฎหมายและพฤติกรรมของคนในพื้นที่ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศ

คำแนะนำจากสถานทูตประกอบด้วยการรักษาความสงบในที่สาธารณะ เคารพพื้นที่ส่วนตัวและสถานที่ท่องเที่ยว ปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด แต่งกายให้เหมาะสม และปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่สำคัญ เช่น วัด ตลาด และพื้นที่สาธารณะ

สถานทูตย้ำว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวอิสราเอลมาโดยตลอด และคนไทยให้การต้อนรับเป็นอย่างดี จึงขอให้นักท่องเที่ยวทุกคนมีความรับผิดชอบ และไม่กระทำการที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวอิสราเอลโดยรวม

สำหรับข้อความจากประกาศของสถานทูตอิสราเอล ระบุว่า...

ชาวอิสราเอลที่รัก,

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์หลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอิสราเอล ซึ่งนำไปสู่ความไม่พอใจของชาวไทยในบางสถานที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวอิสราเอล และทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อชาวอิสราเอลในประเทศไทย

เราขอให้คุณ เคารพกฎเกณฑ์และพฤติกรรมของคนท้องถิ่น เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนอิสราเอลและชุมชนไทย

เราขอให้คุณ:

รักษาความเงียบและหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังหรือพูดเสียงดังบนท้องถนน โรงแรม และในที่สาธารณะ

เคารพพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการรบกวนผู้อื่นหรือบุกรุกพื้นที่ของผู้อื่น

ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการก่อปัญหาหรือพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย

ให้ความสำคัญกับการแต่งกายที่เหมาะสมและสุภาพในที่สาธารณะ

ปฏิบัติตามกฎของสถานที่ต่างๆ เช่น วัด ตลาด และพื้นที่สาธารณะ

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลจำนวนมากถูกเนรเทศออกจากประเทศไทย เนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและการละเมิดกฎระเบียบ

คนไทยให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวอิสราเอลอย่างดีเสมอ กรุณาอย่าทำให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจทำลายความสัมพันธ์ที่ดีนี้ การกระทำของแต่ละคนสามารถส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของชาวอิสราเอลทั้งหมด

จงทำตัวให้เหมาะสม ปฏิบัติตามกฎระเบียบ และให้เกียรติคนในท้องถิ่น

ด้วยความเคารพ,
ทีมสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

เซเลนสกีตกบัลลังก์ลูกรักสหรัฐฯ หมดสิทธิ์อ้อนวอชิงตัน หลังพ้นยุคไบเดน

(21 ก.พ.68) เพียงหนึ่งเดือนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับสู่ทำเนียบขาว ท่าทีของเขาที่มีต่อโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กลับแตกต่างจากอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน อย่างสิ้นเชิง

หากย้อนไปในยุคของโจ ไบเดน เขามักหยอดคำหวานซึ่งกันและกันหลายครั้ง โดยเมื่อปลายปี 2022 ไบเดนเคยกล่าวกับเซเลนสกีว่า "เป็นเกียรติที่ได้ยืนเคียงข้างคุณ" พร้อมยกย่องเขาว่าเป็น 'บุคคลแห่งปี'

ขณะที่ในปี 2023 ไบเดนกล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงวอร์ซออย่างดุดันราวกับฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวูด โดยกล่าวว่าเซเลนสกีเป็น "บุรุษผู้มีความกล้าหาญที่ถูกหล่อหลอมจากไฟและเหล็กกล้า" และเป็นผู้นำของ "รัฐบาลที่ได้รับเลือกตามระบอบประชาธิปไตยและเป็นตัวแทนของประชาชนยูเครน"

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไบเดนต่างยกย่องเซเลนสกีอย่างต่อเนื่อง อาทิ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่ยกให้เซเลนสกีเป็นผู้นำที่มี "ความกล้าหาญและความสำเร็จอย่างไม่ธรรมดา" ขณะที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหม กล่าวในปี 2023 ว่า "การต่อสู้เพื่ออิสรภาพของยูเครนเป็นหนึ่งในภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเรา"

นอกจากคำชมแล้ว รัฐบาลไบเดนยังให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนยูเครนอย่างไม่ลดละ โดยในเดือนมิถุนายน 2024 ไบเดนกล่าวว่า "เราจะยืนเคียงข้างยูเครนจนกว่าพวกเขาจะได้รับชัยชนะ"

ถึงขนาดที่บลิงเคนเคยไปเยือนสถานีรถไฟใต้ดินในเคียฟเมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 และเล่นเพลง Rockin' in the Free World ของนีล ยัง พร้อมประกาศว่า "เราจะอยู่เคียงข้างคุณ และจะยืนหยัดจนกว่ายูเครนจะมีความมั่นคงและอธิปไตยที่ได้รับการรับรอง"

ตรงข้ามกับแนวทางของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเขามักโพสต์ลง Truth Social กล่าวหาว่าเซเลนสกีติดอยู่ใน 'วงจรข้อมูลเท็จ' ของรัสเซีย "ลองคิดดูให้ดี นักแสดงตลกที่พอไปวัดไปวาได้อย่างเซเลนสกี สามารถโน้มน้าวให้สหรัฐใช้เงินกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าสู่สงครามที่ไม่มีวันชนะ สงครามที่ไม่ควรเกิดขึ้นแต่แรก" 

"แถมเซเลนสกียังยอมรับเองว่า เงินครึ่งหนึ่งที่เราส่งไปให้ ‘หายไป’ เขาปฏิเสธที่จะจัดการเลือกตั้ง คะแนนนิยมในยูเครนต่ำเตี้ย และสิ่งเดียวที่เขาทำได้ดีคือหลอกใช้ไบเดนได้อย่างแยบยล" ทรัมป์ระบุ 

"เผด็จการที่ไม่มีการเลือกตั้ง เซเลนสกีควรรีบจัดการตัวเองก่อนที่เขาจะไม่มีประเทศเหลือให้ปกครองอีกต่อไป" ทรัมป์เตือน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยประชดประชันเซเลนสกีในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2024 ว่า "เป็นนักขายที่เก่งที่สุดในบรรดานักการเมือง" แต่ครั้งนี้ภายหลังทรัมป์กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ อีกสมัย เขากล่าวหาเซเลนสกีอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นนักต้มตุ๋นและจอมเผด็จการ

ทรัมป์ยังส่งสัญญาณถึงแนวทางใหม่ของรัฐบาลสหรัฐที่มีต่อยูเครน โดยเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เขายืนยันว่าเซเลนสกีจะไม่ได้เข้าร่วมการประชุมระหว่างสหรัฐและรัสเซียที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย และกล่าวว่า "ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงจัง" ที่ยูเครนจะเข้าร่วม NATO ซึ่งเป็นจุดยืนที่รัสเซียถือเป็นเส้นตายมาโดยตลอด

ก่อนหน้านั้นเพียงสองวัน ทรัมป์ได้เสนอข้อตกลงให้ยูเครน โดยระบุว่าสหรัฐอาจให้ความช่วยเหลือหากยูเครนมอบทรัพยากรแร่หายากมูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์เป็นการแลกเปลี่ยน ซึ่งแน่นอนว่าเซเลนสกีปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว

จากที่เคยได้รับการเชิดชูในยุคไบเดน เซเลนสกีกลับต้องเผชิญกับแรงกดดันจากผู้นำสหรัฐคนใหม่ที่มองว่าเขาเป็นภาระและอุปสรรคของนโยบายใหม่ของอเมริกา ขณะที่ความช่วยเหลือจากวอชิงตันก็เริ่มไม่แน่นอนเช่นกัน

ในช่วงเวลาที่ยูเครนกำลังต้องการความช่วยเหลือจากพันธมิตรอย่างยิ่ง คำถามสำคัญคือ เซเลนสกีจะสามารถรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐได้หรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top