Friday, 6 November 2026
Hard News Team

‘เพื่อไทย’ เฉ่ง ‘ส.ว.’ ลามากสุดในประวัติศาสตร์ เจตนาชัดไม่อยากถูกตัดอำนาจเลือกนายกฯ

(8 ก.พ. 66) ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทยนำโดย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย, น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีที่การประชุมร่วมรัฐสภานัดพิเศษล่มในวันนี้

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า เราอยู่ในการพิจารณารัฐธรรมนูญที่สำคัญ เป็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นข้อเรียกร้องของประชาชน ที่เราทราบกันดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ รวมถึงมาตราที่เรานำเข้าสู่สภาฯ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 159 และมาตรา 272 ล้วนเป็นมาตราที่เป็นปัญหา ทำให้ประเทศไม่สามารถเกิดประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เราเองต้องการเพียงความร่วมไม้ร่วมมือกับเพื่อนสมาชิก เพื่อทำให้สภาฯ เดินหน้าต่อได้

นายสุทิน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะองค์ประชุมที่ล่มหลายครั้งจะเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญมาก แต่คราวนี้เป็นการประชุมวาระที่สำคัญที่สุด คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การล่มในวันนี้เป็นที่ทราบว่า เป็นการพยายามทำให้ล่มซึ่งทำมาแล้ว 2 ครั้ง ในครั้งที่แล้ววาระดังกล่าวก็ถูกขัดขวางจากสมาชิกวุฒิสภา ว่าเป็นการบรรจุวาระที่ไม่ถูกต้องบ้าง ไม่เชิญ ส.ว.ในการหารือบ้าง จึงทำให้เป็นเหตุให้การประชุมครั้งที่แล้วล้ม 

แต่ในคราวนี้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญวิปทั้ง 3 ฝ่ายหารือกันก่อน แต่ท้ายที่สุดก็ทำให้เห็นว่า ความพยายามที่จะทำให้การประชุมล่มก็ไม่เปลี่ยนไป ทั้งนี้มี ส.ว. อยู่ร่วมประชุมน้อยมาก ทางประธานก็รอจนถึงที่สุด แต่ก็ล่มเพราะ ส.ว. มากันน้อยมากกว่าทุกครั้ง กล่าวได้ว่า "ล้มครั้งนี้ก็เพราะ ส.ว.เป็นฝ่ายทำให้ล้ม" มองเจตนาอื่นไปไม่ได้ เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เป็นการแก้ไขกระทบโดยตรงกับ ส.ว. จึงคิดว่า ส.ว.คงรับไม่ได้ จึงใช้วิธีนี้

8 ปี ‘ประยุทธ์’ บริหารแบบไม่เอาใจประชาชน แต่ทำที่ทุกคนได้ในผลประโยชน์รวมเชิงประจักษ์

เห็นข่าว ‘บิ๊กตู่’ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใส่อารมณ์เล็กๆ ให้ชวนสงสัย กับคำพูดซึ่งได้กล่าวถึงการใช้งบประมาณสำหรับการดูแลประชาชนต่อผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า…

“ที่ผ่านมาเราใช้งบประมาณดูแลประชาชนเป็นล้านล้านบาทแล้ว ถือเป็นจำนวนไม่น้อย และเราดูแลเต็มที่แล้ว ถ้าจะเพิ่มงบไปอีก 8 แสนล้านบาทตามที่บางพรรคการเมืองเสนอ ตนไม่ได้พูดว่าพรรคไหน แต่ใครเป็นรัฐบาลไปดูเอาเองแล้วกัน ฝากดูแลเองไปหาเงินเอาเองแล้วกัน”

พลันที่คำพูดนี้เผยออกมา ก็มีการตั้งคำถามว่าพรรคไหน? หรือใครกัน? ที่คิดจะเสนอให้ปันงบก้อนนี้ออกมา ปันมาทำไม? ปันไปใช้เพื่ออะไร?

เพราะหากสะระตะกันดูเล่นๆ เงิน 8 แสนล้านบาท นี่มันก็คือตัวเลข 1 ใน 4 ของปีงบประมาณแผ่นดิน 2566 กันเลยทีเดียวเชียวนะ

แต่ก็อย่างว่าแหละ!! เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย เพราะ ณ ห้วงเวลานี้ ในช่วงใบปะพรรคการเมือง เริ่มเกลื่อนเป็นหย่อมๆ ทั่วไทยแลนด์ แสดงให้เห็นถึงการประกาศศักดาของทุกพรรคการเมืองที่พร้อมลงสู่สนามเลือกตั้ง 

โดยในใบปะเหล่านั้น มิไม่มีเพียงแค่การแนะนำตัวบุคคลหรือพรรค หากแต่เปี่ยมล้นไปด้วยถ้อยคำชวนประชาให้นิยม จากแคนดิเดตว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่ต่างรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า “เลือกผมได้แน่” / “เลือกอิชั้นได้มากกว่า” / “เลือกพรรคเรารับรองนโยบายนี้มา” ว่อน!!!

เมื่อหยิบจับสถานการณ์มาปะติดกับคำวาทกรรมเกรี้ยวกราดของ ‘ประยุทธ์’ มันเลยไปสะดุดได้ว่า ‘ทุกผู้-ทุกพรรค’ ที่พร้อมลงหาเสียงเลือกตั้ง ต้องมีเงินถังไว้แต่งแต้มฝันให้นโยบายของตนไปล่าผู้คนในมหาศึกกลยุทธ์ล่าประชานิยมเป็นแน่แท้

ยิ่งไปกว่านั้น หากถอดข้อเขียนของ ‘ลุงเปลวสีเงิน’ เมื่อวันที่ 2 ก.พ.66 ทีผ่านมา ประกบคำพูดของ ‘บิ๊กตู่’ เข้าไปอีก ก็พลันให้ร้องอ๋อ!! ได้แบบมัดแน่น ว่าเหตุใดคำตัดพ้อเช่นนั้นจึงออกจากน้องเล็กแห่ง 3ป. ให้ผู้คนสงสัย

นั่นก็เพราะ หากเหลียวไปมองนโยบายจากแต่ละพรรคที่ใช้หาเสียงกันตอนนี้ ช่างดูแล้วหนักใจ!! เนื่องจากนโยบายแต่ละพรรค ล้วนฟังดูไม่ต่างสลากสรรพคุณยา ประเภท ทาปุ๊บหายปั๊บ-กินปั๊บหายปุ๊บ, ทาผัวหอมถึงเมีย อะไรประมาณนั้น ซึ่งมันไม่ต่าง ‘ยาผีบอก’

แต่ที่สำคัญยิ่งกว่า คือ ‘ทุกนโยบาย-ทุกพรรค’ เอาเงิน ‘งบประมาณแผ่นดิน’ มาเป็นสัญญาว่า ‘จะแจก-จะให้’ ทั้งนั้น

ชาวบ้านตอนนี้ เลยเป็นเหมือนแมวหลงกลิ่นปลาย่างทาจมูก ด้วยการเอาเงินแผ่นดินไปตกเบ็ดชาวบ้าน เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว ทั้งๆ ที่เรารู้กันดีใช่มั้ยว่า...ภาษีที่เก็บจากชาวบ้านได้ปีละเท่าไหร่? แล้วมันพอหรือไม่?

ฉะนั้นการที่จะเอางบประมาณแผ่นดินไปทำสวัสดิการทำนองลดแลกแจกแถมชาวบ้านคนละ 3 พัน 4 พัน แถมนั่นฟรี-ฟรีนี่ / น้ำมัน-แก๊ส ก็ต้องถูก / ค่าไฟฟ้า-ค่ารถโดยสาร ก็ต้องถูก / ค่ารักษาพยาบาลก็ต้องฟรี / เฒ่าชแร-แก่ชรา ก็ต้องมีค่าขนม มันก็ยิ่งจะทำให้ไทยใกล้เป็น ‘รัฐสวัสดิการ’ เข้าไปเต็มตัวแล้ว!

คำถาม คือ แต่ละพรรค ต่างออกนโยบาย ‘สัญญาจะให้’ เห็นแล้วหนักใจ (แทนประเทศ) แต่เมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไป ‘ปรนเปรอ-แจกจ่าย’ ตามสัญญา?

เลิกพูดไปเลย เรื่อง ‘พัฒนาประเทศ’ เพราะแค่เงินเดือนข้าราชการกับค่ารายจ่ายประจำ งบประมาณแต่ละปี ก็แทบไม่เหลืออยู่แล้ว แล้วนี่ ยังจะแข่งกัน ‘ปล้นเอาเงินอนาคตประเทศ’ ไปตกเบ็ดหาเสียงอีก

ดังนั้นอยากให้ย้อนกลับมามอง ‘ประเทศไทย’ ในยุค 8 ปี ‘ประยุทธ์’ ที่หลายๆ ด้านมันพัฒนา ‘เกินหน้า-เกินตา’ ประเทศเพื่อนบ้านเขาไปเร็วมา เดี๋ยวติดอันดับประเทศคนมาท่องเที่ยวมากที่สุดบ้าง เดี๋ยวเป็นประเทศน่าอยู่-น่าลงทุนที่สุดบ้างเดี๋ยวเป็นประเทศที่ค่าเงินเสถียรที่สุดบ้าง เดี๋ยวเป็นประเทศที่คนใจดี-น่ารักที่สุดบ้าง เป็นประเทศที่โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและโทรคมนาคม สะดวก-เร็ว ที่สุดบ้าง 

มันดีจนเพื่อนบ้านในอาเซียนเขาเริ่ม ‘มองค้อน’ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องเหล่านี้เกิดจากหัวใจนโยบายของผู้นำที่ ‘เข้าถึง-จริงใจ’ ในปรัชญาของมัน เขาจะไม่พล่ามพูด แต่งานที่เขาทำ มันจะพูดเอง

ไม่ใช่การใส่ ‘ประชานิยม’ เพื่อหวังเอาใจประชาชน แต่เลือกทำที่ประชาชนโดยส่วนรวมต้องอยากได้ และได้ในผลประโยชน์รวมเชิงประจักษ์!!

พูดง่ายๆ คือ นโยบายที่ดี บ้านเมืองต้องได้ สังคมต้องได้ ประชาชนต้องได้ และอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่เหยียบหัวแม่ตีนกัน ซึ่งนี่คือ เผด็จการ ‘ประชาธิปไตย’

‘สนธยา’ นำทีมบ้านใหญ่ชลบุรี ซบ ‘เพื่อไทย’ มั่นใจชนะยกจังหวัด แย้ม ‘อิทธิพล’ รอสมทบ

‘สนธยา’ นำทีมบ้านใหญ่ชลบุรีซบ พท. มั่นใจชนะยกจังหวัด ประกาศชัดมติครอบครัวไม่แยกกันเดิน แย้ม ‘อิทธิพล’ หลังพ้นหน้าที่ รมว.วัฒนธรรม ตบเท้าเข้า พท. ด้าน ‘ชลน่าน’ ไม่เชื่อ ‘ประยุทธ์’ แลนด์สไลด์

(8 ก.พ. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคพท.นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรค นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รองหัวหน้าพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค พร้อมด้วย ส.ส.กทม. ร่วมแถลงเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี ทั้ง 12 คน ประกอบด้วย 1.) นายสนธยา คุณปลื้ม, 2.) นางสุกุมล คุณปลื้ม, 3.) น.ส.สุภีพันธุ์ หอมหวล, 4.) นายฉัตรชัย อั้งลิ้ม, 5.) นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์, 6.) นายแมน อินทร์พิทักษ์, 7.) นายเชาวลิตร แสงอุทัย, 8.) นายพนธกร ใคร่ครวญ, 9.) นายสัมฤทธิ์ พงษ์วิรัตน์, 10.) นายเดชา จันทร์เล็ก, 11.) นายสงกรานต์ ภาชนะ และ 12.) นายชาญยุทธ เฮงตระกูล

โดย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ยินดีที่ได้รับสมาชิกใหม่ของเรา ซึ่งเป็นสมาชิกเก่าเราด้วย ขอบคุณนายสนธยาที่มาร่วมงานกับเรา ซึ่งเราเคยร่วมงานกันมาแล้วในปี 2548 สมัยพรรคไทยรักไทย และเชื่อมั่นว่าในการเลือกตั้งปี 2566 ชาวชลบุรีจะเทคะแนนให้เราแลนด์สไลด์ สำหรับการเปิดตัววันนี้ จะมีสมาชิกมาร่วมงานกับเราในขณะนี้ 12 คน ทั้งบัญชีรายชื่อและเขต มั่นใจว่าผู้สมัครของเราโดยการนำของนายสนธยามีความเข้มแข็ง เข้าใจประชาชนเป็นอย่างดี ประกอบนโยบายและว่าที่นายกรัฐมนตรีของเราจะทำให้เรานำไปสู่เป้าหมายแลนด์สไลด์ได้ 

ด้าน นายสนธยา กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนทีมชลบุรี มีความยินดี มีโอกาสกลับมาร่วมทำงานกับพรรค พท.อีกครั้ง เมื่อปี 2548 สมัยพรรคไทยรักไทย ครั้งนั้นได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเลือกพวกเราเข้ามาทำงาน ครั้งนี้การที่ทีมชลบุรีกลับมาร่วมงานกับพรรค พท.อีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่า นโยบายที่พรรคประกาศออกมา รับฟังจากประชาชน มีนโยบายครอบคลุมทุกความต้องการของประชาชน ทีมชลบุรีมีความหลากหลาย ตั้งแต่อายุ 20 กว่า ผู้มีประสบการณ์ ผู้ที่เคยทำงานการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

ขณะนี้เรามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง หวังว่าด้วยนโยบายของพรรคที่ตรงจุด บวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจ จะสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ และนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งได้ เชื่อมั่นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนแบบแลนด์สไลด์ ทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ประเทศที่สามารถแข่งขันได้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ทำให้ทีมชลบุรีตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรค พท.อีกครั้ง 

เมื่อถามว่า ทีมชลบุรีจะขอทวงคืนพื้นที่ทั้งหมด จากกลุ่มบ้านใหม่ที่ไปอยู่กับพรรคของนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า เดิมจังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่บ้านใหญ่อยู่แล้ว ด้วยผลงานของทีมชลบุรีช่วงที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจการจะทวงคืนนั้น เป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะเดิมก็เป็นพื้นที่ของเรา ครั้งนี้ก็เช่นกันทีมชลบุรีจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ทั้ง 10 เขต

TNN ชี้แจง กรณีพนักงานทำงานหนัก จนเสียชีวิต ไม่ตรงกับความเป็นจริงทั้งหมด วอนเพจดังลบโพสต์

คำชี้แจงจากทาง TNN กรณีที่มีคนทำงานสื่อเสียชีวิตในระหว่างการทำงานเนื่องจากทำงานหนักเกินไปเผยบางอย่างที่รายงานออกไปไม่ตรงกับความจริงทั้งหมด พร้อมทั้งขอให้แอดมินเพจดัง ลบโพสต์ 'พนักงานทำงานหนัก จนฟุบเสียชีวิต' ยันชดเชยเต็มที่-ร่วมเป็นเจ้าภาพงานศพ

เมื่อวันที่ (7 ก.พ. 66) สถานีข่าว TNN บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ออกหนังสือ เรื่องขอให้นำข้อมูลอันเป็นเท็จของเพจจอดับ กรณีพนักงานเสียชีวิต ออกจากระบบอินเทอร์เน็ต เนื่องจากนำมาซึ่งความเสียหายต่อองค์กร

เรียนแอดมินเพจจอดับ และผู้ที่โพสต์ข้อมูลดังกล่าว

ตามที่ เพจจอดับ ได้เสนอข้อมูลนำเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หัวข้อ “ใครว่าทำงานจนตายไม่มีจริง” เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 โดยกล่าวถึงเหตุการณ์หนุ่มใหญ่ในวงการทีวี ตายในหน้าที่บนโต๊ะทำงานในตึกน้ำผลไม้ ย่านพระราม 6 ที่ทำให้ผู้อ่านโพสต์ดังกล่าว เข้าใจได้ว่าเป็นพนักงานสถานีข่าว TNN และมีข้อมูลหลายประเด็นที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง สถานีข่าว TNN จึงขอโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

“โดนสั่งให้ทำผังรายการคนเดียวควบถึง 2 ช่อง ไม่เคยมีการหาคนมาช่วยกันแบ่งเบา” และ “คนๆ เดียว ให้เหมาทำทั้ง 2 ช่อง”

8 ปี 'ลุงตู่' มุ่งมั่นภารกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต 'คนกรุงเทพ'

ตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเข้ามาบริหารประเทศ เกิดการพัฒนาทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งการปฎิรูปโครงสร้างพื้นฐาน การปฎิรูปคุณภาพชีวิตในชุมชน 

'บิ๊กป้อม' ปลื้ม!! 'คิวบา' หนุนเด็กไทยเรียนแพทย์ 1,000 โควตา เพาะต้นกล้าใหม่ เติม สธ.ไทย ในวาระฉลองมิตร 65 ปี

(8 ก.พ. 66) เวลา 10.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายเอกเตอร์ กอนเด อัลเมย์ดา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคิวบา เข้าเยี่ยมคำนับ โดยทั้งสองฝ่ายได้ชื่นชมความสัมพันธ์ และความก้าวหน้าของความร่วมมือทั้งสองประเทศด้านต่าง ๆ เช่น สาธารณสุขและการวิจัยทางการแพทย์, กีฬา, วิชาการ โดยเฉพาะเฉพาะมิติด้านสาธารณสุข และเห็นพ้องร่วมกันที่จะสานต่อและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันให้ใกล้ชิด และครอบคลุมหลายมิติมากขึ้น

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ต่อเนื่องที่ผ่านมา ส่งผลให้เด็กและเยาวชน ขาดโอกาสทางด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุขและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแก้ปัญหาดังกล่าวต่อเนื่องมา และยินดีอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลคิวบาโดย สถาบัน อิก-ร่า เข้ามาร่วมพิจารณาสนับสนุนทุนการศึกษาด้านการแพทย์แก่นักเรียนไทยที่เรียนดีทั่วประเทศ จำนวน 3,000 ทุน โดยเร่งนำร่องกับเด็กเรียนดีในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ 5 จังหวัด รวม 1,000 ทุน เพื่อให้มีแพทย์ประจำโรงพยาบาลตำบลในพื้นที่

'นายกฯ' หารือ 'ทูตไอร์แลนด์' กระชับความสัมพันธ์ พร้อมหนุน ศก. ส่งเสริมการศึกษา-วัฒนธรรม

(8 ก.พ. 66) เวลา 09.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายแพทริก เบิร์น (H.E. Mr. Patrick Bourne) เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับหน้าที่

นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับหน้าที่ และพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเอกอัครราชทูตฯ อย่างเต็มที่ ยินดีกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน พร้อมกล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์เยือนไทยในโอกาสที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมและยกระดับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และหวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ไอร์แลนด์ ในอีก 2 ปีข้างหน้า

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีกับการเข้ารับตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ลีโอ วรัทการ์ เชื่อมั่นว่าจะเป็นโอกาสให้ไทยและไอร์แลนด์ร่วมกันผลักดันความร่วมมือทวิภาคีในสาขาต่าง ๆ ให้เกิดผล เป็นรูปธรรมต่อไป

ด้านเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ฯ กล่าวยินดีที่ได้มาดำรงตำแหน่งที่ประเทศไทย ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง และเชื่อมั่นว่ามีศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศในทุกระดับ และทุกมิติ

จากนั้น ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นต่าง ๆ โดยเห็นพ้องว่า ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยและไอร์แลนด์ยังมีศักยภาพอีกมาก โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน จึงหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมได้กล่าวเชิญไอร์แลนด์เข้ามาลงทุนเพิ่มในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในอุตสาหกรรม ที่ไอร์แลนด์มีความเชี่ยวชาญสูง และเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย

ซึ่งเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนเดินหน้าไปอย่างดี โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนไอร์แลนด์เข้ามามีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น จึงหวังที่จะกระชับความสัมพันธ์ในด้านนี้ระหว่างให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

วธ.จัดงาน ๖ กุมภาพันธ์ 'วันมวยไทย' เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าเสือ 'พระบิดาแห่งมวยไทย' ยิ่งใหญ่

ประชาชนร่วมสืบสานพิธีครอบครู ไหว้ครูร่ายรำมวยไทย ตื่นตากับศิลปะแม่ไม้-ลูกไม้มวยไทยที่หาชมได้ยาก เครือข่ายมวยไทยร่วมผลักดันขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ตระหนักถึงความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ 'มวยไทย' ศิลปะการป้องกันตัวและศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ ที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก และเป็น Soft Power พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันมวยไทย ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และร่วมจัดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

สำหรับบรรยากาศช่วงเช้า ณ ตำหนักพระเจ้าเสือ วัดตึก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เวลา ๐๘.๓๙ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีมอบสมรรถนะครูมวยไทย พิธีบวงสรวงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ (สมเด็จพระเจ้าเสือ) โดยมีนายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และผู้บริหาร นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬามวยไทยพระเจ้าเสือ พระครูภาวนาวชิรคุณ เจ้าอาวาสวัดตึก ร่วมพิธี พร้อมด้วยเครือข่ายวัฒนธรรม ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานจำนวนมาก 

พิธีดังกล่าวมีนายจรัสเดช อุลิต ครูมวยไทยอาวุโส (เจ้าพิธีประกอบพิธีบวงสรวง) จากนั้นเจ้าหน้าที่งานพิธีได้นำมงคลมอบแก่ประธานในพิธีเพื่อทำการมอบให้กับครูมวยไทยได้ใช้ประกอบพิธีครอบครู โดยมีครูมวยไทยทำหน้าที่ครอบครูในครั้งนี้ นำโดย นายจรัสเดช อุลิต นายกสมาคมกีฬามวยไทยพระเจ้าเสือ นายปรเมษฐ์ ภักดีคีรีไพรวัลย์ เลขาสมาคมกีฬามวยไทยพระเจ้าเสือ นายชาญณรงค์ สุหงษา นายกสมาคมสถาบันศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย นายชินวุธ ศิริสัมพันธ์ นายกสมาคมครูมวยไทย นายแสวง วิทยพิทักษ์ อุปนายกสมาคมมวยโบราณ พร้อมวิทยากรครูมวยไทยอาชีพ License กกท. ทำพิธีครอบครูให้นักเรียนมวยไทย 

'บิ๊กป้อม' ลุย ปทุมธานี ติดตามสถานการณ์น้ำ ส่องความคืบหน้าโครงการสถานีสูบน้ำ

(8 ก.พ. 66) เมื่อเวลา 13.40 น. ที่ชั้น 5 ห้องประชุมบัวหลวงปทุมธานี ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ จังหวัดปทุมธานี และมอบนโยบายให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง มีนายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ตัวแทนส่วนราชการในพื้นที่ เข้าร่วม อาทิ พล.ต.อ.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และส่วนราชการเกี่ยวข้อง เป็นต้น โดยพล.อ.ประวิตร ยิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายผู้ว่าปทุมฯ อย่างอารมณ์ดี

‘ดิว’ เตรียมเปิดใจ สาเหตุที่ต้องแฉ ‘มาเก๊า 888’ หลังเพจดังตั้งคำถาม ขุดอดีต - อาชีพของสามี

หลังจากที่ ‘ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์’ ออกมาแฉ ‘เบนซ์ เดม่อน’ อดีตแฟน และครอบครัว เปิดเว็บพนันออนไลน์มาเก๊า 888 จนร่ำรวย จนทำให้มีคนยกเจ้าตัวเป็นพลเมืองดีที่กล้าเปิดโปงถึงเรื่องนี้ ขณะเดียวกันก็มีคนจำนวนไม่น้อย สงสัยในการออกมาแฉของเจ้าตัว ระบุว่าตอนที่คบหาจนเลิกก็น่าจะรู้เรื่องนี้ แต่ทำไมถึงเลือกที่จะเงียบตลอดมา รวมทั้ง เพจ เหยื่อ v.2 ได้ออกมาตั้งคำถามถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน รวมทั้งตั้งคำถามไปถึง ‘เซบาสเตียน ลี’ สามีสาวดิว ว่าเป็นใคร ทำอาชีพอะไรในเมืองไทย ถึงได้มีรถตำรวจขับนำทางให้บ่อย ๆ 

เพจ เพจ เหยื่อ v.2 ได้โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตว่า…

“เซบาสเตียน ลี..สามีของดิว อริสรา เขาเป็นใคร เขามีตำแหน่งอะไรในประเทศไทย.? ทำไมเขาถึงได้มีรถตำรวจไทยที่ใช้ในราชการเท่านั้นขับนำทางให้บ่อยๆ? ไปกัมพูชา ไปลาว ไปพม่า ก็มีรถตำรวจนำ มีทหารมาเป็นการ์ด? ถ้าอยู่เขตสามเหลี่ยมทองคำ เซบาสเตียนสามารถเข้าถึงอาวุธสงครามได้สบายมาก เขาคือใคร เขาทำอาชีพอะไร.? #โง่ได้แต่อย่านาน @ไร้เงา แต่เร้าตรีน🎭

ล่าสุด เฟซบุ๊ก ดิว อริสรา ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้ แต่ขอให้รออีกนิดจะออกมาตอบคำถาม เชื่อว่าหลังจากที่เธออธิบาย ทุกคนจะเข้าใจ โดยดิวระบุว่า…

“จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นจากทางโซเชียลตอนนี้ ที่มีเพจ ๆ หนึ่งตั้งประเด็นคำถามว่า เพราะอะไร และทำไมอยู่ ๆ ดิวถึงออกมาพูดเรื่องเว็บพนัน มาเก๊า 888 พร้อมทั้งนำรูปภาพ วิดีโอ ข้อมูลในอดีตของสามีของดิวไปตั้งประเด็นเผยแพร่ จนทำให้หลายคนเกิดคำถาม หรือวิเคราะห์ไปในทางลบเสียหาย พร้อมตั้งคำถามมากมายกับตัวดิวและสามีของดิว

เร็ว ๆ นี้ดิวจะออกมาตอบคำถาม ในประเด็นที่เกี่ยวกับตัวดิวและสามี และดิวเชื่อว่าเร็ว ๆ นี้ทุกคนจะวางสิ่งที่คิดกันไปไกลลง พร้อมกับเข้าใจในสิ่งที่ดิวทำว่า ทำไมดิวถึงทำ และทำไมถึงต้องเป็นคืนนั้น ในวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา

และสุดท้ายดิวขอขอบคุณทุกคนที่เชื่อใจพวกเรา เข้าใจพวกเรา และ ซัปพอร์ตพวกเรา ขอบคุณจากใจจริงค่ะ”

ขณะที่เพจเหยื่อ v.2 ก็ได้โต้กลับทันทีว่า

“อธิบาย..พวกเราไม่ได้สงสัยเรื่องที่ออกมาแฉแฟนเก่าเจ้าของมาเก๊า 888 อ่านดู
📍 https://fb.watch/iyioeyyuvm/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top