Sunday, 16 August 2026
Hard News Team

‘เปลว สีเงิน’ จวก ‘สื่อ – กลุ่มสามนิ้ว’ ป่วนเอเปค ซัด ดีแต่ทำตัวถ่วงชาติ แทนที่จะเป็นเจ้าบ้านที่ดี

เปลว สีเงิน นักหนังสือพิมพ์และคอลัมนิสต์ชื่อดัง เขียนบทความถึงกลุ่มคนบางกลุ่มที่พยายามปลุกม็อบให้ออกมาต่อต้านการประชุมเอเปค ที่กำลังจัดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้ ว่า 

ขอให้กูได้ 'ชังชาติ' เถอะ

'แขกบ้าน-แขกเมือง' ทยอยมาเหยียบชานเรือนแต่วาน (๑๖ พ.ย.๖๕) แล้วนะครับ

ประธานาธิบดีเวียดนาม 'นายเหวียน ซวน ฟุก' และภริยา เป็นท่านแรก ที่เดินมาถึง

ตามด้วย 'เจมส์ มาราเป' นายกฯ ปาปัวนิวกินี 'นายลี  เซียนลุง' นายกฯ สิงคโปร์

'นายเฟอร์ดินานด์ โรมูอัลเดซ มาร์กอส จูเนียร์' ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ 'นายกาบริเอล โบริซ ฟอนต์' ประธานาธิบดีชิลี

และ 'นายเอมมานูเอล มาครง' ประธานาธิบดีฝรั่งเศส

วันนี้ (๑๗ พ.ย.๖๕) เมื่อการประชุม G 20 ที่อินโดฯ จบ

ประธานาธิบดีจีน 'สี จิ้นผิง' และผู้นำอีก ๒๐ เขตเศรษฐกิจ รวมทั้งแขกรับเชิญของนายกฯ ก็จะทยอยมาถึงตามลำดับ

เพื่อเข้าร่วมประชุม APEC ระดับผู้นำ ระหว่าง  ๑๘-๑๙ พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เต็มที่ครับ...

คนไทยทุกคน พร้อมและตั้งอก-ตั้งใจทำหน้าที่ 'ประเทศเจ้าภาพ' ที่ดี แข็งขัน น่าชื่นใจจริง ๆ

แต่ก็นั่นแหละ ในมวลหมู่ดอกไม้ ย่อมมีหนอนจัญไร คอยชอนไชปะปน เป็นธรรมดา

ในขณะที่คนส่วนใหญ่ทั้งบ้าน-ทั้งเมือง ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี

ก็มีขบวนการ 'แดง-ส้ม' สามนิ้ว และ 'นางหน้ามึน' แก๊งขี้ข้าองค์กรต่างชาติ ตัวเดิม ๆ ออกมาป่วนบรรยากาศ

ที่จริง ก็รู้อยู่ 'พวกนี้-พวกไหน' กินน้ำข้าวกระถางใคร?

มันคือ 'ขยะ' ไม่ต่าง 'หมาในคอก'

อ้างเป็น 'รุ่นใหม่' จะมานำชาติ นำพวก 'ชาติชั่ว' ด้วยกันละพอได้ แต่ที่สะเออะ จะมานำประเทศชาตินั้่น

ไปเล่นกันไกล ๆ เลย ไป๊!

ตัวการ 'ชังชาติ-ล่มสถาบัน' มันเอาไปปั่นสมอง ป้อนวาทกรรม ๓-๔ ประโยค ให้ท่องไว้พ่น เป็นนกแก้ว-นกขุนทองเข้าหน่อย

'สื่อร่วมแก๊ง' เชิญไปออกจอ ก็เหมือนนังรุ้ง ที่เจอคำถามอาจารย์อานนท์คราวนั้น

รุ่นใหม่ 'ขยะเปื้อนสารพิษ' นี่เหมือนกัน พ้นจากที่เขาสอนให้ท่องจำแล้ว ไม่ต่างจาก 'สากกะเบือ' ตรงไหน?

ทำซ่ากันไปเถอะ....

แค่ลูกกิ้งก่า คอยังสั้น อย่าชูให้มันสูง ด้วยผยองมี "ไอ้สามสัส" เป็นแบ็กใหญ่ และ 'ลูกพี่ใหญ่' ของมัน แถว ๆ 'ถนนวิทยุ' จะคุ้มกะลาหัวได้

ไอ้พวกนี้ 'ตาบอดไม่กลัวเสือ' ขนานแท้จริง ๆ!

มันชุมนุมบ้าง พยายามจะเข้าไปบริเวณที่ประชุมบ้าง ไปขึงป้าย ชูป้ายประท้วงการประชุม ด้วยคำหยาบ ๆ บ้าง

ความจริง ที่ทำกันนั้น เจตนาเดียวที่พวกนี้ต้องการ คือ

เป็น 'อีเวนต์' ให้สื่อที่ร่วมขบวนการ

'ถ่ายภาพ' นำไปทำเป็นข่าวเผยแพร่ออกจอ ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย 'ดิสเครดิต' นายกฯ ได้ นั่นคือความสำเร็จ

'วิน-วิน' ด้วยกัน........

เบอร์บัญชีใคร-บัญชีมัน นี่คือ 'ประเทศไทย' วันนี้ ที่เป็นอยู่!

แค่ 'ปลาเค็ม' มันยังสรรค์เป็นเรื่อง-เป็นประเด็นขึ้นมา 'เข่นฆ่า' บ้านเมืองตัวเองได้

ก็ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลอะไรมาแถ เพราะพฤติกรรมทนโท่ 'ซ้ำซาก' สมค่า-สมราคา ๒,๐๐๐ ล้านต่อปี ที่รัฐบาลจัดหามาให้

ทำหน้าที่ 'ก้อนกรวด' ในรองเท้าประเทศอย่างเท่ ๆ!

ผู้ทรงคุณสมบัติ ระดับชั้น 'กูรู' ด้านสื่อทั้งนั้น ตั้งแต่ ผอ.ลงไปถึงบอร์ดบริหารนโยบาย

แต่ไม่รู้จักการ 'เช็กข่าว ๒ ด้าน' ทั้งที่ต้นตอของข่าวอยู่ที่เชฟ 'ชุมพล แจ้งไพร' แต่กลับไปไล่สัมภาษณ์ร้านค้าปลาเค็มทั้งตลาดด้านเดียว

ทั้งที่ในความเป็นจริง ใครซื้อ ซื้อเอาไปไหน.....

ทั้ง 'คนซื้อ-คนขาย' ปลาเค็ม จะต้อง 'กรอกแบบสอบถาม' กันด้วยงั้นหรือ?

ทีขายข้าวจำนำ 'เจ๊ทูเจี๊ยะ' เป็นแสนล้าน ควรต้องสงสัยกลับไม่สงสัย ไม่ไปไล่เช็กทั้งปลายทาง 'เสี่ยเปี๋ยง' และต้นทาง 'ยิ่งลักษณ์' เหมือนปลาเค็มเลย

ไล่ถามร้านค้าอันเป็น 'ปลายทาง' นั่นก็ไม่ว่า

แต่เห็นแถลงการณ์ ชนิดองอาจ-ผึ่งผายว่า 'ไทยพีบีเอสเสนอข้อมูลอย่างถูกต้องรอบด้าน เป็นธรรม'

ขอโทษนะ อดไม่ได้จริง ๆ ขอถามนิด

แล้วที่ออกข่าว 'ด้านเดียว' โดยไม่สอบถามข้อเท็จจริงจากต้นตอข่าวคือเชฟ 'ชุมพล' อีกด้านแบบนั้นนะ

'รอบด้าน' หรือ 'รอบจัด' มิทราบ?

เรื่อง 'ปลากุเลาเค็ม' อยากรู้ ต้องมาถามผมนี่ เพราะผมนี่แหละทายาท 'ราชาปลากุเลาเค็ม' ตัวจริง-เสียงจริง

โตจำความได้ ก็เห็นพ่อเขาทำปลากุเลาเค็มกับปลากระบอกเค็มตากเป็นราวพรืด

ในกระบวนการปลาเค็ม ต้องยกให้ปลากุเลาเป็นราชา ปลาอินทรี ไว้กินตอนไม่มีอะไรจะกิน อันดับสอง ก็ต้อง 'ปลากระบอกเค็ม'

ข้อสำคัญ ต้องเอาปลาสดมาทำ ห้ามเอาปลาแช่เย็นมาทำเด็ดขาด ใครฝ่าฝืน ถือว่า 'ฝืนบัญชาสวรรค์'

ต้องจับตัวไปให้เชฟชุมพล 'โบยหลัง' ๓๐ ที!

'ดรามาปลาเค็ม' จบ ชนิดศพไม่สวยไปแล้ว มีโง่แล้วเสือกแซะโผล่มาอีกราย

"เมนูอาหารรับผู้นำ APEC เสิร์ฟคาเวียร์หรู จากปลาสเตอร์เจียน มันไทยตรงไหน?"

ไม่อยากอวดรู้ เอาที่คนรู้เขาโพสต์ไว้มาให้อ่านดีกว่า .........................

อาณาจักร โกวิทย์

'ปลาสเตอร์เจียน' สถานีวิจัยโครงการหลวงดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ สามารถเพาะเลี้ยงได้เมื่อ 17 ปีก่อน

ปัจจุบันเนื้อขายกิโลกรัมละ 800 บาท 

ส่วนไข่นำมาทำ 'คาเวียร์' ขายกิโลกรัมละ 6 หมื่นบาท  ต้องสั่งจองล่วงหน้า

การเพาะเลี้ยงต้องใช้เวลา 3 ปี เนื้อจะขายได้ ขณะที่ผลิตคาเวียร์ได้ ปลาต้องมีอายุ 7 ปีขึ้นไป และน้ำไหลเวียนตลอดเวลา

อาศัยน้ำจากน้ำตกบนดอยอินทนนท์และมีอากาศเย็นตลอดเวลา

'คาเวียร์' สถานีวิจัยโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ถูกนำไปเป็นส่วนประกอบสำคัญเมนู

'กระทงทองไส้ครีมซอสและไข่ปลาสเตอร์เจียน' ในการประชุมเอเปกครั้งนี้

มีอะไรจะ 'ด้อยค่า-ขัดขา' ประเทศอีกล่ะ?

'เนื้อวากิว' ไง ไม่ยกมาโชว์โง่อีกล่ะว่า เป็นของญี่ปุ่นแท้ ๆ ไหงตีขลุมว่า 'วากิวไทย' ที่ใช้เลี้ยง APEC

ก็บอกซะเลย ที่โคราช 'บ้านเฮา' นี่แหละ เขาเลี้ยง 'โควากิว' เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน 'วากิวโคราช' โด่งดังทั้งบ้าน-ทั้งเมือง

อย่าดันทะลึ่งเอา 'หมี่กรอบข้าวซอยล้านนา' ที่เชียงใหม่มาโพสต์แซะ ว่าไทยไปเอา "ข้าวซอยของนิวยอร์ก" มาเคลมเป็นของไทยล่ะ

จะถูก ถ.สระอี บ.!

ผมเคยตาม 'พลเอกนิพนธ์ ภารัญนิตย์' รองประธานที่ปรึกษาโครงการพัฒนาราษฎรชาวไทยภูเขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ไปดู 'ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง ตามพระราชดำริ' ที่แม่ฮ่องสอนเมื่อ ๒-๓ ปีก่อน

'พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร' มีพระราชดำริให้ตั้งขึ้น ตั้่งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๓

เป็นแหล่งเรียนรู้การใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่สูง ปรับปรุงแหล่งน้ำ อนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้้ำ การปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งเพาะเลี้ยงปลาบนที่สูง

มีผู้ชำนาญการแต่ละด้านของกระทรวงเกษตรฯ คอยดูแลและวิจัยพืชพันธุ์และสัตว์

ที่ศูนย์เพาะเลี้่ยงปลา โอ้โฮ...ถ้าไม่เห็นด้วยตา ใครบอกก็ไม่เชื่อ มาเพาะพันธุ์และเลี้ยงปลาบนเขา ปลากดเงี้ย...แต่ละตัว โตเท่าขา!

และที่นี่ ทดลองเลี้ยง 'ปลาสเตอร์เจียน' ในบ่อซีเมนต์ด้วย

'ยิ้มสยาม' ทำชาวต่างชาติปลื้ม!! " I Like Your Smile " หลังนายกส่งยิ้มต้อนรับในงานประชุมเอเปค 2022

ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยภาคพื้นแปซิฟิกและอธิบดีมหาวิทยาลัยแคลิฟอเนีย ลอสแองเจลิส บอกกับนายกรัฐมนตรีว่า “I like your smile” ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่า “Thank you” พร้อมทำสัญลักษณ์ ‘I love you’ ก่อนขึ้นรถและเปิดหน้ากากโชว์ยิ้มสยามอีกครั้ง

ชาวเน็ตแห่แซะ ‘ป๋าเทพ’ หลังประกาศขายไร่ จ.ราชบุรี ฟาก ‘สันติสุข’ ฉะกลับ!! แค่ย้ายทำเล จะไปแซะทำไม

เมื่อวานนี้ (16 พ.ย. 65) เฟซบุ๊กเพจ ‘ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ’ ของ ‘ป๋าเทพ โพธิ์งาม’ ตลกอาวุโส ได้โพสต์ภาพประกาศขาย ‘ไร่ป๋าเทพ’ ใน ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เนื้อที่ 13 ไร่ โดยระบุข้อความว่า…

“ขาย!! ไร่ป๋าเทพ 13 ไร่กว่า ที่สวย บรรยากาศร่มรื่น ต้นไม้เยอะที่สุดในแถบนี้ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง สนใจติดต่อ Inbox ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ หรือ ติดต่อเบอร์โทร 085-3954415/ 094-4161555 ครับ #ไร่ป๋าเทพ #เทพโพธิ์งาม”

หลังทางเพจโพสต์ประกาศขายออกไป ก็มีแฟนๆ ของป๋าเทพ เข้ามาสอบถามจำนวนมากถึงสาเหตุที่ต้องขายไร่ โดยทางแอดมินผู้ดูแลเพจก็เข้ามาตอบว่า…

นักศึกษาไทยชุบชีวิต 'ชะลอม' ผ่านผลงานโลโก้ APEC กระตุ้นความนิยมงานจักสานสู่สังคมไทยอีกครั้ง

ทราบหรือไม่ว่า โลโก้สามสีของการประชุมผู้นําเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders Meeting) ปี 2022 ที่ปรากฏอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่ง เป็นเมืองเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ในสัปดาห์นี้นั้น เกิดจากฝีมือการออกแบบของนักศึกษาไทย วัย 21 ปี

ชวนนท์ วงศ์ตระกูลจง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือ คนเก่งที่ว่า โดยเขาได้บอกเล่าถึงกระบวนการออกแบบโลโก้สําหรับการประชุมทางเศรษฐกิจระดับโลกกับสํานักข่าวซินหัวว่า ความท้าทายอยู่ที่จะผสมผสานอัตลักษณ์ ของเอเปคเข้ากับสัญลักษณ์ของไทยได้อย่างไร 

ชวนนท์ เผยว่า ช้าง วัด หรือยักษ์ มักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของไทย แต่เขามองว่ามันธรรมดาเกินไปและอยากคิดนอก กรอบ และไม่อยากใช้สัญลักษณ์ที่ใช้กันบ่อย ๆ จึงนึกถึง 'ชะลอม' ขึ้นมา 

“เรานึกถึงต้มยํากุ้งเมื่อพูดถึงอาหารไทย หรือรถตุ๊กตุ๊กเมื่อพูดถึงการขนส่ง แล้วสัญลักษณ์ของเศรษฐกิจในไทยที่อยู่คู่กับ คนไทยมานานคืออะไร ผมนึกถึงชะลอม ซึ่งเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้งานกันมาแต่โบราณ มันจักสานขึ้นจากไม้ไผ่และเป็นงานฝีมือ ที่ยั่งยืน ซึ่งสะท้อนความสมดุลของวิสัยทัศน์การประชุมฯ ในปีนี้” ชวนนท์กล่าว 

ชวนนท์ใช้เวลาราว 3 เดือน ปรับแต่งลักษณะของชะลอมจนกลายเป็นโลโก้รูปแบบสุดท้าย โดยไผ่ที่จักสานเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นช่องว่าง 21 ช่อง สื่อถึงสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจของเอเปค ส่วนปลายชะลอมที่ชี้ขึ้นฟ้าสื่อถึงการเติบโตของเอเปค ส่วนสีต่าง ๆ อาทิ สีน้ำเงินอันเป็นสัญลักษณ์การอํานวยความสะดวก สีชมพูแห่งการเชื่อมโยง และสีเขียวที่ยั่งยืน ยัง สะท้อนหัวข้อการประชุมฯ ปีนี้ ได้แก่ 'เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล' (Open. Connect. Balance.) 

รัฐบาล ปลื้ม ผอ.สำนักเลขาเอเปคชมไทย จัดประชุมได้อย่างยอดเยี่ยมระดับโลก

รัฐบาล ปลื้ม ผอ.สำนักเลขาฯเอเปค ชมไทย จัดเอเปค ‘เวิลด์คลาส’ โชว์ภาพลักษณ์-ศักยภาพประเทศระดับโลก ชี้ ดึงอีเวนท์ใหญ่นานาชาติจัดที่ไทย กระตุ้นเศรษฐกิจกระจายรายได้ทุกภาคส่วน

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีนางรีเบคกา สตามาเรีย ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการเอเปค กล่าวในการประชุมของเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ว่า ชื่นชมการเป็นเจ้าภาพงานประชุมเอเปค 2022 ของไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่ผู้นำจากเขตเศรษฐกิจและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถกลับมาประชุมแบบพบหน้ากัน ในแง่โลจิสติกส์ สถานที่ของไทยถือว่าอยู่ในระดับเวิลด์คลาสและจัดการได้เยี่ยมยอด เป็นการจัดเตรียมงานที่เป็นเลิศ เอาใจใส่ดูแลให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีความปลอดภัย ทั้งจากการเดินทางและจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่สารัตถะการประชุม สามารถทำให้เกิดความคืบหน้าท่ามกลางความท้าทายที่เราเผชิญอยู่ ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จปีหนึ่งของเอเปค

มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA)

(16 พ.ย.65) ที่ห้องการะเกด มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA) กับมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์พิภัทรา สิมะโรจนา รองอธิการบดี ม.ราชภัฏราชนครินทร์ /นายสมเกียรติ อู่เงิน ผู้อำนวยการและทีมสถาบันพัฒนาบุคลากร สาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ /นายเมธี พรมศิลา คณะบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม /นายพิษณุพงษ์ พุ่มมะรินทร์ นักวิชาการพัฒนาฝีมือแรงงานชำนาญการ ร่วมลงนาม

ทั้งนี้จากที่คณะเทคโนโลยอุตสาหกรรม ร่วมกับ สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA) กับ มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ ได้หารือร่วมมือในการยกระดับศักยภาพบุคลากรและนักศึกษา ซึ่งทั้งนี้คณะฯ ได้มีหลักสูตรทางด้านวิศวกรรมอุตสาหกรรมที่รองรับในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การพัฒนาศักยภาพ บุคลากร และนักศึกษาจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้อง Upskill/ Reskill ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน 

การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น เพื่อทบทวนทักษะ (Re-Skill) ยกระดับทักษะ (Up-skill) สนับสนุนการฝึกอบรม สนับสนุนบุคลากรและอุปกรณ์ ที่ใช้ในการอบรม สนับสนุนให้ศึกษา วิจัย ในด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และสมองกลชั้นสูง (AI) พร้อมออกใบรับรองให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมในนามของสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์

เปิด 7 วิธี ปรับธุรกิจรอรับ ‘นทท.แดนมังกร’ หลังทางการจีน จ่อปลดล็อกนโยบาย Zero Covid

การจัดประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ปี 2565 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ ‘สี จิ้นผิง’ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย เพราะอย่าลืมว่า ก่อนที่จะมีโควิดระบาด คนจีน คือ นักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย

แม้ขณะนี้ ยังไม่มีทีท่าว่าประเทศจีนจะผ่อนคลายให้คนเดินทางออกนอกประเทศ ตามนโยบาย ‘โควิดเป็นศูนย์’ (Zero Covid ) ซึ่งก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมายอมรับว่า จากการประเมินในสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่เห็นแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางมายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก  

แต่ทว่า การที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเอเปคในครั้งนี้ จึงคาดหวังว่าจะมีการหารือแบบทวิภาคี ระหว่าง สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ของไทย โดยการเจรจาคาดว่าจะเน้นไปในทิศทางให้ทางการจีนพิจารณาผ่อนคลายมาตรการเข้าออกพรมแดนในบางมณฑล เพื่อเปิดทางให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามายังประเทศไทยอีกครั้ง

ซึ่งหากจีนมีการผ่อนคลายมาตรการเข้าออกพรมแดน ธุรกิจไทยควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างตั้งแต่เนิ่น ๆ วันนี้ทีมข่าว The States Times จะสรุปให้อ่านกัน

จากผลสำรวจล่าสุดจาก Hotels.com™ ได้ศึกษาถึงพฤติกรรมที่มีผลต่อการท่องเที่ยวชาวจีนยุคใหม่ได้น่าสนใจ ดังนี้

- นักท่องเที่ยวชาวจีนยุคใหม่ หรือยุคมิลเลนเนียม (ผู้ที่เกิดหลังปี 2533 เป็นต้นไป) ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงอย่างเห็นได้ชัดระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

- ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนดีที่สุดเป็นอันดับสอง เป็นรองแค่ประเทศญี่ปุ่น เนื่องมาจากความคล่องตัวในการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มการชำระเงินที่ครอบคลุมสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารที่รองรับภาษาจีน เช่น ป้ายข้อมูลบอกทางต่าง ๆ เป็นต้น

- นักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย (ร้อยละ 61) ในขณะที่อาหารท้องถิ่นก็มีความสำคัญไม่แตกต่างกัน 

- สิ่งที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจออกเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีน ได้แก่ ทีวี ภาพยนตร์ และโซเชียลมีเดีย 

- นักท่องเที่ยวจีนชอบการเข้าพักในที่พักไฮเทค และชอบการลองทำกิจกรรมสุดแปลกแหวกแนว ชื่นชอบการสัมผัสประสบการณ์จริง 

- นักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่นิยมใช้จ่ายเงินไปกับการรับประทานอาหารเป็นส่วนใหญ่ โดยเลือกชิมอาหาร
ท้องถิ่นที่ไม่สามารถหารับประทานที่ไหนได้ (ร้อยละ 69) และเลือกเดินตามท้องถนนเพื่อชิมอาหารท้องถิ่นแท้ ๆ (ร้อยละ 43) มากกว่าการเลือกซื้อสินค้าราคาแพง (ร้อยละ 38) 

- นักท่องเที่ยวชาวจีนชื่นชอบผลิตภัณฑ์ และงานฝีมือที่มีชื่อเสียง (ร้อยละ 56) ส่วนมากจะซื้อไปเป็นของฝาก

นี่ชี้ให้เห็นแล้วว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนเป็นแบบไหน แล้วธุรกิจไทยควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

1. ผู้ประกอบการ SME ไทยในด้านโรงแรมและที่พัก และธุรกิจร้านค้าต่าง ๆ ควรจัดหาสิ่ง
อำนวยความสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ่ายเงินที่สะดวกรวดเร็วด้วยมือถือ หรือแอปพลิเคชัน WeChat เช่น ปริ้นต์ QR Code การจ่ายเงินผ่านการสแกนติดไว้หน้าร้าน หรือเคาน์เตอร์จ่ายเงิน

2. ติดป้ายบอกข้อมูลบอกทาง หรือข้อมูลสินค้าต่าง ๆ สินค้านั้นควรมีเรื่องราวดึงดูดหรือน่าสนใจ ให้นักท่องเที่ยวจีนเห็นแล้วอยากซื้อ

‘เทมส์ ไกรทัศน์’ วอนอย่าทำเสียบรรยากาศเอเปค ชี้ เป็นโอกาสสำคัญฟื้นท่องเที่ยวหลังวิกฤตโควิด

นายเทมส์ ไกรทัศน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต  พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า วันนี้เราคงรู้กันดีอยู่แล้วว่า เรากำลังเข้าสู่ห้วงเวลาสัปดาห์การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค #APEC2022THAILAND เป็นเวลาและโอกาสสำหรับประเทศไทยที่จะได้แสดงศักยภาพของประเทศ รวมถึงการเน้นย้ำความเป็นผู้นำโลกในเรื่องของการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองระดับสำคัญและผู้มาเยือนจากทั่วโลก 

ขณะเดียวกัน ห้วงเวลานี้ของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและโดยเฉพาะชาวภูเก็ตที่เป็นธุรกิจท่องเที่ยวและบริการทั้งจังหวัดเกือบ 100% เรากำลังมีการเปิดฤดูการท่องเที่ยว ที่จะเป็น High Season แรกที่เราจะทำมาหากินกันได้อย่างเต็มที่ หลังวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 

รองต่อศักดิ์ลงพื้นที่ จ.ประจวบฯ-ชุมพร ตรวจเยี่ยมด่าน ตรวจความมั่นคง เน้นย้ำกำลังพลเพิ่มความเข้มในการปฎิบัติหน้าที่ช่วงการประชุมเอเปค 2022

เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 16 พ.ย.2565 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. ( ปป.) พล.ต.ต. ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รองผบช.ก. เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพล จุดตรวจมั่นคงห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมารอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.วันชัย ธารณธรรม ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธุ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รองผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.นนท์ ภักดีพันธ์ ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.อ.พรรณศักดิ์ เพรียวพานิช รอง ผบ.ฉก.จงอางศึก และ น.ส.วิยะรัตน์ หนูเอกปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.ทับสะแก ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปภารกิจ โดยด่านตรวจแห่งนี้เป็นหนึ่งในหลายๆด่านตรวจถาวร ที่เป็นเส้นทางคมนาคมสายหลัก โดยมีการปฏิบัติร่วมกันหลายหน่วยงานทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองร่วมปฎิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2565 จนถึง 20 พ.ย. 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 ด่านตรวจแห่งนี้ได้เพิ่มมาตรการในการตรวจค้น และเฝ้าระวังกลุ่มบุคคนที่เป็นเป้าหมายด้านความมั่นคงมากขึ้นเป็นพิเศษ

ผบ.ตร.มอบรางวัลให้พลเมืองดี และตำรวจนาจอมเทียน ช่วยเหลือเด็กหญิงสาวถูกลักพาตัว รวมถึง สวป.มักกะสัน เจรจาต่อรองหนุ่มพม่า จะกระโดดสะพาน ในโครงการ 'ทำดี มีรางวัล'

(16 พ.ย. 65) เวลา 10.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบรางวัลโครงการ 'ทำดี มีรางวัล' 2 ราย รายแรกเป็นกรณี พลเมืองดี และตำรวจ เข้าช่วยเหลือ ด.ญ.วัย 13 ปี จากการถูกลุงแท้ ๆ กำลังพาไปกระทำอนาจาร ส่วนอีกราย สวป.มักกะสัน เกลี่ยกล่อมหนุ่มชาวเมียนมาที่พยายามจะกระโดดสะพานยกระดับฆ่าตัวตาย 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า กรณีปรากฎคลิป 2 เหตุการณ์ จนมีกระแสชื่นชมการปฏิบัติงานของตำรวจ และพลเมืองดีในสื่อสังคมออนไลน์นั้น 

กรณีแรก เมื่อวันที่ 12 พ.ย.65 เวลาประมาณ 15.00 น. นายสุขุม ผาติเสนะ อายุ 25 ปี พลเมืองดี ขณะขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาประสบเหตุเด็กหญิงวัย 13 ปี ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มีชายสูงวัยอายุราว 50 ปี เป็นผู้ขับขี่ เด็กหญิงได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ “ช่วยด้วย ช่วยด้วย” บริเวณถนนชุมชนยายร้า อ.บ้านฉาง จว.ระยอง จึงได้โทรศัพท์แจ้งเหตุ 191 พร้อมกับขับขี่รถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จากนั้นได้มี ส.ต.ต.พีรพัฒน์ เอี่ยวศิริ และ ส.ต.ต.สุรศักดิ์ ชัยชุมพร ผบ.หมู่ (ป.) สภ.นาจอมเทียน สายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.นาจอมเทียน จว.ชลบุรี เข้าระงับเหตุติดตามสกัดจับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว และขับขี่ประกบกับคนร้ายได้ รวมระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร โดยขณะคนร้ายลดความเร็วเพื่อกลับรถหลบหนี เด็กหญิงจึงใช้จังหวะดังกล่าวกระโดดลงจากรถจักรยานยนต์ แล้ววิ่งหลบไปพักอยู่ในรถกับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้ขับไล่ติดตามคนร้ายต่อไป และพยายามจะสกัดรถของคนร้าย จนเฉี่ยวชนกันทำให้รถจักรยานยนต์สายตรวจเสียหลักคว่ำไป เป็นเหตุให้ตำรวจสายตรวจทั้ง 2 นาย ได้รับบาดเจ็บแต่คนร้ายสามารถประคองรถ แล้วขับหลบหนีต่อไปได้  ปัจจุบันเด็กหญิงได้อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว จว.ระยอง ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของนายสุขุม ผาติเสนะ พลเมืองดี ส.ต.ต.พีรพัฒน์ เอี่ยวศิริ  และ ส.ต.ต.สุรศักดิ์ ชัยชุมพร ผบ.หมู่ (ป.) สภ.นาจอมเทียน สมควรได้รับการเชิดชูเกียรติ ยกย่องสรรเสริญ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจและสังคม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top