Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘ไพบูลย์’ ยืนกราน พปชร. ไม่ขอร่วม เพื่อไทย-ก้าวไกล แจง รับไม่ได้กับหลายนโยบาย ขอย้ำ!! ไม่เคยมีดีลลับ

(10 เม.ย.66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าว ถึงจุดยืนทางการเมืองของ พปชร. ว่า พปชร.มีนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง มุ่งที่จะเดินหน้ากำจัดปัญหาความขัดแย้งที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ขจัดความยากจนให้สิ้นไป โดยจะมีนโยบายนำเสนอมาอีกในเร็วๆ นี้ ส่วนจุดยืนของ พปชร. เรามีความเชื่อมั่นในหลักการที่จะดำเนินการกิจการต่างๆ ของพรรคให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ดังนั้น กรณีที่ปรากฎเป็นข่าวว่าเราจะไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคก้าวไกล ตนขอถือโอกาสนี้แถลงอย่างเป็นทางการว่าเราไม่ร่วมด้วยกับพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล เราต้องการสร้าง พปชร.ให้เป็นพรรคที่ทำประโยชน์ให้กับประชาชน เป็นตัวแทนในการทำหน้าที่ในจุดยืนที่ประชาชนยึดมั่น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้พรรคเป็นที่พึ่งของประชาชนในการขจัดความยากจน

“การที่บางพรรคไปกล่าวอ้างต่างๆ นานา หรือมีกระแสข่าวแพร่ออกมาไปจนกระทั่งเป็นความเข้าใจผิดว่าพรรคเราไปมีดีลร่วมกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคก้าวไกล ขอแถลงในวันนี้ว่าไม่จริง และเราไม่ประสงค์ด้วย ไม่ประสงค์ที่จะร่วมมือใดๆ เราต้องการเป็นพรรคการเมืองที่มีอิสระ มีเอกภาพในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนให้ได้อย่างสมบูรณ์” นายไพบูลย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประกาศว่าจะไม่จับมือ ได้มีการคุยกับหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคแล้วใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ได้คุยกับทางผู้ใหญ่ของพรรคแล้ว เราไม่ร่วม ขอให้เกิดความชัดเจน

เมื่อถามย้ำว่า การประกาศไม่ร่วมเฉพาะช่วงนี้ หรือหลังการเลือกตั้งค่อยว่ากันอีกที นายไพบูลย์ กล่าวว่า หลักการไม่ร่วมก็เป็นหลักการไม่ร่วม และเหตุผลที่เราไม่ร่วมเพราะมีนโยบายที่เรารับไม่ได้หลายเรื่อง เราไม่เห็นด้วยกับนโยบายเหล่านั้น

เมื่อถามว่า จะสวนทางกับแนวทางพรรคที่ก้าวข้ามความขัดแย้งหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า การที่เราไม่ร่วมเกิดจากการไม่เห็นด้วยกับนโยบายของพรรคเหล่านั้น เป็นการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย แต่เราไม่ได้ไปสร้างความรุนแรงหรือไปทำอะไรต่างๆ เพียงแค่แถลงจุดยืนว่าเราไม่สบายใจกับนโยบายต่างๆ ของพรรคที่เอ่ยไป

กาฬสินธุ์เปิดพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์นาไคร้แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่รับสงกรานต์

จังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาไคร้ อำเภอกุฉินารายณ์ เปิดพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์นาไคร้ แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศอินโดจีน สู่กาฬสินธุ์ชมเมืองธรณีวิทยา Jurassic World อย่างเป็นทางการ สอดคล้องการเป็นเมืองแห่งความร่ำรวยวัฒนธรรม ประเดิมรองรับนักท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์และงานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้านแห่งเดียวในโลก และชมวัฒนธรรมชาวผู้ไทย ที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์นาไคร้ อบต.นาไคร้  ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์บ้านนาไคร้ แหล่งค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์ชนิดกินพืช แหล่งใหญ่และสมบูรณ์ที่สุด แห่งที่ 2 ของ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีนายธนภัทร ณ ระนอง ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นายขัตติยา ชัยมณี วัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ นายวีรดนย์ ศิริ นายอำเภอกุฉินารายณ์ นายภิรมย์ อุทรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาไคร้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร ส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนร่วมชมการจัดนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์เป็นจำนวนมาก

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์นาไคร้ ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ ถือเป็นการเพิ่มพื้นที่การท่องเที่ยว ตามสโลแกน 3 ร่ำรวย คือร่ำรวยวัฒนธรรม ร่ำรวยน้ำใจ และร่ำรวยสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นการประตูด่านหน้าจุดแรก ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประชาคมอินโดจีน ได้แก่ สปป.ลาว  เวียดนาม รวมถึงนักท่องเที่ยว สถาบันการศึกษา ที่เดินทางมาจาก จ.มุกดาหาร จ.สกลนคร จ.ร้อยเอ็ด เพื่อมาชมและศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ตำนานเมืองไดโนเสาร์โลก ที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย 

นายศุภศิษย์ กล่าวอีกว่า  จ.กาฬสินธุ์ ยังจะมีการพัฒนา ต่อยอดเป็นศูนย์รวมของไดโนเสาร์พันธุ์ไทย ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นเมืองตำนานไดโนเสาร์โลก หรือ Kalasin Jurassic World อีกด้วย โดยกำลังพัฒนาให้เป็นเมืองธรณีวิทยา หรือ Geopark  เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยง 7 อำเภอคือสหัสขันธ์ คำม่วง สมเด็จ ห้วยผึ้ง นาคู เขาวง และกุฉินารายณ์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างการท่องเที่ยวสู่สากล สร้างรายได้สู่ชุมชน จึงสอดคล้องกับการพัฒนาให้กาฬสินธุ์เป็น "เมืองจูราสสิคเวิร์ลด์ หรือเมืองตำนานไดโนเสาร์โลก" ในอนาคต 


ด้านนายภิรมย์ อุทรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาไคร้ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปี 2537-2539 ชาวบ้าน ร่วมกับพระสงฆ์ได้ร่วมกันปรับพื้นที่บริเวณวัดภูผาวัว ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาภูผาวัว ในเขต ต.นาไคร้ จากนั้นได้พบหินลักษณะคล้ายฟอสซิลไดโนเสาร์ จึงได้แจ้งไปทาง ผวจ.กาฬสินธุ์และประสานนักธรณีวิทยา ทำการสำรวจและขุดค้นเพิ่มเติม พบเป็นฟอสซิลไดโนเสาร์ชนิดกินพืช จำนวน 171 ชิ้น ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งค้นพบซากฟอสซิลแหล่งใหญ่ และสมบูรณ์ที่ในประเทศไทย และเป็นแห่งที่ 2 ของ จ.กาฬสินธุ์ต่อจากพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อ.สหัสขันธ์

‘หญิงอังกฤษ' จบชีวิตรักต่างภพ หลังแต่งกับผีได้แค่ 5 เดือน เหตุฝ่ายหญิงเหนื่อยหน่าย ผีสามีขี้ระแวง สุดท้ายจ้างหมอผีขับไล่

(10 เม.ย.66) ผู้หญิงรายหนึ่งในสหราชอาณาจักร ซึ่งตกเป็นข่าวโด่งดังเมื่อหลายเดือนก่อน หลังเข้าพิธีวิวาห์กับผีผู้ชายตนหนึ่งที่มาจากยุคศตวรรษที่ 19 ล่าสุด ชีวิตสมรสระหว่างทั้งคู่ไม่เป็นไปด้วยดีนัก และมีอันต้องจบลงภายในเวลาเพียง 5 เดือน เหตุฝ่ายหญิงเหนื่อยหน่ายผีสามี สุดท้ายจึงว่าจ้างหมอผีมาขับไล่วิญญาณผู้เป็นสามีพ้นไปจากชีวิตของเธอตลอดกาล ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดลิสตาร์ สื่อมวลชนของอังกฤษ

หนังสือพิมพ์เดลิสตาร์ รายงานอ้างคำสัมภาษณ์ของผู้หญิงนามว่า โบร์คาร์ด วัย 38 ปี เปิดเผยว่าเธอติดต่อกับวิญญาณชาย เอ็ดวาร์โด วัย 35 ปี ที่บ้านพักเมื่อราวๆ 2 ปีก่อน และหลังจากตกหลุมรักกันอย่างไม่คาดหมาย เธอและเอ็ดวาร์โด แต่งงานกันที่โบสถ์ร้างแห่งหนึ่งในคืนวันฮาโลวีนเมื่อปีที่แล้ว แต่เพียง 5 เดือนหลังจากเข้าพิธีวิวาห์ ชีวิตคู่ของทั้ง 2 คนก็กลับพังครืนลงตั้งแต่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ

รายงานของเดลิสตาร์ระบุเรื่องราวการเลิกราที่เกิดขึ้นเป็นเพราะว่าเจ้าผีสามีนั้นไม่รู้ตัวว่าตนเองขี้ระแวงเกินไป หรือไม่กังวลเกินไปว่าจะถูกเธอตีจาก ทั้งนี้ โบร์คาร์ด ให้สัมภาษณ์ว่า "ฉันทุกข์ทรมานจากความคิดในแง่ลบมากๆ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา" พร้อมเผยว่าเธอเข้ารับการปรึกษาด้านชีวิตแต่งงานมาตั้งแต่ต้นปี แต่สามีของเธอไม่ใส่ใจมัน และนับตั้งแต่มันทำให้ชีวิตของเธอเหมือนตกอยู่ในนรกมากกว่าที่ผ่านๆ มา

โบร์คาร์ด คร่ำครวญว่าที่จริงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับผีสามี เปลี่ยนไปตั้งแต่ช่วงออกเดินทางท่องเที่ยวไปฮันนีมูนแล้วด้วยซ้ำ

หลังจากพยายามทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาระหว่างมนุษย์กับผี สุดท้าย โบร์คาร์ด เผยว่าเธอต้องหันไปพึ่งหมอผีให้มาขับไล่ เอ็ดวาร์โด ไปจากชีวิต เพราะว่าผีตนนี้เอาแต่ทรมานเธอ เพราะไม่พอใจที่เธอกำลังตีจากเขา "เพราะเขาไม่มีความสุขและฉันต้องการยุติชีวิตสมรสนี้"

'ปิยบุตร' กล่อมชาวสกลฯ ยก 'เตียง-ครูครอง' ต้นแบบ 'อนค.-ก้าวไกล' ผู้สร้างประชาธิปไตยที่ยึดคนส่วนใหญ่เป็นศูนย์กลาง

(10 เม.ย. 66) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล เดินหน้าปราศัยพบปะพี่น้องชาวสกลนครจำนวน 4 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง เขต 1 อำเภอเต่างอย เขต 2 อำเภอวาริชภูมิ เขต 4 และอำเภอพังโคน เขต 6

ปิยบุตรกล่าวว่า สกลนครเป็นดินแดนแห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะเมื่อใดที่บ้านเมืองเกิดความอยุติธรรม ประชาชนชาวสกลนครก็จะเป็นกลุ่มที่ยืนต่อสู้อยู่แถวหน้าเสมอ บุคคลต้นแบบของการเป็นนักการเมืองในประวัติศาสตร์ไทย ก็เป็นคนสกลนคร เช่น เตียง ศิริขันธ์ และครอง จันดาวงศ์

“เตียง ศิริขันธ์ ผู้ได้รับสมญานามว่า 'ขุนพลภูพาน' เกิดที่สกลนคร แล้วไปเรียนมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองที่กรุงเทพฯ เขาเป็นหนึ่งในขุนพลที่ได้รับความรู้ประชาธิปไตยจากที่นี่ เรียนจบไปเป็นครู แล้วลงสมัครผู้แทน และต้องเดินทางหาเสียงด้วยการขี่ม้า เนื่องจากถนนหนทางยังไม่มีในตอนนั้น จนเป็นที่รักของประชาชน ลงสมัครกี่ครั้งก็ได้เป็นผู้แทนเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่กลายเป็นคนถืออำนาจบาตรใหญ่ กลับยังเสนอญัติเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนเสมอ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ยังเข้าร่วมกับขบวนการเสรีไทย ต่อต้านญี่ปุ่น ทำให้ประเทศไทยไม่ตกเป็นฝ่ายแพ้สงคราม เขาเป็นคนที่ยืนยันว่าคนทุกคนเท่ากัน จนสุดท้ายก็มีอำนาจมืดนำตัวเขาไปปลิดชีพ”

“ส่วนครูครอง จันดาวงศ์ ก็เป็นอีกหนึ่งนักประชาธิปไตยชาวสกลนคร ที่ถูกรัฐบาลทหารของสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใช้อำนาจตามมาตรา 17 จับไปยิงเป้าประหารชีวิต ก่อนตายท่านได้ลั่นวาทะอมตะว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” ขึ้นมา”

ปิยบุตรกล่าวต่อว่า ชาวสกลนครทั้งสองนี้เอง ที่เป็นต้นแบบให้ผู้แทนของอดีตพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้คิดออกแบบนโยบายโดยมีประชาชนคนส่วนใหญ่เป็นศูนย์กลาง

ทั้งนี้ ปิยบุตรย้ำว่า นโยบายที่ดี ไม่ว่าจะเป็นของพรรคใดก็ตาม จะไม่เกิดผลสำเร็จได้หากยังไม่สามารถทำให้เกิดการเมืองดี ประชาธิปไตยสมบูรณ์ ปลอดจากรัฐประหารได้ ดังนั้น การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเลือกพรรคก้าวไกล พรรคที่มีความกล้าหาญที่จะจัดการเรื่องยาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปกองทัพ เอาทหารมาอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน ให้รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บัญชาการเหล่าทัพ แก้ไขกฎหมายความมั่นคง ยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แก้ไขกฎหมายกฎอัยการศึก รวมทั้งจัดการลบล้างผลพวงรัฐประหาร เอาคณะก่อรัฐประหารมาดำเนินคดี

“นโยบายปากท้องดีจะไม่สามารถยั่งยืนได้ถ้าการเมืองไม่ดี รัฐบาลที่พี่น้องเลือกไป ไม่อาจดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพได้ หากไม่จัดการรัฐประหาร นโยบายการเมืองดีที่ควบคู่กับปากท้องดีคือจุดเด่นของพรรคก้าวไกล เช่น ปฏิรูปกองทัพ ให้รัฐบาลพลเรือนควบคุมกองทัพ ไม่ใช่กองทัพควบคุมรัฐบาลพลเรือน เอากองทัพกลับเข้ากรมกองไปเป็นทหารอาชีพ”

เปิดหลักฐานความพยายามให้สยามเกิด Thailand Spring เรื่องจริง!! อันตรายพุ่งเป้าต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

หลักฐานความพยายามในการทำให้เกิด Thailand Spring จากบทความ ‘ประชาชนคือป้อมปราการ’ โดย ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

มีนักการเมือง นักเคลื่อนไหว หลายคนที่พยายามถามหาหลักฐานการที่มีกล่าวหาว่า มีต่างชาติให้การสนับสนุนความพยายามในการจาบจ้วง ล่วงละเมิดสถาบันฯ ครั้งนี้จึงขอนำหลักฐาน ซึ่งเป็นบทความชื่อ ‘ประชาชนคือป้อมปราการ' ของคุณภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งได้ลงใน Post Today เมื่อหลายปีแล้วมาเล่าเพื่อให้ผู้อ่านได้พอเห็นภาพและเกิดความเข้าใจในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องและเป็นไปดังนี้

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา การบ่อนทำลายสถาบันสูงสุดเกิดขึ้นมากผิดปกติ เปิดเผย ไม่เกรงกลัว กลุ่มต่อต้านกษัตริย์ไม่เพียงเคลื่อนไหวในประเทศเท่านั้น แต่ยังไปเคลื่อนไหวในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐ ด้วยการป้อนชุดข้อมูลที่ดูเหมือนจริงแต่เป็นความเท็จ ส่วนหนึ่งเป็นผลงานของนักล็อบบี้จากสำนักงานกฎหมายที่มีชื่อเสียงและบริษัทประชาสัมพันธ์ ที่ถูกใครบางคนจ้างไว้ 3 บริษัท บริษัทละ 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (ประมาณ 30.3 ล้านบาทในขณะนั้น) เพื่อไปล็อบบี้สมาชิกรัฐสภาและรัฐบาลอเมริกันเพื่อผลทางการเมืองของตน อย่างไรก็ดี ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น คือ เกิดกระแสต่อต้านสถาบันกษัตริย์ในหมู่นักการเมืองอเมริกันมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ฝ่ายที่ต่อต้านสถาบันกษัตริย์ไทยในสหรัฐทวีความเข้มแข็งมากขึ้น มีการสร้างเว็บไซต์ในรูปแบบหลากหลาย เขียนบทความภาษาต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากข้อเขียนของคนอเมริกัน 2 คน คนหนึ่งคือ เจ.เค. แห่งคณะกรรมการวิเทศสัมพันธ์ (Council on Foreign Relations) อันทรงอิทธิพลในสหรัฐ ที่ เจ.เค. ได้เขียนบทความโจมตีสถาบันกษัตริย์ และยกย่องเชิดชูฝ่ายตรงข้ามกษัตริย์สลับกันมาหลายปีแล้ว อีกคนหนึ่งคือ เอ.เอ็ม.เอ็ม. ที่ยอมรับว่าได้รับการว่าจ้างให้มาทำงานด้านนี้ และเป็นคนที่นำเอาคดีของ โจ กอร์ดอน และ อำพล ตั้งนพกุล หรือ ‘อากง’ มาเขียนโจมตี ม.112 เพื่อให้พาดพิงไปถึงพระมหากษัตริย์ไทย ในความเป็นจริง คนพวกนี้ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย แต่ได้รับข้อมูลจากนักประวัติศาสตร์ชาวไทยสายสาธารณรัฐที่คนไทยรู้จักดี

ในกลางปี พ.ศ. 2556 นักล็อบบี้พวกนี้วางแผนผลักดันให้มีการอภิปรายเชิงวิชาการในที่ประชุมประจำปีของสมาคมเอเชียศึกษา (Association of Asian Studies) ซึ่งมีคนไทยที่ต่อต้านสถาบันกษัตริย์มีอิทธิพลอยู่ การอภิปรายดังกล่าวมีเป้าหมายมุ่งโจมตีสถาบันกษัตริย์ไทยเป็นการเฉพาะ รวมทั้งมีแผนตีพิมพ์หนังสืออีกเล่มหนึ่งโดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐ ที่ผู้เขียนอ้างหลักฐานจากห้องสมุดมหาวิทยาลัย รัฐสภาของสหรัฐ ที่ดูเผิน ๆ แล้วน่าเชื่อถือ หรือเลือกเฉพาะส่วนที่สนับสนุนความคิดของตน เพื่อหาทางทำลายความเชื่อถือพระมหากษัตริย์ไทยองค์ปัจจุบัน (ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ในขณะนั้น)

ก่อนหน้านี้เมื่อปี พ.ศ. 2554 ในวาระครบ 7 รอบ 84 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นักล็อบบี้อเมริกันได้ส่งชุดข้อมูลที่ปั้นแต่งขึ้นจนทำให้สมาชิกสภาหลงเชื่อได้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพยายามหลีกเลี่ยงไม่ส่งหนังสือถวายพระพรตามที่เคยปฏิบัติมา จนสภาสูงต้องส่งหนังสือถวายพระพรแทน สะท้อนให้เห็นว่า นักล็อบบี้ยิสต์อเมริกันทำงานให้กับนายจ้างอย่างได้ผล ทำให้รัฐสภาชุดก่อนเข้าใจผิดและต่อต้านสถาบันกษัตริย์ไทย ตกทอดมาถึงสภาใหม่ชุดที่ 113 ในปัจจุบัน (พ.ศ.2556)

ไม่เพียงแต่เท่านั้น สถาบันบางแห่งของสหรัฐ เช่น กองทุนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National Endowment for Democracy) ยังจัดสรรเงินงบประมาณของรัฐคิดเป็นเงินไทยกว่า 1,500 ล้านบาท และอีกโครงการเป็นเงิน 200-300 ล้านบาท ให้กับกลุ่มต่อต้านสถาบันกษัตริย์ ตามที่กลุ่มพวกนี้ร้องขอมาโดยอ้างว่าเพื่อนำไปใช้ในการให้ความรู้ประชาชนในการพัฒนาประชาธิปไตย แต่กลับนำไปสร้างสื่อและเว็บไซต์ ปลุกระดม โฆษณาชวนเชื่อให้คนไทยบางกลุ่มต่อต้านสถาบันสูงสุด

‘เทสลา’ เตรียมสร้างโรงงาน ‘เมกะแฟคทอรี’ ในเซี่ยงไฮ้ เน้นผลิต ‘เมกะแพ็ก’ เผย แบตเตอรี่มีขนาดเท่าตู้คอนเทนเนอร์

(10 เม.ย.66) สำนักข่าวซินหัว เผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ (9 เม.ย.) เทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าจะสร้างโรงงานเมกะแฟคทอรี (Megafactory) แห่งใหม่ในเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน ซึ่งจะมุ่งเน้นการผลิตเมกะแพ็ก (Megapack) ผลิตภัณฑ์กักเก็บพลังงานของบริษัทฯ ซึ่งมีลักษณะเป็นแบตเตอรี่ขนาดเท่าตู้คอนเทนเนอร์

เทสลากล่าวระหว่างพิธีลงนามโครงการดังกล่าวในเซี่ยงไฮ้ว่า โรงงานแห่งใหม่นี้มีกำหนดเริ่มการก่อสร้างในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และจะเริ่มการผลิตในไตรมาสที่ 2 ของปี 2024

‘แรมโบ้’ โวยลั่น ปมป้ายหาเสียง รทสช. โซนอีสานถูกทำลาย ซัด!! ฝ่ายตรงข้าม ควรหาเสียงอย่างสร้างสรรค์

(10 เม.ย.66) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่าขณะนี้ป้ายผู้สมัคร ส.ส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสาน ได้ถูกผู้ไม่หวังดีใช้วิชามาร เล่นวิธีสกปรกทำลายป้ายหาเสียง เช่น ป้ายหาเสียงของ นายศิรวุฒิ ผิวหอม เขต 10 จ.อุบลราชธานี และนายจำรูญศักดิ์ จันทรมัย เขต 4 อุบลราชธานี ผู้สมัครของพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์ทางการเมืองแล้ว ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายด้วย

"การใช้วิชามาร วิธีสกปรกดังกล่าว สะท้อนได้อย่างดีว่า กระแสของลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรครวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 22 และผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต กำลังดีวันดีคืน พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามเริ่มจะหวั่นไหว จึงใช้วิธีสกปรก ทั้งทำลายป้ายหาเสียง ทั้งใช้ทุกวิชามาร เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้สมัครจากพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าถึงพี่น้องประชาชนได้" นายเสกสกล ระบุ

‘มณีรัตน์’ ใช้รถ EV คันจิ๋วลงพื้นที่ ‘พระโขนง-บางนา’ ชู ‘ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์-ผ่อนมอเตอร์ไซค์ EV 60 งวด’

(10 เม.ย.66) น.ส.มณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กทม. พระโขนง-บางนา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) หมายเลข 6 กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากมลภาวะ อากาศเป็นพิษ ฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องเล็กและไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและสุขภาพของคนไทยอย่างมาก ซึ่งต้นตอของฝุ่นพิษ PM 2.5 ส่วนใหญ่แหล่งกำเนิดมาจากควันของยานยนต์ ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ทุกประเภทที่ใช้น้ำมัน การจราจรที่หนาแน่นบนท้องถนนในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพปอด ทางเดินหายใจให้กับพี่น้องประชาชนโดยตรง พรรคภท. ให้ความสำคัญกับนโยบายพลังสะอาด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำร้ายสุขภาพประชาชนมาตลอด ผ่าน 2 โครงการที่มีความเชื่อมโยงกัน คือ ฟรีโซล่าเซลบนหลังคาบ้าน ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท ต่อเดือน และการให้สิทธิซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ในราคา 6,000 บาท ผ่อนจ่ายเดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 งวด

'ผอ.ฟ้า' พรทิพา สุพัฒนุกูล พร้อมลูกชาย คว้า 5 รางวัล เกียรติยศอันทรงเกียรติ โดยหม่อมหลวงสราลี กิตติยากร ผู้แทนพระองค์ประธานมอบรางวัลแห่งชาติ Thai Awards ประจำปี 2566

ที่ศูนย์ประชุมวิจัยจุฬาภรณ์ ห้องคอนเวนชั่นฮอล์ ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กทม. หม่อมหลวงสราลี กิติยากร พระขนิษฐาของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เป็นประธาน พิธีมอบรางวัล 'รางวัลแห่งชาติ Thai Awards' 'สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น' ประจำปี 2566 จำนวน 10 รางวัล 

โดยมี ดร. อำนาจ หมัดสดาย สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) ประธานฝ่ายจัดงาน ร่วมมอบรางวัลให้กับบุคคลต่างๆหลายสาขาอาชีพตามโครงการคืนคนดีสู่สังคมกองทุนอาชีพสำหรับเด็กและเยาวชนในสถานพินิจของกระทรวงยุติธรรมที่จะออกสู่สังคม  โครงการสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสถิ่นกันดาร และอาหารกลางวันสำหรับเด็กเล็กในชนบทร่วมสนับสนุนอาหารกลางวันและอาหารสำเร็จรูป “โครงการอิ่มท้องอิ่มบุญ” ให้กับศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน พระยาประสาทธาตุการย์และคุณหญิงวาส(ประนิส) ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านมูเซอหลังเมือง ตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก กองร้อยตำรวจตระเวนชรนแดนที่ 342 

โดยมี นางฟ้าสายบุญ 'ผอ.ฟ้า' นางสาวพรทิพา สุพัฒนุกูล เจ้าของสถานีทีวีดาวเทียมจานดำ ช่อง 160 เข้ารับ 5 รางวัล และ นาย ชิรวิชช์ ระย้ายาว หรือน้อง 'ปีเตอร์' บุตรชายเข้ารับ 1 รางวัลคนไทยบุคคลแห่งชาติ 'Thai Awards' ในครั้งนี้ด้วย โดยมีรางวัลดังนี้

1. รางวัล ไทยบุคคลแห่งชาติ 'Thai Awards' โครงการปณิธาน ความดี ประจำปี 2566 
2. รางวัล รางวัลคนดีคิดดีสังคมดี 'พระกินรี' คนดีของแผ่นดิน 2566 
3. รางวัล 'ครุฑทองบุคคลแห่งชาติ' 2566 
4. รางวัลธุรกิจยอดเยี่ยม SQC ประจำปี 2566 
5. รางวัลผู้นำนักบริหาร  AEC LEADER TOP AWARDS 2023 

การประทานรางวัล ครั้งนี้เพื่อประกาศเกียรติคุณถึงคุณงามความดีที่มีประชาชน บุคลากรหลากหลายสาขาอาชีพที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอดตามหลักเกณฑ์พิจารณาของคณะกรรมการเลือกสรรค์ และเล็งเห็นศักยภาพ ผู้มีความรู้ ความสามารถ ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในการช่วยเหลือสังคม จึงได้จัดให้มีการเข้ารับรางวัล ในครั้งนี้ 

ด้าน ผอ.ฟ้า นางสาวพรทิพา กล่าวว่า การที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ก็ไม่ได้ดีใจมากมายอะไร แต่สิ่งที่ภูมิใจมากกว่าคือที่ได้ช่วยสังคมและที่สำคัญ ดร.อำนาจ ก็เป็นผู้ที่ทำจริงกับเรื่องในการให้ ผอ.ฟ้า เข้ามาช่วยเหลือสังคม ก็คือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องสนับสนุนช่วยทุกอย่างอยู่ในการที่ท่านไปทำโครงการไม่ว่าจะโครงการอาหารกลางวัน โครงการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาส และคนพิการ ตำรวจชายแดนทางภาคใต้ และอาหารกลางวันให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาส ซึ่งสิ่งเหล่านี้เขาทำจริงๆที่ผ่านมา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top