Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

China Southern Airlines นำร่องบริการใหม่ในจีน ไม่ปิดเคาน์เตอร์เช็กอิน ยืดหยุ่นได้ 15 นาทีก่อนประตูเครื่องปิด

เมื่อวันที่ (8 ก.ค.68) ผ่านมา สายการบินไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์ส (China Southern Airlines) ได้สร้างความฮือฮาในวงการการบินด้วยการเปิดตัวบริการใหม่สุดล้ำบนเส้นทางไป-กลับระหว่าง กว่างโจวและปักกิ่ง (สนามบินต้าซิง) โดยผู้โดยสารสามารถเดินทางได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะจะ ไม่มีการปิดเคาน์เตอร์เช็กอิน และสามารถไปถึงประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate) ได้ ไม่เกิน 15 นาทีก่อนประตูจะปิด นับเป็นการพลิกโฉมประสบการณ์การเดินทางทางอากาศให้มีความยืดหยุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

บริการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการบินภายในประเทศจีน ที่เดิมผู้โดยสารต้องเช็กอินก่อนเวลาบินอย่างน้อย 30-40 นาที ซึ่งบ่อยครั้งสร้างความกดดันและไม่ยืดหยุ่น China Southern Airlines ได้นำ เทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบที่ยืดหยุ่น มาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความคล่องตัวให้กับผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจมีแผนการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ผู้ที่เดินทางเพื่อธุรกิจ หรือผู้ที่ต้องการบินในเที่ยวบินเช้าตรู่หรือช่วงดึก ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องเร่งรีบ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้โดยสารที่มีสัมภาระโหลดใต้เครื่อง (checked baggage) ยังคงต้องดำเนินการเช็กอินสัมภาระ ก่อนเวลาออกเดินทางอย่างน้อย 30 นาที หากพลาดกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้โดยสารมีทางเลือกในการรับสัมภาระจากเที่ยวบินถัดไป หรือใช้บริการ 'ส่งกระเป๋าถึงบ้าน' โดยจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารที่อาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน

นอกเหนือจากบริการที่กล่าวมา China Southern Airlines ยังคงให้ความสำคัญกับผู้โดยสารกลุ่มพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กที่เดินทางคนเดียว หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ใช้รถเข็น โดยจัดบริการเฉพาะเพื่อลดเวลารอและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารกลุ่มนี้โดยเฉพาะ บริการใหม่ทั้งหมดนี้เป็นส่วนขยายจากบริการ 'South China Fast Line' ที่มุ่งเน้นความรวดเร็วตั้งแต่เช็กอินจนถึงการขึ้นเครื่อง และทางสายการบินยังมีแผนที่จะขยายบริการลักษณะนี้ไปยังเส้นทางบินอื่น ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

‘สื่ออาวุโส’ ย้อนเหตุการณ์ ‘ฮุนเซน’ โจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์ ชี้ สังคมเพิ่งกระจ่างวันนี้ที่แท้มีคนส่งเอกสารลับให้เขมร

(18 ก.ค. 68) นายเถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโส อดีตนายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฮุนเซน เปิดประเด็นกล่าวหาทักษิณส่งเอกสารลับสมัยอภิสิทธิ์ไปให้เขมร..

มีการสัมภาษณ์ ดร. ปณิธาน วัฒนายากร ถึงเหตุการณ์สมัยนั้นมีเนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวถึงการไปประชุมที่หัวหินและต้องมีเรื่องปรึกษาหารือกรณีฮุนเซนให้สัมภาษณ์โจมตีคุณอภิสิทธิ์ …

ผมจำได้ว่า วันนั้นมีช่วงว่างตอนบ่าย คุณสุทธิชัย หยุ่น มาสัมภาษณ์คุณอภิสิทธิ์….ระหว่างสัมภาษณ์ ก็มีข่าวมาว่า ฮุนเซนให้สัมภาษณ์พาดพิงคุณอภิสิทธิ์..

พอสัมภาษณ์จบ..คุณอภิสิทธิ์ คุณพนิต คุณศิริโชค และ ดร.ปณิธาน ก็เดินออกไปริมชายหาดหัวหิน ยืนล้อมวงคุยกันถึงกรณีที่ฮุนเซนโจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์ในปีนั้น คือ ราวๆกันยายน 2552

มาวันนี้ ผ่านไปเกือบ 16 ปี…สังคมเพิ่งจะได้รับรู้เรื่องราวเพิ่มเติมว่า สมัยนั้นเกิดอะไรขึ้น

ขณะเดียวกัน ดร. ปณิธาน วัฒนายากร อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า ขอบคุณครับคุณเถกิงที่เตือนความจำกัน วันนั้นก็ยังอยู่ในความทรงจำของหลายคนครับ นายฮุน เซ็น มาประชุมอาเซียนที่หัวหิน พอลงมาจากรถ ก็ให้สัมภาษณ์โจมตีเราทันทีที่หน้าโรงแรมดุสิตธานี เวลาผ่านไปเร็วมากครับ แต่ก็เหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเลยครับ

‘รถถัง’ นักมวยชื่อดังเปิดตัวร่วมทีมพิจิตร ยูไนเต็ด เซ็นสัญญา 2 ปี ลุยศึกไทยลีก 3 อย่างเป็นทางการ

สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด ทีมชั้นนำในศึกไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ ได้ประกาศคว้าตัว รถถัง จิตรเมืองนนท์ ยอดนักมวยไทยชื่อดัง มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ พร้อมเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม

โดยการย้ายมาสู่แวดวงฟุตบอลในครั้งนี้ของรถถัง ถือเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ในเส้นทางอาชีพของเขา หลังจากสร้างชื่อเสียงอย่างมากในวงการมวยไทย เจ้าตัวจะสวมเสื้อหมายเลข 23 ซึ่งเป็นตัวเลขแทนวันเกิดของเขา และมีความหมายพิเศษที่เจ้าตัวตั้งใจเลือกด้วยตัวเอง 

ทางด้านสโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า การเซ็นสัญญาครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเสริมทัพในแง่ของผู้เล่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มสีสันและสร้างแรงกระตุ้นให้กับทีมและแฟนบอลอีกด้วย 

รถถังเองก็แสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฝีเท้าในสนามฟุตบอลอย่างเต็มที่ และพร้อมลุยเต็มร้อยหากได้รับโอกาสลงสนาม โดยหวังว่าแฟนบอลจะให้การสนับสนุนในบทบาทใหม่ของเขาในเส้นทางนักฟุตบอล 

ทั้งนี้ สโมสรและนักเตะต่างแสดงความมั่นใจว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ และช่วยยกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้นในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

BYD ประกาศหนุน ‘ทีมชาติไทย’ และ ‘ฟุตบอลไทยลีก’ รีแบรนด์ชื่อการแข่งขัน ‘ไทยลีก 1-3’ ตามรุ่นรถยนต์ไฟฟ้า

บริษัท BYD Rêver (บีวายดี เรเว่) ผู้นำยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ประกาศเป็นผู้สนับสนุนหลักของ 'ทีมชาติไทย' และฟุตบอลอาชีพไทยลีกทั้ง 3 ระดับอย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ 'BYD ชาร์จพลังบอลไทย' พร้อมเปิดตัวในงานแถลงข่าวที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568

การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของ BYD ที่ต้องการขับเคลื่อนสังคมไทยด้วยพลังงานสะอาด ไม่เพียงแต่ลดมลพิษจากรถยนต์ไฟฟ้า แต่รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจ และโอกาสใหม่ๆ ให้กับวงการฟุตบอลและเยาวชนทั่วประเทศ

BYD ยังประกาศรีแบรนด์ชื่อการแข่งขันไทยลีกใหม่ โดยใช้ชื่อรถยนต์ไฟฟ้าของตนเอง ได้แก่ 'BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง' (ไทยลีก 1), 'BYD SEAL 5 ลีกสอง' (ไทยลีก 2) และ 'BYD DOLPHIN ลีกสาม' (ไทยลีก 3) เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ทันสมัย สมรรถนะสูง และพลังของการเริ่มต้น

‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่ง ประเทศไทยฯ กล่าวขอบคุณ BYD ที่ให้การสนับสนุนไทยลีกครบทุกระดับ เชื่อว่าจะช่วยยกระดับเกมการแข่งขัน และมอบประสบการณ์ใหม่ให้แฟนบอลทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นอกจากโลโก้บนเสื้อและในสนามแล้ว BYD ยังเตรียมกิจกรรม “ชาร์จเสียงเชียร์-พลังนักเตะ-โอกาสสู่ชุมชน” เพื่อเชื่อมโยงกีฬากับสังคมไทยทั้งในสนามและนอกสนามตลอดฤดูกาล 2025/26

รัสเซียเร่งส่งออกก๊าซ LPG ไปจีน 750,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 67 ส่งกว่า 450,000 ตัน โตราว 66%

(18 ก.ค. 68) รัสเซียเพิ่มการส่งออก 'ก๊าซปิโตรเลียมเหลว' หรือ LPG ไปยังจีนอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะส่งได้ถึง 750,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ส่งไป 450,000 ตัน คิดเป็นการเติบโตราว 66% โดยช่วง 5 เดือนแรกของปี รัสเซียส่งออกไปทางรถไฟแล้ว 230,000 ตัน และน่าจะเพิ่มเป็น 550,000-600,000 ตันภายในสิ้นปี ส่วนที่เหลือจะส่งทางรถบรรทุก

แม้จีนจะผลิตก๊าซเองได้ถึง 50 ล้านตัน และนำเข้าอีก 35 ล้านตัน แต่ยังต้องการกระจายความเสี่ยงจากปัญหาสงครามภาษี จึงเปิดรับก๊าซจากรัสเซียมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังไม่มีท่าเรือในภาคตะวันออกไกลสำหรับเรือบรรทุกก๊าซ จึงต้องใช้เส้นทางรถไฟและถนนเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ รัสเซียเคยส่งก๊าซแอลพีจีไปยุโรปถึง 4 ล้านตันต่อปี แต่หลังถูกคว่ำบาตรในปี 2023 ก็เหลือไม่ถึง 3 ล้านตัน ทำให้ต้องหาตลาดใหม่ เช่น จีน คาซัคสถาน อัฟกานิสถาน และประเทศในเอเชียกลาง

ทามารา ซาโฟโนวา (Tamara Safonova) ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันและก๊าซของรัสเซียชี้ว่า จีนเป็นตลาดสำคัญที่ยังไม่ถูกคว่ำบาตร แต่รัสเซียยังเจออุปสรรคจากการขาดรถขนส่ง และความล่าช้าที่ด่านชายแดน แต่ความร่วมมือของทั้งสองประเทศยังคงแน่นแฟ้น โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเผชิญความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจ

‘แพทองธาร’ ลงพื้นที่เยี่ยม 3 ทหาร เหยียบกับระเบิด พร้อมขอบคุณกำลังพลทุกท่านที่เสียสละเพื่อชาติ

(18 ก.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โพสต์ภาพพร้อมข้อความหลังลงพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี เพื่อให้กำลังใจ 3 ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด ว่า ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นตัวแทนร่วมคณะกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจทหารทั้ง 3 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เหยียบกับระเบิดในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นให้กับกำลังพลในพื้นที่

ทั้งนี้ ขอส่งกำลังใจอย่างสุดหัวใจถึง พลทหารธนพัฒน์ หุยวัน, ส.อ.ปฏิพัทธิ์ ศรีลาศักดิ์, และ พลทหารณัฐวุฒิ ศรีเข้ม ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคนไทยต้องยกย่องเป็นแบบอย่าง โดยที่ทุกท่านได้รับกำลังใจอย่างดีจากครอบครัว และรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้ชาติ

นางสาวแพทองธาร ระบุด้วยว่า ขอแสดงความเคารพนับถือในความเสียสละที่มีต่อประเทศชาติของกำลังพลทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อพี่น้องประชาชนอยู่ในขณะนี้ ตลอดจนได้ทราบว่าทางกระทรวงกลาโหมกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงเก็บกู้กับระเบิดในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ที่สำคัญจะมีมาตรการเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อย่างเต็มที่

ที่ผ่านมารัฐบาลและกองทัพได้ดำเนินการทุกอย่างด้วยความรับผิดชอบ อย่างเต็มที่ในการดูแลความปลอดภัยของ กำลังพล และพี่น้องประชาชน และรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของประเทศ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนกลับคืนสู่ความสงบ และปลอดภัยโดยเร็วที่สุดค่ะ ขอส่งกำลังใจให้กับกำลังพลทุก ๆ ท่าน

รด. จิตอาสา เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ สะท้อนถึงความกล้าหาญ - หัวใจแห่งการเสียสละ

(18 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก กองทัพบก Royal Thai Army โพสต์ข้อความว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 08.50 น. ขณะที่นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) จากหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 35 (นฝ.นศท.มทบ.35) จำนวน 4 นาย กำลังเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม รด.จิตอาสาพัฒนา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" ณ วัดดอยท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เส้นทางปกติของพวกเขาได้กลายมาเป็นเวทีแห่งการแสดงออกถึงความกล้าหาญและความมีน้ำใจ เมื่อได้พบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณถนนสำราญรื่น ซอย 15 ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นจุดที่มีรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและสถานการณ์การจราจรติดขัด ทันทีที่เห็นเหตุการณ์ นศท. ทั้ง 4 นาย ไม่รีรอที่จะเข้าให้ความช่วยเหลือ โดยใช้ความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มข้นจากหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนและเปิดทางให้การจราจรไหลเวียนได้

การกระทำของนักศึกษาวิชาทหารกลุ่มนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการนำความรู้ที่ได้จากการฝึกมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างดีเยี่ยม แต่ยังแสดงให้เห็นถึง 'จิตอาสา' และ 'ความตั้งใจเสียสละ' ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่หลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารปลูกฝัง เพื่อสร้างพลเมืองที่ดี มีระเบียบวินัย และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติ

รายชื่อนักศึกษาวิชาทหารผู้เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำความดีครั้งนี้ ได้แก่:
* นศท. ธนากร ขานไข นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 โรงเรียนอุตรดิตถ์
* นศท. วรกร ศิริเจริญ นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 โรงเรียนอุตรดิตถ์
* นศท. เนติธร แจ่มรัตนโสภิณ นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 โรงเรียนอุตรดิตถ์
* นศท. วีรภัทร ใจกลม นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตรดิตถ์

ผู้นำบราซิลเดือด!! ฉะทรัมป์ “ไม่ใช่จักรพรรดิของโลก” หลังขู่เก็บภาษีสินค้า 50% จุ้นคดี อดีต ปธน.ฝ่ายขวา ล้มผลเลือกตั้ง

(18 ก.ค. 68) ลูอีซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inacio Lula da Silva) ประธานาธิบดีบราซิล ตอบโต้ผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ที่ขู่จะเก็บภาษีสินค้าจากบราซิล 50% โดยบอกว่าทรัมป์มีหน้าที่ดูแลอเมริกา ไม่ใช่มาสั่งประเทศอื่น พร้อมย้ำว่า “ทรัมป์ไม่ใช่เป็นจักรพรรดิของโลก”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เรียกร้องให้บราซิลหยุดดำเนินคดีกับอดีตผู้นำฝ่ายขวา ฌาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro) ที่ถูกฟ้องข้อหาพยายามล้มผลเลือกตั้งปี 2022 โดย ‘ลูลา’ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันออกโรงปกป้องกระบวนการยุติธรรมในประเทศ บอกว่าศาลบราซิลเป็นอิสระ โบลโซนาโรถูกตัดสินจากการกระทำ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังขู่เพิ่มมาตรการลงโทษ หากบราซิลยังคงมีบทบาทนำในกลุ่ม BRICS ซึ่งกำลังพัฒนาแนวทางเศรษฐกิจทางเลือกนอกเหนือจากระบบที่สหรัฐฯ สนับสนุน โดยทรัมป์กล่าวหากลุ่ม BRICS ว่ามีแนวคิด “ต่อต้านตะวันตก” และไม่ควรได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า

ทั้งนี้ ลูลายืนยัน บราซิลจะไม่ยอมให้ใครมาออกสั่ง แต่พร้อมเจรจา “บราซิลต้องดูแลคนบราซิล ไม่ใช่ผลประโยชน์ของคนอื่น” เขากล่าว พร้อมบอกว่า “ยังหวังจะพูดคุยกับสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ เพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกัน”

จีนเปิดตัวรถไฟขนส่งสินค้าจากอู่ฮั่น เชื่อม ‘คีร์กีซฯ-อุซเบฯ’ ส่งออกไว-ค่าส่งลด!! ถึงกรุงทาชเคนต์ ภายใน 10 วัน

(18 ก.ค. 68) มณฑลหูเป่ยของจีนเปิดตัวขบวนรถไฟขนส่งสินค้าขบวนใหม่ เชื่อมเส้นทางจากเมืองอู่ฮั่นไปยังคีร์กีซสถานและอุซเบกิสถาน โดยขบวนแรกเริ่มออกเดินทางเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 ก.ค.) คาดว่าสินค้าจะถึงกรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ภายใน 10 วัน ช่วยลดค่าขนส่งและประกันภัยได้ถึง 30%

เส้นทางใหม่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ภายใต้โครงการ Belt and Road ที่ช่วยย่นเวลาและต้นทุนการค้าระหว่างจีนกับเอเชียกลาง เพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ของจีนในการขยายตลาดส่งออกสู่ภูมิภาคที่กำลังเติบโต

ขณะเดียวกัน เครือข่ายรถไฟโดยสารของจีนก็บันทึกสถิติใหม่ โดยมีผู้โดยสารเดินทางรวมกว่า 2.24 พันล้านเที่ยวในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการเดินทางภายในประเทศ

ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางด้วยรถไฟภายในจีนเกือบ 9.15 ล้านเที่ยว เพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งสะท้อนถึงแรงดึงดูดของระบบรถไฟรางจีนที่ทันสมัย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อผู้โดยสารจากทั่วโลก

ตม.จว.กาญจนบุรี สกัดจับรถขนคนต่างด้าวผิดกฎหมาย

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3 นำโดย พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, ว่าที่ พ.ต.ต.ธนพงษ์ พลายเพชร สว.ตม.จว.กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.กาญจนบุรี ลงพื้นที่ซุ่มติดตาม ตรวจสอบรถยนต์ ตามลักษณะที่ทราบจากสายลับ (ไม่ประสงค์ออกนาม) ว่ามีรถกระบะโตโยต้า รุ่น Revo สีขาว มีสติกเกอร์สีแดงติดบริเวณซุ้มล้อ ไม่ทราบเลขทะเบียน และรถกระบะโตโยต้า รุ่น Revo สีเทาไม่ทราบเลขทะเบียน มีการลักลอบขนบุคคลต่างด้าวจาก อ.สังขละบุรี จว.กาญจนบุรี ชุดจับกุมจึงได้วางแผน ออกตรวจในเส้นทางที่คาดว่า เป้าหมายจะเดินทางมาถึง

กระทั่ง วันนี้ ( 18 ก.ค.68 )เวลา 00.30 น. มีรถกระบะลักษณะตรงกับที่สายลับแจ้ง ขับตามกันมาทั้ง 2 คัน จึงได้ขับติดตามและแสดงสัญญาณให้หยุดรถ โดยรถหยุดบริเวณริมถนนแสงชูโต ปากซอยท่าล้อ 28 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จว.กาญจนบุรี พร้อมแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารประจำตัว พบ นายเมย ไม่มีชื่อสกุล อายุ 42 ปี สัญชาติเมียนมา (ผู้ขับขี่ รถทะเบียน กทม.)  พร้อมบุคคลต่างด้าวจำนวน 10 คน และนายสมปอง ไม่มีชื่อสกุล อายุ 45 ปี บุคคลไม่มีสัญชาติ (ผู้ขับขี่ รถทะเบียน กจ.) พร้อมบุคคลต่างด้าวจำนวน 10 คน

สถานที่จับกุมบริเวณริมถนนแสงชูโต ปากซอยท่าล้อ 28 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จว.กาญจนบุรี โดยผู้ขับขี่ 2 ราย ข้อกล่าวหาว่า “ช่วยเหลือ ซ้อนเร้น ด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฏหมายนั้นพ้นจากการจับกุม” และบุคคลคนต่างด้าว 20 ราย ข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ในชั้นจับกุม ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวไปยัง ตม.จว.กาญจนบุรี ทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง เพื่อดำเนินคดีต่อไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top