Saturday, 7 November 2026
Hard News Team

ผอ.ศปพร. พบปะ เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ พี่น้องสมาชิกองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง (กลุ่มเสื้อเขียว) สืบสาน รักษา ต่อยอด แนวทางศาสตร์พระราชา เพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

(31 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(กลุ่มเสื้อเขียว) หมู่ที่ 10 บ้านคีรี ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร  ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ลงพื้นที่พบปะ เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ แก่สมาชิกองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง (กลุ่มเสื้อเขียว) ของจังหวัดนราธิวาส พร้อมทั้งรับทราบปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินงาน รวมถึงแนวทางการปฏิบัติ ตลอดจนเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานตามแนวทางศาสตร์พระราชา ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเครือข่ายในการขับเคลื่อนกิจกรรมด้านต่าง ๆ โดยมี พันเอกกำธร ศรีเกตุ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151 /รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ,นาย อิสมาแอ แต รองประธาน องค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนราธิวาส พร้อมทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ 

ทั้งนี้ พลตรี เฉลิมพร  ขำเขียว ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า ตามที่ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ได้มอบหมายให้ คณะทํางานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ คณะที่ 3 ดําเนินการจัดกิจกรรมการขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ และพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างประชาชนในพื้นที่กับภาครัฐ และติดตามความก้าวหน้าในการดําเนินงาน ของศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ด้วยการบูรณาการดําเนินงาน ร่วมกับส่วนราชการ ทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายทหาร พลเรือน รวมทั้งองค์กร ภาคประชาชนเพื่อสันติ และเศรษฐกิจพอเพียง (กลุ่มเสื้อเขียว) พร้อมทั้งได้กําหนดเป้าหมายในการลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียน ติดตามความก้าวหน้า ของการดําเนินการ รับฟังปัญหาข้อเสนอแนะ และความต้องการของสมาชิก 

‘อภัยภูเบศร’ แนะใช้ ‘สมุนไพร’ ปรับสมดุลร่างกาย ช่วยลดไฟธาตุ ต้านลมแดด - ฮีทสโตรก

(31 มี.ค. 66) ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ เภสัชกรชำนาญการ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน อุณหภูมิตอนกลางวันบางวันสูงถึง 40 องศา และอาจมีความร้อนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ ซึ่งอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว และในหลากหลายระบบของร่างกาย รวมถึงโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) คือ ภาวะที่ร่างกายมีความร้อนสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานเกิน 10-15 นาที  และไม่สามารถระบายความร้อนออก หรือขับเหงื่อออกได้ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากอากาศที่ร้อนสูงขึ้น การใช้แรงมาก ๆ ในสภาพอากาศที่ร้อน ซึ่งมีโอกาสทำให้เสียชีวิตได้

ภญ.อาสาฬา กล่าวว่า อาการของโรคลมแดด ที่สามารถสังเกตได้ เช่น ตัวร้อนจัด ผิวสีแดงกว่าปกติ บางรายพบมีผื่นแดง ไม่มีเหงื่อออก ปัสสาวะออกน้อย เวียนศีรษะ มึนงง หายใจเร็ว ใจสั่น อ่อนแรง หน้ามืด เป็นลม แขนขาตะคริว หรือ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงได้ เช่น สับสน เพ้อ พูดไม่ชัดเจน กระสับกระส่าย ชัก ช็อก กล้ามเนื้อลายสลาย อวัยวะต่างๆ เกิดการล้มเหลว เช่น ไตล้มเหลว เซลล์ตับตาย กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจวาย หากพบว่าเริ่มมีอาการควรรีบบรรเทาอาการ โดยการอยู่ที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก นอนราบ ยกขาสูงเล็กน้อย พยายามทำให้เสื้อผ้าระบายอากาศได้ดี ใช้ผ้าเย็น ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัว เน้นตามข้อพับ คอ หลัง หากมีสติให้รีบดื่มน้ำสะอาด หากหมดสติควรรีบเรียกรถพยาบาล

‘ชัยวัฒน์ ก้าวไกล’ ซัดรัฐไร้น้ำยาคุ้มครองข้อมูลคนไทย หลังปล่อยแฮกเกอร์ขโมยข้อมูล ปชช.ซ้ำซาก

‘ชัยวัฒน์’ มือเศรษฐกิจดิจิทัลพรรคก้าวไกล ติงระบบภาครัฐหละหลวม ปล่อยแฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวประชาชนซ้ำซาก คาดสาเหตุช่องโหว่ในระบบจากรูรั่วซอฟต์แวร์ที่ไม่อัปเดต - ขาดกระบวนการเข้ารหัสข้อมูล ชูนโยบายก้าวไกล ปกป้องข้อมูลประชาชน ก่อนใช้ข้อมูลต้องขอความยินยอม - ระบบแจ้งเตือนทันทีถ้าข้อมูลรั่ว

(31 มี.ค.66) ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเงินและยุทธศาสตร์ข้อมูล หนึ่งในทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีแฮกเกอร์ใช้ชื่อ ‘9near’ โพสต์ขายข้อมูลที่อ้างว่าเป็นข้อมูลส่วนตัวของคนไทยกว่า 55 ล้านรายการ และอ้างว่าขโมยมาจากหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง

ชัยวัฒน์ กล่าวว่า จากที่เข้าไปดูแฮกเกอร์รายนี้ มีตัวอย่างข้อมูลประมาณ 93,000 คน ทั้งเลขบัตรประชาชน ชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่ามีข้อมูลรั่วไหลจริง และการที่หลุดออกมามากขนาดนี้ แสดงว่าแฮกเกอร์สามารถเข้าถึง (access) ฐานข้อมูลได้

ในช่วงที่ผ่านมา เราเห็นข่าวลักษณะนี้บ่อยครั้ง สะท้อนว่าการจัดการควบคุมความเสี่ยงด้านไซเบอร์ของภาครัฐ โดยเฉพาะการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน มีความหละหลวมมาก ดังนั้น เรื่องพื้นฐานที่ภาครัฐต้องทำ เพื่อไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือ ประการที่หนึ่ง ต้องมีมาตรการป้องกัน เพราะการที่แฮกเกอร์เข้าไปได้แสดงว่าระบบไอทีของภาครัฐมีช่องโหว่ ซอฟต์แวร์ต่างๆ อาจไม่ได้รับการอัปเดตปิดรูรั่วอย่างสม่ำเสมอ เรื่องนี้สามารถป้องกันได้ถ้าหน่วยงานรัฐจริงจัง

ประการที่สอง คือมาตรการลดความเสี่ยง เพราะบางครั้งต่อให้มีระบบป้องกันแล้ว แต่แฮกเกอร์ที่มีความสามารถสูง ก็อาจจะเข้าไปได้ ดังนั้น สิ่งที่หน่วยงานรัฐต้องมีและสามารถทำได้ คือการเข้ารหัสฐานข้อมูล (Encryption) เปรียบเสมือนล็อกกุญแจข้อมูลไว้ ถ้าไม่มีกุญแจ ต่อให้เข้าถึงฐานข้อมูล แต่ก็จะอ่านข้อมูลไม่ออก ข้อมูลประชาชนก็จะไม่รั่วไหล

“จากที่ดูตัวอย่างข้อมูล เห็นว่ามีเบอร์โทรศัพท์มือถืออยู่ด้วย ซึ่งอาจเกิดจากการลงทะเบียนด้วยตัวเองของประชาชน เกี่ยวกับการเข้ารับบริการภาครัฐ” ชัยวัฒน์กล่าว

ชัยวัฒน์กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.2562 เน้นดูแลหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ เช่น หน่วยงานการเงินการธนาคาร การสื่อสาร รวมถึงด้านสาธารณสุข แต่การที่ข้อมูลภาครัฐรั่วไหลหลายครั้ง ทำให้ต้องตั้งคำถามว่ากฎหมายนี้มีประโยชน์จริงหรือไม่ ทำไมหน่วยงานรัฐยังอ่อนแอในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน รัฐต้องตอบคำถามว่าปัญหาอยู่ตรงไหนกันแน่

ชัยวัฒน์กล่าวว่า ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล เรามีนโยบายแปลงข้อมูลเป็นขุมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของประชาชนหรือข้อมูลของภาคธุรกิจ ให้เป็นรูปแบบดิจิทัลเพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ๆ โดยวางบทบาทให้รัฐต้องเปลี่ยนเป็นผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล 3 อย่าง ได้แก่ หนึ่ง การพัฒนามาตรฐานข้อมูลและสร้าง ‘ถนนข้อมูล’ ที่จะทำให้ข้อมูลสามารถเชื่อมโยงกันได้ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

กอ.รมน.มุกดาหาร ร่วมบูรณาการปิดล้อมตรวจค้นปฏิบัติการ 'ยุทธการฟ้าสางที่ริมโขง ประจำปีงบประมาณ 2566'

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 เวลา 05.30 น. พ.อ.ภูษิต  พลาเศรษฐ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ม.ห.(ท) มอบหมายให้ ร.ต.ท.สุนทร คำแก้ว รอง หน.ชุดครูฝึก/วิทยากร อพป.กอ.รมน.จังหวัด ม.ห. ภายใต้อำนวยการโดย พล.ต.ต.ชัชชัย วงค์สุนะ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร ,พ.ต.อ.ธานินทร์ อินทพรต รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร(ปส.1) พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก.สืบสวนฯ ร่วมกับ ปป.4 สำนักปราบปรามยาเสพติด , ปปส.ภ.4 , สภ.เมืองมุกดาหาร, สภ.หว้านใหญ่, บก.สกส.บช.ปส. , นรข.มุกดาหาร, ปกครองจังหวัดมุกดาหาร, กกล.สุรศักดิ์มนตรี, ตม.มุกดาหาร ,ตำรวจน้ำมุกดาหาร, ตชด.234 , กอ.รมน.จังหวัด ม.ห. และหน่วยบูรณาการที่เกี่ยวข้อง ได้เปิด ปิดล้อมตรวจค้นจับกุมบุคคลตามหมายจับ และตรวจยึด อายัดทรัพย์สิน เครือข่ายผู้กระทำความผิด จำนวน 4  หมายจับ พื้นที่ปฏิบัติการ จำนวน 8 จุด ผลการปฏิบัติเบื้องต้น ดังนี้

สวนนงนุชพัทยาตอนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนเกือบพันคนเป็นกรุ๊ปแรก

วันนี้ที่สวนนงนุชพัทยา ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นกรุ๊ปแรกจำนวนเกือบ 1000 คน สวนนงนุชพัทยามีความพร้อมในเรื่องของสถานที่ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นจำนวนมาก  และทางสวนนงนุชพัทยาได้จัดกิจกรรมต่างๆรวมถึงการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน

กิจกรรมที่ทางสวนนงนุชพัทยาได้จัดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้ร่วมเล่นน้ำโดยทางสวนนงนุชพัทยาได้มีชุดให้นักท่องเที่ยวได้เปลี่ยนเพื่อให้ได้เล่นน้ำสงกรานต์ ร่วมสาดน้ำ กับช้างแสนรู้จำนวน 2 เชือก ซึ่งก็สร้างความสนุกสนานแก่นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวอย่างมาก สำหรับประเพณีเล่นน้ำสงกรานต์ กับ ลอยกระทง เป็นโปรแกรมหนึ่งที่จัดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของประเทศไทย

สมาคมอสังหาริมทรัพย์ชลบุรี จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในหัวข้อ 'The Perfect Storm พายุวิกฤตเศรษฐกิจ และทิศทางภาษี'

วันนี้ ณ ห้องมารีนาเบย์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมโนโวเทล ศรีราชา จ.ชลบุรี นายวัฒนพล ผลชีวิน นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ชลบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2566 โดยมีคณะกรรมการ สมาชิกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ชลบุรี เข้าร่วม ในหัวข้อ “The Perfect Storm พายุวิกฤตเศรษฐกิจ และทิศทางภาษี” 

นายวัฒนพล นายกสมาคมฯ กล่าวว่า สมาคมอสังหาริมทรัพย์ชลบุรี ได้จัดตั้งมาเป็นระยะเวลา 9 ปี เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน และซัพพลายเออร์ อีกทั้งสมาคมฯ ยังมีส่วนช่วยในการติดต่อประสานงานระหว่างผู้ประกอบการและภาคเอกชน กรณีที่ติดขัดเรื่องการดำเนินงานธุรกิจ ช่วยขับเคลื่อนผลักดันในเรื่องปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจผ่านทางหน่วยงานภาครัฐ 

ครบรอบ 130 ปี สถาปนาองค์กรอัยการ ร่วมทำบุญและถวายพระพรแด่ พระองค์ภาฯ

สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เข้าร่วมเข้าพิธีทำบุญเนื่องในวันสถาปนาองค์กรอัยการครบรอบ 130 ปี และถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 

ที่ สำนักงานอัยการภาค 2 นายอานนท์ เรวัฒนานนท์ ผู้ตรวจการอัยการ สำนักอัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีถวายความเคารพต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ พร้อมเปิดกรวยดอกไม้และจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยมี นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล อธิบดีอัยการภาค 2 พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ข้าราชการฝ่ายอัยการในสังกัด และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษา สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เข้าร่วมพิธีทำบุญเนื่องในสถาปนาองค์กรอัยการครบรอบ 130 ปี และถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  

จากนั้น นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล อธิบดีอัยการภาค 2 ได้นำข้าราชการ ทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้บริเวณรอบๆอัยการภาค 2 

สำหรับ อัยการไทยได้ก่อตั้งขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในระยะเริ่มแรกมีลักษณะคล้ายคลึงกับระบบอัยการในประเทศภาคพื้นยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน ต่อมาได้เปลี่ยนไปใช้ตามระบอบอัยการอังกฤษ มีอัยการเป็นโจทก์ฟ้องผู้กระทำผิดต่อศาล จำเลยมีสิทธิสู้คดี โดยศาลวางตัวเป็นกลาง เป็นผู้ตัดสินคดี

‘ภูมิใจไทย’ ส่งนักการเมืองรุ่นใหม่ สู้ศึกดีเบต ‘New gen’ ชูแนวคิด เยาวชนไทย กล้าคิด-กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์

(31 มี.ค. 66) ที่ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือมติชน ประกอบด้วย มติชน, ข่าวสด, ประชาชาติธุรกิจ, มติชนทีวี และมติชนสุดสัปดาห์ จับมืออีก 5 พันธมิตร ได้แก่ ทีดีอาร์ไอ, สถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย, วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์, MFEC และศูนย์ข้อมูลมติชน เปิด ‘5 เวที 10 ยุทธศาสตร์ 2 กลยุทธ์’

โดยในเวทีที่ 3 ‘ฟังเสียง New gen บทใหม่ประเทศไทย’ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีตัวแทนนักการเมืองรุ่นใหม่ จาก 9 พรรคการเมืองร่วมขึ้นเวทีประชัน

ในรอบที่สอง ช่วงแบทเทิล คำถามที่ 5 นักการเมืองรุ่นใหม่มีแนวทางการปฏิบัติที่จะจัดการอย่างไรกับเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม ประชาชนทั่วไป การคอมเมนต์บนโซเชียลฯ หรือแม้กระทั่งการทำภาพยนตร์ ซีรีย์ ที่ถูกจำกัด จะแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง

น.ส.อิสราพร บูรณอรรจน์ (อุ้ม) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เสรีภาพในการพูด คือ การทำศิลปะในการทำภาพยนตร์ ดนตรี อย่างมีอิสระเสรี เห็นด้วยเรื่องของความเหมาะสมในเมื่อความเหมาะสม ไม่ได้มีคำจำกัดความว่าอะไรดีอะไรไม่ดี บางอย่างก็เทา ๆ เราไม่มีสิทธิไปกำหนด ตนคิดว่า สื่อบันเทิง หรือการพูดที่ไม่เหมาะสมควรเป็นแค่การกำหนดว่าสื่อประเภทนี้เหมากับอายุเท่าไหร่ก็พอ

'พลเอก ประวิตร' ลงพื้นที่ประจวบฯ-เพชรบุรี สั่งคุมเข้มแผนการใช้น้ำให้เพียงพอตลอดแล้ง พร้อมวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ รองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคต

(31 มี.ค.66) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง และการดำเนินการโครงการด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วย ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอนช. และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนหน้านั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เข้ากราบสักการะหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ วัดห้วยมงคล อ.หัวหิน พร้อมรับรูปหล่อหลวงพ่อทวด จาก พระพิศาลสิทธิคุณ (ท่านเจ้าคุณไพโรจน์) เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยมงคล อ.หัวหิน พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและแผนการผลิตน้ำประปาเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง ณ ห้องประชุมสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 14 อ.หัวหิน จากนั้นในช่วงบ่าย ลงพื้นที่ประชุมติดตามแผนงานและโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลบางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ตามลำดับ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ 

สำหรับการลงพื้นที่ทั้ง 2 จังหวัดในครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้รับทราบสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยมงคล จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และคุณภาพของการผลิตน้ำประปา รวมทั้งผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งปีนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม 10 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2565/66 อย่างเคร่งครัด และให้ สทนช. เร่งรัดติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรการดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุดและให้มีปริมาณน้ำใช้เพียงพอตลอดแล้งนี้ โดยมอบให้กรมชลประทานบริหารจัดการแหล่งเก็บน้ำให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อการใช้น้ำในทุกพื้นที่ และมอบให้จังหวัดขับเคลื่อนกระบวนการสร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและแผนการดำเนินการด้านทรัพยากรน้ำต่างๆ ให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเร่งบูรณาการทุกหน่วยงานแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด (สมุทรสงคราม ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์) พร้อมวางแผนการพัฒนาแหล่งน้ำให้เต็มศักยภาพ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง และรองรับความต้องการน้ำในอนาคต รวมทั้งการผลิตน้ำประปาที่มีคุณภาพและเพียงพอกับความต้องการของประชาชน 

ด้าน ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ฤดูแล้งปี 2565/66 นี้ สทนช.ได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่า จะมีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำด้านอุปโภคบริโภคในเขตการประปาส่วนภูมิภาค 1 สาขา ได้แก่ กปภ.สาขาบางสะพาน และนอกเขตการประปาส่วนภูมิภาค 3 ตำบล 1 อำเภอ คือ อ.หัวหิน (ต.บึงนคร ต.หนองพลับ และ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่) โดยมีแผนงานและโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญ จำนวน 5 โครงการ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มความจุได้ 17.52 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 8,850 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 4,340 ครัวเรือน เช่น ก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนหัวหิน อ่างเก็บน้ำคลองลอยตอนล่าง และอาคารท่อระบายน้ำลงลำน้ำเดิมเขื่อนปราณบุรี เป็นต้น

ศาลค้านประกันตัว ‘เมฆ รามา-พวก’ ชี้ อัตราโทษสูง หวั่นหลบหนีความผิด

(31 มี.ค.66) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.ได้ควบคุมตัว นายรามา รัศมีรามา หรือเมฆ รามา อายุ 36 ปี สามีของหยาดทิพย์ ราชปาล นักแสดงสาวชื่อดังกับพวกอีก 8 คน ประกอบด้วย นายนวปรินธ์ ทองน้อย อายุ 31 ปี, นายนฤพงศ์ ลือนาม อายุ 29 ปี, นายรัฐศาสตร์ วงศ์ชีวสุทธิ์ อายุ 32 ปี, นายชูเกียรติ อวงรัมย์ อายุ 28, นายชาคร ศุภมณีวิทย์ศิริ อายุ 33 ปี, นายฐาปกรณ์ เรืองภักดี อายุ 36 ปี, นายสนาเรศ มโนมัยงามเลิศ อายุ 31 ปี และนายกิตติทัต อุปพงศ์ อายุ 30 ปี 

ผู้ต้องหาในความผิดร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศการโฆษณา หรือ ชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันฯ และร่วมกันฟอกเงิน ตามพ.ร.บ.การพนันฯ และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 

ชั้นสอบสวนนายนฤพงศ์ ลือนาม ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การรับสารภาพคนเดียว ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 และ นายรามา ผู้ต้องหาที่ 7, และผู้ต้องหาที่ 3-9 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา 

โดยพนักงานสอบสวนขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.-11 เม.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบสวนพยานอีก 8 ปาก และรอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง กับรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ-ประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top