Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

ทกจ.กระบี่ร่วมกับ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ลงพื้นที่สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวก่อนเข้าช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันที่ 10 เมษายน 2566 เวลา 10.00 น. นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ พร้อมนางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ออกตรวจสถานประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา กับสถานประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ในพื้นที่ จ.กระบี่ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559

‘ไพบูลย์’ รับเรื่องสมาคมคนตาบอด แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ยัน!! พร้อมดัน กม. สร้างความเท่าเทียม-สร้างอาชีพมั่นคง

วันนี้ (10 เม.ย.) ที่พรรคพลังประชารัฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้รับข้อเสนอของสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำนโยบายในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนพิการทางสายตา โดยได้มีการหารือร่วมกัน ซึ่งสมาคมฯ ได้นำเสนออุปสรรคและปัญหาด้านคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสายตาใน 4 ประเด็น ที่ต้องการให้พรรคนำไปเป็นนโยบายและหาแนวทางแก้ไข ประกอบด้วย 

1. เบี้ยคนพิการ 3,000 บาท ถ้วนหน้า 
2. การเข้าเว็บไซต์แอปพลิเคชันสำหรับผู้พิการทางสายตา 
3. การส่งเสริมอาชีพให้ผู้พิการทางสายตา ได้ใช้ความสามารถในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ลดภาระครอบครัวและสังคม 
4. การเลือกปฏิบัติสำหรับผู้พิการทางสายตา 

เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์  2566 ตั้งเป้าผู้เสียชีวิตไม่เกิน 3 คน

วันที่ 10 เมษายน 2566 นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธาน เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 โดยมีนายณัฐชนน จันทร์คง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกระบี่ นายกิตติพนธ์ วุฒิวงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่  นางบัญชาลักษณ์ ลือสวัสดิ์  ประธานสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษาจังหวัดกระบี่ ผู้แทนหน่วยงานกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชน เข้าร่วมและมีหน่วยงานภาคเอกชน องค์กรต่าง ๆ ร่วมสนับสนุนน้ำดื่ม เครื่องดื่มและอุปกรณ์เพื่อให้บริการแก่ประชาชนที่สัญจร ณ จุดบริการประชาชนป้อมตำรวจทางหลวง วัดถ้ำเสือตําบลกระบี่ใหญ่ อําเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 

ทั้งนี้จังหวัดกระบี่ได้มีการจัดทำแผนบูรณา การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 และให้ทุกอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ
ประกอบด้วยบูรณาการจุดตรวจหลัก ๘ อำเภอ จำนวน 17 จุด จุดบริการประชาชน 8 อำเภอ จำนวน
27 จุด และด่านชุมชน 8 อำเภอ จำนวน 29 ด่านชุมชน มีกำลังเจ้าหน้าประมาณ 1,000 คนเพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากปัญหาอุบัติเหตุ และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2566 นี้ 

โดยทางศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนและทางทะเลจังหวัดกระบี่ ได้กำหนดแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเลในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2566 มีช่วงการดำเนินงานควบคุมเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2566 มีเป้าหมายการดำเนินงาน การเกิดอุบัติเหตุไม่เกิน 35 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ admit ไม่เกิน 36 คน และผู้เสียชีวิตไม่เกิน 3 คน ภายใต้ 5 มาตรการได้แก่ 1) มาตรการด้านการบริหารจัดการ 2) มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3) มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4) มาตรการด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และ 5) มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ หัวข้อการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ ”

กองกำลังสุรนารี จัดพิธีสืบสานประเพณีสงกรานต์ สรงน้ำพระ  รดน้ำดำหัวขอพรผู้บังคับบัญชา เนื่องในเทศกาลวันปีใหม่ไทย (วันสงกรานต์) 2566

วันที่ 10 เมษายน 2566 ที่ห้องประชุมกองกำลังสุรนารี พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมด้วย คณะนายทหาร กำลังพลหน่วยขึ้นตรง ร่วมพิธีทำบุญถวายเพลพระ และจัดพิธีสรงน้ำพระพระพุทธรูปประจำกองบัญชาการ เพื่อความเป็นสิริมงคลแต่ตนเอง และกำลังพล เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2566 หรือวันปีใหม่ไทย เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม และเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยจากนั้นที่บริเวณด้านหน้ากองบัญชาการกองกำลังสุรนารี คณะนายทหาร และกำลังพลหน่วยขึ้นตรงกองกำลังสุรนารี ได้ร่วมกันรดน้ำขอพร ผู้บังคับบัญชา ซึ่ง พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้อวยพร และขอขอบคุณ พร้อมให้กำลังใจแด่กำลังพลทุกหน่วย ทุกนายที่ได้ร่วมกันทุ่มเทเสียสละ และตั้งใจปฏิบัติทำงานในความรับผิดชอบ

‘โรม’ เรียกร้อง กกต. ขยายวันลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า อย่าให้ประชาชนเสียสิทธิ หลังเว็บลงทะเบียนล่มวันสุดท้าย

(10 เม.ย.66) ที่พรรคก้าวไกล รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขยายวันลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต นอกราชอาณาจักร ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 9 เมษายน 2566 ที่ผ่านมาว่า เมื่อวานนี้ (9 เมษายน) คือวันสุดท้ายของการลงทะเบียน แต่ปรากฎว่าเว็บไซต์ลงทะเบียนกลับล่ม ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถลงทะเบียนได้

รังสิมันต์กล่าวว่า เมื่อปี 2562 มีคนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต นอกราชอาณาจักร 2.63 ล้านคน แบ่งเป็น นอกราชอาณาจักร 1.2 แสนคน มาครั้งนี้ ทราบข่าวว่ามีประชาชนลงทะเบียนรวม 2.1 ล้านคน ดังนั้น เมื่อเทียบกับปี 2562 มีประชาชนที่อาจจะตกหล่นแน่ๆ ถึง 500,000 คน

บุกรวบเด็กช่างสถาบันดัง ยกแก๊ง 14 ราย กลุ่มผู้ต้องสงสัยมือยิงคู่อริ เสียชีวิตที่บางกอกน้อย

วันที่ 9 เมษายน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.น.5 , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ปนาถพล ปุณศรี รอง ผบก.น.5 , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ศิรณวิชญ์ อินทร ผกก.สส.บก.น.5 , พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.5 , บก.สส.บช.น. และฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหา 14 ราย ประกอบด้วย 

1. นายเชิดชัย ชาระ หรือคิว อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151/153 ถ.เทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.133/2566 ลงวันที่ 18 ก.พ.66

2. นายพิชชากร โพธิ์ดี หรือเมฆ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 ซ.ราษฎร์อุทิศ 68/2 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.132/2566 ลงวันที่ 18 ก.พ.66

3. นายภัทรพล พบศิลา หรือเติร์ด อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.6 ต.หนองเพรวงาย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.130/2566 ลงวันที่ 18 ก.พ.66

4. นายสหรัฐ ไชยแสง อายุ 20 ปี ที่อยู่ 2/3 หมู่ที่ 5 ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย                          
5. นายรัชชานนท์ พัฒนา อายุ 21 ปี ที่อยู่ 99/1 หมู่ที่ 3 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี                

6. นายอินแสง อินแก้ว อายุ 26 ปี ที่อยู่ 35/39 หมู่ที่ 4 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี                        
7. นายสิทธิพงษ์ ศรีหาวัด อายุ 21 ปี ที่อยู่ 350/30 หมู่ที่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี                        
8. นายธนพนธ์ ศรีศักดา อายุ 20 ปี ที่อยู่ 14/179 ซ.แจ้งวัฒนะ 14 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ จ.กรุงเทพ

9. นายธนากร ถุงเงินศิริ อายุ 22 ปี ที่อยู่ 31 หมู่ที่ 10 ต.บึงคอไห อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

10. นายฐิติวุฒิ ชัยมงคล อายุ 20 ปี ที่อยู่ 340/8 หมู่ที่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เลข

11. นายอธิชาติ ปภัณสกุลชัย อายุ 25 ปี ที่อยู่ 536/1 หมู่ที่ 9 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์

12. นายอุกฤษณ์ ศรีสังข์ อายุ 20 ปี ที่อยู่ 178/309 หมู่ที่ 7 หมู่บ้านบัวทอง 4 ถนนบ้านกล้วยไทรน้อย ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี  

13. นายกริชศยา ครุฑแก้ว อายุ 22 ปี ที่อยู่ 29/3 หมู่ที่ 12 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม                          
14. นายวัชรนันทน์ กิตติจันทร์รัตนา อายุ 26 ปี ที่อยู่ 338 ซ.หมู่บ้านสินธร แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ จ.กรุงเทพ

ตรวจยึดของกลางได้ 4 รายการดังนี้
1.อาวุธปืนลูกโม่ สมิทแอนด์เวสสัน สีดำ จำนวน 3 กระบอก (ตรวจสอบไม่พบทะเบียนปืน)
2.กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 72 นัด (หัวตะกั่ว 26 , หัวทองแดง 12 ลูก , หัวระเบิด 34 ลูก)
3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 14 เครื่อง
4.ไอแพด จำนวน 2 เครื่อง

โดยกล่าวหานายเชิดชัย ชาระ ว่า “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”
โดยกล่าวหานายพิชชากร โพธิ์ดี ว่า “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”
โดยกล่าวหานายภัทรพล พบศิลา ว่า “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”
โดยกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 4-14 ว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาต”

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 66 เวลาประมาณ 22.20 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์และใช้อาวุธปืนยิงใส่ นายศตวรรษ (ขอสงวนนามสกุล) ทำให้เสียชีวิต อยู่ที่บริเวณ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางขุนนนท์ ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตเป็นนักศึกษาช่างกลของสถาบันดัง ซึ่งหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้ให้สืบสวนนครบาลวิเคราะห์ถึงมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุของคนร้ายว่าอาจเป็นเรื่องของ ความขัดแย้งต่างสถาบัน เนื่องด้วยผู้เสียชีวิตนั้นเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งมีหน้าที่พิเศษที่ในกลุ่มเรียกกันว่า “การ์ด” ซึ่งว่ากันว่าเป็นหน้าที่สำคัญในหมู่นักศึกษาของสถาบัน 

‘วัน ภาดาท์’ ลงพื้นที่ขอคะแนนชาวพญาไท-ดินแดง ปลื้ม!! นโยบาย ‘ฟรีโซลาร์เซลล์-จยย.ไฟฟ้า’ โดนใจปชช.

(10 เม.ย.66) น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ หรือ วัน ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตพญาไท-ดินแดง เบอร์ 6 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ลานกีฬาสน.ห้วยขวาง และตลาดสดห้วยขวาง เขตดินแดง เพื่อแนะนำตัวในการลงสมัคร ส.ส. รวมทั้งสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และขอให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.66 ด้วย

น.ส.ภาดาท์ เปิดเผยว่า เท่าที่ได้พูดคุยประชาชนส่วนใหญ่สนใจนโยบายพลังงานสะอาด ลดรายจ่ายประชาชน คือ ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ฟรี เพื่อลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท และสนับสนุนการใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 งวด โดยมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านั้น ประชาชนบางคนสอบถามว่า ราคานี้อาจไม่ได้มาตรฐาน แต่ตนยืนยันว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพราะราคาที่แท้จริงสูงกว่านั้น ซึ่งพรรคภูมิใจไทยคิดนโยบายผ่อนชำระ 60 เดือน โดยจะหางบประมาณจากส่วนอื่นๆ มาอุดหนุน เช่น เงินที่ได้จากการขายไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งให้ประชาชน โดยประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าเดือนละ 450 สิบบาท

“ไฟฟ้าส่วนเกินจากการผลิตโดยโซลาร์เซลล์ของบ้านประชาชนจะนำขายให้การไฟฟ้าฯ และเป็นรายได้มาอุดหนุนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านั่นเอง” น.ส.ภาดาท์ ชี้แจง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบกว่า 4 ล้านบาท สงเคราะห์ผู้ป่วยที่ขาดแคลน ผ่าน โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุข 78 แห่งทั่วประเทศ

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 10 เมษายน 2566) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ คณะกรรมการ และผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบเงินสงเคราะห์ผู้ป่วยที่ขาดแคลนแก่โรงพยาบาล และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และ จังหวัดใกล้เคียง จำนวน 34 แห่ง โดยมีผู้แทนโรงพยาบาล และหน่วยงานสาธารณสุข เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ นอกจากนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังกำหนดมอบเงินสงเคราะห์ผู้ป่วยที่ขาดแคลนให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานสาธารณสุข ในส่วนภูมิภาค จำนวน 44 แห่ง โดยมีมูลนิธิฯ /สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นตัวแทนมอบ 

รวมงบประมาณที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมอบเงินสงเคราะห์ผู้ป่วยที่ขาดแคลน ผ่านโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขในปี พ.ศ.2566  รวม 78 แห่งทั่วประเทศ เป็นเงินทั้งสิ้น 4,116,000 บาท (สี่ล้านหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นหกพันบาทถ้วน)

กว่า 55 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้มอบเงินสงเคราะห์ผู้ป่วยที่ขาดแคลน โดยริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักในงานสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิฯ เป็นความมุ่งหวัง เพื่อช่วยเหลือสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยให้ผู้ป่วยที่ขาดแคลนมีโอกาสเข้ารับการรักษาพยาบาลทางสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม โดยมอบเงินผ่านโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ ซึ่งแต่ละแห่ง จะมีนักสังคมสงเคราะห์ หรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เป็นผู้พิจารณามอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยที่ขาดแคลน โดยทำรายงานการสงเคราะห์ให้กับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทราบทุกเดือน

ตร.วังน้ำเขียวไอเดียเจ๋ง มอบความสุขสงกรานต์ แทนใจด้วย กล่องยาสามัญประจำบ้าน และหมวกกันน็อก ให้ประชาชนกลับภูมิลำเนา ขับขี่ปลอดภัย

วันที่ 10 เมษายน 2566 เวลา 10.30 น. ที่บริเวณด่านตรวจสกัดตำรวจวังน้ำเขียว ริมถนนสาย 304 วังน้ำเขียว-ปักธงชัย-นครราชสีมา ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายสมภพ มุกดาสนิท นายอำเภอวังน้ำเขียว ร่วมกับ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ ตังอำนวย ผกก.สภ.วังน้ำเขียว ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่แขวงการทาง หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน สมาคมพัฒนาอาชีพคนพิการไทย สาขาวังน้ำเขียว เยาวชนกลุ่มกระทิงน้อย ร่วมกันเปิดศูนย์ลดอุบัติเหตุบนถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2566 

ภายหลัง นายสมภพ นายอำเภอวังน้ำเขียว นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย สุขใจสงกรานต์ ประจำปี 2566 แต่ที่เป็นไฮไลต์ของกิจกรรม คือ กลุ่มคนพิการ เด็กเยาวชนในพื้นที่ ร่วมมอบหมวกกันน็อกให้เด็กนักเรียน เพื่อรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมมอบ กล่องยาสามัญประจำบ้าน ให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาฉลองสงกรานต์ ภาคอีสาน 

ทีมเศรษฐกิจ ปชป. โชว์แนวทางขับเคลื่อน ศก.ไทย ชูใช้เงิน กบข.-กองทุนสำรองฯ 3 แสนล้าน ให้เกิดสภาพคล่อง

(10 เม.ย.66) ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลง ‘อัดฉีดเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท ใครได้อะไร’ โดยนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท ไม่ใช่เป็นการแจกเงินทั่วไป ๆ ประชาธิปัตย์มองภาพรวมว่าเศรษฐกิจจะมีทิศทางและต้องเดินต่อไปอย่างไร โดยการดูแลเศรษฐกิจมหาภาค ซึ่งสิ่งที่ประชาธิปัตย์นำเสนอ ต้องการจะให้เศรษฐกิจโตถึง 5 เปอร์เซนต์ ให้ขยายตัวตามศักยภาพที่เรามีอยู่ ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจภาพรวมโตอย่างน้อย 5 เปอร์เซนต์ หากโตไม่ถึงก็จะไม่เป็นแรงจงใจนักลงทุน และไม่มีเงินมาดูแลคนในประเทศ ดังนั้นการให้เศรฐกิจโตอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาเรามาผิดทางเพราะเราไปกระตุ้นให้คนใช้จ่ายโดยที่ใช้จ่ายหมดเปลือง ดังนั้นเราจึงต้องกระตุ้นโดยการนำเงินเก่าที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ ให้ได้ถึง 1 ล้านล้านบาท เพื่อให้เศรษฐกิจมีการขับเคลื่อน ไม่ใช่ไปกู้หรือไปก่อหนี้ ดังนั้นสิ่งที่ประชาธิปัตย์นำเสนอจะต่างจากสิ่งที่รัฐบาลทำมา 

นายพิสิฐ กล่าวต่อว่า หลายพรรคการเมืองมีการพูดเศรษฐกิจโต 5 เปอร์เซนต์ แต่ไม่บอกว่าโตอย่างไร ได้แต่บอกว่าเอาเงินใส่เข้าไปเพื่อใช้จ่าย แต่บอกว่าว่าใช้จ่ายแล้วจะเกิดอย่างไร แต่ประชาธิปัตย์ มีกลไกลที่ทำให้เศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ไม่สร้างปัญหาในอนาคต และพยายามให้หนี้อยู่ในกรอบ เพราะหลายพรรคเสนอวิธีการแก้ปัญหาหนี้โดยการการพักหนี้ บายพลาสระบบเครดิตบูโร ทั้งหมดทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอลง หากทำแบบนี้ใครจะกล้าเอาเงินใหม่เข้ามา ถ้าเราใส่ทุนเข้าไปเศรษฐกิจจะมีความแข็งแรงมากขึ้น โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ด้วยเงิน 1 ล้านล้านบาท จะมีทั้งระดับรากหญ้าโดยผ่านธนาคารหมู่บ้าน ชนชั้นกลางโดยการปลดล็อก กบข. และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เอ็สเอ็มอีและสตาร์ทอัพ โดยเงินก้อนแรกธนาคารหมู่บ้าน ชุมชนละ 2 ล้านบาท ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) มีเงินอยู่แล้ว และเวลานี้รัฐบาลเป็นหนี้ ธกส. อยู่ 8 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลต้องคืนหนี้ธกส. แล้ว ธกส. จะเอาเงินนี้มาใช้เรื่องนี้ได้ และถ้าทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน มีเงินเข้าไปในระบบ โดยมีออมสิน และ ธกส. เข้าไปช่วยกำกับเรื่องบัญชี เราก็จะมีระบบสถาบันการเงินที่ให้ประโยชน์อ่างแท้จริงในระดับรากหญ้า 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top