Thursday, 13 August 2026
Hard News Team

'ครม.' ไฟเขียว!! ยกเลิก 'ดิวตี้ฟรี’ ขาเข้า 8 สนามบิน 1 ปี หนุนเพิ่มการใช้จ่ายในประเทศไทยกว่า 3,000 ล้านบาท

(2 ก.ค. 67) ที่ มรภ.นครราชสีมา นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม.สัญจร ว่าครม.รับทราบแนวทางการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการใช้ ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้...

1.แนวทางการหยุดการดำเนินการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรด้านคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขายสำหรับร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) ขาเข้าของผู้ประกอบการ 

2.ผลประโยชน์และผลกระทบของการหยุดการดำเนินการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรด้านคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขายสำหรับร้านค้าปลอดอากรขา

ทั้งนี้ปัจจุบันผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติ สามารถซื้อสินค้าโดยได้รับสิทธิยกเว้นอากร ตามหลักเกณฑ์ อาทิ ซื้อเพื่อใช้เองเป็นการส่วนตัวหรือใช้ในวิชาชีพ ราคารวมกันไม่เกิน 2 หมื่นบาท, บุหรี่ปริมาณไม่เกิน 200 มวน ซิก้าร์ หรือยาเส้น ปริมาณไม่เกินอย่างละ 250 กรัม หรือหลายชนิดรวมกันปริมาณไม่เกิน 250 กรัม ส่วนสุราปริมาณไม่เกินหนึ่งลิตร ทำให้การจับจ่ายในการบริโภคและการซื้อสินค้าภายในประเทศมีน้อยลง 

กระทรวงการคลัง จึงมีแนวคิดที่จะศึกษาความเหมาะสมในการยกเลิกการอนุญาตให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขายสำหรับร้านค้าดิวตี้ฟรี ขาเข้า รวมถึงการยกเว้นอากรของที่ซื้อจากร้านดิวตี้ฟรี สำหรับผู้โดยสารขาเข้า เพื่อส่งเสริมการบริโภคและการใช้สินค้าภายในประเทศให้กระจายหมุนเวียนในประเทศ เกิดประสิทธิภาพและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ 

โดยปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านดิวตี้ฟรี ขาเข้า 3 ราย ในท่าอากาศยานนานาชาติ 8 แห่งทั่วประเทศ ยอดจำหน่ายสินค้า รวมเป็นจำนวน 3,021.75 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการร้านค้า ทั้ง 3 ราย ยินดีที่จะหยุดการดำเนินการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรด้านคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขายสำหรับร้านดิวตี้ฟรีขาเข้า ตามนโยบายของรัฐบาล จนกว่ารัฐบาลจะมีการยกเลิกนโยบายดังกล่าว

สำหรับผลประโยชน์และผลกระทบของการหยุดการดำเนินการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรด้านคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขายสำหรับร้านดิวตี้ฟรี 1 ปี จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มการจับจ่ายใช้สอยในประเทศมากขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวต่อคนต่อทริปเพิ่มขึ้นประมาณ 570 บาท ขณะที่ผู้เดินทางชาวไทย อาจจะเลือกใช้จ่ายซื้อสินค้าปลอดอากรจากประเทศต้นทางเพื่อทดแทนหรือใช้จ่ายซื้อสินค้าประเภทเดียวกันในประเทศเพิ่มมากขึ้น 

ส่วนผู้ประกอบการคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านดิวตี้ฟรี สูญเสียรายได้อากรขาเข้าส่วนของการจำหน่ายสินค้าในร้าน แต่คาดว่าจะส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้เกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยว ร้านค้าทั่วไป เสมือนได้รับเม็ดเงินหมุนเวียนใหม่เพิ่มเติมสูงสุด 3,460 ล้านบาทต่อปี สร้างโอกาสและส่งผลเชิงบวกต่อการผลิต การลงทุน และจ้างงานได้ต่อ ขณะที่รายได้ของภาครัฐ จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายสู่ผู้ประกอบการร้านค้าในวงกว้างขยายฐานการจัดเก็บภาษีของภาครัฐ และภาษีมูลค่าเพิ่ม และคาดว่าจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวม ขยายตัวได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.012 ต่อปี

สื่อเกาหลี ตีข่าว 'LISA-ROCKSTAR' ปังระดับโลก สะกดหัวใจผู้ฟัง ถล่มท็อปชาร์ตในหลายประเทศ

(2 ก.ค. 67) ผ่านมา 4 วันแล้วหลังจาก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ร็อกเยาวราช ปล่อยเพลง ROCKSTAR สนั่นชาร์ตทั่วโลก กวาดสถิติ 4 วันยอดชมแล้ว 67.76 ล้านครั้ง และยังคงติดเพลงมาแรงอันดับหนึ่งในแพลตฟอร์ม YouTube และ ROCKSTAR เป็นผลงานแรกของลิซ่าในฐานะศิลปินเดี่ยว ภายหลังเปิดบริษัท LLOUD ของตัวเอง ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์ร่วมกับ Sony Music และ RCA Records

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม Allkpop สื่อบันเทิงเกาหลีใต้ ได้รายงานว่า ลิซ่า แบล็กพิงก์ ‘ROCKSTAR’ ประสบความสำเร็จในระดับโลก กวาดท็อปชาร์ตทั่วโลก

ความว่า ลิซ่า แบล็กพิงก์ สะกดหัวใจผู้ฟังจากทั่วโลกด้วยซิงเกิลใหม่ของเธอ ROCKSTAR ผลงานในนามของศิลปินเดี่ยวเต็มตัว

เริ่มตั้งแต่การปล่อยเพลง ROCKSTAR ด้วยการติดอันดับ 8 ของเพลงฮิตจากทั่วโลก ของ Spotify สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในกลุ่มของศิลปินหญิงเดี่ยว เค-ป๊อป ที่ทำได้ โดยซิงเกิลเดียวกันนี้ ยังแซงหน้าผลงานของเธอเองอย่าง LALISA และ MONEY ที่ทำสถิติตอนเปิดตัวไว้ที่อันดับ 15 และ 28 ตามลำดับ

ขณะที่ในประเทศบ้านเกิดของเธออย่าง ‘ประเทศไทย’ ROCKSTAR ครองชาร์ตอันดับ 1 ในทันที โดยมีการสตรีมไปแล้วกว่า 2.57 ล้านครั้ง สร้างสถิติใหม่ยอดสตรีมรายวันสูงสุด สำหรับอัลบั้มที่ปล่อยในไทย

ส่วนมิวสิกวิดีโอ ROCKSTAR ยังสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของลิซ่า จากการกวาดชาร์ตอันดับ 1 ในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ ฝรั่งเศส มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ประเทศไทย เกาหลีใต้ ตุรกี และเม็กซิโก นอกจากนี้ยังติดอันดับชาร์ต YouTube Music Video Trending Worldwide อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม Allkpop ยังระบุอีกว่า ROCKSTAR นำเสนอการแร็ปที่มีไดนามิก และเสียงร้องที่มีพลังของเธอ ซิงเกิลที่โดดเด่นและอินเทรนด์นี้ ตอกย้ำถึงปรากฏการณ์ของลิซ่าในฐานะศิลปินเดี่ยว นอกเหนือไปจากวงการเค-ป๊อป

‘ผู้กำกับ 2475 Dawn of Revolution’ ตอบปมทุนสร้างแอนิเมชัน

📢ถามมา-ตอบไปกับ ‘วิวัธน์ จิโรจน์กุล’ ผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชัน ‘2475 Dawn of Revolution รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’

🎤: ‘2475 Dawn of Revolution’ ใช้ทุนสร้างจากงบกองทัพ หรือจากแหล่งไหน?

🎥คุณวิวัธน์: แอนิเมชันนี้ไม่ได้งบประมาณจากกองทัพ ไม่ได้รับเงินสนับสนุนใด ๆ จากรัฐบาล แต่ไม่ปฏิเสธว่า บริษัทเรารับทำงานสารคดีให้ความรู้ และ งานสื่อการสอนให้กับกองทัพ ซึ่งเป็นงานคนละส่วนกับแอนิเมชัน 

ซึ่งตามที่สื่อฯ บางรายได้นำมาเผยแพร่ ก็พบว่าตกปีละไม่ถึง 1 ล้านบาท และเป็นงานเล็ก ๆ TOR ละ 1 แสน-4 แสน ไม่สามารถนำงบฯ มาทำผลิตแอนิเมชันขนาดนี้ได้อยู่แล้ว 

และนอกจากนี้ บริษัทของเรายังรับทำเพลงโฆษณา ทำการตลาด ทำแบรนดิ้ง ซึ่งเราก็เอาเงินส่วนตัว เงินระดมทุน และรายได้จากงานต่าง ๆ มาใช้ในการทำงาน แอนิเมชันเรื่องนี้ จึงมาจากเงินเอกชนคนไทยล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับหน่วยงานรัฐบาลใด ๆ ถ้ารัฐสนับสนุนจริง พวกผมคงไม่ต้องมาขายเสื้อ ขายหนังสือกันหรอกครับ

‘รร.โพธิสารพิทยากร’ แสดงความยินดีกับ ‘น้องวุ้นเส้น’ ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ‘MV Rockstar’ ของสาว ‘ลิซ่า’

(2 ก.ค. 67) เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก ‘Potisarnpittayakorn Alumni Association’ หรือ โรงเรียนโพธิสารพิทยากร ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

ยินดีและชื่นชมกับดาวดวงน้อยของเรา น.ส.ชลิดา พุกชาญค้า ศิษย์เก่า รุ่นเปลวเทียน (ม.6 ปี 2565) ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผลงานมิวสิควิดีโอ (MV) เพลง ‘Rockstar’ ของ Lisa ลลิษา มโนบาล ศิลปินระดับโลก ซึ่งถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากและมีค่ามาก

อย่างไรก็ตาม น.ส.ชลิดา พุกชาญค้า (วุ้นเส้น) จบชั้น ม.6  แผนการเรียนเตรียมศิลปกรรม (สาขาศิลปะการแสดง) โรงเรียนโพธิสารพิทยากร

ปัจจุบัน น.ส.ชลิดา พุกชาญค้า กำลังศึกษาหลักสูตรนาฏศิลป์สร้างสรรค์และการจัดการ วิชาเอกนาฏศิลป์สากล คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

'ศาลอุทธรณ์' ลดโทษจำคุก 6 เดือน ก๊วนปาระเบิดปิงปองหน้าบ้านพักลุงตู่ หลังเห็นว่าศาลชั้นต้นกำหนดโทษหนักเกินไป จึงควรกำหนดใหม่

(2 ก.ค.67) 'TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน' ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า...

ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีของ บุ๊ค ธนายุทธ, ปฏิมา และพรพจน์ กรณีถูกกล่าวหาว่าปาระเบิดปิงปองบริเวณหน้าบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงคืนวันที่ 10 เม.ย. 65

ศาลเห็นว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรณีนี้คือเกิดหลุมพรพจน์บนสนามหญ้าเท่านั้น จึงเห็นว่าศาลชั้นต้นกำหนดโทษหนักเกินไป จึงควรกำหนดใหม่ แก้โทษจำคุกจาก 1 ปี ลดเหลือจำคุก 6 เดือน 

แต่เห็นว่าไม่ควรรอการลงโทษ เนื่องจากการกระทำเป็นการสร้างสถานการณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินราชการ

หลังฟังคำพิพากษา ปฏิมาได้ถูกควบคุมตัว และอยู่ระหว่างยื่นประกันในชั้นฎีกา ส่วนพรพจน์นั้นถูกขังระหว่างสอบสวนจนเกินกำหนดโทษดังกล่าวแล้ว จึงไม่ต้องถูกคุมขังอีก ส่วนธนายุทธถูกขังในคดีอื่นอยู่

‘นิธิพัฒน์’ ชื่นชม!! ‘ไอยู’ ศิลปินเบอร์หนึ่งเกาหลี ขณะทัวร์คอนที่ไทย ศึกษาภาษาไทยไว้คุยกับแฟนคลับ พร้อมร้องเพลง ‘รักแรก’ แม้ร้องยาก

(2 ก.ค.67) นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา ผู้จำกัดนิยามตนเองว่าเป็น 'คนขายปลา' ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Nithipat Bhandhumachinda' ว่า...

ท่ามกลางกระแสของน้องลิซ่าที่โด่งดังในระดับโลกจากการออกโซโล่เพลงใหม่เพลงแรกในสังกัดของตัวเอง

ก็มีเรื่องน่ารัก ๆ ที่อาจไม่ดังในสังคมไทยในวงกว้าง แต่เป็นที่ชื่นชมกันมาก ๆ ในกลุ่มแฟนานุแฟนของ ‘น้องไอยู’ ศิลปินเกาหลีตัวยืนหนึ่งของเกาหลีที่มาแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองไทยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

การมาเยือนประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางแสดงคอนเสิร์ตทั่วโลกของไอยูในช่วงปีนี้ โดยนอกจากแสดงในหลาย ๆ ประเทศในเอเชียแล้ว ก็ยังเป็นการเดินทางออกแสดงครั้งแรกของเธอตามเมืองใหญ่ ๆ ในยุโรปและสหรัฐฯด้วย

สิ่งที่น่าชื่นชมมาก ๆ ก็คือ ในการแสดงที่มีคิวยาวเหยียดในหลาย ๆ ประเทศขนาดนี้ น้องเขาก็ยังอุตส่าห์หาเวลามาศึกษาประโยคภาษาไทยหลาย ๆ ประโยคไว้พูดคุยเอาใจแฟนเพลงชาวไทย อีกทั้งยังร้องเพลง ‘รักแรก’ ซึ่งเป็นเพลงไทยที่ร้องค่อนข้างยาก ได้อย่างไพเราะและออกเสียงได้ค่อนข้างชัดเจนอีกด้วย

และที่น่าชื่นชมมากขึ้นไปอีกก็คือ คราวที่เธอมาแสดงที่ประเทศไทยเมื่อห้าปีก่อนนั้น มีแฟนคลับชาวไทยมอบตุ๊กตาน้องช้างตัวหนึ่งให้เป็นของขวัญ ซึ่งเธอก็ตั้งชื่อให้ว่าน้อง ‘แทบัง’ และก็เห็นพาไปไหนมาไหนในเกาหลีด้วยบ่อย ๆ

แล้วเมื่อกลับมาเมืองไทยคราวนี้ ก็ไม่ลืมที่จะอุ้มน้องแทบังนี้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิด แถมยังยกเก้าอี้มาตั้งข้างเวทีให้น้องได้ชื่นชมการแสดงร่วมกับผู้ชมคนไทยหลายหมื่นคนอีกด้วย

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ นอกจากจะด้วยชื่นชอบศิลปินคนนี้เป็นพิเศษแล้ว ประเด็นสำคัญก็คือ ศิลปินที่มีคนชื่นชอบชื่นชมมานานหลาย ๆ ปีได้อย่างนี้นั้น เขารู้จักเอาใจใส่และเข้าถึงแฟนานุแฟน อย่างตั้งอกตั้งใจเป็นที่สุด

อย่างน้องลิซ่าเองนั้น แม้อาจจะเคยโดนแกล้งบ้าง หรือมีการปั่นกระแสเกลียดชังในสังคมเกาหลีบางส่วนที่พร้อมจะแสดงความเกลียดให้ได้ในทุกเรื่องอย่างไร

แต่น้องก็จะแสดงออกถึงความเป็นมิตร และแสดงถึงความรักความหวังดีที่น้องมีให้กับแฟนเพลงเกาหลีอย่างสม่ำเสมอไม่ได้น้อยไปกว่าแฟนเพลงชาติไหนใด ๆ เลย

ที่อยากจะเตือนก็คือเห็นเพื่อน ๆ บางท่านนำบทวิจารณ์ที่เขียนโดยคนเกาหลีคนหนึ่งซึ่งเขียนวิจารณ์น้องเขาในทางลบตามอคติส่วนตัว

แล้วก็เกิดกระแสปากต่อปากแสดงความชิงชังสังคมเกาหลี ซึ่งแท้จริงแล้วคนเกาหลีส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้มีอคติอะไรกับน้องลิซ่าและก็ยังมีแฟนคลับของน้องเขาจำนวนมหาศาลทั้งในฐานะศิลปินกลุ่มและศิลปินเดี่ยว

และที่สำคัญน้องเขาก็ยังเป็นสมาชิกวงในสังกัดของบริษัทเกาหลี ไม่ได้ตีจากไปไหน และก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาสร้างกระแสในทางลบระหว่างสองประเทศ

ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีใด ๆ สำหรับชีวิตการงานของน้องลิซ่าเลยแม้แต่นิดเดียว

ถ้าจะหวังดีกับน้องเขาแล้ว ก็ให้น้องเขามีชีวิตการงานและอนาคตที่ดีตามแนวทางที่น้องเขาเลือกอย่างตั้งใจที่สุดเถิดนะครับ

ปล. มีเพื่อนหลายท่านถามว่าผมได้ไปดูคอนเสิร์ตน้องไอยูหรือเปล่า ก็ตอบตามตรงว่าอดไป เพราะอ้อนวอนทั้งภรรยาและลูกสาวแล้วก็ไม่มีใครยอมไปด้วย และถ้าจะไปคนเดียวก็เหมือนอีลุงผู้เหว่ว้า หน้าตาพิกลกลางมวลชนคนต่างวัยอย่างแน่นอน

‘รมว.ปุ้ย’ รับหนังสือคัดค้าน ‘โครงการเหมืองแร่โพแทช’ ยัน!! จะดูแลเคร่งครัด ไม่ให้กระทบ ‘สิ่งแวดล้อม-สุขภาพปชช.’

(2 ก.ค. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังรับข้อเรียกร้องจากผู้แทนเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนนโยบายเหมืองแร่โพแทชของประเทศไทย ก่อนการเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ณ จังหวัดนครราชสีมา โดยสาระสำคัญหลัก ๆ ของกลุ่มผู้เรียกร้อง คือ ขอให้ยกเลิกแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ฉบับที่ 2 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโพแทชทั้งหมด ขอให้ทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สำหรับการพัฒนาเหมืองแร่โพแทช และขอให้เร่งรัดตรวจสอบและแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำเหมืองแร่โพแทชในพื้นที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมาโดยเร่งด่วน

นางสาวพิมพ์ภัทราฯ เปิดเผยต่อว่า แม้รัฐบาลจะมีนโยบายในการผลักดันการนำแร่โพแทชขึ้นมาใช้ประโยชน์ แต่ก็ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ด้วยเช่นกัน สำหรับในกรณีโครงการเหมืองแร่ไทยคาลิ ได้รับประทานบัตรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 มีพื้นที่ประมาณ 9,005 ไร่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2562 มีการร้องเรียนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำเหมืองแร่ ในประเด็นเรื่องดินเค็มทำการเกษตรไม่ได้ บ่อน้ำสาธารณะไม่สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ ซึ่งที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อตรวจสอบในประเด็นผลกระทบที่ประชาชนได้รับหลายคณะ ทั้งในระดับจังหวัดและในระดับกรม มีการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายครั้ง ซึ่งผลการตรวจสอบในชั้นนี้ยังไม่สามารถชี้ชัด

ได้ว่าผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาจากโครงการเหมืองแร่โพแทชและเกลือหินของบริษัท ไทยคาลิ จำกัด โดยผลการตรวจสอบข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แผนที่การแพร่กระจายของคราบเกลือ พบว่าพื้นที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความเค็มมาแต่เดิม อย่างไรก็ดี ล่าสุด จังหวัดนครราชสีมาได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งชุด โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของผู้แทนชุมชนในพื้นที่เพื่อตรวจสอบในประเด็นข้อเรียกร้องและผลกระทบอีกคณะหนึ่งสำหรับประเด็นเรื่องแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 2 เป็นแผนที่มีการจัดทำและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2566 จนถึง 2570 นั้น ได้ผ่านการวิเคราะห์ทางวิชาการ การประชาพิจารณ์ ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ และ คณะรัฐมนตรี เป็นไปตามขั้นตอนที่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 กำหนดไว้

อย่างไรก็ดี ได้ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเริ่มทบทวนแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ อีกครั้งในปี 2568 ซึ่งจะได้นำประเด็นข้อเรียกร้องต่าง ๆ รวมทั้งข้อเสนอในเรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ไปประกอบในการทบทวนแผนดังกล่าวด้วย

“ดิฉันขอยืนยันว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะกำกับดูแลการดำเนินโครงการเหมืองแร่โพแทชให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด พยายามนำทรัพยากรแร่ขึ้นมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ในขณะเดียวกันก็พยายามลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด โดยในการบริหารจัดการแร่จะต้องคำนึงถึงดุลยภาพทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพประชาชนประกอบกันด้วย” รมว.อุตสาหกรรม กล่าว

‘เคทีซี ทัช’ สุขุมวิท 33 คว้ารางวัลการออกแบบสถาปัตยกรรม 2024 ดีไซน์สวยงาม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์การใช้งานอย่างลงตัว

(2 ก.ค. 67) ‘เคทีซี’ เผยศูนย์บริการ ‘เคทีซี ทัช’ (KTC TOUCH) ได้รับรางวัลระดับโลกด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม ‘Silver Winner of The International Architecture & Design Awards 2024’ สาขา Interior Professional Environment Design จาก Architecture & Design Community โดยชนะใจกรรมการด้วยการออกแบบสถานที่ที่สวยงาม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว

นางสาวชนิดาภา สุริยา ผู้บริหารสูงสุด สายงานบริการลูกค้าและสนับสนุนธุรกิจ ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ‘เคทีซี ทัช’ สำนักงานใหญ่บนถนนสุขุมวิท 33 ออกแบบโดย dwp I Design Worldwide Partnership บริษัทที่ปรึกษาด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบระดับสากล ซึ่งมีแนวคิดการออกแบบที่เรียกว่า ‘THE ATMOSPHERE’ ใช้ความหลากหลายของงานตกแต่งในการแบ่งโซนพื้นที่ ใช้แสงไฟและเส้นสายเล่นระดับทับซ้อนกัน สร้างเป็นเลเยอร์ภายในพื้นที่ เพื่อสื่อถึงชั้นบรรยากาศ ภายใต้แนวคิดการตกแต่งที่ผสมผสานความทันสมัย เรียบง่าย อบอุ่น และสะดวกสบายเข้าด้วยกัน เน้นความหรูหราด้วยสีคอปเปอร์โทน (Copper Tone) เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมให้กับผู้มาใช้บริการด้วยความรู้สึกของพื้นที่ร่วมกัน อีกทั้งการเลือกใช้วัสดุที่ไม่เพียงเสริมความรู้สึกหรูหรา แต่ยังแสดงถึงความยั่งยืน โดยการนำไม้เก่ามาตกแต่งเพิ่มคุณค่า และเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่

‘เคทีซี ทัช’ สำนักงานใหญ่ ได้รับรางวัล ‘Silver Winner of The International Architecture & Design Awards 2024’ จากหน่วยงาน Architecture & Design Community โดยพิจารณาจากงานออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ทั่วโลก ภายใต้เกณฑ์การพิจารณาที่สามารถตอบโจทย์การประสานความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม การบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการออกแบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต 

“จุดเด่นหลักของ ‘เคทีซี ทัช’ แห่งนี้ คือพื้นที่เคาน์เตอร์บาร์ส่วนกลางออกแบบเพื่อเป็นจุดต้อนรับ และพักคอยสำหรับผู้มาใช้บริการ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ โดยเลือกใช้วัสดุและรูปแบบการตกแต่งที่มีแตกต่างกันและผสมผสานกันอย่างลงตัว เพื่อสร้างบรรยากาศความแปลกใหม่ให้กับพื้นที่ ด้วยวัสดุที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น หินอ่อน ไม้เก่า และคอนกรีต รวมถึงการเลือกใช้แสงไฟตกแต่งที่ออกแบบเฉพาะตัว โดยเราได้ทำงานร่วมกันกับ dwp จนได้สรรค์สร้าง ‘เคทีซี ทัช’ แห่งนี้ได้อย่างสวยหรูและตอบโจทย์ในทุกการใช้งาน”

‘สมบัติ ILINK’ ตรวจงานสายเคเบิ้ลใต้ทะเล 33 เควี ‘เกาะพะงัน-เกาะเต่า’ ผลักดันไฟฟ้าส่องสว่างทั่วทั้งเกาะ - ส่งเสริมเป็นที่ท่องเที่ยวระดับโลก

(2 ก.ค.67) คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เปิดเผยถึงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ 33 เควี จาก เกาะพะงันไปยังเกาะเต่า โดยระบุว่า…

“เดินทางไปเกาะสมุย เพื่อไปตรวจงานสายเคเบิ้ลใต้ทะเล 33KV ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยฝังสายไฟฟ้าแรงสูง ลึกจากพื้นทะเล ประมาณ 3 เมตร และวางจากเกาะพะงัน ไปยังเกาะเต่าครับ”

สำหรับการลากสาย Submarine Cable หรือ สายเคเบิลใต้น้ำ 33 เควี จากเกาะพะงันไปยังเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 48 กิโลเมตร มีมูลค่างานทั้งสิ้น 1,786,170,260 บาท โดยได้เซ็นต์สัญญากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. ไปเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2565 โดยมีระยะเวลาก่อสร้าง 18 เดือน เพื่อที่จะช่วยให้เกาะเต่ามีไฟฟ้าใช้ เพื่อส่งเสริมให้เกาะเต่า เป็นที่ท่องเที่ยวระดับโลกเหมือนเกาะสมุยและเกาะพะงัน และเป็นเพชรเม็ดงามของประเทศไทยต่อไปในอนาคต

‘เนทันยาฮู’ ลั่น!! ‘อิสราเอล’ จะไม่ยุติสงครามจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ย้ำ!! จะโจมตีฉนวนกาซาต่อไปจนกว่า ‘กลุ่มฮามาส’ จะถูกกวาดล้าง

(2 ก.ค. 67) รอยเตอร์ส/อัลจาซีรา รายงาน นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แถลงต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอลประจำสัปดาห์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 มิ.ย. ว่า กองทัพอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทั้งในเมืองราฟาห์ เชไจยา และทุกที่ในฉนวนกาซามีนักรบและผู้ก่อการร้ายถูกสังหารทุกวันเป็นสงครามที่ยากลำบาก ทหารต้องรับมือทั้งการรบระยะประชิดและการถูกซุ่มโจมตีทั้งบนพื้นดินและใต้ดิน แต่ยืนยันว่า อิสราเอลจะไม่หยุดทำสงครามในฉนวนกาซา จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย คือการกวาดล้างและคว้าชัยชนะเหนือกลุ่มฮามาส

ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าส่งทั้งรถถังและกำลังพลประชิดเข้าไปลึกในย่านเชไจยา ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาและรุกกดดันพื้นที่ทางตะวันออกและตอนกลางของเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของกาซาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากการโจมตี 6 นาย บ้านเรือนหลายหลังเสียหาย นอกจากนี้ยังมีการยิงปะทะดุเดือดกับนักรบทั้งของกลุ่มฮามาสและอิสลามิกจีฮัด ในย่านทางตอนเหนือของกาซาและในเมืองราฟาห์ นักรบของทั้ง 2 กลุ่มได้ยิงจรวดต่อต้านรถถังและลูกกระสุนปืน ค. เพื่อต่อต้านกองกำลังอิสราเอล

ขณะที่นับตั้งแต่เริ่มเกิดสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา เมื่อ7 ตุลาคมปีที่แล้ว มีชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลแล้ว37,834 ศพแล้ว บาดเจ็บอีกกว่า 86,800 คนส่วนเมื่อวันเสาร์ที่ 29 มิ.ย. มีทหารอิสราเอลเสียชีวิตเพิ่ม 2 นาย ระหว่างปฏิบัติการทางทหารในย่านเชไจยา ส่งผลให้จนถึงขณะนี้ มีทหารอิสราเอลเสียชีวิตจากสงครามในฉนวนกาซาแล้วอย่างน้อย 670 นาย

ในอีกด้านหนึ่ง โอซามา ฮัมดาน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮามาส แถลงที่กรุงเบรุตของเลบานอนว่า ไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซากับอิสราเอล อย่างไรก็ดี กลุ่มฮามาสยังคงพร้อมดำเนินการในเชิงสร้างสรรค์กับทุกข้อเสนอที่จะนำไปสู่การทำข้อตกลงหยุดยิงถาวร การถอนทหารอิสราเอลทั้งหมดออกจากฉนวนกาซาและการมีข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกันในกาซากับชาวปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังในเรือนจำอิสราเอลอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่ฮามาสยังได้กล่าวโทษสหรัฐฯ ว่า กดดันให้ฮามาสยอมรับเงื่อนไขของอิสราเอลโดยไม่ต้องปรับแก้ไข ซึ่งกลุ่มฮามาสไม่เห็นด้วย

ด้านชาติอาหรับ ทั้งอียิปต์และกาตาร์ ที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยพยายามที่จะทำให้เกิดการหยุดยิง แต่ยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้จนถึงขณะนี้ ฮามาสยืนยันว่า ข้อตกลงใด ๆ ก็ตามจะต้องยุติสงคราม ถอนทหารอิสราเอลทั้งหมดออกจากกาซา ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่า จะยอมรับการพักรบต่อเมื่อกลุ่มฮามาสที่ปกครองกาซามาตั้งแต่ปี 2550 ถูกกำจัด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top