Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

สมุทรปราการ-ครบรอบ 32 ปี รพ.ไทยนครินทร์ จัดงานฉลองลงนาม MOU 

(26 ม.ค. 68) โรงพยาบาลไทยนครินทร์ฉลองวาระครบรอบ 32 ปีของการให้บริการทางการแพทย์ ด้วยบทพิสูจน์แห่งการเติบโตที่ไม่เคยหยุดนิ่ง พร้อมตอกย้ำบทบาทใหม่ในฐานะ ‘Trustable Health Partner’ ที่มากกว่าการเป็นโรงพยาบาล ด้วยแนวคิดที่เน้นการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนและใส่ใจในทุกมิติของประชาชนทุกคน
นพ.เจริญ มีนสุข ประธานกรรมการบริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของความมั่นใจว่า “โรงพยาบาลไทยนครินทร์เปิดให้บริการแก่ประชาชนอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2536 

ด้วยปณิธานในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบางนา โดยเริ่มต้นจาก 6 แผนกหลัก ได้แก่ อายุรกรรม ศัลยกรรม สูติ-นรีเวช ตา-หู-คอ-จมูก ทันตกรรม และกุมารเวชกรรม และด้วยแรงสนับสนุนจากความไว้วางใจของผู้รับบริการ โรงพยาบาลฯ จึงเติบโตและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา โดยขยายบริการดูแลรักษาเฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง อาทิ แผนกสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization) และศูนย์ไตเทียม เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคหัวใจและไตอย่างมีประสิทธิภาพ 

ต่อเนื่องด้วยการเปิดศูนย์มะเร็งโฮลิสติค เพื่อดูแลผู้ป่วยมะเร็งแบบองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจ ศูนย์โรคทางเดินอาหาร และศูนย์โรคเต้านม เพื่อรองรับโรคเฉพาะทางอย่างครอบคลุม รวมไปถึงศูนย์สมองและระบบประสาท ยกระดับการดูแลผู้ป่วยด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ล้วนเกิดจากการดูแลรักษาด้วยความใส่ใจ ความเข้าใจในความต้องการของผู้รับบริการ รวมถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านบุคลากรทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้บริการทางการแพทย์มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวบางนา 

ต่อมาเราได้ขยายการบริการไปสู่ประชาชนในเขตกรุงเทพตะวันออก และภาคตะวันออกของประเทศไทย และวันนี้เราพร้อมที่จะก้าวสู่การให้บริการระดับสู่สากล เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยต่างชาติอย่างเต็มศักยภาพ” 
ด้านคุณฐิติ สิหนาทกถากุล ประธานบริหาร ได้พูดถึงการปรับตัวเพื่อความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสู่อนาคต “นอกจากการดูแลรักษาโรคแล้ว โรงพยาบาลไทยนครินทร์ยังมุ่งสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และการแพทย์แม่นยำที่ตอบโจทย์การวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลไทยนครินทร์ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด 

เพื่อตอบรับกับแนวโน้มการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและการแพทย์สมัยใหม่ที่เน้นการป้องกันและความแม่นยำเฉพาะบุคคล โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเราได้เปิดตัว Thainakarin Wellness Center ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการส่งเสริมสุขภาวะในทุกมิติของชีวิต หลังจากนั้นเราก็เปิดให้บริการ Linac Center ศูนย์รังสีรักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยี Vital Beam ที่ทันสมัย สามารถควบคุมการกระจายของรังสีได้อย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติ และเพื่อรองรับแนวโน้มกลุ่มโรคอ้วนและกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ด้วยแนวทางการดูแลรักษาแบบองค์รวมทั้งร่างกายและพฤติกรรมการใช้ชีวิต (Life Style) มีการเปิดศูนย์ Healthy Weight Center 

และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลไทยนครินทร์ได้ยกระดับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Thainakarin Precision Oncology Center (TPOC) ศูนย์มะเร็งมุ่งเป้าเฉพาะบุคคล ที่นำเทคโนโลยีการรักษาและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมาปรับใช้กับการรักษาเฉพาะผู้ป่วยแต่ละรายอย่างแม่นยำและตรงจุด”
ล่าสุด โรงพยาบาลไทยนครินทร์ยังได้ขยายความร่วมมือในระดับนานาชาติ ด้วยการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท อาซานดา จำกัด (AASANDHA Co., Ltd.) จากประเทศมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐด้านสุขภาพที่สำคัญของประเทศ ความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่การดูแลผู้ป่วยต่างชาติด้วยมาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากล ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนการรักษา การเดินทาง การพักฟื้น ตลอดจนบริการเฉพาะทางที่ครอบคลุมทุกมิติของสุขภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนพันธกิจ “Growing with Trust” อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของความเชื่อมั่นที่ขยายข้ามพรมแดน และความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรสุขภาพที่เชื่อถือได้ในระดับภูมิภาค 

นอกจากนี้ยังได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสุขภาพโดยการขยายเครือข่ายพื้นที่ให้บริการเพื่อเข้าถึงชุมชนมากยิ่งขึ้น โดยเปิดให้บริการ ไทยนครินทร์คลินิกเวชกรรม ตลาดทิพย์เกสร, โรงพยาบาลเฉพาะทางเต้านมและนรีเวชไทยนครินทร์ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคมเพื่อดูแลผู้ประกันตนด้านโรคหัวใจทั่วประเทศใน 4 หัตถการสำคัญเพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วขึ้น  ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงเป้าหมายของไทยนครินทร์ในการเป็น “ระบบสุขภาพที่ครบทุกมิติ” โดยไม่ยึดติดเพียงบทบาทของโรงพยาบาลเท่านั้น “เพราะเราเป็นมากกว่าโรงพยาบาล” เปรียบเสมือนผู้ที่เดินทางเคียงข้างกัน พร้อมดูแลกันในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต โรงพยาบาลไทยนครินทร์เราไม่ได้เติบโตจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากแต่เติบโตจากความไว้วางใจที่ผู้ป่วยและครอบครัวมอบให้ โดยสะท้อนผ่านการออกแบบบริการที่เข้าใจทุกมิติของมนุษย์ ล่าสุดได้เปิดศูนย์สุขภาพเพศไทยนครินทร์ (Thainakarin Safe Space Center) เพื่อเป็นพื้นที่แห่งสุขภาพดีและปลอดภัยสำหรับทุกความแตกต่างหลากหลายทางเพศและอัตลักษณ์ รวมถึงการเปิด Bone and Body Wellness Center ที่พร้อมให้การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ให้การรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Medicine) ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team: MDT)

เพื่อเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้ดีขึ้น
โรงพยาบาลไทยนครินทร์ในวันนี้เติบโตด้วยความไว้วางใจ (Growing with Trust) ก้าวสู่ปีที่ 32 อย่างสง่างาม ในบทบาทที่ชัดเจนยิ่งกว่าการเป็นสถานพยาบาล นั่นคือ “Trustable Health Partner” ที่พร้อมเดินเคียงข้างทุกคนในทุกช่วงของชีวิต ด้วยหัวใจที่เชื่อมั่นในศักยภาพและพลังของสุขภาพที่ดี “เพราะสุขภาพไม่ใช่แค่การรักษา แต่คือการได้รับความไว้วางใจให้เราดูแล” 

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘เวียดนาม’ เร่งปิดดีลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หวังบรรลุข้อตกลงกับ ‘รัสเซีย’ ภายใน ส.ค. นี้

(26 มิ.ย. 68) รัฐบาลเวียดนามสั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งสรุปการเจรจากับรัสเซียภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อเตรียมลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความร่วมมือก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นิญถ่วน 1 ในเดือนสิงหาคม โดยโครงการนี้มีเป้าหมายแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2030 หรืออย่างช้าที่สุดในปี 2031

บุ่ย แทงห์ เซิน รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การเจรจากับรัสเซียล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งอาจส่งผลต่อกระบวนการอนุมัติและดำเนินโครงการ กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงถูกกำชับให้จัดตั้งคณะเจรจาโดยด่วน และต้องระบุความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายในข้อตกลงอย่างชัดเจน

ควบคู่กันนั้น ทางการเวียดนามยังรื้อฟื้นความร่วมมือกับญี่ปุ่นในโครงการนิญถ่วน 2 โดยมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งหารือและรายงานผลภายในเดือนกรกฎาคม ด้านโครงการนิญถ่วน 1 และ 2 ซึ่งอยู่ในจังหวัดนิญถ่วน จะมี การไฟฟ้าแห่งประเทศเวียดนาม (EVN) และ บริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเวียดนาม (PVN) เป็นเจ้าของโครงการตามลำดับ

รัฐบาลเวียดนามเน้นย้ำว่า การฟื้นโครงการพลังงานนิวเคลียร์มีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เติบโตต่อเนื่อง และสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนการลงทุนและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย รวมถึงการจัดสรรงบประมาณและแผนโยกย้ายชุมชนให้เสร็จสิ้นตามกรอบเวลาที่กำหนด

บอร์ด กฟผ. เสนอชื่อ ‘นรินทร์ เผ่าวณิช’ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17

บอร์ด กฟผ. มีมติเสนอชื่อ นายนรินทร์ เผ่าวณิช เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17 เตรียมเสนอกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน และรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

เมื่อวานนี้ (25 มิ.ย. 68) คณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (บอร์ด กฟผ.) ในการประชุมฯ ครั้งที่ 8/2568 มีมติเห็นชอบให้ นายนรินทร์ เผ่าวณิช ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. ตามที่คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการเสนอ สืบแทนนายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 โดยขั้นตอนจากนี้ กฟผ. จะนำเสนอกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน และ รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

สำหรับประวัตินายนรินทร์ ปัจจุบัน อายุ 51 ปี ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าการเชื้อเพลิง เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2567 พร้อมกับรองอีก 4 คน คือ น.ส.พนา สุภาวกุล เป็นรองผู้ว่าการบริหาร นายธวัชชัย สำราญวานิช เป็นรองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ นายณัฐวุฒิ ผลประเสริฐ เป็นรองผู้ว่าการระบบส่ง นายเมธาวัจน์ พงศ์รดาภิรมย์ เป็นรองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

ประวัติการทำงานใน กฟผ. ที่สำคัญ
1 พ.ค. 2567 : รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง
1 ต.ค. 2565 : ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารเชื้อเพลิง
1 ต.ค. 2564 : ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรม และก่อสร้างโรงไฟฟ้า

คุณวุฒิการศึกษา
Ph.D. Georgia Institute of Technology, U.S.A.
M.S.C.E.Georgia Institute of Technology, U.S.A.
ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ขอปกป้องเต็มที่! ‘ทรัมป์’ พร้อมหนุน ‘เนทันยาฮู’ เรียกร้องยกเลิกคดีทุจริต ชี้เป็นการ ‘ล่าแม่มด’

(26 มิ.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงปกป้องนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลยุติการดำเนินคดีทุจริต หรือออกอภัยโทษให้โดยทันที โดยชี้ว่าเป็น ‘การล่าแม่มด’ ต่อผู้นำที่เขายกย่องว่าเป็น ‘วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของรัฐอิสราเอล’

เนทันยาฮูถูกฟ้องในปี 2019 ในข้อหาติดสินบน ฉ้อโกง และละเมิดความไว้วางใจ โดยการไต่สวนเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2020 และยังคงดำเนินอยู่ในศาลกรุงเทลอาวีฟ โดยล่าสุดเริ่มการซักค้านเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลานานถึง 1 ปี จึงจะเสร็จสิ้น

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “คดีของ Bibi (เนทันยาฮู) ควรถูกยกเลิกทันที หรือไม่ก็ให้อภัยโทษกับวีรบุรุษที่ทำคุณมากมายเพื่อชาติอิสราเอล” พร้อมกล่าวว่า “สหรัฐอเมริกาเคยช่วยอิสราเอล และตอนนี้จะเป็นฝ่ายช่วย Bibi เนทันยาฮู”

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีอิสราเอล ไอแซก เฮอร์ซ็อก ได้ยืนยันผ่านสื่อว่า ยังไม่มีการยื่นขออภัยโทษอย่างเป็นทางการ และ ‘เรื่องนี้ยังไม่อยู่บนโต๊ะ’ ท่ามกลางความไม่ชัดเจนว่า ทรัมป์หรือรัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของอิสราเอลได้เพียงใด โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งวิจารณ์อิสราเอลกรณีทิ้งระเบิดอิหร่านหลังการหยุดยิงว่า ‘มากเกินไป’ และทำให้เขาไม่พอใจมาก

รวบดาว TikTok เวียดนาม โกงภาษีกว่า 100 ล้าน สรรพากรแฉ! ใช้บัญชีคู่–ตั้งบริษัทซ้อน–โอนเงินผ่านบัญชีม้า

(26 มิ.ย. 68) เจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ดำเนินคดีอาญากับ Vũ Nam Phương หรือที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ในชื่อ 'Cún Bông' TikToker ชื่อดัง พร้อมสามีและผู้ร่วมขบวนการ ฐานกระทำความผิดเกี่ยวกับบัญชีและการเลี่ยงภาษีอย่างมีระบบ โดยมีการจัดทำบัญชีคู่และตั้งบริษัทที่อยู่ตรงกับที่อยู่ของกิจการเพื่อสับเปลี่ยนเอกสารและปกปิดรายได้จริง

จากการสอบสวนพบว่า สามีภรรยาคู่นี้ดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและผลิตภัณฑ์ความงามภายใต้ชื่อบริษัท Dược Hoa Kỳ ผ่านช่องทาง Facebook, TikTok และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ มียอดผู้ติดตามรวมหลายแสนราย แต่ในเบื้องหลัง กลับจงใจจัดทำบัญชีสองชุดเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี โดยมีรายได้จริงกว่า 120 พันล้านดอง (ราว 190 ล้านบาท) แต่แจ้งรายได้เพียง 5 พันล้านดอง (7.14 ล้านบาท) ซึ่งจากการกระทำของเธอทำให้รัฐขาดรายได้กว่า 10 พันล้านดอง หรือประมาณ 12 ล้านบาท

นาย Vũ Mạnh Cường ผู้อำนวยการสำนักงานภาษีเขต 1 เปิดเผยว่า นี่เป็นกรณีเลี่ยงภาษีที่มีความซับซ้อนสูง โดยผู้ต้องหาใช้วิธีออกใบเสร็จในนามบริษัทหากลูกค้าขอใบกำกับภาษี แต่หากไม่ขอก็จะขายผ่านชื่อบุคคลธรรมดาเพื่อเลี่ยงการบันทึกรายได้ ซึ่งถือเป็นการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีส่วนตัวของ Phương ที่มียอดเคลื่อนไหวกว่า 500 พันล้านดอง (622.5 ล้านบาท) พร้อมเตือนว่าปัจจุบันมีผู้ค้าหลายรายใช้วิธีรับเงินสดหรือโอนผ่านบัญชีบุคคลใกล้ชิดเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามด้วยการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานภาษี ตำรวจ และธนาคาร พฤติกรรมเลี่ยงภาษีไม่ว่าจะแยบยลเพียงใด ก็สามารถตรวจจับได้ในท้ายที่สุด

ทรัมป์เดือด! ตำหนิสื่อใส่สีอิสราเอลพ่าย ยันแค่ ‘โดนหนักไปหน่อย’ ไม่ได้แพ้อิหร่าน

(26 มิ.ย. 68) ในระหว่างการประชุมสุดยอดนาโต้ที่จัดขึ้นที่กรุงเฮก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกโรงโจมตีสื่อมวลชนอย่างรุนแรง หลังจากที่หลายสำนักข่าวรายงานว่า อิสราเอลอาจพ่ายแพ้ต่ออิหร่านในการสู้รบที่ใช้เวลาประมาณ 12 วัน ทรัมป์กล่าวว่า “อิสราเอลไม่ได้แพ้ แค่พวกเขาโดนหนักไปหน่อย” และเสริมว่าประชาชนอิสราเอลได้รับผลกระทบมากเกินควร เมื่อเห็นว่าขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านโจมตีอาคารในอิสราเอลจนพังหลายหลัง

ทรัมป์กล่าวอย่างชัดเจนอีกว่า เขาไม่เห็นด้วยกับแนวทางการนำเสนอข่าวของสื่อต่างชาติและในสหรัฐฯ เช่น CNN, The New York Times, MSNBC ที่วิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพการป้องกันของอิสราเอล ซึ่งเขายังเรียกนักข่าวบางคนว่า “พวกคนป่วยและทำลายผลงานทางทหาร” พร้อมเรียกร้องให้มีการปลด นาตาชา เบอร์ทรานด์ (Natasha Bertrand) จาก CNN และเรียกสื่อเหล่านี้ว่า “fake news”

ในช่วงที่เขาออกมาประกาศว่า อิสราเอลและอิหร่านตกลงหยุดยิง (ceasefire) ภายหลัง 'สงคราม 12 วัน' ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนเมื่อเห็นอิสราเอลยังปล่อยขีปนาวุธ แม้ว่าเขาจะประกาศหยุดยิงแล้วก็ตาม ทั้งนี้เขาเน้นย้ำว่าอิสราเอล “โดนหนักไปหน่อย” แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ความล้มเหลว 

‘ฮุน เซน’ นั่งฮ. ลงพื้นที่ชายแดนกัมพูชา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจหลังไทยยกระดับเข้มเปิด-ปิดด่าน

(26 มิ.ย. 68) ฮุน เซน ลงพื้นที่ชายแดนกัมพูชา ตรวจเยี่ยมกองทัพ หลังไทยยกระดับเข้มเปิด-ปิดด่าน

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน กระทรวงประชาสัมพันธ์กัมพูชา รายงานว่า สมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา นั่งเฮลิคอปเตอร์ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย หรือ อุดดอร์เมียนเจ็ย ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกองทัพและพบปะประชาชน

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ของ "สมเด็จฮุน เซน" ซึ่งได้กลับมาเปิดให้คนไทยมองเห็นอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปิดกั้นไอพีประเทศไทยไว้ ทำให้คนไทยไม่สามารถมองเห็นเนื้อหาและได้เข้าโพสต์ในเฟซบุ๊กดังกล่าวได้

โดย "สมเด็จฮุน เซน" ได้เผยแพร่คลิปเดินทางลงพื้นที่เยี่ยมกองทัพและประชาชนที่จังหวัดชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งพบว่ามีคนไทยเข้าไปคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

‘แยม-ฐปณีย์’ ได้พบชาวอุยกูร์ที่ซินเจียงแล้ว แต่เสียดายไม่ได้พบกลุ่มที่ถูกส่งกลับจากไทย

เมื่อวันที่ (25 มิ.ย. 68) แยม - ฐปณีย์ เอียดศรีไชย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงการได้ร่วมทริป นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางเยือน เมืองอรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยระบุว่า...

มาตามคณะประธานรัฐสภา อ.วันนอร์ 
เยือนซินเจียง ที่แรกเขาพามาที่
สถาบันอิสลามศึกษาซินเจียง
ก็ได้เห็นตามคณะไปก่อนนะคะ
เพราะมาภารกิจของประธานรัฐสภา
งานฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน
ไม่มีกำหนดพบชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับ
แต่ถือว่าได้มาดูเมือง ดูในสิ่งที่อยากรู้
เท่าที่เวลาจะอำนวย เพียง 2 วัน

ตำรวจภูธรภาค 2 เร่งเครื่องเสริมแกร่ง พนักงานสอบสวน ติดอาวุธสุดล้ำทักษะ AI ปั้นรุ่น 3 ลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพ

(25 มิ.ย. 68) ที่ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 (ศฝร.ภ.2) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจพนักงานสอบสวนที่เข้าร่วม “การอบรมการใช้ AI เพื่อพัฒนางานสอบสวน รุ่นที่ 3” ซึ่งถือเป็นรุ่นสุดท้ายในโครงการยกระดับงานสอบสวนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ตำรวจภูธรภาค 2 ดำเนินการต่อเนื่อง

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เปิดเผยว่า การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นอย่างเข้มข้นในรูปแบบค่ายฝึกเฉพาะกิจ โดยมีพนักงานสอบสวนจากตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าร่วม หลายคนสละเวลาจากงานประจำเพื่อมาเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์คดี แปลผลข้อมูล และจัดการเอกสารสำนวน ซึ่งเป็นจุดที่มักใช้เวลานานในระบบสอบสวนแบบเดิม

“ผู้เข้าร่วมได้รับการถ่ายทอดความรู้จาก ดร.สุขยืน เทพทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยเน้นการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี ตั้งแต่ระบบช่วยวิเคราะห์หลักฐาน จัดเรียงเอกสารอัตโนมัติ ไปจนถึงการลดข้อผิดพลาดในการเขียนสำนวน โครงการนี้มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่
•ลดภาระงานซ้ำซ้อน ของพนักงานสอบสวน ด้วยการใช้ระบบอัจฉริยะมาช่วยจัดการข้อมูล
•เพิ่มความแม่นยำของสำนวนคดี ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI
•เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมในกระบวนการยุติธรรม ให้เท่าทันโลกยุคดิจิทัล“

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เปิดเผยด้วยว่า การอบรมรุ่นที่ 3 นี้เป็นรุ่นสุดท้ายในเฟสแรกของโครงการ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ เราไม่ได้แค่สอนใช้โปรแกรม แต่เรากำลังสร้างวัฒนธรรมใหม่ของการทำงานที่มีเครื่องมืออัจฉริยะเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ โดยเราได้อบรมติดอาวุธทางเทคโนโลยีให้พนักงานสอบสวนใน ภ.2 รวมแล้วร่วมเกือบ 1,000 นาย

ตำรวจภูธรภาค 2 เชื่อมั่นว่าหลังจบการอบรม พนักงานสอบสวนจะสามารถนำ AI ไปใช้ได้จริงในงานประจำวัน ทั้งในด้านความเร็ว ความถูกต้อง และประสิทธิภาพ โดยคาดว่าผลลัพธ์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ไม่น้อยกว่า 3 เท่า

“แม้จะเป็นการอบรมรุ่นสุดท้ายของโครงการนี้ แต่ทางตำรวจภูธรภาค 2 ยังเตรียมแผนติดตามผลการใช้งานจริงในพื้นที่ พร้อมรวบรวมข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาแนวทางฝึกอบรมในอนาคตให้ตอบโจทย์ภาคสนามมากยิ่งขึ้นการเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ตำรวจภูธรภาค 2” ไม่ได้อยู่เฉยรอการเปลี่ยนแปลง แต่เลือกเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง พัฒนาเจ้าหน้าที่ให้พร้อมรับมือกับปัญหายุคใหม่ ทั้งการขาดแคลนบุคลากรและความซับซ้อนของคดี พร้อมเดินหน้าสู่การสอบสวนอัจฉริยะที่เท่าทันเทคโนโลยีโลกในทุกมิติ” พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าว

นายกฯ จีน ชูแนวคิด ‘สร้างสรรค์-ร่วมมือ’ บนเวทีเศรษฐกิจโลก กระตุ้นนานาชาติปกป้องการค้าเสรี-พลิกฟื้นเศรษฐกิจ

(25 มิ.ย. 68) นายหลี่ เฉียง (Li Qiang) นายกรัฐมนตรีของจีน กล่าวเปิดการประชุม 'ดาวอส ฟอรัม ฤดูร้อน ครั้งที่ 16' ที่จัดขึ้นในนครเทียนจิน ทางตอนเหนือของจีน โดยเรียกร้องให้นานาประเทศร่วมมือกันด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศในรูปแบบที่สร้างสรรค์และเป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรีของจีน อธิบายว่า “การดำเนินงานอย่างสร้างสรรค์” หมายถึง การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อปกป้องการค้าเสรีและระบบความร่วมมือระหว่างหลายประเทศ (พหุภาคี) พร้อมทั้งผลักดันให้เศรษฐกิจโลกมีความมั่นคงมากขึ้น แม้จะเผชิญกับความท้าทายรอบด้านในปัจจุบัน

นอกจากนี้ นายหลี่ เฉียง ยังเน้นถึงความสำคัญของการแก้ไขข้อพิพาททางการค้าโดยสันติวิธีผ่านการเจรจาอย่างเท่าเทียม โดยชี้ว่าแม้ความขัดแย้งระหว่างประเทศจะเป็นเรื่องปกติในการทำการค้า แต่หากยึดหลักเคารพซึ่งกันและกันก็สามารถหาทางออกที่เป็นประโยชน์ร่วมกันได้

เขายังเน้นย้ำให้ทุกประเทศร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ร่วมกันผ่านความร่วมมือที่เกื้อกูล พร้อมสนับสนุนให้มีการประสานนโยบายมหภาค เพื่อรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก

ทั้งนี้ จีนจะเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับตลาดโลกอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความยืดหยุ่นในการพัฒนาเศรษฐกิจโลก โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน ภายใต้แนวคิด 'ความเป็นผู้ประกอบการในยุคใหม่' และมีผู้นำจากกว่า 90 ประเทศเข้าร่วมมากกว่า 1,700 คน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top