Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

หน้าฉากเล่นบท ‘พระเอก’ เคยช่วยสอนยูเครนกู้ระเบิด สวมวิญญาณผู้รักสันติภาพแต่แอบลอบวางกับระเบิดเสียเอง

(21 ก.ค. 68) ระเบิดจำนวนกว่า 300 ลูกที่เพิ่งถูกพบวางอยู่ในเขตชายแดนไทยบริเวณช่องบก จังหวัดสุรินทร์ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ควรถูกมองข้ามไปเฉยๆ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกหน่วยงานของไทยเคลียร์สนามทุ่นระเบิดจนปลอดภัยและส่งมอบให้ฝ่ายปกครองไปแล้วตั้งแต่ปี 2564 แล้วจู่ ๆ กับระเบิดใหม่จึงกลับมาปรากฏในจุดเดิมอีกครั้ง ทั้งหมดนี้ทำให้ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกตว่า ระเบิดเหล่านี้ไม่ได้หลงเหลือจากยุคเก่า แต่น่าจะเป็นของใหม่ที่ถูกนำมาวางจงใจ

และคำถามสำคัญที่สังคมไทยและประชาคมโลกควรถามในเวลานี้ก็คือ ระเบิดเหล่านี้ กัมพูชาเอามาจากไหน?

เมื่อย้อนกลับไปกลางปี 2023 สื่อ VOA News รายงานว่า เจ้าหน้าที่จากกัมพูชาได้ถูกส่งไปยังโปแลนด์เพื่อฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ยูเครนให้สามารถเก็บกู้ระเบิดจากสนามรบได้ ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกตว่า ความเชี่ยวชาญที่กัมพูชาอ้างว่าสั่งสมมานั้น ไม่ได้มาจากจิตวิญญาณของผู้รักสันติภาพ แต่มาจากประสบการณ์ตรงในการวางกับระเบิดและใช้อาวุธสงครามในพื้นที่ของผู้อื่น

ในเมื่อระเบิดในสนามรบยูเครนจำนวนมากเป็นของรัสเซีย และกัมพูชาได้เข้าไปมีบทบาทในกระบวนการเก็บกู้ มีหรือที่สิ่งเหล่านี้จะไม่มีการเล็ดลอด การขนย้าย หรือการนำกลับมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่น โดยเฉพาะบริเวณชายแดนที่ยังเป็นจุดพิพาท ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกตว่า ระเบิดบางส่วนอาจไม่ได้ถูกทำลาย หากแต่ถูกสงวนไว้เพื่อภารกิจอื่นที่ไม่เปิดเผย

สิ่งที่ย้อนแย้งที่สุดในสถานการณ์นี้ก็คือ กัมพูชาที่สวมหน้ากาก "พระเอกผู้ช่วยยูเครน" กลับอาจเป็นผู้วางกับระเบิดใกล้บ้านเราเสียเอง

นี่ไม่ใช่เพียงความหน้าด้านทางการทูต หากแต่คือการใช้เวทีโลกสร้างภาพลวงตาให้คนทั่วไปหลงเชื่อว่าตนคือผู้เชี่ยวชาญด้านสันติภาพ ขณะเดียวกันก็ยังละเมิดอนุสัญญาออตตาวา วางกับระเบิดใหม่ในพื้นที่เพื่อนบ้าน และไม่เคยแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทหารไทยเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปิดโปงพฤติกรรมย้อนแย้งนี้ให้ประชาคมโลกได้รับรู้ กัมพูชาไม่ควรได้รับเสียงปรบมือจากเวทีโลก ตราบใดที่ยังใช้ระเบิดเป็นเครื่องมือทางการเมืองและความมั่นคงกับประเทศที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด

ปธน.ฟิลิปปินส์ แลนด์ดิ้งสหรัฐฯ เตรียมพบ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ หารือความมั่นคง-ทะเลจีนใต้-เจรจาลดภาษีสินค้านำเข้า 20%

(21 ก.ค. 68) เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือ ‘บองบอง’ ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เตรียมหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว โดยมีวาระหลักคือความมั่นคงในภูมิภาค การคงความร่วมมือในสนธิสัญญาป้องกันร่วม และสถานการณ์ทะเลจีนใต้

นอกจากนี้ มาร์กอสมีกำหนดเข้าพบรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) และรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ที่กระทรวงกลาโหม ก่อนร่วมประชุมกับผู้นำภาคธุรกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และกลุ่มที่สนใจลงทุนใน ‘ลูซอน อีโคโนมิกคอร์ริดอร์’ ซึ่งเป็นโครงการระเบียงเศรษฐกิจภายใต้ความร่วมมือฟิลิปปินส์-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเรื่องภาษีนำเข้าสินค้าฟิลิปปินส์ ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บในอัตราสูงถึง 20% ซึ่งฟิลิปปินส์หวังจะเจรจาให้ลดลง พร้อมปูทางสู่ข้อตกลงการค้าเสรีในอนาคต

ส่วนประเด็นนโยบายคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ แม้จะไม่อยู่ในวาระการหารือ แต่มาร์กอสระบุว่าจะเคารพกฎหมายอเมริกัน และพร้อมรับคนฟิลิปปินส์ที่ถูกสั่งเนรเทศกลับประเทศ

‘เก่ง เมธี’ อดีตเสื้อแดง อัปเดตชีวิตในเรือนจำบอกสุขสบายชั้นดีมาก ฝาก FC อีกไม่นานเจอกัน

เมื่อวันที่ (18 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘รอเฮียเมธีกลับมา’ ได้โพสต์ข้อความซึ่งระบุว่าเป็นจดหมายจากในเรือนจำของ ‘เก่ง เมธี อมรวุฒิกุล’ อดีตคนเสื้อแดง ว่า 16-07-68 ( จดหมายจากคุณเมธี )
ในช่วง 1 ปี ที่ผมอยู่ในนี้ 
ผมได้รับความรักจากน้องๆๆที่อยู่ข้างใน 
และได้รับความรักจาก FC ทุกคนจากข้างนอก 
มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากๆๆ
รายชื่อจากคนที่เคยเป็นคนแปลกหน้า 
กลายเป็นบุคคลที่ฝากเงิน ฝากค่าขนม 
และดูแลผม ทุกๆๆเดือน ผมซาบซึ่งใจ 
น้องๆๆข้างใน ต่าง งง กันเป็นไก่ตาแตก 
FC เฮียเขาดูแลเฮียกันจริงจังนะเนี้ย 
ของกิน ของใช้ และอาหารเมนูพิเศษ 
ของเฮียไม่เคยพร่องเลย... 
"ผมไม่รู้จักเฮียแต่ดูแล้ว FCคงรักเฮียมาก" 

นักโทษในนี้ 98% เป็นนักโทษไร้ญาติ 
โดนทอดทิ้ง ไม่มีใครมาเยี่ยม ต้องชนหลวง 
ถ้าเทียบแล้ว ผมก็เหมือนโชคดีกว่าคนอื่นในนี้มาก
 "อยู่ข้างใน เฮียฮ๊อตมากนะ 55" 

วันนี้ผมทราบข่าว ว่ายังมีคนเสื้อแดงหลายคน 📌
ยังติดคุก ถูกจองจำอีกหลายชีวิต 
บางคนโทษตลอดชีวิต บางคนโทษ160 ปี 
คนเสื้อแดงในปี 53 
ต้องแบกวิบากกรรมครั้งนี้ไปด้วยกัน 
บางคนตายในสนามรบ ก็ จบ 
แต่บางคนที่รอด ก็ต้องมาติดคุก 
เหมือนตายทั้งเป็น ไม่ต่างกัน... 
(***โทษหนักๆๆกันทั้งนั้น ) 📌

ผม โชคดีมากๆๆที่มีน้องหนิง และFC คอยดูแล 
และ ให้กำลังใจ ทำให้ผมได้ปลดล๊อคและปล่อยว่าง ทุกอย่างข้างในได้ อย่างสบายใจ 
"อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้ " 
คำนี้ใช้ได้จริง 

ตอนนี้ผมอยู่ "ชั้นดีมาก " 
มีร่วมอบรม และทำกิจกรรมหลายอย่าง 
ทั้งสาธา ทั้งกิจกรรมโคกหนองนา 
ซ้อมมวย สอนมวย ให้ความรู้น้องๆๆ 
ว่างๆๆก็นั่งดูข่าว 
วิเคราะห์ข่าวให้น้องๆๆข้างในฟัง 
ตื่นเช้ามา โต๊ะผม จะเหมือนสภากาแฟ 
มีขนมปัง กาแฟ โอวันติน นั่งคุยกันสนุกสนาน 
แค่เปลี่ยนสถานที่ เป็นในเรือนจำแทน555 
รอผมหน่อยนะคับเดี๋ยวคงได้เจอกันเร็วๆนี้ 
ฝากเอ็นดูน้องหนิงด้วยนะคับ 
ผมกลับมา น้องหนิงคงได้เบาแรงไปเยอะ 
ผมขอบคุณความรักที่เหนี่ยวแน่น ในการดูแลผม
 ตลอดระยะเวลาที่ผม ถูกจองจำ 
ขอบคุณที่ฝากค่าขนม และดูแลมื้ออร่อย 
อาหารอร่อย ให้ผมทุกๆๆมื้อ
 "ผมจะไม่มีวันลืม น้ำใจจากทุกคน "🙏🙏
 ***ช่วงนี้การเมือง วุ่นวายมาก มีรัก มีหักหลัง 
เหมือนซีรีย์ ถ้าผมอยู่ข้างนอกปานนี้ คงได้Live สด มันทุกวัน 
🧡 คิดถึงFC ทุกคน นะคับ 
อีกไม่นานคงได้เจอกัน เร็วๆๆนี้

นักวิทย์ฯ เตือน!! ภูเขาไฟในคัมชัตกาเริ่มแสดงสัญญาณผิดปกติ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงใกล้ ‘รัสเซีย-ญี่ปุ่น-อะแลสกา’

(21 ก.ค. 68) เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 3 ครั้งบริเวณชายฝั่งแปซิฟิกของรัสเซีย ใกล้เมืองเปโตรปาโวลอฟสค์-คัมชัตสกี้ โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดมีขนาด 7.4 ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก (PTWC) รายงานว่าอันตรายจากคลื่นสึนามิในคาบสมุทรคัมชัตกาหมดไปแล้ว หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวหลายครั้งในทะเลใกล้เคียง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองเปโตรปาโวลอฟสค์-คัมชัตสกี้ประมาณ 140 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคคัมชัตกาและมีประชากรกว่า 160,000 คน แผ่นดินไหวสามครั้งเกิดขึ้นในเวลาเพียง 32 นาที ลึกประมาณ 20 กิโลเมตร ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ทางการรัสเซียประกาศเตือนสึนามิหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งที่สอง และขอให้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกได้ยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมา ส่วนฮาวายเองก็ยกเลิกคำเตือนสึนามิที่ออกมาก่อนหน้านี้ด้วย

นอกจากนี้ ยังพบปรากฏการณ์เมฆเลนติคูลาร์ (Lenticular Clouds) ที่หายากเหนือปล่องภูเขาไฟในคัมชัตกา ซึ่งมีลาวาเรืองแสงอยู่ภายใน นักวิทยาศาสตร์รายงานว่าเกิดกิจกรรมแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นที่ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นสูงสุดในยูเรเซีย ซึ่งอาจบ่งชี้การเคลื่อนตัวของแมกมาใต้ดินลึก แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การปะทุครั้งใหญ่หรือไม่ 

‘บอริส จอห์นสัน’ ยอมรับเศร้า คนอังกฤษสนใจยูเครนลดลงเรียกร้องยุโรปยึดทรัพย์รัสเซีย ย้ำ!! UK ยังมีบทบาทสำคัญในสงคราม

(21 ก.ค. 68) บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) อดีตนายกฯ อังกฤษ ให้สัมภาษณ์กับ The Telegraph ว่ารู้สึก “ค่อนข้างเศร้า” ที่ประชาชนอังกฤษสนใจประเด็นยูเครนน้อยลง ทั้งที่เป็นเรื่อง “อันดับหนึ่ง” สำหรับเขา พร้อมระบุว่า อังกฤษยังมีบทบาทสำคัญ แต่ไม่ใช่ผู้นำเชิงความคิดอย่างที่เคยเป็น

ในงานที่สถานทูตยูเครน ณ กรุงลอนดอน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อต้อนรับทหารผ่านศึก จอห์นสันกล่าวว่า แม้ตอนนี้เขายังไม่คิดกลับเข้าสู่การเมือง แต่ก็ยังตั้งใจสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ เขายังเรียกร้องให้ประเทศในยุโรปยึดทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกแช่แข็งไว้กว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ แล้วนำเงินก้อนนั้นส่งต่อให้ยูเครน โดยมองว่าเป็น “เงินงวดแรก” ของค่าชดใช้ที่รัสเซียควรต้องรับผิดชอบ

บอริส จอห์นสัน กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนับสนุนแนวคิดให้ยึดทรัพย์สินของรัสเซีย แม้บางฝ่ายจะกังวลว่าอาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ พร้อมเน้นว่าพรรคการเมืองควรนำเสนอแผนงานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยมองเห็นอนาคตที่จับต้องได้

จอห์นสันยังพูดถึงกรณีข้อมูลลับของชาวอัฟกานิสถานรั่วไหลว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องปกป้องชาวอัฟกันซึ่งเคยช่วยเหลืออังกฤษจากการถูกตาลีบันตามล้างแค้น เขายืนยันว่าไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับคำสั่งห้ามสื่อรายงานข่าว (super-injunction) ที่ถูกนำมาใช้ในกรณีนี้

ขณะเดียวกัน พรรคอนุรักษ์นิยมยังเผชิญวิกฤตความนิยมตกต่ำ โดยผลสำรวจล่าสุดจาก YouGov ชี้ว่า พรรค Reform UK มีคะแนนนำที่ 26% ตามด้วยพรรคแรงงาน 24% ส่วนพรรคอนุรักษ์นิยมรั้งท้ายเพียง 17% ส่งผลให้ เคมิ บาเดอโนก (Kemi Badenoch) ผู้นำพรรคคนใหม่ เตรียมมุ่งสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน ก่อนจะเปิดตัวนโยบายหลักในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติประณาม เหตุลอบวางทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา

(21 ก.ค. 68) ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ลักลอบนำทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเข้ามาวางในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่อธิปไตยของประเทศไทย

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลกองทัพไทยได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดยหนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสและพิการถาวรจากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด พบว่าเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดใหม่ที่ถูกวางซ้อนกันในลักษณะสนามทุ่นระเบิดและกระจายตัวหลายจุดตามแนวชายแดนในเขตพื้นที่อธิปไตยไทย ทุ่นระเบิดดังกล่าวมีอยู่ในระบบอาวุธปกติของกองทัพไทยและมีลักษณะมุ่งหมายเพื่อก่ออันตรายต่อกำลังพล เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ

ศทช. ประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรงและขอคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการกระทำใด ๆ ที่อาจถือเป็นการละเมิดพันธกรณีและบรรทัดฐานของอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต โอน และทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Mine Ban Treaty หรือ Ottawa Convention) ทั้งนี้ เนื่องจากทั้งราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทยต่างเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาฉบับนี้และให้คำมั่นที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างครบถ้วน

ในฐานะหน่วยงานหลักของประเทศไทยในด้านปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ศทช. เรียกร้องให้ราชอาณาจักรกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเปิดเผยและเป็นรูปธรรม ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีกในอนาคต

นอกจากนี้ ศทช. ยังเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาหยุดการขัดขวางการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของฝ่ายไทยตามแนวชายแดน และให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการดำเนินงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความมั่นคงให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ตลอดจนเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบร่วมกันในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งมีพันธกรณีในการสนับสนุนสันติภาพ ความมั่นคงของมนุษยชาติ และผลกระทบที่อาจถูกตีความจำแนกต่อพลเรือน

ยูเครนเดินเกมถล่มรัว!! ส่งโดรนโจมตีหลายเมืองใหญ่ในรัสเซีย กระทบ 4 สนามบินต้องปิดชั่วคราว เที่ยวบิน 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก

(21 ก.ค. 68) สนามบินใหญ่ในกรุงมอสโก 4 แห่ง ได้แก่ เชเรเมเตียโว (Sheremetyevo), โดโมเดโดโว (Domodedovo), วนูกอวอ (Vnukovo) และซูโคฟสกี (Zhukovsky) ต้องปิดชั่วคราว หลังรัสเซียถูกโจมตีด้วยโดรนจากยูเครนอย่างต่อเนื่อง มีโดรนกว่า 230 ลำถูกสกัดทั่วประเทศ รวมถึง 27 ลำเหนือกรุงมอสโก ส่งผลให้เที่ยวบินกว่า 140 ไฟลต์ถูกยกเลิก และกว่า 130 ไฟลต์ต้องเปลี่ยนเส้นทาง

นอกจากมอสโก สนามบินในแคว้นคาลูกาทางตะวันตกเฉียงใต้ก็ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่าสกัดโดรนได้ 45 ลำในพื้นที่นี้ ขณะที่โดรนจากยูเครนยังถูกสอยในเมืองชายแดนอย่างรอสตอฟ บรียานสก์ และเหนือน่านน้ำทะเลดำ

นอกจากนี้ รัสเซียยังคงโจมตียูเครนทางอากาศต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายในหลายภูมิภาค รวมถึงโดเนตสค์ ซูมี คาร์คิฟ และดนีโปรเปตรอฟสค์ ด้านยูเครนระบุว่าสามารถยิงโดรนของรัสเซียตกได้ 18 จากทั้งหมด 57 ลำในคืนวันเสาร์

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เสนอเปิดการเจรจารอบใหม่กับรัสเซีย พร้อมแสดงความพร้อมพบปูตินแบบตัวต่อตัว ด้านโฆษกเครมลินย้ำว่ารัสเซียยังต้องการสันติภาพ แต่จะไม่หยุดยั้งจนกว่า “เป้าหมาย” จะบรรลุ ขณะที่ทรัมป์ประกาศส่งอาวุธขั้นสูงให้ยูเครน และขู่เก็บภาษีรัสเซียหากไร้ข้อตกลงภายใน 50 วัน

เด็กไทยเจ๋ง คว้า 6 รางวัลเวทีคณิตศาสตร์โอลิมปิก พิชิต 1 ทอง 2 เงิน 2 ทองแดง 1 เกียรติคุณประกาศ

เมื่อวันที่ (20 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก Olympic ipst ปัง ปัง ปัง มาแล้ว..สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ กับผลงานของ 6 หนุ่ม จากการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2568 (66th IMO 2025) ระหว่างวันที่ 10 – 20 กรกฎาคม 2568 ณ เครือรัฐออสเตรเลีย 

คณะผู้แทนประเทศไทย ประกอบด้วย 
1. นายพัฒนแสง พินิจพิชิตกุล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  รางวัลเหรียญทอง 
2. นายดรณ์ สว่างทรัพย์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รางวัลเหรียญเงิน 
3. นายสิรภพ ขาวพลัด โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รางวัลเหรียญเงิน 
4. นายนภนต์ อภินทนาพงศ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รางวัลเหรียญทองแดง 
5. นายเกียรติภูมิ สิเจริญ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล รางวัลเหรียญทองแดง 
6. นายกรชวัลร์ ตันติวิเศษศักดิ์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ รางวัลเกียรติคุณประกาศ

และคณะอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ประกอบด้วย
1. ดร.สริตา บุณย์ศุภา บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด หัวหน้าทีม           
2. รศ.ดร.ธีระเดช กิตติภัสสร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองหัวหน้าทีม             
3. ดร.ศุภณัฐ คำตื้อ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยหัวหน้าทีม               
4. นายวีรชัย นีรนาทวงศ์ นักวิชาการอิสระ ผู้ช่วยหัวหน้าทีม            
5. ดร.ธนวิทย์ จิรุพันธ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้ช่วยหัวหน้าทีม                  
6. นายจเร ปานเมือง สสวท. ผู้จัดการทีม

ทั้งนี้ คณะผู้แทนประเทศไทยมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทย ในวันจันทร์ที่ 21 ก.ค. 2568 โดย สสวท. กำหนดจัดพิธีแสดงความยินดี ในเวลา 07.00 น. บริเวณประตู 1 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 

จับตา!! ความร่วมมือทางทหาร ‘อิหร่าน-รัสเซีย’ ผนึกกำลังซ้อมรบทางทะเลครั้งใหญ่ในทะเลแคสเปียน

(21 ก.ค. 68) อิหร่านและรัสเซียเตรียมจัดซ้อมรบร่วมกันทางทะเลภายใต้ชื่อ “CASAREX 2025” ในทะเลแคสเปียน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อทดสอบความพร้อมในการกู้ภัยและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเล พร้อมเชิญตัวแทนจากประเทศเพื่อนบ้านรอบทะเลแคสเปียนเข้าร่วมสังเกตการณ์

การฝึกซ้อมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร่วมมือเพื่อความปลอดภัยของทะเลแคสเปียน” โดยกองเรือภาคเหนือของกองทัพเรืออิหร่านเป็นเจ้าภาพ และจะจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อนเพื่อฝึกการประสานงานระหว่างหน่วยงานทางเรือ

กำลังหลักในการฝึกมาจากกองทัพเรืออิหร่าน กองทัพเรือ IRGC (กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม) ตำรวจทางทะเลอิหร่าน รวมถึงเรือและเจ้าหน้าที่จากกองทัพเรือรัสเซีย

สำหรับ CASAREX 2025 มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางทะเลในภูมิภาค สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศรอบทะเลแคสเปียน และตอกย้ำความร่วมมือทางทหารที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างอิหร่านกับรัสเซียในภูมิภาคยุทธศาสตร์นี้

พล.ต.อ.วิระชัย ก่อเหตุ!! เปิดศึกสายเลือด ชิงอำนาจบริษัทหมื่นล้าน บุก!! ขโมยเอกสารบริษัทขณะบวช ชี้!! ร้ายแรงเท่ากับ การเสพเมถุน

(20 ก.ค. 68) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผบ.ตร. งานเข้าอีกแล้ว โดนบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานหมุนเวียน 2 แห่ง ส่งฝ่ายกฎหมายแจ้งความ สน.บางรัก ข้อหาลักทรัพย์ สัญญาซื้อขาย และเอกสารสำคัญอื่นๆ ของบริษัท

ที่พีคมากก็คือ หลักฐานภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ของบริษัท เผยให้เห็นว่า พล.ต.อ.วิระชัย ลงมือก่อเหตุ ในขณะบวชเป็นพระ เลยทีเดียว ตามหลักพุทธศาสนา เท่ากับว่าในขณะนั้น พระวิระชัย ต้องปาราชิก ขาดจากความเป็นพระไปเรียบร้อยแล้ว เพราะการลักทรัพย์ ถือเป็นโทษที่ ร้ายแรงเท่ากับการเสพเมถุน

ท่ามกลาง กระแสข่าวพระราคะครองเมือง ก่อเรื่องเสพสีกา โกงเงินวัด เต็มไปหมด ไปๆมาๆ ดันมีอดีต บิ๊กตำรวจที่ไปบวชเป็นพระ ส่อว่าไปกระทำผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรงไม่แพ้กัน แล้วอะไรคือแรงจูงใจ ให้พระภิกษุ ต้องบุกไป ฉกเอกสาร สำคัญของบริษัทดังกล่าว?
เรื่องของเรื่องก็คือ พล.ต.อ.วิระชัย ก็เป็นหนึ่งในเจ้าของบริษัททั้งสอง โดยถือหุ้นอยู่ ประมาณ 22%

อันส่งผลให้เขาเคยมีฉายาว่า ตำรวจหมื่นล้าน มีทรัพย์สมบัติ ติด 50 อันดับ เศรษฐีเมืองไทย
พออกหักจากชีวิตราชการ ไม่สามารถขึ้นเป็น ผบ.ตร. อย่างที่หวัง อันเนื่องจาก ดันไปเดินทางผิดกับบิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล จนจูงมือลงเหวไปด้วยกัน

พล.ต.อ.วิระชัย ก็เป็นกระแสข่าวฮือฮา เมื่อลาบวช พร้อมประกาศว่า จะเป็นการบวชตลอดชีวิต หลังจากที่เคย บวชๆ สึกๆ มาแล้วหลายครั้งกลายเป็นชายหลายโบสถ์ เวลามีสื่อไปสัมภาษณ์ ก็บอกว่า ชีวิตได้พบความสุขแท้จริงแล้ว ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ สามารถปล่อยวางธุรกิจ 10,000 ล้านให้ลูกๆ ดูแล
จากวัดในกรุงเทพฯ พระวิระชัย ย้ายไปจำวัดที่วัดพุทธเมตตาบุญญานุภาพ อ.เถิน จ.ลำปาง เพราะที่นั่นมีพระอาจารย์กิตติเชษฐ์ ซึ่งเป็นตำรวจเก่าเหมือนกัน เป็นเจ้าอาวาส โดยพระอาจารย์กิตติเชษฐ์ จบ นรต.รุ่น 38 เป็นรุ่นน้องของ พระวิระชัย 1 รุ่น

เมื่อพระอาจารย์กิตติเชษฐ์ ย้ายมาเปิดที่พักสงฆ์ ธรรมสถานมูลนิธิพุทธมหาเมตตา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พระวิระชัยก็ติดตามมาด้วย
ภายใต้บุคลิกที่ดูเคร่งน่าเลื่อมใส แต่มีคนน้อยมาก ที่จะรู้ความจริงว่า แท้จริงแล้ว พระวิระชัย อยู่ในสภาพ ผ้าเหลืองร้อนรุ่มอยู่เนืองๆ โดยคนหนึ่งที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดก็คือ

น.ส.จิรฐา ดำเนินชาญวนิชย์ ภรรยาเก่าของพระวิระชัยนั่นเอง อดีตเธอเป็น ลูกสาวของเสี่ยกิตติ ดำเนินชาญวนิชย์ เจ้าของ สวนป่ากิตติ และผู้ก่อตั้งบริษัทกระดาษดับเบิลเอ

ส่วนผู้เป็นสามีอย่าง พล.ต.อ.วิระชัย ก็เหมือนหนูตกถังข้าวสาร ฉายาตำรวจหมื่นล้าน ได้มา จากฐานะของฝ่ายภรรยาล้วนๆ ปัจจุบัน น.ส.จิรฐา นั่งเป็นประธานบริษัท ช่วยกันบริหารบริษัท ร่วมกับ ลูกชายที่เกิดกับพล.ต.อ.วิระชัย รวม 3 คน

ช่วงที่บวชอยู่ พระวิระชัย ก็เคลื่อนไหวเงียบๆ ตลอดมา จะขอมาคุมบริษัทเอง แต่ถูกต่อต้านจากภรรยาเก่า ขณะที่ลูกๆ ของเขา ก็เลือก ยืนข้างแม่กันทุกคน เพื่อกล่อมให้พระวิระชัย เลิกล้ม ความตั้งใจที่จะมายุ่งกับบริษัท ภรรยาเก่าถึงกับสั่งให้จ่ายเงินเดือนให้ถึงเดือนละ 1 ล้านบาทฟรีๆ โดยไม่ต้องทำงานใดๆ แต่เงินเดือน 1 ล้าน ไม่พอซื้อใจพระวิระชัย ซึ่งเขาลงมือก่อเหตุบุกเข้าไปในบริษัท ใจกลางกรุง ทั้งที่ยังมีจีวรคลุมร่าง ไปนำเอกสารสำคัญของบริษัทออกมา คงเป็นเพราะต้องการมีอำนาจในบริษัท

ขณะที่ทางบริษัทก็ทราบดี แต่เก็บหลักฐานคลิปภาพเหตุการณ์ไว้นาน เพิ่งจะมาปล่อยออกสื่อเป็นหมัดน็อก เมื่อส่งฝ่ายกฎหมาย เอาผิดคดีอาญา พระวิระชัย สึกราวเดือนเมษายนปีนี้ แต่ระหว่างที่ พระวิระชัยยังห่มเหลืองอยู่นั้น อดีตภรรยาซึ่งรู้จักกับ พระผู้ใหญ่มากมาย ก็ได้ร้องเรียน พฤติกรรมของพระวิระชัย ที่ยังไม่ยอมอยู่สงบๆ เพื่อให้พระผู้ใหญ่ กล่อม ให้พระวิระชัย สึกไป เมื่อยอมสึกออกมา พล.ต.อ.วิระชัย ก็ลุยร้องเรียนต่อคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. จนบริษัทถูกสอบสวน เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย นำมาสู่การแตกหัก แจ้งจับและเปิดโปงกันแบบ ไม่ไว้หน้าอีกต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top