Thursday, 13 August 2026
Hard News Team

‘เจือ ราชสีห์’ ตรวจเยี่ยมโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา แก้ปัญหาการสัญจร-ผลักดันสู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัด

(2 ก.ค.67) เมื่อไม่นานมานี้ ‘เจือ ราชสีห์’ ผลักดัน-ติดตามโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อม อ.เมืองสงขลา และ อ.สิงหนคร จ.สงขลา อย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.สงขลา

นายเจือ ราชสีห์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ร่วมประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในเบื้องต้นโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ระหว่าง อ.เมืองสงขลาและอ.สิงหนคร จังหวัดสงขลา ณ บริเวณท่าแพขนานยนต์ ฝั่งเทศบาลนครสงขลา 

ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่และได้มอบหมายให้คณะกรรมการชุดเล็ก โดยมีนายไผท ทันประจำสินธุ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสงขลา นางปิยวรรณ ชูนวล ตัวแทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา นางภัตติมา รุ่งพัฒนพันธ์ ปลัดอำเภอเมืองสงขลาตัวแทนนายอำเภอเมืองสงขลา และตัวแทนภาคประชาชน ได้ลงพื้นที่ดูทางขึ้น-ลงของสะพาน เพื่อสรุปรายงานผลให้กับที่คณะกรรมการที่ประชุมใหญ่ได้ทราบในครั้งต่อไป 

ซึ่งโครงการดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องเดินทางสัญจรไป-มา ระหว่าง อ.เมืองสงขลาและอ.สิงหนคร ให้ได้รับความสะดวกมากขึ้น และจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาได้อีกทางหนึ่งด้วย

‘ผู้ศรัทธา’ แห่สักการะ ‘หลวงปู่ขาว’ วัดอุทยาน จ.นนทบุรี เนืองแน่น นิยมขอพรด้านการงาน-เงิน กราบไหว้ด้วยน้ำตาลหลังสำเร็จผล

เมื่อวานนี้ (1 ก.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนจำนวนมากต่างเข้าไปที่วัดอุทยาน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เพื่อไปขอพรหลวงปู่ขาว ในวิหาร ข้างพระโอสถ โดยประชาชนได้เข้าไปกราบขอพร บ้างก็นำน้ำตาลมาไหว้ตลอดทั้งทั้งวัน โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ประชาชนที่เข้าวัดทำบุญปล่อยปลา และต้องเข้ามากราบขอพรหลวงปู่ขาว ที่มีเสียงเล่าขานกันปากต่อปากว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ขอพรด้านการงาน การเงิน ความสำเร็จ ต่างประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า

พระครูวิโรจน์กาญจนเขต, ผศ.ดร เจ้าอาวาสวัดอุทยาน กล่าวว่า “ในส่วนเรื่องดังกว่าเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล เราคิดดี ทำดี ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ นั่นคือคุณธรรมความดีที่อยู่กับตัวเรา ส่วนเรื่องความเชื่อความศรัทธาก็เป็นเรื่องของบุคคลที่จะให้ความเคารพและนับถือสิ่งที่เชื่อว่าสามารถช่วยเขาได้ทำจนสำเร็จ”

“สำหรับภูเขานั้นเป็นพระพุทธรูปที่อยู่คู่กับพระอุทยานมานาน ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาส ก็ได้พบเห็นท่านแล้ว เห็นว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ที่อยู่คู่กับทางวัดอุทยานมานาน จึงได้บูรณะวิหารและองค์หลวงปู่ขาว และได้เปิดให้ประชาชนได้เข้ามากราบไหว้ขอพร ตามความเชื่อของชาวพุทธ”

“หลังจากเปิดได้ไม่นานก็มีประชาชนต่างพูดกันปากต่อปากว่าเข้ามากราบไหว้ขอพรหลวงปู่ขาวแล้ว มีความศรัทธา ขอสิ่งใดก็ได้สมปรารถนา หลังจากได้สมปรารถนาแล้วก็นำน้ำตาลมาไหว้ จนปัจจุบันนี้มีประชาชนนำน้ำตาลมาไหว้หลวงปู่ขาวสัปดาห์ละ 1,000 กิโลกรัม หรือ 1 ตัน เลยทีเดียว”

พระครูวิโรจน์กาญจนเขต, ผศ.ดร กล่าวอีกว่า “โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ ก็มีประชาชนมาขอพรหลวงปู่ขาว ทำสังฆทาน และทำบุญปล่อยปลา มาจนถึงทุกวันนี้”

สำหรับ ‘หลวงปู่ขาว’ ชาวบ้านที่อยู่บริเวณเล่าต่อ ๆ กันมาว่าท่านสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ใกล้วัด ชอบมาไหว้ขอพร แล้วประสบผลสำเร็จ จึงนำน้ำตาลทรายมาแก้บน เพราะสมัยนั้นบริเวณรอบ ๆ วัดอุทยาน นิยมทำขนมไทยโบราณ ซึ่งมีรสชาติหวาน แล้วใส่เรือล่องขายในคลองบางกอกน้อย คลองอ้อม ซึ่งน้ำตาลทรายหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง จึงนำมาไหว้หลังจากขอพรสำเร็จ ปัจจุบัน เป็นที่รู้จักกันจำนวนมาก ทำให้คนเข้ามากราบไหว้อย่างหนาแน่นตลอดทั้งวัน

 

บทสรุป!! มหากาพย์ 'สะพานสีมาธานี' ไม่ทุบยกระดับ 'ภูเขาลาด-ชุมทางถนนจิระ' หวัง!! ไร้ม็อบค้านการก่อสร้าง ลุยเดินหน้าโครงการทางคู่สายอีสานต่อ

เมื่อวานนี้ (1 ก.ค.67) เพจ 'โครงสร้างพื้นฐานประเทศไทย Thailand Infrastructure' ได้โพสต์ข้อความอัปเดตกรณีรถไฟทางคู่สายอีสาน ระบุว่า...

จบซักที!!! มหากาพย์ สะพานสีมาธานี สรุปไม่ทุบยกระดับยาวจากภูเขาลาด-ชุมทางถนนจิระ เดินหน้าต่อ ทางคู่สายอีสานต่อได้ซักที!!! หวังว่าคนโคราชจะพอใจ เดินหน้าโครงการได้เต็มที่!!!

วันนี้ รัฐมนตรีช่วยคมนาคม ได้ลงพื้นที่ติดตามงานในพื้นที่ ปากช่อง-โคราช ในโครงการทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง ในพื้นที่ตลอดเส้นทาง ซึ่งมีจุดติดขัดปัญหาในเส้นทาง โดยเฉพาะ โครงการทางคู่ สายอีสาน สัญญาที่ 2 คลองขนานจิตร-ชุมทางถนนจิระ

โดยมีปัญหามาจากการร้องเรียนของชาวโคราชให้แก้ปรับแก้แบบ ช่วงผ่านกลางเมือง จากสถานีภูเขาลาด - ชุมทางถนนจิระ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเรียกร้องให้ ทุบสะพานข้ามทางรถไฟ ข้างโรงแรมสีมาธานี แล้วทำทางรถไฟยกระดับ เปิดแยกริมทางรถไฟ (ถนนสืบสิริ) พร้อมทำทางลอดแทนสะพานเดิม แต่ก็มีอีกกลุ่มออกมาคัดค้าน เพราะเกรงปัญหาจราจรช่วงทุบสะพานสีมาธานี

ข้อมูลจาก รมช. คมนาคม

“สัญญาที่ 2 ช่วงคลองขนานจิตร - ชุมทางถนนจิระ อยู่ระหว่างการแก้ไขรูปแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับ ช่วงสถานีโคกกรวด - ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 16 กิโลเมตร และปรับกรอบวงเงินเพื่อให้สอดคล้องกับโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงโคกกรวด - นครราชสีมา งานสัญญาที่ 3 - 5 เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่องบประมาณสูงสุด โดยคาดว่าจะเสนอคณะกรรมการรถไฟฯ ได้ภายในเดือนสิงหาคม 2567”

จนสุดท้าย ก็ออกมาเป็นทางเลือกล่าสุด คือ...

- ทำทางยกระดับข้ามสะพานสีมาธานี ทั้งทางคู่ และความเร็วสูง ตั้งแต่สถานีภูเขาลาด ผ่านกลางเมืองโคราช ตามเส้นทางเดิม ระยะทาง 16 กิโลเมตร

- มีทางรถไฟระดับดิน (แบบปัจจุบัน) เพื่อให้รถไฟเข้าโรงซ่อมรถไฟ (คาดการณ์)
- ไม่ทุบสะพานสีมาธานี 

ซึ่งทางเลือกนี้ ก็ลงตัวทุกฝ่ายทั้งคนที่กลัวทางรถไฟไปผ่ากลางเมืองทำให้เป็นเมืองอกแตก และ รถไฟที่ยังวิ่งในเส้นทางเดิมได้

โดยสถานีโคราชใหม่ (ความเร็วสูง+ทางคู่) จะแบ่งเป็น 3 ชั้น

- ชั้นระดับดิน เป็นโถงพักคอยผู้โดยสาร ซึ่งด้านหลังสถานีก็ยังมีทางรถไฟเดิม ที่เข้าโรงซ่อมรถไฟ 
- ชั้น 2 เป็นชานชาลารถไฟทางคู่ สูงจากพื้น 11 เมตร มี 4 ชานชาลา + 2 ทางผ่าน
- ชั้น 3 เป็นชานชาลารถไฟความเร็วสูง สูงจากพื้น 24 เมตร มี 4 ชานชาลา + 2 ทางผ่าน

แบบก่อสร้าง สถานีนครราชสีมา (โคราช)

https://www.facebook.com/491766874595130/posts/629142004190949/?d=n

ขั้นตอนต่อไปถ้าไม่ติดขั้นปัญหา 
- จะเสนอขออนุมัติ ภายใน 2567
- ประกวดราคา ต้นปี 2568
- เริ่มก่อสร้างกลางปี 2568 (ใช้เวลาก่อสร้าง 24 เดือน)
- คาดว่าจะเสร็จ กลางปี 2570

หวังว่า จะไม่มีใครมาตั้งม็อบค้านการก่อสร้าง ให้ทุบสะพานอีกนะครับ!!!

'คุ้มภัยโตเกียวมารีนฯ' ประกาศเลิกรับประกันภัยรถอีวีทุกยี่ห้อทุกรุ่น  หยุดรับโอนย้าย-ต่อประกันรถอีวี เริ่มตั้งแต่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป

(2 ก.ค.67) Btimes เผย บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยประกาศข้อความเกี่ยวกับการยุติบริการรับประกันภัยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือรถอีวี มีดังนี้...

บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แจ้งหยุดรับประกันภัยรถไฟฟ้า (EV) มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียด ประกอบด้วย...

>>  งดรับประกันภัยรถไฟฟ้า (EV) ทุกแบนด์ ทั้งงานใหม่ งานโอนย้าย และงานต่ออายุ
>>  ใบเตือนงานต่ออายุ ยังสามารถเสนอเบี้ยใบเตือนได้ โดยทางฝ่ายรับประกันของทาง บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จะพิจารณาเป็นรายกรณี ซึ่งจะดูประวัติการเรียกร้องค่าสินไหม

'นัท เลอทาน่า' เผยบทเรียนแสนแพง หลังลงคลิปเล่นดนตรีสด ถูกนักแต่งเพลงฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ 10 เพลง 1 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (1 ก.ค. 67) บนโซเชียลฯ แชร์คลิปจากติ๊กต็อก @letana_24hrs ของ นัท กิตติพันธ์ ลี้ศัตรูพ่าย หรือ นัท เลอทาน่า นักร้อง เจ้าของโรงแรมและร้านอาหารย่านบางพลี สมุทรปราการ กล่าวถึงการถูกฟ้องลิขสิทธิ์เพลงที่เผยแพร่ผ่านออนไลน์ ระบุว่า…

ขออนุญาตให้ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ กับคนทำร้านอาหารที่มีดนตรีสด มีค่าใช้จ่ายปลีกย่อยมากมาย โรงแรมฯ มีค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ต่อปีโดยรวมนับล้านบาท ซึ่งตนโดนฟ้องลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการกับเพลง ‘ทนได้ทนไป’ ของวงออโต้บาห์น แต่ผู้ฟ้องคือนายฉัตรชัย ดุริยประณีต หรือนก สมาชิกวงเฉลียง ในฐานะผู้เขียนเพลงดังกล่าว

ก่อนหน้านี้เมื่อกลางปี 2566 ตนถูกแจ้งละเมิดลิขสิทธิ์จากเพลง ‘ถอนตัว’ ของเบิร์ดกะฮาร์ท คนที่ติดต่อมาคือเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงนี้ คือ นายวรวิทย์ นิมมานศิริกุล หรือไบร์ท ซึ่งเป็นผู้แต่งเพลง ได้จ่ายค่าเสียหายไป 50,000 บาท จากที่เรียกมาหลายแสนบาท นายวรวิทย์เป็นคนทำให้ตนเข้าใจคำว่าลิขสิทธิ์เพลงมากขึ้น ตอนแรกเข้าใจว่าลิขสิทธิ์การเล่นในร้านกับการเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียคืออย่างเดียวกัน แต่ว่าไม่ใช่ การที่มีลิขสิทธิ์ในการเล่นดนตรีในร้าน ไม่ใช่ว่าเราจะตัดคลิปไปลงหรือถ่ายทอดสดในโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก ยูทูบ ติ๊กต็อกได้ ต้องขอบคุณนายวรวิทย์ที่ทำให้ตนเข้าใจ

หลังจากนั้นตนก็ไปไล่ลบคลิปที่ละเมิดลิขสิทธิ์ออกทั้งหมด เหลือแต่เพลงที่ตนมีลิขสิทธิ์ไว้เท่านั้น หลังจากนั้นก็พยายามทำทุกอย่างให้รัดกุมและถูกต้องที่สุด พยายามเล่นเพลงที่เรามีลิขสิทธิ์ และเพลงที่มีลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่โซเชียลมีเดียด้วย เพื่อคนดูทางบ้านจะได้ฟังผลงานของตนทุกเพลงอย่างถูกต้อง บางครั้งเพลงไหนที่เราไม่มีลิขสิทธิ์ในการเล่นบนโซเชียลฯ ก็สั่งให้ช่างเสียงปิดเสียงเอาไว้ เพื่อคงความถูกต้องเอาไว้ และให้คนในร้านได้ฟังเพลงเหล่านั้น ผู้ชมไลฟ์อาจเสียอรรถรสไปบ้าง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้จ่ายค่าเสียหายแก่นายวรวิทย์ไปแล้ว หลังจากนั้น 1 เดือนต่อมา นายวรวิทย์กลับมาอีกครั้งหนึ่ง โดยนำเพลงที่ตนละเมิดลิขสิทธิ์มา 10 เพลง ส่วนใหญ่เป็นเพลงของนายฉัตรชัย เช่น ใจนักเลง ใจบางบาง ละลาย ถอยดีกว่า ต้องการเก็บค่าเพลงที่ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 1 ล้านบาท ซึ่งตอนที่นายวรวิทย์แจ้งละเมิดลิขสิทธิ์ตนได้ลบคลิปเพลงดังกล่าวตั้งแต่ถูกแจ้งเพลงถอนตัวไปแล้ว แสดงว่านายวรวิทย์บันทึกหน้าจอเพลงเหล่านั้นเอาไว้เมื่อครั้งมาแจ้งละเมิดลิขสิทธิ์เพลงของตัวเอง แต่ไม่บอกในตอนนั้น รอจัดการกับเพลงของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเอาเพลงของนายฉัตรชัย 10 เพลง มาแจ้งค่าละเมิดเราใน 1 เดือนถัดมาอีกที

นายกิตติพันธ์กล่าวว่า “เป็นผลจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์และเป็นบทเรียน เป็นประสบการณ์โดยตรงที่พบเจอ และตนเลือกแชร์ประสบการณ์ออกไปให้คนที่ยังไม่เจอ ให้มีประสบการณ์โดยอ้อม ไม่ต้องโดนโดยตรง และไม่ต้องไปลองผิดลองถูกแบบที่ตนเจอ ขอบคุณประสบการณ์เหล่านี้ที่ทำให้ตนมีความรู้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายแต่ก็เป็นบทเรียนที่ทำไปโดยไม่รู้ ไหน ๆ มีค่าใช้จ่ายแล้วขอให้ได้ความรู้ด้วย และอยากรู้ด้วยว่าเรื่องนี้ตนต้องจ่ายเท่าไหร่”

ศาลยกฟ้อง 13 ผู้ปกครอง ปมค้าน 'ครูทิว' เอาหนังสือลวงโลกสอนเด็ก ชี้!! ไม่มีถ้อยคำดูหมิ่นแต่อย่างใด เป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริต

เมื่อวานนี้ (1 ก.ค.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

“ทุกคนคะ กรณีว่าที่ร้อยตรีธนวรรธน์ หรือ ครูทิว ครู 3 นิ้ว สมาชิกพรรคก้าวไกล ฟ้องปิดปากผู้ปกครองและประชาชน เนื่องจากได้ คอมเมนต์ไม่ต้องการให้ครูทิวนำหนังสือขุนศึกศักดินาพญาอินทรีเป็นแนวการสอนแก่นักเรียน”

“วันนี้ศาลอาญาพระโขนงตัดสินยกฟ้อง 13 รายรวด เนื่องจากไม่มีถ้อยคำดูหมิ่นครูทิวแต่อย่างใด และเป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริต”

“ถือเป็นชัยชนะของประชาชนที่โดนครูสามนิ้วทำนิติสงคราม ใช้กฎหมายฟ้องปิดปากประชาชนอย่างแท้ทรู”

ทั้งนี้เพจเฟซบุ๊ก วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร ยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า…

“ที่ฮาคือ อีกคดีจะเอาเด็กนักศึกษาปี 1 มาเป็นพยานว่าทั้ง 13 คอมเม้นคนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจว่าด่าทิว ศาลบอกเอามาทำไม เป็นผู้เชี่ยวชาญเหรอ แล้วศาลก็บอกเด็กว่าไปอ่านเรื่องพยานมานะ ก่อนจะมาขึ้นศาลว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร จริง ๆ คาดว่า ศาลหลอกด่าทนายมันแหละ ศาลบอกไม่ต้องให้ปากคำเสียเวลา 5555”

ต่อมามีบรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนให้ผู้ปกครองฟ้องกลับ ขณะที่บางส่วนเห็นว่าเป็นการใช้นิติสงครามเสียเอง เป็นห่วงอนาคตของเด็กที่มีครูแบบนี้

สำหรับ หนังสือขุนศึกศักดินาพญาอินทรี เขียนโดยนายณัฐพล ใจจริง อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งเนื้อหายกมาจากวิทยานิพนธ์ ปริญญาเอก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นายณัฐพลเขียนในเรื่อง ‘การเมืองไทยสมัยรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงครามภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2491-2500)’ แต่ต่อมาถูก ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการตรวจสอบ และพบว่าเนื้อหาในหลายประเด็นมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์และผู้เกี่ยวข้องกับการเมืองไทยในอดีตเสียหาย จนได้รับฉายาว่าวิทยานิพนธ์ลวงโลก แต่ครูทิว หรือ นายธนวรรธน์ สุวรรณปาล ครูผู้สอนวิชาสังคมศึกษา โรงเรียนราชดำริ กลับจะนำไปสอนเด็กนักเรียน

'ชาวประมง' โกยรายได้ หลังจับ 'กุ้งแชบ๊วย' ได้มากสุดในรอบ 30 ปี แต่แอบเอะใจ!! ไม่รู้เกิดอะไรกับระบบนิเวศทางธรรมชาติหรือไม่

เมื่อวานนี้ (1 ก.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณแพปลาเจ้นา บ้านฉางหลาง ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ชาวประมงพื้นบ้านได้ทยอยนำกุ้งแชบ๊วย ซึ่งหาได้ในทะเลปากเมง และฉางหลาง มาขายที่แพปลาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน เป็นต้นมา

เกิดปรากฏการณ์แปลก ชาวประมงจับกุ้งแชบ๊วยได้มากกว่าปกติหลายเท่าตัว ที่ปกติจะจับกุ้งแชบ๊วยได้เพียง 10-20 กิโลกรัมต่อครั้งเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับจับได้มากถึง 40-100 กิโลกรัมต่อครั้ง ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านต่างนำกุ้งที่จับได้มาขายให้กับแพปลาแห่งนี้ รวมทั้งแพปลาในละแวกใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก

ขณะที่แพปลา เจ้นา ซึ่งรับซื้อกุ้งแชบ๊วยแบบคละไซซ์ จากชาวประมงในราคากิโลกรัมละ 200 บาท และต้องเร่งระบายออกในราคาเท่ากับทุนที่ซื้อมา และนำมาขายในตลาดสดเทศบาลนครตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง โดยมีประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของในตลาดซื้อกันเป็นจำนวนมาก

นางสาวศิริทัศน์ ทิพย์เพ็ง อายุ 54 ปี เจ้าของแพปลาเจ้นา บอกว่า “ตนรับซื้อกุ้งแชบ๊วยจากชาวประมงพื้นบ้านในราคากิโลกรัมละ 200 บาท และมาขายต่อในตลาดสดเทศบาลนครตรัง ราคากิโลกรัมละ 200 บาท เพื่อช่วยกระจายสินค้าให้ชาวประมง เพราะช่วงนี้เขาจับกุ้งแชบ๊วยได้เยอะมาก ตนมาเปิดแพปลาที่ตรังนาน 30 ปี ปีนี้เพิ่งเจอปรากฏการณ์แปลกที่ชาวประมงพื้นบ้านจับกุ้งได้เยอะมากเช่นนี้ ตนไม่รู้ว่าเกิดจากระบบนิเวศทางธรรมชาติหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ชาวประมงเขาจับกุ้งแชบ๊วยได้มาเยอะมาก ชาวประมงมีรายได้จากการขายกุ้ง 6,000 บาท จนถึงหลักหมื่นต่อลำ ซึ่งใครที่อยากกินกุ้งทะเลสด ๆ ราคาไม่แพงสามารถมาซื้อได้ที่แผงปลาเจ้นาในตลาดสดเทศบาลนครตรัง”

ศรชล. รับมอบเรือปฏิบัติการความเร็วสูง เพิ่มขีดความสามารถในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล

วันนี้ (1 ก.ค. 67) เวลา 13.00 น. พลเรือเอก วรวุธ พฤกษารุ่งเรือง เสนาธิการทหารเรือ (เสธ.ทร.) ในฐานะ เลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (เลขาธิการ ศรชล.) เป็นประธาน ในพิธีรับมอบเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง จำนวน 6 ลำ (ลำที่ 7 - 12) ได้แก่ เรือ ศรชล.4007 เรือ ศรชล.4008 เรือ ศรชล.4009 เรือ ศรชล.4010 เรือ ศรชล.4011 และ เรือ ศรชล.4012 ตามลำดับ ณ อู่ต่อเรือ บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ถนนท้ายบ้าน ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

โดยมีประธานและเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ผู้แทนอธิบดีหน่วยงานหลักใน ศรชล. หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงของ ศรชล. และเจ้าหน้าที่ของ บริษัทฯ ให้การต้อนรับ
ในการนี้ พลเรือตรี บุญรักษ์ โพธิ์แก้ว ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โครงการจ้างสร้างเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง จำนวน 15 ลำ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ว่า โครงการดังกล่าว เป็นการเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานของรัฐ ในการป้องกัน ปราบปราม แก้ไขปัญหา รับมือกับสถานการณ์ หรือการกระทำผิดกฎหมายที่มีผลกระทบ หรืออาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือกิจกรรมทางทะเล การช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งการปฏิบัติการอื่น ๆ ในการนี้ พลเรือเอกวรวุธ พฤกษารุ่งเรือง เลขาธิการ ศรชล. ได้กล่าวรับมอบเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง (ลำที่ 7 - 12) พร้อมทั้งกล่าวเพิ่มเติมว่า พิธีรับมอบเรือในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันใกล้ชิด และความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ศรชล. และ บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) รวมทั้งกล่าวขอบคุณ ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุฯ คณะทำงานสนับสนุนการสร้างเรือฯ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับของ บริษัทฯ ที่ร่วมติดตามความก้าวหน้าในการสร้างเรือให้เป็นไปตามแผนการสร้างเรือ

หลังจากจากนั้น เลขาธิการ ศรชล. ได้ส่งมอบเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง ให้แก่ ศรชล.ภาค 1 ศรชล.ภาค 2 และ ศรชล.ภาค 3 ภาคละ 2 ลำ ตามแผนงานฯ เพื่อนำไปใช้ราชการตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ กำหนดไว้ต่อไป ทั้งนี้ ศรชล. ได้ดำเนินการส่งมอบเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง จำนวน 6 ลำแรก ได้สำเร็จเป็นไปตามแผนงาน เพื่อปฏิบัติภารกิจตามพื้นที่ ศรชล.ภาค ได้แก่ ศรชล.ภาค 1 จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ ศรชล.4001 (พื้นที่ จ.ตราด) เรือ ศรชล.4002 (พื้นที่ จ.ชุมพร) ศรชล.ภาค 2 จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ ศรชล.4003 (พื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี) เรือ ศรชล.4004 (พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช) และ ศรชล.ภาค 3 จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ ศรชล.4005 (พื้นที่ จ.ภูเก็ต) เรือ ศรชล.4006 (พื้นที่ จ.สตูล) ที่ผ่านมา เรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่งชุดนี้ ได้ถูกนำไปใช้งานในภารกิจที่หลากหลาย เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล การลำเลียงผู้ป่วยทางทะเล เนื่องจากตัวเรือมีความคล่องตัวสูงและการทรงตัวที่ดี มีพื้นที่สามารถรับผู้ป่วยที่อาจจะต้องมีการลำเลียงด้วยเครนบันไดลิง หรือผ่านบันไดข้างเรือ ทำให้การปฏิบัติการทางการแพทย์เพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่งของ ศรชล. ทั้ง 15 ลำ มีความยาวตลอดลำที่ระดับแนวน้ำ 12.39 เมตร ความกว้าง 3.48 เมตร ความสูง 1.42 เมตร กินน้ำลึกสูงสุด 0.65 เมตร ความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 41 นอต (ที่น้ำหนักบรรทุกเต็มที่)

“ ศรชล. เป็นหน่วยงานหลักในการบูณาการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติและประชาชน”

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

ว่าน ธนกฤต ร่วมร้องเพลงกับวงดนตรี จิตอาสา PGH BAND โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ขายบัตรการกุศล ลองไทม์ โนคอน 

สมทบทุนเข้าโครงการปรับปรุงหอผู้ป่วยจิตเวชและห้องตรวจผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ วันจันทร์ที่ 1 ก.ค. 2567 ณ ลานกิจกรรม อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ชั้น 2 โรงพยาบาลตำรวจ นางสาว อนุสรี ทับสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมชม ดนตรีจิตอาสา PGH BAND โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งครั้งนี้ ศิลปินชื่อดัง ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ ให้เกียรติร่วมร้องเพลงกับวงดนตรี PGH BAND โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อ มอบความสุขให้กับผู้ป่วยและผู้มารับบริการ โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนร่วมสมทบทุนชมคอนเสิร์ตการกุศล ลองไทม์ โนคอน เพื่อเข้าโครงการปรับปรุงหอผู้ป่วยจิตเวชและห้องตรวจผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ โดย พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8)และ พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ให้การต้อนรับ นางสาว อนุสรี ทับสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ ว่าน ธนกฤต

ทั้งนี้นางสาว อนุสรี ทับสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมบริจาคสมทบทุนเข้าโครงการ จำนวน 30,000 บาท คุณ เบญจรัตน์ สิงห์สมบุญ ประธานบริษัทพรหมสุวรรณธุรกิจ จำกัด ร่วมบริจาคสมทบทุนเข้าโครงการ จำนวน 100,000 บาท รวมไปถึงข้าราชการตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ ร่วมสนับสนุนโครงการด้วย 

บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน อบอุ่น ทุกคนต่างร้องเพลง ขยับร่างกายไปตามจังหวะเพลง และถ่ายรูปตลอดเวลาที่ ว่าน ธนกฤต ให้ความบันเทิงอยู่บนเวที ระหว่างการร้องเพลงบนเวทีมีเซอร์ไพรส์ ผู้มีจิตศรัทธา โทรศัพท์เข้ามาขอร่วมบริจาคสมทบทุนเข้าโครงการ จำนวน 100,000 บาท

นางสาว อนุสรี ทับสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมเป็นต้นทางในการควบคุมตัวผู้ที่ติดยาเสพติด เมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับคืนสู่สังคม บางคนมีภาวะทางจิตเวช โรงพยาบาล จึงมีหน้าที่หลักในการบำบัด รักษาและฟื้นฟู โครงการปรับปรุงหอผู้ป่วยจิตเวชและห้องตรวจผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ เป็นโครงการที่ควรสนับสนุน เพราะสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และผู้ที่ดูแลผู้ป่วยจิตเวช และยาเสพติด ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยให้เป็นพลเมืองดีกลับคืนสู่สังคม

ว่าน ธนกฤต กล่าวว่า โลกที่หมุนเร็ว ส่งผลต่อสภาพจิตใจ จนบางคนเผชิญปัญหาเรื่องสภาวะจิต จนต้องพบจิตแพทย์ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งแรงบันดาลใจให้ผู้ป่วยผ่านพ้นสภาวะนี้ไปได้ด้วยดี หากใครมีภาวะซึมเศร้าควรรีบพบแพทย์ พร้อมเชิญชวนให้ร่วมสมทบทุนโครงการ ทำบุญใหญ่ในครั้งนี้ 
ผ่านการแสดงดนตรีแสงสีเสียงในรูปแบบ "รอบการกุศล" พร้อมแขกรับเชิญ อาทิ เฉลียง , No One Else , ป๊อบ ปองกูล และ โอ๊ต ปราโมทย์

พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า ผู้ที่สนใจสมทบทุนเข้าร่วมโครงการนี้ สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารทหารไทยธนชาต เลขบัญชี 0111070611 ทั้งนี้เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล ที่ดูแลผู้ป่วยจิตเวช

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
FB : โรงพยาบาลตำรวจ Police General Hospital หรือ โทร 02-2076000 ต่อ 6850 ศูนย์ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลตำรวจ

#ว่านธนกฤตLongTimeNoCon
#ลองไทม์โนคอน
#LongTimeNoCon 
#wan_soloist
#เฉลียง #NoOneElseBand 
#PopPongkool #โอ๊ตปราโมทย์
#โรงพยาบาลตำรวจ
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์สื่อสารองค์กรและโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ
#SPICYDISC #SPICYEVENT

ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามเหตุระเบิดหน้าแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา และเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ กำชับดูแลอย่างเต็มที่ 

วันนี้ (1 กรกฎาคม 2567) เวลา 14.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. ลงพื้นที่ประชุมติดตามสถานการณ์เหตุระเบิดหน้าแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ  สภ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยมี พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 , พล.ต.ท.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี และ พล.ต.ต.นิตินัย หลังยาหน่าย รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยศิริ รอง ผบช.ตชด/รอง ผบ.ศปก.ตร.สน. , พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฏิ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา , พล.ต.ต.ชุมพล ศรีสุรีย์มงคล ผบก.สส.จชต , พล.ต.ต.วิชชุโชติ ขวัญใจธัญญา ผบก.ศพฐ.10  , พล.ต.นิติ ติณสูลานนท์ ผบ.ฉก.ยะลา , พ.อ.สุริยา ผาสุข ผบ.ฉพ.ทพ.33 , นายเชาวลิต สิทธิฤทธิ์ นายอำเภอบังนังสตา ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สภ.บันนังสตา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 67 เวลาประมาณ 10.24 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณหน้าแฟลตตำรวจ สภ.บันนังสตา หมู่ 2 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา จากการตรวจที่เกิดเหตุโดยรอบ พบแฟลตของข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นอาคาร 4 ชั้น ได้รับความเสียหาย ใกล้กันบริเวณบ้านพักห้องแถวซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ตั้งอยู่ด้านหลัง สภ.บันนังสตา ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดจำนวนหลายหลัง และมีรถยนต์ของข้าราชการตำรวจ สภ.บันนังสตา ซึ่งได้จอดไว้บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ได้รับความเสียหายหลายคัน จากเหตุดังกล่าวพบผู้เสียชีวิต 1 ราย และข้าราชการตำรวจ สภ.บันนังสตา ได้รับบาดเจ็บ 25 ราย ประชาชนได้รับบาดเจ็บ 4 คน รวม 29 คน ซึ่งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 29 คน ถูกนำตัวส่งทำการรักษาที่โรงพยาบาลโรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ จำนวน 12 คน เป็นข้าราชการตำรวจ 11 คน และประชาชน 1 คน และโรงพยาบาลบันนังสตา เป็นประชาชนจำนวน 3 คน แพทย์ทำการรักษาและสามารถกลับบ้านได้แล้ว จำนวน 14 คน ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เยี่ยมติดตามอาการกำลังพลและประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

พล.ต.ท.สำราญฯ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 ประเมินทบทวนการปฏิบัติที่ผ่านมา ว่าเป็นไปตามแผนป้องกันเหตุที่วางไว้หรือไม่ 

ด้าน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ กล่าวว่า วันนี้มาติดตามสถานการณ์และเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ซึ่งสิ่งที่ต้องเดินหน้าต่อไปคือการระวังป้องกัน โดยต้องประเมินการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้เพื่อป้องกันเหตุในพื้นที่พิเศษให้รอบคอบมากขึ้น ซึ่งต้องทำงานร่วมกันทุกหน่วย ต้องทำให้ประชาชนและข้าราชการทุกหมู่เหล่ามีความปลอดภัย ในส่วนของคดีขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก และพอทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี

นอกจากนี้ ผบ.ตร.กำชับและให้แนวทางการการปฏิบัติกับข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ให้ปกป้อง เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข , กำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลสวัสดิการและความเป็นอยู่ ตลอดจนสิทธิ์ต่างๆอันพึงมีพึงได้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว รวมทั้งดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมชมเชยข้าราชการตำรวจ สภ.บันนังสตา ทุกนาย ที่มีความตั้งใจและทุ่มเทในการปฎิบัติหน้าที่เป็นอย่างดี และขอให้รักษามาตรฐานไว้เพื่อเป็นข้าราชการตำรวจที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา

จากนั้น ผบ.ตร.และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมข้าราชการตำรวจและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ จำนวน 12 คน เป็นข้าราชการตำรวจ 11 คน และประชาชน 1 คน โดย ผบ.ตร.ได้มอบกระเช้าและเงินช่วยเหลือ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top