Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

“นายกฯ” เร่งผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางแข่งขัน E-sports ดีเดย์ “เจ็ตสกีเวิลด์คัพ”  12-16 ม.ค.นี้ ตั้งเป้าตีตลาดโลกสร้างฐานแฟนกีฬา 350 ล้านคน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มุ่งส่งเสริมการใช้ Soft power โดยนำกีฬามาต่อยอดกับการท่องเที่ยว เน้นกีฬาระดับโลกให้กับประเทศไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ขับเคลื่อน การพัฒนางานกีฬา ด้านทรัพย์สินทางปัญญา นำร่องกีฬาเจ็ตสกี ยกระดับเป็นการแข่งขันทัวร์นาเม้นท์เจ็ตสกีอันดับที่ 1 ของโลก WPG#1 World Series เป็นลิขสิทธิ์แบรนด์ไทย โดยกำหนดจัดเจ็ตสกีเวิลด์คัพ 2021-2022 ระหว่างวันที่ 12-16 ม.ค.นี้ ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งรายการแกรนด์สแลมนี้เป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีนักกีฬาทั่วโลก เข้าร่วมแข่งขันมากที่สุดตั้งแต่ปี 2018 นอกจากนี้ยังมีส่วนของความสำคัญของสนามชิงชนะเลิศ การแข่งขันเก็บคะแนนชิงแชมป์โลกหรือ WGP#1 เวิลด์ซีรี่ส์ 2021-2022 ด้วย ที่แข่งเก็บคะแนนบน 3 ทวีปสำคัญของโลก ได้แก่ สนาม 1 ทวีปยุโรป ที่โปแลนด์ สนามที่ 2 ทวีปอเมริกา ที่อริโซน่า สหรัฐฯ และสนาม 3 ทวีปเอเชีย ที่ประเทศไทย โดยกลุ่มนักกีฬามือหนึ่งของโลกทั้งหมดต้องเข้ามาชิงแชมป์ที่ประเทศไทย จะมีการออกอากาศเผยแพร่ไปกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

นายกฯ สั่ง หน่วยงานวางระบบการทำงาน ช่วยปชช.รับประโยชน์เต็มที่ จากความตกลง RCEP 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเกี่ยวกับประโยชน์ที่ประชาชนในประเทศไทยจะได้รับจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2565 ที่ผ่านมาว่า ความตกลง RCEP เป็นเขตการค้าเสรี (FTA) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีสมาชิกครอบคลุมกว่า 15 ประเทศ ได้แก่ 10 ประเทศอาเซียน รวมกับอีก 5 ประเทศคู่เจรจาของอาเซียน ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ครอบคลุมประชากรมากถึง 2.3 พันล้านคน หรือกว่า 1 ใน 3 ของโลก จึงมีตลาดในการนำเข้าเเละส่งออกสินค้าและบริการที่กว้างขวาง RCEP ยังเป็นความตกลงทางการค้าที่เปิดกว้างที่สุด และครอบคลุมหลายด้านที่ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภคในแต่ละประเทศสมาชิก โดยเฉพาะการลดภาษีสินค้านำเข้าสูงที่สุดถึงร้อยละ 99 ของสินค้าทั้งหมด ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดประเทศสมาชิก RCEP ได้ด้วยต้นทุนที่ถูกลง อีกทั้งมีมาตรการที่อำนวยความสะดวกในการลงทุนขยายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติในไทย เช่น ในโครงการ EEC 
 
นายธนกร กล่าวว่า ประโยชน์ที่ประชาชน เกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการไทย จะได้รับจากความตกลง RCEP ซึ่งกำหนดให้ประเทศสมาชิกลดหรือยกเลิกกฎระเบียบและมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน อาทิ ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้า (ภาษีเหลือ 0%) สำหรับสินค้าส่งออกไทย จำนวนกว่า 29,891 รายการ ที่จะช่วยลดต้นทุนในการผลิตสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพในการส่งออก เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการและเปิดตลาดใหม่ ๆ ให้กับสินค้าส่งออกของไทย , ผู้ประกอบการได้รับการอำนวยความสะดวกหรือลดความยุ่งยากทางการค้า โดยเฉพาะด้านพิธีศุลกากร และเพิ่มช่องทางออนไลน์สำหรับการยื่นเอกสารขอนำเข้าสินค้าเป็นการล่วงหน้า , ปรับ ประสานมาตรฐานและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศผู้นำเข้า ให้มีความชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน , ลดหรือ ยกเลิกข้อกำหนดด้านการลงทุน ที่เป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อนักลงทุนต่างชาติภายในประเทศสมาชิก อาทิ สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติ เงื่อนไขสัญชาติของผู้ให้บริการ และกฎระเบียบในการจัดตั้งกิจการหรือการลงทุน , เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในประเทศสมาชิกในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น บริการสำหรับผู้สูงอายุ และโรงพยาบาล 

‘ทนายเชาว์’ จี้ บช.น.แจงปมออกใบอนุญาต หลังปล่อยอดีตนักโทษข่มขืนมาเป็น รปภ.

‘ทนายเชาว์’ บี้ บช.น. แจงออกใบอนุญาตให้อดีตนักโทษข่มขืนเป็น รปภ. ส่วนบริษัทต้นสังกัดต้องรับผิดชอบ แนะสังคายนาประวัติ รปภ.ทั่วประเทศ หวั่นเกิดเหตุซ้ำ

นายเชาว์ มีขวด ทนายความอาสา โพสต์เฟซบุ๊ก Chao Meekhuad เรื่องกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ต้องตอบคำถาม ทำไมออกใบอนุญาตให้ “มนตรี” เป็น รปภ. โดยมีเนื้อหาระบุว่า จากกรณีนายมนตรี ใหญ่กระโทก หัวหน้ารปภ.ข่มขืนลูกบ้านคอนโดมิเนียมที่กำลังเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจอยู่ขณะนี้ หลายคนพูดถึงเรื่องข้อกฎหมายไปแล้วว่าตำรวจมีอำนาจเข้าสถานที่เกิดเหตุได้ รปภ.ที่ขัดขวางจนทำให้เกิดความล่าช้า กระทั่งผู้ก่อเหตุหลบหนีไปได้ มีความผิดฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน รวมถึงระเบียบของนิติบุคคลไม่สามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ แต่เรื่องที่ยังไม่พูดถึงกันมากนักคือ การออกใบอนุญาตให้นายมนตรีเป็น รปภ. ทั้งที่เคยติดคุกคดีข่มขืนได้อย่างไร

นายเชาว์ ระบุว่า เรื่องนี้มีคนต้องรับผิดชอบอย่างน้อยสองหน่วยงาน คือ บช.น. ซึ่งตามกฎหมายธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 มาตรา 4 กำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นนายทะเบียนกลาง มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยยังเป็นผู้ออกใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัยด้วย ซึ่งกรณีของนายมนตรี ได้รับใบอนุญาตวันที่ 28 พ.ย. 62 สิ้นอายุวันที่ 28 พ.ย. 65 มี พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ปฏิบัติราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้ลงนามในฐานะนายทะเบียน ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดไม่ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายมนตรี

‘เอกชน’ ค้าน ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ ชี้ ‘โอมิครอน’ แม้ระบาดเร็ว แต่ก็หายไว

หอการค้าไทย ไม่เห็นด้วย หากต้องล็อกดาวน์ประเทศทั้งหมด ชี้โอมิครอนระบาดเร็ว แต่ก็หายเร็วเช่นกัน เป็นความเสี่ยงที่ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้

วันที่ 6 มกราคม 2565 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงสาธารณสุข ประกาศยกระดับการเตือนภัยโควิด-19 จากเดิมระดับ 3 ปรับขึ้นเป็นระดับ 4 โดยจะมีข้อแนะนำและมาตรการเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมีการปิดสถานที่เสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อ รวมถึงชะลอการเดินทาง เช่น การไปทำงานก็ให้ทำงานที่บ้าน (Work from Home) การเดินทางข้ามจังหวัด การเคลื่อนย้ายของคน และการจำกัดการรวมกลุ่ม

“หอการค้าไทยอยากให้มีการพิจารณาถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่รอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ถึงแม้ปัจจุบันจะทราบกันดีว่าสายพันธุ์โอมิครอนมีการแพร่ระบาดที่รวดเร็ว และมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นหลังเทศกาลปีใหม่ที่เพิ่งผ่านพ้นมา และไทยคงหลีกเลี่ยงการระบาดที่จะขยายวงกว้างมากขึ้นไม่ได้ แต่หากพิจารณาถึงอาการจะพบว่าไม่ได้รุนแรงเท่ากับสายพันธุ์เดลตา ในขณะที่หลายประเทศในยุโรป ที่มีการติดเชื้อและแพร่ระบาดที่รวดเร็ว ก็มีอัตราการหายที่รวดเร็วเช่นกัน“

นายสนั่นกล่าวอีกว่า ประชากรส่วนใหญ่ของไทยต่างได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง รวมทั้งระบบสาธารณสุขที่ยังคงสามารถรองรับผู้ป่วยได้ จึงคิดว่าการดำเนินมาตรการในช่วงนี้คงต้องเน้นการเพิ่มความระมัดระวัง คุมเข้มสถานประกอบการที่มีประชาชนใช้บริการอย่างหนาแน่น และเร่งการ Boost เข็ม 3-4 ให้กับประชาชน ตามที่รัฐบาลได้เตรียมการไว้แล้วให้มากที่สุด ก็จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้น และลดความรุนแรงของการติดเชื้อได้

“หอการค้าไทยไม่เห็นด้วย หากภาครัฐจะยกระดับมาตรการ ด้วยการล็อกดาวน์ทุกกิจกรรมของประเทศ เพราะสถานการณ์ในวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับวัคซีน ต่างจากกลางปีที่แล้วที่การฉีดวัคซีนและปริมาณวัคซีนยังมีน้อยและไม่เพียงพอ ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายมหาศาลกับเศรษฐกิจแล้ว ยังจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของประชาชนภายในประเทศลดลง”

“ที่ผ่านมาบรรยากาศของประเทศเพิ่งกลับมาคึกคัก หลายภาคส่วนมีความหวังในการตั้งต้นและเดินหน้าธุรกิจใหม่ในปี 2565 และประชาชนเริ่มสามารถดำเนินชีวิตใกล้เคียงปกติได้มากขึ้น หากกลับไปล็อกดาวน์จะทำให้ประเทศต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง อีกทั้งในส่วนภาครัฐเองก็จะต้องหามาตรการเยียวยาฟื้นฟูประเทศใหม่ และจะต้องใช้งบประมาณมหาศาล“

ผู้นำฝรั่งเศส ขู่จำกัดสิทธิคนไม่ฉีดวัคซีน หลังยอดติดโควิดพุ่ง 3.3 แสนคนใน 1 วัน

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในฝรั่งเศสพุ่งทุบสถิติกว่า 332,000 คนในรอบ 24 ชั่วโมงเมื่อวันพุธ (5 ม.ค.) ขณะที่ประธานาธิบดี เอมมานูแอล มาครง ถูกฝ่ายตรงข้ามวิจารณ์ยับ หลังหลุดปากพูดว่าจะทำให้คนที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนต้อง “ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก”

ผู้ติดเชื้อรายวันในฝรั่งเศสพุ่งทะลุหลัก 300,000 คนเป็นครั้งแรก หลังจากที่เพิ่งทำสถิติสูงสุด 271,686 คนไปหมาดๆ เมื่อวันอังคาร (4 ม.ค.) ขณะที่ยอดผู้ป่วยแอดมิดเข้าโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอีก 2,483 คน และมีอยู่ 396 คนที่อาการหนักจนต้องใช้เตียงไอซียู

โอลิวิเยร์ เวราน รัฐมนตรีสาธารณสุขฝรั่งเศส ได้แจ้งต่อรัฐสภาว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ “เท่าที่จำได้” อยู่ที่ราวๆ 335,000 คน แต่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง หน่วยงานสาธารณสุขฝรั่งเศสได้ออกมาให้ตัวเลขยืนยันที่ 332,252 คน

รัฐบาลฝรั่งเศสมีแผนที่จะปรับใช้มาตรการใหม่ โดยจะมอบ “บัตรผ่านวัคซีน” (vaccine pass) ให้เฉพาะผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วเท่านั้น จากปัจจุบันที่อนุญาตให้ประชาชนแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน ผลตรวจที่เป็นลบ หรือหลักฐานที่ยืนยันว่าเพิ่งหายป่วยจากโควิด-19 ก่อนเข้าใช้บริการในร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่สาธารณะอื่นๆ

เวราน เผยด้วยว่า เมื่อวันพุธ (5 ม.ค.) มีชาวฝรั่งเศสเดินทางไปรับ “วัคซีนเข็มแรก” มากถึง 66,000 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขรายวันสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีที่แล้ว และเขาเชื่อว่าหากสามารถคงตัวเลขนี้ไว้ได้ “อีก 70-75 วัน” ประชากรฝรั่งเศสก็จะไม่ป่วยหนักจากโควิด-19

เร่งแก้หนี้ระบบสหกรณ์ พร้อมตั้งเพดานดอกเบี้ยเงินกู้ไม่เกิน 3% 

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินราชการในภาคสหกรณ์ ว่า เร็ว ๆ นี้ กรมฯ เตรียมออกประกาศฉบับใหม่เพื่อกำหนดเพดานดอกเบี้ยเงินฝากให้ไม่เกิน 3.5% ซึ่งเป็นการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแบบขั้นบันไดที่มีการปรับลงมาจากที่อัตรา 4.5% ลงมาที่ 4% และ 3.5%  ตามลำดับ เพื่อลดต้นทุนของแต่ละสหกรณ์ที่มีภาระผูกพันจากกการรับฝากเงินจากสหกรณ์อื่น ซึ่งรับฝากมาใช้เป็นทุนธุรกิจด้วยเช่นกัน สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนนั้น ได้แนะนำให้กำหนดเพดานไว้ว่าต้นทุนเท่าไหร่บวกได้ไม่เกิน 3% เพื่อเป็นการลดภาระหนี้ของสมาชิก 

ส่วนกรณีรายได้ของสมาชิกหลังหักหนี้ต้องเหลือไม่น้อยกว่า 30% นั้น เป็นประเด็นที่กรมฯ ได้หารือกับทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่าจำนวนดังกล่าวเพียงพอต่อการดำรงชีพ และไม่ควรหักลดน้อยลงไปต่ำกว่านี้  ถือเป็นสาระสำคัญที่บรรจุอยู่ในร่างกฎกระทรวงที่รอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  เสนอร่างที่กฤษฎีกาตรวจสอบแล้วให้กับที่ประชุมครม.เห็นชอบเพื่อนำออกมาประกาศใช้ 

“ได้เสนอว่าเพื่อเป็นการช่วยเหลือเร่งด่วนระหว่างรอกฎกระทรวงฉบับนี้  รัฐบาลควรมีกฎหรือระเบียบให้กระทรวงการคลังสั่งให้กรมบัญชีกลางกำหนดให้ส่วนราชการหักเงินเดือนข้าราชการที่มีภาระหนี้ผูกพันไว้ ต้องให้เหลือติดบัญชีไม่น้อยกว่า 30% เพื่อให้สามารถดำรงชีพได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะมีอานิสงส์ดูแลเรื่องรายได้ส่วนที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายของข้าราชการทุกภาคส่วน”

ดีอีเอส เผยศาลสั่งปิด 50 ยูอาร์แอล ประเดิมปีเสือ หลังพบกระทบความมั่นคง

6 มกราคม 2565 น.ส.นพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากแนวโน้มปัญหาการโพสต์ข้อความเท็จที่ยังมีการแพร่กระจายบนช่องทางโซเชียลต่างๆ จำนวนมาก สร้างความตื่นตระหนก ความสับสนให้กับประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของชาติ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เร่งติดตามปัญหาเชิงรุก มีการมอนิเตอร์สถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศทุกวัน

ทั้งนี้ สถานการณ์ข่าวปลอมและการดำเนินการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 64 - 2 ม.ค. 65 พบว่า มีการดำเนินการกับผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จำนวน 19 ยูอาร์แอล แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 11 ยูอาร์แอล ยูทูบ 6 ยูอาร์แอล และทวิตเตอร์ 2 ยูอาร์แอล

นายกฯ สั่งพลังงานคุมราคาไม่ให้กระทบค่าครองชีพ

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานดูแลบริการจัดการพลังงานไม่ให้ขาดแคลน และดูแลราคาพลังงาน ที่ได้รับผลกระทบจากราคาตลาดโลกผันผวน ให้กระทบค่าครองชีพประชาชนให้ต่ำที่สุด ซึ่งเกิดจากทั้งราคาน้ำมันตลาดโลกที่ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยในส่วนการดูแลราคาน้ำมันดีเซลยังยืนยันว่าจะดูแลไม่เกินลิตรละ 30 บาท 

ส่วนราคาก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจี ในเดือน ก.พ.นี้จะต้องทยอยขยับราคาแน่นอน จากที่ตรึงราคาสู้ภัยโควิดมาแล้วเป็นเวลาเกือบ 2 ปี ที่ราคา 318 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ตลาดโลกก็พุ่งขึ้นอยู่ในระดับ  20-50 เหรียญต่อล้านบีทียู ซึ่งกระทบค่าไฟฟ้าในปี 65 ที่จะขยับขึ้นแน่นอน 

พร้อมกันนี้ กพช. ยังเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ ปี 2565 เช่น การจัดหาก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมเต็มความสามารถของแหล่ง รวมถึงจัดทำสัญญาซื้อขายก๊าซเพิ่มเติมจากแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีศักยภาพ ทั้งแหล่งก๊าซในอ่าวไทย และในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย, การเลื่อนแผนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8 กำลังผลิต 300 เมกะวัตต์ ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 จากเดิมกำหนดปลดออกจากระบบสิ้นปี 2564

อินเดีย อินดี้! ยี้แผ่นดินเกิด เกิดภาวะสมองไหล แห่หนี ‘ขุดทอง’ ต่างประเทศ

ทำไมอินเดียจึงกลายเป็นชาติที่พลเมืองสมองไหลมากที่สุดในโลก?

เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมาหลังจากที่ แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ก่อตั้ง Twitter ประกาศลาออกจากตำแหน่ง CEO และได้มีการแต่งตั้ง ปราค อัครวาล วิศวกรไอที เชื้อสายอินเดียแท้ๆ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของ Twitter แทน สร้างความฮือฮาให้ความชาวอินเดียทั่วประเทศเป็นอย่างมาก ที่ต่างก็ภูมิใจที่ได้เห็นคนที่เกิด เติบโต และเรียนจบจากสถาบันในอินเดีย สามารถก้าวขึ้นไปถึงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของ Twitter สื่อโซเชียลแถวหน้าที่สร้างกระแสอิทธิพลในโลกได้ 

และไม่ใช่แค่เฉพาะ ปราค อัครวาล คนเดียวที่ทำได้ ยังมีชาวอินเดียอีกหลายคนที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ อาทิ สัตยา นาเดลลา CEO ของบริษัท Microsoft, อาร์วิน คริชนา ที่เคยก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของ IBM หรือ อาเจย์ บันกา รับตำแหน่ง CEO ให้กับ Mastercard 

นอกเหนือจากแวดวงธุรกิจ ไอที ยังมีชาวอินเดียจำนวนไม่น้อยที่ได้รับบทบาทสำคัญทางการเมืองในประเทศมหาอำนาจ ยกตัวอย่างเช่น ฮาร์จิต ซิงค์ ซัจจาน นักการเมืองอินเดีย-ซิกข์ จากแคว้นปัญจาบ สามารถก้าวขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีกลาโหมของแคนาดา หรือแม้แต่ กมลา แฮริส รองประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน ลูกครึ่งจาไมก้า-อินเดีย ที่มีคุณแม่เป็นชาวอินเดียแท้ๆ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ และทำงานวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในสหรัฐอเมริกา 

ถึงแม้สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างชัดเจนถึงศักยภาพของชาวอินเดีย ที่เป็นที่ยอมรับจากคนทั่วโลก แต่ก็สะท้อนปัญหาอีกด้านหนึ่งที่รัฐบาลอินเดียจะมองข้ามไปไม่ได้ก็คือปัญหา "สมองไหล" 

หากพิจารณาว่ามีพลเมืองชาติใดบ้างที่นิยมโยกย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกราก ทำงานในต่างประเทศ หลายคนอาจนึกถึงจีน หรือ ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศแรกๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว อินเดียคือประเทศที่มีพลเมืองย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศมากที่สุดในโลก

จากข้อมูลของ UN World Migration Report พบว่า เฉพาะในปี 2020 ปีเดียว มีชาวอินเดียย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศมากกว่า 17.3 ล้านคน และในจำนวนนี้ มีคนระดับอภิมหาเศรษฐี ที่มีอยู่เพียง 2% ของประชากรอินเดีย ตัดสินใจโยกทุน ย้ายถิ่นไปประเทศอื่นมากถึง 5,000 คนในปีเดียวกัน 

และบางครั้งก็ไม่ได้แค่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ อาศัยทำงานในต่างแดนเท่านั้น บางคนถึงกับสละสัญชาติอินเดียไปเลยก็มีไม่น้อย ทางรัฐบาลอินเดียได้เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมามีชาวอินเดียมากถึง 6 แสนคน ทิ้งสัญชาติไปเป็นชาวต่างชาติโดยสมบูรณ์ เท่ากับว่า อินเดียก็จะสูญเสียทรัพยากรบุคคลเหล่านี้ไปอย่างถาวร

จึงเกิดคำถามขึ้นว่า ทำไมอินเดียจึงเกิดปัญหา “สมองไหล” อย่างมากมาย นับเป็นการสูญเสียทรัพยากรบุคคลอันมีค่าของอินเดียให้กับชาติอื่น แทนที่พวกเขาจะอยู่ทำงาน ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอินเดียในอนาคต

ซึ่งปัญหานี้เกิดจากหลายสาเหตุ และเหตุผลหลักอันดับแรก หนีไม่พ้นค่าจ้างแรงงานในตลาดต่างประเทศที่สูงกว่าอยู่ทำงานในอินเดียมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์ และ ไอที เทคโนโลยี เป็นสาขาอาชีพที่เป็นที่ต้องการอย่างมากทั่วโลก ที่ชาติชั้นนำในยุโรปต่างยินดีที่จะเสนอเงื่อนไขการย้ายถิ่นฐานให้กับผู้เชี่ยวชาญในสาขาเหล่านี้ 

แต่นอกจากเรื่องค่าแรงที่เย้ายวนแล้ว ก็ยังมีเหตุผลด้านความล้ำหน้าด้านศาสตร์เทคโนโลยีขั้นสูงของชาติมหาอำนาจตะวันตก ที่ทำให้นักศึกษาอินเดียจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะเดินทางไปต่อยอดความรู้เพิ่มเติม ซึ่งกลายเป็นช่องทางที่สถาบันชาติตะวันตกใช้ดึงนักศึกษาระดับหัวกะทิจากอินเดีย ผ่านโครงการทุนการศึกษาและสวัสดิการ มารองรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนไปเลิศไปศึกษาต่อ และมักจะได้สิทธิ์อยู่ต่อ ทำงาน และย้ายถิ่นฐานต่อได้อย่างเป็นระบบ 

ส่วนนักธุรกิจชั้นนำในอินเดียก็มองว่า การย้ายถิ่นฐานเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยขยายฐานธุรกิจของตนให้ก้าวขึ้นไปสู่ระดับสากล เป็นการต่อยอดจากตลาดในอินเดียได้เป็นอย่างดี 

“ผบ.ทร.” เชิญน้องๆ หนูๆ เข้าชมและร่วมกิจกรรมสนุกๆ รับรางวัลต่างๆ ในการจัดกิจกรรมงานวันเด็ก ของกองทัพเรือ แบบออนไลน์

พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ขอเชิญน้องๆ หนูๆ เข้าชมและร่วมกิจกรรมสนุกๆ กับพี่ๆ ทหารเรือลุ้นรับรางวัลต่างๆ ในการจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ของกองทัพเรือ แบบออนไลน์

ตามที่รัฐบาลกำหนดให้หน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ในรูปแบบ Online เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวร้สโคโรนา 2019 ดังนั้น กองทัพเรือจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบความสุขให้แก่น้องๆ หนู เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ จึงกำหนดจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ในรูปแบบ Online ในวันเสาร์ที่ 8 ม.ค. โดยถ่ายทอดสดผ่านFackbook และYoutube กองทัพเรือ Royal Thai Navy ตั้งแต่เวลา ๐๘๐๐-๑๓๐๐ ภายใต้ชื่องานว่า  “รวมใจภักดิ์ รักษ์ชาติ ราษฎร์ศัทธา” 

การจัดงานวันเด็กในครั้งนี้ กองทัพเรือโดย ผู้บัญชากาทหารเรือ ได้มอบให้โรงเรียนนายเรือเป็นหน่วยดำเนินการจัดกิจกรรมในนามของกองทัพเรือ โดยมีพล.ร.ท.ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ เป็นประธานในการอำนวยการจัดกิจกรรมฯ ซึ่งการจัดงานวันเด็กแห่งชาตินั้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก สนใจในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็ก และช่วยเหลือสงเคราะห์เด็กเป็นพิเศษ เพื่อให้เด็กและเยาวชนยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อันจะทำให้เด็กรู้จักหน้าที่ของตน และอยู่ในระเบียบวินัยอันดี และเพื่อเผยแพร่ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิของเด็ก เพราะกองทัพเรือได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนว่าเขาเหล่านั้นจะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของสังคม และจะเป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า สืบทอดความเป็นชาติต่อไปในอนาคต

นอกจากการจัดกิจกรรมวันเด็กในรูปแบบ Online แล้ว กองทัพเรือได้มอบให้หน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือจัดของขวัญ อุปกรณ์การศึกษา อาหาร ขนมและของใช้ มอบให้กับเด็กๆ ตามโรงเรียนต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพเรือทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงเรียนตามถิ่นทุรกันดาร และเด็กด้อยโอกาส โดยเฉพาะตามพื้นที่ตามแนวชายแดน ตามเกาะแก่งต่างๆ โดยให้เรือรบที่ลาดตระเวนทางทะเลนำของไปมอบเด็กๆ ตามเกาะต่างๆ เพื่อเป็นการแบ่งปันความสุขให้น้องๆ ในเนื่องวันเด็กแห่งชาติอย่างทั่วถึง ซึ่งทางโรงเรียนนายเรือเองก็ได้จัดกิจกรรมมอบของขวัญแด่น้องๆ ตามโรงเรียน สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า และเด็กพิการ จำนวน ๑๐ โรงเรียน ทั้งนี้กองทัพเรือจะรวบรวมภาพกิจกรรมการมอบของขวัญให้กับโรงเรียนต่างๆ ที่หน่วยงานของกองทัพเรือได้ดำเนินการ นำมาออกอากาศวันถ่ายทอดสดกิจกรรมงานวันเด็กของกองทัพเรืออีกด้วย

สำหรับรูปแบบการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ แบบ Online นั้น กองทัพเรือได้จัดกิจกรรมดีๆ การแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ราชนาวี พร้อมการแสดงสนุกสนานจากพี่ๆ ทหารเรือ รวมทั้งมีเกมส์สนุกๆ ให้ร่วมเล่น พร้อมลุ้นรับรางวัลพิเศษจากผู้บัญชาการทหารเรือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ของขวัญสุดพิเศษจากนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ได้คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020  เมื่อวันที่ ๑ มกราคมที่ผ่านมาถือเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน ซึ่งต้องขอบคุณทางนักฟุตบอล และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่สนับสนุนรางวัลพิเศษนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top