Sunday, 19 July 2026
Hard News Team

“ผบ.ทร.” มอบนโยบาย ประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ เตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 พล.ร.อ.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ผ่านมา กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ โดยมี พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เป็นประธานการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านดาวเทียม (VTC) ร่วมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ และหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ที่ห้องประชุม กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ค่ายตากสิน อำเภอเมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี

ในการประชุมกล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รอบใหม่ โดย ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้หน่วยต่างๆที่เกี่ยวข้องดำเนินการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาล/สถานพยาบาล/โรงพยาบาลสนาม  เพิ่มเติมเพื่อรองรับการแพร่ระบาด ดังนี้ 

1.) ให้โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า และ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นโรงพยาบาลหลัก สามารถให้บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการ มีหอผู้ป่วยวิกฤต ห้องแรงดันลบ หอผู้ป่วยรวม และห้องแยก รวมแล้ว 54 เตียง มีขีดความสามารถในการตรวจวินิจฉัย และให้การรักษา ตั้งแต่อาการเล็กน้อย จนถึงขั้นวิกฤติ

2.) ตั้งโรงพยาบาลเฉพาะโรค ได้แก่ โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ และ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ มีหอผู้ป่วยรวม จำนวน 90 เตียง มีขีดความสามารถในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย โดยเน้นในการดูแลในส่วนของกำลังพลกองทัพเรือเป็นหลัก

3.) ให้จัดตั้งคลินิก โรคระบบทางเดินหายใจ ในพื้นที่ หน่วยแพทย์ปฐมภูมิ ที่มีนายแพทย์ปฏิบัติงาน

4.) จัดตั้งพื้นที่ เฝ้าระวัง ควบคุมโรค สำหรับกำลังพลกองทัพเรือ ประกอบด้วย
- พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล / ใช้พื้นที่ สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
- พื้นที่สัตหีบ จังหวัดชลบุรี / ใช้พื้นที่ อาคารรับรองของ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
- พื้นที่จังหวัดจันทบุรี และตราด / ใช้พื้นที่ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ค่ายตากสิน
- พื้นที่จังหวัดสงขลา / ใช้พื้นที่ ฐานทัพเรือสงขลา
- พื้นที่จังหวัดนราธิวาส / ใช้พื้นที่ ค่ายจุฬาภรณ์
- พื้นที่จังหวัดพังงา และภูเก็ต ใช้พื้นที่ ฐานทัพเรือพังงา

5.) จัดตั้ง โรงพยาบาลสนาม ให้การสนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุข จังหวัดชลบุรี ระยอง และจันทบุรี ประกอบด้วย
- ที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
- ที่ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ที่สนามฝึกกองทัพเรือ บ้านจันทเขลม จังหวัดจันทบุรี
และยังให้จัดตั้งคลินิกให้บริการวัคซีน โควิด ให้กับกำลังพล และประชาชนทั่วไป มีการจัดทีมสอบสวนโรค เมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัยในพื้นที่ที่กองทัพเรือรับผิดขอบ และให้มีการจัดทีมคัดกรอง และตรวจ เมื่อได้รับการประสานให้มีการสนับสนุนเพิ่มเติมกับหน่วยงานภายนอก

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือเน้นย้ำให้ข้าราชการกองทัพเรือ เพิ่มความระมัดระวังทั้งแก่ตนเองและสมาชิกในครอบครัวในช่วงสถานการณ์ COVID-19 โดยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคระบาดตามที่รัฐบาลกำหนด และมาตรการเพิ่มเติม 18 ข้อ ตามที่ผู้บัญชาการทหารเรือเคยได้ให้ไว้แล้ว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รอบใหม่

ข่าวด่วนจากสำนักพระราชวังบักกิ้งแฮม ได้ประกาศข่าวเศร้าว่า เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระสวามีแห่งสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษได้สิ้นพระชนม์อย่างสงบด้วยสิริอายุ 99 พรรษา

#เจ้าชายฟิลิป_พระสวามีสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่_2

#สิ้นพระชนม์

ทางการอังกฤษจะเริ่มพิธีไว้อาลัย ลดธงครึ่งเสาในสถานที่ราชการทุกแห่งตั้งแต่วันนี้

เจ้าชายฟิลิป ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธ พระธิดาองค์โตของพระเจ้าจอร์จ ที่ 6 ในปี 1947 ก่อนที่จะเถลิงราชบัลลังก์เป็นสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 1952

ทั้ง 2 พระองค์มีพระโอรส และพระธิดาร่วมกัน 4 พระองค์ ได้แก่...

...เจ้าฟ้าชายชาร์ล เจ้าชายแห่งเวลส์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งมกุฏราชกุมาร ทายาทลำดับ 1 แห่งราชวงศ์อังกฤษ

...เจ้าหญิงแอน

...เจ้าขายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ค

...เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเส็ก

และร่วมพระราชกรณียกิจในราชสำนักอย่างยาวนาน จนกระทั่งต้องขอหยุดภารกิจในเดือนพฤษภาคม 2017 เนื่องด้วยปัญหาด้านพระพลานามัยและใช้เวลาส่วนใหญ่ประทับในวัง Sandringham ในเมือง Norfolk

ครั้งสุดท้ายที่ชาวอังกฤษได้เห็น เจ้าชายฟิลิปในสื่ออังกฤษ คือช่วงที่ เจ้าชายฟิลิปเสด็จประทับที่โรงพยาบาล King Edward VII ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2020 นานถึง 1 เดือน และมีรับสั่งให้เจ้าฟ้าชายชาล์ส เสด็จเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์

แต่หลังจากที่เสด็จออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน ก็มีข่าวการสิ้นพระชนม์ในวันนี้

เจ้าชายฟิลิป ถือเป็นสมาชิกในราชวงศ์อังกฤษที่มีบุคลิกเฉพาะตัว เป็นนักกีฬาตัวยง มีอารมณ์ขันอยู่เสมอ

ริชาร์ด ชาร์เตอร์ส บิชอปแห่งลอนดอน ได้เคยกล่าวถึงเจ้าชายฟิลิปว่า หากมีใครสักคนที่มีโอกาสได้อภิเษกสมรสกับพระราชินีแห่งอังกฤษ หลายคนมักคิดว่าเขาคนนั้นคงมีบุคลิกอันน่าเบื่อ เต็มไปด้วยแบบแผน แต่ท่านดยุคแห่งเอดินบะระ ไม่เป็นเช่นนั้น ท่านมีความสามารถหลายอย่างน่าทึ่ง ที่ไม่เคยทำให้ใครเบื่อ


อ้างอิง:

https://www.bbc.com/news/uk-11437314

https://www.theguardian.com/uk-news/2021/apr/09/prince-philip-duke-of-edinburgh-dies?CMP=fb_gu&utm_medium=Social&utm_source=Facebook#Echobox=1617966382

ศบค.มท. แจ้งทุกจว. อนุญาตผ่อนคลายเฉพาะการซ้อมชนโค ชนไก่ กัดปลาโดยไม่มีผู้เข้าชมในสนาม

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564  ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ด้วยคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ให้กระทรวงมหาดไทยหรือหน่วยงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย พิจารณาผ่อนคลายกิจกรรมตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 18) กรณีสนามชนโค สนามชนไก่ สนามกัดปลา สนามฝึกซ้อมหรือแข่งขันหรือการจัดกิจกรรมอื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน โดยให้สามารถจัดการฝึกซ้อมหรือแข่งขันได้แบบไม่มีผู้ชม และปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T อย่างเคร่งครัด และเพื่อให้การดำเนินการตามมติครม.เป็นไปในแนวทางเดียวกันทุกจังหวัด 

รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค ไก่ชน และปลากัด ได้กลับมาประกอบอาชีพอีกครั้ง นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าฯ และผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณาอนุญาตผ่อนคลายกิจกรรมพื้นบ้านได้เฉพาะการซ้อมชนโค ชนไก่ และกัดปลา โดยไม่มีผู้เข้าชมในสนาม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และต้องปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากพบว่ากิจกรรมใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข ให้เสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาสั่งปิดเป็นรายกรณีต่อไป

บขส. - รถไฟ เริ่มคึกคึก หลังคนทยอยเดินทางสงกรานต์

บรรยากาศการเดินทางช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 9 เมษายน 2564 นี้ หลาย พื้นที่เริ่มมีคนทยอยเดินทางออกต่างจังหวัด โดยเฉพาะบริเวณสถานีขนส่ง ล่าสุด นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยตัวเลขผู้โดยสารเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า เมื่อวานนี้ (วันที่ 8 เมษายน 2564) บขส. ได้จัดรถบขส.,รถร่วม,รถตู้ (เที่ยวไป) จำนวน 3,443 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร จำนวน 40,017 คน ส่วนเที่ยวกลับ ได้จัดรถ บขส., รถร่วม, รถตู้ จำนวน 3,470 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร จำนวน 31,868 คน 

ส่วนในวันที่ 9 เมษายน 2564 บขส. ประเมินว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางกลับภูมิลำเนา ประมาณ 50,000 คน โดย บขส. ยังคงจัดรถโดยสารรองรับการเดินทางในเที่ยวไปกว่า 5,000 เที่ยว สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า 100,000 คน  

ขณะที่ สถานีรถไฟ โดยบรรยากาศที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ ยังคงมีผู้โดยสารทยอยเดินทางกลับหนาตาขึ้น ส่วนใหญ่เป็นขบวนรถระยะใกล้ เช่น ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี บ้านภาชี ตะพานหิน โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย จะให้บริการขบวนรถพิเศษเพิ่มเติม มีทั้งประเภทรถนอนปรับอากาศ และรถนั่งชั้น 3 ไป - กลับ รวม 16 ขบวน แบ่งเป็นเส้นทางสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 9 - 14 เม.ย. 2564 (เที่ยวไป 8 ขบวน) และวันที่ 10 และ 15 เม.ย. 2564 (เที่ยวกลับ 8 ขบวน) รวมทั้งยังได้มีการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มจนเต็มหน่วยลากจูงในขบวนรถที่วิ่งให้บริการปกติทุกสายทั่วประเทศ ซึ่งทำให้สามารถรองรับปริมาณการเดินทางของประชาชนได้สูงสุดถึง 100,000 คนต่อวัน

ประกันสังคม เปิดรับสมัคร รพ.เอกชน เพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตน ประจำปี 2565

นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการดำเนินการจัดหาสถานพยาบาลเพื่อให้บริการทางการแพทย์ให้แก่ผู้ประกันตน ว่าสำนักงานประกันสังคม ได้เปิดรับสมัครสถานพยาบาลเอกชนเข้าร่วมเป็นสถานพยาบาลเพื่อให้บริการ ทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนประจำปี พ.ศ. 2565 โดยสถานพยาบาลเอกชนที่มีความประสงค์เข้าร่วมเป็นสถานพยาบาลคู่สัญญากับสำนักงานประกันสังคม สามารถขอรับและยื่นใบสมัครได้ที่สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม เลขที่ 88/28 หมู่ที่ 4 ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา ในท้องที่ที่สถานพยาบาลตั้งอยู่ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 

จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ในวันและเวลาราชการ โดยสามารถดูข้อมูลและดาวน์โหลดเอกสารการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม http://www.sso.go.th หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักจัดระบบบริการ ทางการแพทย์ หรือติดต่อสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 12 แห่ง/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ ทั้งนี้ การเปิดรับสมัครสถานพยาบาลเอกชนเข้าร่วมเป็นคู่สัญญากับประกันสังคมเป็นประจำทุกปี นอกเหนือจากการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนเป็นไปอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังจะช่วยรองรับจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี และเป็นการกระตุ้นให้สถานพยาบาลเอกชนเกิดการแข่งขันทั้งด้านการให้บริการและคุณภาพในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ประกันตนอีกด้วย

"ชัยวุฒิ" โชว์ผลตรวจเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด หลังร่วมเปิดงาน หลักสูตรDigital Tranformation For CEO#3 ที่จัดโดยเครือเนชั่น งานเดียวกับที่พ่อปันปันไปร่วมงานเลี้ยง

ภายหลังจากที่ นายสุรศักดิ์ อุดมศิลป์ หรือ พ่อของน.ส.สุทัตตา อุดมศิลป์ หรือ ปันปัน ดารานักแสดงชื่อดัง ที่ไปร่วมงานเลี้ยงเปิดตัวหลักสูตร Digital Tranformation For CEO#3 ช่วงค่ำของวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา และได้ไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งผลออกมาวันนี้ พบว่าติดเชื้อโควิด โดยในงานดังกล่าว มีนายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ไปเป็นประธานเปิดงาน ในช่วงเวลา 14.30 – 15.30 น. แล้วได้เดินทางกลับทันที ไม่ได้อยู่ในช่วงงานเลี้ยงอาหารค่ำแต่อย่างใด

ล่าสุดนายชัยวุฒิ เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวกรณีที่ตนไปเปิดงานหลักสูตรDTC ดังกล่าว แล้วเกิดพบว่ามีผู้ติดโควิดมาร่วมในงานด้วยนั้น จึงได้ไปตรวจหาเชื้อโควิดตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 7 เม.ย. 64 แล้ว ส่วนตัวไม่รู้สึกกังวลอะไรเพราะไม่ได้อยู่ร่วมในงานเลี้ยงอาหารค่ำ จึงไม่ได้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อโดยตรง แต่เพื่อให้เกิดความสบายใจแก่เจ้าหน้าที่ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงที่ตนเองได้ร่วมประชุม และหารือการทำงานให้เกิดความมั่นใจ และปลอดภัยจึงไปตรวจไว้

ทั้งนี้ทางแพทย์โรงพยาบาลพญาไท ได้แจ้งผลตรวจหาเชื้อโควิดออกมาแล้ว โดยพบว่า ผลเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้ก็ต้องเข้มเรื่องมาตรการป้องกันโควิดมากขึ้น และที่สำคัญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับรัฐมนตรีและครม. ให้ไม่ประมาทในการไปร่วมงานต่าง ๆ พบปะประชาชนต้องเข้มมาตรการด้านสาธารณสุขมากขึ้นกว่าเดิม

โรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ พร้อมรับมือโควิดระบาด ติดตั้งระบบเสมือนห้องความดันลบ ฟอกอากาศกำจัดเชื้อที่จะออกจากอาคารได้ปลอดภัย เปิดใช้งานแล้ว 9 เม.ย.64 เบื้องต้นรับได้ 280 เตียง แต่พร้อมขยายเพิ่มเป็น 700 เตียง

หลังจากจังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นวันเดียว 36 ราย ทำให้ยอดสะสมระลอกใหม่พุ่งขึ้นเป็น 47 ราย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกต่อเนื่อง ล่าสุดทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งเตรียมความพร้อมสำหรับโรงพยาบาลสนาม หลังประเมินสถานการณ์แล้วว่าจะรุนแรงกว่าทุกทั้งที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะส่งผลให้พื้นที่ในโรงพยาบาลแต่ละแห่งไม่เพียงพอสำหรับดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก อีกทั้งแต่ละโรงพยาบาลก็ยังมีภาระในการดูแลผู้ป่วยทั่วไปด้วย

ดังนั้นจึงมีการเตรียมพร้อมเปิดโรงพยาบาลสนามที่ก่อนหน้านี้มีการวางแผนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า โดยใช้อาคารของศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ 7 รอบพระชนมพรรษา ซึ่งมีห้องโถงใหญ่ 3 โถง แบ่งใช้ 1 ห้องโถงติดตั้งระบบ และเตียงไว้จำนวน 280 เตียง แบ่งเป็นชาย 140 เตียง หญิง 140 เตรียม พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น

ขณะที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงพยาบาลสนามนั้น นายแพทย์ วรวุฒิ โฆวัชรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสันทราย ในฐานะผู้รับผิดชอบการวางแผนโรงพยาบาลสนาม เปิดเผยว่า ขณะนี้พร้อมที่จะเปิดโรงพยาบาลสนามแล้ว ซึ่งโรงพยาบาลสนามจะสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 280 เตียง แบ่งเป็นชาย 140 และหญิง 140

ทว่าหากมีมากกว่านี้จะสามารถขยายได้อีกเป็น 3 เท่า เนื่องจากห้องโถงที่ใช้เป็นโถงแรก แต่ที่ศูนย์ประชุมแห่งนี้มีอีก 2 โถงใหญ่ โดยจะใช้รองรับผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก สามารถช่วยเหลือตนเองได้เป็นปกติ และผู้ป่วยที่อยู่ในระยะพักฟื้น ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ก็จะมีการส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลหลักที่เตรียมไว้ โดยจะมีแพทย์พยาบาลมาตรวจสุขภาพทุกวัน

ส่วนการเลือกใช้สถานที่แห่งนี้นั้น เพราะเชียงใหม่ประสบภาวะเรื่องของมลพิษทางอากาศจากหมอกควันและไฟป่า ส่งผลให้ค่า PM 2.5 สูง ซึ่งโควิด-19 เป็นโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจจะโจมตีที่ปอดเป็นหลัก ดังนั้นฝุ่นควันจึงจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ป่วยจึงต้องเตรียมสถานที่ที่มีระบบปรับอากาศรองรับ ทั้งส่วนของเตียงผู้ป่วย ห้องน้ำ ก็อยู่ในอาคารทั้งสิ้น สะดวกสบายกว่าที่อื่น ๆ

สำหรับโรงพยาบาลสนามในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จะมีระบบดูดอากาศเหมือนเป็นห้องความดันลบเล็กๆ ซึ่งตั้งระบบดูดอากาศไว้ด้านนอกอาคาร เมื่อดูดออกไปก็จะมีตัวกรองเชื้อโรคที่ปลายทาง โดยอากาศที่ดูดออกไปจะถูกแสงอัลตราไวโอเลตกำจัดเชื้อ รวมทั้งตัวกรองอากาศเฮปปาอีกชั้น ทำให้มั่นใจได้ว่าอากาศที่ออกจากอาคารนี้จะปลอดเชื้อ ส่วนบุคลากรทางการแพทย์นั้นจะระดมมาจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งเชียงใหม่ มาเข้าเวรเป็นผลัด ผลัดละ 12 ชั่วโมง และเนื่องจากว่าคนไข้ที่ใช้โรงพยาบาลสนามจะเป็นคนไข้ที่อาการไม่รุนแรงสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เดินไปมาเองได้ จึงจะใช้พยาบาลประมาณ 4 คนต่อจำนวนผู้ป่วยประมาณ 50 คน แต่อาจจะเพิ่มจำนวนได้ถ้าจำนวนผู้ป่วยมากกว่านี้

ทั้งนี้บรรยากาศที่โรงพยาบาลสนามช่วงเช้านี้ ทางเจ้าหน้าที่เร่งทำความสะอาดเช็ดถูเตียงและพื้นที่ทั้งหมดอีกครั้ง เตียง ฟูก ผ้าปู หมอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม รวมทั้งตู้เก็บของ ก็เป็นของใหม่หมดที่จัดซื้อจากงบของภาครัฐร่วมกับการสนับสนุนของภาคเอกชน ด้านหน้าทางเข้ามีระบบคัดกรอง ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ห้องเปลี่ยนชุด PPE ของบุคลากรทางการแพทยที่จะเข้าออก และมีห้องพักของบุคลากรที่จะต้องมาเข้าเวร


ที่มา: http://https://mgronline.com/local/detail/9640000033943

รมช. แรงงาน ยำแผนบูรณาการ เทรนแรงงานป้อนอุตสาหกรรม S-Curve

วันที่ 9 เมษายน 2564 ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ครั้งที่ 2/2564 เพื่อพิจารณาแนวทางการจัดทำแผนพัฒนากำลังคนของประเทศรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve  โดยมีหม่อมหลวงปุณฑริก สิมิติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะทำงาน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 10 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบให้จัดทำแผนพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ได้รวบรวมแผนงาน/โครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curveประกอบด้วย ข้อมูลแผนงาน/โครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมจำนวน 160 โครงการ ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมพัฒนาคนและการศึกษา เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาแรงงานในกลุ่ม 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

จากข้อมูลแผลการดำเนินของแต่ละหน่วยงาน มีเป้าหมายในการพัฒนาจำนวนกำลังแรงงานประมาณ 890,000 คน ครอบคลุมประมาณการความต้องการกำลังแรงงานใหม่และแรงงานที่อยู่ในสถานประกอบกิจการ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ปี 2562 - 2566 รวมกว่า 475,000 คน ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ มีความต้องการแรงงานกว่า 142,00 คน อุตสาหกรรมดิจิทัลจำนวนกว่า 116,000 คน และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จำนวนกว่า 58,000 คน เป็นต้น ซึ่งการจัดทำแผนฯ ครั้งนี้ ทำให้สามารถเห็นภาพความต้องการกำลังแรงงานของ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายใน S-Curve ของประเทศ พร้อมวางแผนการพัฒนากำลังแรงงานเพื่อนำไปสู่การพัฒนาแรงงานในเชิงรุก ด้วยการ re skill และ up skill 

“แผนพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ โดยเน้นการพัฒนาทักษะเพื่อการทำงาน ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและการประกอบอาชีพในอนาคต โดยจะนำกรอบแผนพัฒนากำลังคนเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ (กพร.ปช.) เพื่อเร่งขับเคลื่อนต่อไป” รมช.แรงงาน กล่าวทิ้งท้าย

รายงานข่าวจากบริษัทการบินไทย (จำกัด) มหาชนแจ้งว่า ตามที่บริษัทฯ ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อให้มีตำแหน่งงานและสายบังคับบัญชาที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดธุรกิจการบินได้ จนนำไปสู่ความสำเร็จในการฟื้นฟูกิจการ

ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ และสามารถกลับมาประกอบกิจการได้อย่างมั่นคง เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 คณะผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการบริษัทฯ จึงได้มีมติให้ประกาศผลการกลั่นกรองสู่โครงสร้างองค์กรใหม่ 2564 โดยกระบวนกลั่นกรองครั้งที่ 1 มีผู้แสดงความจำนงทั้งสิ้น 13,554 คน และมีผู้ได้รับการกลั่นกรองครั้งที่ 1 จำนวนทั้งสิ้น 9,304 คน

อย่างไรก็ตามหลังจากบริษัทฯ ประกาศผลการกลั่นกรองสู่โครงสร้างองค์กรใหม่ 2564 ครั้งที่ 1 แล้ว พนักงานฯ ที่แสดงความจำนงเข้าสู่กระบวนกลั่นกรองสู่โครงสร้างองค์กรใหม่ 2564 จะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ…

1.) กลุ่มพนักงานที่ได้รับการกลั่นกรองเข้าสู่โครงสร้างองค์กรใหม่และประสงค์จะเข้าทำงาน พนักงานไม่ต้องดำเนินการใดๆ โดยให้รอรับเอกสารที่เกี่ยวกับสภาพการจ้างใหม่ในช่วงกลางเดือนเมษายน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ตามประกาศที่จะออกตามมา

2.) กลุ่มพนักงานที่ได้รับการกลั่นกรองเข้าสู่โครงสร้างองค์กรใหม่ แต่ต้องการสละสิทธิ์ พนักงานสามารถแสดงความจำนงสละสิทธิ์ไม่รับตำแหน่งงาน และเข้าร่วมโครงการร่วมใจจากองค์กร MSP B หรือ MSP C ภายในวันที่ 10 เมษายน 2564 โดยระบบจะยกเลิกตำแหน่งงานโดยอัตโนมัติ

3.) พนักงานที่ไม่ได้รับการกลั่นกรองเข้าสู่โครงสร้างองค์กรใหม่ หรือ ‘กลุ่มฟ้าใหม่’ จะมี 2 ทางเลือก คือ

- ทางเลือกที่ 1 สมัครโครงการ MSP B หรือ MSP C

- ทางเลือกที่ 2 แสดงความจำนงเข้าสู่กระบวนกลั่นกรองสู่โครงสร้างองค์กรใหม่ 2564 ครั้งที่ 2 ในระหว่างวันที่ 12 - 16 เมษายน 2564 เนื่องจาก พนักงานที่ได้รับการกลั่นกรองเข้าสู่โครงสร้างองค์กรใหม่ ครั้งที่ 1 นั้นยังไม่ครบตามจำนวนตำแหน่งงานที่กำหนด กระบวนการกลั่นกรองครั้งที่ 2 จะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 19 - 23 เมษายน 2564 และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองครั้งที่ 2 ในวันที่ 28 เมษายน 2564

เช่นเดียวกับการกลั่นกรองครั้งที่ 1 เมื่อบริษัทฯ ประกาศผลการกลั่นกรองครั้งที่ 2 พนักงานกลุ่มฟ้าใหม่ จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม...

3.1) กลุ่มฟ้าใหม่ที่แสดงความจำนงเข้าสู่กระบวนกลั่นกรอง Relaunch ครั้งที่ 2 ในตำแหน่งที่ไม่มีผู้สมัครหรือมีผู้สมัคร แต่ไม่มีผู้เหมาะสม หรือตำแหน่งที่มีการสละสิทธิ์ หรือตำแหน่งใหม่ตามความต้องการของธุรกิจ หากผ่านการพิจารณากลั่นกรองจะเข้าสู่สัญญาจ้างใหม่ ข้อบังคับและข้อกำหนดสวัสดิการใหม่

3.2) กลุ่มฟ้าใหม่ที่แสดงความจำนงเข้าสู่ตำแหน่งงานชั่วคราว และได้รับการพิจารณากลั่นกรองให้เข้าสู่ตำแหน่งงานนี้ พนักงานจะเข้าสู่สัญญาจ้างใหม่ที่มีกำหนดระยะเวลา 1 ปีและเข้าสู่โครงการ MSP B หรือ MSP C เมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้าง โดยคำนวณจากอัตราเงินเดือนเดิมก่อน 1 พฤษภาคม 2564

3.3) กลุ่มฟ้าใหม่ที่แสดงความจำนงเข้าสู่กระบวนกลั่นกรอง Relaunch ครั้งที่ 2 ในตำแหน่งที่ไม่มีผู้สมัครหรือมีผู้สมัคร แต่ไม่มีผู้เหมาะสม หรือตำแหน่งที่มีการสละสิทธิ์ หรือตำแหน่งใหม่ตามความต้องการของธุรกิจ หรือตำแหน่งงานชั่วคราว แต่ประสงค์จะสละสิทธิ์ สามารถสละสิทธิ์ในตำแหน่งงานนั้นได้ และสมัครเข้าโครงการ MSP B หรือ MSP C ตามสิทธิของพนักงาน

3.4) หากพนักงานไม่ได้รับตำแหน่งในกระบวนกลั่นกรอง Relaunch ครั้งที่ 2 หรือไม่ประสงค์จะแสดงความจำนงใด ๆ พนักงานสามารถสมัครเข้าโครงการ MSP B หรือ MSP C ได้ตามสิทธิต่อไป

อย่างไรก็ตามสำหรับพนักงานที่สมัครเข้าโครงการ MSP B และ MSP C จะได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์บัตรโดยสารสำหรับโครงการ MSP B และ MSP C ตามเงื่อนไขของแต่ละโครงการและจะมีระยะเวลาการจ่ายค่าตอบแทนไล่เรียงกันไปตามช่วงเวลาที่พนักงานสมัครเข้าโครงการ ส่วนกำหนดเวลาการจ่ายเงินบำเหน็จของ MSP B จะเริ่มจ่ายในเดือนมิถุนายน 2564 โดยผ่อนชำระ 4 งวด และโครงการ MSP C เริ่มจ่ายเดือนกันยายน 2564 ผ่อนชำระ 4 งวดเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ในการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างของพนักงานทั้งหมด บริษัทฯ ได้ดำเนินการและพิจารณาอย่างรอบคอบรัดกุม ภายใต้กรอบกฎหมายล้มละลาย และกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยคำนึงถึงสถานการณ์ของบริษัทฯ และความเป็นธรรมต่อพนักงานอย่างที่สุด เพื่อให้การบินไทยกลับมาเป็นองค์กรที่แข่งขันได้ สามารถสร้างความภูมิใจแก่ประเทศไทยได้ในฐานะที่เป็นสายการบินแห่งชาติที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ

‘บิ๊กตู่’ แจงทุกเรื่อง!! ลั่นหยุดสักทีพวกเที่ยวที่อโคจร!! เตือนนักการเมืองเป็นบทเรียน บอกตัวเองไม่เคยไปมาหลายสิบปี ส่วนตอนหนุ่มๆ คนละเรื่อง พร้อมขู่ฟ้องคนโยง ‘ไทยคู่ฟ้าคลับ’ ยันไทยไม่ได้ฉีดวัคซีนช้ากว่าใคร แจงต้องยึดความปลอดภัย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังร่วมกับคณะแพทย์ ประชุมคณะกรรมการศูนย์บริหารป้องกันโควิด-19 (ศบค.) ชุดเล็กว่า ขอให้พวกเราทุกคนระวังตัวไว้ด้วยกับสถานการณ์ในวันนี้ ซึ่งการที่ตนบอกว่าอะไรจะเกิดมันต้องเกิดนั้น เพราะตราบใดที่ยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ทั้งหมด เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องแก้ไขกันต่อไปไม่มีอะไรจบปุ๊บปั๊บ เพราะเป็นเรื่องเชื้อโรค เราต้องมองไปข้างหน้าด้วยว่าหลังโควิดแล้วอะไรจะเกิดขึ้นอีก เช่น เชื้อสายพันธุ์ใหม่

นายกฯ ย้ำว่าตนให้ความสำคัญทุกช่วงให้เมื่อยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งวันนี้ได้พูดคุยทำความเข้าใจกันกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข รวมทั้งได้เชิญตัวแทนโรงพยาบาลเอกชน มาด้วย โดยหารือหลักการนำเข้าวัคซีนเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง แต่ปัญหาคือต้องไปแก้ไขเรื่อง อย.และเภสัชด้วย เพื่อพิจารณาการนำเข้าวัคซีน เพราะย้ำว่าเป็นการใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงให้ไปหาทางว่าจะเอาเข้ามาได้อย่างไร เพื่อเป็นวัคซีนทางเลือก วันนี้เราจึงเดินหน้าเรื่องวัคซีนทางเลือก โดยหารือกับผู้ผลิตด้วย เพราะมีหลักการหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนยินดีที่โรงพยาบาลเอกชนจำนวนมากอยากหาวัคซีนช่วยรัฐบาล ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยปิดกั้นอยู่แล้ว แต่มีปัญหาในเรื่องการนำเข้า ซึ่งเกี่ยวกับต่างประเทศด้วย จึงต้องไปปลดล็อคตรงนี้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีวัคซีนเข้ามาแล้ว 3.5 แสนโดส และในเดือนเม.ย.นี้ จะเข้ามาเพิ่มเติม 1.5 ล้านโดส และจะเข้ามาตามลำดับ เว้นแต่มีปัญหาที่ต้นทาง ซึ่งจะควบคุมได้ยาก ส่วนที่จำนวนผู้ติดเชื้อมีเพิ่มขึ้น 300-400 ที่ทำให้ตระหนกกันนั้น ยืนยันว่าเราควบคุมได้ โดยหาตัวมาเข้าสถานกักตัว เข้ารับการรักษา และเตรียมโรงพยาบาลสนาม ซึ่งเตรียมการไว้ทั้งหมด หากสถานการณ์แพร่ระบาดมากขึ้น

ย้ำว่านายกฯ ไม่เคยทอดทิ้งใคร ขณะเดียวกันวันนี้ได้ข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หมอและพยาบาลติดเชื่ออีก ดังนั้นทำอย่างไรไม่ให้มีการระบาดในโรงพยาบาลจึงต้องมีโรงพยาบาลสนามไว้ตรวจคัดกรอง นอกจากนี้ยืนยันว่าน้ำยาตรวจมีเพียงพอ ไม่มีปัญหาอะไร

นายกฯ กล่าวย้ำว่า วันนี้ขอให้ทุกคนระมัดระวังตัวเองเว้นระยะห่างสวมหน้ากากและล้างมือและเว้นไปในที่อโคจร ระมัดระวังตัวเอง ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไปสั่งห้ามคนไม่ให้ไปไม่ได้ มีอย่างเดียว คือ สั่งปิดสถานบริการ ซึ่งวันนี้ สั่งปิดเพิ่มอีกใน 41 จังหวัดตามมาอีก แล้วใครเดือดร้อน ซึ่งเราโทษใครไม่ได้ แต่ทุกคนต้องทำเพื่อคนไทยซึ่งนายกฯ เข้ามาเพื่อแบบนี้

นอกจากนี้ในพื้นที่เสี่ยง กลุ่มเสี่ยงและกิจกรรมเสี่ยง ต้องได้รับการดูแลโดย สงกรานต์ปีนี้ขอให้เป็นสงกรานต์ปลอดภัย เป็นแบบ New Normal การไปรดน้ำพระหรือไปที่ที่มีคนจำนวนมากยังอันตรายทั้งหมด จึงขอให้รดน้ำคนที่บ้าน สิ่งสำคัญนอกจากไหว้พระแล้ว ต้องทำกุศลให้คนอื่นปลอดภัยด้วย มีจิตสำนึกรู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ นอกจากนี้ยังมีความเป็นห่วงในช่วงรอมฎอนด้วย ขอให้ระมัดวังที่สุด เพราะสถานการณ์โควิดทั่วโลกยังไม่หยุด มีคนติดเพิ่มเป็นหมื่น ๆ บางประเทศตายเป็นแสน ๆ แต่ของเราไม่ได้จะว่ามากหรือน้อย เพราะชีวิตคือชีวิต

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการฉีดวัคซีนอย่ามองว่าฉีดช้าหรือเร็ว ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่มีอยู่ ทั้งนี้หลายประเทศไม่ต้องจัดหา วัคซีนเองด้วยซ้ำ เช่นประเทศมีรายได้ร้อย แต่เป็นการฉีดให้ทดลองก่อนแล้วเรากล้าหรือไม่ ดังนั้นไม่ใช่ช้ากว่าเขา ถ้าวัคซีนมีฉีดได้หมด แต่เราไม่ใช่วัคซีนบริจาคซื้อเอง เพราะเรารายได้ปานกลาง ค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันวันนี้เราต้องบริหารความเข้าใจให้ได้ลดความแตกแยก เพราะทุกคนเป็นคนไทยและสำคัญทั้งหมด ซึ่งตนเองในมุมหนึ่งเป็นนายกฯและนักการเมือง แต่ก็เป็นประชาชนเหมือนทุกคน

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันได้ตั้งคณะทำงานโดยมี นพ.ปิยสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษาศูนย์ศบค. เป็นประธานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมและบริหารการฉีดวัคซีน โดยต้องฉีดให้ได้ อย่างน้อย 45 ล้านคนทั้งประเทศ

เมื่อถามถึง ความเป็นไปได้ในการลดขั้นตอนการนำเข้าวัคซีนของ ภาคเอกชนได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนพร้อมที่จะลดขั้นตอน แต่ต่างประเทศเขาไม่ยอมลด เพราะมีมาตรฐานที่ทั้งโลกต้องดำเนินการ แต่ปัญหาหลักคือตอนนี้ต่างประเทศจะขายให้เราหรือไม่ เนื่องจากตอนนี้ก็มีการแย่งวัคซีนกัน ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้ดำเนินการช้าไปกว่าประเทศอื่น อย่างในประเทศอินเดียที่เป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่จากบริษัทแอสตราเซเนกา ยังประสบปัญหาผลิตไม่ทัน เพราะคนติดเชื้อมากขึ้น ส่วนสถานการณ์การติดเชื้อภายในประเทศไทยก็มีมากขึ้น แต่ที่สำคัญคือต้องไม่เจ็บและไม่ตาย รักษาให้ได้ ซึ่งขณะนี้ยารักษาภายในประเทศนั้นเพียงพอ ส่วนวัคซีนนั้นสามารถป้องกันได้ แต่ไม่ใช่ป้องกันได้ 100% เป็นเพียงการเพิ่มภูมิต้านทานให้ติดเชื้อยากขึ้น ไม่ใช่ว่าฉีดวัคซีนแล้วจะไปในสถานที่อโคจร ไม่เช่นนั้นก็ติดอยู่ดี

ส่วนเมื่อถามถึงกรณีที่โรงพยาบาลเอกชนไม่รับตรวจโควิด-19 นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เกิดจากสาเหตุเตียง โรงพยาบาลเอกชนไม่เพียงพอ หากรับตรวจเมื่อพบว่าติดเชื้อก็ต้องรักษา จึงต้องนำผู้ป่วยนี้ดึงออกมาอยู่ในโรงพยาบาลสนาม และยืนยันว่าขณะนี้เองโรงพยาบาลเอกชนสามารถตรวจได้แล้วและมีน้ำยาเพียงพอ พร้อมอธิบายว่าหากรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อทั้งหมดจะไม่สามารถรักษาโรคปกติได้ ซึ่งต้องมีการบริหารคนหมู่มาก

ส่วนแผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นเพียงแผน หากดำเนินการไม่ได้ก็ไม่ทำตามแผน ซึ่งหากจะบังคับใช้ได้จริงจะต้องออกมาเป็นคำสั่งไม่ใช่แผน รวมถึงการเจรจากับประเทศ เช่น มีวัคซีนพาสปอร์ตหรือไม่ พร้อมย้ำว่าแผนการเปิดประเทศไม่ใช่เปิดโล่งทั้งหมด ต้องดูด้วยว่าประเทศเพื่อนบ้านเขาเปิดหรือไม่ ทุกวันนี้ต้องย้ำเรื่องเศรษฐกิจค้าขายเป็นหลัก ทั้งต้องเตรียมวัคซีนให้พร้อมในพื้นที่ท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งทำอะไรต้องเป็นกลางเสมอ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เท่าเทียม รับฟังความคิดเห็นว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้บ้าง ไม่ใช่เพียงแค่คิดแล้วสั่งโครมๆ ลงไปเลย

ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ที่นักการเมืองหรือรัฐมนตรีบางคนยังเดินทางไปที่อโคจร รัฐบาลจะเรียกความเชื่อมั่นได้อย่างไรนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ไก่เกิดก่อนไข่หรือไข่เกิดก่อนไก่ ใครจะไปที่ไหนมาก็รู้ตัวอยู่แล้ว รัฐบาลจะไปห้ามก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล วันนี้ตนมองว่าเป็นบทเรียนพอสมควรแล้ว ขอให้หยุดกันเสียที เพราะหากใครติดเชื้อก็ต้องรักษา ซึ่งเป็นบทเรียนว่าสถานที่อโคจร ไม่ควรไป เพราะนายกฯ ก็ไม่เคยไปไหนเลยกว่า 10 ปีแล้ว ไม่เคยออกจากบ้านไปไหนเลย แต่สมัยหนุ่มๆ ก็คงคนละเรื่อง แต่ไม่ไปขนาดนี้

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ว่า มีการรายงานการกักตัวเข้ามาให้ทราบ ซึ่งเขาก็โอเค และตนได้สั่งการให้ทำงานอยู่ที่บ้าน ผ่านการประชุมระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ สั่งงานผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ไม่ใช่ 14 วันและจะหายไปเลย ทุกคนมีความรับผิดชอบ ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาใดก็รับผิดชอบ จึงขอทุกคนรับผิดชอบไปกับตนเองด้วยรวมถึงสื่อมวลชนด้วยว่าจะทำยังไงให้บ้านเมืองสงบ

ส่วนกรณี ที่รัฐสภามีการเลื่อนพิจารณาร่างประชามตินายกรัฐมนตรีย้อนถามว่าเพราะอะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เพราะมีการติดเชื้อโควิด ซึ่งตนจะไปบังคับใครไม่ได้เนื่องจากเป็นเรื่องของสภาฯ เมื่อมีการระบาดสมาชิกก็กลัวจะติดไปด้วย ยืนยันว่าตนจะไม่เข้าไปยุ่งกรณีที่ร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้จะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะหลายอย่างที่เสนอผ่านรัฐบาลไปแล้วเป็นสิ่งที่เห็นชอบและจะไปควบคุมไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายอะไร เพราะทุกคนมีความคิดไม่ต้องไปสั่งเขา

ส่วนการออกมาตรการของจังหวัดที่ออกมาควบคุมป้องกันการแพทย์ระบาดนั้น นายยกรัฐมนตรี กล่าวว่า มี 2 อย่าง คือ จังหวัดจะจัดการพื้นที่อย่างไรที่มีการระบาดอย่างไร และจะเข้าไปอย่างไร และอีกประการคือคนที่จะเข้าไป มาจากพื้นที่ใดบ้าง ทั้งนี้ต้องคำนึงด้วยว่า การเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ถึงจังหวัดปลายทางจะรับหรือไม่ ส่วนจะเพิ่มพื้นที่หรือไม่ ศบค. จะเป็นผู้แถลงชี้แจง และในวันนี้ สถานบันเทิงก็มีปิดตัวลงและได้รับความเดือดร้อนด้วย อีกทั้งตนยังได้สั่งตำรวจดูแลในเรื่องของอุปกรณ์การตรวจวัดแอลกอฮอล์ในจุดตรวจด่านแอลกอฮอล์เพื่อลดการแพร่ระบาดด้วย โดยยืนยันว่ามีการเปลี่ยนหลอดเป่าอยู่ตลอดไม่ใช่การเป่าปี่หรือดูดแต่อย่างใด

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง กรณีที่มีการโยงสถานบันเทิงกับตึกไทยคู่ฟ้าว่า กำลังสั่งการให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าผิดกฎหมายหรือไม่ การใช้คำว่าไทยคู่ฟ้า ไปทำโน้นทำนี้ คงไม่ใช่ ขอให้ระวังกันด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top