Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

‘อารยธรรม’ ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของรัฐชาติ อย่ามาเคลม ‘ปราสาทขอมต้องเป็นของเขมร’ เท่านั้น

เมื่อใดก็ตามที่มีข้อพิพาทเรื่องโบราณสถานระหว่างไทยกับกัมพูชา มักมีคำกล่าวหนึ่งที่เขมรหยิบมาใช้เสมอ:
> “ปราสาทขอมต้องเป็นของเขมร เพราะขอมคือบรรพบุรุษของกัมพูชา”

คำพูดนี้ฟังดูหนักแน่น แต่เมื่อย้อนกลับไปดู 'กาลเวลา' และ 'ฐานรากของอารยธรรม' จะเห็นชัดว่า ไม่สามารถเอา 'ขอม' ซึ่งเป็นอารยธรรมร่วมภูมิภาค มาอ้างว่าเป็นสมบัติของรัฐชาติหนึ่งโดยเฉพาะได้

ขอม: อารยธรรมร่วมของลุ่มน้ำโขง

อารยธรรมขอม หรือ Khom Empire เริ่มต้นราว พุทธศตวรรษที่ 14–18 (ค.ศ. 800–1400) โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองพระนคร (นครวัด–นครธม) แต่แผ่อิทธิพลไปทั่วทั้ง ลุ่มน้ำโขง–เจ้าพระยา และปริมณฑล ศิลปกรรมขอมปรากฏทั้งในกัมพูชา ไทย ลาว เวียดนาม และแม้แต่ในพม่า
> ถ้าจะพูดให้ถูกต้อง — ขอมคือ 'อารยธรรมเหนือพรมแดนรัฐชาติ' ที่เชื่อมโยงคนหลายเผ่าพันธุ์เข้าไว้ด้วยกัน

ไทยไม่ได้แยกขาดจากขอม — ไทยกลั่นกรองขอมจนกลายเป็นตนเอง

ก่อนจะมีชาติไทย ชาติสยาม หรือราชอาณาจักรสุโขทัย สิ่งที่อยู่ในพื้นที่ไทยคืออารยธรรมที่ถูกถักทอไว้แล้วหลายชั้น ได้แก่:

ศรีเทพ (พุทธศตวรรษที่ 11–14) อารยธรรมดั้งเดิมของลุ่มเจ้าพระยาตอนบน มีรากอินเดีย–ขอม

ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12–16) ในภาคกลาง — สะท้อนการรับพุทธศาสนาแบบมหายานผสมพราหมณ์ มีวัฒนธรรมร่วมกับขอม

ละโว้–ลพบุรี (พุทธศตวรรษที่ 15–18) ถูกอิทธิพลขอมครอบคลุมโดยตรงจนกลายเป็นรัฐแบบขอมย่อส่วน ทั้งการวางผังเมือง ปราสาทหิน และอักษรจารึก

สิ่งเหล่านี้กลั่นกรองขึ้นมาเป็น “แก่นกลางของอารยธรรมไทยยุคแรก” ก่อนที่สุโขทัยจะดึงสิ่งเหล่านี้ไปปรุงเป็นความเป็น 'ไทย' ที่เรารู้จักในภายหลัง

> ขอมจึงไม่ใช่ 'ของนอก' สำหรับไทย แต่คือ 'เส้นเลือดสายหนึ่ง' ของร่างประวัติศาสตร์ไทย

เขมร: รัฐใหม่ ไม่ใช่เจ้าของอารยธรรม

กัมพูชาในฐานะ 'รัฐชาติ' เพิ่งเกิดขึ้นหลังปี พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) เมื่อได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส หลังจากตกเป็นอาณานิคมมากว่า 90 ปี

แม้จะอ้างว่าเป็นทายาทอารยธรรมขอม แต่ความเป็น 'รัฐ' ของกัมพูชาไม่ได้สืบต่อโดยตรงจากจักรวรรดิขอมโบราณ หากแต่ผ่านยุคล่มสลาย–สงคราม–ลัทธิล่าอาณานิคมมาก่อน

> เพราะฉะนั้น การอ้างว่า “ขอมคือเขมร” หรือ “มรดกขอมเป็นของกัมพูชา” จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงเชิงประวัติศาสตร์ หากแต่เป็น “วาทกรรมชาตินิยม” ที่สร้างขึ้นภายหลัง

ถ้าเขมรมีสิทธิ — ไทย ลาว เวียดนาม ก็ควรมีสิทธิด้วย

โบราณสถานขอมในไทยมีมากกว่า 100 แห่ง เช่น พนมรุ้ง เมืองต่ำ ศีขรภูมิ ตาเมือนธม ศรีเทพ และลพบุรี ต่างมีรากทางขอมอย่างชัดเจน

ลาวก็มีปราสาทวัดพู
เวียดนามมีร่องรอยขอมทางใต้

ทุกประเทศมีสิทธิในเชิง 'มรดกร่วม' ไม่ใช่ของใครคนใดคนเดียว

> ถ้าจะถือว่า “มรดกขอม = สมบัติของรัฐกัมพูชา” ก็ต้องยอมให้ประเทศอื่นอ้างสิทธิตามหลักเดียวกันด้วย

ข้อสรุปจากกาลเวลา
อารยธรรม ช่วงเวลาโดยประมาณ ความสัมพันธ์กับไทย
ศรีเทพ พ.ศ. 1100–1400 จุดเริ่มเมืองรัฐในลุ่มเจ้าพระยา มีอิทธิพลขอม
ทวารวดี พ.ศ. 1200–1600 วัฒนธรรมอินเดีย–ขอม–พุทธ
ละโว้ พ.ศ. 1400–1800 เมืองสำคัญของขอมในลุ่มเจ้าพระยา
ขอม (นครวัด) พ.ศ. 1300–1800 ศิลปะขยายมายังสุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว ศรีสะเกษ ฯลฯ
กัมพูชา (รัฐชาติ) พ.ศ. 2496 – ปัจจุบัน รัฐใหม่หลังพ้นฝรั่งเศส ไม่ได้สืบสิทธิขอมโดยตรง

ขอมไม่ใช่ของใคร — ขอมเป็นของภูมิภาค

ถ้าจะเคารพประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง ต้องยอมรับว่า “อารยธรรม” ไม่ใช่ “สมบัติส่วนตัวของรัฐชาติ”
> ไทยไม่ได้แย่งขอมจากเขมร — เพราะ ขอมก็อยู่ในร่างของความเป็นไทยตั้งแต่ต้นแล้ว

และถ้าจะพูดให้แฟร์ — เขมรก็ไม่ควรแย่งขอมจากไทยเหมือนกัน

เลขาฯ NATO เตือนสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจเริ่มจากจีน-รัสเซีย อดีตปธน.รัสเซีย สวนกลับ!! ‘รุตเต้’ เพ้อเพราะกินเห็ดเมามาก

(8 ก.ค. 68) มาร์ค รุตเต้ (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO ออกมาเตือนว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 อาจปะทุขึ้น หากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนและวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียเปิดฉากรุกรานพร้อมกัน โดยจีนอาจเริ่มจากการบุกไต้หวัน ส่วนรัสเซียจะใช้โอกาสนี้โจมตีประเทศในกลุ่ม NATO โดยเฉพาะเอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย

เลขาธิการ NATO ระบุว่า แผนการนี้มีแนวโน้มสูง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น NATO ต้องเร่งเสริมกำลังทหารให้แข็งแกร่ง และสร้างความร่วมมือกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สนับสนุนการทำงานร่วมกันด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างสองภูมิภาค

มาร์ค รุตเต้ ยังเผยว่า รัสเซียกำลังผลิตกระสุนปืนได้มากกว่า NATO ถึงสามเท่าในช่วงเวลาเพียงสามเดือน โดยอาศัยการสนับสนุนจากเกาหลีเหนือ จีน และอิหร่าน 

ด้านรัสเซียตอบโต้คำเตือนของรุตเต้อย่างรุนแรง โดยดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) อดีตประธานาธิบดีรัสเซียและหนึ่งในคนใกล้ชิดของวลาดิเมียร์ ปูติน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (ชื่อเดิม Twitter) ตำหนิรุตเต้ด้วยถ้อยคำประชดประชันและเสียดสีอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า 

“รุตเตอคงกินเห็ดเมาแบบดัตช์เข้าไปมากเกินไป” พร้อมเหน็บแนมว่าความคิดเรื่องการร่วมมือกันระหว่างจีนและรัสเซียในการบุกไต้หวันและยุโรปเป็นเรื่องเพ้อฝัน

เมดเวเดฟยังต่อว่ารุตเต้ ควรเริ่มเรียนภาษารัสเซียไว้ เพราะอาจได้ใช้หากต้องไปใช้ชีวิตในค่ายแรงงานไซบีเรียในอนาคต เป็นการสื่อถึงความไม่พอใจของเครมลินต่อท่าทีแข็งกร้าวของ NATO และรุตเต้ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ

ทั้งนี้ รัสเซียยังคงโจมตียูเครนอย่างหนักด้วยขีปนาวุธและโดรน ล่าสุดมีผู้บาดเจ็บหลายรายในเคียฟและคาร์คิฟ โดยทาง NATO ยืนยันว่าจะยังสนับสนุนยูเครนต่อไป พร้อมเตือนว่าแม้มีการเจรจากับปูตินแล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาณสันติภาพเกิดขึ้นในเร็ววัน

“ผู้กองธร” คว้าโล่ฮีโร่แนวหน้า! สร้างวัดปลอดภัย–ไล่บี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

(7 ก.ค. 68) ณ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.3 กอ.รมน.) พลโท ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการ ศปป.3 มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ ร้อยตำรวจเอก นิติธร ประชันกาญจนา หรือ “ผู้กองธร วัดไร่ขิง” เจ้าของฉายาตำรวจจิตอาสา ผู้มีบทบาทโดดเด่นในภารกิจด้านความมั่นคงและศาสนา

“ผู้กองธร” เป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันโครงการ “เขตปลอดภัยทางศาสนา” ปกป้องวัดและศาสนสถานจากกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์ พร้อมยืนหยัดรักษาความบริสุทธิ์ของศาสนาด้วยแนวทางนุ่มนวลแต่ชัดเจน

ในอีกบทบาทหนึ่ง เขายังจับมือ ศปป.3 เดินหน้า ปฏิบัติการข่าวสารเชิงรุก ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ และเครือข่ายฟอกเงิน โดยเน้นการเฝ้าระวัง รวบรวมข้อมูล และเชื่อมโยงการข่าวอย่างเป็นระบบ

การมอบโล่ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการยกย่องตำรวจแนวหน้า ผู้กล้าทำในสิ่งที่ “ต้องทำ” ไม่เพียงเพื่อความสงบสุขของวัดวาอาราม แต่เพื่อความมั่นคงของประเทศในโลกจริงและไซเบอร์

‘๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’ ติดโผ 1 ใน 6 เข้ารอบสุดท้ายหนังสือดีเด่น ‘รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด’

(8 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด’ ได้โพสต์ข้อความว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยสำนักกิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผู้ดำเนินโครงการเซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ 22 ประกาศรายชื่อผลงานเข้ารอบสุดท้าย (Shortlist) ประเภทการ์ตูน ทั้งสิ้น 6 เล่ม (ไม่เรียงลำดับคะแนน) ได้แก่

1. ขอโทษที่ไม่มีอะไรดีเท่าไอ้หมอนั่น โดย แบกบอย
2. เจ้ามึนจะอายุ 65 ปีอย่างมีความสุข โดย PPONG 4KOMA
3. ๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ โดย วิวัธน์ จิโรจน์กุล
4. Joke หมายเหตุ โดย รวมนักเขียน ขายหัวเราะ
5. Leave the Past, in the Past โดย คัจฉกุล แก้วเกต
6. Monster Steak โดย ADISAK DAS PONGSAMPAN

ทั้งนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จะประกาศผลการตัดสินโครงการประกวดหนังสือดีเด่น รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน ศกนี้

‘กรณ์’ จี้รัฐบาลเตรียมแผนรองรับภาษีนำเข้าสหรัฐ 36% แนะทบทวนงบประมาณปี 69 หวั่นคนไทยเดือดร้อน หากเริ่มขาดดุลต่อเนื่อง

(8 ก.ค.68) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij” ระบุว่า เราเจอเข้าเต็ม 36%! นี่คือผลเจรจาที่เลวร้ายที่สุดที่เป็นไปได้ เพราะนอกจากไม่ได้ลดหย่อนจากที่สหรัฐประกาศไว้เมื่อ 90 วันก่อน และเป็นอัตราที่สูงกว่าเวียดนามที่เจรจาลดลงได้กว่าครึ่ง ซึ่งสหรัฐแจ้งมาว่าหากในอนาคตเราลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐลงเขาก็จะปรับภาษีที่คิดกับเราลงตาม

การเจรจากับทรัมป์เป็นเรื่องที่ยากมาก สหรัฐถือไพ่เหนือกว่าเราเป็นทุนเดิม และในขณะที่รัฐบาลเราหา win-win ขณะที่เขามองว่าเราเอาเปรียบมานานแล้วถึงเวลาที่เขาต้อง win คนเดียวบ้างเพื่อเป็นการชดเชย ซึ่งทีมเราอ่านเกมส์นี้ไม่ขาด

สาเหตุที่เวียดนามกล้าลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% เป็นเพราะเขาแข่งขันได้ และพร้อมแข่งขัน มากกว่าเราในทุกภาคอุตสาหกรรม คำถามคือในการเจรจาที่ผ่านมาเรายังพยายามปกป้องใครอยู่บ้าง? คุ้มหรือไม่กับความเดือดร้อนของผู้ส่งออก และการสูญเสียรายได้ของประเทศ?

ที่สำคัญคือรัฐบาลได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์นี้อย่างไร?

อันดับแรกรัฐบาลควรทบทวนการพิจารณางบประมาณปี 69 ทั้งหมด ทั้งแหล่งรายได้ และทั้งการใช้จ่าย หากรัฐบาลยังทำทุกอย่างเหมือนเดิมคนไทยจะเดือดร้อนหนักมาก

อันดับที่สอง ควรระวังผลต่อดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศ หากเราเริ่มขาดดุลต่อเนื่อง ในขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศก็ลดลง

ประเด็นเรื่องเสถียรภาพจะเริ่มมีความสำคัญ ในจังหวะนี้เราจะมีเลือกผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่พอดี วิสัยทัศน์และทัศนคติของผู้ว่าคนใหม่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นมาก

‘ดร.กอบศักดิ์’ เร่งรัฐแก้เกม ‘ภาษีทรัมป์’ หลังไทยโดน 36% เสียเปรียบเวียดนาม-มาเลเซีย

(8 ก.ค.68) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการ ธนาคารกรุงเทพ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่ถูกสหรัฐส่งจดหมายแจ้งเมื่อคืนนี้ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ โดยกำหนดอัตราสำหรับประเทศไทยที่ 36% เท่ากับรอบแรก เป็นคำเตือนว่าที่เสนอมา ยังไม่พอ ไม่โดนใจ ยังไม่ใช่ Good Deal ต้องทำการบ้านเพิ่มแล้วกลับมาต่อรองอีกรอบไม่เช่นนั้น “จบที่เดิม” ที่เคยประกาศไว้ที่ 2 เมษายน

ในรอบนี้ สหรัฐอาจจะไม่ถอย เพราะตลาดได้รับรู้ตัวเลขเหล่านี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ผู้ประกอบการสหรัฐมีเวลาปรับตัวมา 90 วัน ถ้าตลาดหุ้นสหรัฐลงไม่มากในช่วง 2-3 วันข้างหน้า ลงไม่ถล่มทลายเหมือนต้นเมษายน ก็ยากที่จะมีใครมาเปลี่ยนใจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้

ทั้งนี้ สำหรับไทย ถ้าเวียดนาม 20% มาเลเซีย 25% เราจะอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ 10-16% จะมีนัยสำคัญอย่างยิ่งกับผู้ส่งออก ทำไมจะต้องซื้อสินค้าจากไทย ถ้าซื้อจากคู่แข่งถูกกว่ายิ่งไปกว่านั้น มีนัยกับคนที่คิดจะมาลงทุนจะมาสร้างโรงงาน เพราะถ้าสร้างเสร็จแล้ว ต้นทุนภาษีแพงกว่าคู่แข่งส่งไปก็สู้ไม่ได้ไปสร้างที่เวียดนามเลยดีกว่าไหม

“เราคงต้องคิดเพิ่มว่าในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าประเทศไทยจะเสนออะไรกลับไปอีกรอบเพื่อให้พ้นจากจุดนี้ เพราะจากที่เวียดนามเจรจาลดลงมาได้ 46% เหลือ 20% แสดงว่าต้องมีหนทางเป็นกำลังใจให้กับทีมเจรจาครับ” นายกอบศักดิ์ ระบุ

ตร.ไซเบอร์ ปูพรมค้น 19 จุด ล่าตัว ‘ก๊กอาน’ สมุน ‘ฮุนเซน’ พัวพันขบวนการคอลเซนเตอร์-ฟอกเงินข้ามชาติ

(8 ก.ค. 68) ตำรวจไซเบอร์ระดมกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 19 จุดในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และชลบุรี ตามยุทธการ “ปิดตึกบัญชีม้า ล่านายทุนเขมร” โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการบุกค้นบ้านพักย่านบางนา พร้อมหมายค้นและหมายจับนาย “ก๊กอาน” สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

“ก๊กอาน” ถูกระบุว่าเป็นคนใกล้ชิดสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และเป็นเจ้าของเครือ Crown Casino ที่เมืองปอยเปต ซึ่งถูกใช้เป็นฐานใหญ่ของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ อาทิ Hybrid Scam และแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยมีการใช้คนไทยเป็นบัญชีม้าและถูกกักขังในต่างแดน

ผลการตรวจค้นเบื้องต้นพบรถหรูหลายคัน และเงินสดรวมกว่า 27 ล้านบาท นอกจากนี้ตำรวจยังคงติดตามขยายผลต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน โดยปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการสืบสวนหลายคดีที่เกี่ยวข้องกันในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่

ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันมีหลักฐานชัดเจนว่า “ก๊กอาน” รู้เห็น และให้การสนับสนุนการกระทำผิดขององค์กรอาชญากรรม โดยศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับลงวันที่ 7 ก.ค.2568 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เชียงใหม่-กองบิน 41 จัดพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณบุคคลดีเด่น ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ (7 ก.ค.68) นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่กำลังพลดีเด่นของกองบิน 41 ประจำปี 2568 ณ หอประชุมเดชะตุงคะกองบิน 41 โดยมีหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงร่วมเป็นเกียรติพิธี

พิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติกำลังพลที่มีความประพฤติดี มีผลงานดีเด่น และได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับกองบิน 41 และประเทศชาติ

ผู้บังคับการกองบิน 41 ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมกำลังพลผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบ และมีจิตสำนึกที่ดีในการเป็นข้าราชการที่ดี พร้อมเน้นย้ำว่าการมอบรางวัลในครั้งนี้ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานและเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2503 ในหลาง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ บ้านหลังแรก ที่เคยประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

วันนี้ เมื่อ 65 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ณ อพาร์ตเม้นท์เลขที่ 63 ถนนลองวู้ดแอฟเวนิว ชานเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นบ้านหลังแรกที่พระองค์เคยประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์  

ในวันนั้นเจ้าของบ้านได้มารับเสด็จด้วยความปลาบปลื้มใจ พร้อมกับถือป้ายข้อความว่า “ขอต้อนรับกลับบ้าน ... Welcome home to the King.”

สำหรับบ้านหลังดังกล่าว เป็นที่ประทับเมื่อครั้งสมัยสมเด็จพระบรมราชชนก ทรงศึกษาวิชาการแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพที่ “โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น” และเสด็จประทับอยู่ที่ “บ้านเลขที่ 63” ถนนลองวู้ด เอเวนิว บรู๊คไลน์ ชานเมืองบอสตัน จนพระชันษา 9 เดือน แล้วจึงเสด็จนิวัติประเทศไทย ภายหลังสมเด็จพระราชชนกสำเร็จการศึกษา ซึ่งปัจจุบันสถานที่เหล่านี้ยังคงถูกอนุรักษ์ไว้ พร้อมกับแผ่นจารึกเรื่องราวของพระองค์ รวมถึงยังมี “จัตรัสภูมิพล” ที่ทางมูลนิธิ KTBF (The King of Thailand Birthplace Foundation) จัดตั้งไว้เพื่อเป็นที่ระลึกว่าเมืองแห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพอีกด้วย

‘พระแก้วนพรัตน์เมืองอุบล’ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่ราชธานีแห่งอีสาน (๒) | THE STATES TIMES Story EP.170

'จังหวัดอุบลราชธานี’ เป็นหนึ่งในจังหวัดของไทยที่มี ‘พระแก้ว’ หรือ พระพุทธรูปที่ทำจากแก้วมงคลมากที่สุดในประเทศไทย โดยตามความเชื่อแล้ว แก้ว 9 ประการ ได้แก่ เพชร มณี มรกต บุษราคัม โกเมน นิลกาฬ มุกดา เพทาย และไพฑูรย์ 

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าหากมีครบทั้ง 9 บ้านเมืองนั้นจะเจริญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งอุบลฯ มี ‘พระแก้ว’ ประดิษฐานอยู่ถึง 6 องค์ ทั้งยังเชื่อว่าอีก 3 องค์ก็มีอยู่เพียงแต่ยังค้นหาไม่พบ

วันนี้ THE STATES TIMES Story ได้หยิบยกเรื่องราวของ ‘พระแก้ว’ ได้แก่ ‘พระแก้วโกเมน’ / ‘พระแก้วนิลกาฬ’ / ‘พระแก้วมรกต’ / ‘พระแก้วมณีแดง’ / ‘พระแก้วหยดน้ำค้าง’ มาเล่าสู่กันฟัง เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปฟังกันเลย…


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top