Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

โฆษกรัฐบาล โชว์ตัวเลข 4 มาตรการรัฐ ลดค่าครองชีพ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ จากผลกระทบ โควิด-19 บอก บิ๊กตู่ ปลื้ม

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าพล.อ. ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความยินดีที่กระแสตอบรับจากประชาชนพอใจ และชื่นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบ COVID-19 ปี 2564 ของรัฐบาล โดยทั้ง 4 โครงการ ได้แก่ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สิ้นสุดระยะเวลาการใช้จ่ายไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 

นายธนกร กล่าวว่า ซึ่งกระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้รายงานตัวเลขยอดการใช้จ่ายมีผู้ใช้สิทธิสะสมทั้ง 4 โครงการรวม 41.5 ล้านราย ยอดใช้จ่ายสะสมทั้งหมด 254,281.7 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้ 1) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมประมาณ 13.55 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 24,010 ล้านบาท 2) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ผู้ใช้สิทธิสะสมประมาณ 1.51 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 2,183.3 ล้านบาท 

นายธนกร กล่าวว่า 3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 26.35 ล้านราย จากผู้ได้รับสิทธิจำนวน 27.98 ล้านราย และมีจำนวนผู้ใช้สิทธิครบ 4,500 บาท แล้วกว่า 10.87 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 223,921.8 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 113,936 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 109,985.8 ล้านบาท และมียอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 88,712.9 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 36,037 ล้านบาท ร้าน OTOP 10,843.2 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 84,160.7 ล้านบาท ร้านบริการ 3,900.1 ล้านบาท และกิจการขนส่งสาธารณะ 267.9 ล้านบาท 

นายธนกร กล่าวว่า และ 4) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 91,952 ราย จากผู้ได้รับสิทธิจำนวนกว่า 4.9 แสนราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมส่วนประชาชน 3,827.4 ล้านบาท มีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 3,064 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 353.8 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายสะสมส่วน e-Voucher 339.2 ล้านบาท และมียอดใช้จ่ายสะสมรวมส่วนประชาชนและ e-Voucher แบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 197.6 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 214.4 ล้านบาท ร้าน OTOP 441 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 3,167.6 ล้านบาท และร้านบริการ 146 ล้านบาท

นายธนกร กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังได้มีมาตรการช้อปดีมีคืน 2565 ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 โดยผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้า และค่าบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หนังสือ e-Book และสินค้า OTOP ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2565 ซึ่งจะยื่นแบบและชำระภาษีในช่วงต้นปี 2566 โดยผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่เพิ่งสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.64 สามารถไปใช้โครงการสิทธิ์ช้อปดีมีคืนได้  

'จุรินทร์' นำพาณิชย์ช่วยผู้ประกอบการ SMEs-Micro SMEs บุกตลาดต่างประเทศยุค New Normal 

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้เพิ่มสัดส่วนส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือ SMEs และ Micro SMEsให้สามารถบุกตลาดต่างประเทศอาจจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการทั้งนี้ให้เกิดความเป็นธรรมทางด้านการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศด้วย

นางมัลลิกา ระบุว่า นายจุรินทร์รับรายงานจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ว่าผู้ประกอบการอีกกว่า 100 ราย ได้เข้าร่วม 50 กิจกรรมขยายตลาดในต่างประเทศทั่วโลก พร้อมเปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่ต้องการขอรับการสนับสนุนรอบใหม่เพิ่มจนถึง 20 ม.ค.2565 

" โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการสร้างโอกาสเพื่อผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ต้องการทำการตลาดในต่างประเทศ โดยให้นโยบายตั้งแต่เริ่มว่าให้เพิ่มจำนวนสัดส่วนผู้ประกอบการรายเล็กร้อยละ 10-15 เพื่อเปิดโอกาสทางการค้าและให้ถือเป็นทิศทางต่อเนื่องในปี 2565 โดยให้เกิดเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม รายงานกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศระบุว่าช่วงเดือน ธ.ค.2564 ได้มีการประชุมคณะกรรมการโครงการ SMEs Pro-active ครั้งที่ 4/2564 และมีมติอนุมัติการสนับสนุนผู้ประกอบการกว่า 100 ราย เข้าร่วม 50 กิจกรรมทั่วโลก " นางมัลลิกา กล่าว 

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กิจกรรมที่จะสนับสนุนครอบคลุมทั้งการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า บริการในต่างประเทศ (Overseas Trade Fair) กิจกรรมสร้างโอกาสทางการค้าและเครือข่ายทางธุรกิจในต่างประเทศ (Business Opportunities & Partnership : BOP) และงานแสดงสินค้า บริการเสมือนจริงในต่างประเทศ (Virtual Exhibition) โดยประเภทสินค้าที่ได้รับการอนุมัติมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าอุตสาหกรรม และสินค้าอาหาร โดยเป็นกิจกรรมในประเทศแถบภูมิภาคอาเซียนมากที่สุด รองลงมาเป็นประเทศแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออก 

ซึ่งก่อนหน้านี้ นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าสำหรับงานแสดงสินค้า บริการในต่างประเทศ (Overseas Trade Fair) ที่ได้รับการอนุมัติที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการ เช่น 1. AMBIENTE , FRANKFURT ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ซึ่งงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนและสินค้ากลุ่ม LIFESTYLE ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 2.ALIMENTARIA, BARCELONA ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน งานแสดงสินค้าเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มระหว่างประเทศที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป 3.FOOD & HOTEL ASIA (FOOD & BEVERAGE) ณ ประเทศสิงคโปร์ เป็นงานแสดงสินค้าอาหาร เบเกอรี่ เครื่องดื่ม สินค้าเกี่ยวกับโรงแรม และบริการด้านอาหาร 

ส่วนงานแสดงสินค้า บริการเสมือนจริงในต่างประเทศ หรือ Virtual Exhibition ที่ได้รับการอนุมัติ อาทิ HKTDC.COM SOURCING แพลตฟอร์มของผู้จัดงานแสดงสินค้าที่รวบรวมสินค้าหลากหลายประเภท เพื่อเชื่อมต่อบริษัทของผู้ผลิตสินค้ากับคู่ค้าจากทั่วโลก และช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงธุรกิจ รวมถึงเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ กระตุ้นยอดขาย และการจับคู่ทางธุรกิจ 

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่!! “พระครูแจ้” เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง...ตำนานที่ดินวัด ร่วม 200 ปี แสงสว่างของประชาชนชาวบางพลี

สมุทรปราการ​ -​ เปิดตำนาน “พระครูแจ้” หรือ ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง หรือ ที่ประชาชนเรียกกันว่า ”วัดพระนอน” ตำนานที่ดินวัด ร่วม 200 ปี พระสงฆ์ผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตา เป็นพระนักพัฒนาอย่างแท้จริงจนเป็นที่ขนานนามให้ท่านประดุจเป็น “แสงสว่าง” ของประชาชนชาวบางพลีอย่างแท้จริง ท่านสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษชาวบางพลีโดยแท้ ท่านเป็นผู้ที่มีร่างกายสูงใหญ่แบบคนโบราณ พูดตรงไปตรงมา มีความกล้าหาญเฉียบขาด รักษาความเป็นธรรม มีวาจาที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาวัดวาอารามให้เจริญรุ่งเรือง พัฒนาพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป และที่สำคัญคือการพัฒนาด้านการศึกษา

พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เดิมชื่อ จรูญ หมอเมือง เกิดเมื่อวันพุธ ที่ 18 เมษายน พ.ศ.2505 อายุ 59 ปี บิดาชื่อนาย อรุณ หมอเมือง มารดาชื่อนาง ปา หมอเมือง ท่านเป็นบุตรคนที่ 2 มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน และเป็นเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง องค์ที่ 9 ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย เป็นผู้ที่มีศีลวัตรปฎิบัติที่งดงาม มีศิษยานุศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาเป็นจำนวนมาก ทั้งข้าราชการระดับสูงตลอดจนพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง

ขณะที่ท่านยังรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง อยู่นั้น ท่านก็ปฎิบัติตนปกครองดูแลพระสงฆ์ด้วยความเป็นธรรมมาโดยตลอด รวมถึงการพัฒนาวัดบางพลีใหญ่กลางแห่งนี้ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองกระทั่งได้เป็นเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง องค์ที่ 9

จวบจนถึงปัจจุบันนี้ ต่างทราบกันดีว่าท่านเป็นพระสงฆ์ที่เปี่ยมด้วยความเมตตา เป็นพระผู้มีแต่ให้ อาทิเช่น การลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง มอบถุงยังชีพ มอบเงินช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆ สร้างบ้านที่พักอาศัยให้ประชาชนที่ยากจน ช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบอาชีพที่ขาดรายได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เปิดวัดรับอนุเคราะห์เผาศพโควิดให้ฟรี สนองพระดำริสมเด็จพระสังฆราชเพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมถึงผลักดันให้ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 หากจะกล่าวและถามถึงคุณงามความดีที่ท่านได้สร้างได้กระทำไว้คงกล่าวได้ไม่หมด อีกทั้ง ท่านจะพูดอยู่เสมอว่า “ความตาย ก็ไม่กลัว” ชีวิตนี้ขอถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลมหายใจที่เหลืออยู่ขอพัฒนาด้านการศึกษา พัฒนาด้านการแพทย์ ให้ประชาชนได้มีที่รักษา ให้วัดเป็นศูนย์กลางเป็นที่พึ่งของประชาชนที่เดือดร้อน

รอง ผบ.ตร.สั่งการ!! รับมือประชาชนเดินทางกลับทำงานหลังเทศกาลปีใหม่ วันหยุดสุดท้าย...พอใจ!! ภาพรวมสถิติอุบัติเหตุและเสียชีวิตรวม 5 วันยอดลดลง 

3 ม.ค.65 ที่ศูนย์บริหารงานจราจร​(ผอ.ศจร.ตร.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงวันหยุดสุดท้ายเทศกาลปีใหม่ 2565 ประชาชนจะเริ่มเดินทางกลับเข้า กทม. คาดว่าจะมีปริมาณการจราจรหนาแน่น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ผอ.ศจร.ตร.) ได้กำชับให้ทุกหน่วยเน้นอำนวยการจราจร ให้ประชาชนเดินทางโดยสะดวกและปลอดภัย

1.ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เน้นการยืนปรากฏกายบนถนนในจุดสำคัญ  เช่น จุดตัดถนน ทางแยก ทางข้าม สถานีบริการน้ำมัน สถานที่สำคัญต่างๆ โดยการปฏิบัติให้มีการใช้นกหวีด และมีอุปกรณ์ประจำกายให้ครบถ้วน ในเวลากลางคืนให้ใส่เสื้อสะท้อนแสง ใช้กระบองไฟ เพื่อให้ประชาชนเห็นได้ชัดเจน  การกดไฟสัญญาณในแยกต่างๆ ให้ควบคุมกดไฟสัญญาณด้วยมือ

2.เตรียมความพร้อมชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อเข้าไปแก้ไขกรณีเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้สามารถแยกรถ เคลื่อนย้ายรถได้ทันที รวมถึงเข้าไปอำนวยการจราจรและแก้ไขปัญหาจุดที่รถติดสะสม หรือการจราจรคับคั่ง โดยเฉพาะในเส้นทางที่มีปริมาณรถจำนวนมาก เช่น ถนนมิตรภาพ ถนนพหลโยธิน ถนน 304 (เขาหินซ้อน) ถนนสายเอเชีย รวมถึงเส้นทางพิเศษ ทั้งด่านบางปะอิน มอเตอร์เวย์ กาญจนาภิเษก

3.ให้ทุกหน่วยที่เป็นพื้นที่รอยต่อ โดยเฉพาะ บช.น. ภ.1 ,2 ,3 และ บก.ทล.บูรณาการและประสานการปฏิบัติในการอำนวยการจราจรเพื่อรับรถกลับเข้า กทม. อย่างต่อเนื่อง และ

4.ให้ รอง ผบช.​/รอง ผบก. ทุกหน่วยและผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น กำกับดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

นายกฯ จี้ ก.พาณิชย์ เร่งแก้ปม ราคาเนื้อหมูแพง ลดผลกระทบผู้บริโภค 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบความเดือดร้อนของผู้บริโภคจากปัญหาราคาเนื้อหมูที่ปรับตัวสูงขึ้น จากต้นทุนประกอบการที่เพิ่มขึ้น ทั้งราคาอาหารสัตว์ ยารักษาโรค และโรคระบาดหมู  ส่งผลให้หมูในระบบมีปริมาณลดลง ราคาหมูขายปลีกหน้าเขียงมีราคาสูงขึ้น  ขณะเดียวกันการที่ภาคบริการ การท่องเที่ยว ร้านอาหารกลับมาเปิดบริการได้มากขึ้น ทำให้ความต้องการบริโภคหมูโดยรวม กลับมาเพิ่มมากขึ้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดูแลแก้ปัญหาราคาเนื้อหมูแพงตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทาง ตั้งแต่ภาระเกษตรกรฟาร์มสุกร พ่อค้าคนกลาง ผู้ขายหมูหน้าเขียง ประชาชนผู้บริโภค รวมไปถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร เพื่อลดผลกระทบราคาหมูแพงในขณะนี้ โดยไม่ให้เสียกลไกตลาด 

นายธนกร กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ขยายการดำเนินการโครงการพาณิชย์ลดราคา (หมูเนื้อแดง) พร้อมให้พาณิชย์จังหวัด ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายอย่างใกล้ชิด  เข้มงวดผู้ขายในตลาดปิดป้ายแสดงราคา และ ขอความร่วมมือทางห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ช่วยตรึงราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดง ออกไปอีกระยะหนึ่ง 

“วิษณุ” ชี้ การเมือง'65 ร้อนแรงตั้งแต่เดือน พ.ค. เปิดซักฟอกรัฐบาลได้ - ย้ำ กฎหมายลูกห้ามถูกคว่ำ หวั่น กระทบเลือกตั้ง 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานระหว่างการทำงานของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรในปี 2565 มีอะไรน่ากังวลหรือไม่โดยเฉพาะการแก้กฎหมายต่างๆ ท่ามกลางปัญหาสภาล่มในปีที่ผ่านมา ว่า สภาฯในสมัยประชุมนี้จะจบในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 กฎหมายที่จะต้องเข้า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ 2555 หรือ วาด้า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. รวมทั้งกฎหมายอีกหลายฉบับที่เสนอต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งเป็นกฎหมายปฏิรูป ดังนั้นสมัยประชุมนี้จึงไม่มีอะไรตื่นเต้นโลดโผน แม้จะมีอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติก็ตาม 

นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนสมัยประชุมหน้าที่เปิดในเดือนพ.ค.2565 นั้น มีกฎหมายงบประมาณปี 2566 และมีกฎหมายที่ไม่ใช่กฎหมายปฏิรูปที่เสนอเข้าสภาเดียว ซึ่งถือเป็นอีกเรื่องที่ต้องว่ากัน รวมทั้งมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติก็จะเข้าสมัยประชุมหน้า 

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าเดือนว่าพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป เป็นช่วงตื่นเต้นของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดว่าเดือนพฤษภาคม แต่หมายถึงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงเดือนกันยายนเป็นเวลา 120 วัน เป็นสมัยประชุมที่สามารถมีกิจกรรมทางการเมืองหลายอย่างเกิดขึ้น

เมื่อถามว่าหากกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งผ่านการพิจารณาในช่วงสมัยประชุมเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป จะทำให้เกิดกระแสเรียกร้องยุบสภาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า กระแสเรียกร้องมีแน่และมีทุกวัน ซึ่งวันนี้ก็มีอยู่แล้ว แต่จะสามารถตอบสนองต่อกระแสดังกล่าวได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะบางที่อยากสนองก็สนองไม่ได้ เพราะกฎหมายลูกแม้มีผลบังคับใช้แล้วก็ยังมีรายละเอียดว่าจะต้องทำอะไรต่อไปภายในระยะเวลาที่กำหนด ส่วนจำนวนวันที่ระบุไว้จะทำให้เห็นว่าหากยุบสภาไปก่อนก็คงยากลำบาก เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้งก็ต้องแบ่งใหม่ ซึ่งไม่แน่ใจว่าต้องแบ่งภายใน 90 วัน ใช่หรือไม่ ดังนั้นจะเกิดอะไรก่อน 90 วันนั้นคงไม่ได้ ตนยังไม่พูดถึงเรื่องการประชุมเอเปคและจี 20 ที่อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพ แต่พูดถึงระยะเวลาตามปกติ ดังนั้นต้องรอผลของกฎหมายลูก 

เมื่อถามย้ำว่า หากกฎหมายลูกยังไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา นายกรัฐมนตรีจะยุบสภาได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยุบได้ แต่ยุบแล้วเกิดปัญหา กติกาต่างๆ ยังไม่มีอะไรชัดเจน รัฐธรรมนูญเป็นเพียงแม่บทวางเอาไว้ ซึ่งเดิมกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นคนวางรายละเอียด แต่ได้มีการตัดออกไปก่อน จึงยังไม่มีใครกำหนดได้ ดังนั้นต้องรอกฎหมายลูกเท่านั้น 

เมื่อถามว่า หากเกิดอุบัติเหตุยุบสภา รัฐบาลจะสามารถออกพ.ร.ก.มาแก้ปัญหาได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นความเสี่ยงมาก เพราะการออกพ.ร.ก. รัฐบาลกำหนดฝ่ายเดียว สภาจะยอมหรือไม่ที่จะให้รัฐบาลวางกติกาสำหรับเขาในการไปเลือกตั้งฝ่ายเดียว โดยที่เขาไม่มีสิทธิร่วมพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และหากไม่เห็นด้วยขึ้นมาแต่เลือกตั้งผ่านไปแล้วจะให้ทำอย่างไร หรือหากพ.ร.ก.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แล้วการเลือกตั้งที่ผ่านไปแล้วและกกต. ได้แจ้งมาว่าใช้เงินประมาณ 5,600 ล้าน จากเดิม 3,000 ล้าน แต่ขณะนี้ตัวเลขขึ้นมาแล้วก็จะเป็นปัญหา

รอง ผบ.ตร.เผย 3 วันแรกช่วงเทศกาลปีใหม่ จับเมาแล้วขับ 7,391 ราย ทำผิดกฏหมายจราจรเกือบ 2 แสนคน สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากสุด ยังเป็นขับรถเร็ว และเมาสุรา 

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนสัญจรเดินทางท่องเที่ยวปีใหม่ 2565 และเดินทางกลับ โดยเฉพาะ เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว อาจเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

จากการตรวจสอบข้อมูลในช่วง 3 วันแรก ของเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565  ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.64 ถึง 31 ธ.ค.64 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งจุดตรวจเพื่อบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก อย่างเข้มข้น โดยแต่ละวันมีการตั้งจุดตรวจ จำนวน 1,240 จุดตรวจ (แบ่งเป็นจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร 769 จุดตรวจ  จุดตรวจแอลกอฮอล์อีก 471 จุดตรวจ)

สำหรับผลการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก ช่วง 3 วันที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ทั้งสิ้นจำนวน 198,159 ราย สถิติการบังคับใช้กฎหมายเพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว 7.64%  และเฉพาะข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา มีการจับกุมผู้กระทำผิดในช่วง 3 วันที่ผ่านมา เป็นจำนวน 7,391 ราย  ซึ่งจับกุมได้มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วคิดเป็น 75.39% 

รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถิติอุบัติเหตุในภาพรวมช่วง 3 วันแรกของเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2565 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ปีที่แล้ว สถิติอุบัติเหตุลดลงทุกตัวเลข ได้แก่  

1.การเกิดอุบัติเหตุ 3 วันแรกของเทศกาลปีใหม่ 2565 เกิดจำนวน 1,339 ครั้ง  ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีใหม่ปีที่แล้ว จำนวน 309 ครั้ง (ลดลง 18.75%)

2.จำนวนผู้เสียชีวิต  3 วันแรกของเทศกาลปีใหม่ 2565  จำนวน 153 ราย  ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีใหม่ปีที่แล้ว จำนวน 31 ราย  (ลดลง 16.85%)

3.จำนวนผู้บาดเจ็บ 3 วันแรกของเทศกาลปีใหม่ 2565  จำนวน 1,322 คน  ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีใหม่ปีที่แล้ว จำนวน 313 คน  (ลดลง 19.14%)
สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดในช่วง 3 วันแรก อันดับ 1 คือขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด (34.96%) อันดับ 2 คือขับรถในขณะเมาสุรา (29.93%) 

โดยวันนี้ 1 ม.ค.2565 เป็นวันที่ 4 จาก 7 วันควบคุมเข้มข้น ซึ่งโดยสถิติของปีใหม่ที่ผ่านๆมา วันนี้จะเป็นวันที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ และมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุดจากทั้งหมด 7 วัน สาเหตุเพราะประชาชนบางส่วนได้ฉลองคืนส่งท้ายปีเก่า มีการดื่มสุรา หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แล้ววันรุ่งขึ้นมาขับรถ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ  

ข่าวดีรับปีใหม่ 2565 'เฉลิมชัย'​ เผยจีนเปิดด่านรถไฟผิงเสียง นำเข้า 'ทุเรียน-ลำไย-ผลไม้ไทย'​ 4 ม.ค.นี้​ ด้าน​ 'อลงกรณ์'​ ขอความร่วมมือผู้ส่งออกตรวจเข้มระวังโควิดปนเปื้อน

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้(Fruit Board) เปิดเผยวันนี้​ (1ม.ค.) ว่า จากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เข้มงวดของด่านนำเข้าจีน ส่งผลต่อการส่งออกผลไม้ของไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก ตนได้สั่งการทูตเกษตรเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและตนได้หารือเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกการขนส่งผลไม้ไทย

ล่าสุดได้รับรายงานจากกงสุล (ฝ่ายเกษตร) ของไทยประจำนครกว่างโจวว่าด่านรถไฟผิงเสียง (เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน)​ ได้เปิดด่านแล้วโดยกำหนดเปิดนำเข้าผลไม้ไทยตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 17 มกราคม 2565 เพื่อคลี่คลายปัญหากรณีด่านตงซิง (เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน) ปิดด่าน ทําให้ทุเรียนและลําไยสดของประเทศไทยที่มีปริมาณมากต้องติดค้างอยู่ที่ด่านตงซิงซึ่งไม่สามารถยื่นคําร้องขอผ่านพิธีการศุลกากรเข้าประเทศจีนได้

ทางการจีนจึงประสานเป็นหนังสือขอความอนุเคราะห์ฝ่ายเกษตรฯ กว่างโจวแจ้งมายังหน่วยงานของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ อํานวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการผลไม้ทําการเปลี่ยนแปลงใบรับรองสุขอนามัยพืชในช่วง วันที่ 1 - 3 มกราคม 2565 สินค้าผลไม้ไทยจะได้ยื่นคําร้องขอผ่านพิธีการศุลกากรผ่านด่านรถไฟผิงเสียงเพื่อขนส่งเข้าประเทศจีนได้ 

"สมศักดิ์" วอน ชาวสุโขทัย ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีรับนักท่องเที่ยว สร้างความประทับใจ เกิดรายได้ให้ท้องถิ่น ร่วมใจ ฝ่าทุกวิกฤตไปด้วยกัน 

ที่ จ.สุโขทัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานในงานทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ "รับบุญแรกแห่งเมืองสุโขทัย" นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในรอบปีที่ผ่านมา ประเทศชาติของเราต้องประสบปัญหาต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 อย่างรุนแรง จนต้องปิดเมือง ปิดประเทศ ประชาชน ค้าขายลำบาก ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ รายได้ของประชาชนไม่พอต่อการดำรงชีวิต

"ปิยบุตร" เผย 3 ภารกิจ "คณะก้าวหน้า" ปี 65 หนุนผู้สมัครชิงนายกเมืองพัทยา-ปักธงความคิดสร้างความหวังการเมืองท้องถิ่น-เปิดอะคาเดมีนักการเมือง-รณรงค์แก้ ม.112 รูปแบบใหม่ น่ารักสดใสยิ่งขึ้น

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวถึงภารกิจของคณะก้าวหน้าในปี 2565 ว่า คณะก้าวหน้ามี 3 ภารกิจใหญ่ๆ คือ 1.เรื่องท้องถิ่น คณะก้าวหน้าคงจะสนับสนุนผู้สมัครชิงนายกเมืองพัทยา ส่วนระดับเทศบาลและอบต.ที่มีผู้บริหารที่เราสนับสนุน ก็จะเข้าไปช่วยให้คำปรึกษา แนวทางการทำนโยบายต่างๆ และจะมีการจัดงานซิมโพเซียมโชว์ โดยนำนโยบายท้องถิ่นดีๆ ในหลากหลายที่มาโชว์ การเดินหน้ารณรงค์เรื่องนี้เพื่อเปลี่ยนความคิดคนให้เห็นว่า เราสามารถมีความหวังกับการเมืองในระดับท้องถิ่นได้ และเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนได้ 2.เรื่องการรณรงค์ทางความคิด เราจะเดินหน้าคอมมอน สคูล ซึ่งมีทั้งโครงการยืมหนังสือฟรี การทำค่ายเยาวชน Awaken Land  การบรรยายในตลาดวิชาอนาคตใหม่ และจะทำอะคาเดมีสำหรับนักการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เพื่อคัดเลือกผู้สมัครและหลอมรวมคนที่คิดแบบเดียวกัน มีการฝึกอภิปรายในสภาฯ และความรู้พื้นฐานในทางการเมือง ซึ่งหากประสบความสำเร็จ ตรงนี้จะเป็นเงื่อนไขขั้นต่ำของคนที่อยากเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ขององค์กรของพวกเรา 

"ผมหวังว่าอะคาเดมีนี้จะคู่ขนานไปกับสารพัดหลักสูตรของภาครัฐ ที่สร้างขึ้นมาโดยใช้งบประมาณแผ่นดิน เพื่อดึงคนมาสร้างเครือข่ายคอนเนกชั่น ไม่ได้คิดเรื่องความรู้อย่างลึกซึ้ง และเสียค่าใช้จ่ายแพง แต่ของเราคนที่มาเรียนจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ซึ่งจะเป็นการแข่งขันกันในอนาคตระหว่างหลักสูตรของภาครัฐที่มีทรัพยากรอุดหนุนตลอด และมีโอกาสที่จะได้เจอคอนเนกชั่นมากมาย ขณะที่หลักสูตรของเราค่อยๆ เริ่มทำ เพื่อหวังจะสร้างบุคลากรเข้าไปอยู่ในสนามการเมืองมากยิ่งขึ้น ฝันไกลที่สุดคือผมอยากเห็นคนรุ่นใหม่เข้าไปอยู่ในแวดวงการเมืองเพิ่มมากขึ้น โดยมีพื้นฐานความรู้ในแบบอนาคตใหม่" นายปิยบุตร กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top