Saturday, 17 October 2026
Hard News Team

โฆษกกองทอ. เผยเตรียมพร้อมโรงเรียนการบิน กำแพงแสน เป็นโรงพยาบาลสนาม ประมาณ 100 เตียง หนุนรัฐบาลรับมือสถานการณ์โควิดฯระบาดเพิ่ม ขณะที่ “บิ๊กแอร์บูล” เตือนกำลังพลห้ามไปพื้นที่เสี่ยง แต่ไม่ห้ามกลับภูมิลำเนา/ช่วงสงกรานต์ พร้อมเปิด10 รพ.สนามในเขต กทม.และปริมณฑล

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงกลาโหมสั่งการให้ทุกเหล่าทัพเตรียมพร้อมโรงพยาบาลสนามและเตียงสนาม เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่กำลังระบาดเพิ่มเติมต่อเนื่องว่า กองทัพอากาศได้เตรียมความพร้อมโรงเรียนการบิน กำแพงแสน จ.นครปฐม ไว้เป็นโรงพยาบาลสนาม โดยมีการเตรียมเตียงสนามไว้ประมาณ 100 เตียง  ซึ่งสถานที่ดังกล่าวเคยใช้เป็นพื้นที่กักตัว หรือ state quarantine ที่ทางรัฐบาลจัดไว้ เพื่อกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

ซึ่งก็ได้มีการปรับพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนาม ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดทางกองทัพอากาศก็ได้เตรียมเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ไว้คอยสนับสนุนทุกจังหวัด หากมีการประสานงานร้องขอมา เราก็พร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ขณะที่ในพื้นที่ส่วนกลางมีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช สังกัดกรมแพทย์ทหารอากาศ ยังคงดำเนินการรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และพร้อมให้การรักษาอยู่ ซึ่งจากการประสานกับเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศล่าสุดทราบว่าโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชยังไม่ประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำยาตรวจเชื้อโควิด-19 


พล.อ.ท.ฐานัตถ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มีคำสั่งแจ้งเตือนกำลังพลทุกนายไม่ให้เดินทางไปพื้นที่เสี่ยงหากไม่จำเป็น รวมทั้งให้ผู้บังคับบัญชากำชับผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองต้องปฏิบัติตัวและดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และขอความร่วมมืออย่าเพิ่งเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงนี้ แต่ก็ไม่ได้ห้ามกำลังพลกลับภูมิลำเนาไปเยี่ยมครอบครัว ซึ่งเน้นย้ำว่าต้องบันทึกไทม์ไลน์ของตนเองอย่างเคร่งครัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแผนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของกระทรวงโหม จากการสนับสนุนของเหล่าทัพ เพื่อรองรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลโดยรอบ (ระยะทางไม่เกิน 100 กิโลเมตรจากกรุงเทพ) ได้เตรียมพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ได้แก่

1.) ปตอ.1 กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (แจ้งวัฒนะ)  จังหวัดกรุงเทพฯ  จำนวน 200 เตียง
2.) สนามมวยค่ายบุรฉัตร กองพลทหารช่าง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี จำนวน 100 เตียง
3.) สนามกีฬากลาง กรมการทหารช่าง  อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี จำนวน 400 เตียง
4.) โรงพลศึกษา ศูนย์พัฒนาการกีฬา กรมการทหารช่าง  อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี จำนวน 120 เตียง
5.) โรงรถ กองพันทหารช่าง กรมการทหารช่าง  อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี จำนวน 120 เตียง
6.) ศูนย์ฯ 8 (วัฒนาแฟคทอรี 2) จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 1,000 เตียง
7.) ศูนย์ฯ 9 (บ.วิท วอเตอร์ฯ) จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 485 เตียง
8.) ศูนย์ฯ 10 (สภาอุตสาหกรรม) จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 500 เตียง
9.) ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 150 เตียง
10.) รร.การบิน อาคารแผนกฝึก (ทอ.) อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จำนวน 120 เตียง

'ชลบุรี' พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 34 ราย โยงผับกรุงเทพฯ - คลัสเตอร์ร้านฟริ้นสโตน

“ชลบุรี” พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มอีก 34 ราย ยอดสะสม 781 ราย โยงสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ​ ผับทองหล่อ คลัสเตอร์ร้านฟริ้นสโตนมากสุด 15 ราย ยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจ 691 ราย พร้อมออกประกาศเตือนสถานที่เสี่ยงในจังหวัด

เพจเฟซบุ๊กสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี (สสจ.ชลบุรี) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใน จ.ชลบุรีว่า วันนี้มีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยันรายใหม่เพิ่มอีก 34 ราย ดังนี้

1.) เป็นครอบครัวผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย

2.) เป็นพนักงาน ร้าน Voice Bar 1 ราย

3.) ครอบครัวผู้ติดเชื้อที่ไปสถานบันเทิง ที่ กทม. 1 ราย

4.) ผู้ที่อาศัยจาก กทม. มารักษาที่ชลบุรี 1 ราย

5.) ผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันจากคริสตัลผับ ที่ กทม. 2 ราย

6.) เป็นพนักงานสถานบันเทิงที่ กทม. 1 ราย

7.) สัมผัสผู้ป่วยยืนยันจาก TOPONE Club ที่ กทม. 2 ราย

8.) อยู่ระหว่างรอสอบสวนโรค 10 ราย เป็นชาวไทย 8 ราย และชาวจีน 2 ราย

9.) Cluster ร้านฟริ้นสโตน 15 ราย

โดยวันนี้มีการค้นหาผู้สัมผัสทั้งหมด 691 ราย ยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจ

ขณะนี้มีการระบาดในหลายพื้นที่ทั้ง กทม. และปริมณฑล รวมทั้งมีการนำเชื้อเข้ามาแพร่ระบาดใน จ.ชลบุรี ใน อ.ศรีราชา และ อ.เมืองชลบุรี ซึ่งกำลังดำเนินการค้นหาผู้สัมผัสให้ได้มากที่สุดเพื่อนำมารักษาไม่ให้แพร่เชื้อต่อไป

จึงขอความร่วมมือให้ผู้ที่มีความเสี่ยงตามประกาสของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19

และขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตวีถีใหม่อย่างเคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล และปฏิบัติตามมาตราการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัดเมื่อมีกิจกรรมที่มีคนมารวมตัวกันหมู่มาก


ที่มา:

https://www.facebook.com/318251788326658/posts/2005718322913321/

https://www.prachachat.net/general/news-645719

วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 11.30 น. สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ

???? วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 ???? เวลา 11.30 น.
สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ
???? ผู้ป่วยรายใหม่ 559 ราย
???? ผู้ป่วยยืนยันสะสม 30,869 ราย
???? หายป่วยแล้ว 28,128 ราย
???? เสียชีวิตสะสม 96 ราย

ศ.นพ.ยง โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้ 'โควิดสายพันธุ์อังกฤษ'​ มาจากแรงงานจากประเทศกัมพูชาและประเทศไทย ที่ข้ามฝั่งไปมาระหว่างกัน

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึง การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ ที่กำลังแพร่การระบาดในประเทศไทยขณะนี้ โดยคาดว่าจะมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง 'กัมพูชา'​ ว่า...

...การระบาดของโควิด-19 ที่สมุทรสาครเป็นสายพันธุ์ 'พม่า'​ ส่วนการระบาดที่สถานบันเทิง สายพันธุ์มาจาก 'เขมร'​

ข้อมูลค่อนข้างชัดมาก มีการระบาดที่เขมรมาก่อน และผมได้ติดต่อ กับผู้ที่ผมสนิทด้วย ทำงานอยู่สถาบันปาสเตอร์ในกรุงพนมเปญ สายพันธุ์อังกฤษเริ่มระบาดในเขมร ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ และขณะนี้ยังระบาดหนักมาก

ทั้งนี้​ หมอยง​ ยังได้บอกถึงเหตุผลที่บอกว่าการระบาดที่ทองหล่อ น่าจะมาจากเขมรอีกด้วยว่า...

...การระบาดที่ทองหล่อและระบาดอย่างมากในประเทศไทยขณะนี้ โดยเฉพาะมาจากสถานบันเทิง ที่เป็นแหล่งต้นตอของการแพร่กระจายอย่างมากนั้น​ เป็นไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7

ขณะที่แต่เดิมการระบาดที่สมุทรสาครและแพร่กระจายไปทั่วประเทศตั้งแต่เดือนธันวาคม เป็นสายพันธุ์ในกลุ่ม GH ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับการพบในผู้ที่เดินทางมาจากประเทศพม่า

ส่วนสายพันธุ์อังกฤษได้เริ่มมีการระบาดอย่างมากในประเทศเขมร โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ จนกระทั่งปัจจุบันการระบาดก็ยังไม่หยุด มีผู้ป่วยในการระบาดรอบนี้ร่วม 3,000 คนและมีการเสียชีวิตมากกว่า 20 คน

ทั้งนี้​ จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก​ ได้มีการถอดรหัสพันธุกรรมของผู้ป่วยในเขมรที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานในการระบาดโรคนี้ ซึ่งจะเห็นว่าเป็นสายพันธุ์ B.1.1.7

สอดคล้องกับการถอดรหัสพันธุกรรมของสายพันธุ์ทองหล่อ โดยศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก 'จุฬา'​ ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รวมทั้งสวทช. แสดงให้เห็นว่า...

...พันธุกรรมของ 'ไวรัสสายพันธุ์ทองหล่อ'​ อยู่ในกลุ่มเดียวกับสายพันธุ์ที่ระบาดใน​ 'เขมร'​ มีความเหมือนกัน และเปรียบเทียบกับสายพันธุ์อังกฤษที่ศูนย์ไวรัส ได้ถอดรหัสพันธุกรรมโควิด-19 จากผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ​ โดยเฉพาะประเทศอังกฤษและยุโรป อเมริกา ความเหมือนของสายพันธุ์จะเหมือนกับสายพันธุ์ที่แยกได้จากเขมร

การระบาดในเขมรเกิดขึ้นก่อนในประเทศไทย โดยเกิดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และระบาดอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์โดยการถอดรหัสพันธุกรรม มีความเหมือนกัน

หมอยง​ ชี้อีกว่า​ การระบาดในประเทศไทยเกิดขึ้นหลังจากการระบาดในเขมรมานานกว่า 6 สัปดาห์

ฉะนั้นเมื่อเรียบเรียงตามระยะเวลา ความเป็นไปได้จึงน่าจะเป็นจากเขมรมาประเทศไทย มากกว่าประเทศไทยไปเขมร

ข้อมูลทั้งหมด​ เป็นข้อมูลที่สนับสนุน โดยเฉพาะทางด้านสายพันธุ์ พันธุศาสตร์ ว่าการระบาดครั้งนี้ น่าจะมาจากประเทศกัมพูชา ส่วนจะมาด้วยวิธีใด ก็คงจะต้องมีการสืบหากันต่อไป


ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=5494769050565667&id=100000978797641

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=5498370723538833&id=100000978797641

“เทพไท” อัดรัฐบาล ล้มเหลวตรวจหาเชื้อโควิด หลัง รพ.เอกชน ปิดให้บริการ แนะ ทุ่มเงินซื้ออุปกรณ์ตรวจฟรี ทั่วประเทศ ดีกว่าเอาเงินไปแจกเพื่อหวังคะแนนเสียง

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า เห็นข่าวโรงพยาบาลเอกชน 10 แห่ง ปิดรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 รู้สึกตกใจมาก ที่เห็นผู้คนตื่นตระหนกและตื่นตัวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ ซึ่งรัฐบาลควรจะมีมาตรการสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนให้เพียงพอ การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นมาตรการค้นหาผู้ติดเชื้อในเบื้องต้น 

ซึ่งรัฐบาลควรจะจัดงบประมาณเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นการรักษาพยาบาลเบื้องต้น หากสามารถรู้ได้ว่ามีประชาชนคนใดติดเชื้อไวรัส โควิด-19 บ้าง ก็สามารถรักษาหรือแก้ปัญหาได้ตรงจุด ป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลควรให้ความสำคัญการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 มากกว่าการระดมงบประมาณไปจัดซื้อวัคซีน เพื่อฉีดป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เสียอีก 

“ผมเคยแสดงความเห็นในเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นว่า รัฐบาลควรจะจัดงบประมาณก้อนใหญ่ เพื่อระดมซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์การตรวจหาเชื้อไวรัส โควิด-19 เพื่อบริการประชาชนทั่วประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ดีกว่านำเงินงบประมาณก้อนใหญ่ไปแจกให้กับประชาชนในโครงการต่าง ๆ เพื่อหวังคะแนนนิยม เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเสพติดนโยบายประชานิยม ซึ่งรัฐบาลควรตระหนักถึงปัญหาสุขภาพของประชาชน สำคัญกว่าปัญหาสิ่งอื่นใด” นายเทพไท กล่าว

“สุชาติ” รมว.แรงงาน กำชับประกันสังคม ดูแล ลูกจ้าง ผู้ประกันตน เดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ เจ็บป่วยฉุกเฉิน มีสิทธิเข้ารักษา รพ. ทุกแห่ง ไม่เสียค่าใช้จ่าย เข้ม! ผู้ประกันตน การ์ดอย่าตกช่วงโควิด-19 รอบใหม่

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยลูกจ้าง ผู้ประกันตน และประชาชน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ กำชับ นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เร่งหน่วยงานในกำกับสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ให้บริการรวมถึงอำนวยความสะดวก พร้อมประชาสัมพันธ์เรื่องกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน แก่ ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาล เตือนลูกจ้าง ผู้ประกันตน การ์ดอย่าตก ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 รอบใหม่ ย้ำ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค พร้อมดูแลสุขภาพตัวเอง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพื่อความปลอดภัย ปราศจากโรคแน่นอน

ด้าน นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการดูแลลูกจ้าง ผู้ประกันตน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใย ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีวันหยุดติดต่อตั้งแต่วันที่ 10 – 15 เมษายน 2564 นี้ ซึ่งตนได้กำชับให้สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ ให้บริการรวมถึงอำนวยความสะดวก พร้อมประชาสัมพันธ์ แก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ให้ระมัดระวังในการขับขี่ยานพาหนะ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะเดินทาง พร้อมแนะนำให้พกบัตรประจำตัวประชาชนติดตัวไว้ หากเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือได้รับอุบัติเหตุ หรือมีอาการเจ็บป่วยกะทันหัน ลูกจ้าง ผู้ประกันตน สามารถเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ทันที 

โดยสำนักงานประกันสังคมจะพิจารณาจ่ายประโยชน์ทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ให้ภายใน 72 ชั่วโมง ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนด ทั้งนี้ ให้ผู้ประกันตน หรือโรงพยาบาลที่ให้การรักษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง แจ้งโรงพยาบาลตามสิทธิให้ทราบโดยเร็ว ตั้งแต่เข้ารับการรักษา เพื่อให้โรงพยาบาลรับผิดชอบให้บริการ ทางการแพทย์ให้กับผู้ประกันตนต่อไป

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังได้ย้ำเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ โดยเตือนลูกจ้าง ผู้ประกันตน ที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ หรือเดินทางออกนอกบ้านควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมการรวมกลุ่มของคนจำนวนมากที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ดูแลสุขภาพตัวเอง อย่าประมาท สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพื่อความปลอดภัยของท่านสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา/ที่ท่านสะดวก หรือโทรสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง

กทพ. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 2 สายทางเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา - ชลบุรี) และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 00.01 น. ถึงวันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2564 เวลา 24.00 น. รวม 8 วัน เช่นเดียวกับกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางพิเศษโปรดปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธรณสุขอย่างเคร่งครัด รวมถึงขอเชิญชวนให้ดาวน์โหลด Application “หมอชนะ” เพื่อเป็นเครื่องมือในการดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ด้วย

ทั้งนี้ ผู้ใช้ทางสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทาง สภาพการจราจร และขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ EXAT Call Center โทร 1543 และผู้ใช้ทางพิเศษสามารถดาวน์โหลด Application "EXAT Portal" เพื่อตรวจสอบยอดเงินคงเหลือและการใช้บัตร Easy Pass รับข่าวสารโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ และสามารถเรียกใช้งาน Application อื่น ๆ ของ กทพ. อาทิ EXAT Traffic อีกทั้งยังสามารถขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย

"ทิพานัน" วอน "หมอชลน่าน" ใช้สติ เลิกอคติ ไล่รัฐบาล ย้ำรัฐบาลไม่เคยผูกขาดวัคซีน

เมื่อวันที่ 9 เมษายน นาวสาวทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย วิจารณ์รัฐบาลไม่สนับสนุนภาคเอกชนในการจัดหาวัคซีน และให้ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยว ประสิทธิภาพวัคซีนโควิด 19 ว่า ขอให้ น.พ.ชลน่าน เลิกใช้อคติ จนออกมาไล่รัฐบาลไล่อย่างไร้สติ เพราะรัฐบาล ทีมแพทย์ พยาบาล อสม.ตั้งใจควบคุมการแพร่ระบาด ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะยืนหยัดเป็นหนึ่งในการได้รับคำชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและนานาประเทศ น.พ. ชลน่าน ไม่ควรตัดตอนคำพูดของนายกรัฐมนตรี แค่คำว่าอะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด และตีความว่าหมดปัญญาในการจัดการ 

นางสาวทิพานัน กล่าวว่า น.พ.ชลน่าน กล่าวหาว่า รัฐบาลจัดหาโดยมุ่งวัคซีนยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งและวัคซีนไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะรัฐมนตรีที่ฉีดวัคซีนแล้วยังติดเชื้อได้นั้น เป็นข้อมูลที่กล่าวหาบิดเบือน ให้ข้อมูลไม่สมกับที่เป็นแพทย์ เพราะรัฐบาล ศบค. และทีมแพทย์ที่เกี่ยวข้องได้ให้ความรู้จนประชาชนทั่วไปเข้าใจดีว่า วัคซีนโควิดทุกยี่ห้อไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ แต่ประสิทธิภาพของวัคซีนคือ ลดอัตราการเกิดโรค และลดความรุนแรง - อัตราการเสียชีวิตจากโรค ผู้ที่ได้รับวัคซีนทุกยี่ห้อยังสามารถติดเชื้อได้แต่จะมีภูมิคุ้มกันโรคที่จะช่วยลดอาการความรุนแรงของโรค 

ทั้งนี้การจัดหาวัคซีนของประเทศไทยยังไม่ประสบปัญหาดังกล่าว แผนการจัดหาวัคซีนและการฉีดวัคซีนจัดได้ว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ไม่เคยผูกขาดการจัดซื้อวัคซีนเพียงบางบริษัท ไม่เคยปิดกั้น และไม่ขัดข้องหากเอกชนสามารถจัดหานำเข้าวัคซีนมาฉีด เพียงแต่ภาคเอกชนจะต้องขอรับใบอนุญาตนำเข้าและขออนุญาตขึ้นทะเบียนวัคซีนก่อนการใช้และรับผิดชอบการจำหน่ายวัคซีนในประเทศอย่างถูกต้องเสียก่อน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนตามมาตรฐานสากลและป้องกันการนำเข้าวัคซีนปลอม วัคซีนด้อยคุณภาพ

ปลัดสำนักนายกฯ แจ้ง หน่วยงาน ให้ เวิร์กฟอร์มโฮม - ทำให้ได้ 80%

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ปนร. ) ได้เวียนหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง การปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work from Home) ถึงผู้บริหารและบุคลากร และเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ทุกส่วนงาน เพื่อให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด
    
โดยระบุว่า ปัจจุบันได้พบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและพื้นที่หลายจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว จึงขอให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work from Home) ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 8 - วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 (จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ) โดยให้พิจารณาดำเนินการดังนี้

1.) ให้ผู้อำนวยการ สำนัก กอง ศูนย์ วางแผนการปฎิบัติงาน ตรวจสอบ ติดตามและสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในที่พักอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้ง รายงานผลการปฏิบัติงานให้กองการเจ้าหน้าที่ (กจท.) ทราบทุกวัน เพื่อประมวลผลรายงาน ปนร. ทราบตามแนวทางที่ได้ปฏิบัติมา 

2.) งานการให้บริการประชาชนและการประชุมคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานตามกฎหมาย ขอให้พิจารณาแนวทางการดำเนินการตามความเหมาะสมและอย่าให้เกิดความเสียหายต่อราชการ

3.) ติดตามสถานการณ์โควิด-19 และข่าวสารที่เกี่ยวข้องจาก ศบค. ทุกวัน รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้กับคนในครอบครัวและญาติมิตร อย่างต่อเนื่อง

4.) ปฏิบัติตามประกาศ สปน. ลงวันที่ 8 มกราคม 2564 

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรือเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยมีประวัติเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด มีประวัติเคยติดต่อสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ รวมทั้งผู้ที่มีอาการน่าสงสัย ให้เข้ารับการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลในพื้นที่ทันทีและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

รมว.แรงงาน ขานรับนโยบายรัฐบาล จัดทำโครงการขยายโอกาสการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ เตรียมพร้อมรองรับสังคมสูงวัย ปีงบ 64 ตั้งเป้าขยายโอกาสฯผู้สูงอายุ 17,615 คน คืบหน้าแล้ว 10,514 คน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงแรงงานโดยการกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงประชากรไทย สู่สังคมสูงวัย ได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ ซึ่งมีมาตรการส่งเสริมการทำงานและการหารายได้ ส่งเสริมการฝึกอาชีพและจัดหางานให้เหมาะสมกับวัยและความสามารถ 

“ปัจจุบันมีกรมการจัดหางานรับผิดชอบภารกิจดังกล่าว โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ตั้งแต่เดือน(ตุลาคม 2563 ถึง เดือนมีนาคม 2564) มีผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริมการประกอบอาชีพและส่งเสริมการจ้างงานแล้ว 10,514 คน จากเป้าหมาย 17,615 คน คาดว่าภายในเดือนกันยายน 2564 จะสามารถดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้สำเร็จแน่นอน และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จะมีการเพิ่มเป้าหมายการให้บริการผู้สูงอายุมากกว่า 18,000 คน พร้อมเพิ่มกิจกรรมพัฒนาต่อยอดสู่ตลาดออนไลน์ด้วย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงโครงการขยายโอกาสการมีงานทำให้ผู้สูงอายุว่า ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีเป้าหมายรวม 17,615 คน ประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ ส่งเสริมการประกอบอาชีพให้ผู้สูงอายุ เป้าหมาย 2,580 คน และส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุในอาชีพที่เหมาะสมกับวัย และประสบการณ์ เป้าหมาย 15,035 คน โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระให้แก่ผู้สูงอายุที่ไม่มีทักษะด้านอาชีพอิสระ ได้ฝึกปฏิบัติในอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพ จนสามารถประกอบอาชีพหรือรวมกลุ่มได้ กิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุสู่การเป็นวิทยากรถ่ายทอดภูมิปัญญา โดยการพัฒนาความสามารถด้านการถ่ายทอดภูมิปัญญาให้แก่ผู้สูงอายุ เพื่อทำหน้าที่เป็นวิทยากรอุทิศภูมิปัญญาสืบทอดไว้ให้ชุมชุน กิจกรรมสานพลังประชารัฐ จัดหางานให้ผู้สูงอายุ 

โดยการสำรวจข้อมูลผู้สูงอายุที่ต้องการประกอบอาชีพ รวมทั้งการสร้างการรับรู้ให้นายจ้าง สถานประกอบการ เรื่องการจ้างงานผู้สูงอายุ และการบริการลงทะเบียนผู้สูงอายุที่ต้องการสมัครงานและบรรจุงาน กิจกรรม 1 อำเภอ 1 ภูมิปัญญา โดยการจ้างผู้สูงอายุเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ จำนวน 115 คน (1 คน : 1 อำเภอ) และกิจกรรมสร้างโอกาสการมีงานทำให้ผู้สูงอายุเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบรรจุงาน โดยการจ้างงานจากหน่วยงานภาครัฐ

“สำหรับผลการดำเนินงานตามโครงการฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ถึงเดือนมีนาคม 2564 มีผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริมการประกอบอาชีพและส่งเสริมการจ้างงานแล้ว 10,514 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริมการประกอบอาชีพ 1,113 คน สร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุ 185,850 บาท ผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริมการจ้างงาน 9,401 คน ผู้สูงอายุใช้บริการจัดหางาน 888 คน และได้รับการบรรจุงาน 739 คน โดยเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำแหน่งที่ผู้สูงอายุได้รับการบรรจุงานมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. แรงงานด้านการผลิตต่าง ๆ , แรงงานทั่วไป 2. พนักงานดูแลความปลอดภัย 3. พนักงานบริการลูกค้า 4. แม่บ้าน 5. ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการสอนในด้านอื่นๆ “ นายไพโรจน์ฯ กล่าว

สำหรับผู้สูงอายุที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 10  ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job center) อาคาร 3 ชั้น ด้านหน้ากระทรวงแรงงาน หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top