Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

สุโขทัย - น่าน ชูเอกลักษณ์-วัฒนธรรมเด่น ขึ้นแท่นติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก 

น.อ.อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำบลเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย และตำบลในเวียง จังหวัดน่าน ได้รับการประกาศเป็นสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แหล่งของโลก (ท็อป 100) ประจำปี 64 ซึ่งจัดอันดับโดยหน่วยงานระดับโลก คือ กรีน เดสทิเนชั่น ฟาวน์เดชั่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับคณะผู้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก หรือไอทีบี เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งจะทำให้ทั้ง 2 จังหวัดได้รับการประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงการเผยแพร่ข่าวสารไปยังนักท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาสู่ประเทศไทยต่อไป 

“สงคราม” แนะ “บิ๊กตู่” ช่วยประชาชนต้องจริงใจอย่าคิดเอง อัดเสียดายเวลารัฐออนทัวร์ชี้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากการลงพื้นที่ของรัฐบาล

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปจังหวัดต่างๆอ้างว่าไปตรวจราชการ แต่ในความเป็นจริงเป็นการเดินทางไปหาเสียงมากกว่า เพราะมีการระดมส.ส.เดินตามเพื่อวัดพลังในพรรคพลังประชารัฐ เจตนาของพลเอกประยุทธ์ไปเพื่อการเมืองมากกว่าไปเพื่อช่วยประชาชน 

นอกจากนี้หน่วยงานราชการในพื้นที่ต้องเกณฑ์ประชาชนมารอต้อนรับ มาชียร์ให้นายกสู้ สู้ ไปเพื่อการนี้เท่านั้น พลเอกประยุทธ์ไม่ได้จริงใจที่จะลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแท้เจริงและการวัดพลังในพรรคการร่วมรัฐบาล ดังนั้นประชาชนไม่ได้อะไรจากการลงพื้นที่ ของพลเอกประยุทธ์และคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา  

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า การเยียวยา หรือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ควรเยียวเป็น “เงินสด” เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกคนสามารถใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น รวมทั้งสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนได้ เพราะการจ่ายเป็นเงินสดประชาชนสามารถนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นผลทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนด้วย 

‘บีโอไอ’ โชว์เทพ!! สร้างความสำเร็จจับคู่ธุรกิจผ่านออนไลน์ 248 คู่ เชื่อมโยงมูลค่าซื้อขายชิ้นส่วนกว่าพันล้านบาท

บีโอไอเผยตัวเลขการจัดงาน SUBCON Thailand 2021 Virtual Edition รูปแบบออนไลน์เต็มรูปแบบครั้งแรก จับคู่ธุรกิจได้มากถึง 248 คู่ คาดสร้างมูลค่าการซื้อขายชิ้นส่วนในอนาคต 952 ล้านบาท ตลอด 8 วันพบผู้เข้าชมงาน 2,833 ราย มีผู้สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนา 29 หัวข้อผ่านแพลตฟอร์มมากถึง 2,695 คน 

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ผลการจัดงาน SUBCON Thailand 2021 Virtual Edition งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และการจับคู่ธุรกิจชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน ระหว่างวันที่ 20 - 27 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่จัดงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ และตลอดการจัดงาน 8 วัน มีผู้เข้าชมงานจำนวน 2,833 ราย จาก 16 ประเทศ โดย 5 อันดับแรกของผู้เข้าชมงาน คือ ไทย, อินเดีย, เวียดนาม, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ตามลำดับ ในกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจที่เป็นไฮไลต์ของงานทุกปี

สำหรับปีนี้มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ ผู้ซื้อในประเทศที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างชัดเจน อาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์, อีซูซุมอเตอร์, ดูคาติ มอเตอร์, เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และ อีเลคโทรลักซ์ เป็นต้น ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสะท้อนการเปลี่ยนแปลงการจัดการซัพพลายเชนของบริษัทใหญ่ๆ เหล่านี้ โดยมีการปรับแผนการจัดซื้อจัดหาชิ้นส่วนในอนาคตจากแหล่งที่มีความเสี่ยงลดลง หรือกระจายความเสี่ยงในการจัดหาแหล่งผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น แทนการซื้อจากแหล่งเดียว ส่วนผู้ซื้อจากต่างประเทศก็จะมาจากแหล่งที่เป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญๆ ของโลก เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลี, ยุโรป, สหรัฐอเมริกา, อินเดีย และอาเซียน เกิดการจับคู่ธุรกิจได้มากถึง 248 คู่ สร้างมูลค่าการซื้อขายชิ้นส่วนประมาณ 952 ล้านบาท 

ศิริกัญญา-วิโรจน์ ฟังปัญหาเกษตรกรเลี้ยงวัว ชี้ รัฐบาลเยียวยาลัมปีสกินล่าช้า

(14 ต.ค. 64) ศิริกัญญา ตันสกุล, วิโรจน์ ลักขณาอดิสร, สุรวาท ทองบุ, ทวีศักดิ์ ทักษิณ ผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย อดิศักดิ์ สมบัติคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 4 พรรคก้าวไกล และทีมจังหวัดมหาสารคาม ลงพื้นที่ตลาดนัดโค-กระบือ ต.วังไชย อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เพื่อรับฟังปัญหาเกษตรกรที่เดือดร้อนจากการระบาดของโรคลัมปีสกินในวัวได้รับการเยียวยาล่าช้า

ศิริกัญญา กล่าวว่า การได้ฟังเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทำให้เข้าใจความยากลำบากของเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวและเห็นว่ามาตรการช่วยเหลือที่ผ่านมาของรัฐบาลไม่ตรงจุด

“รัฐบาลสัญญาว่าจะเพิ่มเงินส่วนต่างค่าชดเชยวัวที่ตายจากโรคลัมปีสกิน แต่รัฐบาลไม่เคยประกาศว่าจะออกมาตรการเยียวยาวัวที่เสียราคาจากการเคยป่วย และผู้ที่อยู่ในธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ได้รับผลกระทบ เขียงเนื้อที่ขาดรายได้ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ขาดรายได้ นายฮ้อยตลาดนัดซื้อขายวัวกระบือที่ขาดรายได้ รัฐบาลไม่เคยมีมาตรการเยียวยาออกมา

“การระบาดที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เกิดจากเกษตรกร แต่เกิดจากรัฐบาลที่รู้ล่วงหน้าจากการเตือนขององค์กรระหว่างประเทศตั้งแต่ปี 2563 แล้ว แต่ยังไม่มีมาตรการใดมาป้องกัน ปล่อยให้ลัมปีสกินระบาดในประเทศไทยได้ ใครกันแน่ที่ควรต้องชดใช้ความเสียหาย”

นายกฯ บอกสื่อ ย้ำหลายครั้งไม่ยุบสภา ไม่ตอบพลังประชารัฐต้าน ‘พีระพันธุ์’

‘พล.อ.ประยุทธ์’ เผย ย้ำหลายครั้งแล้ว ไม่มียุบสภา ขอเดินหน้าแก้ปัญหาประเทศก่อน ทั้งโควิด น้ำท่วม เปิดประเทศ ยันจะดูแลให้ดีที่สุด ไม่ตอบพรรคพลังประชารัฐต้าน ‘พีระพันธุ์’

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 14 ต.ค. 64 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ การรับมือแก้ปัญหาอุทกภัย และการเยียวยาว่า ขอให้เห็นใจบ้างในทุกเรื่อง แต่ตนเองยืนยันจะดูแลให้ดีที่สุด เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ได้หรือไม่ เนื่องจากขอเร่งแก้ปัญหาเรื่องน้ำ แก้ปัญหาเรื่องโควิด แก้ปัญหาเรื่องเปิดประเทศ เรื่องของการฉีดวัคซีน ต่างๆ เหล่านี้ ที่ส่วนตัวได้พูดไปแล้ว ส่วนรายละเอียดต่างๆ ขอให้ติดตามจากโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ศบค.ลดเวลาเคอร์ฟิว เป็น 5 ทุ่ม - ตี 3 ‘ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด’ เปิดได้ถึง 4 ทุ่ม ปรับพื้นที่สีแดงเข้ม เหลือ 23 จังหวัด มีผล 16 ต.ค.นี้

วันนี้ (14 ต.ค. 64) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด -19 (ศบค.ชุดใหญ่) เพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด หลังจากผ่อนคลายและปรับมาตรการกิจการกิจกรรมต่างๆ มาครบ 14 วัน

ล่าสุด ที่ประชุม ศบค. มีมติปรับลดเวลาเคอร์ฟิว การออกนอกเคหสถาน จากเวลา 22.00 น. - 04.00 น. เป็น 23.00 น. - 03.00 น. ของวันรุ่งขึ้น 

นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้ร้านสะดวกซื้อ - ตลาดสด - ตลาดนัด เปิดได้ถึงเวลา 22.00 น.

และอนุญาตให้ศูนย์การค้า - คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดพื้นที่เพิ่ม ยกเว้นสวนน้ำ - สวนสนุก และให้สนามกีฬาทุกประเภท - สวนสาธารณะเปิดได้ตามปกติ แต่ไม่เกิน 22.00 น.

และผ่อนคลายการจัดงานแสดงสินค้า - ศูนย์ประชุม - จัดนิทรรศการได้ไม่เกิน 500 คน พร้อมปรับเพิ่มความจุรถขนส่งสาธารณะไว้ที่ 75% ของยานพาหนะ

“บิ๊กบี้” เปลี่ยนโทรโข่ง “กอ.รมน.” ยกแผงมุ่งปชส.ข่าวความมั่นคง “ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว ทันเหตุการณ์”

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความรักษามั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) ลงนามคำสั่งแต่งตั้งทีมโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำปีงบประมาณ 2565 เพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ และความมั่นคงของรัฐในมิติต่างๆ รวมถึงเผยแพร่เจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน บนพื้นฐานของการให้ข้อมูลข่าวสารที่ “ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว ทันเหตุการณ์”

โดยพล.อ.สิทธิชัย มากกุญชร เป็นโฆษก กอ.รมน. พร้อมด้วย พ.อ.วินธัย สุวารี และพ.ท.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส ปฏิบัติหน้าที่รองโฆษก กอ.รมน. และผู้ช่วยโฆษก กอ.รมน. อีก 3 นาย ประกอบด้วย พันโทหญิง ปรีดิ์พัฒน์ กิจจาทร, ร.อ.หญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล และร.อ.หญิง สวิส รังสรรค์สวัสดิ์ 
  
ซึ่งการแต่งตั้งทีมโฆษก กอ.รมน. ดังกล่าว เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้แก่ประชาชน ถึงบทบาทและภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ ในการพิทักษ์ ปกป้อง รักษาผืนแผ่นดินไทย รวมถึงการป้องกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงของประเทศจากภัยคุกคามให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งทีมโฆษก กอ.รมน. ชุดนี้ประกอบด้วยผู้มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ด้านการประชาสัมพันธ์เป็นอย่างดี พร้อมเป็นกลไกหนึ่งในการเสริมการทำงานของภาครัฐให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ควบคู่การสร้าง ความรู้ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมในสังคม อันจะก่อให้เกิดความสงบสุขและความมั่นคงของสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน

 

"บิ๊กตู่” ยินดี “ฟิทช์ เรทติ้งส์” ประเมินเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในปี 65

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงว่า ขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยินดีกับผลการประเมินของบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ ได้ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้เร็วขึ้นภายในปี 65 โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การกลับมาเปิดธุรกิจอีกครั้ง และสภาพแวดล้อมจากทั่วโลกที่มีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตลอดจนอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทไทยรายใหญ่ต่าง ๆ มีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น 

ทั้งนี้นายกฯ ยอมรับว่า ตามผลการประเมิน ได้สะท้อนถึงมุมมองของภาคเอกชนในต่างประเทศที่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล และการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจของไทย โดยย้ำว่ารัฐบาลพร้อมจะต่อยอดนโยบายที่เป็นประโยชน์กับการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจในประเทศให้แข็งแกร่ง สอดรับกับการเจรจากับต่างประเทศ และในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มปฏิสัมพันธ์ในเวทีโลก ควบคู่กับการพัฒนาด้านสาธารณสุขอย่างครอบคลุมให้ทันต่อสถานการณ์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต  

นายธนกร กล่าวว่า รัฐบาลได้คำนึงถึงมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่สาธารณสุขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะการประกาศเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุดจนเห็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ นำร่องการท่องเที่ยวอีกครั้ง ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยว จนขยายเป็นโครงการอื่น ๆ และนายกรัฐมนตรียังได้ประกาศจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศในวันที่ 1 พ.ย.64 นี้  

เดนมาร์กไฟเขียวทดลองรักษาโควิด-19 ‘แบบสูดดม’ ในมนุษย์ สู้กับเชื้อในทางเดินหายใจ

สำนักข่าวซินหัว รายงานแถลงการณ์จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน (Rigshospitalet) หนึ่งในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดของเดนมาร์ก เมื่อวันจันทร์ (11 ต.ค.) เผยว่าการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แบบสูดดมรูปแบบใหม่ ได้รับการอนุมัติให้ทดลองทางคลินิกในมนุษย์แล้ว

การรักษาดังกล่าวพัฒนาโดยคณะนักวิจัยชาวเดนมาร์ก มีพื้นฐานมาจากแนวคิดของโธมัส บยานชอลต์ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยาคลินิกของโรงพยาบาลฯ

บยานชอลต์แถลงข่าวว่าการรักษาข้างต้นคือ “การสูดดมสารละลายกรดอ่อนที่เข้าไปช่วยระบบภูมิคุ้มกันต่อสู้กับการติดเชื้อในทางเดินหายใจอันมีต้นตอจากแบคทีเรียหรือไวรัส” โดยในขั้นต้นจะมุ่งรักษากลุ่มผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และหวังว่าจะสามารถ “พลิกโฉมการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจประเภทอื่นด้วย”

“มันน่าจะสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อประเภทอื่นได้ด้วย เช่น ปอดบวม ไข้หวัดใหญ่ และวัณโรค ซึ่งทั้งสามล้วนเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนนับล้านทั่วโลกทุกปี” บยานชอลต์กล่าว

'เจ้าของ ลัมโบร์กินี' แจงทุกข้อสงสัย! ยันไม่ไล่เบี้ยกระบะคู่กรณีแม้แต่บาทเดียว

วันที่ 14 ตุลาคม 2564 จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพรถลัมโบร์กินี HURACAN EVO ของ ไฮโซหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าของรถหรู ถูกรถกระบะชนท้าย จนรถได้รับความเสียหาย แต่เจ้าตัวไม่ติดใจเอาความ เพราะคู่กรณีรีบเดินเข้ามาไหว้ขอโทษนั้น

ล่าสุด ไฮโซหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าของรถหรู ได้ออกมาชี้แจงทุกข้อสงสัย โดยระบุว่า "ขออนุญาตชี้แจงคำถามที่ทุกท่านสงสัยนะครับ ไม่ว่าตามกฎหมายผลจะชี้ว่าใครถูกหรือผิด

-ประกันภัยเป็นผู้ซ่อมรถให้ผม โดยผมเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเอง หรือเรียกว่าค่าเสียหายส่วนแรก เพียง 200,000 บาท, ส่วนที่เหลืออยู่ในการดูแลของบริษัทประกันภัยทั้งหมด

-โดยมีการตกลงร่วมกันกับประกันภัยแล้วว่าจะไม่มีการไปไล่เบี้ยกับคู่กรณีต่อแม้แต่บาทเดียว รวมถึงการฟ้องร้องคู่กรณีในอนาคตด้วย

-ทั้งนี้ ตัวผมเองนั้น ก็ได้เสนอช่วยเหลือค่าซ่อมรถให้คู่กรณีทั้งหมด เนื่องจากคู่กรณีไม่มีประกันภัยคิดว่าทุกฝ่ายน่าจะแฮปปี้นะครับ

** การเรียกประกันภัยคือการผ่อนหนักเป็นเบา ให้มีผู้มารับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ให้ โดยการแจ้งอุบัติเหตุในขณะมีคู่กรณี คือการแสดงความบริสุทธิ์ใจให้กับบริษัทประกันภัยด้วยว่าเราไม่ได้ตั้งใจเอาทรัพย์นั้นไปก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นเพราะอุบัติเหตุจริงๆ **

ต้องขอขอบคุณผู้บริหารประกันภัยทุกท่านที่ทำให้เรื่องออกมาด้วยดีด้วยครับ ตัวผมเองต้องขออภัยที่ออกมาชี้แจงช้า เดิมทีมีความตั้งใจจะเล่าเรื่องราวทุกอย่างผ่านทางสื่อและรายการต่างๆ ที่ได้มีการนัดหมายไว้ในสัปดาห์หน้า แต่ในขณะนี้การชี้แจงข้อสงสัยของทุกท่านในตอนนี้เป็นเรื่องสำคัญกว่า ขอบคุณครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top