Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

‘หมอยง’ ย้ำ ‘โอมิครอน’ ตรวจจับยาก-ระบาดเร็ว แนะวิธีป้องกัน ให้คิดว่าทุกคนอาจเป็นผู้ติดเชื้อ

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ออกมาแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับ "โอมิครอน" ชี้ระบาดได้รวดเร็ว และตรวจจับยาก แนะวิธีป้องกันตนเองขอให้คิดไว้ก่อนว่าบุคคลที่เราจะใกล้ชิดอาจจะเป็นผู้ติดเชื้อ ต้องป้องกันตนเองอย่างเข้มงวด

วันนี้ (23 ธ.ค.) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว "Yong Poovorawan" ในประเด็น "โอมิครอน การติดต่อและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว" โดยได้ระบุข้อความว่า

"ในระยะหลัง ไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มแพร่กระจายได้เร็วขึ้นมาโดยตลอด ตามสายพันธุ์ที่วิวัฒนาการขึ้นมา

ปัจจัยหนึ่งที่แสดงให้เห็นได้ชัด มีการติดเชื้อ แล้วผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่มีอาการน้อย หรือไม่มีอาการ แต่สามารถแพร่กระจายได้ อัตราการเสียชีวิตของทั่วโลก ก็เริ่มลดลงมาโดยตลอด จะเห็นได้จากตั้งแต่สายพันธุ์อู่ฮั่น ในระยะแรกอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 3 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ และต่อมามีการระบาดที่ยุโรปโดยเฉพาะอิตาลี อัตราการเสียชีวิตในระยะแรกค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มที่จะลดลงมาเรื่อยๆ การเสียชีวิตทั่วโลกขณะนี้น้อยกว่า 2% ประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 0.9 เปอร์เซ็นต์ และแนวโน้มการติดเชื้อจะอยู่ในกลุ่มที่มีอายุน้อยลง อัตราการเสียชีวิตก็จะน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อมีผู้ติดเชื้อที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ

‘หนุ่มอิสราเอล’ หนีกักตัว ไม่พบติดเชื้อโควิด หลังหลบหนีออกจากโรงแรมเที่ยวเกาะสมุย 

สุดงง..! ผลตรวจหาเชื้อ "โควิด" "หนุ่มอิสราเอล" ที่โรงพยาบาลเกาะสมุย หลังหลบหนีออกจากโรงแรม ซึ่งเป็นสถานที่กักตัว พบผลเป็นลบ แต่ยังมีความผิดฐานหลบหนี ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค

จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ซึ่งเดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้หนีออกจากโรงแรม ย่านสุขุมวิท ซึ่งเป็นสถานที่กักตัว ตามมาตรการ ในรูปแบบ Test and Go ในระหว่างรอผลตรวจ "โควิด" แบบ RT-PCR จนกระทั่งต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรอง ได้มีการระบุว่า "หนุ่มอิสราเอล" รายนี้ ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา

ซึ่งการหลบหนีออกจากสถานกักตัว ถือว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.ควบคุมโรค กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น  

"กรณ์" มั่นใจคุณภาพผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สงขลา มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ "พงศธร" จับได้เบอร์ 4 เชื่อกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ - คนรุ่นใหม่ หันมาเลือกพรรคกล้า "ผู้การชาติ" เชื่อฐานเสียงในพื้นที่ยังเหนียวแน่น 

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า , พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ภาคใต้ พร้อมด้วยทีมงานและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้กำลังใจ นายพงศธร สุวรรณรักษา ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมเขต 6 สงขลา เข้าสมัครรับเลือกตั้งช่วงเช้าวันนี้ ที่ศูนย์ประสานงานเลือกตั้ง อ.สะเดา จ.สงขลา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ส่วนการรับสมัครเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาเอกสารหรือข้อกฎหมาย โดยนายพงศธร ได้ "เบอร์ 4" 

นายกรณ์ กล่าวว่า ผู้สมัครของพรรคกล้าเป็นคนธรรมดาคนนึงที่มีจิตสาธารณะ ต้องการเอาความรู้ความสามารถ มาช่วยเหลือแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนในฐานะ ส.ส. ซึ่งเป็นประเภทคนที่พรรคอยากสนับสนุน ทำให้การเมืองไทยพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นได้ ถ้ามีคนแบบนี้มาเป็นผู้แทนในสภาฯ จึงเสนอตัวเพื่อเปลี่ยนแปลงการเมืองในพื้นที่ไปในทิศทางที่ดีขึ้น สร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชน 

หัวหน้าพรรคกล้า ยังกล่าวถึงนโยบายเกี่ยวกับราคายางว่า ควรจะมีราคาสูงขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาภาษีประชาชนมาจ่ายส่วนต่าง ยางพาราภาคใต้เป็นแหล่งผลิตยางมีคุณภาพที่สุดในโลก แต่ขาดการบริหารจัดการ ซึ่งวิธีการที่จะเสนอและสามารถทำได้ คือการส่งเสริมให้สหกรณ์เข้มแข็ง มีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ นอกจากรับซื้อยางจากชาวสวนในราคาสูงแล้ว ยังต้องมีศักยภาพในการแปรรูป สามารถหาตลาดส่งออกเอง โดยตรง ไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นโมเดลที่พิสูจน์มาแล้วในพื้นที่อื่นๆ ว่าสามารถมีสหกรณ์ที่มีมาตรฐานแบบนี้ได้ จึงน่าแปลกใจว่า ทำไมแหล่งผลิตยางพาราอย่างสงขลา จึงไม่มี สหกรณ์ที่เป็นของเกษตรกร ยังต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง จนขาดอำนาจในการต่อรอง จึงเกิดเป็นนโยบายที่พรรคกล้าจะสร้างความเปลี่ยนแปลง เพื่อประชาชนตัวเล็กๆ เพื่อเกษตรกร 

“บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะถกงบปี 66 ขอดำเนินการต่อเนื่องครบกระบวนความ พร้อมย้ำ เดินหน้ามาตรการเข้มข้น ป้องกันเฝ้าระวัง ‘โอมิครอน’ กำชับ สธ. ตช. เฝ้าระวังกลุ่มบุคคล/กิจกรรม ช่วงปีใหม่ ตั้งเป้า ปีหน้า ‘ปีแห่งการฉีดวัคซีนบูสเตอร์’

ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวเริ่มต้นการประชุม ว่า เป็นการประชุมที่รับทราบเกี่ยวกับตัวเลขและสมมติฐานต่างๆ ที่ได้มีการหารือกันระหว่างสำนักงบประมาณ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการคลัง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.) อย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ให้สอดคล้องกับแผนการคลังระยะปานกลางในปี 2566 - 2569 ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้เห็นชอบไปแล้วเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา จึงขอให้ดำเนินการให้เกิดความต่อเนื่อง จนครบถ้วนกระบวนความในการจัดสรรงบประมาณปี 2566 ด้วย

นอกจากนี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ย้ำให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการเฝ้า ระวัง และติดตามนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ หรือคนไทยที่เดินทางกลับเข้าประเทศ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการเข้าประเทศและมาตรการสาธารณสุขที่กำหนด ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะผอ. ศบค. ดำเนินทุกมาตรการเพื่อป้องกันและชะลอการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน ขณะเดียวกัน ก็เร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่อเนื่อง ทั้งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเปราะบาง รวมทั้งให้ทำความเข้าใจกลุ่มผู้ที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีน เพื่อให้เห็นประโยชน์ของการฉีดวัคซีนด้วย โดยตั้งเป้าหมายให้รณรงค์ให้ปีหน้าเป็นปีแห่งการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ หรือวัคซีนเข็มกระตุ้น สำหรับคนไทยด้วย

“รองโฆษกรัฐบาล” เผย เดินหน้ารัฐบาลดิจิทัล “ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)” เพิ่มความโปร่งใส ประหยัดงบ 7.8 หมื่นล้านบาท 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ว่า พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการ ปรับระบบการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในทุกส่วนงาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน  เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยกรมบัญชีกลาง ดำเนินการเป็นรูปธรรม ในการจัดทำระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) เพื่อส่งเสริมความเป็นรัฐบาลเปิด สร้างความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก มีรายละเอียดที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนและทำให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เป็นการสนับสนุนแหล่งข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างให้กับหน่วยงานภาครัฐนำไปใช้อ้างอิงในการกำหนดราคากลางหรือของบประมาณ ลดขั้นตอน และเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดซื้อจัดจ้าง ตลอดจนลดต้นทุนของภาครัฐและเอกชนในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ผลการดำเนินงานล่าสุด  ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน่วยงานรัฐได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างแล้วจำนวนทั้งสิ้น 5,247,846 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 98.34 ของจำนวนโครงการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด โดยมีมูลค่าที่จัดหาได้ 1.33 ล้านล้านบาท สามารถประหยัดงบประมาณได้จากการใช้ระบบ e-GP จำนวน 7.86 หมื่นล้านบาท (ประหยัดได้ ร้อยละ 5.57 ของวงเงินงบประมาณในการจัดหา) โดยวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่สามารถประหยัดงบประมาณได้มากที่สุด คือ วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ประหยัดงบประมาณได้ร้อยละ 15.14 ของวงเงินงบประมาณในการจัดหา เป็นวิธีการซื้อหรือจ้างที่มีรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่ไม่ซับซ้อน หรือเป็นสินค้าหรืองานบริการที่มีมาตรฐาน และได้กำหนดไว้ในระบบข้อมูลสินค้า (e-catalog) สามารถทำได้ 2 ลักษณะ คือ (1)  การเสนอราคาโดยใบเสนอราคา และ (2)  การเสนอราคาโดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ 

“เทพไท” ชี้ เกิด “สิระอ๊าฟเตอร์ช็อก” 6 ข้อ แนะ กกต.ฟ้องอาญา ผู้สมัคร -พรรคการเมือง ตามมาตรา 84 และ86 

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้นายสิระ เจนจาคะ อดีตส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ พ้นสมาชิกภาพจากการเป็น ส.ส.แล้ว อาจจะเกิดผลติดตามมา หรือ อ๊าฟเตอร์ช็อก คือ 1.ตำแหน่ง ส.ส.กทม.เขต 9 หลักสี่ ว่างลง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จะต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมใหม่ ภายใน 45 วัน 2.ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ว่างลง ต้องสรรหาประธาน กมธ.คนใหม่

3.จะต้องคืนเงินเดือนของ ส.ส. ต้องคืนเงินเดือนผู้ช่วย ส.ส.,ผู้เชี่ยวชาญ,ผู้ชำนาญการ ต้องคืนค่าเดินทาง และประโยชน์อื่นใด ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง ส.ส.

4.ต้องชดใช้ค่าจัดการเลือกตั้งซ่อมทั้งหมด เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น  เป็นเหตุให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ผู้ขาดคุณสมบัติส.ส.จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งซ่อมทั้งหมด 5.จะต้องถูกดำเนินคดีตามตามมาตรา 151 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. พ.ศ.2561 ที่บัญญัติว่า ผู้สมัครใดรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติมีสิทธิรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 2 แสนบาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี 

สหรัฐฯ อนุมัติ 'ยาเม็ดต้านโควิด' ของไฟเซอร์ สำหรับกลุ่มเสี่ยงอายุ 12 ปีขึ้นไป ใช้รักษาที่บ้านได้

สหรัฐฯ อนุมัติยาต้านโควิด-19 ชนิดเม็ดของไฟเซอร์ สำหรับบุคคลกลุ่มเสี่ยงอายุ 12 ปีขึ้นไป ทำให้ยาสูตรนี้เป็นยาต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ใช้รับประทานและใช้รักษาอาการที่บ้านได้สูตรแรก 

แพกซ์โลวิด (Paxlovid) ยาเม็ดต้านไวรัสของไฟเซอร์ มีประสิทธิภาพเกือบ 90% ในการป้องกันคนไข้ที่มีความเสี่ยงสูงจากการติดเชื้ออาการรุนแรงถึงขั้นเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต ตามข้อมูลการทดลองทางคลินิกของบริษัท ขณะที่ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการเมื่อเร็วๆ นี้ บ่งชี้ว่ายาตัวนี้ยังคงประสิทธิภาพในการป้องกันตัวกลายพันธุ์โอมิครอนด้วยเช่นกัน

ไฟเซอร์ปรับเพิ่มประมาณการกำลังผลิตปี 2022 เป็น 120 ล้านคอร์สรักษา จากเดิม 80 ล้านคอร์ส และบอกว่าทางบริษัทพร้อมส่งมอบในสหรัฐฯ ในทันที โดยยาชุดนี้ของไฟเซอร์ประกอบด้วยยาสองตัว คือยาสูตรใหม่และยาสูตรเดิมคือริโทนาเวียร์ (ritonavir)

อเมช อดัลจา นักวิชาการอาวุโสของสถาบันความมั่นคงทางสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกินส์ ระบุว่า การอนุมัติยาแพกซ์โลวิดเป็นก้าวย่างสำคัญในการรับมือโรคโควิด-19 ได้ดีขึ้น "อย่างไรก็ตาม ยาสูตรนี้มี 2 ประเด็นสำคัญที่ยังค้างคาอยู่ นั่นก็คือมันอาจขาดแคลนในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และผู้ป่วยควรได้รับการรักษาทันทีที่ได้รับการวินิจฉัย ซึ่งมันเป็นเรื่องยาก เนื่องจากเรายังเผชิญความท้าทายในการตรวจหาเชื้อไวรัสอย่างทั่วถึงอยู่"

ไฟเซอร์ระบุว่า ทางบริษัทมีคอร์สรักษา 180,000 คอร์สที่พร้อมส่งมอบในปีนี้ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทำสัญญาสั่งซื้อยานี้จำนวน 10 ล้านคอร์ส ในราคา 530 ดอลลาร์ต่อคอร์ส (ประมาณ 17,900บาท)

การตัดสินใจอนุมัติใช้รักษาในกรณีฉุกเฉินของสำนักงานอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ ในครั้งนี้ มีขึ้นในขณะที่อเมริกากำลังต่อสู้กับเคสผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้นอย่างมาก โดยมีตัวกลายพันธุ์โอมิครอนเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ กระตุ้นให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต้องประกาศมาตรการใหม่ในการต่อสู้การระบาดระลอกใหม่ ซึ่งรวมถึงการจัดส่งชุดตรวจให้ประชาชน 500 ล้านครัวเรือนฟรีตั้งแต่เดือนมกราคม ส่งแพทย์และพยาบาล 1,000 คนของกองทัพไปช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลบางพื้นที่ที่มีผู้ป่วยโควิดจำนวนมาก จัดส่งสิ่งของจำเป็นให้รัฐที่มีการระบาดรุนแรง เพิ่มศูนย์ตรวจโควิดฟรีและศูนย์ฉีดวัคซีน

"ยาเม็ดนี้ช่วยเติมเต็มช่องว่างการรักษาที่ถูกเปิดแผลโดยตัวกลายพันธุ์โอมิครอน" วิลเลียม ชาฟฟ์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อชั้นนำแห่งโรงเรียนการแพทย์แวนเดอร์บิลต์กล่าว ที่ผ่านมาวิธีการรักษาโควิด-19 ที่ใช้ในวงกว้างที่สุดคือการรักษาด้วยโมโนโคลนอลแอนตีบอดี แต่มันพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพน้อยในการต่อสู้กับตัวกลายพันธุ์และมีอุปทานค่อนข้างจำกัด

ตัวกลายพันธุ์โอมิครอน ถูกพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้และฮ่องกงในเดือนพฤศจิกายน ก่อนแผ่ลามไปทั่วโลกและตอนนี้มันมีสัดส่วนคิดเป็น 70% ของเคสผู้ติดเชื้อใหม่ทั้งหมดในสหรัฐฯ จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (ซีดีซี) ในผลการศึกษาต่างๆพบว่าการเคยติดเชื้อมาแล้วและการฉีดวัคซีนช่วยป้องกันโอมิครอนได้เพียงบางส่วน แต่เข็มกระตุ้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน

4ส.12 “สถาบันพระปกเกล้า” ขึ้นดอย ศึกษาเครือข่าย “ฮักน่าน” ปลูกจิตสำนึกร่วมแก้ปัญหาเขาหัวโล้น-สู่ป่าต้นน้ำที่ยั่งยืน จาก “น้ำพางโมเดล” สู่ “น่านแซนด์บ๊อกซ์”

ระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นำคณาจารย์ และคณะนักศึกษาประกาศนียบัตรชั้นสูงเพื่อการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (4ส) รุ่นที่ 12 ดูงานในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อศึกษา “วิกฤตจากเขาหัวโล้น..สู่ป่ายั่งยืน” 

วันแรก ที่ลานวัดอรัญญาวาส จัดเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ “ฮักเมืองน่าน” พลังจากศรัทธาและปัญญาท้องถิ่น โดยมี พระครูพิทักษ์นันทคุณ เจ้าอาวาสวัดอรัญญาวาส ซึ่งเป็นแกนนำที่ได้รวมกลุ่มเครือข่าย ในชื่อกลุ่ม “ฮักเมืองน่าน” เป็นกลุ่มองค์กรท้องถิ่นเมืองน่าน ที่สร้างกิจกรรมเพื่อการจัดการตนเองอย่างเข้มแข็งทั้งในด้านสังคม วัฒนธรรมและสภาพแวดล้อม โดยมีกลุ่มลูกหลานชาวบ้าน องค์กรพัฒนาเอกชน ข้าราชการในท้องถิ่น และหน่วยงานราชการที่สนใจในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ หลังพบความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะสามสิบปีที่ผ่านมา พื้นที่ดงดอยที่เคยเป็นป่าและแหล่งอาหาร ไม้ใหญ่ไม้เล็กถูกโค่นลง ป่าถูกถางจนเตียน จึงเกิดความคิดอยากจะฟื้นฟูจิตสำนึกชาวบ้านและฟื้นฟูสภาพป่า เริ่มต้นจากการจัดพิธีบวชป่าสืบชะตาแม่น้ำขึ้น ที่ป่าชุมชนบ้านกิ่วม่วง อำเภอสันติสุข เป็นครั้งแรกในจังหวัดน่าน 

สำหรับเครือข่าย “ฮักเมืองน่าน” มีต้นกำเนิดที่วัด มีสมาชิกเป็นพระ เณร ครู หมอ ข้าราชการ นักพัฒนา ผู้นำชุมชน บุคคลทั่วไป แล้วขยายตัวไปทั่วทั้งจังหวัดน่าน เกิดความร่วมมือกันโดยเฉพาะเรื่องการรักษาป่า ก่อนจะมาเป็น “มูลนิธิฮักเมืองน่าน” ในภายหลัง มีอาสาสมัครเข้ามาร่วมทำงานอย่างต่อเนื่อง และได้รับความสนใจจากองค์กรต่างๆ มาเยี่ยมชมกิจกรรม โดยมี “ศูนย์การเรียนรู้โจ้โก้” ที่พัฒนาทักษะการเกษตรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นศูนย์การทำงานของอาสาสมัครมูลนิธิฮักเมืองน่าน ที่สนับสนุนการเรียนรู้ของเครือข่ายครอบครัวชาวนา ที่เก็บรวบรวมพันธุ์ข้าว ผัก พื้นเมือง มีการผสมข้าวและคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม

วันที่สอง ศึกษาเรียนรู้ “น้ำพางโมเดล” บทพิสูจน์ความยั่งยืนจากมือประชาชน เป็นโครงการนำร่องเพิ่มสิทธิของเกษตรกร เป็นชุมชนที่มีการบริหารจัดการในการใช้พื้นที่สีเขียว การทำเกษตรเชิงนิเวศ การแก้ไขปัญหาเขาหัวโล้น จากเกษตรกรที่เคยปลูกข้าวโพด จนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ได้กลับมาร่วมใจดูแลป่าธรรมชาติที่หมดสภาพให้กลับมาเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์

“น้ำพางโมเดล” นำหลัก 4 ประการมาจัดการคือ  “มีกิน” เพิ่มความมั่นคงทางด้านอาหาร “มีใช้” เพิ่มรายได้พัฒนาเศรษฐกิจที่มั้นคงในระยะยาว “มีสิ่งแวดล้อมที่ดี” เพิ่มพื้นที่สีเขียว และ ”มีกฏหมายและนโยบายที่เป็นธรรม” สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมภูมินิเวศและรูปแบบการผลิตที่ยั่งยืน

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบผ้าห่มกันหนาว ชุดยาและเวชภัณฑ์ แก่ราษฎรที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่อำเภอน้ำหนาวและอำเภอวังโป่ง

เพชรบูรณ์​ - มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบผ้าห่มกันหนาว ชุดยาและเวชภัณฑ์ แก่ราษฎรที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่อำเภอน้ำหนาวและอำเภอวังโป่ง

ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับมอบหมาย จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นตัวแทน มอบผ้าห่มกันหนาวและสิ่งของพระราชทานให้แก่ราษฎรที่ได้รับเดือดร้อนจากอากาศหนาวเย็นในพื้นที่อำเภอน้ำหนาว และอำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์

ทั้งนี้​ จังหวัดเพชรบูรณ์ได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศหนาวเย็น บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ของทุกปี ทำให้มีอากาศหนาวเย็นในทุกอำเภอ นำมาซึ่งความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยหนาวเป็นประจำทุกปี

รฟท. เตรียมชงครม. ลุยส่วนต่อขยาย ‘สายสีแดง’ คาดเปิดประมูลปลายปี 65 วงเงิน 7.93 หมื่นลบ.

การรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาส่วนต่อขยายรถไฟชานเมืองสายสีแดง 4 เส้นทาง วงเงิน 7.93 หมื่นล้าน คาดว่าจะสามารถดำเนินการประมูลได้ในปี 2565 และจะสามารถทยอยเปิดให้บริการได้ในปี 2569 - 2571

วันนี้ (22 ธ.ค. 64) นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการส่วนต่อขยาย รถไฟชานเมืองสายสีแดงว่า ขณะนี้ผลการศึกษา ทบทวน และวิเคราะห์ความเหมาะสมของโครงการ จัดทำเอกสารประกวดราคาและการดำเนินงาน ตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 7.93 หมื่นล้านบาท เสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย

ช่วงที่ 1 บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และ ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง

ช่วงที่ 2 รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ช่วงที่ 3 ตลิ่งชัน-ศาลายา

ช่วงที่ 4 ตลิ่งชัน-ศิริราช


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top