Thursday, 6 August 2026
Hard News Team

‘โบว์-ณัฏฐา’ กะเทาะอีกด้านกรณี ‘เดียร์ลอง’ ตัวแปรบีบคั้น สู่เส้นทางที่อาจไม่อยากเลือก

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก "เบลล์ ขอบสนาม" ที่ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความแจ้งข่าวว่า ‘กวาง เดียร์ลอง’ ได้ตัดสินใจ ‘ย้ายประเทศ’ เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เนเธอร์แลนด์ หลังจากที่ถูกมรสุมมากมายเข้ามาไม่ว่างเว้น จากการประกอบอาชีพเป็น ‘Sex Creator’ ของเธอ โดย ‘คุณโบว์ ณัฏฐา มหัทธนา’ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ในรายการ Meet THE STATES TIMES ‘เดอะ ดีเบต’ ไว้อย่างน่าสนใจว่า... 

"กรณี ‘Sex Creator’ กับ ‘เดียร์ลอง’ ที่ถูกยกมาเป็นประเด็นอีกครั้งนึง เพราะว่ามีการเปิดเผยว่าเขาจะย้ายประเทศไปอยู่ต่างประเทศ คือไปอยู่ เนเธอร์แลนด์ ซึ่งเขาก็บอกว่ายังไม่ได้ย้ายไป แค่ไปดูลู่ทางไว้ก่อน แต่ในอนาคตก็คงอยากย้าย

ทั้งนี้ หากมองการกระทำของ ‘เดียร์ลอง’ ว่าผิดหรือไม่? เพราะสุดท้ายแล้วก็คือคนที่อัปโหลดคลิปลงในโลกอินเทอร์เน็ตเองนั้น

ส่วนตัวมีความเห็นว่า ถ้ามันผิดกฎหมายมันก็ผิดกฎหมายค่ะ เพราะว่าการเผยแพร่ข้อมูลลามกอนาจารยังผิดกฎหมายไทยอยู่ แต่ว่าโบว์คิดว่า เราต้องย้ำจริงๆ ว่า เขาอาจจะเป็นผู้ละเมิดกฎหมายไทยในปัจจุบัน แต่อันที่จริงเขา คือ ผู้ถูกละเมิดโดยอาชญากรอีกคน ซึ่งเป็นอาชญากรจริงๆ 

กลับกันสิ่งที่กวางทำ มันไม่ใช่อาชญากรรม เพราะเขาทำในสิ่งที่เป็นของเขาเอง เป็นคอนเทนต์ของเขาเอง แต่คนที่ไปเอาคลิปของเขามาแล้วไปเผยแพร่ในแพลตฟอร์มอื่น ทั้งที่เขาทำไว้ขาย อันนี้ คือ ‘การละเมิด’ ที่รุนแรงอย่างมาก นี่คือข้อแรกที่โบว์อยากให้เคลียร์กันก่อน

ต่อมา พอเขามีข่าวว่าจะออกไปอยู่เมืองนอก ก็มีคนเขาไปคอมเมนต์โจมตีเยอะ ไปพูดเหมือนว่าเขาจะไปขายตัวหรืออะไรแบบนี้ นั่นก็คือ ‘การถูกละเมิดซ้ำสอง’ ที่น้องกวางโดนจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งบางคนก็ใช้ถ้อยคำหยาบคาย บางคนก็ใช้ถ้อยคำแบบที่เป็นการล่วงละเมิดทางเพศ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างมาก

โบว์มีโอกาสได้ไปหาคลิปสัมภาษณ์ของเขามาดู ซึ่งภายในเย็นวันเดียวเราคิดว่า รู้จักเขามากกว่า หลายๆ คนที่ไปวิพากษ์วิจารณ์เขาอีก เพราะมันมีมุมที่น่าสนใจเกี่ยวกับน้องกวาง ตั้งแต่ บทบาททั้งการเป็นนักร้อง ยูทูบเบอร์สาย ASMR ทำงานเกี่ยวกับเสียง และ Sex Creator ที่คนเรียกกัน

น้องกวางเริ่มจากการ ไปร้องเพลง แต่ก่อนที่เขาจะไปไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์เนี่ย เขาเป็นเด็กที่ไปทำงานในร้านอาหาร ไปทำงานร้องเพลงตั้งแต่ ม.5 ไปร้องเพลงตอนกลางคืน เพื่อที่จะหาเงินมาช่วยพ่อแม่ เพราะฉะนั้นข้อแรกคือ เขามีความขยันและตั้งใจทำงานของเขาอยู่ ซึ่งไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้

เช่นเดียวกันกับจุดเริ่มต้นในการที่เขาเข้าไปใน OnlyFans ตรงนี้ก็ไม่มีใครพูดถึงเลยอีกเช่นกัน!! 

แต่โบว์ไปเจอคลิปสัมภาษณ์อันนึง มันเกิดขึ้นจากการที่เขาเคยถ่ายรูปเซ็กซี่ของตัวเอง แล้วก็โหลดเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ของตัวเองไม่ได้เอาไปเผยแพร่ที่ไหนเลย แต่วันนึงเขาถูกมิจฉาชีพแฮกไอคลาวน์ แล้วคนที่แฮ็กก็เอามาแบล็กเมลตัวเขาแล้วบอกว่าให้จ่ายเงินมาสิแล้วจะไม่เอาไปเผยแพร่

ซึ่งน้องกวางก็ได้จ่ายเงินไป คราวนี้ เขาจ่ายเงินไปแล้วแต่ก็อยู่กับความหวาดกลัวไม่สบายใจมาตลอดว่าเมื่อไหร่คนๆ นี้จะเอาภาพเขาไปเผยแพร่ และคนในครอบครัวจะคิดยังไง พอตอนหลังเขามารู้จักกับ OnlyFans เขาก็เลยรู้สึกว่า ยังไงตัวเขาก็ชอบถ่ายภาพแนวนี้อยู่แล้ว ทำไมเขาไม่ไปมีแพลตฟอร์มของตัวเขาในเว็บไซต์นี้ แล้วมันจะทำให้คนที่เข้ามาดูคือคนที่จ่ายค่าสมาชิก ส่วนมิจฉาชีพคนนั้นก็จะไม่กล้าเอาภาพของเขามาเปิดเผยอีกแล้วเพราะสิ่งที่ใส่ไปใน OnlyFans มันหนักกว่า 

ทบ. ระบุ คดีพลทหาร ยุทธกินันท์ฯ คดียังเดินหน้าตามขั้นตอน ยัน ทภ.4  ตั้งคกก.สอบสวน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ส่งพงส.สอบสวนดำเนินคดีอาญา ชี้ ได้พิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบ พักราชการ-ปรับออกจากตำแหน่ง- คุมตัวในเรือนจำ-มอบเงินเยียวยาให้ครอบครัว

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.ท.หญิง พัชรินทร์ บุศยกุล เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวมารดาของอดีต พลทหาร ยุทธกินันท์ บุญเนียม สังกัดมณฑลทหารบกที่ 45 จ.สุราษฎร์ธานี ที่เสียชีวิตเมื่อปี 2560 ได้ยื่นหนังสือต่อกองทัพบก ระบุคดีไม่มีความคืบหน้า ว่า กองทัพบกรับทราบถึงความรู้สึกของมารดาซึ่งสูญเสียบุตรชายอันเป็นที่รักและยังต้องมีภาระในการประสานทางคดี ที่ต้องใช้เวลาดำเนินการตามขั้นตอน โดยมีบุคคลหลายส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จนกว่าคดีจะสิ้นสุดตามกระบวนการยุติธรรม คดีการเสียชีวิตของอดีตพลทหาร ยุทธกินันท์ฯ  

พ.ท.หญิง พัชรินทร์  กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 45 มาตั้งแต่ปี 2561  ในทางคดีทราบว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนของศาลอย่างต่อเนื่อง มีการเข้าให้การของจำเลย 

ตรวจพยานหลักฐาน สืบพยานโจทย์ และตรวจหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาคดีตามกระบวนการ  แต่ที่ผ่านมาพบว่าอาจมีข้อขัดข้องในช่วงสถานการณ์โควิด -19 ที่มีการแพร่ระบาดในเรือนจำจังหวัด ที่เป็นสถานที่คุมขังจำเลยบางส่วนในคดีนี้ ทำให้ทางเรือนจำส่งเอกสารแจ้งไม่สามารถส่งตัวจำเลยในคดีนี้มาศาลได้ จนกว่าจะควบคุมการแพร่ระบาดในช่วงปลายปี 2564

‘เพื่อไทย’ เตือน 'บิ๊กตู่' มีโอกาสเสียตำแหน่งสูง หากอยู่ถึงอภิปรายไม่ไว้วางใจตาม มาตรา 151

21 ก.พ. 65 - นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการบริหาร และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าตามที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่วมกันอภิปรายไม่ไว้วางใจตาม ม.152 แต่พลเอกประยุทธ์ กลับตอบในสภาไม่ตรงกับคำถาม ตอบเหมือนเขียนบทล่วงหน้ามาอ่าน ไม่ได้ตอบตรงคำถามที่ ส.ส. พรรคเพื่อไทยอภิปรายเลย แถมยังตอบด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว โทษรัฐบาลที่แล้วทั้งที่ผ่านมาตั้ง 8 ปีแล้ว โทษประชาชน โทษภาวะของโลก แต่ไม่ยอมรับความผิดพลาดจากการบริหารของตนเองเลยโดยคนทั้งประเทศเห็นอย่างชัดเจน ซึ่งหากยังไม่ยอมรับปัญหาทำเหมือนไม่ใช่ปัญหา พูดเหมือนทุกอย่างดีแล้ว ซึ่งจะไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้เลย ประชาชนจะยิ่งลำบากกันมากขึ้น

โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนกันอย่างมากจากความล้มเหลวในการบริหารของพลเอกประยุทธ์ แต่พลเอกประยุทธ์ ทำเหมือนไม่ใช่ปัญหาและปัดความรับผิดชอบ โดยมีหลายประเด็นที่พลเอกประยุทธ์ ไม่ได้ตอบเช่น ปัญหาของแพงพลเอกประยุทธ์ จะรับมืออย่างไร ปัญหาอันดับการทุจริตที่แย่ลงเรื่อยๆ จะแก้ไขอย่างไร จะอ้างว่าตนเองไม่ทุจริตแต่ดัชนีการทุจริตกลับทรุดลง 5 ปีซ้อน ปัญหาคนจนที่เพิ่มขึ้น คนตกงานที่พุ่งสูง ปัญหาราคาน้ำมันที่จะสูงขึ้นไปอีก การโอนเงินกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 20,087.42 ล้านบาทไป จะนำมาคืนประชาชนเมื่อไหร่ การที่ ปตท. ไปซื้อบริษัทต่างชาติ 1.48 แสนล้านบาท เหมาะสมหรือไม่ ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ คนตกงานกันมากเพราะประเทศไทยขาดการลงทุน แต่ ปตท. กลับขนเงินไปลงทุนต่างประเทศ ปัญหาการท่องเที่ยว และจะยกเลิกค่าเหยียบแผ่นดินคนละ 300 บาทที่จะเป็นปัญหาหรือไม่ ความเสียหายจากความล่าช้าในการสร้างรถไฟความเร็วสูงทำให้ลาวแซงหน้าไทย ปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู (ASF) ที่จะทำให้ราคาหมูแพงเป็นปีๆ รวมถึงปัญหาโรคลัมปีสกินในวัว ปัญหาประสิทธิภาพทางการเกษตรที่พลเอกประยุทธ์ ไม่ได้พัฒนาเลยตลอด 7 ปี

นายพชร กล่าวต่อว่านอกจากนี้ยังมี ปัญหาการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นหลายเรื่องโดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะเก็บเพิ่มขึ้น 10 เท่า ปัญหาการอนุญาตให้ปิดกิจการประกันภัยที่รับประกันโควิดเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินคนที่ติดโควิดอีกในอนาคตที่โยงกับการซื้อที่ดิน 600 ล้านบาท ปัญหาการเอื้อประโยชน์เจ้าสัวในการปล่อยให้มีการผูกขาดทั้งการควบรวมแม็คโครกับโลตัส และล่าสุดการควบรวม True-DTAC และที่เป็นประเด็นสำคัญที่คนทั้งประเทศสนใจปัญหาเหมืองทองอัครา ที่มีการให้สัมปทานเกือบล้านไร่ เพื่อแลกการถอนคดีพิพาทที่พลเอกประยุทธ์ อาจจะแพ้เพราะใช้ ม. 44 

“บิ๊กตู่” สั่งเหล่าทัพปัดฝุ่นรพ.สนามรับผู้ป่วยโควิด สายพันธุ์โอมิครอน พร้อมชี้! รัฐบาลจริงใจแก้ปัญหา “ค้ามนุษย์-โรฮิงญา”  ถึงคนอยู่เบื้องหลัง ยันฝ่ายความมั่นคงพร้อมเปิดด่านชายแดนใต้ รอหารือมาเลเซีย

คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 เหล่าทัพได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายในช่วงหนึ่งจึงต้องปิดไปบางส่วน แต่เมื่อมีการระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน จึงต้องมาปัดฝุ่นใหม่ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำชับให้ทุกเหล่าทัพ เตรียมพร้อมโรงพยาบาลสนาม ไว้รับมือกับสถานการณ์  และให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนในระดับพื้นที่ โดยประสานงานกับกระทรวงสาธารสุข ยืนยันโรงพยาบาลสนามของเหล่าทัพกระจายทั่วประเทศถึง 7,000 เตียง และโรงพยาบาลสนามในส่วนของกองทัพยังดำเนินการอยู่

ศูนย์สิทธิผู้บริโภคฯร้อง "พรรคกล้า" ร่วมค้านสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ด้าน "อรรถวิชช์" ขอรัฐทบทวนให้ดี แนะ “มท.-คมนาคม”คุย ก.คลังตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

ที่พรรคกล้า ตัวแทนศูนย์สิทธิผู้บริโภคจากเขตยานนาวา สาทร ลาดพร้าว ราชเทวี และหลักสี่ ได้เดินทางมายื่นหนังสือพรรคกล้า เพื่อขอให้สนับสนุนเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคในการคัดค้านการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ไปอีก 30 ปี โดยมีนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า เป็นผู้รับมอบหนังสือ พร้อมกล่าวว่า พรรคกล้ายินดีร่วมต่อสู้บนแนวทางที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดยมองว่าถ้าเอาหนี้ไปแลกกับสัมปทาน เป็นการแก้ปัญหาของรัฐ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาให้ประชาชน เพราะจะทำให้เงื่อนไขการคิดค่าบริการแพงสูงกว่า 1 ใน 4 ของค่าครองชีพขั้นต่ำ อยู่กับเราไปอีกจนถึงปี 2602 ซึ่งเป็นการต่อขยายเวลานานเกินไป และค่าบริการประเทศอื่นไม่สูงขนาดนี้ จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนให้ดี เพราะยังเหลือเวลาอีกหลายปีกว่าจะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2572

“อะไรที่รัฐเป็นหนี้กับบีทีเอส ก็ต้องจ่าย แต่เรื่องหนี้ต้องแยกออกจากเรื่องสัมปทาน  คงไม่ใช่แค่เรื่องของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม แต่จะต้องปรึกษากระทรวงการคลังถึงโอกาสที่จะตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน มาร่วมระดมทุนระหว่างภาครัฐกับประชาชนเพื่อใช้หนี้แยกกับการต่อสัมปทาน มิฉะนั้น ถ้าให้สัมปทานเอกชนไปเรื่อยๆ แบบนี้ มันจะมีปัญหาทางไกล เพราะรัฐจะควบคุมราคาไม่ได้ เพราะเอกชนจะเป็นคนคิดต้นทุน และจะเสียโอกาสพัฒนาโครงข่ายขนส่งที่เชื่อมต่อกันทั้งระบบแบบไยแมงมุม” นายอรรถวิชช์

สศช. คาดจีดีพีไทยปีนี้โต 3.5 – 4.5%

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 4 ทั้งปี 2564 และแนวโน้มปี 2565 ว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 1.9% โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจปรับเพิ่มขึ้นเกือบทุกตัว ทั้งนี้การขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาสดังกล่าว เป็นผลมาจากตัวเลขการส่งออกที่ยังคงขยายตัวได้ในระดับสูง โดยเฉพาะปริมาณการส่งออกสินค้าขยายตัว 16.6% รวมถึงปริมาณส่งออกบริการขยายตัว 30.5% ยกเว้นการลงทุนรวมที่ยังติดลบอยู่ 0.2%

ดังนั้นจึงส่งผลให้ทั้งปี 2564 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ที่ 1.6% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่เคยประเมินว่า จะขยายตัวได้ 1.2% เป็นผลมาจากการส่งออกสินค้าและบริการ และการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเร่งขึ้น เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนและการลงทุนภาครัฐกลับมาขยายตัว

'นายกรัฐมนตรี' พอใจเศรษฐกิจไทยปี 2564 เติบโต 1.6% สูงกว่าคาด ย้ำเดินหน้าฟื้นฟูประเทศในภาคท่องเที่ยว เร่งการลงทุนภาครัฐ ผลักดันการส่งออก ดูแลปัญหาหนี้สินครัวเรือน พร้อมจำกัดวงการแพร่ระบาดโควิด-19  

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาสที่4/64 และทั้งปี 2564 จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ว่าทั้งปี 2564 เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 1.6% ซึ่งสูงกว่าที่ สศช. ได้ประมาณการไว้1.2%  

ทั้งนี้ การเติบโตในหลายส่วนก็เป็นผลจากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล เช่นการบริโภคของประชาชนที่ดีขึ้นจากที่รัฐบาลมีมาตรการเยียวยา แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย การบริโภคและลงทุนของรัฐที่เติบโตจากการเร่งรัดการเบิกจ่าย ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวจากการทยอยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวภายใต้มาตรการที่ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการดูแลประชาชนทั้งด้านการป้องกันและรักษาจากโรคโควิด-19  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า  นายกรัฐมนตรีพอใจกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยเผชิญกับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงเช่นเดียวกับทุกประเทศทั่วโลก  โดยรัฐบาลได้พยายามทุกวิถีทางอย่างเต็มที่ในการดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก  

สำหรับปี 2565 ที่สภาพัฒน์ได้ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจจะดีกว่าปีที่ผ่านมา ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายด้านแต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่าในปี 2565 นี้รัฐบาลจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูประเทศจากผลกระทบของโควิด-19 ควบคู่ไปกับการดูแลการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด   

โดยรัฐบาลจะรักษาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวมาได้แล้วตั้งแต่ปลายปี 2564 ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายในครัวเรือน ที่จะมีการดูแลกลไกต่างๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน แก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนให้ต่อเนื่อง  ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว เร่งรัดการเบิกจ่ายภาครัฐทั้งส่วนของรายจ่ายประจำและการลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่การลงทุนเอกชนจะดำเนินนโยบายสนับสนุนทั้งการฟื้นตัวและลงทุนของนักลงทุนไทย และการดึงดูดลงทุนของต่างชาติ ตลอดจนการขับเคลื่อนการส่งออกที่ปีนี้จะยังคงได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่างประเทศ 

‘หญิงหน่อย’ กระตุกรัฐ!! หลังเตียงเริ่มไม่พอ พร้อมจี้ทบทวนสูตรไขว้วัคซีนให้กลุ่มเด็ก

‘สุดารัตน์’ นำทัพคาราวานไทยสร้างไทยเยือนทุ่งครุ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. พร้อมเตือนรัฐบาลรับมือโควิดระบาดหนัก อ้าง!! ชาวบ้านร้องเตียงไม่พอ จี้ทบทวนสูตรไขว้วัคซีนให้เด็ก แนะหาวัคซีนคุณภาพ-สร้างจุดตรวจคัดกรองแยกผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาโดยเร็ว

21 ก.พ. 65 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายสุธา ชันแสง ผู้บริหารพรรค นำทัพขบวนคาราวานสร้างไทย 77 จังหวัด พบปะประชาชนเขตทุ่งครุ พร้อมเปิดตัวนายฉัตรพล ขวัญบัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตทุ่งครุ โดยมีประชาชนชาวทุ่งครุให้การตอบรับอย่างคึกคักตลอดเส้นทาง

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ถึงสถานการณ์โควิดที่ได้กลับมาแพร่ระบาดอย่างหนักในช่วงนี้ว่าเตียงโรงพยาบาล เริ่มไม่เพียงพอต่อผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งมีความน่าเป็นห่วง และน่ากังวลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยอาการหนัก ที่โรงพยาบาลหลายแห่งในกทม. และจังหวัดใหญ่ๆ เตียงสำหรับผู้ป่วยโควิดอาการหนัก เริ่มไม่พอรองรับ จึงขอให้รัฐบาลอย่านิ่งนอนใจ และต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือ เพราะจากตัวเลขข้อมูลของ ศบค. มีผู้ติดเชื้อที่รับการรักษากว่า 166,000 คน แบ่งเป็นรับการรักษาที่โรงพยาบาลกว่า 77,000 คน และโรงพยาบาลสนามและอื่นๆ อีก 89,000 คน 

เพจ 'ครูมานะ' โพสต์เตือนชาวพุทธ งดถวายเงินพระ ต้นตอทำพุทธศาสนาเสื่อม

เพจ 'ครูมานะ' ได้โพสต์ข้อความเตือนชาวพุทธที่มักนิยมการถวายเงินแก่พระ หรือภิกษุสงฆ์ ว่า... 

เลิกเอาเงินให้ภิกษุ-สงฆ์เสียทีเถิด พระรับเงินรับทองเป็นอาบัติที่รุนแรงมาก  

พระพุทธศาสนาของเราเสื่อมลงถึงวันนี้ เป็นเพราะโยมเอาเงินไปถวายพระ หรือภิกษุสงฆ์ออกอุบายให้เรี่ยไรบริจาค ล้วนเป็นบาป 

หยุดทำร้ายพระศาสนา, หยุดสร้างกลุ่ม "เบญจราคี" ที่สร้างความโสโครกโสมมเพิ่มขึ้น

การสวดอภิธรรมศพก็ดี, กิจนิมนต์สงฆ์ในพิธีต่างๆ ก็ดี จงงดเว้นการใส่ซองขาว

มิฉะนั้นอาบัติผิดวินัยอย่างร้ายแรง

- สมเด็จพระสังฆราช -


ที่มา : https://www.facebook.com/160220424163209/posts/1890980054420562/

อุทยานฯ น้ำตกสามหลั่น สั่งปิดจุดนอนชมวิวริมน้ำ หลังนักท่องเที่ยวมือบอนจุดไฟแช็กลนเชือกตาข่าย

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จ.สระบุรี ประกาศปิดจุดเทอร์เรซนอนชมวิวริมน้ำ ของอุทยานฯ เนื่องจากตรวจสอบพบนักท่องเที่ยวได้นำไฟแช็กมาลนเชือก ที่เป็นตาข่ายจุดนอนชมวิว ทำให้เกิดความชำรุดเสียหายและเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวท่านอื่นเป็นอย่างมาก ทางอุทยานฯ จำเป็นต้องขอแจ้งงดใช้พื้นที่นี้จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขให้อยู่ในสภาพแข็งแรงสมบูรณ์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top