Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ผบ.ตร.มอบรางวัล ตำรวจทางหลวงนาดี ปราจีนบุรี ช่วยนำลูกชายส่งคนขับรถสิบล้อ ชื่นชมในจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สินติราษฎร์

วันนี้ (10 ต.ค.65) เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผย จากกรณี ตำรวจทางหลวงนาดี 2 ราย ออกตรวจพื้นที่ พบเด็กชายยืนร้องให้อยู่ จึงเข้าไปสอบถามได้รับแจ้งจากเด็กว่า พ่อซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกลงเวลา แล้วขับรถออกไปเลยลืมลูกไว้ จึงได้พาเด็กชายไปส่งให้พ่อ จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง มีประชาชนแห่ชื่นชมมากมายนั้น

ล่าสุด วันนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้มอบรางวัลให้ตำรวจทางหลวงทั้ง 2 ราย คือ ร.ต.ท.บัญชา ตุ่นมี รอง.สว.(ป)ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล., ด.ต สัญญา ขันโท ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. ณ ห้องประชุมพรหมนอก อาคาร 1 ตร. 

พล.ต.ต.อาชยน กล่าวอีกว่า ผบ.ตร.ได้ ชื่นชมตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นาย ที่มีจิตวิญาณของตำรวจ เข้าช่วยเหลือเด็กนำส่งพ่อคนขับรถบรรทุก เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ ตร. ที่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และทันที สมควรที่จะได้รับการชื่นชม ชมเชย เป็นแบบอย่างการทำงานที่ดีให้ตำรวจได้ปฏิบัติตาม โดยได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล เป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน และขอให้ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนต่อไป การมอบรางวัลดังกล่าวเป็นไปตาม โครงการตำรวจทำดี

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ นำทีมชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร. จับเรือลักลอบขนน้ำมันเถื่อนจำหน่ายในไทย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ นำทีมชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร.
จับเรือลักลอบขนน้ำมันเถื่อนจำหน่ายในไทย

ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับปัญหาการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงมาเป็นเวลานาน แม้ว่าจะมีการปราบปรามจับกุมมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ผู้กระทำผิดก็ได้พัฒนารูปแบบการกระทำผิดมากขึ้นเช่นกัน เช่น การลักลอบนำเข้าทั้งทางบกและทางทะเล การลักลอบปะปนมากับสินค้าอื่น การสำแดงเอกสารเท็จ เป็นต้น ทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตอย่างมหาศาล ตลาดของบริษัทผู้ค้าน้ำมันถูกเอารัดเอาเปรียบ และประชาชนต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากน้ำมันที่ไม่ได้คุณภาพ

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบหมายหน้าที่และการสั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปนม.ตร. (ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง) ทำหน้าที่ในการสืบสวน ปราบปราม และจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง หลังได้รับมอบหมายหน้าที่ดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร. เร่งออกปฏิบัติการสืบสวนการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาชุดปฏิบัติการ ศปนม.ตร.โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย รอง ผบก.สส.ภ.4 , พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.4 บก.สส.สตม. ร่วมกับ พ.ต.อ.เติมรัศม์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมด้วย ตม.จว.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่สรรพสามิต และศุลกากร ร่วมกันเข้าตรวจสอบเรือชื่อ "Polestar" สัญชาติเรือตูวาลู (Tuvalu) ซึ่งออกเดินทางจากประเทศสิงคโปร์มายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 ต.ค.65 ที่ผ่านมา และเข้าเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือบริษัท เลนโซ่ เทอร์มินอล จำกัด ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เบื้องต้นตัวเรือดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ บริษัท เอ็มอาร์บี ชิปเอเจนซี่ จำกัด
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ศปนม.ตร.ทราบว่า เรือ Polestar มีพฤติการณ์ลักลอบนำเข้าน้ำมันเบนซิน จากประเทศสิงคโปร์ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยหลายครั้ง ปริมาณครั้งละหลายล้านลิตร ใช้วิธีการแจ้งสำแดงการนำเข้าเป็น เอทานอล และ เมทานอล แต่จะลักลอบนำน้ำมันเบนซินครั้งละหลายล้านลิตรซุกซ่อนมาด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ต.ค.65 ชุดสืบสวน ศปนม.ตร.ทราบว่าเรือลำดังกล่าวแจ้งการนำเข้า เมทานอล METHANOL น้ำหนักสุทธิ 452,789.000 กก. แต่จากการสืบสวนทราบว่าจะลักลอบนำน้ำมันเบนซินจำนวน 4-5 ล้านลิตรมาด้วย จึงได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร จึงได้เข้าทำการตรวจค้นเรือลำดังกล่าว และได้แจ้งขอกำลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสมุทรปราการ เข้าร่วมตรวจค้น เมื่อเข้าตรวจค้นพบว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมเรือได้แสดงเอกสารแจ้งนำเข้าสารเมทานอล (METHANOL) น้ำหนักสุทธิ 452,789.000 KGM (กิโลกรัม) ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม 6,931,094.58 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 485,176.62 บาท ดังกล่าวจริง แต่จากการตรวจค้นโดยละเอียดพบว่าภายในเรือ มีสารเอทานอล (ETHANOL) น้ำหนักสุทธิ 486.337 CuM. (486,337 ลิตร) น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว (Unleaded Gasoline) น้ำหนักสุทธิ 4,847.706 CuM. (4,847,706 ลิตร) บรรทุกมาในเรือลำดังกล่าวด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถาม ผู้ควบคุมจัดการสินค้าจึงได้นำเอกสารของบริษัทอีกฉบับมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร แจ้งว่าสารเอทานอล และ น้ำมันเบนซินดังกล่าวจะขนต่อไปประเทศเวียดนาม ไม่ได้นำเข้ามาในประเทศไทย แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบสายท่อขนถ่ายในที่เกิดเหตุมีคราบน้ำมันเบนซินชนิดเดียวกับที่บรรทุกมาในเรือ เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐานจึงได้ตรวจเก็บตัวอย่างของสารชนิดต่างๆ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ต่อไป

ต่อมาเจ้าพนักงานศุลกากรจึงได้สั่งกักเรือดังกล่าวเพื่อทำการตรวจสอบ จากการสืบสวนเรือ Polestar ได้เข้าเทียบท่าเรือดังกล่าวมาแล้วถึง 28 ครั้ง โดยแจ้งการนำเข้า สารเมทานอล มาโดยตลอดและมีต้นทางจากประเทศสิงคโปร์ มาส่งสินค้าที่ท่าเรือนี้ จากนั้นจะเดินทางกลับสิงคโปร์ทันที โดยไม่เคยเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศเวียดนามแต่อย่างใด เบื้องต้นหากพบว่ามีการสำแดงเอกสารเท็จก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการขนถ่ายน้ำมันเบนซินดังกล่าว หากพบว่ามีการลักลอบขนถ่ายเข้ามาในประเทศไทย มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ ก็จะพิจารณาดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และ พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ ต่อไป

ตำรวจสอบสวนกลาง เร่งบำบัดทุกข์ ช่วยชาวด่านขุนทด โคราช ลุยน้ำเน่าเข้ามอบถุงยังชีพ ยารักษาโรค ยากันน้ำกัดเท้า น้ำท่วมขังกว่า 1 เดือนแล้ว

ตำรวจสอบสวนกลาง เร่งบำบัดทุกข์ ช่วยชาวด่านขุนทด โคราช ลุยน้ำเน่าเข้ามอบถุงยังชีพ ยารักษาโรค ยากันน้ำกัดเท้า น้ำท่วมขังกว่า 1 เดือนแล้ว

วันที่ 10 ตุลาคม 2565 เวลา 14.00 น.พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ จิตอาสา 904 ร่วมกับ พ.ต.ท.จิระพันธ์ มณีรัตน์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวงนครราชสีมา จิตอาสาตำรวจทางหลวงนครราชสีมา จิตอาสาชมรมฮักเขาใหญ่ มูลนิธิอภัยภูเบศร ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่หมู่ 2 และหมู่ 9 ต.หนองบัวละคร อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

โดยให้นำถุงยังชีพ พร้อมข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน ยาน้ำกัดเท้า ของมูลนิธิอภัยภูเบศร ไปมอบเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ที่ประสบอุทุกภัยน้ำท่วม จำนวน 100 หลังคาเรือน ซึ่งมีน้ำท่วมขังกว่า 1 เดือนแล้ว และขณะนี้น้ำเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น ทำให้ชาวบ้านเริ่มเป็นโรคน้ำกัดเท้า อาศัยอยู่ด้วยความยากลำบาก

'บิ๊กป้อม' สั่งเยียวยาด่วน ชาวบ้านประสบปัญหาน้ำท่วมขัง พร้อมผันน้ำสำรองเก็บใช้ฤดูแล้งคราวเดียวกัน

(10 ต.ค. 65) พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 3/65 ผ่านระบบ VTC ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ เพื่อติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำ รับกับอุทกภัย และความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งเตรียมการรองรับฤดูแล้งในคราวเดียวกัน

โดยรับทราบ สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ จากปริมาณน้ำสะสมที่มีมาก ส่งผลลำน้ำสายหลักเอ่อล้น โดยเฉพาะ ลุ่มเจ้าพระยา แม่น้ำมูลและแม่น้ำชี ที่ต้องเร่งให้การช่วยเหลือระบายน้ำและผันน้ำเข้าเก็บพื้นที่แก้มลิง เพื่อรับปัญหาฤดูแล้งในคราวเดียวกัน โดยภาพรวม มีแหล่งน้ำที่ต้องเฝ้าระวังจำนวน 765 แห่ง ที่มีน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุ พร้อมทั้งรับทราบ การดำเนินงานของศูนย์ส่วนหน้าเพื่อบริหารจัดการน้ำภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยขอให้กรมชลประทาน ตรวจสอบความเสียหายพนังกั้นน้ำพื้นที่ท้ายอ่างให้มีความมั่นคงปลอดภัย เพื่อใช้บริหารจัดการน้ำได้เต็มศักยภาพ

'ไฟร์เซฟ' แคปซูลดับเพลิง นวัตกรรมสุดเจ๋งจากญี่ปุ่น อุปกรณ์ติดบ้านที่ 'เด็ก-ผู้สูงอายุ' 'ใช้ง่าย-สะดวก-ปลอดภัย'

(10 ต.ค. 65) ณ สโมสรทหารบก บริษัท สมาร์ทเฮลท์โซลูชั่น จำกัด เปิดตัวแคปซูลดับเพลิง 'ไฟร์เซฟ' (FIRESAVE) นวัตกรรมใหม่จากญี่ปุ่น ซึ่งทางบริษัทฯ ได้นำเข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์ช่วยเซฟชีวิตและความเสียหายจากอัคคีภัย 

โดยผลิตภัณฑ์ แคปซูลดับเพลิง 'ไฟร์เซฟ' (FIRESAVE) เป็นเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น มีขนาดเล็กเพียง 16-20 ลูกบาศก์เมตร มีความจุ 650 MI สามารถใช้งานได้พื้นผิวไม้ กระดาษ แก๊ส วิธีใช้ก็แค่ขว้างให้แตกไปยังจุดเกิดเหตุไฟไหม้ หรือผสมน้ำเปล่า น้ำทะเล น้ำเสีย แล้วใช้ดับไฟไหม้ได้เช่นกัน สามารถเก็บไว้ในบ้าน, รถยนต์ได้ เก็บในอุณหภูมิลบ 10 หรือ 60 องศาเซลเซียส 

ด้วยน้ำหนักเบา จึงใช้งานง่ายทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับจากต่างประเทศ ปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เพราะมีส่วนประกอบหลักคือสารที่มีในอาหาร จึงไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังมนุษย์ 

พ.ต.อ.จารึก สารโภค ประธานบริษัท สมาร์เฮลท์โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเหตการณ์เพลิงไหม้บ่อยครั้ง ตนจึงคิดว่าทุกบ้านควรที่จะมีอุปกรณ์ดับเพลิง ปัญหาใหญ่บ้านเราที่พบคือการใช้ถังดับเพลิงไม่ถูกวิธี มีขนาดใหญ่ ใช้งานยาก เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นมาส่วนใหญ่ไม่สามารถดับไฟได้ทัน ส่งผลให้ไฟลุกลามเกิดความเสียหาย ตนเชื่อว่าแคปซูลดับเพลิง 'ไฟร์เซฟ' (FIRESAVE) จะช่วยแก้ปัญหาได้ โดยวิธีใช้เพียงขว้างให้แตกไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้ แคปซูลจะแตกตัวเป็นของเหลว ดับไฟได้ง่าย อีกทั้งมีน้ำหนักเบา เด็กหรือผู้สูงอายุสามารถหยิบได้รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก

ภูธรภาค 6 โชว์ผลงานรวบ 5 ผู้ต้องหาค้ายา พร้อมของกลางยาไอซ์ 22.5 กก. รถยนต์ 3 คัน

ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 6 โชว์ผลงานรวบ 5 ผู้ต้องหา แกงค้ายาเสพติด พร้อมของกลางยาไอซ์ 22.5 กก. และรถยนต์ 3 คัน หลังผู้บังคับบัญชา สั่งกำชับการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด

วันที่ (10 ต.ค. 65) ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม,พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุวิมล รอง ผบ.ตร.ได้กำชับการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด 

ที่สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 พร้อมด้วยพล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.สุรชาติ จึงดำรงกิจ รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ , พ.ต.อ.สารนัย คงเมือง รอง ผบก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ.ฐิติภัทร อินทรรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ และ นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด 5 รายได้แก่ นายณรงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี อยู่ ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ , นายธนโชติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี อยู่ ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท , น.ส.ชญานิษฐ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี อยู่ ต.ปากดุก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ , นายอนุชิด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี อยู่ ต.ระวิง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และนายพิชิตพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี อยู่ ต.พุขาม อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติด (ไอซ์) จำนวน 22.5 กิโลกรัม รถยนต์กระบะโตโยต้า สีเทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร มูลค่าประมาณ 7 แสนบาท รถยนต์เก๋งฮอนด้าสีดำ ทะเบียนชัยนาท มูลค่าประมาณ 6 แสนบาท และรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีเทา ทะเบียนเพชรบูรณ์ มูลค่าประมาณ 6 แสนบาท 

พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี เปิดเผยว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าจับตามองมานานแล้ว เนื่องจากมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด กระทั่งต่อมาจากการสืบสวนสอบสวนทำให้ทราบว่า ได้มีการลักลอบขนยาเสพติดนำมาพักไว้ที่บ้านหลังหนึ่ง ต.น้ำชุน ซึ่งนายณรงค์ อาศัยอยู่ จึงได้เข้าทำการตรวจค้นและพบยาไอซ์น้ำหนัก 5.25 กิโลกรัม และจากการสอบสวนขยายผลทราบว่า ยังมี นายอนุชิด  นายธนโชติ น.ส.ชญานิษฐ์ และนายพิชิตพล ร่วมขบวนการด้วย จึงได้เข้าทำการจับกุมพร้อมยาไอซ์จำนวน 17.25 กิโลกรัม ได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ต.ระวิง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

'ชัยวุฒิ' เตรียมปรับ SMS บอกอากาศแม่นยำเฉพาะเขต พร้อมแนะ ปชช. โหลด Line Alert 'เตือนภัย-ขอความช่วยเหลือ'

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม เปิดเผยว่า รัฐมีระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติ เอสเอ็มเอส มือถือ ซึ่งได้มีการทดสอบระบบ ในช่วงที่มีพายุเข้ามา ทางกรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้มีการแจ้งเตือนภัยพายุผ่าน SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือ ในเครือข่ายต่าง ๆ โดยมีความพยายามที่จะพัฒนาระบบให้แยกพื้นที่ให้ได้ เช่น พื้นที่เป็นจังหวัด หรือเป็นตําบล เป็นหมู่บ้านเพื่อจะได้รู้ว่าจุดนี้ มีภัยพิบัติแบบไหน อย่างไร เพื่อให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ เตรียมตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ตอนนี้กําลังพัฒนาระบบอยู่ ซึ่งเข้าใจว่าทาง กสทช. กับผู้ให้บริการมือถือกําลัง พูดคุยเเละพยายาม ปรับปรุงระบบ ให้ดียิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ภาครัฐ ยังได้ร่วมกับ Line ในการสร้างระบบไลน์ ซึ่งมีการให้ข้อมูลได้มากกว่า แล้วก็สามารถติดตามสถานการณ์ได้ดีกว่า เรียกว่า LINE Alert เป็น Line official สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารแจ้งเตือนภัยพิบัติทั้งหมดโดยทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับภัยพิบัติ จะส่งข้อมูลมาที่ LINE ก็จะแจ้งมาผ่าน LINE Account นี้ และต่อไปนี้เราก็จะพยายามที่จะพัฒนา แยกข้อมูลพื้นที่ซึ่งจะมีการแจ้งข้อมูลที่แตกต่างกัน โดยทางบริษัท Line ก็จะไปพัฒนาระบบต่อไป แต่ตอนลงทะเบียนต้องแจ้งว่า เราอยู่ในพื้นที่ไหน จังหวัดไหน ไลน์จะได้แจ้งเตือนเราได้ถูก ต้องตามการให้ข้อมูลเพื่อให้ เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ก็กำลังดำเนินการต่อไปเพื่อให้ระบบมีความทันสมัยในการเเจ้งเตือนเเละรับข้อร้องเรียน เสมือนเป็นศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชน เมื่อเกิดภัยพิบัติด้วย

'เฉลิม' ชี้!! เป็นเกียรติ หาก 'สมศักดิ์-สุชาติ' หวนคืนเพื่อไทย ส่วนเคส 'ธรรมนัส' ยังกั๊ก บอก 'ฝนยังไม่ตก อย่าเพิ่งกางร่ม'

เมื่อวันที่ (10 ต.ค. 65) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีกระแสข่าวที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) พร้อม ส.ส.บางส่วน จะย้ายมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยว่า การเมืองไม่แน่นอน ตนไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค ตอบไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรหรือไม่

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ากลุ่มนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ และ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐจะย้ายกลับมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยเช่นกัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พวกนี้เป็นคนเก่าคนแก่ ถ้าจะกลับมาก็ถือเป็นเกียรติ

เมื่อถามย้ำว่าหาก ร.อ.ธรรมนัสกลับมาจะไม่ถูกต่อต้านจากสมาชิกพรรคใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ฝนยังไม่ตก อย่าเพิ่งกางร่ม

‘รมว.สุชาติ’ ส่ง ผู้ตรวจฯ พร้อม 5 เสือแรงงาน รุดช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียเหตุกราดยิงที่หนองบัวลำภู

รมว.สุชาติ ห่วงใย ส่ง ผู้ตรวจฯ พร้อม 5 เสือแรงงาน รุดมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียเหตุกราดยิงที่หนองบัวลำภู 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในจังหวัดหนองบัวลำภูว่า ตามที่ได้เกิดเหตุดังกล่าว กระทรวงแรงงานโดยท่านบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานได้ร่วมกันรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อปลอบขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย ซึ่งสอดคล้องกับข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวโดยเร็ว 

ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ท่านปลัดกระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้ เรืออากาศเอกหญิงศุภพร อยู่วัฒนา ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม เป็นผู้แทนกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดหนองบัวลำภู นำเงินดังกล่าวไปมอบให้กับญาติของผู้เสียชีวิตครอบครัวละ 5,000 บาท จำนวน 32 ครอบครัว ที่วัดทั้ง 3 แห่ง ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตได้ตั้งศพสวดพระอภิธรรม ได้แก่ วัดราษฎร์สามัคคี จำนวน 17 ครอบครัว วัดศรีอุทัย จำนวน 10 ครอบครัว และวัดเทพมงคลพิชัย จำนวน 5 ครอบครัว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 160,000 บาท 

“ผม และผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานทุกคน ขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกท่าน ซึ่งเงินช่วยเหลือในส่วนนี้เพื่อเป็นการปลอบขวัญกำลังใจจากข้าราชการกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้ง  5 หน่วย ยังสนับสนุนความช่วยเหลือโดยเฉพาะการหางานให้ทำ การฝึกอาชีพเสริม ตามความประสงค์ของครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้อีกด้วย” นายสุชาติ กล่าวท้ายสุด

อย. สั่งระงับจำหน่าย Mi Sedaap รวม 9 รายการ หลังตรวจพบสารปนเปื้อนยาฆ่าแมลง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ขอความร่วมมือระงับจำหน่ายบะมี่กึ่งสำเร็จรูป แบรนด์ Mi Sedaap ผลิตในประเทศอินโดนีเซีย หลังพบสารอันตรายมีส่วนประกอบของสารเอทิลีนออกไซด์ 

ภายหลังจากสำนักงานอาหารแห่งสิงคโปร์ หรือ (SFA) เรียกคืน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 ชนิด หลังจากตรวจพบว่าบะหมี่ดังกล่าวมีสารเอทิลีน ออกไซด์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของยาฆ่าแมลงปนเปื้อนอยู่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้ง 2 แบบ ที่ถูกเรียกคืนเป็นบะหมี่ของบริษัท Sheng Sheng F&B Industries ภายใต้แบรนด์ผลิตภัณฑ์ Mi Sedaap โดยเป็นบะหมี่เกาหลีรสชาติเผ็ด และบะหมี่เกาหลีรสชาติไก่เผ็ด โดยบะหมี่เกาหลีรสชาติเผ็ดจะเป็นลอตการผลิตที่หมดอายุวันที่ 17 มีนาคม ปี 2023 ส่วนบะหมี่เกาหลีรสชาติไก่เผ็ดเป็นลอตที่หมดอายุในวันที่ 21 มีนาคม ปี 2023 ซึ่งผลิตในอินโดนีเซียทั้งคู่ โดยสารเอทิลีนออกไซด์ ที่พบเป็นส่วนประกอบของยาฆ่าแมลงที่ไม่สามารถใช้สำหรับอาหารได้ โดยภายใต้กฎหมายของสิงคโปร์ เอทิลีนออกไซด์จะได้รับอนุญาตให้ใช้เฉพาะในกระบวนการฆ่าเชื้อเครื่องเทศเท่านั้น โดยปริมาณสูงสุดจะต้องไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top