Sunday, 1 November 2026
Hard News Team

บทบาท ‘ทรัพยากรเชิงชาติพันธุ์’ ของชาวไทยเชื้อสายจีน เบื้องหลัง!! ความสัมพันธ์เศรษฐกิจ ‘จีน – ไทย’

(26 เม.ย. 68) แม้ว่าประเทศไทยและจีนจะมีความสัมพันธ์อันดีในหลายมิติ แต่เมื่อพูดถึงคำว่า 'พี่น้องไทย - จีน' แล้ว ที่มาและความหมายที่แท้จริงของคำนี้คือความเป็นพี่น้องทางสายเลือดจริง ๆ ซึ่งถ้าใครอยู่ในวงการความสัมพันธ์ไทย-จีนนั้น ก็น่าจะเคยได้ยินฝ่ายจีนใช้คำว่า '血脉相连 - เสว่ ม่าย เซียง เหลียน' ซึ่งแปลว่า 'เชื่อมต่อกันทางสายเลือด' โดยหมายถึงชาวไทยเชื้อสายจีน หรือชาวจีนที่เกิดในประเทศไทยและเป็นเชื้อสายของผู้อพยพชาวจีน หรือชาวจีนโพ้นทะเล ที่มีอยู่ประมาณ 10 ล้านคนในประเทศไทย คิดเป็น 11–14% ของจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศ ที่จำนวนมากเติบโตและประสบความสำเร็จด้านการค้าขาย เป็นผู้นำองค์กร เป็นผู้ถือครองทรัพย์สินจำนวนมาก บ้างก็มีตำแหน่งสำคัญในราชการ 

นายกรัฐมนตรีไทยจำนวน 19 จาก 31 คน ล้วนมีเชื้อสายจีนทั้งสิ้น

แม้ว่าคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากจะถูกกลืนกินทางวัฒนธรรมจนกลายเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์แล้ว แต่ก็ยังมีเครือข่ายสายสัมพันธ์กับคนจีนจากแผ่นดินใหญ่ ซึ่งได้กลายมาเป็น 'ทรัพยากรเชิงชาติพันธุ์' และกลายเป็น 'สะพาน' ในการเชื่อมสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-จีน อย่างมีนัยยะสำคัญมาโดยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

ในยุคที่จีนดำเนินนโยบายตามกรอบแนวคิดริเริ่ม 'หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง' (Belt and Road Initiative - BRI - 一带一路) และยุทธศาสตร์ 'เดินออกไปข้างนอก' (Going Out Strategy - 走出去战略) ของรัฐบาลจีน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2000 มีเป้าหมายในการผลักดันบริษัทจีนออกไปลงทุนในต่างประเทศ ขยายเครือข่ายธุรกิจ และสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระดับโลก

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนจีนไม่ได้พิจารณาเพียงปัจจัยทางเศรษฐกิจหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเท่านั้น หากยังได้รับอิทธิพลจากเครือข่ายทางสังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะชุมชนชาวจีนโพ้นทะเล ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างจีนและประเทศเป้าหมายในระดับพื้นที่ ซึ่งกลายเป็น 'ทรัพยากรเชิงชาติพันธุ์' ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญตามทฤษฎีเศรษฐกิจเชิงชาติพันธุ์ (Ethnic Economy)

ประเด็นนี้เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย ที่การเข้ามาของ FDI นั้น มักต้องอาศัยพันธมิตรในท้องถิ่น ความรู้เชิงบริบท และการเข้าถึงระบบราชการ ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติต้องพึ่งพา 'กลุ่มตัวกลาง' ในท้องถิ่น ในการอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ตามทฤษฎีการตัดสินใจของ FDI ในตลาดเกิดใหม่ (FDI Decision-making in Emerging Markets) รวมถึงทฤษฎีเครือข่ายทางสังคม (Social Network Theory) ที่มองว่าความสัมพันธ์ทางสังคมมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในบริบทที่มีความไม่แน่นอนสูง เช่น การลงทุนข้ามชาติในประเทศเกิดใหม่ ประเทศที่การเมืองไม่มั่นคง หรือประเทศที่มีอัตราการคอร์รัปชันสูงในระดับท้องถิ่น

ทั้งนี้ บทบาทของชาวไทยเชื้อสายจีนตามกรอบแนวคิดและทฤษฎีข้างต้นนี้ โดยหลักแล้วถือว่าเป็น 'ตัวกลางทางเครือข่าย' รวมถึงเป็น 'กลุ่มผลประโยชน์' และ 'พันธมิตรสนับสนุน' (advocacy coalition) ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะบทบาทการเชื่อมโยงนักลงทุนและรัฐบาลท้องถิ่น ทั้งการสนับสนุนด้านข้อมูลทางกฎหมาย นโยบาย การทลายกำแพงด้านภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงการสร้างอำนาจต่อรอง บริหารและจัดสรรผลประโยชน์ของทุกฝ่ายบนหน้าฉากก็ดี... หลังฉากก็ดี... (กรณีนี้คือว่ากันตามหลักการ ในความเป็นจริงอาจมีประเด็นผลประโยชน์ส่วนตัวและการคอร์รัปชัน ที่เป็นต้นตอของปัญหาเรื่องทุนต่างชาติสีเทาในปัจจุบัน)

ในรูปธรรมของการก่อตัวเป็นกลุ่มผลประโยชน์ของคนไทยเชื้อสายจีนนั้น สามารถเห็นได้จากการตั้งองค์กรในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ สมาคมการค้า หอการค้า สภาธุรกิจ หรือมูลนิธิอาสา ซึ่งกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น จัดงานเลี้ยง งานประชุม งานอาสาต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการสร้างชุมชน China town ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชาวจีนโพ้นทะเลในท้องถิ่นต่าง ๆ เพิ่มโอกาสในการพบปะทางสังคม และมีบทบาทในการสร้างเครือข่ายผลประโยชน์ ส่งต่อกันแบบรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะในระดับประเทศ หรือระดับท้องถิ่น เป็นพื้นที่ที่นักลงทุนทั้งสองฝ่ายรู้สึก 'ปลอดภัย' และ 'เข้าถึงง่าย' ช่วยให้สามารถเข้าถึงตลาด ทำให้นักธุรกิจจีนเกิดความรู้สึก 'เหมือนอยู่บ้าน'

ในทางกลับกัน ฝ่ายรัฐบาลท้องถิ่นที่ต้องการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากภายนอกนั้น ก็สามารถดำเนินการประสานด้านข้อมูลและใช้เครือข่ายขององค์กรสมาคมการค้าและมูลนิธิต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนจีนเช่นกัน

องค์กรรูปแบบนี้สามารถพบเห็นได้ในแทบจะทุกจังหวัดของประเทศไทย จะมีมากและเข้มแข็งเป็นพิเศษในเมืองยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ หาดใหญ่, เชียงใหม่, ภูเก็ต, กลุ่มจังหวัดโซน EEC และหลายจังหวัดในภาคอีสาน (ที่อาจเป็นทางผ่านของรถไฟความเร็วสูง)

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า นัยยะสำคัญของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีนไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับข้อตกลงหรือเอกสารทางการต่าง ๆ เท่านั้น แต่มาจากความสัมพันธ์ของผู้คน ความเชื่อใจ ความใกล้ชิด และเครือข่ายที่ยึดโยงกันข้ามรุ่น จากบทบาทของคนไทยเชื้อสายจีนในฐานะ 'ตัวกลาง' ที่เข้าใจทั้งสองฝั่งอย่างลึกซึ้ง

ไม่เพียงแค่ไทยเท่านั้น ชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากที่กระจายอยู่ทั่วโลกก็กำลังมีบทบาทเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศในกลุ่ม ASEAN ที่มีชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลที่ค่อนข้างเข้มแข็งและมีบทบาทต่อเศรษฐกิจ

ด้วยเหตุเช่นนี้ การ 'เดินออกไปข้างนอก' ตามยุทธศาสตร์ Going Out Strategy นั้น จึงเป็นการ 'เดินออกไปข้างนอกแต่ก็ยังเจอเพื่อน' ที่จะช่วยแนะนำที่ทางในการค้าขาย และเป็น 'กันชนทางวัฒนธรรม' ที่ทำหน้าที่ลด culture shock และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง 'เจ้าบ้าน' และ 'แขกหน้าใหม่' พร้อมสร้างความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นวัฒนธรรมและระบบ เกิดความยั่งยืนจากการส่งต่อแบบรุ่นสู่รุ่น

เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ยกนิสัยคนจีนรักการเรียนรู้ จุดแข็งขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ ครูพี่ป๊อป ดร. ณัฐพงศ์ นำศิริกุล ในการบรรยายพิเศษ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา นำทีมพลังงานไทย สู่เวทีนานาชาติ IEA Summit 2568

เมื่อวันที่ (24 เม.ย. 68) พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน ผู้แทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน เข้าร่วมประชุม IEA Summit on the Future of Energy Security ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร 

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 เมษายน 2568 โดยมี IEA / UK Government และผู้แทนกว่า 50 ประเทศ, 60 บริษัทพลังงาน และนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เข้าร่วมประชุม

ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ต้อนรับคณะหลักสูตรเวชศาสตร์ ทอ. ศึกษาดูงาน รพ.ฯ

พล.ร.ต.พัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานหลักสูตร เวชศาสตร์ทหารอากาศ สำหรับผู้ปฏิบัติ กรมแพทย์ทหารอากาศ โดยมี น.อ.อัศวิน คนชม รอง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการแพทย์ทหารอากาศ เป็นหัวหน้าคณะในการศึกษาดูงานในครั้งนี้ ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วย การรับฟังการบรรยายสรุป ณ ห้องประชุม ป.4 อาคารอำนวยการ และเยี่ยมชมศูนย์เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง ของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โดยมีผู้แทนหน่วยงานของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมให้คำแนะนำขีดความสามารถของหน่วยหน้างาน ในครั้งนี้ 

หลักสูตรเวชศาสตร์​ทหารอากาศ​สำหรับ​ผู้ปฏิบัติ​นี้ มีวัตถุประสงค์และความมุ่งหมาย เพื่อให้ผู้เข้ารับการศึกษามีความรู้ด้านเวชศาสตร์ทหารอากาศ สามารถนำหลักวิชาไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้านยุทธการและภัยพิบัติ มีทักษะการช่วยเหลือด้านการแพทย์ทหาร ในภาวะวิกฤติฉุกเฉิน ภัยพิบัติ และภัยคุกคามด้านเคมี ชีวะ กัมมันตรังสี สามารถตอบสนองต่อภารกิจของกองทัพอากาศ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระยะเวลาการศึกษา 12 สัปดาห์ ระหว่าง 21 เมษายน ถึง 18 กรกฎาคม 2568    

อดีต รมต.อว. วิเคราะห์!! ระบบการศึกษาไทย ยังคงยึดติดกับความเชื่อแบบเดิมๆ ไม่สามารถตอบสนอง!! ความเปลี่ยนแปลงของโลก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(26 เม.ย. 68) ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้โพสต์ข้อความ โดยมีใจความว่า ...

สถาบันอุดมศึกษาไทยกับกับดักถ้ำเพลโต

การชี้นำการเปลี่ยนแปลงสู่โลกอนาคต

• สถาบันอุดมศึกษาไทยตกอยู่ใน 'กับดัก 3 ประการ' ได้แก่ กับดักเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Traps) กับดักในขีดความสามารถ (Capability Traps) และกับดักในตัวสมมุติฐาน (Assumption Traps) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนา

• การหลุดพ้นจากกับดักเหล่านี้จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง  เช่น การปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน การบูรณาการเทคโนโลยี AI และดิจิทัลเข้ากับการเรียนการสอน และการสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม

• นอกจากนี้ สถาบันอุดมศึกษาต้องเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและโลกทัศน์ โดยเน้นความสำคัญของการสร้างผลกระทบเชิงประจักษ์ (Significance x Profundity) ความเกี่ยวข้องกับสังคม (Relevance x Rigor) และการสร้างความร่วมมือระดับโลก (Competition x Collaboration)

• การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัตินิยม (Strategic Pragmatism) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างอุดมคติและความเป็นจริง จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาสถาบันอุดมศึกษาไทยก้าวพ้นจากกับดักและชี้นำการเปลี่ยนแปลงประเทศสู่ความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

วัยรุ่นรัสเซีย สนใจเรียนรู้!! ‘ภาษา - วัฒนธรรม’ ของประเทศจีน เป็นอย่างมาก ‘โฆษก ก.ต่างประเทศรัสเซีย’ เผย!! พร้อมสนับสนุน เพื่อเสริมสร้างมิตรภาพ

(26 เม.ย. 68) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวเนื่องในวันภาษาจีนแห่งสหประชาชาติ (UN) ว่าชาวรัสเซียยังคงสนใจเรียนรู้วัฒนธรรมจีน วรรณคดีจีน และภาษาจีนกันอย่างมาก ขณะเดียวกันคนหนุ่มสาวในจีนสนใจเรียนภาษารัสเซียเพิ่มขึ้นด้วย

ซาคาโรวากล่าวว่าการเรียนภาษาเป็นหัวข้อพิเศษในความร่วมมือทางมนุษยศาสตร์รัสเซีย-จีน ขณะความต้องการผู้ใช้ทั้งภาษารัสเซียและภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่วเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการพัฒนาที่รวดเร็วของด้านต่างๆ ในความสัมพันธ์รัสเซีย-จีน โดยทั้งสองประเทศสนับสนุนความร่วมมือด้านการศึกษาภาษาอย่างแข็งขัน โดยความร่วมมือดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคี และมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการเสริมสร้างความไว้วางใจและมิตรภาพ

ทั้งนี้ ซาคาโรวายังเน้นย้ำความพยายามของรัสเซียและจีนในการสร้างสภาพแวดล้อมอันเกื้อหนุนการขยับขยายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย การเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การบ่มเพาะผู้มีความรู้ความสามารถ และการแบ่งปันประสบการณ์

เผยโฉมครั้งแรก 'คอรัปชั่น ฟ้องดู' แพลตฟอร์มคอร์รัปชันเทคปราบทุจริตฟื้นศักยภาพประเทศ 'อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ.' ชี้เป็นแนวรบใหม่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอล เอไอ.ต้านโกง เริ่มทดสอบระบบวันนี้ ก่อนคิกออฟเดือนพฤษภาคม

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ ไทยแลนด์ (FKII Thailand) เปิดเผยระหว่างการบรรยายเรื่องการป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่า

(26 เม.ย.) 'คอรัปชั่น ฟ้องดู' ภายใต้โครงการใยแมงมุมเริ่มทดสอบระบบเป็นครั้งแรกในวันนี้ก่อนคิกออฟเปิดใช้เป็นทางการในเดือนพฤษภาคม

“ปัญหาคอรัปชั่นอยู่ในขั้นวิกฤตเหมือนมะเร็งร้ายทำลายศักยภาพของประเทศทั้งปัจจุบันและอนาคต ซึ่ง 'คอรัปชั่น ฟ้องดู' แพลตฟอร์มดิจิตอลคอรัปชั่นเทคจะเป็นแนวรบใหม่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หากขจัดคอรัปชั่นได้มากเท่าใดก็จะช่วยฟื้นศักยภาพประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้มากเท่านั้น”

อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ยังเปิดเผยต่อไปว่า สถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์และดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ผู้บุกเบิกแพลตฟอร์ม ทราฟฟี ฟองดู(Traffy Fondue)ร่วมมือกันพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีดิจิตอลเอไอ.'คอรัปชั่น ฟ้องดู' ประกอบด้วย
1. แพลตฟอร์มทราฟฟี ฟองดู
2.เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
3..Line official
4.ผู้แจ้งเบาะแส(Whistleblower)
5.เชื่อมโยงทำงานร่วมสื่อมวลชน หน่วยงานรัฐภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิชาการและเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น

“การผสมผสานเทคโนโลยีกับกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเปิดกว้างจะช่วยแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นให้ลดน้อยลง ไม่ใช่ถอยหลังเข้าคลอง สิ่งสะท้อนสถานะคอรัปชั่นล่าสุดคือ ดัชนี CPI ของไทย ซึ่งในปี 2567 ได้คะแนนเพียง 34 คะแนน อยู่ในอันดับ 107 ของโลก นับเป็นคะแนนต่ำสุดในรอบ13ปีตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา สงครามปราบทุจริตเป็นสมรภูมิที่ประเทศไทยต้องชนะให้ได้ เป็นเวลาที่ต้องเงยหน้าขึ้น ร่วมมือกันก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ”

‘พีระพันธุ์’ เดินหน้า!! ลดราคาพลังงานไฟฟ้า ให้พี่น้องประชาชน ล่าสุด!! เหลือ 3.99 บาท/ต่อหน่วย สำหรับงวดเดือน พ.ค.- ส.ค.68

(26 เม.ย. 68) เพจ ‘พีระพันธุ์ FC’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ขอบคุณ พี่ตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ทุ่มเทแสวงหาทุกช่องทางในการลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้พี่น้องประชาชนมาตลอด โดยล่าสุดจะสามารถลดค่าไฟลงเหลือ 3.99 บาท/ต่อหน่วย สำหรับงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.68 ตามมติ ครม. ที่กระทรวงพลังงานนำเสนอ และจะเร่งบริหารจัดการให้ค่าไฟลดลงได้อีกอย่างต่อเนื่อง คนไทยเตรียมรับข่าวดีอีกครับ!!

ผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมสังเกตการณ์การทดสอบความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามทางอากาศรูปแบบใหม่ 

ภัยคุกคามจากอาวุธปล่อยและอากาศยานไร้คนขับ รวมทั้งทดสอบระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเรือที่ออกปฏิบัติงานร่วมกันภายในกองเรือ และการปฏิบัติการร่วมระหว่างเรือ - อากาศยานของกองทัพอากาศ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร
 
เมื่อวานนี้ (25 เม.ย.68) เวลา 12.30 น. พลเรือเอกจิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือ ร่วมสังเกตการณ์การทดสอบขีดความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามทางอากาศรูปแบบใหม่ เช่น ภัยคุกคามจากอาวุธปล่อยนำวิธีและอากาศยานไร้คนขับเป็นต้น การทดสอบระบบการเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีระหว่างเรือที่ออกปฏิบัติงานร่วมกันภายในกองเรือ เพื่อหาข้อขัดข้องข้อจำกัดและแนวทางการพัฒนาในอนาคต รวมทั้งติดตามผลการฝึกปฏิบัติการร่วม ระหว่าง ทร. - ทอ. 

สำหรับการทดสอบความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามทางอากาศรูปแบบใหม่ในครั้งนี้  มีการทดสอบระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยานแบบ Mistral จากระบบป้องกันตนเองระยะประชิดแบบ Sadral บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร  โดยครั้งนี้ เป็นการทดสอบอาวุธปล่อยนำวิถีกับเป้า Banshee ซึ่งเป็นเครื่องบินบังคับวิทยุที่ถูกปล่อยขึ้นบินด้วยเครื่องดีดหรือเครื่องปล่อย โดยสมมุติให้เป็นอาวุธปล่อยของข้าศึกที่บินเข้าหากองเรือ โดยเรือหลวงจักรีนฤเบศรจะทำการป้องกันภัยทางอากาศและใช้อาวุธป้องกันตนเอง

อาวุธปล่อยแบบ Mistral เป็นอาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่ติดตั้งบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร นำวิถีด้วยระบบ Infrared passive homing โดยการฝึกยิงในวันนี้  จัดกำลังประกอบด้วยเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เป็นเรือตรวจจับและส่งค่าเป้าผ่าน Link เรือหลวงจักรีนฤเบศร เป็นเรือยิงอาวุธปล่อย และเรือหลวงนเรศวรเป็นเรือรักษาความปลอดภัยสนามยิง โดยการทดสอบระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยานแบบ Mistral จากระบบป้องกันตนเองระยะประชิดแบบ Sadral ในวันนี้เป็นไปตามแผนและตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 

การฝึกปฏิบัติการร่วม ระหว่าง ทร. - ทอ. ได้ดำเนินการระหว่าง 22 - 23 เม.ย.68 ในพื้นที่อ่าวไทย โดยกองทัพอากาศได้บูรณาการการทดสอบใช้กำลังทางอากาศประจำปี 2568 มาเข้าร่วมการฝึก โดยมีหัวข้อการฝึกที่สำคัญประกอบด้วย การฝึกป้องกันภัยทางอากาศของกองเรือ  การฝึกโจมตีกระบวนเรือ การฝึกการควบคุมอากาศยาน ทอ.โจมตีเป้าหมายเรือผิวน้ำข้าศึก และสกัดกั้นอากาศยานของข้าศึก รวมทั้งการฝึกแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเรือและอากาศยาน ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactacal Data Link : TDL) มีกำลังเข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วย เรือรบจำนวน 9 ลำ อากาศยานจำนวน 4 เครื่อง และ กองทัพอากาศได้จัดอากาศยานแบบ F-16 จำนวน 4 เครื่อง อากาศยานแบบ Gripen จำนวน 4 เครื่อง และ อากาศยานควบคุมและแจ้งเตือน แบบ SAAB-340 จำนวน 1 เครื่อง เข้าร่วมการฝึก

การฝึกและการทดสอบฯ ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนาม/ทะเล ในการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นการฝึกที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพเรือ ทั้งยังบูรณาการทางยุทธวิธีร่วมกับกองทัพอากาศ ในการปฏิบัติการทางทะเลและทางอากาศ โดยฝึกตั้งแต่กระบวนการวางแผน การควบคุมสั่งการทางทหาร และการรบทางยุทธวิธี และใช้แนวความคิดในการฝึกว่า “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น” ซึ่งในปีนี้เป็นการฝึกป้องกันประเทศ โดยกำหนดสถานการณ์ตั้งแต่ในขั้นปกติสถานการณ์วิกฤตไปถึงขั้นป้องกันประเทศ ซึ่งมีการทดสอบและสร้างความคุ้นเคยทางด้านแนวความคิดหลักการ หลักนิยม ไปจนถึงขีดความสามารถของกำลังรบในแต่ละประเภท โดยส่วนต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ทั้งในกองอำนวยการฝึกและหน่วยรับการฝึกทุกหน่วย ได้มีการเตรียมและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอย่างเต็มกำลังความสามารถ อันจะนําพากองทัพเรือไปสู่ความเป็น ”กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ“ และจะทําให้ทะเลไทยมีความมั่นคงตลอดไป

‘เจ๊เจี๊ยบ อมรัตน์’ โพสต์เฟซ ประกาศลั่น!! ถ้าเลือกตั้ง นครปฐม ‘ปชน.’ แพ้ทั้งหมด จะวางมือ

เมื่อวานนี้ (25 เม.ย. 68) นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ ‘เจี๊ยบ’ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กถึงการเลือกตั้งเทศบาลจังหวัดนครปฐม ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ว่า …

“ตั้งใจจะเที่ยวเล่นยุติบทบาททางการเมืองทั้งหมด ถ้าผลเลือกตั้งเทศบาลจ.นครปฐมแพ้หมดทั้ง 3 แห่ง ที่พรรคประชาชนส่ง” 

ทั้งนี้ จ.นครปฐม พรรคประชาชน ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรี 3 แห่ง ดังนี้
1. เทศบาล(เมือง) นครปฐม นายวิชัย (หนุ่ย) ถ้ำเพชร์
2. เทศบาล(นคร) นครปฐม นายชัชวาล (หมอชัช) นันทะสาร
3. เทศบาลเมืองไร่ขิง นายเอกวิทย์ (เอก) นวเศรษฐ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top