Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

 'บิ๊กตู่' เรียกประชุม บอร์ดพลังงาน นัดแรกของปี ย้ำทุกฝ่าย เตรียมความพร้อมด้านพลังงานของประเทศให้เพียงพอ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2565 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุม เน้นให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันหาแนวทางเตรียมความพร้อมด้านพลังงานของประเทศไทยให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า ซึ่งส่งผลให้ราคาไฟฟ้าแพง และทำให้เกิดไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายได้ โดยเฉพาะการสนับสนุนส่งเสริมนำพลังงานหมุนเวียนต่าง ๆ มาใช้ ทั้งพลังงานจากแสงอาทิตย์ ลม น้ำ และพลังงานชีวมวลหรือพลังงานสะอาด เป็นต้น และคำนึงถึงประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

นายธนกร กล่าวว่า ความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย จะนำไปสู่การป้องกันไม่ให้ประเทศเกิดวิกฤตด้านพลังงาน โดยในปี 2565 ต้องดำเนินการให้มีความก้าวหน้าชัดเจน เกิดผลเป็นรูปธรรมให้มากขึ้น และขยายการดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป เพื่อร่วมกันพลิกโฉมประเทศไทยทุกมิติ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้โดยเฉพาะการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ พร้อมแนะให้พิจารณาแยกกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าให้ชัดเจน ทั้งกลุ่มโรงงาน เครื่องจักร เกษตรกร สาธารณูปโภคพื้นฐาน กลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีที่ใช้พลังงานมาก ฯลฯ เพื่อกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าให้เป็นไปอย่างเหมาะสม เป็นธรรมกับทุกกลุ่ม และประชาชนแต่ละกลุ่มได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวมทั้งสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือจากภาครัฐตามมาตรการต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีขอให้มีการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการขับเคลื่อนพลังงานของประเทศให้ประชาชนรับทราบ เพื่อร่วมมือกันขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่กำหนดและเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ย้ำให้ดำเนินการแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย ระยะปานกลาง พ.ศ. 2565 – 2574 รวมถึงโครงการอื่น ๆ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิรูปประเทศและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลเรื่องการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก อันจะส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับหรือไฟฟ้าตกได้ จึงต้องดูแลไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าในภาพรวมของประชาชนและประเทศ รวมไปถึง การแสวงหาความร่วมมือด้านพลังงานกับต่างประเทศ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้การกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน และถูกต้องตามกฎหมายที่มีอยู่ เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นายธนกร กล่าวว่า สำหรับมติที่ประชุม กพช. ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. เห็นชอบการจัดสรรผลประโยชน์บัญชี Take or Pay แหล่งก๊าซธรรมชาติเมียนมา โดยให้นําเงินผลประโยชน์ของบัญชี Take or Pay ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 จํานวน 13,594 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินการคืนภาครัฐทั้งหมดไปช่วยอุดหนุนค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) โดยนําส่งเงินและลดราคาค่าก๊าซธรรมชาติให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา 2019 (COVID – 19) โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินการดังกล่าว 

2. เห็นชอบหลักเกณฑ์ราคานำเข้า LNG (LNG Benchmark) สำหรับกลุ่มที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (Regulated Market) สำหรับสัญญาระยะยาวและ/หรือสัญญาระยะกลาง ได้เป็น 3 รูปแบบ ดังนี้ 1) สมการในรูปแบบเส้นตรงที่อ้างอิงราคาน้ำมัน (Oil linked linear formula) 2) สมการในรูปแบบเส้นตรงที่อ้างอิงราคาก๊าซธรรมชาติ (Gas linked linear formula) และ 3) สมการในรูปแบบ Hybrid ซึ่งอ้างอิงทั้งราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และมีจุดหักมุม (Hybrid oil gas linked formula with a kink point) โดยจะนำเสนอ กพช. เพื่อพิจารณาต่อไป และมอบหมายให้ กกพ. เป็นผู้กำกับดูแลและพิจารณาในรายละเอียดของหลักเกณฑ์ราคา LNG Benchmark สำหรับกลุ่ม Regulated Market ต่อไป

 

Tesla โดนติง!! เหมือนหนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หลังเปิดโชว์รูมรถยนต์แห่งใหม่ในซินเจียงอุยกูร์

วอชิงตัน/อุรุมชี (รอยเตอร์ส/บีบีซี นิวส์) - เทสลา อิงค์ บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังของสหรัฐฯ ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเทศ หลังเปิดโชว์รูมรถยนต์แห่งใหม่ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีน ที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนและบังคับใช้แรงงานชนกลุ่มน้อยมุสลิมซินเจียงในภูมิภาคดังกล่าว

สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า เทสลา อิงค์ ซึ่งมี อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชื่อดังชาวอเมริกันเป็นเจ้าของ ได้เปิดตัวโชว์รูมรถยนต์แห่งใหม่ที่นครอุรุมชีของเขตซินเจียงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม การตัดสินใจดังกล่าวทำให้เทสลาตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในสื่อโซเชียลมีเดียของชาติตะวันตกที่มองว่าเทสลาอ้าแขนรับจีน ในขณะที่ชาติตะวันตกกล่าวหาว่าจีนบังคับใช้แรงงานทาสและใช้แนวทางที่เข้าข่ายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในภูมิภาคดังกล่าว

มาร์โก รูบิโอ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกฎหมายเมื่อเดือนธันวาคมที่กำหนดให้บริษัทในสหรัฐฯ ต้องพิสูจน์ว่าสินค้าที่นำเข้าจากเขตซินเจียงไม่ได้ผลิตขึ้นจากการบังคับใช้แรงงานโดยผิดกฎหมาย ทวีตข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์ว่า บริษัทไร้สัญชาติกำลังช่วยพรรคคอมมิวนิสต์จีนปกปิดปัญหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการใช้แรงงานทาสในเขตซินเจียง 

รัฐคลอดมาตรการแก้หมูแพง “บิ๊กตู่” เชื่อราคากลับสู่ปกติ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาสูงมากในปัจจุบัน ว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้หารือร่วมกัน และได้ข้อสรุปออกมาเป็น มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การห้ามส่งออกหมูมีชีวิตเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.65 ถึง วันที่ 5 เม.ย. 65 เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อหมูภายในประเทศ และกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาตามสถานการณ์ว่าควรให้มีการต่ออายุหรือไม่ โดยจะมีการติดตมาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตัวเลขเบื้องต้นในปี 2564 มีการเลี้ยงหมูป้อนเข้าสู่ตลาด ประมาณ 19 ล้านตัว บริโภคในประเทศ 18 ล้านตัว ส่งออกไปต่างประเทศประมาณ 1 ล้านตัว

รวมทั้งช่วยเหลือด้านราคาอาหารสัตว์ โดยเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น การงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษี การจัดสินเชื่อพิเศษของ ธ.ก.ส. เพื่อให้เกษตรกรที่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขได้กลับมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่อโรคระบาดต่ำ การตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ยังเร่งสำรวจภาพรวมสถานการณ์การผลิตสุกร เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายและมาตรการที่เหมาะสม พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน โดยให้เกษตรกรใช้สุกรขุนตัวเมียมาใช้ทำพันธุ์ชั่วคราว เร่งรัดเจรจาฟาร์มรายใหญ่ในการกระจายพันธุ์และลูกสุกรขุนให้กับรายย่อยและเล็กที่ต้องการกลับเข้ามาสู่ระบบใหม่ กำหนดโซนเลี้ยงและออกมาตรการบังคับใช้อย่างเหมาะสมเพื่อควบคุมโรค และเร่งรัดการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค 

ขณะที่มาตรการระยะสั้น ได้แก่ การส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ การขยายกำลังผลิตแม่สุกร สนับสนุนศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์ ในสังกัดกรมปศุสัตว์และเครือข่ายคู่ขนานกับฟาร์มเกษตรกรและภาคเอกชน เร่งเดินหน้าการศึกษาวิจัยยาและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อลดความสูญเสียจากโรคระบาด ด้านมาตรการระยะยาว กระทรวงเกษตรฯจะผลักดันการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาด ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม 

‘อรรถวิชช์’ มั่น!! เต็งซ่อม ‘หลักสี่-จตุจักร’ ชี้!! เข้าวินปุ๊บ ลุยเคลียร์ปม 2 คลองขัดแย้งทันที 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ผู้สมัคร ส.ส.เขต 9 หลักสี่-จตุจักร กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ว่า มั่นใจ 100% เพราะเคยเป็นผู้แทนราษฎรในเขตหลักสี่และเขตจตุจักร ปี 2550 และ 2554 มาก่อน วันนี้กลับมาลงเลือกตั้งในเขตนี้อีกครั้ง เสียงตอบรับดีมาก มั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะ เพราะจากการประเมินคู่แข่ง ส่วนตัวคุ้นชินพื้นที่และมีผลงานในพื้นที่ไว้มาก และการเลือกตั้งใหญ่ที่เหลือเวลาอีกแค่ปีกว่าๆ เท่านั้น สิ่งที่อยากทำคือเป็นคนกลางในการพูดคุยกับประชาชนและประสานงานในการดำเนินการเกี่ยวกับซอยย่อย ถนนทางลัด และตามริมคลอง เพราะเขตนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 2 คลอง คือ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร ซึ่งที่ผ่านมาอดีต ส.ส. ไม่กล้าเข้าไปเจรจาแก้ปัญหา 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข มอบของขวัญวันเด็ก แด่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบให้กับเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ กำหนดเข้าพบนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อมอบของขวัญวันเด็ก แด่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ประกอบด้วย สมุด ดินสอ ดินสอสี และไม้บรรทัด จำนวน 180,000 ชิ้น นำไปแจกจ่ายแก่เด็กและเยาวชน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ณ ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล


โดยเมื่อวันอังคารที่ 4 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย   ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ  นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ    คณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ  ร่วมในพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็ก ให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 150 โรงเรียน เพื่อให้เยาวชนให้ใช้ในห้องเรียน”  โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้จัดให้มีมาตรการตรวจวัดอุณหภูมิ และขอความร่วมมือผู้ร่วมงานสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ  รวมทั้งจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาค ผ่านหน่วยงานต่างๆ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ  ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด  

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบชุดของขวัญวันเด็กแก่เยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2565 รวมจำนวน  3,150,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่า 21.75 ล้านบาท 

"อนุทิน" ขอทุกฝ่าย ฟังข้อเสนอ สธ.ย้ำ เข้มมาตรการเพื่อความปลอดภัยของ ปชช.

ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมคณะผู้บริหาร ถึงสถานการณ์ การระบาดของโควิด 19 ว่า 

ยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นหลังเทศกาลปีใหม่ เป็นสิ่งที่อยู่ในการประเมิน ซึ่งเรามีแผนจัดการในหลายระดับของความรุนแรงของการระบาด เราได้ปรับมาตรการทุกด้าน  เช่น มาตรการการคัดกรอง การควบคุมโรค การแยกกักตัว 

จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น ก็ต้องสังเกต และวิเคราะห์ในรายละเอียด ว่า จากยอดผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้น ในนั้น อาการเป็นอย่างไรบ้าง มีอาการหนักเท่าไร ต้องใช้ห้องไอซียูเท่าไร ซึ่งก็หวังว่าจะไม่เพิ่มขึ้นมากนัก เพราะได้ฉีดวัคซีนแล้ว การระบาดระลอกนี้ ต้องขอเวลาประมาณ 7-10 วัน เพื่อดูรายละเอียดที่ชัดเจน อาทิ วันนี้ ป่วยไป 5.7 พันร้าย แต่ความสูญเสียไม่ถึง 20 ราย  ในอนาคต อัตราส่วนจะยังคงที่หรือเพิ่มขึ้น เราอยู่กับข้อมูล และปรับแผนต่อเนื่องให้ทันกับสถานการณ์ของโรค

สำหรับการรักษา ขอให้เป็นดุลย์พินิจของแพทย์ ถ้าอาการไม่รุนแรง แล้วแพทย์ ให้กักตัวที่บ้าน ก็ต้องเข้าใจว่า เพราะเราต้องเตรียมอุปกรณ์ และทรัพยากรอื่น ไว้รักษาผู้ที่มีอาการปานกลาง ไปจนถึงหนัก เพื่อจำกัดยอดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด ส่วนเรื่องมาตรการ ขอย้ำว่า เราคำนึงถึงในทุก มิติ 

ทางกรมควบคุมโรค จะยกระดับบางพื้นที่ให้ขึ้นเป็นสีส้ม ซึ่งจะมีการจำกัดการบริโภคของมึนเมา นอกจากนั้น ก็ยังมีเรื่อง Test And Go ที่ผู้ลงทะเบียนไว้ ต้องกลับมาในเวลาที่กำหนด และต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เรากำลังจัดการปัญหาเรื่องนี้อยู่ ล่าสุด ได้เสนอให้เลื่อนเดดไลน์การเข้าประเทศไทย จากวันที่ 10 มกราคม ไปเป็นวันที่ 15 มกราคมแทน

สธ. ยกระดับเตือนภัยโควิด ระดับ 4 เล็งปิดสถานที่เสี่ยง-ชะลอข้ามจังหวัด-ให้ WFH

วันที่ 6 มกราคม 2565 ที่จังหวัดภูเก็ต นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ว่า สรุปสถานการณ์โรคโควิด-19 ขณะนี้อัตราการป่วยหนัก และผู้เสียชีวิตลดลงจากการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดมากขึ้นจากการเข้าใช้บริการสถานที่ปิด ผับ บาร์ จัดงานเลี้ยง งานบุญ ก็มีผล ดังนั้นประชาชนที่กลับมาให้สังเกตตัวเอง หากทำงานที่บ้านได้ 14 วันจะเป็นการดี จังหวัดก็ดำเนินการตามกฎหมาย

ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงประกาศเพิ่มระดับการเตือนจากเดิมอยู่ที่ระดับ 3 เป็นระดับ 4 จะมีมาตรการต่างๆ ตามมา เช่น อาจจะปิดสถานที่เสี่ยงแพร่โรค เพิ่มมาตรการควบคุมโรคให้เกิดความปลอดภัย ให้ทำงานที่บ้าน การเดินทางต่างๆ ไปต่างจังหวัดก็ชะลอเพราะการเคลื่อนย้ายของคนก็ทำให้เกิดการแพร่โรคได้ จำกัดการรวมกลุ่มต่างๆ

‘หมอยง’ ห่วงกลุ่มเสี่ยง! หลังพบติดเชื้อพุ่ง แนะเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 รับมือ ‘โอมิครอน’

6 ม.ค. 65 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า โควิด-19 โอมิครอน หยุดยาวช่วงปีใหม่ และการติดต่อง่าย

โอมิครอน เรารู้แล้วว่าติดต่อง่าย ประกอบกับ การสนุกสนานรื่นเริง และหยุดยาวช่วงปีใหม่

ดังนั้น ผลที่จะพบผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงต่อจากนี้ไป ไม่ใช่เรื่องแปลก 

ผมอยู่กับห้องปฏิบัติการ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2 - 3 วันนี้ รู้แล้วว่าตัวเลขและอัตราการตรวจพบ โควิด-19 เพิ่มขึ้นมากๆ   

ผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ นับจากนี้ต่อไป จะเริ่มพุ่งขึ้นสูงอย่างแน่นอน จะขึ้นสูงแค่ไหนก็คงขึ้นอยู่กับการปฏิบัติ ต่อจากนี้ ที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันลดจำนวนตัวเลข ให้อยู่ในระดับที่ระบบสาธารณสุขรองรับได้

อัตราการป่วยรุนแรง และเสียชีวิต เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ป่วย จะน้อยกว่า ช่วงการระบาดของเดลตา 

สิ่งที่สำคัญขณะนี้ จะต้องเร่งกระตุ้นวัคซีนเข็มที่ 3 ให้ได้มากที่สุดและอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง 608 ที่เรารู้กันดีว่าอายุเกิน 60 และหรือ มีโรคเรื้อรัง 8 โรค เพื่อลดความรุนแรงให้ได้

รองโฆษกรัฐบาล เผย ไทยเป็นประเทศแรกในเอเซีย ที่ประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 1 (พ.ศ.2562-2565) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ เมื่อ 29 ต.ค.2562 โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเซีย และเป็นหนึ่งใน 30 ประเทศของโลก ที่ได้ประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้กับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ธุรกิจ และประชาสังคม ดำเนินการส่งเสริม คุ้มครอง ป้องกัน บรรเทา เยียวยา และแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเป็นผลจากการทำธุรกิจ ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ รัฐบาลมอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบในการขับเคลื่อนร่วมกับส่วนราชการต่างๆ โดยมีผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของแผนฯ ประเด็นหลักๆใน 4 ด้าน ดังนี้

ด้านแรงงาน 1) การกําหนดมาตรการลดหย่อนภาษีให้ภาคธุรกิจที่จ้างงานผู้พ้นโทษ 2) การบริหารจัดการแรงงานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 3) การประกาศนโยบายและเจตนารมณ์ ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ และการขจัดการเลือกปฏิบัติในที่ทํางาน 

ด้านชุมชน ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม 1) การกําหนดให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เปิดเผยข้อมูลการดําเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในรูปแบบOneReport 2)การจัดต้ังศูนย์ ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในระดับพื้นท่ีทั่วประเทศ 3) กำหนดให้สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สินค้าจากวิสาหกิจเพื่อสังคม ได้รับการส่งเสริมในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ด้านนักปกป้องสิทธิมนษุยชน 1) การยกร่างกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก ในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ 2) การเสนอแก้ไขพ.ร.บ.คุ้มครองพยาน ในคดีอาญา เพื่อขยายขอบเขตบคุคลที่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฯ 3) การศึกษามาตรการที่เป็นรูปธรรมในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

ด้านการลงทุนระหว่างประเทศและบรรษัทข้ามชาติ 1) การเพิ่มเงื่อนไขในการตรวจประเมินสิทธิมนุษยชน ก่อนการให้เงินกู้สําหรับดําเนินโครงการในประเทศเพื่อนบ้าน 2) การลงนามและดําเนินการตาม MOU ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์ยึดถือหลักการเงินที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Financing) และส่งเสริมหลักการ สิ่งแวดล้อม-สังคม-ธรรมาภิบาล 4) การจัดทํารูปแบบสัญญามาตรฐานที่เพิ่มประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในประเด็นที่จะต้องพิจารณาเมื่อมีการเจรจาการค้าหรือการลงทุน

“เจ๊หลี” ควง “ ชัยวุฒิ”สมัครชิงลต.ซ่อมส.ส.กทม. มวลชนแห่รับ ด้าน ผอ.ลต.พปชร.เชื่อ รักษาเก้าอี้ส.ส.ได้ 

นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ พร้อมนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. รวมถึงส.ส.กทม.ของพรรค เดินเท้าจากสำนักงาน ไปที่สำนักงานเขตหลักสี่ เพื่อยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ท่ามกลางประชาชนที่มาให้กำลังใจ

นางสรัลรัศมิ์ กล่าวว่า วันนี้กำลังใจดี โดยเฉพาะจากนายสิระ เจนจาคะ ในฐานะอดีต ส.ส.ที่ให้กำลังใจกันทุกวัน รวมถึงประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจ หลังจากได้หมายเลขผู้สมัครจะเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง สิ่งใดที่ประชาชนเรียกร้องเร่งด่วนจะรีบทำก่อน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top