Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

‘อนุทิน’ ปูด ‘สี จิ้นผิง’ ย้ำให้เลิกกาสิโน แต่รบ. เมินเฉย ชี้ เป็นต้นเหตุทำนักท่องเที่ยวจีนไม่เดินทางมาไทย

‘อนุทิน’ ปูด ‘สีจิ้นผิง’ เตือน ‘นายกฯอิ๊งค์’ 3 ครั้ง ไม่ให้ทำกาสิโน แต่ไม่ฟัง ชี้ เป็นต้นเหตุทำให้คนจีนไม่มาเที่ยวไทย

(9 ก.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคภูมิใจไทยยินดีและพร้อมสนับสนุนให้มีการถอนญัตติ การนำเสนอร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร หรือร่างกฎหมายกาสิโน ออกจากวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ หากรัฐบาลยืนยันว่าจะยกเลิกนโยบายนี้และไม่นำกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกต่อไป 

นโยบายสถานบันเทิงครบวงจรเป็นสิ่งที่ถูกอ้างว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ให้ความร่วมมือกับพรรคแกนนำรัฐบาลและเป็นหนึ่งในสารตั้งต้นที่มีความคิดจะกดดันให้พรรคภูมิใจไทยต้องออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งที่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคก็แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าไม่พร้อมที่จะให้การสนับสนุนร่างกฎหมายนี้เพียงแต่ไม่พูดออกมาเพราะเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยได้แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้อย่างชัดเจนแล้ว จึงพร้อมใจกันให้พรรคภูมิใจไทยรับบทเป็นผู้ร้ายต่อพรรคแกนนำรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว จนกระทั่งถึงวันที่มีความพยายามจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ในสมัยประชุมสภาที่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลแทบทุกพรรคก็ได้แสดงท่าทีที่ไม่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ และถึงขั้นที่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนต่อสาธารณชน โชคดีที่นายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจชะลอการนำเสนอกฎหมายในวันนั้นและได้ขอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปอีกสมัยประชุมหนึ่ง 

ถึงแม้ว่าวันนี้รัฐบาลจะมีการเสนอให้ถอนญัตตินี้ออกไปแต่ก็ถือว่ามันสายไปเสียแล้ว การดำเนินนโยบายนี้มาอย่างต่อเนื่องได้สร้างความเสียหายอย่างยับเยินแก่ภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างรุนแรงที่สุดจนไม่อาจเยียวยาได้อีก

รัฐบาลทราบเป็นอย่างดีว่าจีนมีท่าทีไม่เห็นด้วยที่ทางการไทยจะผ่านกฎหมายให้มีการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรพร้อมกับอนุญาตให้มีการเล่นการพนันได้และได้มีการพูดตอกย้ำถึงสามครั้งในที่ประชุมระดับผู้นำของทั้งสองประเทศว่าขอให้ยกเลิกนโยบายนี้เสีย มิฉะนั้นรัฐบาลจีนมีความจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการต่างๆที่จะทำให้คนจีนและกิจการต่าง ๆ ของจีนปรับท่าทีต่อการท่องเที่ยวรวมไปถึงท่าทีต่อการค้าและการลงทุนกับไทยให้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ นี่คือการหารือในระดับผู้นำประเทศทั้งสองคือ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนและนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งผมได้ร่วมประชุมอยู่ด้วยและได้จดบันทึกการประชุมในประเด็นนี้อย่างละเอียดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้ซึ่งจะต้องมีความเกี่ยวข้องเป็นอันมากต่อการดำเนินนโยบายนี้ แน่นอนว่าผู้นำจีนไม่มีสิทธิ์ที่จะสั่งการให้รัฐบาลไทยทำตามที่เขาต้องการ แต่ท่าทีของรัฐบาลไทยที่ออกไปในทางเมินเฉยและไม่ให้ความสำคัญต่อความเห็นจากผู้นำของจีนตลอดจนการดำเนินการผลักดันเร่งรัดให้ร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร(กาสิโน) ได้รับการบรรจุอยู่ในวาระแรกของสมัยประชุมสภานี้ย่อมต้องเป็นสาเหตุหนึ่งของการลดลงอย่างมากของนักท่องเที่ยวจากจีนในปัจจุบันอย่างแน่นอน

ผลพวงอันเลวร้ายที่ได้เกิดขึ้นมาจนถึงบัดนี้ก็คือ การหายไปของนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนกว่าร้อยละ 90 ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ประชาชนที่อยู่ในภาคธุรกิจบริการ กิจการโรงแรม ที่พัก การขายสินค้าไทย ของที่ระลึก อาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าปลีก แผงขายของ ทั้งหมดได้รับผลกระทบอย่างมหาศาลที่พวกเขาไม่เคยประสบมาก่อน นี่เพียงแค่อยู่ในขั้นตอนการบรรจุญัตติเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายเท่านั้นนะ เขายังส่งสัญญาณเตือนมาขนาดนี้  คงไม่ต้องนึกถึงความหายนะที่จะเกิดขึ้นหากกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาและมีผลบังคับใช้ ซึ่งหากการถอนญัตตินี้ รัฐบาลไม่แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าจะไม่นำกลับเข้ามาอีกแล้ว ความสูญเสียและความเสียหายของภาคธุรกิจท่องเที่ยวและภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะยังคงดำรงอยู่ต่อไปโดยไม่มีใครทราบว่าจะฟื้นสภาพขึ้นมาได้อีกเมื่อใด ผู้คนที่อยู่ในภาคส่วนนี้ก็คงจะต้องประสบสภาวะสิ้นเนื้อประดาตัว เป็นหนี้สินล้นพ้นตัวอย่างสาหัสที่สุดเป็นแน่แท้ คนจีนที่ยังคงอยู่ในเมืองไทยก็คงจะเป็นพวกจีนเทาเสียเป็นส่วนใหญ่ คนเหล่านี้ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่จะทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเรา

ช่วงนี้รัฐบาลดำเนินการผิดพลาดหลายเรื่องซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจที่ประมาณค่าความเสียหายไม่ได้ ทั้งเรื่องความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน การเปลี่ยนนโยบายแจกเงินประชาชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และล่าสุดการยืนยันของประธานาธิบดีสหรัฐในเรื่องภาษี  ดังนั้นวันนี้ขอรัฐบาลอย่าทำผิดพลาดอีกเลย อย่านึกถึงกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่มแล้วแลกด้วยความเสียหายย่อยยับของพี่น้องประชาชนที่เขาเคยได้รับรายได้เลี้ยงชีพจากนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมหาศาลก่อนที่จะมีคำว่าสถานบันเทิงครบวงจรซึ่งแฝงด้วยบ่อนการพนันหรือคาสิโนมาทำลายชีวิตและธุรกิจของพวกเขาโดยสิ้นเชิง รัฐบาลมีหน้าที่สร้างความมั่นคง สร้างรายได้ให้กับประชาชนของประเทศ  ไม่ใช่ให้กับกลุ่มทุนซึ่งมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของเรา รัฐบาลต้องไม่ผลักดันนโยบายที่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศและต่อคู่ค้าที่มีสถานะเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอีกด้วย เราควรต้องให้ความสำคัญต่อความเห็นและท่าทีของประเทศที่มีทัศนคติที่ดีต่อเราและยังมีการสานต่อสายสัมพันธ์อันดี จนมีคำกล่าวว่า “จีนและไทยมิใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน” หากการยกเลิกนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรจะมีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวและการค้าการลงทุนจากจีนพลิกฟื้นกลับขึ้นมาแล้วส่งผลให้ประชาชนของเราได้สร้างรายได้อย่างที่เคยเป็นมา รัฐบาลก็ต้องนึกถึงโอกาสของพวกเขาเป็นลำดับแรก

ถึงแม้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะอยู่ในซีกฝ่ายค้านในวันนี้ แต่ผมในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ยืนยันเสมอว่า พรรคพร้อมที่จะให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล หากนโยบายนั้นเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน วันนี้ขอให้พรรคภูมิใจไทยได้สนับสนุนการถอนญัตติกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรหรือ Entertainment Complex และได้ยินการประกาศยกเลิกนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาลชุดนี้ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยเถิดครับ พรรคภูมิใจไทยพร้อมยกมือเห็นด้วย และเชื่อว่าสิ่งที่เป็นมงคลก็จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลและประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราในที่สุด

ยูเครนขยายเพดานรับสมัครทหาร ชาย 60 ปีขึ้นไป เข้าเกณฑ์สมัครได้

(9 ก.ค. 68) รัฐสภายูเครนผ่านร่างกฎหมายในวาระแรกเมื่อ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา อนุญาตให้ชายอายุ 60 ปีขึ้นไปสมัครเข้ารับราชการทหารโดยสมัครใจ ภายใต้สัญญาระยะเวลา 1 ปี โดยต้องผ่านการตรวจร่างกายและรับรองความเหมาะสมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับการเสนอโดยนายโรมัน คอสเตงโก้ (Roman Kostenkо) เลขาธิการคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติ และข่าวกรองของรัฐสภา ซึ่งระบุว่าผู้ที่เคยปลดประจำการตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นไป มีสิทธิเข้ารับตำแหน่งในระดับพลทหาร จ่าหรือแม้แต่นายทหารชั้นผู้ใหญ่ หากผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

ผู้สมัครจะต้องเข้าสู่ช่วงทดลองงานเป็นเวลา 2 เดือน ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งในบทบาทที่ไม่เกี่ยวข้องกับแนวหน้า เช่น พนักงานขับรถ หรือเจ้าหน้าที่รักษาความสงบภายในหน่วย โดยเน้นว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีความพร้อมร่วมรับใช้ชาติอย่างสมัครใจ

ขณะนี้ร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนรอการพิจารณาวาระที่สอง โดยรัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยเสริมกำลังพลในตำแหน่งสนับสนุนที่จำเป็น ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อกับรัสเซีย

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

เมื่อวันที่ (8 ก.ค. 68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกองอำนวยการร่วมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการตำรวจสันติบาล , กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , สำนักงบประมาณและการเงิน , สำนักงานเลขานุการตำรวจ , สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี , กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงคมนาคม , กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กระทรวงสาธารณสุข , กระทรวงศึกษาธิการ , กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ด้วยวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัฐบาลได้กำหนดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคล ส่วนกลาง ณ บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ได้แก่ เวลา 07.00 น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล , เวลา 08.00 น. พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน , เวลา 17.30 น. พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในเวลา 19.29 น.

พล.ต.อ.ไกรบุญฯ สั่งการอำนวยการจัดการดูแลการจราจรอย่างเข้มงวด เพื่ออำนวยความสะดวกและให้เกิดความเรียบร้อยโดยรอบบริเวณการจัดงาน ตลอดจนการดูแลอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ เพื่อชื่นชมพระบารมี แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตลอดเส้นทางถนนราชดำเนินจนถึงบริเวณท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง

เชียงใหม่- เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ใส่ใจด้านสุขภาพ จัดกิจกรรมเจ้าหนูขาไถ 'Chiang Mai Night Safari Balance Bike ครั้งที่ 2'

เมื่อวันที่ (6 ก.ค.68) สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมแข่งขันเจ้าหนูขาไถ 'Chiang Mai Night Safari Balance Bike ครั้งที่ 2' โดยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร ได้มอบหมายให้ นางสาวสรัลรัศมิ์ ธัญญวัฒโนทัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ณ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

นางสาวสรัลรัศมิ์ ธัญญวัฒโนทัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า การจัดกิจกรรมแข่งขันเจ้าหนูขาไถ 'Chiang Mai Night Safari Balance Bike ครั้งที่ 2' จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมด้านสุขภาพ เป็นโอกาสที่น้อง ๆ ได้มาสัมผัสกับความสนุกสนาน พร้อมกับการออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติ และยังได้เสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกายที่แข็งแรง พัฒนาการทางด้านจิตใจ ได้ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และมีอารมณ์ที่เบิกบาน มีความกล้าหาญ มีน้ำใจนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ ด้วยกิจกรรมจักรยานขาไถ พร้อมทั้งสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกันระหว่างน้อง ๆ เพื่อน ๆ และครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มพัฒนาการของน้อง ๆ อีกด้วย

โดยการแข่งขันนี้ มีน้อง ๆ หนู ๆ เข้าร่วมมากกว่า 120 คน และผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ อับดับที่ 1 รุ่น 2 ขวบ ได้แก่ เด็กชายเจตนิพัทธ์ นาชัยโชติ, รางวัลชนะเลิศ อับดับที่ 1 รุ่น 3 ขวบ ได้แก่ เด็กหญิงศิรินดา กาวีละ, รางวัลชนะเลิศอับดับที่ 1 รุ่น 4 ขวบ และรางวัล Open mini girl ได้แก่ เด็กหญิงเมภิกา สุทธกูล, รางวัลชนะเลิศอับดับที่ 1 รุ่น 5 ขวบ ได้แก่ เด็กชายไกรวิชญ์  ขันไชย, รางวัลชนะเลิศอับดับที่ 1 รุ่น 6 ขวบ และรางวัล Open big boy ได้แก่ ปุณณเกียรติ์ เปรมปิติกูลวัฒณา, รางวัลชนะเลิศอับดับที่ 1 รุ่น 7- 9 ขวบ ได้แก่ เด็กชายวุฒิวัฒน์ สุทธกูล, รางวัล Open big girl ได้แก่ เด็กหญิงศรุดา รุจิภัทรเจริญ และรางวัล Open mini boy ได้แก่ เด็กชายศุภสิน ทาเกิด

บริษัทเหล็ก-ก่อสร้างสัญชาติจีนโล่ง!! เมื่อผลสอบตึกสตง.ถล่ม ชี้ไปที่ ‘ปูนไร้มาตรฐาน – การออกแบบ - วิธีก่อสร้างมีปัญหา’

ย้อนไปเมื่อ 28 มีนาคม 2568 จากเหตุแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบถึงกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย จากเหตุการณ์วันนั้นทำให้เกิดเหตุตึกสำนักงานอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ ตึก สตง. พังถล่ม 

ท่ามกลางความสูญเสีย และฝุ่นที่คละคลุ้งทุก ๆ ฝ่ายต่างรุมตั้งข้อสังเกตกับตึกดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างดังกล่าวเป็นการร่วมทุนระหว่างอิตาเลียนไทยและไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นวิสาหกิจของจีน ภายใต้กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี (ITD-CREC) แม้กระทั่งเหล็กเส้นที่ใช้ก่อสร้างส่วนหนึ่งที่มาจากผู้ผลิตสัญชาติจีน 

กระแสข่าวที่โหมกระหน่ำ อารมณ์ของผู้คนในสังคมมุ่งมั่นหาความรับผิดชอบจากเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทำให้สัญชาติจีนกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของประชาชนชาวไทย ภายใต้ข้อสังเกตว่า 

1.เหล็กเส้นจากบริษัท ซิน เคอ หยวน จัด หนึ่งในบริษัทสัญชาติจีนไม่ได้มาตรฐาน 
2.การก่อสร้างของบริษัทสัญชาติจีนไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมนี้ขึ้น 

ข้อสังเกตที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะผลทดสอบของเหล็กเส้นนั้น ไม่ได้คำนึงถึงหลักวิทยาศาสตร์เลยว่าทุกวัสดุในการก่อสร้างต่างรับแรงกระทำจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ จนแทบเป็นไปไม่ได้เลยว่าผลการทดสอบจะเป็นเหมือนกับวันที่วัสดุที่เข้ารับการทดสอบอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเหล็กหรือคอนกรีต

เมื่อเวลาผ่านเดือน ผ่านสองเดือน ในที่สุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ‘แพทองธาร ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะแถลงถึงสาเหตุของการพังถล่มของตึก สตง. ท่ามกลางความสงสัยของประชาชนว่า มีสาเหตุจากอะไรกันแน่ โดยนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยว่า 

จากการรายงานของทั้ง 4 สถาบัน เห็นได้ชัดว่ามีความบกพร่องในเรื่องการออกแบบ วิธีการก่อสร้าง โดยเฉพาะเทคนิคการก่อสร้าง ผนังช่องลิฟต์ บันได ซึ่งทางเทคนิคเรียกว่า ผนังรับแรงเฉือน เป็นสิ่งที่เกิดปัญหา ส่วนเรื่องวัสดุและเหล็กเป็นปกติได้มาตรฐานการใช้งานทั่วไป แต่สิ่งที่เกิดปัญหาคือคอนกรีตที่ไม่ได้มาตรฐาน และวิธีการสร้างที่มีปัญหา ซึ่งจากการรายงานยังพบว่ามีการก่อสร้างอีกหลายจุดที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย 

ทั้งการออกแบบและการก่อสร้าง หากปฏิบัติตามกฎหมาย จะสร้างความแข็งแรงให้ตึกมากขึ้น จากการทดลองถือเป็นที่ประจักษ์แน่นอน เป็นไปตามหลักที่ทางสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ใช้สำหรับทดสอบแรงสั่นสะเทือนในเหตุการณ์แผ่นดินไหว

และนายกรัฐมนตรียังกล่าวย้ำอีกว่า "ปัญหาที่แท้จริงเกิดจากการออกแบบ และการก่อสร้างของโครงการนี้ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย" 

จากปากคำของนายกรัฐมนตรี ลองตั้งสติและสรุปข้อเท็จจริงทีละข้อ ๆ อย่างตั้งใจ จะพบว่า

ข้อที่ 1 นายกรัฐมนตรีไม่ได้กล่าวว่าเหล็กจากโรงงาน ซิน เคอ หยวน เป็นเหล็กที่มีปัญหาและเป็นที่มาของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกรณีตึก สตง. ถล่มเลยแม้แต่น้อย จากข้อความที่ว่า เรื่องวัสดุและเหล็กเป็นปกติได้มาตรฐานการใช้งานทั่วไป

ข้อที่ 2 มีข้อผิดพลาดจากการออกแบบ ซึ่งบริษัทผู้ออกแบบเป็นคนละบริษัทกับบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าระหว่างอิตาเลียนไทยและไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10

ข้อที่ 3 แม้มีการกล่าวอ้างว่าพบว่ามีการก่อสร้างในหลายจุดที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน แต่จากถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีไม่ปรากฏว่าการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานนั้นมีสาเหตุจากใคร บริษัทใดเป็นผู้รับผิดชอบในจุดที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานนั้นกันแน่ และยังมองข้ามบริษัทผู้ควบคุมงานซึ่งจะต้องตรวจสอบทั้งคุณภาพของวัสดุก่อสร้าง และเทคนิคการก่อสร้างอย่างละเอียด

ในตอนท้ายของการแถลงโดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวจะถูกสรุปเป็นรูปเล่มและส่งต่อให้ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง 

ซึ่งในลำดับต่อไป ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอจะต้องรวบรวมรายงานการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ถ้อยคำจากการสอบปากคำของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หลักฐานอื่น ๆ เพื่อจะให้ได้ข้อมูลที่มั่นคง ชัดเจน และแน่นอน ว่าสาเหตุของอาคาร สตง.ถล่ม เกิดขึ้นเพราะเหตุใด ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะรายงานที่นายกรัฐมนตรีแถลงนั้นไม่ใช่ข้อเท็จจริงสูงสุดไม่ว่ามองจากมุมใด

และหากข้อเท็จจริงไม่สามารถสรุปได้ในท้ายที่สุดว่ามีสาเหตุจากอะไรแบบมั่นใจได้อย่างเต็มที่ ทั้งเจ้าหน้าที่จากดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องยึดหลัก “ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําความผิดมิได้” 

และนับจากวินาทีนี้สังคมไทยจำเป็นจะต้องเข้มงวดกวดขันการก่อสร้างในทุก ๆ โครงการอย่างจริงจัง เพราะอย่าลืมว่า ก่อนเกิดเหตุตึก สตง. เคยมีหลายเหตุการณ์ที่นำมาสู่ความสูญเสีย โดยไม่มีแผ่นดินไหวที่แท้จริง มีแต่เพียงแผ่นดินไหวในหัวใจของญาติผู้ต้องสูญเสียเท่านั้น

สภาอุตฯ เรียกถกด่วน 47 กลุ่มอุตสาหกรรม รับมือภาษีทรัมป์ 36% คาดไทยเสียหาย 8-9 แสนล้าน

(8 ก.ค. 68) จากกรณีที่สหรัฐอเมริกาได้แจ้งอย่างเป็นทางการว่าจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตราสูงถึง 36% ครอบคลุมสินค้าทุกประเภท ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นอัตราภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดที่สูงกว่าที่ภาคเอกชนประเมินไว้ และสูงกว่าหลายประเทศคู่แข่งในภูมิภาค อาทิ เวียดนาม (20%) อินโดนีเซีย (32%) และมาเลเซีย (25%) ซึ่งสะท้อนว่าไทยกำลังเสียเปรียบในเชิงการแข่งขัน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในเบื้องต้น อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทยโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าหลัก เช่น อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ อัญมณี เหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งคาดว่ามูลค่าความเสียหายต่อการส่งออกไทยอาจอยู่ที่ประมาณ 8-9 แสนล้านบาท

“แม้ว่าข้อเสนอแรกของไทยจะถูกส่งไปเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมและมีการลงนามในเช้าวันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งอาจสวนทางกับประกาศของสหรัฐฯ ที่แจ้งมา ขณะนี้ ไทยได้ส่งข้อเสนอที่ 2 ไปแล้ว ซึ่งมีความแตกต่างจากข้อเสนอแรก โดยเฉพาะในเรื่องจำนวนรายการสินค้าที่จะลดภาษีให้เป็น 0% ซึ่งมีจำนวนหลายพันรายการ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เราส่งข้อเสนอเพิ่มเติมไปนั้น ยังไม่มีการตอบกลับมา แต่เชื่อว่า หากสหรัฐฯ ได้พิจารณาอีกครั้งในข้อเสนอเพิ่มเติมใหม่นี้ น่าจะมีผลไปในทิศทางบวก” นายเกรียงไกร กล่าวเสริม

สถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนเช่นนี้ ส.อ.ท. จึงจะมีการประชุมเร่งด่วนภายในร่วมกับ 47 กลุ่มอุตสาหกรรม 11 คลัสเตอร์ก่อน เพื่อประเมินผลกระทบเป็นรายกลุ่ม และจัดทำมาตรการรองรับที่เหมาะสม หลังจากนั้น ในนามคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะรีบเร่งประชุมร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการตั้งรับต่อไป

ทรัมป์เผย!! พร้อมกลับมาส่งอาวุธช่วยยูเครนรบรัสเซีย ชี้เคียฟถูกโจมตีหนัก จำเป็นต้องป้องกันตัวเอง

(8 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า จะส่งอาวุธป้องกันเพิ่มเติมให้ยูเครน แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลของเขาเพิ่งสั่งระงับการจัดส่งอาวุธบางส่วน โดยเฉพาะระบบป้องกันทางอากาศ เพื่อทบทวนการใช้งบประมาณและนโยบายความมั่นคง

“พวกเขากำลังถูกโจมตีอย่างหนัก เราจำเป็นต้องส่งอาวุธเพิ่ม เพื่อให้ยูเครนสามารถป้องกันตัวเองได้” ทรัมป์กล่าวก่อนเข้าร่วมรับประทานอาหารค่ำกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู

การหยุดส่งอาวุธชั่วคราวครั้งนี้ ได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ โดยให้เหตุผลว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย 'อเมริกาต้องมาก่อน' และเพื่อให้สหรัฐฯ เตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในภูมิภาคแปซิฟิก โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งเพนตากอนกำลังจับตามองเป็นพิเศษ

โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า แม้จะมีการทบทวนยุทธศาสตร์ แต่ยังคงสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า การส่งอาวุธรอบใหม่จะเป็นอาวุธป้องกัน และอยู่ในกรอบเป้าหมายหลักคือยุติสงครามอย่างยั่งยืน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยสั่งระงับการช่วยเหลือทางทหารทั้งหมดเมื่อเดือนมีนาคม หลังการถกเถียงกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แต่ได้กลับมาสนับสนุนอีกครั้งภายในหนึ่งสัปดาห์ โดยล่าสุด ทรัมป์ยังระบุว่าไม่พอใจปูตินที่ยังไม่แสดงท่าทีหยุดยิง พร้อมเปิดเผยว่าได้พูดคุยกับผู้นำรัสเซียและยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการเจรจากับเซเลนสกีถือว่า 'ดีที่สุด' เท่าที่เคยมีมา

‘ทีมมหาวิทยาลัยศรีปทุม’ คว้าแชมป์ตามคาด ‘ช้าง กอล์ฟ ยู แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025’ สนามแรก

(8 ก.ค. 68) ภัทริศร์ ถนอมสิงห์ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้ชำนาญการสนับสนุนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง และดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ (ที่ 5 จากขวา) ประธานกรรมการบริหาร เดอะ เจ็นซ์ ร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬากอล์ฟจากทีมมหาวิทยาลัยศรีปทุม, ทีมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในการแข่งขันกอล์ฟระดับอุดมศึกษา รายการ “ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025” รอบคัดเลือกสนามที่ 1 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ที่สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดย “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ร่วมกับ บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด เปิดศึกดวลสวิงระดับอุดมศึกษา ในรายการ “ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ประเดิมสวิงสนามแรกที่เขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2568 

“น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการกอล์ฟไทย ทั้งในระดับเยาวชน และระดับอุดมศึกษา จึงได้จัดรายการนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักกอล์ฟในระดับอุดมศึกษาได้มีเวทีแข่งขัน ส่งเสริมและสร้างโอกาสให้กับนักกอล์ฟในระดับอุดมศึกษาได้มีพื้นที่ในการแข่งขันเพื่อพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ โดยมีมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศตอบรับร่วมแข่งขันเพื่อชิงทุนการศึกษารวม 10 มหาวิทยาลัย 

“ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025” ทำการแข่งขันรอบคัดเลือก 2 สนาม และรอบชิงชนะเลิศ  1 สนาม แข่งขันประเภททีม 4 คน (คิดคะแนนดีที่สุด 3 คน) ซึ่งในรอบคัดเลือกเป็นการแข่งขันแบบสะสมคะแนน 2 สนาม แข่งขันแบบ Stroke Play 36 หลุม เพื่อจัดอันดับ คัด 8 ทีมเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ โดยรอบชิงชนะเลิศ แข่งขันแบบ Match Play ทำการแข่งขัน 2 วัน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 Division แข่งรอบละ 18 หลุม โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็นทีมละ 2 คู่ คือ Foursomes 1 คู่ และ Four-Ball 1 คู่ ซึ่งทีมที่ชนะเลิศในอันดับต่างๆ จะได้รับทุนการศึกษาพร้อมรางวัลเกียรติยศ

การแข่งขัน “ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025” รอบคัดเลือก สนามแรก แข่งขันในวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2568 มีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมชิงชัยรวม 10 มหาวิทยาลัย  คือ มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

หลังจบการแข่งขันในรอบคัดเลือก สนามที่ 1 ปรากฏว่า แชมป์เก่า “ทีมมหาวิทยาลัยศรีปทุม” ที่ทำสกอร์รวมดีสุด คว้าแชมป์ตามคาด ด้วยสกอร์รวมทีม 436 (222-214)  ส่วน “ทีมมหาวิทยาเกษตรศาสตร์” รับรองแชมป์ สกอร์รวมทีม 454 (233-221)    และ “ทีมมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ” จบที่ 3 สกอร์รวมทีม 457 (229-228) ในการแข่งขันรอบคัดเลือกสนามที่ 1 

“ช้าง กอล์ฟ ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ 2025” รอบคัดเลือก สนามที่ 2 จะทำการแข่งขันที่สนามเทรชเชอร์ ฮิลล์ กอล์ฟ คลับ ในวันที่ 2-3 สิงหาคม 2568 ติดตามความเคลื่อนไหวและผลการแข่งขันได้ที่ Facebook: Chang Golf Club

มูลนิธิ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว แถลงข่าวจัดกิจกรรม 'The COP Charity Run 2025' เดิน-วิ่งการกุศลลอยฟ้า ครั้งที่ 1

(8 ก.ค. 68) ณ ห้องประชุมชัยจินดา 1 ชั้น 20 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ประธานกรรมการมูลนิธิ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว พร้อมด้วย พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) ร่วมแถลงข่าวการจัดโครงการ “เดิน-วิ่งการกุศลลอยฟ้า ครั้งที่ 1 (The COP Charity Run 2025)” 

กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 03.00 – 08.00 น. บริเวณลานอเนกประสงค์ สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพ สร้างความรัก ความสามัคคีระหว่างตำรวจและประชาชน รวมถึงระดมทุนสนับสนุนงานด้านสาธารณประโยชน์
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
1. ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กม. ค่าสมัคร 800 บาท (รับเสื้อ Finisher และเหรียญที่ระลึก)
2. มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กม. ค่าสมัคร 600 บาท (รับเสื้อและเหรียญที่ระลึก)
3. เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 5 กม. ค่าสมัคร 500 บาท (รับเสื้อและเหรียญที่ระลึก)
4. ประเภท VIP ค่าสมัคร 2,000 บาท (รับเซ็ตเสื้อคอปก เสื้อแขนสั้น เหรียญ 

โดยจัดส่งทางไปรษณีย์ ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมกิจกรรม)
รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปมอบให้ 3 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่
1. โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์
2. โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นทุนการศึกษาและสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ
3. มูลนิธิ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เพื่อช่วยเหลือข้าราชการตำรวจ ครอบครัว ผู้ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่ด้อยโอกาส

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว กล่าวว่า “ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้น เงินทุนที่ได้รับจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อโรงพยาบาล โรงเรียน และสาธารณประโยชน์อย่างเต็มที่” พร้อมระบุว่า ทางมูลนิธิได้เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกไว้รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างครบครัน

ด้าน พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลตำรวจจะจัดทีมแพทย์และพยาบาลประจำตลอดเส้นทางการแข่งขัน เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมขอบคุณมูลนิธิ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว และผู้ให้การสนับสนุนทุกฝ่าย โดยยืนยันว่าจะนำเงินที่ได้รับไปใช้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยและผู้มาใช้บริการโรงพยาบาลตำรวจ

ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: The COP Charity Run 2025 https://www.facebook.com/TheCOPCharityRun และสมัครออนไลน์ได้ที่ https://www.regis.run/2025thecoprun ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568

สำหรับผู้ประสงค์ร่วมบริจาคสมทบทุน สามารถโอนเงินได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาโรงพยาบาลตำรวจ ชื่อบัญชี มูลนิธิ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขที่บัญชี 982-4-40147-4

‘ภูดิศ อาสนมณี’ ชี้ ดุลการค้าไม่ได้แปลว่าประเทศประเทศหนึ่งได้เปรียบการค้าอีกประเทศหนึ่งเสมอไป

นายภูดิศ อาสนมณี วิทยากรและนักวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่สหรัฐ อเมริกา เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากไทยในอัตรา 36% โดยอ้างเหตุผลเสียเปรียบดุลการค้า ว่า ...

ดุลการค้าไม่ได้แปลว่าประเทศประเทศหนึ่งได้เปรียบการค้าอีกประเทศหนึ่งเสมอไปครับ แต่มันบอกขีดความสามารถในการผลิตและขายสินค้าบริการของประเทศหนึ่งๆ

ยกตัวอย่าง
บริษัทแอปเปิ้ล จ้างโรงงานในจีนผลิต iphone เพราะต้นทุนต่ำ คุณภาพดี 
แอปเปิ้ลเอาไปขายทำกำไรมหาศาลจนหุ้นพุ่งกระฉูดถูกใจนักลงทุน
คำถามคือ จีนเอาเปรียบสหรัฐฯ หรือไม่? สหรัฐเสียเปรียบจีนหรือไม่?

ผู้ที่ประโยชน์สูงสุดคือใคร?
โรงงานจีน?
ผู้ถือหุ้นแอปเปิ้ล?

ผู้บริโภค?
ไทยผลิตถุงขยะและถุงพลาสติกให้กับ Wall Mart เพราะในอเมริกาไม่มีโรงงานผลิต ถึงทำได้ก็แพงมาก ไทยทำได้ถูก คุณภาพดี Wall Mart เอาไปขายทำกำไรจนบริษัทใหญ่โต 

ถามว่าไทยเอาเปรียบการค้าสหรัฐหรือไม่?
ถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานกินเงินเดือนประจำ คุณซื้อของจากร้านสะดวกซื้อ ซื้อเสื้อผ้า รองเท้าจากห้าง กินข้าวในร้านใกล้บ้าน โดยที่พวกเขาไม่เคยใช้บริการหรือซื้อสินค้าจากคุณเลย  พวกเขาได้เปรียบดุลการค้าจากคุณ  เขาเอาเปรียบคุณหรือไม่?

สินค้าจากจีนมีคุณภาพและราคาที่เหมาะกับคนไทย คนไทยจึงสั่งซื้อ เขาไม่ได้บังคับให้เราซื้อนะครับ ถ้าคุณไม่พอใจก็ไปซื้อจากสินค้าไทย ญี่ปุ่น อเมริกาหรือยุโรป ก็ได้ แต่ต้องจ่ายแพงขึ้น

ประเทศไทยไม่ได้ขาดดุลการค้าจากจีนแค่ประเทศเดียว แต่ยังมี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซาอุดีอาระเบีย ฯลฯ และอีกหลาย ๆ ประเทศ  ซึ่งก็มีเหตุผลคือประเทศไทยผลิตสินค้านั้น ๆ ไม่ได้จึงนำเข้า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top