Saturday, 17 October 2026
Hard News Team

คลังเปิดยอดใช้ “เราชนะ” เงินหมุนลงเศรษฐกิจเกือบแตะ 2 แสนล้าน

กระทรวงการคลังรายงานความคืบหน้าของโครงการเราชนะ ล่าสุดวันที่ 8 เมษายน 2564 โดยจำนวนผู้ใช้สิทธิผ่านโครงการ 32.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 192,930 ล้านบาท โดยประเภทที่คนใช้สิทธิมากที่สุดคือ ร้านค้าทั่วไปและอื่น ๆ รวมกันถึง 77,729 ล้านบาท รองลงมาคือ ร้านธงฟ้า ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านโอทอป ร้านค้าบริการ และการขนส่งสาธารณะ ซึ่งล่าสุดมีผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1.3 ล้านกิจการ

ทั้งนี้เมื่อแยกเป็นกลุ่ม พบว่า ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมพาภันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 72,167 ล้านบาท, ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ http://www.เราชนะ .com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ แล้ว จำนวน 16.8 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 2564 เป็นต้นมา จำนวน 108,818 ล้านบาท 

ส่วนสุดท้าย คือ ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.3 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 11,945 ล้านบาท 

ป.ป.ส. จับมือขนส่ง และหน่วยงานภาคีเปิดปฏิบัติการรณรงค์ลดการใช้ยาเสพติดในผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลสงกรานต์กลับบ้านปลอดภัย ไร้ยาเสพติดและแอลกอฮอล์

วันที่ 8 เมษายน 2564 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบยาเสพติด มอบหมายให้ นายสุนทร ชื่นศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ปปส.กทม. เปิดปฏิบัติการป้องกันการใช้ยาเสพติดในผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ ประจำปี 2564 ภายใต้คำขวัญ "สงกรานต์กลับบ้านปลอดภัย ไร้ยาเสพติดและแอลกอฮอล์" โดยมีหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล กรมการขนส่งทางบก บริษัทขนส่งจำกัด จำนวนกว่า 80 คน ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต) ทั้งนี้การดำเนินกิจกรรมอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-2019) ซึ่งเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข

มติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 กำหนดให้มีวันหยุดยาวสงกรานต์ ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 10 - 15 เมษายน 2564 รัฐบาล โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สนับสนุนให้ประชาชนท่องเที่ยวตามแบบชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนาให้ประชาชน และให้ความสำคัญเรื่องการลดความต้องการใช้ยาเสพติดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามนโยบาย สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายลดความต้องการใช้ยาเสพติดในกลุ่มผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ และประชาชนผู้ใช้บริการ

โดยรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ และความเข้าใจในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในการป้องกันตนเอง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ายาเสพติด และไม่รับฝากของจากคนแปลกหน้า เพราะจะกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-2019) และเป็นไปตามหลักสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

โดยรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ และความเข้าใจในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในการป้องกันตนเอง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ายาเสพติด และไม่รับฝากของจากคนแปลกหน้า เพราะจะกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-2019) และเป็นไปตามหลักสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด


 

“บิ๊กตู่” สั่งเหล่าทัพ เตรียมความพร้อม รพ.สนามกว่า 3,000 เตียง รองรับสถานการณ์โควิด-19

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหม โดยทุกเหล่าทัพ อยู่ระหว่างเร่งจัดเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลสนาม ตามสั่งการของ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่พบผู้ติดเชื้อมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยปัจจุบัน ได้จัดเตรียมพื้นที่หน่วยทหารจำนวน 10 แห่ง พร้อมบุคลากรแพทย์ทหาร สนับสนุนจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม จำนวนกว่า 3,000 เตียง ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล  ทั้งนี้ ทุกเหล่าทัพอยู่ระหว่างทำการสำรวจเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาหน่วยทหารให้เป็นพื้นที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคที่อาจรุนแรงและขยายตัวเป็นวงกว้างขึ้นต่อไป

สุชาติ รมว.รง. แจงมติ ครม. เห็นชอบขยายเวลาสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 ได้ถึง 30 มิ.ย. 64

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างประกาศ กระทรวงแรงงาน เรื่อง ขยายกำหนดเวลาแสดงความจำนง เป็นผู้ประกันตน และการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 พ.ศ. .... เพื่อช่วยเหลือเยียวยาภายหลังช่วงวิกฤติสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ให้ผู้ประกันตนได้มีโอกาสกลับเข้าสู่ระบบประกันสังคม และได้รับสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยเห็นชอบให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้เสนอให้มีการขยายระยะเวลารับสมัครผู้ประกันตน 33 ที่สิ้นสภาพแล้ว 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 หากประสงค์อยู่ในระบบประกันสังคมต่อไป สามารถแสดงความจำนงเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ภายใน 30 มิถุนายน 2564 พร้อมกันนี้ 

มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังเห็นชอบให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ขยายกำหนดเวลาให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 สามารถนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม สำหรับเงินสมทบที่ต้องนำส่งประจำงวดเดือนมีนาคม 2563 ถึงงวดเดือนพฤษภาคม 2564 ให้นำส่งภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2564 อีกด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า การขยายกำหนดเวลาแสดงความจำนง เป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่สิ้นสภาพ และการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตน ตามมาตรา 39 ในครั้งนี้ จะช่วยรักษาสถานภาพการเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 39 และสิทธิความคุ้มครอง จากสำนักงานประกันสังคมตามพระราชบัญญัติประกันสังคม ประมาณ 207,000 คน สำหรับขั้นตอนของการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว ตนได้เร่งให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการเพื่อให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ได้ทันภายในกำหนด จึงขอให้ผู้ประกันตนมั่นใจการดำเนินงานของกระทรวงแรงงานในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของผู้ประกันตนให้ตรงจุด และทันท่วงที เพื่อสร้างสรรค์หลักประกันที่มั่นคงและเป็นที่พึ่งอยู่เคียงข้างผู้ประกันตนตลอดไป

“ลุงพล - ป้าแต๋น” โร่ร้อง กมธ.กฎหมาย ขอความเป็นธรรมถูกสื่อคุกคาม

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรรับเรื่องร้องเรียนจากนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล แห่งบ้านกกกอก พร้อมด้วยนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าว อาทิ อมรินทร์ทีวี ไทยรัฐทีวี และทีวีช่อง 8 คุกคามสิทธิมนุษยชน และมีการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริง จนทำให้นายไชย์พลและครอบครัวได้รับความเดือดร้อน จึงต้องมาร้องขอความอนุเคราะห์ และความเป็นธรรมต่อกรรมาธิการฯให้ช่วยให้ความเป็นธรรมด้านนายสิระ กล่าวว่า จะรับเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯเพื่อพิจารณาหาข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป

ชี้! รมว.สุชาติฯ มอบ 3 นโยบายเร่งด่วน เดินหน้าภารกิจกรมการจัดหางาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมกรมการจัดหางาน ครั้งที่ 3/2564 มอบ 3 นโยบาย บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวเร่งตรวจโควิด-19 ส่งเสริมการจัดหางานให้คนไทยมีงานทำ และส่งเสริมแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ตลอดจนคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานขอเน้นย้ำนโยบายในการปฏิบัติราชการครึ่งปีหลังของกรมการจัดหางานที่จะต้องปฎิบัติอย่างเร่งด่วน 3 ด้าน ได้แก่

1.) ด้านการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว

2.) ด้านการส่งเสริมการจัดหางานให้คนไทยมีงานทำ

3.) ด้านการส่งเสริมแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ แก่รักษาราชการอธิบดีกรมการจัดหางาน ผู้บริหารระดับสูง และข้าราชการกรมการจัดหางาน โดยเน้นการบริหารจัดการการแพร่ระบาดโควิด-19 ในแรงงงานต่างด้าวโดยการเร่งตรวจคัดกรองโควิด-19 การบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่เพื่อส่งเสริมการมีงานทำสำหรับผู้จบการศึกษาใหม่ และเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน และการหาแนวทางเพิ่มการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางาน รับข้อสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หลังได้รับฟังการรายงาน และติดตามผลการปฎิบัติงานตามภารกิจด้านต่างๆจากจัดหางานจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดเร่งสำรวจ ตรวจสอบ ข้อมูลแรงงานต่างด้าวในพื้นที่เพื่อประสานกับสาธารณสุขจังหวัด เข้าตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 และทำประกันสุขภาพให้แล้วเสร็จภายใน 16 มิถุนายน 64  

ในส่วนการส่งเสริมการมีงานทำให้คนไทย ให้ดำเนินการเชิงรุก สร้างความเข้าใจแก่นายจ้าง / สถานประกอบการ / สถานศึกษา ถึงผลดีและการปรับเปลี่ยน เงื่อนไขต่าง ๆ ของโครงการที่ขณะนี้มีความพร้อมในการรองรองรับผู้เข้าร่วมโครงการ และในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ ให้เร่งปรับปรุง กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดส่งแรงงานไทย เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งอาจมีการเจรจาเพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ

ทิศทางส่งออกเครื่องมือแพทย์ของไทยอนาคตสดใส

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของไทยกำลังขยายตัวด้วยดี เติบโตเฉลี่ย 9 - 10% โดยปี 63 สินค้าเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ส่งออกรวม 23,314 ล้านบาท และสินค้าถุงมือยางส่งออกรวม 72,680 ล้านบาท  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และศูนย์กลางการส่งออกเครื่องมือแพทย์ ที่สำคัญการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้ผู้นำเข้าได้รับรู้ถึงศักยภาพของไทยที่พร้อมเป็นประเทศส่งออกสินค้าประเภทนี้มากขึ้น 

ทั้งนี้ กรมฯ ได้เร่งรัดแผนการส่งออกสินค้าสินค้าเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ เพื่อขยายตลาดการส่งออกสินค้าไทยในช่วงที่ไวรัสโควิดแพร่ระบาด โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจการค้าออนไลน์สินค้าไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นสินค้าชุดป้องกันทางการแพทย์ พีพีอี และชุดเสื้อคลุม ส่วนครั้งสองเป็นกลุ่มสินค้าเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้เพิ่มสินค้านวัตกรรมทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ ไปด้วย โดยคาดจะมีมูลค่าซื้อขายภายใน 1 ปี 118.40 ล้านบาท  

นายสมเด็จ กล่าวว่า ทั่วโลกมีความต้องการสินค้าเครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ชุดป้องกัน พีพีอี สินค้านวัตกรรมทางการแพทย์อื่น ๆ ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย ผู้ที่มีความเสี่ยง หรือประชาชนทั่วไปในแต่ละประเทศทั่วโลก เพิ่มมากขึ้น เพื่อใช้รับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้ทันท่วงที ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสที่ไทยจะเร่งเข้าไปขยายตลาดส่งออกในสินค้ากลุ่มนี้มากขึ้น

ม.หอการค้า ประเมินผลกระทบโควิดระบาดระลอกใหม่ ทุบดัชนีเชื่อมั่น มี.ค. วูบ คาดฉุดกำลังซื้อหดหาย 3 - 5 หมื่นล้านบาทต่อเดือน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า การระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯผ่านสถานบันเทิง ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่มาจากอังกฤษที่แพร่กระจายได้รวดเร็วขึ้นนั้น ส่งผลกับความมั่นใจและกำลังซื้อของประชาชนทำให้มีความวิตกกังวลต่อการใช้จ่ายและการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมองว่าจะทำให้เงินจากการบริโภคของประชาชนหายไป 5 - 10% หรือ อยู่ที่ประมาณ 30,000 - 50,000 ล้านบาทต่อเดือน

ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์ฯ ยังประเมินว่าการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่จะสามารถคลี่คลายได้ภายใน 1 - 2 เดือน ส่งผลทำให้เม็ดเงิน หายออกไปจากระบบเศรษฐกิจประมาณ 60,000 - 100,000 ล้านบาท หรือ กระทบกับจีดีพี 0.3 - 0.5% โดยยังมีปัจจัยหนุนการส่งออกที่เริ่ม ปรับตัวดีขึ้นหลังจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ในขณะที่การค้าชายแดนยังคงทำการค้าได้ จึงยังคงประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้ไว้ในกรอบเดิมที่ 2.5 - 3.0% ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีการประกาศล็อกดาวน์ประเทศและห้ามการเดินทางในประเทศเป็นสำคัญ

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนมี.ค. 2564 จากสำรวจภาคเอกชน 369 ราย ระหว่างวันที่ 23 - 29 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ธุรกิจทุกจังหวัดส่วนใหญ่ 94% ระบุว่าเศรษฐกิจและการค้า อยู่ในภาวะแย่ลงและไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ส่งผลต่อกิจกรรมต่าง ๆ ยังไม่กลับเท่าปี 2562 กังวลเสถียรภาพทางการเมืองและการชุมนุมทางการเมือง ส่วนราคาพืชผลเกษตรดีแต่ด้วยบางพื้นที่เจอภัยแล้งผลผลิตต่ำลงจึงกระทบต่อรายได้ที่ได้รับลดลง

คลื่นสึนามิ ของการรัฐประหารยึดอำนาจฝ่ายการเมืองในพม่ายังมีพลังไม่หยุดนิ่ง ล่าสุดเกิดเหตุปฏิวัติเงียบกลางสถานทูตพม่าในกรุงลอนดอน โดยรองเอกอัครราชทูต ‘ชิต วิน’ สั่งปิดประตูไม่ให้ ‘นาย จอ ซวา มินน์’ เอกอัครราชทูตพม่าประจำกรุงลอนดอนเข้าไปปฏิบัติหน้าที่

คาดการณ์ว่า ปฏิบัติการยึดอำนาจภายในสถานทูตพม่า เกิดจากคำสั่งตรงของฝ่ายรัฐบาลทหารพม่า อันเนื่องจาก ท่านทูต จอ ซวา มินน์ ต่อต้านการทำรัฐประหารในพม่า และได้เคยเข้าพบ นายโดมินิค ราบ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษช่วยกดดันรัฐบาลทหารพม่าให้ปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี ที่ถูกฝ่ายกองทัพจับกุมตัวไว้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และอาจถูกดำเนินคดีข้อหาคอร์รัปชัน ที่มีโทษจำคุกถึง 15 ปี

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า นายชิต วิน รองเอกอัครราชทูตที่ได้ยึดอำนาจการบริหารภายในสถานทูตพม่าว่า ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทหารพม่า จึงทำให้มีแรงหนุนมากพอที่จะขับนาย จอ ซวา มินน์ ให้พ้นจากตำแหน่งด้วยวิธีนี้ และเริ่มมีการขับเจ้าหน้าที่สถานทูตที่อยู่ในสายงานของนาย จอ ซวา มินน์ ออกนอกสถานทูตแล้ว

ด้านท่านทูต จอ ซวา มินน์ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ขณะยังคงยืนวนเวียนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าสถานทูตพม่าว่า "นี่คือการรัฐประหารอย่างหนึ่ง ณ ใจกลางกรุงลอนดอน เห็นไหมครับ เขายึดสถานทูต เขายึดที่ทำงานของผมไป"

ทันทีที่มีข่าวการยึดอำนาจในสถานทูตพม่าประจำกรุงลอนดอน ก็มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุ้มกันที่หน้าสถานทูตจำนวนหนึ่ง เพราะหวั่นการเกิดเหตุชุมนุมประท้วงโดยชาวพม่าที่พำนักอยู่ในอังกฤษ และอาจทำให้เกิดความรุนแรงได้ ซึ่งตอนนี้มีรายงานว่า เริ่มมีชาวพม่ามามุงดูที่หน้าสถานทูตบางส่วนแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศได้พยายามติดต่อรัฐบาลทหารพม่า เพื่อสอบถามรายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด จึงไม่อาจแน่ใจว่าคลื่นสึนามิการรัฐประหารของฝ่ายกองทัพพม่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด และการยึดอำนาจในสถานทูตพม่าอาจไม่ได้หยุดแค่ที่ลอนดอนก็เป็นได้


อ้างอิง

https://www.bbc.com/news/world-asia-56670524

https://www.straitstimes.com/world/europe/myanmar-ambassador-to-london-locked-out-of-embassy-after-breaking-with-military


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top