Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

‘สจ.หมอ’ เปิดเกมล้มช้าง ตรัง เขต 2 เดิมพันสูง!! ใครอยู่ ใครไป ยังไม่แน่

(4 ต.ค. 68) กิตติเดช วรรณบวร หรือ สจ.หมอ สมัครสมาชิกพรรคไทยก้าวใหม่แล้ว เตรียมลงชิง สส.เขต 2 ตรัง ชนกับ 'ทวี สุรบาล' และสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

หมายเหตุ ทวี น่าจะลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ส่วนสาทิตย์ น่าจะลงสมัครในนามประชาธิปัตย์

กล่าวสำหรับสาทิตย์ยังต้องรอดูผลการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ และยังต้องดูท่าทีของโกหน่อ สมชาย โล่สถาพรพิพิธ บ้านใหญ่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ไปอยู่ภูมิใจไทย หรือยังอยู่ประชาธิปัตย์ ภายใต้เงื่อนไข มีสาทิตย์ ต้องไม่มีสมชาย มีสมชายต้องไม่มีสาทิตย์

ให้จำไว้นะครับว่า ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งใหญ่ จะมี สส.เก่าสอบตก 30-50% และบางเขตเลือกตั้ง เป็นการล้มช้าง ซึ่งก็ไม่แน่ตรังช้างอาจจะล้มก็ได้

แรงงานกัมพูชา เคลื่อนไหวใหญ่!! ประท้วง ปิดถนน เรียกร้อง ลั่น!! หากไม่ตอบสนอง พร้อมลุกฮือ เตรียมจุดไฟทั่วประเทศ

สถานการณ์แรงงานในกัมพูชาปะทุ เมื่อคนงานจากโรงงาน Taral International Co Ltd จังหวัดกัมปงสปือ รวมตัวกันปิดถนนสายหลัก National Road 3 เพื่อคัดค้านการเลิกจ้างพนักงานขับรถรับส่งกว่า 60 คน พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มเงินช่วยเหลือมื้อกลางวัน

การประท้วงเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีแรงงานเข้าร่วมกว่า 8,000 คน หรือเกือบ 90% ของแรงงานทั้งหมดในโรงงาน ตามข้อมูลจาก Thorn Thon เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน Federation of Free Trade Unions of Cambodia (FTUWKC) การปิดถนนกินเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนแรงงานจะยอมเปิดทางอีกครั้งราว 10.00 น. หลังจากที่มีตัวแทนแรงงาน 30 คนตกลงเข้าร่วมการเจรจากับฝ่ายบริหารโรงงาน แรงงานไม่ได้เพียงแต่คัดค้านการเลิกจ้าง แต่ยังประท้วงการตัดโบนัส เงินเดือนประจำปี และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ถูกลดทอน พร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้โรงงานจัดสรร เงินช่วยค่าอาหารกลางวัน 2,000 เรียล (ราว 0.50 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อวันต่อคน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญ

“โรงงานเลิกจ้างคนขับรถ 60 คนที่เคยพาแรงงานไปทำงานทุกวัน และยังมีการตัดโบนัสและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ พวกเราจึงไม่อาจนิ่งเฉยได้” — Thorn Thon เจ้าหน้าที่ FTUWKC กล่าวกับสื่อท้องถิ่น

แม้ถนนจะกลับมาเปิด แต่แรงงานย้ำหนักแน่นว่าหากข้อเรียกร้องไม่ถูกตอบสนอง พวกเขาจะยกระดับการประท้วง ขยายการเคลื่อนไหวไปยังโรงงานอื่นทั่วประเทศ

‘Benz BKK Group’ ครอง!! แชมป์ยอดขาย จัดคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่!! ขอบคุณคนพิเศษ

(4 ต.ค. 68) กลุ่มบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการ แถลงผลการดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2568 พร้อมประกาศความสำเร็จขึ้นแท่นผู้นำดีลเลอร์กรุ๊ปด้วยยอดขายรวม 932 คัน ถือเป็นกลุ่มตัวแทนจำหน่ายที่สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดจาก 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร โดย Benz BKK Bangna ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันออก Benz BKK Vipawadee ครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือ และ BKK Autohaus Kanchanapisek ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตก

สำหรับผลประกอบการธุรกิจตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึง 31 สิงหาคม 2568 แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดรถยนต์ลักชัวรี กลุ่ม Benz BKK Group ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งด้วยยอดขายรวม  932 คัน โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 621 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ที่ 15.62% และ Mercedes-Benz Certified รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง จำนวน  311 คัน  ซึ่งมีอัตราการเติบโตเทียบปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น  32% ก้าวขึ้นแท่นผู้นำกลุ่มตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

โดยภาพรวมส่วนของรถยนต์ใหม่ (New Car) ยังคงตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทั้งกลุ่มรถสปอร์ต รถอเนกประสงค์ (SUV) รวมถึงไลน์รถยนต์ไฟฟ้า (EQ) ที่นับเป็นกลุ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วยขยายฐานลูกค้าและถือเป็นหัวใจของการเสริมพอร์ตสินค้าระยะยาว ในขณะเดียวกัน Mercedes-Benz Certified ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดด้วยเช่นกันด้วยข้อเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ทั้งพื้นที่โชว์รูมและขนาดการลงทุนที่ใหญ่ที่สุด ตอบโจทย์ลูกค้าด้วยโชว์รูม Experience Center แบบครบวงจร มีรถให้เลือกครบทุกเซกเมนต์หมุนเวียนกว่า 150 คัน รวมถึงรถทุกคันผ่านการตรวจเช็กแบบ Multi-point มากกว่า 200 รายการ รองรับบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพที่มาพร้อมโปรแกรมสินเชื่อเฉพาะบุคคล และบริการซื้อ-ขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทำให้รถยนต์ Mercedes-Benz Certified กลายเป็น “ตัวเลือกที่คุ้มค่า และเชื่อถือได้สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์พรีเมียมพร้อมใช้งานในงบประมาณที่คุ้มค่า ซึ่งการตอบรับเห็นได้จากงาน BIG Motor Sale 2025 และช่องทางขายอื่นๆ ที่ยืนยันถึงศักยภาพของไลน์ Mercedes-Benz Certified ในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านแผนการดำเนินธุรกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ทาง Benz BKK Group ยังคงเสริมทัพรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลาย  พร้อมมุ่งเน้นกลยุทธ์ Customer Centric เป็นการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ด้วยการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นที่สุด มอบประสบการณ์การดูแลรถยนต์และการรองรับบริการที่เหนือระดับ เพราะลูกค้าคือคนพิเศษ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Benz BKK Group ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับ CRM (Customer Relationship Management) แบบ 360 องศา เพื่อเข้าถึง เข้าใจ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความพึงพอใจอย่างสูงสุด ควบคู่ไปกับการสร้าง Brand Experience ผ่านกิจกรรม Lifestyle & Entertainment สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าในทุกมิติครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกเจนเนอเรชัน  Benz BKK Group จึงได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษแห่งปีแทนความขอบคุณไม่สิ้นสุด
.
สำหรับกิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” แทนความขอบคุณที่ไม่สิ้นสุดบนการเดินทางแห่งเสียงดนตรีและความซาบซึ้งใจ คือการถ่ายทอดความผูกพันอันยาวนานระหว่าง Benz BKK Group และลูกค้า ที่ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการเดินทางร่วมกันบนถนนแห่งความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความทรงจำที่งดงามตลอดหลายทศวรรษ ไฮไลต์สำคัญครั้งนี้จะเป็นการรวมกันครั้งสำคัญของลูกค้าคนพิเศษของ Benz BKK กว่า 5,200 คน ของกลุ่ม Gen X และ Gen Y  

คุณอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยานยนต์กลุ่ม บีเคเค กรุ๊ป กล่าวว่า “กว่า 34 ปีที่เราอยู่เคียงข้างลูกค้า Mercedes-Benz วันนี้ Benz BKK Group ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ด้วยพลังศรัทธาและการสนับสนุนของลูกค้าทุกท่าน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งยอดขาย บริการ และประสบการณ์ เพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกเส้นทาง”

คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า “กลยุทธ์หลักของเราในไตรมาสที่ 4 คือการเดินหน้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับลูกค้าในทุกมิติ ทั้ง Online Marketing ที่เข้าถึงแบบ Personalized และ กิจกรรม Offline ที่สร้างประสบการณ์จริง เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งมุ่งดึงลูกค้า Lapsed Customer ให้กลับมาใช้บริการ โดยใช้ CRM ที่แม่นยำ และกิจกรรมการตลาดเชิงประสบการณ์ (Lifestyle & Engagement Marketing) เป็นเครื่องมือสำคัญ เราเชื่อว่าความสำเร็จของ Benz BKK Group ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะยอดขาย แต่เกิดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ และภารกิจของเราคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่ยั่งยืน เพื่อก้าวไปสู่อนาคตร่วมกัน”

ไฮไลต์กิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” นำทีมโดยสุดยอดศิลปินระดับแนวหน้ามากมาย อาทิ ปาล์มมี่, นูโว, บอย Peacemaker, กบ Taxi, ปู Blackhead และอี๊ด FLY โดยแต่ละบทเพลงและการแสดงจะเปรียบเสมือน “ช่วงเวลา” ของเส้นทางร่วมกัน ตั้งแต่วันแรกจนถึงก้าวสู่อนาคต  พร้อมจัดเต็มด้วยระบบแสง สี เสียง ย่านกลางใจเมือง ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ณ  UOB Live ศูนย์การค้า EmSphere พิเศษ!! สำหรับลูกค้า Benz BKK Group  เท่านั้น กิจกรรมสุดพิเศษนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คอนเสิร์ต แต่คือบทพิสูจน์แห่งความใส่ใจที่ Benz BKK Group มอบให้ลูกค้าเสมอมา   

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลปฏิบัติ 'ยุทธการสกัดยานรก' ภายใต้นโยบาย 'ยกระดับจัดการปัญหายาเสพติด' ของนายกรัฐมนตรี

(4 ต.ค. 68) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด ณ บช.ปส. โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์  เย็นท้วม  ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด., พลโท ณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิต ผอ.ศปป.2 กอ.รมน., พ.อ.เกียรติศักดิ์ ทรัพย์เมฆ รอง ผบ.ขกท. และผู้บังคับบัญชา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการ “ต้องชนะยาเสพติด” ให้ได้อย่างเด็ดขาด

จากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านการปราบปรามยาเสพติด โดยให้เป็นนโยบายเร่งด่วน ขจัดยาเสพติดให้สิ้นซาก และให้ยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศในการร่วมกันปราบปรามยาเสพติด ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พร้อมสั่งการให้ “อัปเดต - อัปเกรด” การทำงานให้ทันต่ออาชญากรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในรอบปีที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติเป็นที่ประจักษ์ สามารถจับกุมคดียาเสพติดรวม 265,446 คดี ผู้ต้องหา 265,109 ราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 1,083 ล้านเม็ด, ไอซ์ 51,916 กิโลกรัม, คีตามีน 6,031 กิโลกรัม, เฮโรอีน 11,294 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินจากขบวนการค้ายาเสพติดได้รวมมูลค่าสูงถึง 14,905 ล้านบาท 

ในห้วงเดือนกันยายน - ตุลาคม 2568 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เร่งเครื่องปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ สามารถทลายเครือข่ายยาเสพติดสำคัญได้ถึง 9 คดี จับกุมผู้ต้องหา 16 ราย ยึดยาบ้ารวม 18.25 ล้านเม็ด, ไอซ์ 1,488 กิโลกรัม, และคีตามีน 29 กิโลกรัม โดยมีคดีสำคัญที่สะท้อนถึงความเด็ดขาดในการสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ตั้งแต่ชายแดนจนถึงเมืองหลวง ดังนี้

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จับกุมเครือข่ายสำคัญ 6 คดี 
1. ยุทธการนักบินปราจีนบุรี: ทลายโกดังพักยาที่นครพนม ยึดไอซ์ 500 กิโลกรัม
2. สกัดรถบรรทุกนรก: จับกุมกลางสระบุรี ยึด ไอซ์ 468 กิโลกรัม และคีตามีน 29 กิโลกรัม ขัดขวางการลำเลียงสู่ภาคใต้
3. แก๊งซิ่งฝ่าแนวกั้น: บุกสกัดที่ปากช่อง นครราชสีมา ยึดยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด
4. แก๊งเจริญชัย: จับกลางปั๊มกำแพงเพชร ยึดยาบ้าลอตใหญ่ 6 ล้านเม็ด ขวางเส้นทางสู่ภาคกลาง
5. เครือข่ายพี่น้องชาวเขา: สกัดที่นครสวรรค์ ยึดยาบ้า 2.5 ล้านเม็ด
6. เครือข่ายใต้ในแดนเหนือ: จับกุมที่เชียงราย ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด ขณะเตรียมลำเลียงลงสู่ภาคใต้

กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทลายเครือข่ายสุพรรณบุรี ยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 3.08 ล้านเม็ด พร้อมผู้ต้องหาที่ติดกำไล EM ในคดีพรากผู้เยาว์
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) จับกุมขบวนการลักลอบขนยา 2 คดี
1. เครือข่ายท้าวชัยน้อย: จับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดริมแม่น้ำโขง ยึดยาไอซ์ 300 กิโลกรัม และยาบ้า 1,472,00 เม็ด ในพื้นที่นครพนม มูลค่าประมาณ 75 ล้านบาท และถ้าส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 จะมีมูลค่าถึง 150 ล้านบาท
2. สกัดจับยาไอซ์ 220 กิโลกรัม ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ 

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มที่ ทั้งด้านเทคโนโลยีและการสร้าง “กลไกเชิงระบบ” ที่เป็นแนวทางถาวรในการต่อสู้กับอาชญากรรมทุกรูปแบบ ทั้งนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ ประสบความสำเร็จลุล่วงด้วยดี และมีความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจสำคัญนี้ หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ทันทีผ่านช่องทาง สายด่วนยาเสพติด 191 และสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้บ้าน

‘คนภาคตะวันออก’ เบื่อเต็มกลืน!! กระแสนิยมพรรคส้ม ดิ่งลงเหว เล่นแต่วาทกรรม!! ละครน้ำเน่า พอแล้ว!! การเมืองคอนเทนต์

(4 ต.ค. 68) ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผอ.นิด้าโพล เผยผลสำรวจสุดละเอียดยิบ ปรากฏว่า กระแสนิยม พรรคส้ม ตกยับ!!

ในส่วนของความนิยมหัวหน้าพรรค อย่างคุณเท้ง พบว่ากระแสนิยมตกลงทุกภาค โดยเฉพาะภาคตะวันออกตกลงถึง 10%

ส่วนกระแสในตัวพรรคการเมือง ยิ่งไปใหญ่ ลดลงทุกภาคเช่นกัน แต่ที่ลดลงสูงที่สุดจนถึงขั้นน่าเป็นห่วงก็คือภาคตะวันออก ลดถึง 21 % ! เรียกได้ว่าลงสูงสุดจากทุกภูมิภาคเลยทีเดียว

และจากผลสำรวจยังพบอีกว่า ผู้ประสงค์ที่ยังไม่เลือกพรรคการเมืองใดเลยในภาคตะวันออก มีอัตราสูงสุดในประเทศถึง 35% ทีเดียว แสดงให้เห็นว่าคนภาคตะวันออกเบื่อการเมืองแบบเก่าน้ำเน่า ที่โจมตีกันด้วยวาทกรรมเรียบร้อยแล้ว ถ้าหาเสียงแบบเดิมอีกก็เตรียมรับชะตากรรมได้เลย!!

ทั้งหมดนี้แสดงว่าชาวภาคตะวันออกบ้านเรา นับว่าคายส้มได้สูงสุดในประเทศไทยเลยทีเดียวครับ. อาจจะเพราะได้เห็นการทำงานของ สส. ส้ม ที่ยังวนเวียนอยู่กับรูปแบบเดิมๆ โพสต์แต่ภาพที่สภามาทำคอนเทนต์ อธิบายยกตัวเองได้สวยงามแต่ผลสัมฤทธิ์ และการแก้ไขปัญหาที่สำเร็จได้จริงยังไม่มีให้เห็น หรือเฝ้าแต่โจมตีคู่แข่งทางการเมืองซ้ำๆ เรื่องเดิมๆ โดยไม่ทำอะไรอย่างอื่นบ้าง แถมพื้นที่ก็ลงน้อยแต่ข้ออ้างเยอะซะเหลือเกิน ระวังตัวไว้นะครับ ชาวบ้านเขาตื่นรู้กันแล้ว!!

อินเตอร์ลิ้งค์ฯ เปิดมุมมองใหม่สู่โลก Data Center เจาะลึกทุกพื้นฐาน กับสัมมนา 'NEW Pro Tech: Fundamental of Cabling & Connectivity for Data Center' ตอกย้ำความรู้สู่การเป็นมืออาชีพ ที่คนวงการต้องอัปเดต

คุณภาพที่มากกว่า ในยุคที่ Data Center เป็นหัวใจของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (วันนี้ 3 ตุลาคม 2568) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการวางระบบโครงสร้างสายสัญญาณ และการเชื่อมต่อที่ครบวงจร จัดงานสัมมนาออนไลน์ “NEW Pro Tech Fundamental of Cabling & Connectivity for Data Center” เจาะลึกทุกมิติของการออกแบบ และวางระบบ Data Center อย่างมีมาตรฐาน และรองรับอนาคต นำเสนอความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี Data Center เปิดมุมมองใหม่ ด้านโซลูชันการเชื่อมต่อ จากอุปกรณ์แบรนด์ LINK AMERICAN & GERMAN Rack ซึ่งเป็นสินค้ามาตรฐานระดับสากล ตอบโจทย์การใช้งานในทุกระดับ ตั้งแต่ Enterprise ไปจนถึง Hyperscale และ AI Data Center

งานสัมมนาครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อมอบความรู้ด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และมาตรฐานที่ถูกต้องแก่ผู้ประกอบการ ผู้ดูแลระบบ ไอที วิศวกรเครือข่าย ตลอดจนผู้สนใจด้าน Data Center Infrastructure โดยครอบคลุมหัวข้อสำคัญที่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรม ทั้ง

Data Center Trend & Interconnect Solution แนวโน้ม และทิศทางการลงทุน พัฒนา ศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยที่เติบโตจากแรงหนุนอย่างก้าวกระโดด ทั้ง Cloud, Hyperscale และ AI Data Center Fundamental of Data Center ทำความเข้าใจประเภทของศูนย์ข้อมูล ตั้งแต่ Edge, Enterprise, Colocation ไปจนถึง Hyperscale และ AI พร้อมเจาะลึกความแตกต่างด้าน IT Load และการออกแบบที่เหมาะสม Network Architecture & Rack Layout วิเคราะห์การออกแบบเครือข่าย Data Center ทั้ง 3-Tier และ Spine-Leaf รวมถึงกลยุทธ์การจัดวาง Rack แบบ ToR, MoR และ EoR ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ การบริหารจัดการ และต้นทุนโดยตรง Cabling & Connectivity อธิบายมาตรฐานสากล TIA-942, TIA-568, TIA-606 ที่กำหนดหลักการเดินสายสัญญาณ พร้อมแนะนำสินค้า และอุปกรณ์ CAT 6A, CAT 8 และสายใยแก้วนำแสงชนิด MPO รวมถึง LINK Rack และ GERMAN RACK ที่ออกแบบตามมาตรฐาน ANSI/EIA-310 เพื่อความแข็งแรง ทนทาน และรองรับการขยายตัวในอนาคต Active Device & Transceiver แนวทางการเลือกใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณความเร็วสูงของ Data Center ทุกรูปแบบ 

ทั้ง DAC, AOC หรือ Optical Transceiver รวมถึงบทบาทของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาตรฐาน และเทคโนโลยีเครือข่ายความเร็วสูง (InfiniBand) ในการรองรับ AI เพื่อการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High Performance Computing) สำหรับผลิตภัณฑ์ Optical Transceiver ของ LINK เป็นทางเลือกอย่างครบวงจรด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายออกแบบมาเพื่อการใช้งานร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ ได้ มีศูนย์พัฒนาเพื่อไว้คอยรองรับให้เข้าถึงการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว สามารถรับ - ส่งสัญญาณได้ด้วยระยะที่ไกลขึ้น และยังเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ NETWORKING ให้สามารถรองรับการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มากมายมหาศาลได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยมี จุดแข็งที่มากกว่ากับ LINK TRANCIEVER CLINIC FOR ALL ที่จะมาปลดล็อกทุกปัญหาของการเชื่อมต่อด้วยคุณสมบัติเด่น ดังนี้

ALL COMPATIBLE : สามารถใช้งานเข้ากันได้กับ ทุกยี่ห้อ (All Brand) ของอุปกรณ์การสื่อสารทุกความเร็ว (All Speed) และทุกระยะทาง (Distance)
3 DAY DELIVERY : สามารถส่งสินค้า SFP ได้ภายใน 3 วันทำการ และสินค้า DAC, AOC ภายใน 3 Week โดยหากต้องการนำสินค้าไปทดสอบ ก็สามารถติดต่อ ขอรับไปทดสอบได้ครั้งละ 1 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 3 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 3 YEAR WARRANTY : สินค้า SFP Transceiver ของ LINK รับประกัน 3 ปีเต็ม หากมีปัญหา ระหว่างการใช้งาน หรือ มีปัญหาขัดข้อง หรือ มีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ สามารถเปลี่ยนตัวใหม่ได้ทันที ภายในระยะเวลารับประกัน 3 ปี

ตลอดงานสัมมนา ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญของอินเตอร์ลิ้งค์ฯ นายธุวานนท์ สิงห์ขจร Product Specialist และนายธนากร ชนะวงศ์วิสุทธิ์ Network Engineer Manager มาเจาะลึกให้ความรู้ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกอย่างครบวงจร พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก และมุมมองเชิงกลยุทธ์ พร้อมยกตัวอย่างการใช้งานจริงในระดับองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อให้เห็นว่า Cabling Infrastructure เปรียบเสมือน “ระบบประสาทและโครงสร้างกระดูก ของ Data Center” ที่ขาดไม่ได้ในการรองรับสมรรถนะ และทำงานสอดประสานกับอุปกรณ์เครือข่าย เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่มั่นคง และพร้อมรองรับอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้เปิดประเด็น “เทรนด์อนาคต” ของเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่ามาตรฐาน จากกลุ่ม Fiber Optic Cable ในตระกูล Double Q Series และสาย Patch cord ที่คุณภาพสูงและติดตั้งง่าย และยังสามารถส่งข้อมูลได้เร็วและมีความแม่นยำกว่าเดิม

นับว่างานสัมมนาได้ชี้ให้เห็นถึง เทรนด์อนาคตของเทคโนโลยี Data Center ที่กำลังพัฒนาไปสู่ความเร็วระดับ 800Gbps และ 1.6Tbps รวมถึงการใช้ Multi-Core Fiber, Hollow Core Fiber และ Co-Packaged Optics เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดพลังงาน ขณะเดียวกันการออกแบบ Data Center ในอนาคตยังมุ่งเน้นไปที่ Green Data Center เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จึงขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบโซลูชัน และอุปกรณ์การเชื่อมต่อคุณภาพสูงจากแบรนด์ LINK AMERICAN & GERMAN Rack ที่ได้มาตรฐานสากล ทั้งในด้านความแข็งแรง ความเสถียร อีกทั้ง ยังเชื่อมั่นได้อีกว่า การเสริมสร้างความรู้ และมาตรฐานที่ถูกต้องแก่ผู้ใช้งานในครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรม Data Center ของประเทศไทย ให้พร้อมแข่งขัน และรองรับความต้องการของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมแบบมีคุณภาพรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เสริมศักยภาพให้กับ Data Center ไทยก้าวทันโลกดิจิทัลอย่างมั่นคง และยั่งยืน

เตรียมพบกับงานสัมมนาครั้งถัดไป “New Pro Tech Product Highlight LINK Solar Cabling” ไขความลับสายโซลาร์ เลือกของดีมีครบทั้ง solution งานติดตั้งไม่มีพลาด ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในวงการพลังงาน ร่วมกับอัปเดตความรู้ล่าสุดด้านสายโซลาร์ และโซลูชันการเชื่อมต่อพลังงานสะอาด ที่ออกแบบตามมาตรฐานสากล ทั้ง ทนทาน ปลอดภัย และรองรับการใช้งานระยะยาว

เจาะลึกกับนวัตกรรม
-ถอดสเปก และเปรียบเทียบ LINK Solar Cabling ระหว่างสาย CB (DC Cable) กับ PV Cable
-มาตรฐาน AD8 สำคัญอย่างไร ?
-เลือกอุปกรณ์เครื่องมือ และคอนเนคเตอร์ แบบไหนให้มีประสิทธิภาพในการใช้งาน
-เคล็ดลับการออกแบบ และติดตั้งที่เหมาะกับโครงการจริง ตั้งแต่ Solar Rooftop จนถึง Solar Farm

ผู้สนใจเทคโนโลยี LINK Solar Cabling ที่ไม่ควรพลาด ลงทะเบียนได้แล้วตั้งแต่วันนี้

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ INTERLINK FAN หรือ โทร 02-666-1111 ต่อ 1707

มาอัปเดตความรู้ และค้นพบโซลูชันสายโซลาร์ที่จะช่วยให้ธุรกิจ และโครงการพลังงานสะอาดของคุณ

ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิกิติฯ ท่านใหม่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล 

เมื่อวานนี้ (3 ต.ค.68) พลเรือตรี กิติศักดิ์ สายนุช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ พร้อมด้วยคณะรองผู้อำนวยการฯ และหัวหน้าหน่วยขึ้นตรง รพ.ฯ ได้ร่วมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ 

โดยประกอบพิธีสักการะ องค์พระพุทธชินราชจำลอง พระยูไลไภสัชยคุรุพุทธเจ้า พระตำหนัก พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชานุสาวรีย์ จอมพลเรือสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และบวงสรวง พระภูมิเจ้าที่ใน พื้นที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา รับฟังปัญหา และสร้างขวัญกำลังใจตำรวจผู้ปฏิบัติภารกิจ ตอบสนองนโยบาย และความห่วงใยของ ผบ.ตร.

เมื่อวานนี้ (3 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ ณ จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามการปฏิบัติภารกิจบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลในพื้นที่

โดยได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดน รวมถึงปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่จากผู้ปฏิบัติ ณ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการวางแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

จากนั้น ผบช.ภ.2 ได้ตรวจเยี่ยมที่พักและความเป็นอยู่ของข้าราชการตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 126 พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญ ได้แก่ พัดลม อาหาร เครื่องดื่ม และผลไม้ เพื่อเสริมขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดย ผบช.ภ.2 ได้เน้นย้ำความห่วงใยในสวัสดิการและกำลังใจของข้าราชการตำรวจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกนายมีความพร้อม ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

4 ตุลาคม พ.ศ. 2447 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ทรงเปิดสำนักงาน ‘บุคคลัภย์’ สู่การจัดตั้งแบงค์สยามกัมมาจล

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2447 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ทรงประกอบพิธีเปิด “บุคคลัภย์” (Book Club) สำนักงานทดลองดำเนินกิจการแบบธนาคารพาณิชย์แห่งแรก ณ ตึกแถวสองชั้นของกรมพระคลังข้างที่ ตำบลบ้านหม้อ พระนคร โดยทรงออกหนังสือแจ้งว่ากิจการเป็นห้องสมุดสาธารณะ แต่การดำเนินงานจริงคือธุรกิจธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าการทดลองจะสำเร็จหรือไม่

ต่อมาเมื่อกิจการประสบความสำเร็จ ได้มีการก่อตั้งธนาคารในรูปแบบบริษัทจำกัดครั้งแรกชื่อ “บริษัทแบงก์สยามกัมมาจลทุน จำกัด” เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2449 โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระบรมราชานุญาตจากรัชกาลที่ 5 ให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์อย่างเป็นทางการ นับเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของคนไทย พร้อมได้รับพระราชทานตราอาร์มแผ่นดินเป็นตราประจำธนาคาร

ในปี พ.ศ. 2482 ธนาคารเปลี่ยนชื่อเป็น “ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด” มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2518 และเปลี่ยนชื่อเป็น “ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)” ชื่อที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก ใกล้สี่แยกรัชโยธิน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top