Friday, 6 November 2026
Hard News Team

'กลาโหมจีน' กร้าว!! 'ไม่ลังเลที่จะเริ่มสงคราม' หากไต้หวันกล้าประกาศเอกราชแยกตัวจากจีน

รัฐมนตรีกลาโหมของจีน ประกาศต่อรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ว่า จีนไม่ลังเลที่จะเริ่มสงคราม หากไต้หวันประกาศเอกราช

โดยคำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมด้านความมั่นคง ‘แชงกรี-ลา ไดอะลอก’ ที่ประเทศสิงคโปร์ ที่เปิดฉากขึ้นแล้วในวันนี้ 10 มิถุนายน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่ระดับสูง และเหล่าผู้นำภาคธุรกิจจากทั้งภูมิภาคเอเชีย และกลุ่มประเทศตะวันตกเข้าร่วม

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีกลาโหมจีน 'เว่ย เฟิ่งเหอ' เผชิญหน้ากับ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ แบบต่อหน้าเป็นครั้งแรก โดยเฟิ่งเหอเตือนออสตินว่า “หากใครกล้าแยกไต้หวันออกจากจีน กองทัพจีนจะไม่ลังเลที่จะเริ่มสงคราม ไม่ว่าจะต้องสูญเสียเท่าไหร่ก็ตาม” 

ไม่เพียงเท่านั้น เฟิ่งเหอ ยังให้คำมั่นว่าจีนจะ “ทำลายแผนการประกาศเอกราชของไต้หวันให้ป่นไม่มีชิ้นดี และจะธำรงไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพของมาตุภูมิ” ตามแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมจีน

เขายังย้ำว่า “ไต้หวันคือของจีน...การใช้ไต้หวันเพื่อกดดันจีน จะไม่มีวันสำเร็จ”

ด้านออสตินระบุว่า สหรัฐฯ “ยืนกรานถึงความสำคัญของสันติภาพและเสถียรภาพทั่วช่องแคบไต้หวัน และต่อต้านความพยายามเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบัน และร้องขอให้จีนยับยั้งช่างใจต่อการกระทำที่จะบั่นทอนเสถียรภาพต่อไต้หวัน”

ส.ว.ยก 'ชัชชาติ' คลื่นลูกใหม่ทางการเมือง สะท้อนปรากฏการณ์ คนเบื่อ 'สลิ่ม-สามกีบ'

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้...

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คลื่นลูกใหม่ทางการเมือง

ถึงจุดที่คนไทยเบื่อความขัดแย้ง ความแตกแยกของคนในชาติ เบื่อเหลืองแดง เบื่อสามกีบ เบื่อสลิ่ม เบื่อคนรุ่นใหม่รุ่นเก่า เขาจึงแสดงออกโดยเลือกชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เชื่อว่าจะเป็นตัวแทนของคนที่เป็นกลางๆ ไม่ซ้ายไม่ขวา เชื่อมต่อได้ทุกรุ่นทุกสี มีความทันสมัย ไม่เจ้าขุนมูลนาย ไม่พิธีรีตองเกินความจำเป็นและไม่ติดกับระบบราชการมากเกินไป เป็นผู้บริหารที่เป็นของคนทุกๆ คน แค่ทำงานไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็เห็นความเปลี่ยนแปลงในหลายมิติของการจัดการกรุงเทพมหานคร เป็นความหวัง ตอบความหิวกระหายของคนไทยที่อยากได้นักการเมืองเช่นนี้

เชื่อว่าชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คงนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงการเมืองใหม่ ลดความขัดแย้งในสังคมไทย สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ก้าวข้ามปัญหาทั้งปวงที่ทับถมอยู่ในประเทศนี้ถึง 20 ปี เป็นคลื่นลูกใหม่และพายุทางการเมืองที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

นายวันชัย กล่าวอีกว่า พลตรีจำลอง ศรีเมือง ผู้ว่ากทม. 2 สมัยในอดีต จากป้ายฝาเข่ง ใส่เสื้อม่อฮ่อม รองเท้าแตะ ถีบจักรยานหาเสียง กลายเป็นจำลองฟีเวอร์ พัฒนาไปสู่การเมืองยุคใหม่ในขณะนั้น เป็นพรรคพลังธรรม มี ส.ส.ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อยู่ในระดับพรรคการเมืองขนาดกลาง สร้างคนสร้างบทบาททางการเมือง สร้างความหวังให้กับคนไทยได้ในระดับหนึ่ง ยังมีนักการเมืองจากพลังธรรมที่โลดแล่นอยู่ในเวทีขณะนี้รวมทั้งทักษิณ ชินวัตร 

พายุลูกใหม่ทางการเมืองอย่างชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็คงจะพัฒนาไปเช่นนั้น เป็นพายุและคลื่นทางการเมืองที่สาดซัดไปทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัดในอนาคตทางการเมืองต่อไป

'นักเขียนซีไรต์' กร้าว!! เหตุผลที่ต้อง 'เป็นสลิ่ม​ต่อไป' เพราะนักการเมืองไร้สำนึก ปั่นคนเกลียดกันเพื่ออำนาจตน

(11 มิ.ย.65) วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่าเป็นสลิ่ม​ต่อไป...

เหตุผลที่ผมเป็นสลิ่ม ก็เพราะผมต้องการให้  'ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้' และมีการปกครองด้วย 'ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข'

ส่วนเรื่องการเมือง ก็ว่าทีละเรื่อง​ ทีละคน​ ทีละพรรค​ไม่เป็นกองเชียร์นักการเมืองเฉพาะเรื่อง เฉพาะคน หรือเฉพาะพรรค​ เพราะการเมืองและนักการเมืองเป็นเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ที่พวกเขาต้องมาก่อน!

ประชาชนมาก่อนตอนเลือกตั้งเท่านั้น!

ถ้าไม่มีพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์​ ปล่อยให้นักการเมืองแย่งชิงกันเป็นประมุข​ แย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์กันเอง​ 'เพื่อประชาชน' บ้านเมืองหายนะแน่ๆ​ เพราะไม่มีใครเกรงใจใคร

ยามมีศึกสงครามก็จะเหมือนกับนักการเมืองในประเทศต่างๆ​ ส่วนมาก​ ที่ตัดสินใจตามใจตนเป็นหลัก​ ส่วนพลเมืองมีหน้าที่เป็นเหยื่อ

'นายกฯ' ปลื้ม!! 'ไทย-เยอรมนี' ร่วมมือพัฒนา EV ผลักดันไทยสู่ฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งเอเชีย

(11 มิ.ย.65) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมความร่วมมือระหว่างไทย และเยอรมนี จัดแข่งขันความคิดสร้างสรรค์สำหรับการคมนาคมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต 'EV Hackathon: Future EV Mobility Creative Contest for Sustainability #EV4Sustain' หัวข้อการแข่งขัน คือ ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) มุ่งขับเคลื่อนพันธมิตรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน (Partners for Sustainable Growth) ระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค.นี้ เนื่องในวาระครบรอบ 160 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเยอรมนี ที่ร่วมกันผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย เพื่อพัฒนาและต่อยอด นโยบายส่งเสริมการใช้รถ EV และนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green (BCG) Economy) ของรัฐบาล

นายธนกร กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากภาคีที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยในทุกมิติ ทั้งการศึกษา สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม และสอดรับกับนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ด้วยการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ตามนโยบาย 30@30 ที่รัฐบาลมุ่งให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่มิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดภาวะทางอากาศ โดยรัฐบาลตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) รถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์และพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าโลกภายในปี ค.ศ. 2030

'เพื่อไทย' ชี้!! ปลุกหวยบนดิน อุดจุดอ่อนรัฐหาเงินไม่เป็น แนะ!! ยึดตามโมเดลทักษิณ คนไทยไม่เสียประโยชน์

ฟื้นหวยบนดิน ประชาชนต้องได้ประโยชน์ 'อรุณี' ชี้รัฐบาล 'ประยุทธ์' คิดฟื้นหวย 2 ตัว 3 ตัว เหตุอยากหารายได้เสริมเติมจุดอ่อนรัฐหาเงินไม่เป็น ย้ำทำตามไทยรักไทยไม่เสียหายถ้าคนไทยได้ประโยชน์ 

ดร.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลออกมาโยนหินถามทาง เตรียมแก้กฎหมายเปิดช่องทางจำหน่ายสลากตัวเลข 3 หลัก หรือการฟื้นหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัวภายในปีนี้ว่า...

สิ่งที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความพยายามจะทำอีกครั้ง ต้องเป็นการกลับมาที่ดีกว่าเดิม ประชาชนต้องได้ประโยชน์จากการขายหวยบนดินครั้งนี้ เหมือนอย่างที่รัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยทำ  โครงการหวยบนดินในขณะนั้น สามารถขจัดอิทธิพลมืดและสร้างรายได้ให้กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนมาก มีการแบ่งสัดส่วนรายได้จากการขายหวยบนดินกระจายไปยังภาคส่วนต่างๆ อย่างชัดเจน โดยสมทบเข้ากองทุนจ่ายเงินรางวัล  ค่าดำเนินการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล  แบ่งไปยังการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ และมีการแบ่งสัดส่วนเข้าการกุศล ซึ่งคือการให้ทุนการศึกษานักเรียนต่างจังหวัดมีโอกาสไปศึกษาต่อในต่างประเทศ หรือที่เรียกว่าโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS ) ซึ่งเป็นการนำเอา 'ความหวังของคนยากจน' มาสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับคนยากจน สร้างทุนมนุษย์ สร้างความเจริญให้กับบ้านเกิดและประเทศได้อย่างมหาศาล และยังมีการจัดสัปดาห์วิทยาศาสตร์ โครงการประกวดเรียงความ ฯลฯ  แต่ละเดือนยังมีเงินเหลืออย่างน้อย 700 ล้านบาท หรือปีละ 8,400-10,000 ล้านบาท จากเดิมอยู่ในมือของเจ้ามือหวยและส่งส่วยผู้มีอิทธิพล  

แต่สุดท้ายถูกระงับไป และยังถูกดำเนินคดีโดยคณะกรรมการอิสระที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารอย่างคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ก่อนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ในปี 2549 รัฐบาลหลังจากการยึดอำนาจยังได้ดำเนินการขายหวยบนดินต่อ ทั้งที่การแก้ไข พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ ยังไม่แล้วเสร็จ และยังไม่มีการดำเนินคดีกับรัฐบาลในขณะนั้นเหมือนที่ดำเนินการเอาผิดกับรัฐบาล ดร.ทักษิณ แต่อย่างใด 

ดร.อรุณี กล่าวอีกว่า หากหวยบนดินของรัฐบาล ดร.ทักษิณ ยังอยู่ รายได้เข้ารัฐอาจมีมากกว่า 1 แสนล้านบาท เด็กไทยในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพจะถูกมองเห็นและได้มีโอกาสไปเรียนต่อยังต่างประเทศอีกหลายร้อยคน ทั้งหมดคือโอกาสที่เสียไปของประเทศทั้งสิ้น 

ดร.อรุณี ได้ตั้งคำถามด้วยว่า อยากทราบว่าวัตถุประสงค์ของการฟื้นหวยบนดินนั้น เป็นเพราะรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ต้องการหารายได้เสริมเติมจุดอ่อนของตนที่ไม่มีความรู้ความสามารถที่จะสร้างงาน สร้างโอกาส หรือสร้างนโยบายใหม่ๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หารายได้เข้าประเทศใช่หรือไม่  ต้องการหารายได้เพื่อใช้หนี้สาธารณะที่ตนเองได้ก่อขึ้นเกือบ 10 ล้านล้านบาท และเป็นหนี้ที่กู้มาแจกทั้งสิ้น ใช่หรือไม่ 

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เข้ารับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

เมื่อวันที่ 10  มิถุนายน ที่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เข้ารับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรีเป็นประธานในพิธี การมอบใบปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว ซึ่งการเข้ารับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ในครั้งนี้ ได้ผ่านการคัดเลือก และรับรองจากคณะกรรมการสภามหาวิทยา ลงมติเอกฉันท์ มอบเป็นเกียรติประวัติสืบไป

เนื่องจากสวนนงนุชพัทยา เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดครั้งนี้เช่นกัน ในระหว่างที่มีการล็อกดาวน์ ได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงสวนนงนุชพัทยาครั้งใหญ่ มีการปรับเปลี่ยน New Normal New Nongnooch Garden (นิว นอร์มอล นิว สวนนงนุช) เช่น เปิดโรงเลี้ยงสำหรับการเพาะชำต้นอ่อน  ประติมากรรมภาพวาดด้วยหิน สวนไดโนเสาร์ เป็นต้น

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุช พัทยา  ได้หาแนวทางการจัดการดำเนินกิจกรรมมากมายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคตะวันออก เช่น การจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ไทยเที่ยวไทย”เพื่อส่งเสริมกระตุ้นการท่องเที่ยว ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ให้เจริญเติบโต มีการต้อนรับ คาราวานกลุ่มรถสปอร์ต Lotus Car ตัวจริงจากประเทศอังกฤษ จำนวน 25 คัน ถือเป็นรถสปอร์ตหรูแห่งยุค ที่ออกมาร่วมสร้างสีสัน กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

'นพพล' พร้อมตัดงบเกษตร-มหาดไทย ชี้!! ไม่คุ้มกับภาระกิจดูแลประชาชน

'นพพล' พร้อมตัดงบเกษตร-มหาดไทย ชี้!! ไม่คุ้มกับภาระกิจดูแลประชาชน เผยเกษตรกรสุดทนชลประทานปล่อยน้ำเอาใจนักการเมืองมากกว่าปล่อยเกษตรกรขาดน้ำทำนา 

นายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพื้นที่พิษณุโลกพบปัญหา ภัยแล้งหนักมาก เพราะเกษตรกรหลายพื้นที่ขาดน้ำทำนา กรมชลประทานจะปล่อยน้ำเอาใจนักการเมืองใหญ่ในรัฐบาล  ไม่ปล่อยให้เกษตรกร กระทบการปลูกข้าวนาปี  ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเรื้อรังแก้ไม่จบ ส่งผลให้คนในพื้นที่ ชี้ว่าปัญหาน้ำ เกิดจากการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ชาวบ้านเอือมระอากับการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ 

ที่ผ่านมาหาแนวทางในการแก้ปัญหาให้เกษตรกรในพื้นที่รวมทั้งการหารือกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่เกรงว่าปัญหาจะวนกลับมาที่เดิม สร้างปัญหาให้เกษตรกรไม่รู้จบ 

นายนพพล กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จากการที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการพิจารณางบประมาณประจำปี 2566 จะพุ่งเป้าในการพิจารณากระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย เพราะกระทรวงทั้งสองกระทรวงทำงานไม่สมกับงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ปล่อยปละละเลย ไม่แก้ปัญหาให้กับประชาชน

เปิดเที่ยวบินประวัติศาสตร์ พาเด็กไทยกลับไปศึกษาต่อจีน ภายใต้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดช่วง 2 ปี

นับเป็นอีกความสำเร็จของกลุ่มเด็กไทย ภายใต้การร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาครัฐ, เอกชน, สมาคมนักเรียนไทย-จีน รวมถึงบรรดานักเรียนและผู้ปกครอง ที่รวมพลัง #พาเด็กไทยกลับจีน ตลอด 2 ปีหลังร่วมต่อสู้กันอย่างมีความหวัง เพื่อให้เด็กทุกคนได้กลับไปศึกษา ณ สาธารณรัฐประชาชนจีนอีกครั้ง

เพราะอย่างที่ทราบดีว่าปัจจุบันมีนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาต่อที่ประเทศจีน ประสบปัญหายังกลับไปเรียนไม่ได้มีจำนวนมาก ซึ่งความยากลำบากที่นักเรียน/ นักศึกษากลุ่มนี้ต้องประสบ ก็มีตั้งแต่ ทุนรัฐบาลที่หลายคนกำลังจะถูกยกเลิกไป จนถึงถูกบังคับให้ลาออก, หลายคนต้องเสียค่าเช่าที่พักฟรีๆ เป็นปีเพราะขนของกลับไม่ได้, ค่าเทอมที่ต้องจ่ายเต็มแต่คุณภาพการเรียนออนไลน์ที่ไม่ช่วยอะไร, การฝึกงานหรือการทำตัวจบที่ค้างคาไปต่อไม่ได้ ฯลฯ ซึ่งถือว่าหนักหนามาก และกระทบต่อแผนการชีวิตและครอบครัว

นายสรวง สิทธิสมาน นายกสมาคมนักเรียนไทย-จีน ได้เปิดเผยพร้อมขอบคุณทุกการช่วยเหลือนี้ว่า ตามที่กลุ่มร้องขอเปิดวีซ่านักเรียน (จีน) ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการส่วนใหญ่ในนามสมาคมนักเรียนไทย-จีน ได้ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือจากท่านในด้านต่างๆ เพื่อช่วยเหลือนักเรียน/นักศึกษาไทยให้สามารถกลับไปศึกษาต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีนมาตั้งแต่กลางปี 2563 นั้น

.
บัดนี้ด้วยความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย ทำให้ความพยายามเรียกร้องเปิดวีซ่านักเรียนจีนของนักศึกษาไทยตลอด 2 ปี นั้นประสบความสำเร็จ จนเกิดเป็นเที่ยวบินแรกของนักศึกษาไทยในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา อันนำไปสู่การทยอยอนุมัติรายชื่อเดินทางกลับสาธารณรัฐประชาชนจีนของนักเรียน/นักศึกษาไทยในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันเที่ยวบินที่สองกำลังดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนศกนี้ และเริ่มเข้าสู่การดำเนินการเที่ยวบินที่สามในลำดับถัดไป
.
ในนามของสมาคมนักเรียนไทย-จีน ร่วมกับกลุ่มร้องขอเปิดวีซ่านักเรียน (จีน) จึงขอขอบคุณท่านและผู้เกี่ยวข้องในหน่วยงานของท่านที่ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือในด้านต่างๆ จนนำไปสู่ความสำเร็จในการเรียกร้องเปิดวีซ่านักเรียนจีนของนักศึกษาไทย ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
.
สำหรับความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านความอนุเคราะห์จากบุคคล รวมถึงองค์กรอีกหลายภาคส่วน เพื่อผลักดันให้เกิดเที่ยวบินแรกของโลกและเที่ยวบินถัดๆ ไป ในการพานักเรียน/นักศึกษาไทยกลับไปยังประเทศจีน เพื่อทำการศึกษาต่อ ได้แก่...

'หม่อมปลื้ม' โพสต์ขออภัย ภท. ยันเจตนาดีเรื่องกัญชา แต่ด้วยสไตล์ที่สื่อออกมา อาจกวนประสาทเล็กน้อย

จากกรณีที่พรรคภูมิใจไทยมีมติให้ ส.ส.แต่ละเขต รัฐมนตรีของพรรค และสมาชิกพรรคทั่วประเทศ ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ รายการ 'The Daily Dose โลกการเมือง’ ทางเพจเฟซบุ๊ก Voice TV ดำเนินรายการโดย ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หัวข้อ 'ไม่สนเยาวชนติดกัญชาบ้างเลยหรือ' โดยระบุว่า มีเนื้อหาเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้ายป้ายสี จากนโยบายปลดล็อกกัญชาโดยมีกฎหมายมารองรับนั้น

ล่าสุด (11 มิ.ย.65) ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าว โดยมีเนื้อหาดังนี้...

“ผมได้ขอให้ทีมงานถอนคลิปย่อยที่ตัดแล้วที่ไปโพสต์ทางช่องทาง Youtube/FB ที่พาดพิงท่าน รองนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทยออกไปเรียบร้อยแล้วนะครับ

มันเป็นของรายการสด #Liveยามเช้า The Daily Dose วันที่ 9 มิถุนายน เวลา 06.30 น. การจัดรายการมีเจตนารมณ์สร้างความบันเทิงประกอบด้วยสาระต่อสังคม และรวมไปถึงการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ไม่มีเจตนาที่จะดูหมิ่นดูแคลนใคร ถ้าเนื้อหาในคลิปทำให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทย รวมถึงทั้งหัวหน้าพรรคมีความรู้สึกว่าไม่เหมาะสมและเสียดสีเเรงเกินไปนั้นผมขออภัย

รวมถึงที่อาจจะได้สื่อสารเชิงลบแบบตลกขบขันไปว่า ในสมัยวัยหนุ่มอาจจะมีบางท่านในคณะรัฐมนตรีที่เคยชอบกัญชา ซึ่งเป็นเพียงแค่มุกในการดำเนินรายการ

ผมเชื่อว่า เราอยู่ในสังคม และระบบนิเวศวิทยาทางการเมืองเดียวกัน และไม่จำเป็นที่จะต้องมานำเรื่องขึ้นศาลเพื่อฟ้องร้องกันโดยมิจำเป็น หากการจัดรายการทำให้มีความรู้สึกเสื่อมเสียเกียรติยศหรือศักดิ์ศรีของผู้ซึ่งถูกพาดพิง ผมยินดีถอดถอนเนื้อหาออกให้ตามที่ได้สั่งการให้มีการกระทำไปแล้ววันนี้

หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้นโยบายกัญชากึ่งเสรีใหม่ที่นำเสนอโดยผู้ซึ่งมีอำนาจ ณ เวลานี้ จะสามารถควบคุมไม่ให้ทุกคนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าถึงการสูบเสพติดกัญชาได้ครับ

'ทูตจีน' เยือนจันทบุรี ย้ำสัมพันธ์ไทยจีนแน่นแฟ้น ปลื้มชาวสวนทุเรียนไทยให้ความสำคัญกับมาตรการ GAP Plus เผยจีนนำเข้าทุเรียนไทยเพิ่ม 87%

'เฉลิมชัย' พอใจยอดส่งออกทุเรียนจากภาคตะวันออกของไทยไปจีน 4 เดือนปีนี้กว่า 4.3 แสนตัน ทำลายสถิติส่งออกมากกว่าปี 2564 

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยวันนี้ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) แสดงความพอใจต่อรายงานการส่งออกทุเรียนจากภาคตะวันออกของไทยไปจีน ระหว่าง 1 ก.พ. – 5 มิ.ย. ปีนี้ มีปริมาณ 433,809.92 ตัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 มีปริมาณ 425,000 ตันซึ่งเป็นทำลายสถิติการส่งออกของฤดูกาลปี 2564 ซึ่งในปัจจุบันจังหวัดจันทบุรีมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนแล้ว 91% ส่งออกแล้ว 87% สำหรับมังคุดเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว 73% และส่งออกแล้ว 60%       

นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำนายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตวิสามัญ ผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำราชอาณาจักรไทย และคณะ เดินทางศึกษาดูงานด้านการเกษตร ณ จันทบุรี ในวันที่ 10 มิถุนายน โดยมีส่วนราชการ ได้แก่ นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นางสาวอิงอร ปัญญากิจ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายพิษณุ คล้ายเจตน์ดี ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 นางสาววนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ และนายภานุศักดิ์ สายพาณิชย์ นายกสมาคมทุเรียนไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

โดยคณะได้เดินทางไปยังสวนทุเรียนรักตะวัน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จากนั้นเข้าเยี่ยมชมและหารือกับผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ ดราก้อน เฟรชฟรุ๊ต อ.มะขาม จ.จันทบุรี เพื่อรับทราบมาตรการ GMP Plus ที่มีการควบคุมดูแลผลไม้ส่งออกที่ปลอดโรคแมลงศัตรูพืชและปลอดโควิด-19 จากนั้นได้เดินทางไปยังสหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ซึ่งถือเป็นสหกรณ์ต้นแบบที่ได้มีการพัฒนาคุณภาพสินค้าแบบครบวงจร

ทั้งนี้นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า “ทุเรียนถือว่าเป็นราชาแห่งผลไม้หรือคิงออฟฟรุตที่ได้รับความชื่นชอบจากชาวจีนและชาวไทย ผมและคณะของผมก็เป็นผู้บริโภคทุเรียนของไทย การเดินทางมาดูสวนทุเรียนครั้งนี้ ในด้านนึงก็เพื่อศึกษาเรียนรู้การผลิตทุเรียน รวมถึงมาตรการต่างๆเพื่อควบคุมโควิด-19 อย่าง GAP Plus และที่สำคัญในฐานะผู้บริโภคที่ชื่นชอบทุเรียน  อยากแสดงความเคารพต่อผุ้ผลิตทุเรียน ที่ผลิตทุเรียนที่อร่อยผู้บริโภคชาวจีนจึงได้ชิมทุเรียนที่อร่อยสุดๆ 

"ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ได้ชิมทุเรียน คือ ได้เดินทางมาประเทศไทยเมื่อ 20 ปีก่อน แต่ตอนนี้ทุเรียนไทยมีขายทั่วไปในประเทศจีน เพราะฉะนั้นผมเองก็อยากขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดจันทบุรี สมาคมทุเรียนไทย และท่านสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ชวนผมมาดูสวนทุเรียนประเทศไทย 

"จีนกับไทยเป็นประเทศฉันท์มิตร ตามคำกล่าวที่ว่า จีนไทยพี่น้องกันใช่อื่นไกล ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งสองประเทศจะไปมาหาสู่กันลดลง แต่ว่าทั้งสองประเทศได้ร่วมมือร่วมใจ สนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำให้ความสัมพันธ์ไทยจีนแน่นแฟ้นกันมากขึ้นผ่านการต่อสู้เรื่องโควิด-19 ซึ่งระหว่างความสัมพันธ์ไทย-จีน คือการค้าขายสินค้าทางด้านเกษตร ซึ่งปีที่แล้วสินค้าเกษตรของไทยที่ส่งไปจีน มูลค่าทะลุ 11,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 3 แสนล้านบาท) เติบโต 33 % มีสินค้าทุเรียนที่ส่งไปจีนมูลค่า 5,430 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 1.6 แสนล้านบาท) เติบโต 87% 

"ตั้งแต่มีโควิดขึ้นมาพวกเราก็มีมาตรการต่างๆเพื่อป้องกัน และฝ่ายจีนก็ใช้มาตรการต่างๆเพื่อส่งเสริมการส่งออกทุเรียนไทยไปยังจีน ยกตัวอย่างเช่น มนฑลกว่างสี ในเรื่องการการอำนวยความสะดวกส่งผลไม้ไทยไปจีน ก็ได้ขยายเวลาทำการจากวันละ 8 ชั่วโมง เป็นวันละ 10 ชั่วโมง และจากทำการจากอาทิตย์ละ 5 วัน เป็นอาทิตย์ละ 7 วัน 

"ผมได้ยินว่าปีนี้ประเทศไทยมีทุเรียนออกมาเยอะมาก แต่ผมก็มั่นใจว่าการส่งออกทุเรียนไทยไปจีนจะประสบความสำเร็จ ในเรื่องของการขนส่งก็ได้มีการเปิดรถไฟลาว-จีน เชื่อว่าอนาคตประเทศไทยจะส่งสินค้าไปยังประเทศจีนได้ทางรถไฟอีกทาง ตอนนี้จีนกับไทยก็ผลักดันการสร้างรถไฟไทย-จีน อนาคตจะมีการขนส่งสะดวกขึ้นเพื่อส่งสินค้าของไทยไปจีนมากขึ้น 

"ทาง นายกสมาคมทุเรียนไทยบอกผมว่าจะมีการปลูกต้นทุเรียนร่วมกัน ซึ่งผมเชื่อว่าสินค้าเกษตรโดยเฉพาะทุเรียน เป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ของไทย-จีน ผมเองก็หวังว่าต้นทุเรียนที่เราได้ร่วมปลูกกันจะเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ ที่ได้มีร่วมกัน"

นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้รับทราบถึงมาตรการนำเข้าสินค้าของประเทศจีนที่ต้องการให้เป็น Zero Covid จึงได้ดำเนินมาตรการคุมเข้มและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างมาตรฐานการส่งออกผลไม้ที่ไม่มีการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19 โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการในสวน โรงคัดบรรจุ และการขนส่ง รวมทั้งได้มีการเพิ่มมาตรการของเกษตรกร จากมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับทุเรียน (GAP) เป็น GAP Plus โดยเพิ่มเติมเรื่องการควบคุมและเฝ้าระวังการระบาดของโรคโควิด-19 ในสวน เพื่อลดเชื้อและการปนเปื้อนในผลผลิต สำหรับโรงคัดบรรจุจะเพิ่มมาตรการจากหลักเกณฑ์ในการจัดการขั้นตอนพื้นฐานของกระบวนการผลิต (GMP) เป็น GMP Plus โดยจัดทำมาตรการความปลอดภัยในโรงคัดบรรจุ (Covid Free Setting) และมาตรฐานความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 ในผลไม้

ขณะเดียวกัน จังหวัดจันทบุรีได้ตระหนักและมีการติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19 ในผลไม้ส่งออกไปจีน จึงได้มีการวางมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น ได้แก่ การตรวจ ATK แก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงคัดบรรจุเป็นประจำ การจัด Big Cleaning เพื่อทำความสะอาดโรงคัดบรรจุ และการฉีดพ่นน้ำยาก่อนการบรรจุและก่อนการขนส่งจนสินค้าที่ส่งออกเป็นที่ยอมรับ และมีการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าเข้าประเทศจีนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top