Monday, 3 August 2026
Hard News Team

‘สมคิด จิรานันตรัตน์’ แนะธนาคาร ลูกค้า หน่วยงานกำกับ ปรับแก้ระบบชำระเงิน กันเงินรั่วไหล ยัน Mobile Banking ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย เพราะโทรศัพท์เป็นทรัพย์สินส่วนตัว 

นายสมคิด จิรานันตรัตน์ ที่ปรึกษานโยบายด้านเทคเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล พรรคกล้า อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงกรณีเงินรั่วไหลจากบัญชีของธนาคารที่เป็นกระแสข่าวอยู่ตอนนี้ว่า จุดรั่วใหญ่สุดน่าจะอยู่ที่ร้านค้าหรือแอปพลิเคชันที่ปล่อยให้มีการชำระผ่านบัตรเครดิต หรือเดบิต ที่หละหลวมเกินไป ทำให้เกิดกรณีการใช้โปรแกรมเดาเลขที่บัตรได้ 

ฉะนั้นวิธีแก้ไขที่ควรเร่งปฏิบัตินั้น สมคิด ได้แนะแนวทางต่อผู้เกี่ยวข้อง 3 ด้านดังนี้...

>> ด้านธนาคาร 
1.) ควรมีระบบ Fraud Detection (ระบบตรวจจับการทุจริต) ที่ป้องกันการเกิดเหตุการณ์ผิดปกติเช่นนี้
2.) ควรมีระบบเตือนให้ลูกค้าทราบทุกๆ รายการทาง Mobile Banking หรือ SMS
3.) ไม่ควรรับการชำระเงินจากร้านค้า หรือแอปพลิเคชันที่หละหลวมเช่นนี้ 

ตร. เตือน ระวังหลอกให้ ‘รัก โลภ หลง’ ภัยออนไลน์ 3 รูปแบบ ย้ำ! ใครก็ตกเป็นเหยื่อได้

วันที่ 20 ต.ค. 2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้มี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

การสร้างความสัมพันธ์ หลอกลวงเหยื่อในลักษณะฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่นให้เกิดความรัก มีทั้ง หลอกรักออนไลน์ (Romance Scam) , หลอกรักชวนลงทุน(Hybrid Scam) ,การข่มขู่กรรโชกทางเพศ(Sex Tortion) ซึ่งมักใช้วิธีการนำภาพผู้อื่นมาสร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ด้วยข้อมูลเท็จ ทำทีเข้ามาสร้างความสัมพันธ์ หลอกล่อด้วยวิธีการต่าง ๆ มากมาย ทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินเงินทอง ไปจนถึงความรัก จนเหยื่อยอมมอบทรัพย์สินให้ หรือยอมถ่ายคลิปลับของตนส่งไปให้คนร้าย และท้ายที่สุดคนร้ายก็จะตัดขาดการติดต่อจากผู้เสียหาย หรือนำคลิปลับมาข่มขู่เรียกเอาเงินจากผู้เสียหาย

ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวและจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ปรากฏว่ายังมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากยังคงตกเป็นเหยื่ออยู่ ไม่ว่าจะเป็น วัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้สูงอายุ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอมาย้ำเตือนพี่น้องประชาชนให้รู้เท่าทัน ถึงการฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

1.) “หลอกให้เกิดความรัก” ใช้ภาพของบุคคลที่หน้าตาดี หล่อ สวย สร้างโปรไฟล์ปลอมให้ดูน่าเชื่อถือ จากนั้นส่งข้อความถึงเป้าหมาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว หลอกให้เกิดความรัก ขอทรัพย์สินเป็นของขวัญ หรืออ้างว่าตนเองหรือบุคคลในครอบครัวต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีเงินเพียงพอ จนเหยื่อหลงเชื่อ มอบทรัพย์สินให้เป็นจำนวนมาก

2.) “หลอกให้เกิดความโลภ” ใช้ภาพของบุคคลที่น่าเชื่อถือ สร้างโปรไฟล์ปลอมให้ดูเหมือนเป็นนักลงทุน มีทรัพย์สินจำนวนมาก จากนั้นส่งข้อความถึงเป้าหมาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ หลอกให้เกิดความโลภ อ้างว่ามีช่องทางการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนสูง โดยใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ลงทุนปลอม หลอกให้เหยื่อสมัครลงทุนที่ไม่มีอยู่จริง หรือได้รับสัมปทานจากรัฐ ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะคนรู้จักเท่านั้น ไม่เปิดเผยต่อคนภายนอก หรืออ้างว่ามีทรัพย์สินของตนจำนวนมาก ติดอยู่ที่ศุลกากร จำเป็นต้องจ่ายภาษี จึงขอให้ผู้เสียหายชำระเงินภาษีให้ โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาไม่มีอยู่จริง จนทำให้เหยื่อหลงเชื่อ มอบทรัพย์สินให้คนร้าย

รัฐบาลอินโดฯ บินด่วนเจรจา Merck ตั้งโรงงานผลิตยา Molnupiravir

สื่อท้องถิ่นอินโดนีเซียรายงานว่ารัฐบาลอินโดนีเซียกำลังเจรจากับบริษัท Merck ของสหรัฐอเมริกา ผู้ผลิต Molnupiravir (โมลนูพิราเวียร์) ยารักษาโควิด-19 เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานผลิตยาดังกล่าวในอินโดนีเซีย

ลูฮัต บินซาร์ ปันด์ไจตัน (Luhut Binsar Pandjaitan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนของอินโดนีเซีย เผยว่า วันนี้ (20 ต.ค.) ตนพร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อเจรจากับบริษัทผู้ผลิตยาในประเด็นดังกล่าว

พร้อมเสริมว่า อินโดนีเซียต้องการเป็นมากกว่าผู้ซื้อ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการลงทุนและตั้งโรงงานผลิตยา Molnupiravir ในอินโดนีเซียในอนาคต

'เต้ พระราม 7' โดนหมายจับพรบ.คอมพ์ นำเข้าข้อมูลเท็จ - หมิ่นประมาท อาจคุก 3 ปี

วันที่ 20 ต.ค. มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ได้ออกหมายจับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในข้อหา กระทำความผิดฐาน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

รู้ทัน ‘โจรกรรมไซเบอร์’ ภัยใกล้ตัวที่อาจไม่คาดคิด!! | Click on Clear THE TOPIC EP.68

???? พลาดไม่ได้!! พบกับแขกรับเชิญพิเศษ ‘คุณณัฐ พยงค์ศรี’ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
???? ใน Topic : รู้ทัน ‘โจรกรรมไซเบอร์’ ภัยใกล้ตัวที่อาจไม่คาดคิด!!

ร่วมจับประเด็น เน้นความรู้ได้ในรายการ Click on Clear THE TOPIC 

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

8 ผู้บริหารสายการบินจีน โดนสั่งยืนตากลมหนาว หลังปล่อย ‘แอร์ฯ สาว’ หนาวสั่น เพราะไม่ปรับยูนิฟอร์มให้ทันฤดู

เฟซบุ๊กเพจ ‘ไทยคำ-จีนคำ’ ได้โพสต์เรื่องราวจากกรณีศึกษาขององค์กรสายการบินในจีนที่มองข้ามความสำคัญของสวัสดิภาพพนักงาน ว่า...

ปล่อยพนักงานผู้ใต้บังคับบัญชาตกทุกข์ได้ยาก ผู้บริหารระดับสูงต้องรับผิดชอบ

เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้โดยสารของสายการบิน ‘ไห่หนาน’ (ไหหลำ) 海航 ได้ลงเครื่องที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งระหว่างนั่งรถกลับบ้าน เหลือบมองไปข้างทาง พบเห็น ‘แอร์โฮสเตส’ ของสายการบินที่ตนเพิ่งโดยสารมา ‘ยืนหนาวตัวสั่นอยู่’ ท่าทางน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง (อุณหภูมิในเวลานั้นอยู่ราวๆ 0 องศาเซลเซียส)

ผู้โดยสารปรารถนาดี ต้องการให้สายการบินระดับชาติยกระดับการดูแลพนักงาน จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังผู้บริหารระดับสูง เรียกร้องให้ช่วยจัดการสวัสดิภาพของผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ควรปล่อยให้ใครต้องมายืนตากลม เจอกับความหนาวเหน็บเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอร์โฮสเตสสาว ที่ร่างกายบอบบาง 

เรื่องถูกส่งต่อไปถึง ‘บิ๊กของบริษัท’ อย่างรวดเร็ว และได้รีบสั่งการลงมาให้ดำเนินการเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มของสายการบินเข้าสู่ฤดูหนาวในทันที

หน้าหนาวปีนี้มาเร็วกว่าที่คิด สายการบินหลายแห่งเปลี่ยนยูนิฟอร์มเป็นชุดสำหรับป้องกันความหนาวกันหมดแล้ว

แต่สายการบินไห่หนานยังติดระบบระเบียบภายใน ทำให้การดำเนินงานล่าช้า และเกิดภาพแอร์สาวยืนตัวสั่น จนถูกผู้โดยสายนำเรื่องมาฟ้อง ถือว่าขายหน้าอย่างยิ่ง

14 ข้อ ที่ต้องร้อง อ๋อ!! เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวไทย

ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย บรรณาธิการบริหาร เพื่อวางกลยุทธ์สื่อสาร ศบค. ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุถึง 14 ความโดดเด่นของประเทศไทย ดังนี้ว่า... 

1.) ประเทศไทยติด Top 10 ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยว

2.) เรามีวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นที่ 7 ของโลก ที่ 2 ของ Asia และที่ 1 ของ ASEAN

3.) เราเป็น Paradise of Street Food และเป็น Kitchen of the World

4.) เราเป็น Paradise of Gaycation (Gay+Vacation)

5.) เราเป็น International Hub of Health Tourism ด้วยโรงพยาบาล Wellness Spa Resorts, Day Spa

6.) พระบรมมหาราชวังเขาเราติด Top 10 ของวังที่มีคนเข้าชมมากที่สุด

'ภูเก็ต' ฟุ้งควบคุมการระบาดได้ดี พบยอดสะสมแซนด์บ็อกซ์ติดเชื้อแค่ 0.3%

20 ต.ค. 64 - นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศดีขึ้น ผู้ป่วยลดลง แต่ในภาคใต้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น อยู่ในช่วงขาขึ้นโดยเฉพาะ 4 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ส่วนจังหวัดภูเก็ตผู้ป่วยลดลง จากเดิมเดือน ก.ย. 64 เฉลี่ยวันละ 250-260 ราย ขณะนี้ตัวเลขลดลงอยู่ที่ 130 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 19 ต.ค. 64 มีผู้ป่วยรายใหม่ 132 คน ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 6 คน ซึ่งผู้ป่วยภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์สะสม 163 คน จากจำนวนที่เข้ามากว่า 50,000 คน คิดเป็น 0.3% ถือว่าน้อยมาก

ภาพรวมสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดภูเก็ต มีแนวโน้มดีขึ้น ศักยภาพการดูแลเตียงสามารถรองรับผู้ป่วยที่มีอาการได้ มีจำนวนเตียงที่รองรับผู้ป่วยสีเหลืองสีแดงได้มากขึ้น เตียงว่าง 40% ส่วน ศูนย์ CI ในชุมชน ได้ทยอยปิดตัวไปหลายแห่ง เนื่องจากผู้ป่วยลดลงชัดเจน ตอนนี้มีเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย ที่ต้องอยู่โรงพยาบาล และผู้ป่วยติดเชื้อที่ไม่มีอาการอยู่ใน Home Isolate ยังมีต้องดูแล ภาพรวมติดเชื้อน้อยลง ต้องขอบคุณภาคประชาชนที่ร่วมกันฉีดวัคซีน มีมาตรการป้องกันตนเอง ทางสาธารณสุขใช้ทีม CCRT ลงตรวจเชิงรุก ฉีดวัคซีนควบคู่ไปด้วย ซึ่งภูเก็ตมีการฉีดวัคซีนเป็นจังหวัดต้นๆ ข้อมูลการฉีดเข็มแรก 82% เข็มสอง 77% เข็มสาม 45% การฉีดเข็มสามจะช่วยป้องกันเชื้อเดลตาได้

จีดีพีเกษตรไตรมาส 3 บวก 6.5% คาดทั้งปีทุกสาขาฟื้นตัว

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลวิเคราะห์และประมาณการภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 3 ของปี 2564 (ก.ค. – ก.ย. 2564) ว่า เศรษฐกิจการเกษตรขยายตัว 6.5% ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่หดตัว 1.1% เนื่องจากในปี 2563 หลายพื้นที่ของประเทศประสบภาวะภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ทำให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการผลิตทางการเกษตร ขณะที่ในปี 2564 สถานการณ์ดังกล่าวได้คลี่คลายลง ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้กลับมาขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2563 ถึงต้นปี 2564 ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมในอ่างเก็บน้ำที่สำคัญและในแหล่งน้ำตามธรรมชาติเพิ่มขึ้น รวมถึงสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยมากขึ้น และการเริ่มต้นฤดูฝนที่เร็วกว่าปี 2563 ทำให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกได้มากขึ้น ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดปรับตัวดีขึ้น จูงใจให้เกษตรกรขยายการผลิต 

ทั้งนี้ แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วง 1.7 – 2.7% โดยสาขาการผลิตสำคัญ ได้แก่ สาขาพืช สาขาปศุสัตว์ สาขาบริการทางการเกษตร และสาขาป่าไม้ มีแนวโน้มขยายตัว เนื่องจากปริมาณฝนที่มีมากขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติมีมากขึ้น เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ และฤดูฝนที่มาเร็วกว่าปีที่ผ่านมา เกษตรกรเริ่มการเพาะปลูกได้เร็วและขยายพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น ประกอบกับการดำเนินนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการการผลิตและการตลาดที่มีประสิทธิภาพ มีการใช้เทคโนโลยีในการผลิต และยกระดับคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน 

‘บิ๊กตู่’ วอน การเมืองเบาได้เบา โอดรัฐบาลมีปัญหาเพียบ แต่ไม่ท้อ โยนถามประชาชนเลือกใครเป็นผู้นำ หลังหลายพรรคเปิดตัว ‘แคนดิเดตนายกฯ’

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เรื่องการเมืองขอให้เบาๆ หน่อยช่วงนี้ เพราะยังมีปัญหาอีกมากที่รัฐบาลต้องแก้ไข ซึ่งปัญหามาพร้อมกันหลายอย่าง อยากให้คำนึงถึงความยากง่ายในการแก้ไขปัญหาแต่ละอย่าง ทั้งสถานการณ์โควิด-19 ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งรัฐบาลพยายามมีมาตรการใหม่ๆ เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รวมถึงปัญหาระหว่างประเทศ เพราะประเทศไทยอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องอยู่ตรงกลาง ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ได้ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ และเอกชน ต้องร่วมมือกัน

เมื่อถามว่านายกฯ เจอปัญหาจำนวนมากจะสู้ต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่ท้อ ไม่มีท้อ”

เมื่อถามย้ำว่า หากในอนาคตมีเรื่องข้อกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาและอุปสรรคต้องมี เป็นสิ่งที่ผู้นำต้องแก้ไขปัญหา ไม่อย่างนั้นจะเป็นทำไมผู้นำ ส่วนจะแก้ได้มากได้น้อย ก็ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นบางเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กัน ก็ต้องดูข้อเท็จจริง จึงขอให้ฟังหน่วยงานที่ชี้แจงด้วย ถ้าเราอยู่กันอย่างไม่ไว้ใจกัน ก็ไปไม่ได้ และจะปั่นป่วนอลหม่าน เกิดความเสียหาย

เมื่อถามว่าแต่ละพรรคการเมืองเปิดตัวผู้นำที่จะมาชิงเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากรายชื่อทั้งหมดคิดว่าจะสู้ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ถามประชาชน ถามคนเลือกสิจ๊ะ”

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากราคาน้ำมันพุ่งสูงว่า รัฐบาลเข้าใจถึงความเดือดร้อนของสมาคมขนส่งหรือสมาคมรถบรรทุก ซึ่งรัฐบาลได้พยายามดูแลอย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์น้ำมันโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และยังไม่รู้ว่าจะขึ้นอีกเท่าไหร่ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top