Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

“นายก” ยืนยัน รับเมียนมา อพยพเข้าไทย ดูแล ตามหลักมนุษยธรรม  พร้อมส่งผู้แทนพิเศษเข้าพูดคุยดูแล พร้อมเจรจาหยุดยิง หากระเบิดตกฝั่งไทย แต่ไม่อพยพออกคนออกจากพื้นที่ 

ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงแนวชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ในพื้นที่ มีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งหลักๆเป็นการสู้รบกันระหว่าง ทหารเมียนมากับชนกลุ่มน้อย และได้มีการหารือกันทางการทหารในเรื่องนี้มาโดยตลอด ว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการสู้รบกัน แต่ก็เป็นเรื่องภายในของเขา แต่ด้วยชายแดนไทยติดกับเมียนมา ไม่ว่าจะเป็นบริเวณ อำเภอแม่สอด หรือจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจุดสำคัญยังมีการสู้รบกันอยู่ แต่ในระหว่าง ที่เกิดสถานการณ์ ก็มีผู้ที่ได้รับผลกระทบอยู่ และ อพยพเข้าหาพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเราได้มีการเตรียม ความพร้อมไว้ล่วงหน้านานแล้ว และดูแลตามหลักมนุษยธรรม ทั้งเรื่องยา การเจ็บไข้ อาหารการกิน และเมื่อการสู้รบเบาบางลงก็จะผลักดันบุคคลเหล่านั้นกลับสู่ประเทศ 

พล.อ.ประยุทธ กล่าวอีกว่า จะไม่มีการตั้งศูนย์อพยพในประเทศไทย ในขณะนี้จำนวนผู้อพยพอยู่ในประเทศไทยเหลืออยู่ประมาณ 90,000 คน การส่งกลับก็ต้องขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางด้วย โดยที่ผ่านมาเราได้มีการทะนอยส่งกลับไปบ้งแล้ว แต่ตอนนี้ยังมีปัญหาเกิดขึ้น เราจึงต้องตระหนักในเรื่องนี้ไว้ก่อน แต่ตนขอยืนยันว่า จะดูแลให้ดีที่สุด และส่งเสริมหลักมนุษยธรรมอาเซียน เพื่อให้ผู้แทนพิเศษสามารถเข้าไป ช่วยเหลือดูแลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความปลอดภัย ของประชาชนเมียนมา ประเทศเขาก็คือประเทศเขา ประเทศเราคือประเทศเรา แต่ต้องไม่ลืมว่าเรามีความใกล้ชิดกับเมียนมามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะประชาชนเมียนมาที่เดือดร้อนจากสถานการณ์ภายในของเขา 

“นายกฯ”ย้ำจัดงานเคาท์ดาวน์ยึดมาตรการ Covid Free Setting ไม่ขายบัตรเพิ่มหน้างาน ชี้ รู้แล้วคนทำใบปลอมฉีดวัคซีน พร้อมสั่งดำเนินคดีไปหลายราย

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการจัดงานเคาท์ดาวน์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า เขาชี้แจงแล้วไม่ใช่หรือเป็นการเอาข้อมูลที่ถูกต้องมาชี้แจง ซึ่งทั้งหมดการจัดกิจกรรมจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโควิดมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (Covid Free Setting) ซึ่งจะต้องมีการฉีดวัคซีน และการขอจัดงานไว้ที่จำนวนคนเท่าไหร่ก็ต้องเท่านั้น จะไปขายบัตรหน้างานเพิ่มเติมอีกไม่ได้ ถือเป็นมาตรการที่เข้มงวด ที่นายกฯสั่งอย่างเคร่งครัด ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องช่วยกันทำเข้าใจหรือไม่รัฐบาลมีหน้าที่ออกกรอบนโยบายแนวปฏิบัติที่ชัดเจนแล้ว ถ้าทุกคนไม่ช่วยกันจะทำอะไรไม่ได้ทุกเรื่อง

ทั้งนี้ สถานการณ์โอมิครอนในวันนี้ก็ชี้แจงแล้วว่าไม่รุนแรงสามารถรักษาได้ หากตรวจพบเข้าสู่การรักษาพยาบาล แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป ต้องแยกกันให้ออกไม่เช่นนั้นก็จะตื่นตระหนกกันไปหมด รัฐบาลได้พยายามเต็มที่จะเห็นได้ว่าเราได้มีการเตรียมรับสถานการณ์โอมิครอนมาก่อนหน้านี้แล้ว และนายกฯก็ได้ข่าวมาก่อนแล้ว ที่มีการแพร่ระบาดตรงโน้นตรงนี้ จึงได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข ศบค.หามาตรการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการขับเคลื่อนประเทศของเราในเวลานี้ยากลำบาก ประชาชนขาดแคลนรายได้ แต่ทุกคนก็ต้องร่วมมือกัน ถ้าอยากได้ก็ต้องช่วยกันทำ

ปทุมธานี-เถ้าแก่น้อย ร่วมกับจังหวัดปทุมธานี ปูพรมฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน

ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเถ้าแก่น้อย ร่วมกับจังหวัดปทุมธานี ปูพรมฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงวัคชีน ประเดิมลงพื้นที่ภายในธันวาคมนี้แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทย จะทยอยได้รับวัคซีนโควิด-19 กันไปเป็นจำนวนมากแล้ว

หลังจากที่หลากหลายหน่วยงานได้เร่งระดมฉีดวัคซีน ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายลง แต่ยังคงมีบางกลุ่มบุคคลที่ไม่อาจเข้าถึงการฉีดวัคชีนครั้งนี้อีกไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ เถ้าแก่น้อย เล็งเห็นความสำคัญ และตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ จึงริเริ่มโครงการ "เถ้าแก่น้อย ร่วมกับจังหวัดปทุมธานี มอบวัคซีน Sinopharm จำนวน 1,090 โดส" ขึ้นมา เพื่อลงพื้นที่ฉีดวัคซีน Sinopharm รวมมูลค่าราว 1 ล้านบาท ให้แก่ประชาชนในจังหวัดปทุมธานี เพื่อฉีดให้กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มด้อยโอกาสในชุมชนต่างๆ ผ่านการจัดสรรการฉีดวัคซีนตามนโยบายของจังหวัดตามความเหมาะสม พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ภายในเดือนธันวาคมนี้

นายณรงศักดิ์ โอสถธนากรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า "สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้นในจังหวัดปทุมธานีพบผู้ป่วยยืนยันมีแนวโน้มคงที่อย่างต่อเนื่องทุกอำเภอ ส่วนการเข้ามาของสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมาเราได้หารือกับฝ่ายสาธารณสุขว่าทำ

สหราชอาณาจักร​ เผยเคสติด Omicron ร่วม​ 70% 'ไม่หนัก'​ จนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล

รัฐบาลสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า​ ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตัวกลายพันธุ์ Omicron มีความเสี่ยง 'อาการหนัก'​ ถึงขั้นเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลน้อยกว่าเมื่อเทียบกับตัวกลายพันธุ์เดลตา 

อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่​ Omicron​ แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก มันอาจทำให้ยังคงมีคนไข้จำนวนมากจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 

ทั้งนี้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นโดยสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) พบว่า บุคคลหนึ่งๆ ที่ติดเชื้อโอมิครอนมีความเป็นไปได้ที่จะต้องเข้าแผนกฉุกเฉินน้อยลง 31% ถึง 45% เมื่อเทียบกับคนติดเชื้อเดลตา และมีความเป็นไปได้น้อยลง 50% ถึง 70% ที่อาจ​ 'อาการหนัก'​ ถึงขั้นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล

เจนนี แฮร์รี ผู้บริหารสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรระบุในวันพฤหัสบดี (23 ธ.ค.) ว่า "มันเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่สร้างกำลังใจ ส่งสัญญาณว่าคนที่ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์ Omicron​ มีความเสี่ยงเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลต่ำกว่าผู้ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์อื่นๆ" เธอกล่าว "อย่างไรก็ตาม มันควรถูกเน้นว่านี่เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นและจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการค้นพบนี้"

รายงานการวิเคราะห์ถูกเผยแพร่ออกมาในขณะที่สหราชอาณาจักรรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่รายวัน 119,789 ในวันพฤหัสบดี (23 ธ.ค.) ท่ามกลางการแพร่ระบาดไปทั่วประเทศของตัวกลายพันธุ์​ Omicron

ผลการวิเคราะห์ของ UKHSA มีความไม่แน่นอนสูง เพราะว่าปัจจุบันยังมีเคสผู้ติดเชื้อ Omicron​ เพียงกลุ่มเล็กๆ ที่รักษาตัวในโรงพยาบาล รวมถึงไม่มีเครื่องตรวจจับที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ และจำกัดเฉพาะในกลุ่มคนสูงวัย

อย่างไรก็ตาม ผลการค้นพบเป็นการเพิ่มเติมหลักฐานก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความรุนแรงของตัวกลายพันธุ์ใหม่ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้และฮ่องกง สอดคล้องกับสัญญาณในแง่บวกต่างๆ ในผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอนเมื่อวันพุธ (22 ธ.ค.)

การแพร่เชื้อ ความรุนแรงของโรคและตัวกลายพันธุ์ Omicron​ สามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้หรือไม่ คือ 3 คำถามตัวโตที่บรรดาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและนักไวรัสวิทยากำลังพยายามหาคำตอบ ขณะที่รัฐบาลต่างๆ กำลังประเมินว่าพวกเขาจำเป็นต้องใช้มาตรการอันไม่เป็นที่นิยม ก่อความเสียหายทางเศรษฐกิจ ในความพยายามสกัดการแพร่ระบาดระลอกล่าสุดหรือไม่

รมว.เฮ้ง มอบ ผู้ช่วย ปิดแข่งขันทักษะหุ่นยนต์หนุนศักยภาพ EEC

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ประธานกล่าวปิดการแข่งขันทักษะฝีมือด้านหุ่นยนต์–สมองกล เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศและ EEC

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกล่าวปิดการแข่งขันทักษะฝีมือแรงงาน สาขาระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ ครั้งที่ 2 “MARA Skill Competition 2021” ระหว่างวันที่ 23-24 ธันวาคม 2564 แข่งขัน 6 สาขา แบ่งเป็น 3 สาขาแข่งขันแบบทีมๆ ละ 2 คน ได้แก่ สาขาเมคคาทรอนิกส์ สาขาพีแอลซี สาขาซ่อมบำรุงหุ่นยนต์ และแบบบุคคล 3 สาขา ได้แก่ สาขาหุ่นยนต์ สาขาเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ (CAD) สาขาปัญญาประดิษฐ์ ซีลาร์ คอร์ (CiRA CORE) ผู้เข้าแข่งขันเป็นนักศึกษาอยู่ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเขต EEC อาทิ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก อี.เทค วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี วิทยาลัยเทคนิคระยอง วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซีเป็นต้น ณ  สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง กล่าวว่า ผมขอแสดงความยินดี และชื่นชมกับผู้เข้าแข่งขันทุกคน ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนนำประสบการณ์ที่ได้รับจากการแข่งขันในครั้งนี้ไปต่อยอดและพัฒนาทักษะให้ดีขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น และความก้าวหน้าในอาชีพของตนเองและขยายผลไปยังส่วนรวมในอนาคต

สำหรับผลการแข่งขัน MARA Skill Competition 2021 สาขาเมคคาทรอนิกส์ พีแอลซี อันดับที่ 1 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคพัทยา อันดับที่ 2 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคพนมสารคาม และอันดับที่ 3 ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) สาขาหุ่นยนต์ดูบอต อันดับที่ 1 ได้แก่วิทยาลับเทคนิคปราจีนบุรี อันดับที่ 2 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคระยอง และอันดับที่ 3 ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวะศึกษาฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) สาขาช่างซ่อมบำรุงหุ่นยนต์อุตสาหกรรม อันดับที่ 1 ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) อันดับที่ 2 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคระยอง และอันดับที่ 3 ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาตากสินระยอง สาขาเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ อันดับที่ 1 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคระยอง อันดับที่ 2 ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) และอันดับที่ 3 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคพนมสารคาม และสาขาปัญญาประดิษฐ์ซีร่า คอร์ อันดับที่ 1 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคระยอง อันดับที่ 2 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี และอันดับที่ 3 ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) ซึ่งผู้เข้าแข่งขันที่ชนะเลิศของแต่ละสาขาจะได้รับรางวัล ดังนี้  อันดับที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อันดับที่ 2 รับเงินรางวัล 3,000 บาท อันดับ 3 รับเงินรางวัล 2,000 บาท

 

"นายกฯ" เผย "สกลธี" เข้าพบ อวยพรปีใหม่ เป็นคนรู้จักคุ้นเคยกัน  ปัดหารือลงชิงผู้ว่าฯ กทม. ขออย่าโยงการเมืองไปหมด

ที่องค์การทหารผ่านศึก (อผศ.)พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ นายสกลธี ภัททิยกุล  รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าพบเพื่อขอคำแนะนำการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ว่า  ไม่เกี่ยว เขาเข้ามาอวยพรเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ ถือว่าเป็นคนรู้จักที่คุ้นเคยกัน ก็เท่านั้นทำไมถึงมองเป็นการเมืองไปเสียหมด

เมื่อถามว่า นายสกลธี ได้ขอให้สนับสนุนในการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า แล้วตนสนับสนุนได้หรือไม่ และคงไม่ไปให้คำแนะนำอะไร เป็นเรื่องกลไกทางการเมือง หรือ การคัดเลือกผู้ว่าฯกทม.ก็ว่ากันไป

" แต่ข้อสำคัญของการเป็นผู้ว่าฯ กทม จะมาพูดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีผลงานปรากฏมา ประชาชนจะได้เชื่อมั่นว่าทำงานได้จริงหากโดยหลักการทุกคนก็คงจะรู้กันหมดแล้ว จะแก้ปัญหาโน่นนี่แก้ได้หรือไม่ และตามข้อเท็จจริงแก้ได้เท่าไร รัฐบาลชุดปัจจุบันแก้ปัญหามามากน้อยเท่าไหร่ อย่าง ลดพื้นที่น้ำท่วมใน กทม. การทำคันกั้นน้ำ ก็ลดไปเป็นส่วนส่วนเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด รวมถึงปัญหาด้านจราจร คือสิ่งที่ทำมาตลอด มันไม่ง่าย การทำอะไรจะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ไม่ใช่จะมาเปลี่ยนบุคคลได้ทุกวันเป็นไปไม่ได้ นี่คือประชาธิปไตย"พล.อ.ประยุทธ กล่าว 

“บิ๊กตู่” ติดตามช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัว พร้อมพิจารณาเพิ่มเงินช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัวกรณีประสบภัยพิบัติและมอบเหรียญเกียรติคุณชั้นที่1แก่อดีตกรรมการทหารผ่านศึกเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ

ที่องค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภาทหารผ่านศึก ครั้งที่3/2564 เพื่อทราบในเรื่องการแต่งตั้ง ผอ.และ รอง ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และการรายงานประจำปี ความคืบหน้าในการดูแลทหารผ่านศึกและครอบครัว รวมทั้งรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาพันธ์ทหารผ่านศึกอาเซียน ครั้งที่33 และการประชุมสมัชชาสมาพันธ์ทหารผ่านศึกอาเซียนครั้งที่20 ในที่ประชุมยังได้พิจารณา เรื่องการมอบเหรียญเกียรติคุณชั้นที่1ให้แก่อดีตกรรมการทหารผ่านศึก การแต่งตั้งประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการของสภาทหารผ่านศึก และพิจารณาเพิ่มวงเงินสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึกรวมถึงทหารนอกประจำการในกรณีประสบภัยพิบัติประเภทที่อยู่อาศัย 

'ศาลอินเดียสูงสุด'​ ตัดสินแล้ว!! ยกกรรมสิทธิ์ ‘พระราชวังชัยมาฮาล’ ให้ทายาทราชสกุล ‘รังสิต’

เมื่อวาน​ (23 ธ.ค. 64) มีรายงานจากเว็บไซต์ฮินดูสถานไทม์ส ระบุว่า คดีฟ้องร้องเรื่องทรัพย์สินมรดกที่ยืดเยื้อระหว่างทายาทราชวงศ์ชัยปุระ ได้ข้อยุติหลังจากที่ศาลสูงสุดอินเดียแต่งตั้งอดีตผู้พิพากษาเข้ามาเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ย โดยทนายความซึ่งเป็นตัวแทนของสองพี่น้องราชสกุลรังสิต​ ก็ได้ออกมายืนยันเรื่องนี้แล้ว

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า นายเทพราช ซิงห์ และ น.ส. ลลิตยา กุมารี สองพี่น้องผู้เป็นทายาทของมหาราชจกัต ซิงห์ กับ ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ธิดาคนเล็กของ ม.จ.ปิยะรังสิต รังสิต กับพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต สายพระโลหิตในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้รับชัยชนะในการยื่นคัดค้านพินัยกรรมของมหารานี คยาตรี เทวี พระชายาองค์ที่ 3 ในมหาราชาสวัย มัน ซิงห์ ที่ 2 แห่งราชวงศ์ชัยปุระ และพระราชมารดาในมหาราชจกัต ซิงห์ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ปี 2558

ผู้พิพากษาศาลฎีกาของอินเดียได้ตัดสินยืนคำพิพากษาของศาลกรุงนิวเดลี ซึ่งระบุว่านายเทพราช และ น.ส.ลลิตยา มีสิทธิในสมบัติของมหาราชจกัต ซิงห์ รวมถึงส่วนแบ่งในพระราชวังชัยมาฮาล พระราชวังรามบักห์ ตลอดจนกิจการอื่น 

คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 200 - 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,000 - 14,000 ล้านบาท หลังจากที่ เทพราช และลลิตยา ได้ยื่นคัดค้านพินัยกรรมของมหารานี คยาตรี เทวี ที่สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ปี 2552 ขณะมีพระชนมายุ 90 พรรษา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามบันทึกความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผนึกกำลังแก้ไขปัญหา พร้อมเสริมเกราะป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทยกพวกตีกัน

ณ ห้องศรียานนท์ โซนซี ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รอย  อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดย ร.ท.สมพร  ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นผู้แทนฯ ลงนาม พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ จัดทำขึ้นภายใต้มาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือในทุกมิติและกำหนดมาตรการควบคุม ดูแล ป้องกันและแก้ไขปัญหา เพื่อลดอัตราความสูญเสียที่เกิดขึ้น บรรเทา ความเดือดร้อนของสังคมส่วนรวม ทั้งนี้ ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับสถานศึกษาในสังกัดของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เปิดโอกาสในการแสดงศักยภาพด้านฝีมือ และความสามารถด้านต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ร่วมกันทำความดี มีความเสียสละ และจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และสังคมส่วนรวม 

ซึ่งได้มีการจัดโครงการ “อาชีวะอาสาทำความดีในเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2565” เพื่อให้บริการในการดูแล บำรุงรักษา และซ่อมแซมยานพาหนะของพี่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ออกเดินทางท่องเที่ยว และเดินกลับไปยังภูมิลำเนาในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลสำคัญประจำปี

 

ประกันตัว 4 แกนนำ!! ด้าน 'ประธานผู้ลี้ภัย' ลั่น!! ศาลต้องปล่อย ‘บุตรที่ดีเลิศของประชาชน’ 

(24 ธ.ค. 64) ช่วงบ่ายวันนี้ ศาลอาญานัดฟังคำสั่ง คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ผู้ต้องหาในคดีหมายเลขดำ อ.286, 287/2564 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสถาบันฯ จากการชุมนุมและปักหมุดท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 19 - 20 ก.ย. 63

นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน ปัจจุบันลี้ภัยอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า "วันนี้ ศาลต้องปล่อยบุตรที่ดีเลิศของประชาชน"

ขณะที่เฟซบุ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration ซึ่งเป็นเพจหลักในการสื่อสารของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าราษฎร ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า บ่ายนี้!! เรามีกิจกรรมลุ้นประกัน-รอรับเพื่อนกลับบ้าน ณ ศาลอาญารัชดาฯ เวลา 13:00 น. เป็นต้นไป ยืนเคียงข้าง อุดมการณ์ไม่จางหาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top