Friday, 14 August 2026
Hard News Team

'สุชาติ' รมว.แรงงาน ปลุกเวทีการประชุมวิชาการประกันสังคม ประจำปี 2565 แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในหัวข้อ 'Modernizing SSO การบริการที่ทันสมัยกับสิทธิประโยชน์ประกันสังคมที่ยั่งยืน'

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2565 ณ อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้เกียรติเป็นประธานการจัดงานประชุมวิชาการประกันสังคม ประจำปี 2565 ภายใต้หัวข้อ “Modernizing SSO การบริการที่ทันสมัยกับสิทธิประโยชน์ประกันสังคมที่ยั่งยืน” พร้อมมอบโล่เกียรติคุณการให้บริการยอดเยี่ยมโครงการสำรวจความพึงพอใจผู้รับบริการที่มีต่อสำนักงานประกันสังคม ปี 2564

โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค คณะกรรมการและอนุกรรมการของสำนักงานประกันสังคม ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ผู้ประกันตน นักวิชาการ สื่อมวลชน ให้การต้อนรับ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวกับสื่อมวลชนในโอกาสเป็นประธาน การประชุมวิชาการประกันสังคม ประจำปี 2565 ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญ กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยเร็ว หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นวงกว้างในประเทศ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมได้ปฏิบัติตามนโยบายเร่งด่วน ของรัฐบาลในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่นายจ้าง และผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคม ดำเนินนโยบายที่ยืดหยุ่น โดยการลดอัตราเงินสมทบ การนำส่งเงินสมทบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ การปรับปรุง สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ตลอดจนสิทธิประโยชน์และการให้บริการทางการแพทย์กรณีโรคโควิด-19 ในวันนี้ การจัดประชุมวิชาการประกันสังคม ประจำปี 2565 ในหัวข้อเรื่อง “Modernizing SSO การบริการที่ทันสมัยกับสิทธิประโยชน์ประกันสังคมที่ยั่งยืน” จึงเป็นเวทีให้ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้มาปาฐกถาพิเศษ ที่มีมุมมองหลากหลาย เป็นประโยชน์และเหมาะสมกับสถานการณ์ของโลกยุคหลังโควิด มาบรรยายให้กับผู้แทน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกันตน และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมแลกเปลี่ยนนานาทรรศนะ ในการเรียนรู้ร่วมกัน และสามารถนำความรู้ แนวคิด ประสบการณ์ เพื่อไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงาน อีกทั้งข้อแสดงความคิดเห็นทั้งหมด ยังส่งผลให้สำนักงานประกันสังคม ได้มีแนวทางพัฒนาการให้บริการ และสิทธิประโยชน์สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อผู้ประกันตน ให้ได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป

'ชลน่าน' ลั่น!! ขอประกาศสงครามยาเสพติดอีกรอบ สับ รบ.แก้ยาเสพติดหละหลวมบกพร่อง ไร้มาตรการป้องกัน

'ชลน่าน' สับ รบ.แก้ยาเสพติดหละหลวมบกพร่อง ไร้มาตรการป้องกัน ฟื้นฟู โวยเจ้ากระทรวง สธ.อยู่ที่ไหน จี้รัฐเร่งเยียวยาดูแลสภาพจิตใจ ลั่นขอประกาศสงครามยาเสพติดอีกรอบ 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค ร่วมแถลงถึงเหตุกราดยิงที่ศูนย์เด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู โดยก่อนแถลงทั้ง นพ.ชลน่าน และน.ส.ลินธิภรณ์ได้ร่วมยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 1 นาที

จากนั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่สูญเสียอย่างสุดซึ้ง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเด็กเล็ก ทั่วโลกถือว่าเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญยิ่ง ทั้งนี้ เราให้ความสำคัญและติดตามตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ เราขอประณามผู้ก่อเหตุ พรรคเพื่อไทยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ทุกฝ่ายประกาศชัดว่าจะถอดบทเรียนถึงสภาพปัญหา สาเหตุ แรงจูงใจ วิธีการแก้ปัญหา รวมทั้งแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ระยะสั้น ระยะยาว ซึ่งเราอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีหลายมิติ ทั้งเชิงสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคง พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการติดตามและช่วยเหลือในฐานะพรรคการเมืองอย่างต่อเนื่อง 

โดยวันนี้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาฯ และ ส.ส.หนองบัวลำภูทั้งสามเขตของพรรค จะได้เข้าไปรับฟังสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อประมวลและให้การช่วยเหลือต่อไป 

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราพบจากข้อเท็จจริง ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจถูกไล่ออกจากราชการฐานไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีพฤติการณ์จงใจเจตนาก่อเหตุ เพราะ 

1.) ลักษณะการก่อเหตุเลือกใช้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสามารถก่อการได้ง่าย ไม่มีการต่อสู้หรือป้องกัน 

2.) ถือเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรง สร้างแรงกระเพื่อมไปถึงระดับโลก

3.) มีลักษณะเตรียมการ ดูจากอาวุธที่ใช้ การหลบหนี การทำร้ายประชาชนในระหว่างทาง ท้ายสุดทำร้ายตัวเองและครอบครัว 

ทั้งนี้ สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นโยบายแก้ปัญหายาเสพติดของรัฐบาลชุดนี้มีความบกพร่อง หละหลวม แม้ว่ามาตรการปราบปรามมีตัวเลขชัดว่าสามารถจับกุม ยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องได้อย่างมากมาย แต่มาตรการป้องกันไม่ค่อยชัดแจ้ง ขณะที่ยาบ้าราคาถูก แพร่กระจายอยู่ทั่ว ทราบว่ามีการแข่งกันผลิตยาบ้าถึง 7 บริษัทอยู่ตามชายขอบประเทศเรา ขณะที่ผู้เสพยาก็ยังไม่ได้รับการบำบัดฟื้นฟูเท่าที่ควร ทำให้เกิดอาการหลอนคลุ้มคลั่ง 

“การกระทำรุนแรงของผู้ก่อเหตุขนาดนี้ต้องมีสภาพทางจิต รวมทั้งความเคียดแค้นชิงชังอย่างหนักหนาสาหัสถึงทำรุนแรงขนาดนี้ได้ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งบำบัด รักษาฟื้นฟูผู้ติดยาอย่างเร่งด่วยโดยเร็ว เพราะจากสถิติยังไม่ค่อยมีสถานบำบัดฟื้นฟูเท่าที่ควร"

‘อดีตทูต’ ชี้!! พิธีฯ รับเสด็จเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผู้ตำหนิ ล้วนมิใช่ญาติโกโหติกาสักคน

(7 ต.ค. 65) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก 'Fuangrabil Narisroj' ว่า... 

การที่ในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานพวงมาลา และทรงรับการจัดการทุกอย่างในพระบรมราชานุเคราะห์  รวมทั้งการที่ในหลวงและพระราชินีเสด็จฯ ไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บ และครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยพระองค์เอง 

นี่คือการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดว่าสถาบันไม่เคยละทิ้งหรือลืมประชาชน ทุกอย่างอยู่ในสายพระเนตร และพระองค์ท่านได้พยายาม honour หรือให้เกียรติสูงสุดกับผู้วายชนม์ ผู้บาดเจ็บ และญาติๆ อย่างหาที่สุดมิได้แล้ว 

'ไอติม' ลั่น!! กราดยิงฯ สะท้อนปัญหาที่หมักหมมในสังคมไทย ชี้!! ถือเป็นคำเตือนสุดท้าย ถึงเวลาออกแบบสังคมให้ปลอดภัย

พริษฐ์  ชี้ โศกนาฏกรรมที่หนองบัวลำภู เป็นคำเตือนครั้งสุดท้ายของสังคมไทย ถึงเวลารีบหาทางออกปัญหาครอบครองอาวุธปืน 

พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล กล่าวถึงเหตุการณ์โศกนาฏกรรม ที่จังหวัดหนองบัวลำภูว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องร่วมกันเยียวยาบาดแผลที่เกิดขึ้นในสังคมด้วยการร่วมกันหาทางออกในการป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นอีก และร่วมกันออกแบบสังคมที่เราทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยให้ได้

เหตุการณ์กราดยิงทั้งในอดีตและที่เพิ่งเกิดขึ้นสะท้อนถึงสารพัดปัญหาที่หมักหมมมายาวนานในสังคมไทย และที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเริ่มออกมาฉายภาพให้เห็นอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการใช้และการแพร่ระบาดของยาเสพติด การคัดกรองเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ระบบอุปถัมภ์และวัฒนธรรมอำนาจนิยมในองค์กร ความล่าช้าของตำรวจในการเข้าถึงที่เกิดเหตุ หรือ การขาดแคลนระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินกับประชาชน

แต่ปัญหาหนึ่งที่มีส่วนสำคัญเช่นกัน คือ ปัญหาเรื่อง 'การเข้าถึงและครอบครองอาวุธปืน' ทั้งที่ถูกและผิดกฎหมาย และทั้งโดยเจ้าหน้าที่-อดีตเจ้าหน้าที่ และโดยประชาชนทั่วไป

โดยพริษฐ์ได้ชี้ให้เห็นว่า สถิติหนึ่งที่ค้นพบ คือ ปัจจุบัน ประเทศไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอาชญากรรมปืนสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของทวีปเอเชีย (3.91 ต่อประชากร 100,000 คน) - รองจากแค่ อิรัก (9.94) และ ฟิลิปปินส์ (8.02) และสูงกว่า มาเลเซีย (0.53) เวียดนาม (0.52) เกาหลีใต้ (0.08) ญี่ปุ่น (0.08) และสิงคโปร์ (0.05) หลายเท่าตัว

ถึงแม้สหรัฐอเมริกา (10.95) - ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าเป็นประเทศที่มีปัญหาเรื่องกราดยิงเยอะเป็นพิเศษ โดยบางส่วนมองว่าเป็นผลจากนโยบายปืนเสรีที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงปืนได้ง่ายกว่าในอีกหลายประเทศ - ในช่วงหลังๆ จะมีสถิติที่แย่กว่าประเทศไทยพอควร แต่ไม่กี่ปีก่อนก็มีสถิติที่ไม่ห่าง (หรือบางปีดีกว่า) ในไทยด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าทางออกในประเทศไทยคงไม่ได้เรียบง่ายแค่การเพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์การครอบครองปืน หากจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ ระบบ-กฎหมาย-การบังคับใช้ ด้านการเข้าถึงอาวุธปืนที่อาจมีปัญหาบางจุด ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตดังนี้

1.) เกณฑ์การขอใบอนุญาตมีปืนถูกกฎหมาย ไม่ครอบคลุมด้านสุขภาพจิต-ไม่มีการสอบวัดความพร้อม หรือไม่อย่างไร

แม้จะมีหลายเอกสารที่ประชาชนต้องยื่นหากต้องการขอใบอนุญาตครอบครองปืน (แบบ ป.4) หรือใบอนุญาตพกพาปืน (แบบ ป.12) แต่ทั้งสองกระบวนการปัจจุบันไม่มีการขอใบรับรองจากจิตแพทย์เกี่ยวกับประวัติหรืออาการด้านสุขภาพจิต ซึ่งทำให้เราไม่รู้ว่าผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย ณ ปัจจุบันมีสุขภาพจิตที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสมที่จะครอบครองปืนหรือไม่

ในส่วนการเตรียมความพร้อม แม้จะมีการกำหนดว่าต้องแสดงหลักฐานว่าผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน แต่สังคมก็ตั้งคำถามถึงความรัดกุมของเนื้อหาการอบรมและความเข้มงวดของการรับรองมาตรฐานผู้ให้การอบรม รวมถึงการเสนอให้มีการสอบวัดความพร้อมของผู้ขอใบอนุญาตอย่างจริงจัง เหมือนในหลายประเทศทั่วโลก

2.) ข้าราชการเข้าถึงได้ง่ายกว่า แม้ในตำแหน่งที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ปืนในการทำหน้าที่ จริงหรือไม่

ที่ผ่านมา รัฐมีโครงการจัดหาปืนเป็นสวัสดิการให้ข้าราชการในหลายสังกัดเข้าถึงและขอใบอนุญาตได้อย่างสะดวกสบายขึ้น แม้หลายครั้งเป็นการให้สิทธิแก่ข้าราชการในตำแหน่งที่อาจตั้งคำถามได้ในปัจจุบันว่ามีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องใช้ปืนในการปฏิบัติหน้าที่ (เช่น ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกรัฐสภา) ซึ่งการเข้าถึงปืนได้อย่างแพร่หลาย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความรุนแรงหรือความเสี่ยงที่อาวุธปืนจะหลุดสู่ตลาดมืดได้

3.) ระบบเส้นสายและการทุจริตคอร์รัปชันในการขอใบอนุญาต เปิดช่องโหว่ในการครอบครองปืนหรือไม่

เอกสารหนึ่งที่ข้าราชการต้องใช้เพื่อยื่นขอใบอนุญาตคือหนังสือรับรองความประพฤติจากผู้บังคับบัญชา นอกจากถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของวิธีการดังกล่าวในการคัดกรองคน ข้อกำหนดดังกล่าวยังมีข้อครหาว่าเปิดช่องให้เกิดการเรียกสินบน หรือการเซ็นอนุมัติโดยไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการประเมินความเหมาะสมของผู้ขอใบอนุญาตอย่างแท้จริง

'โตโน่' ไม่สนดรามา คนแซะ 'ว่ายน้ำข้ามโขง' ลั่น!! 'สะดวก-ถนัด' แบบนี้ ช่วยในสิ่งที่พอทำได้

(7 ต.ค. 65) แม้จะมีกระแสดรามา มีคนออกมาวิจารณ์ 'โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์' มากมาย กับการปฏิบัติภารกิจว่ายน้ำข้ามโขง ในวันที่ 22 ต.ค. จากไทยไปลาว จากลาวกลับมาไทย เพื่อหาเงินไปช่วยรพ.นครพนมของไทย และรพ.แขวงคำม่วน สปป. ลาว ถึงขนาดขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ แต่ล่าสุดดูท่าไม่ได้ทำให้โตโน่ล้มเลิกความตั้งใจเดิม โดยเจ้าตัวไลฟ์สดระบุว่าจะยังว่ายน้ำข้ามโขงอยู่เหมือนเดิม เผยเหนื่อยกับความดังของตัวเองในทวิตเตอร์

“ตอนนี้สำหรับผม มันเซอร์ไพรส์มาก การที่ยอดบริจาคทะลุล้าน ไม่ว่าใครจะถนัดแบบไหน ผมสะดวกและถนัดจะทำแบบนี้ ผมก็พยายามช่วยในสิ่งที่ผมพอจะทำได้ ส่วนใครจะตัดเอาภาพไหนประโยคไหน หรือจะตัดเสียงผมไปใช้ ไม่เป็นไรเลยครับ ผมเข้าใจดีว่าผมต้องโดน ผมได้ยินว่าตอนนี้ผมกำลังดังในทวิตเตอร์ ผมดังอีกแล้ว ผมเหนื่อยจังเลยครับ กับความดังของผม” โตโน่กล่าว


ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9650000096317

ฝ่ายค้านจ่อยื่นซักฟอกญัตติ 2 พ.ย. นี้ พุ่งเป้าเหตุสังหารหมู่ที่ศูนย์เด็กเล็ก

(7 ต.ค. 65) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคพท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนัดประชุมเพื่อหารือประเด็นในวันที่ 10 ต.ค.นี้ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรคจะนำความเห็นประเด็นมาหารือสรุปร่วมกัน เพื่อสอบถามไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนกรอบประเด็นที่จะอภิปรายนั้น แบ่งเป็น 2 ประเด็น 1. ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อย่างเช่นกรณีเหตุสังหารหมู่ที่ศูนย์เด็กเล็กที่จ.หนองบัวลำภู ว่ารัฐบาลจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร และใครรับผิดชอบอะไรบ้าง รวมทั้งเรื่องที่มีผลกระทบกับประเทศชาติ ประชาชน เศรษฐกิจ ความมั่งคงและการมือง 2. การเสนอแนะปัญหาต่อครม.ซึ่งฝ่ายค้านเห็นว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล 3 ป.และครม. ที่สร้างปัญหาให้ประชาชน จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร 

เมื่อถามว่าจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปมาตรา 152 ช่วงใด นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ทันทีที่เปิดประชุมสภาฯ สมัยสามัญในวันที่ 1 พ.ย.นี้ เราจะพยายามยื่นทันที แต่สภาฯ จะเริ่มประชุมวันแรกในวันที่ 2 พ.ย.นี้ ซึ่งตรงกับวันพุธ ดังนั้นเราจะยึดวันนี้เป็นหลัก เพราะถ้ายื่นได้เร็ว เราก็จะได้อภิปรายเร็ว

อ.ปริญญา จี้!! 'กองทัพ-สตช.' แก้ปัญหากราดยิง ชี้!! เหตุการณ์ที่ผ่านมาเกิดจากฝีมือ 'ทหาร-ตำรวจ'

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู โดยระบุว่า “ในสหรัฐอเมริกาการกราดยิงประชาชนหรือเด็กนักเรียนแม้จะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่เท่าที่ผมทราบคือไม่มีสักครั้งที่คนลงมือจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่ผู้ลงมือกราดยิงในประเทศไทย 2-3 ครั้งที่ผ่านมา #ล้วนแต่เป็นทหารหรือตำรวจทั้งสิ้น

เหตุการณ์ที่หนองบัวลำภูผู้ลงมือคือ #เจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้จะถูกให้ออกจากราชการแต่ก็ยังไม่นาน ส่วนที่นครราชสีมาเมื่อสองปีก่อนคนกราดยิงก็เป็น #ทหาร แต่ที่หนองบัวลำภูน่าตกใจและเศร้าสลดกว่ามาก เพราะนอกจากจำนวนผู้เสียชีวิตจะมากกว่าแล้ว ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงเด็กเล็ก ๆ แบบที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครใจร้ายทำกับพวกเขาได้ลงคอแบบนี้

เขื่อนเจ้าพระยาเข้าขั้นวิกฤต ปักธงแดงแจ้งเตือน น้ำขึ้นอีก 20 ซม.

วันที่ (7 ตุลาคม 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำ ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลงสู่ภาคกลาง พบว่าน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาผ่านจุดวัดน้ำค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณน้ำฝนจากทางตอนบนประเทศ วัดได้อัตรา 3,088 ลบ.ม./วิ โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ล่าสุดวัดได้ +17.64 เมตร ระดับน้ำยกตัวขึ้น 30 ซ.ม. ใน 24 ชม. และเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนริมตลิ่งใน 3 อำเภอเหนือเขื่อนเจ้าพระยาคือ อ.เมืองชัยนาท อ.วัดสิงห์ และ อ.มโนรมย์

ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้ปรับเพิ่ม อัตราการระบายไปที่ 2,885 ลบ.ม./วิ เพื่อรักษาสมดุลของน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน และ เพื่อชะลอน้ำเหนือไว้ในลำน้ำเหนือเขื่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพื้นที่ท้ายเขื่อน ซึ่งจากการระบายน้ำในเกณฑ์ดังกล่าวส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกระดับขึ้นกว่า 20 ซ.ม. ใน 24 ชม. เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมาวัดได้ +16.80 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เอ่อล้นสูงกว่าตลิ่งกว่า 40 ซ.ม. ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เขื่อนเจ้าพระยามีการปรับระดับการแจ้งเตือนจากธงเหลือง ในสถานการณ์เฝ้าระวัง ขึ้นเป็นธงแดง ซึ่งเป็นสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต

โดยคาดการณ์ว่าระดับน้ำพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จะสูงขึ้นได้อีก 15-20 ซ.ม.ใน 24 ชม. ข้างหน้า ส่วนพื้นที่เหนือเขื่อนใน อ.เมืองชัยนาท อ.วัดสิงห์ อ.มโนรมย์ ระดับน้ำจะเอ่อล้นขยายวงกว้างมากขึ้น และความสูงของระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 10-15 ซ.ม.


ที่มา : https://www.banmuang.co.th/mobile/news/region/299515

'เพื่อไทย' เตรียมฟื้นโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เหน็บ 'รัฐบาลประยุทธ์' ไม่ต้องทำอะไรเดี๋ยวพท. ทำเอง

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยนายจิรทัศน์ ไกรเดชาส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขาธิการ และกรรมการคณะยุทธศาสตร์และการเมือง พรรคเพื่อไทย นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย นายอาทิตย์ ภาคอินทรีย์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569  

ดร.ปลอดประสพ กล่าวว่า โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร หรือเจ้าพระยา 2 เป็นส่วนย่อยของโมดูลที่ 5 ของโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ มูลค่า 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยโครงการคลองลัดน้ำแห่งนี้ รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ออกแบบระยะทางทั้งหมดอยู่ที่ 30 กิโลเมตร แต่รัฐบาลนี้สร้างระยะทาง 22 กิโลเมตร จะสามารถระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยทอยน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เมื่อรวมเข้ากับน้ำจากแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำลพบุรี ซึ่งมีปริมาณน้ำรวมกันอยู่ที่ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้เหลือน้ำไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดปริมาณน้ำไม่ให้เอ่อล้นเข้าสู่พื้นที่พระนครศรีอยุธยาตอนล่างได้ 

ทั้งนี้ คลองลัดน้ำบางบาล-บางไทร จะช่วยระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาหรือลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ทั้งผืน แต่ยังไม่เพียงพอ ต้องสร้างคลองลัดน้ำเส้นหนึ่ง โดยเริ่มที่จังหวัดนครสวรรค์ลงมาทางจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ระยะทางประมาณ 150  กิโลเมตร ซึ่งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้บรรจุไว้ในแผนโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทไว้แล้วเช่นกัน ซึ่งการก่อสร้างจะต้องเป็นไปในแบบ (Design and Build) หรือออกแบบไปสร้างไป ซึ่งสร้างเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด โดยมีกรอบโครงการ และกรอบวงเงินงบประมาณ มีความยืดหยุ่นและปรับแบบได้ ลักษณะเดียวกันกับการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่เป็นลักษณะ Design and Build เช่นกัน 

สำหรับการบริหารสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ดร.ปลอดประสพ กล่าวว่า ขอออกความเห็นในแบบนักวิชาการ ปีนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ตัดสินใจเอาน้ำเข้าทุ่งช้าเกินไป ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากการประเมินสถานการณ์โดยคำนึงถึงเหตุผลทางวิชาการ หรือเหตุผลทางการเมืองกันแน่ ตอนนี้สามารถระบายน้ำเข้า 6 ทุ่ง จากทั้งหมด 11 ทุ่ง ยังเหลือพื้นที่อีกมากที่จะระบายน้ำออก  

นอกจากนี้ยังขอเตือนรัฐบาลด้วยความห่วงใยประชาชน ขณะนี้น้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสานใต้น่าเป็นห่วงมาก น้ำจากแม่น้ำชีที่มาจากจังหวัดชัยภูมิ เมื่อรวมเข้ากับลำน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น จะทำให้จังหวัดมหาสารคามและจังหวัดร้อยเอ็ดน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานานนับเดือน ส่วนแม่น้ำมูลที่มาจากจังหวัดนครราชสีมา ไหลลงสู่ถนนมิตรภาพมาที่จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดลพบุรี เข้าสู่จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้น้ำท่วมสูงที่จังหวัดอุบลราชธานีและน้ำจะลดลงช้า ทั้งหมดเป็นเพราะรัฐบาลตัดสินใจล่าช้า จึงอยากให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนักวิชาการรุ่นใหม่ที่มีความรู้ใหม่ ๆ และปรับใช้ให้ทันการณ์ด้วย

“การวางแผนโครงการใหญ่ของประเทศ ต้องคิดกรณีเลวร้ายที่สุด ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ไม่ใช่เกิดมาเพื่อรอความเสี่ยง โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท พรรคเพื่อไทยทำเสร็จหมดแล้ว พอทำรัฐประหาร พวกท่านเอาใส่ลิ้นชักไว้ตั้งนาน ไม่ทำ กู้ไว้แล้วแต่ไม่ยอมทำ พอทำแล้วก็มาออกแบบใหม่แทนที่จะใช้แบบเดิม กว่าจะสร้างเสร็จ อีก 3 ปี จากนี้ไปประชาชนต้องทรมานสังขารแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ทำแล้วก็ขอขอบคุณ ส่วนโครงการที่เหลืออีกหลายโมดูล พวกท่านไม่ต้องทำ รอให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเขามาทำจะดีกว่า” ดร.ปลอดประสพ กล่าว  

นายจิรทัศ ไกรเดชา ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเกือบเทียบเท่ากับปี 2554 พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบเกือบครึ่งจังหวัด ทั้งในอำเภอผักไห่ เสนา บางบาล บางปะอิน บางไทร ขณะที่เมื่อวานนี้ (5 ต.ค. 65) พี่น้องประชาชนมีการปะทะกันขอให้เปิดการระบายน้ำในพื้นที่ เพราะตอนนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกปล่อยเกือบ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงอยากให้กรมชลประทานสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน

ศึกชิงประธานาธิบดีบราซิล สองสิงห์ชิงตั่งนั่ง อาจซ้ำรอยประธานาธิบดีผมเป๋แห่งสหรัฐฯ

อย่าเพิ่งมองบน คิดว่าแอดมินเอาข่าวเก่ามาเสนอ เรื่องนี้ยังไม่จบนะ ช่วยจำชื่อแบบบราซิลหน่อย ประธานาธิบดีคนปัจจุบันจอมเบียว ชอบทำเก่ง ไม่ใส่หน้ากากอนามัยช่วงโควิดระบาด จนติดโควิดเองนี่ชื่อ 'ฌาอีร์ โบลโซนารู'

ส่วนคนที่เข้ามาชกชิงแชมป์เข็มขัดประธานาธิบดีคนใหม่ที่คะแนนสูสีนี้ชื่อ 'ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา' จำง่าย ๆ ว่าประธานาธิบดีคนปัจจุบันมี “รู” เดียว ส่วนผู้ท้าชิงนั้นมีดีกรีเป็นอดีตประธานาธิบดีมีสอง “ลู” 

ผลการเลือกตั้งคือ พี่สองลู อดีตประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวาได้คะแนน 48.4% แต่ยังไม่ถึงครึ่ง จนสามารถคว่ำพี่รูเดียว ฌาอีร์ โบลโซนารู ประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด  

จะว่าไปไม่รู้ว่าคนไหนดีกว่ากัน เพราะอดีตประธานาธิบดีสองลู ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ถูกจำคุกในข้อหาคอร์รัปชัน

ส่วนพี่รูเดียวก็ใช่ย่อย ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือโบลโซนารูถูกกล่าวหาว่าทำลายสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและจัดการวิกฤตโควิด-19 ผิดพลาดขั้นร้ายแรง จนคนบราซิลตายเป็นเบือถึง 700,000 คน  เพราะ ขัดขวางโครงการวัคซีนโควิด-19 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top