Friday, 6 November 2026
Hard News Team

'ชัยวุฒิ' เผย กรมอุตุฯ จับมือ LINE ไทยแลนด์ เปิดตัว LINE Alert เตือนให้รู้ ก่อนภัยพิบัติ

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นสักขีพยาน ในการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ และ LINE (ประเทศไทย) เพื่อนำร่องแพลตฟอร์ม LINE Alert บัญชีแจ้งเตือนภัยพิบัติร้ายแรง ซึ่งเริ่มเปิดใช้งานภายในประเทศ ให้คนไทยสามารถเกาะติดสถานการณ์ภัยธรรมชาติได้อย่างทั่วถึงและทันเวลา 

โดยนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กรมอุตุฯ มุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการแจ้งเตือนภัยพิบัติ เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมการเปิดรับข้อมูลข่าวสาร ที่ประชาชนนิยมสื่อสารผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว 

ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวเสริมว่า การแจ้งเตือนภัยพิบัติ ที่ผ่านมา ไม่ค่อยพบปัญหามากนัก ซึ่งคนไทยถือว่าค่อนข้างมีความตื่นตัว ในการรับข้อมูลข่าวสาร และเตรียมพร้อมรับมือตามคำแนะนำ โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ของทุกหน่วยงาน ถือเป็นตัวช่วยในอีกระบบ ที่รวดเร็วและสามารถเข้าถึงประชาชนได้เป็นวงกว้าง ถือเป็นช่องทางที่อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านภัยพิบัติ ที่เป็นอีกทางเลือกให้กับพี่น้องประชาชน

'ณัฐวุฒิ' อ้อน!! ปชช. เทคะแนนพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย หวังหยุดกลไกสืบทอดอำนาจ เชื่อยุบสภาอย่างเร็วหลังเอเปก

(6 ต.ค. 65) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมองภาพการเมืองใหญ่เวลานี้ไม่มีทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะยอมปล่อยมือจากอำนาจ ด้วยความสำนึกว่าได้สร้างความเสียหายไว้กับประเทศ มีแต่จะหาช่องทางรักษาอำนาจ และลากดึงกันไปข้างหน้า ตนเชื่อว่าความขัดแย้งภายในกลุ่ม 3 ป. ยังมีอยู่จริง แต่คงไม่ข้ามพ้นผลประโยชน์ทางการเมือง และทางอำนาจที่ผูกไว้ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะมีการยุบสภาอย่างเร็วก็หลังการประชุมเอเปค แต่ไม่ใช่การยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน เป็นเพียงการช่วงชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งเท่านั้น เพราะสุดท้ายพรรคฝ่ายรัฐบาลก็ได้เปรียบ

“สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนต้องรู้เท่าทัน และต้องตัดสินใจร่วมกันให้ได้ว่าถึงที่สุด ก้าวแรกในการเอาชนะอำนาจนี้คืออะไร สำหรับผมเชื่อว่า การเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง และเทคะแนนให้พรรคการเมืองหนึ่งในฝั่งประชาธิปไตยชนะ เพื่อยืนค้ำไว้ก่อน และร่วมมือกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย จัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย ยุติกลไกการสืบทอดอำนาจ คือทางเลือกที่เป็นไปได้ที่สุดในขณะนี้” นายณัฐวุฒิ กล่าว

'อนุทิน' ชี้ เลือกตั้งรอบหน้า หวังกวาด 120 ส.ส. ลั่น!! พร้อมนั่งเก้าอี้นายกฯ ทำงานเพื่อปชช. สุดกำลัง

เมื่อวันที่ (6 ต.ค. 65) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นความคาดหวังของพรรคในการเลือกตั้งรอบหน้าที่จะต้องได้ส.ส. อย่างน้อย 120 เสียง ว่า เป็นพรจากผู้ใหญ่ และเป็นเป้าหมายของพรรค ท่านพูดก็แปลว่าพรรคภูมิใจไทย มีศักยภาพที่จะทำได้ เรื่องแบบนี้เราไม่ล้อเล่น มันต้องพยายามเต็มที่ จะผ่อนเครื่องไม่ได้ ส่วนจะมาจากไหนนั้น ก็ต้องมาจากการทำงานหนักของพรรคภูมิใจไทย ที่หมายถึงส.ส.ของพรรค และสมาชิกพรรคทุกคน ต้องลงพื้นที่เข้าชาร์จปัญหา การทำนโยบาย อย่าไปมองว่าต้องทำเฉพาะที่หาเสียงไว้ แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ ก็ต้องทำด้วย ยกตัวอย่างเรื่องฟอกไตฟรี นี่ไม่เคยเป็นนโยบายของพรรค แต่ด้วยความเป็นรมว.สาธารณสุข พบว่าผู้ป่วยฟอกไต จ่ายครั้งละ 1.5 พันบาท อาทิตย์หนึ่งฟอก 2 ครั้ง จ่าย 3 พันบาท ไหนจะค่าเดินทางอีก ภาระของประชาชนก็ต้องหาทางช่วย ประเทศไทย มีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ต้องทำให้ได้แบบนั้นจริง ๆ มีความสามารถจะช่วยได้ ก็ต้องหาทาง ตอนนี้ ทำสำเร็จแล้ว

รมว.พม. สั่งการด่วน ระดมนักจิตวิทยา และ พม. ดูแลครอบครัวเด็กเสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในศูนย์เด็กเล็ก ที่ จ.หนองบัวลำภู

วันนี้ (6 ต.ค. 65) เวลา 16.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวแสดงความรู้สึกเสียใจกับครอบครัวเด็กที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงในศูนย์เด็กเล็กแห่งหนึ่ง ในอำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีเด็กและผู้ใหญ่เสียชีวิตจำนวนมาก

ทั้งนี้ ได้สั่งการด่วนให้รองปลัดกระทรวง พม. และรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ลงพื้นที่ไปดูที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด และระดมเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. จากจังหวัดหนองบัวลำภู เลย ขอนแก่น หนองคาย อุดรธานี และพิษณุโลก ไปร่วมกันช่วยเหลือด้วย รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่จิตวิทยา จำนวน 8 คน ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเร่งเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจครอบครัวเด็กที่เสียชีวิต จนกว่าจะกลับมามีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นเป็นปกติ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องช่วยเหลือในเวลานี้ 

รัฐประหารเงียบในพรรครัฐบาลอังกฤษ เมื่อ 'ลิซ ทรัสส์' กำลังจะโดนยึดอำนาจ

ดูเหมือนว่า รัฐบาลอังกฤษจะยังอยู่ในสภาพง่อนแง่น หาหลักยึดยังไม่ได้จริง ๆ เมื่อมีกระแสข่าวลือที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ภายในพรรคอนุรักษ์ แกนหลักของรัฐบาลอังกฤษว่า ลูกพรรคอนุรักษ์เริ่มจับกลุ่มกดดัน ลิซ ทรัสส์ หัวหน้าพรรคหญิงคนใหม่ และเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกในแผ่นดินพระเจ้าชาลส์ที่ 3 จนถึงขั้นวางแผนยึดอำนาจของเธอ หากจำเป็น!!

สาเหตุเกิดจากความไม่ลงรอยกันในนโยบายของลิซ ทรัสส์ ที่เธอเคยสัญญาไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งภายในพรรค หนึ่งในนั้นคือนโยบาย "45p rate" หรือการลดอัตราภาษี 45% ในกลุ่มผู้มีรายได้สูง ซึ่งนโยบายนี้ของเธอกลับถูกต่อต้านจากทีมรัฐบาลของเธอเองจนเสียงแตก ที่อาจขั้นจะโหวตคว่ำในสภาเลยทีเดียว 

ข่าวการแตกแยกของรัฐบาลลิซ ทรัสส์ ที่ยังไม่ทันได้เริ่มทำงานอะไรเลย ยิ่งชัดเจนขึ้นอีก หลังงานประชุมพรรคอนุรักษ์ที่เมืองเบอร์มิงแฮม เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ข่าววงในบอกว่าเสียงแตกหนักมาก จน ซูเอลลา เบรฟเวอแมน รัฐมนตรีมหาดไทยหญิง พันธมิตรคนสนิทของลิซ ทรัสส์ ถึงกับออกมาบ่นว่า เธอผิดหวังมาก ๆ ที่ทีมรัฐบาลบางคนมากลับลำกับนโยบายที่คุยกันไว้แล้ว และยังบอกด้วยว่า มีกลุ่ม สส.ของพรรคอนุรักษ์หลายคน วางแผนจะโค่น ลิซ ทรัสส์ ให้ได้

และยังบอกถึงลูกพรรคอนุรักษ์ ที่คิดจะก่อหวอดเพื่อล้มนโยบาย 45p rate นั้นไม่ต่างจากการก่อรัฐประหารเงียบภายในรัฐบาล ซึ่งนโยบายเจ้าปัญหาที่อาจกลายเป็นประเด็นรัฐนาวาแตก คือ 45p Rate หรืองดภาษี 45% สำหรับบุคคล หรือองค์กรที่มีรายได้เกิน 150,000 ปอนด์ต่อปี 

โดยปกติ อังกฤษจะมีอัตราภาษีระดับขั้นบันได โดยคำนวนจากรายได้ต่อปี ในอัตราเรทดังนี้...

- รายได้ต่ำกว่า 12,570 ปอนด์/ปี ไม่ต้องเสียภาษี
- รายได้ตั้งแต่ 12,571 - 50,270 ปอนด์ต่อปี จะเริ่มเก็บภาษีที่ 20%
- รายได้ตั้งแต่ 50,271 - 15,000 ปอนด์ต่อปี เก็บภาษีที่ 40%

แต่ถ้ามีรายได้เกิน 150,000 ปอนด์ต่อปี เมื่อไหร่ จะถูกเก็บภาษีในอัตรา 45% ซึ่งเป็นเรทสูงสุด

สื่ออังกฤษได้ไปหาข้อมูลพบว่ามีชาวอังกฤษราวๆ 5 แสนคนทั่วประเทศที่มีรายได้เกิน 150,000 ปอนด์ต่อปี คิดเป็น 1% ของประชากรอังกฤษทั้งประเทศ

และหากรัฐบาลอังกฤษตัดสินใจไม่เก็บภาษีเพิ่ม 45% จากรายได้ที่เกินมาของคนกลุ่มนี้ เท่ากับรัฐจะเสียรายได้จากภาษีถึง 6 พันล้านปอนด์ต่อปี และเมื่อรายได้หายไป หมายถึงต้องการลดรายจ่ายของภาครัฐลงด้วย ซึ่งก็คือแผนค่าใช้จ่ายสำหรับสวัสดิการสังคมบางส่วนอาจต้องถูกตัดไป 

แต่ทั้งนี้ ลิซ ทรัสส์ มองว่า นโยบายการลดภาษี 45p Rate จะช่วยกระตุ้นการลงทุนของกลุ่มคนที่มีศักยภาพในสังคม ที่สามารถผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ และการแก้ปัญหาด้วยการแจก จ่าย ในรูปแบบสวัสดิการก็ไม่ใช่คำตอบเสมอไป ซ้ำยังเป็นเหมือนกับดักประชานิยม ที่ทำให้ผู้คนคาดหวังแต่สวัสดิการช่วยเหลือจากรัฐ

ซึ่งลิซ ทรัสส์ เคยบอกว่านโยบายนี้ อาจเป็นเหมือนยาขม และเป็นหนทางที่ยาก แต่อังกฤษต้องลองหาทางแก้ปัญหาที่ต่างไปจากเดิม ถ้าต้องการที่จะ "change" เธอเชื่อว่าสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน 

แต่ต่อมา นโยบายนี้ของเธอ ถูกโจมตีอย่างหนักจากพรรคฝ่ายค้าน ว่าเป็นการอุ้มคนรวยเพียงแค่ 1% ของประเทศ แต่กลับรีดเลือดกับปูจากประชาชนส่วนใหญ่อีก 99% ที่ยังต้องจ่ายภาษีในอัตราเกือบเท่าเดิม โดยเฉพาะกลุ่มคนเกือบจะรวย ในระดับฐานรายได้ 50,271 - 150,000 ปอนด์ คือโดนเต็มๆ 40% โดยไม่มีการลดหย่อน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอยุธยา อ่างทอง ระยอง และปทุมธานี พร้อมจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจรักษา และแจกจ่ายยารักษาโรคแก่ผู้ประสบภัยฟรี

ระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 4 ตุลาคม 65 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ จัดทีมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ นำโดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ รักษาการหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา ฯลฯ ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ระยอง และปทุมธานี รวม 4 จังหวัด 2,800 ชุด คิดมูลค่าเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งสิ้น 980,000 บาท (เก้าแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ มูลนิธิฯ / สมาคม ประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี รวมถึงอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในพื้นที่ ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

พร้อมกันนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสา เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ระยอง ฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา คัดกรองเบาหวาน โดยมีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

'ผบช.ภ.9' แถลง รวบแก๊งค้ายาฯ ยึดเฮโรอีน หนัก 110 กก. ซุกรถกระบะ มูลค่า 300 ล้านบาท ปลายทางมาเลเซีย

เมื่อวานนี้ (5 ตุลาคม 2565) ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ภายในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9, แถลงว่า ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณรอง นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., ให้หน่วยในสังกัด เร่งรัด กวดขัน จับกุม ยึดทรัพย์ เกี่ยวกับยาเสพติด ภายใต้การอํานวยการของ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี, พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซ๊ะ รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และพ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี

ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามนโยบายรัฐบาลให้มีการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2565 เวลาประมาณ 23.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ได้สืบสวนติดตามการลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบลำเลียงขนยาเสพติด (เฮโรอีน) โดยใช้รถกระบะบรรทุก สีเขียว ไม่ทราบยี่ห้อ และ หมายเลขทะเบียน เพื่อจะนำเฮโรอีนไปส่งยังชายแดนไทย - มาเลเซีย ในช่วงเวลา ประมาณ 22.00 - 24.00 น.ของวันที่ 2 ตุลาคม 2565 

โดยบุคคลที่ลำเลียงเฮโรอีนมาเป็นบุคคลเพศชาย สัญชาติไทย วัยกลางคน จำนวน 2 คน ทาง พ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี และ ร.ต.อ.ชูวิทย์ อ่อนขวัญเพ็ชร รอง สวป.สภ.เมืองปัตตานี หัวหน้า ชุด จับกุม จึงได้มีการวางแผนสกัดกั้นเพื่อจับกุม โดยตั้งจุดตรวจบริเวณถนนสาย 42 เมื่อผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ขับขี่ผ่านจึงได้เรียกตรวจแต่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ขับขี่หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด จับกุมจึงไล่ติดตามจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางได้ที่บริเวณหน้าสถานีขนส่งจังหวัดปัตตานี ถนนสาย 42 ในพื้นที่ ต.ตะลุโบะ อ.เมือง จ.ปัตตานี ประกอบด้วย 

1.) นายลอดี เปาะเยะ อายุ 30 ปี ที่อยู่ 181 หมู่ที่ 5 ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี

2.) นายอาหะมะ ยามา อายุ 46 ปี ที่อยู่ 100 หมู่ที่ 5 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมของกลาง 

(​​1) เฮโรอีน น้ำหนักรวมประมาณ 110 กิโลกรัม

(2) รถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเขียว รุ่นไทรตัน หมายเลขทะเบียน บน - 1521 ปัตตานี จำนวน 1 คัน

(​​3) โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO รุ่น A 54 สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง

(​​4) โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ VIVO รุ่น 1610 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง 

โดยกล่าวหาว่า 

1.) ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า (ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2)

2.) (ผู้ต้องหาคนที่ 2) เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต สถานที่เหตุเกิด ริมถนนเพชรเกษมสาย 42 บริเวณหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปัตตานี ต.ตะลุโบะ อ.เมือง จ.ปัตตานี ได้ตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 จำนวน 2 รายการ ดังนี้

1.) รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกุบปี้ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1 กต 7096 นราธิวาส จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 30,000 บาท

​​2.) รถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรตัน สีเขียว หมายเลขทะเบียน บน 1521 ปัตตานี จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 300,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สิน ที่ตรวจยึดประมาณ 330,000 บาท ​สำหรับมูลค่ายาเสพติด (เฮโรอีน)ที่สามารถตรวจยึดมาได้ เมื่อถูกนำส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 300,000,000 บาท ผบช.ภ.9 กล่าว

'บิ๊กป้อม' นั่งหัวโต๊ะ 'กำกับ-ติดตาม' ราชการภูมิภาค เน้น 'ช่วยเหลือ-แก้ทุกปัญหาเร่งด่วน' ให้ปชช.ทั่วประเทศ

พล.อ.ประวิตร ประชุม ติดตามแผนงาน 'กำกับฯภูมิภาค' เน้นช่วยเหลือเร่งด่วน ปชช.ทั่วประเทศ  พอใจผลงานปี 65 ได้ตามเป้า อนุมัติงบฯ กรณีฉุกเฉินปี 66 แก้ปัญหาต่อเนื่อง 18 เขตพื้นที่ ตามนโยบายรัฐบาล ย้ำห้ามซ้ำซ้อนงานปกติ

(6 ต.ค. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ครั้งที่ 1/2565 ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5จังหวัด 

ที่ประชุมได้รับทราบ ผลการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ของ รอง นรม. ประจำปี 65 โดย รอง นรม. ได้ลงพื้นที่เพื่อมอบนโยบายและตรวจเยี่ยม พร้อมประชุม/หารือ เพื่อรับฟังปัญหา รวมถึงแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานต่าง ๆ จำนวน 23 ครั้ง และรับทราบความก้าวหน้า ของโครงการที่ผ่านความเห็นชอบไปแล้ว จำนวน 1,513 โครงการ วงเงิน 1,800 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นไปตามแผนงาน อย่างน่าพอใจ ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

'โชห่วยโคราช' เผย!! 'ทรานซิสเตอร์' รุ่นฮิตขายดี หลัง 'นายกฯ' แนะเตรียมพร้อมไว้รับเหตุฉุกเฉิน

'วิทยุทรานซิสเตอร์' ยี่ห้อดัง 'ธานินทร์' รุ่นยอดฮิตเริ่มขาดตลาด หลังโชว์ห่วยแห่ซื้อไปขายในชนบท ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า รับกระแสนายกฯแนะนำให้เตรียมไว้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อ (5 ต.ค. 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ กับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา และในตอนหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในกรณีที่เกิดปัญหาฉุกเฉินระบบการสื่อสารล่ม หน่วยงานราชการต่าง ๆ แจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบได้ยากลำบาก อาจจะต้องใช้วิทยุทรานซิสเตอร์ในการออกอากาศแจ้งเตือนประชาชน เหมือนกรณีเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ที่เกิดไฟฟ้าดับหมด และใช้การสื่อสารแจ้งเตือนประชาชนผ่านวิทยุทรานซิสเตอร์ได้ผลมาแล้วนั้น ซึ่งทำให้เกิดกระแสแชร์ต่อเรื่องนี้ในโซเชียลกันอย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นไวรัลอยู่ในขณะนี้นั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่ร้าน เตีย แซ ฮวด ริมถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นร้านขายปลีก และขายส่งวิทยุทรานซิสเตอร์เก่าแก่ของเมืองโคราช พบว่ามีลูกค้าซึ่งเป็นร้านโชว์ห่วยจากต่างอำเภอ เดินทางมาเลือกซื้อวิทยุทรานซิสเตอร์เพื่อนำไปขายต่อกันอย่างคึกคัก

โดยนายจิน เซ็ง อายุ 55 ปี เจ้าของร้าน เตีย แซ ฮวด เปิดเผยว่า เดิมทีนั้นร้านของตนเอง เป็นร้านขายปลีกและขายส่งวิทยุทรานซิสเตอร์ ยี่ห้อ 'ธานินทร์' มานานกว่า 30 ปีแล้ว ต่อมาก็เริ่มนำเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้ออื่น ๆ มาขายเพิ่ม แต่หากย้อนไปเมื่อ 20 - 30 ปีก่อน วิทยุทรานซิสเตอร์ จะได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะวิทยุทรานซิสเตอร์ยี่ห้อธานินทร์ รุ่นTF-268 ซึ่งเป็นรุ่นในตำนาน จะได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถรับฟังคลื่นวิทยุได้ 2 ระบบ คือระบบ FM และ AM ที่ชาวบ้านจะซื้อไปฟังเพลง ฟังข่าว ตามท้องไร่ ท้องนา ได้อย่างสะดวกสบาย เนื่องจากมีน้ำหนักเบา และคงทน โดยจะนิยมใช้คู่กับถ่านไฟฉายตรากบ

โฆษก ตร. เตือนภัย Fake news รถบรรทุก 10 ล้อ เบรกแตก ชนรวด 26 คัน ช่วงลงเนินกลางดง 

วันนี้ (5 ต.ค.65) เวลา 08.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยกรณีการแชร์ Fake news รถบรรทุก 10 ล้อ เบรกแตก ชนรวด 26 คัน ช่วงลงเนินกลางดง ไม่เป็นความจริง 

โดยโฆษก ตร.ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้ในบนโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์ข่าวเนื้อหา ตามที่มีคลิปแพร่หลายใน โซเชียลมีเดีย (Facebook Live) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565 มีเหตุรถชนกันจำนวน 26 เสียชีวิต 41 คน ที่ อ.มวกเหล็ก จว.สระบุรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตรวจสอบคลิปวีดีโอดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ กรณีดังกล่าวเป็นเหตุการณ์รถชนกัน 26 คัน มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 3 คนตั้งแต่ วันที่ 26 เมษายน 2564 เวลา 13.40 น. บริเวณถนนมิตรภาพ กม.36 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา (เขตสอบสวน สภ.กลางดง) แล้วมีผู้ใช้โชเชียลมีเดีย นำมาลง แล้วพาดหัวว่า เป็นเขต อ.มวกเหล็ก เกิดเหตุวันนี้ (4 ต.ค.65) จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน การกระทำดังกล่าวในลักษณะการผลิตและเผยแพร่ข่าวปลอม หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เกิดความสับสนวุ่นวาย เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top