Friday, 6 November 2026
Hard News Team

‘รัฐบาล’ ตัดสิทธิ ‘ร้านค้า-ประชาชน’ อดรับเงินดิจิทัล หากเคยโกงโครงการรัฐมาก่อน หวั่นกระทำความผิดซ้ำ 

(15 ก.ค.67) ณ ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยมติที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet หรือ บอร์ดเงินดิจิทัลวอลเล็ต วันนี้ ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการกำหนดเงื่อนไข และรายละเอียดของร้านค้า รวมถึงสินค้าที่จะเข้าร่วมในโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ดเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ยังมีความเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า ได้ให้กระทรวงพาณิชย์ พิจารณาความยืดหยุ่นของการจัดทำรายการข้อห้าม/ข้อจำกัด (Negative List) ของสินค้าที่จะเข้าร่วมในโครงการให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความจำเป็น

รวมทั้งยังกำหนดเงื่อนไขของผู้เข้าร่วมในโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งร้านค้า และประชาชน หากเป็นผู้ที่เคยกระทำความผิดในโครงการรัฐโครงการใดโครงการหนึ่งมาก่อน หรือถูกฟ้องร้องเรียกเงินคืนจะถูกตัดออกจากโครงการทันที เพราะถ้าให้สิทธิไปก็มีความเสี่ยงที่จะกระทำความผิดซ้ำได้

“การกำหนด Negative List ของสินค้า กระทรวงพาณิชย์ต้องมาคุยในคณะอนุกรรมการกำกับโครงการฯ ก่อน โดยให้นำเสนอเข้ามา เพราะวันนี้มีบางหน่วยงานนำเสนอรายการเข้ามา เช่น การห้ามสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาวุธและยุทโธปกรณ์ ที่ผ่านมาไม่ได้คิด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่จะนำมาไว้ในรายการ โดยให้กระทรวงพาณิชย์รับไปพิจารณา” นายจุลพันธ์ ระบุ

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในรายละเอียดทั้งหมดนั้น จะมีการนำเสนอให้กับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในสัปดาห์หน้า จากนั้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 นายกรัฐมนตรี จะแถลงรายละเอียดที่ชัดเจนของโครงการต่อไป

'บีโอไอ' เผยผลสำเร็จไทยเยือนซาอุฯ ยอดเจรจาธุรกิจ 100 คู่ จ่อลงทุนไทย ขนเงินลุย 'แลนด์บริดจ์-เกษตร-อาหารแปรรูป-การแพทย์-พลังงานสะอาด'

(15 ก.ค.67) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการจัดคณะหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไทย นำโดยนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 13 – 15 กรกฎาคม 2567 พร้อมเป็นประธานเปิดสำนักงานบีโอไอ ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย อย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กรกฎาคม 2567 ว่า...

การจัดงานประชุมภาคธุรกิจ 'Thai – Saudi Investment Forumอ และการเจรจาจับคู่ธุรกิจ ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดี ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจไทยและซาอุดีอาระเบีย รวมถึงนักธุรกิจจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 300 คน จากกว่า 200 บริษัท/หน่วยงาน และเกิดการเจรจาธุรกิจกว่า 100 คู่ 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านความร่วมมือทางธุรกิจรวม 11 ฉบับ ในหลากหลายสาขา เช่น อุตสาหกรรมการเกษตร, อาหาร, ชิ้นส่วนยานยนต์, วัสดุก่อสร้าง, การจัดอีเวนต์และเทศกาล, เกมและอีสปอร์ต, การผลิตน้ำหอม และธุรกิจที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับบริษัทเอกชนของไทยที่เข้าร่วมกิจกรรม Investment Forum และการเจรจาธุรกิจในครั้งนี้ ถือเป็นบริษัทชั้นนำในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ (โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล้วยน้ำไท สมิติเวช และพระราม 9) อุตสาหกรรมพลังงาน (บริษัท ปตท. บ้านปู และกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี) อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (กลุ่มซีพี บริษัท เบทาโกร และสหฟาร์ม) อุตสาหกรรมบริการสนับสนุนการท่องเที่ยว (ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล) สถาบันการเงิน (ธนาคาร EXIM และธนาคารอิสลาม) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารจากหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยร่วมคณะด้วย 

โดยจากการเจรจาธุรกิจกว่า 100 คู่ พบว่า นักลงทุนซาอุดีฯ หลายรายให้ความสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป สุขภาพและการแพทย์ พลังงานสะอาด ชิ้นส่วนยานยนต์ และธุรกิจบริการ 

คณะฯ ยังได้เข้าพบกับบริษัทชั้นนำของซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือแผนการลงทุนในประเทศไทยและการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น บริษัท Saudi Agricultural and Livestock Investment Company (SALIC) ผู้นำด้านการเกษตรและปศุสัตว์ ได้หารือแผนการลงทุนในไทยในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น การเกษตร ปศุสัตว์ การประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บริษัท CEER Motors ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกองทุน Public Investment Fund (PIF) ของซาอุดีฯ Foxconn จากไต้หวัน และ BMW จากเยอรมนี โดยฝ่ายไทยได้เชิญชวนให้บริษัทพิจารณาการลงทุนในประเทศไทยและร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของทั้งสองประเทศ รวมทั้งหารือถึงโอกาสที่ผู้ประกอบการชิ้นส่วนรถยนต์ของไทยจะไปลงทุนที่ซาอุดีอาระเบียเพื่อป้อนชิ้นส่วนยานยนต์ให้ตลาดตะวันออกกลางในอนาคต

นอกจากนี้ ในการประชุมทวิภาคีระหว่าง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ H.E. Mr. Khalid Abdulaziz Al-Falih รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนแห่งซาอุดีอาระเบีย ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะผลักดันความร่วมมือไทย - ซาอุดีอาระเบียใน 4 ด้าน ได้แก่...

1) ความมั่นคงทางอาหารและเกษตร 2) ความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงพลังงานสะอาด 3) ความมั่นคงทางมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ และ 4) การเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่การผลิตของโลก (Global Supply Chain) 

ทั้งนี้ ทางรัฐบาลไทยและซาอุดีอาระเบียต่างเห็นพ้องที่จะช่วยอำนวยความสะดวกเพื่อให้ภาคเอกชนเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านธุรกิจและการลงทุน โดยซาอุดีอาระเบียนับเป็นประเทศที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในขณะที่ไทยเป็นประตูสู่ทวีปเอเชีย มีที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์สามารถเชื่อมโยงตะวันออกกลางให้เข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ในอาเซียน เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกที่มีประชากรรวมกว่า 4,000 ล้านคน โดยอาศัยจุดแข็งของทั้งสองประเทศ 

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยและซาอุดีอาระเบียอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Bilateral Investment Treaty: BIT) เพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์ด้านการลงทุนระหว่างกัน นอกจากนี้ ไทยและซาอุดีอาระเบียยังมีกำหนดจัดการประชุมสภาความร่วมมือซาอุดี - ไทย ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 โดยการประชุมดังกล่าวจะเป็นเวทีหารือในประเด็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างกันในทุกมิติต่อไป

ความสำเร็จในการเยือนซาอุดีฯ ครั้งนี้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างสองประเทศ รวมถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการเร่งผลักดันความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น และถือเป็นโอกาสของไทยในการเข้าไปมีส่วนร่วมในแผนส่งเสริมการลงทุนครั้งสำคัญของซาอุดีฯ เพื่อสร้างระบบห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมัน รวมถึงการพัฒนาสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ตามวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 (Saudi Vision 2030) ซึ่งสอดรับกับวิสัยทัศน์ Ignite Thailand ของรัฐบาลไทย

การเปิดสำนักงานบีโอไอ ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นสำนักงานในต่างประเทศแห่งที่ 17 ของ  บีโอไอ และเป็นแห่งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลาง จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการลงทุนระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น คูเวต กาตาร์ บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และตุรกี ซึ่งซาอุดีฯ ให้ความสนใจในการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการลงทุนและเป็นฮับแห่งใหม่ของซาอุดีฯ ในภูมิภาคนี้ โดยบีโอไอพร้อมใช้เครื่องมือสิทธิประโยชน์และบริการด้านต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาตั้งฐานการผลิต การจัดตั้งสำนักงานภูมิภาค หรือการร่วมกับธุรกิจไทย

แฉประวัติ!! มือปืนวัย 20 ปี ลอบยิง ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ เฉียดตาย เป็นเด็กเรียนดี เคยสมัครเข้าทีมไรเฟิล แต่ไม่ผ่าน เพราะยิงไม่แม่น

(15 ก.ค.67) สำนักข่าวเอพีและบีบีซีรายงานว่า มีการเปิดเผยประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับนายโทมัส แมทธิว ครุกส์ วัย 20 ปี มือปืนผู้ก่อเหตุลอบสังหารนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ จนได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา และครุกส์ถูกตำรวจวิสามัญ พบว่ามือก่อเหตุเป็นเด็กเรียนเก่งแต่ถูกบูลลี่ในขณะที่เรียนมัธยมศึกษา

นายโทมัส แมทธิว ครุกส์ เป็นชาวเมืองเบเธล พาร์ค รัฐเพนซิลเวเนีย ห่างจากจุดเกิดเหตุลอบสังหารเพียง 70 กิโลเมตร และจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมศึกษาเบเธล พาร์ค ในปี 2022 และเคยได้รับรางวัลในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นเงินรางวัล 500 ดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงเคยทำงานในห้องครัวของบ้านพักคนชราที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขา

ด้าน นายเฟรเดริก มัค กัปตันของทีมไรเฟิลของโรงเรียนที่อายุน้อยกว่าครุกส์ไม่กี่ปีเล่าว่า ครุกส์เคยไปสมัครคัดตัวเข้าทีมไรเฟิล แต่ไม่ผ่านการคัดเลือกเพราะยิงไม่แม่น อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจริง ๆ แล้วครุกส์มีนิสัยเป็นอย่างไร

ด้าน นายเจสัน โคห์เลอร์ ที่ศึกษาในโรงเรียนมัธยมเดียวกับของครุกส์แต่ไม่ได้เรียนด้วยกันเล่าว่า ครุกส์ถูกบูลลี่ในโรงเรียนและนั่งกินข้าวเที่ยงคนเดียว ส่วนเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกันคนอื่น ๆ ก็เล่าเช่นกันว่า ครุกส์เป็นคนสันโดษและบางครั้งก็สวมชุดล่าสัตว์มาเรียน แต่ทาง ซัมเมอร์ บาร์คลีย์ อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนเล่าว่า ครุกส์เป็นเด็กเรียนเก่งได้คะแนนดีในการสอบเป็นประจำ มีความสนใจเรื่องประวัติศาสตร์มาก และเป็นคนดี รวมถึงเป็นที่รักของครูในโรงเรียน

ด้าน เจมสัน เมเยอร์ อดีตสมาชิกทีมไรเฟิลของโรงเรียนเล่าว่า ครุกส์ดูเป็นเด็กผู้ชายธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักในโรงเรียนแต่ไม่เคยโดนเพื่อนแกล้งอะไร ครุกส์เป็นเด็กดีที่ไม่เคยพูดให้ร้ายใครและเขาไม่คิดว่าครุกส์จะเป็นคนก่อเหตุลอบสังหารได้

สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐอเมริกา (เอฟบีไอ) ระบุว่า ครุกส์มีอุปกรณ์ผลิตวัตถุระเบิดอยู่ในรถยนต์ที่เขาขับไปก่อเหตุ และเชื่อว่าครุกส์ลงมือก่อเหตุดังกล่าวเพียงคนเดียว

นอกจากนี้ สื่อสหรัฐรายงานอีกว่า ครุกส์ลงทะเบียนว่าเป็นรีพับลิกัน แต่ในปี 2021 ครุกส์เคยบริจาคเงิน 15 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่ ActBlue หน่วยงานดำเนินการทางการเมือง ที่คอยระดมเงินให้แก่นักการเมืองฝ่ายซ้ายและพรรคเดโมแครต ซึ่งเงินบริจาคดังกล่าวจะถูกส่งไปให้แก่กลุ่ม Progressive Turnout Project ที่คอยหาเสียงให้แก่พรรคเดโมแครต รวมถึงเป็นสมาชิกของ Clairton Sportsmen’s Club ชมรมยิงปืนแถวบ้านมาเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี

เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเชื่อว่าปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ AR-15 ที่ใช้ก่อเหตุลอบสังหารโดนัลด์ ทรัมป์เป็นปืนของพ่อครุกส์ที่ซื้อมาอย่างน้อย 6 เดือนก่อน ครุกส์ใส่เสื้อยืดของ Demolition Ranch ในการก่อเหตุลอบสังหาร โดยช่องยูทูบดังกล่าวผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน และมีผู้ติดตาม 11.6 ล้านคน

‘คลัง’ ผุด!! ‘แผนฟื้นตลาดอสังหาฯ’ เล็งขยายระยะเวลากู้ถึงอายุ 85 ปี  ดึงต่างชาติลงทุนระยะเช่า 99 ปี ร่วมกับกฎหมาย ‘ทรัพย์อิงสิทธิ์’

(15 ก.ค.67) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานสัมมนา ‘พัฒนาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน’ ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) ถึงสถานการณ์ท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ไทยกำลังเผชิญขณะนี้ พร้อมนำเสนอแผนฟื้นฟูแบบรอบด้าน มุ่งแก้ปัญหาทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทาย โดย GDP ลดลงจาก 6% เมื่อ 20 ปีก่อน เหลือเพียง 1.9% ในปี 2566 และคาดการณ์ว่าในปีนี้จะอยู่ที่ 2.5% ซึ่งตลาดอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศและเชื่อมโยงไว้กับหลายภาคส่วน เช่น การก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และการออกแบบ ซึ่งใช้เงินลงทุนมาก

อย่างไรก็ตาม นายพิชัยยังมองเห็นศักยภาพในการพัฒนาของประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญสองประการ ได้แก่ พื้นที่กว่า 300 ล้านไร่ที่ยังสามารถพัฒนาได้ในอนาคต และทำเลที่ตั้งของประเทศที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ซึ่งหากได้รับการจัดการที่ดี จะสามารถสร้างโอกาสในการพัฒนาด้านต่างๆ ได้

ทว่า ปัจจุบัน ภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งฝั่งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยฝั่งผู้บริโภคพบปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ที่ลดลง สะท้อนจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลคงค้างทั่วประเทศที่มีมูลค่าสูงถึง 4.95 ล้านล้านบาท โดยมีสัดส่วนหนี้ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หรือ Special Mention (SM) ที่ค้างชำระ 1-3 เดือนอยู่ที่ 5% และมีหนี้เสีย หรือ NPL 3.5% ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อนที่มี NPL เพียง 2.3% และ SM อยู่ที่ 1.5%

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็กำลังเผชิญปัญหายอดขายที่ลดลง 20-30% ต่อเดือน และสต๊อกคงเหลือกว่า 200,000 หน่วยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและการดำเนินธุรกิจ

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยฝั่งผู้บริโภค ได้ผลักดันให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ขยายระยะเวลาการกู้ถึงอายุ 80-85 ปี เพื่อลดภาระการผ่อนชำระรายเดือน โดยหวังเป็นต้นแบบให้ธนาคารพาณิชย์เป็นแนวทางในการปล่อยสินเชื่อ

อีกทั้งจะมีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อพิจารณาผ่อนปรนมาตรการ LTV (Loan-to-Value) โดยมองว่า ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีความแข็งแกร่งทางการเงิน และมีการตั้งสำรองหนี้เป็นศูนย์ ซึ่งรัฐบาลหวังว่าจะได้เห็นความร่วมมือระหว่างธนาคารพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทยในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาสินเชื่อที่อยู่อาศัย

นอกจากนี้ ในส่วนของการกระตุ้นตลาดและช่วยเหลือผู้ประกอบการ รัฐบาลมีแผนดึงชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยพิจารณาขยายระยะเวลาเช่าเป็น 99 ปี ร่วมกับการใช้กฎหมาย ‘ทรัพย์อิงสิทธิ์’ ให้สิทธิใช้ที่ดินแก่ชาวต่างชาติ โดยคนไทยยังคงมีกรรมสิทธิ์ ภายใต้เงื่อนไขการกำหนดราคาและโซน การเพิ่มภาษีค่าโอน และข้อห้ามในการทำเกษตรกรรม ทั้งนี้ยังเป็นการแก้ปัญหาการจดทะเบียนของชาวต่างชาติในการซื้ออสังหา ริมทรัพย์ที่อยู่ใต้ดิน ให้ขึ้นมาบนดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายเช่นกัน

‘DIPROM’ ดัน ‘Soft Power’ ผ่านบทละครเชิงสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว มอบรางวัลนักเขียนบทไทย พร้อมผลักดัน-ต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

เมื่อวานนี้ (14 ก.ค.67) นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดคนทั่วโลกให้เข้ามาท่องเที่ยว ทำงาน และใช้ชีวิตในประเทศไทย และทำให้ประเทศไทยกลายเป็นปลายทางของคนทั่วโลก 

ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สนับสนุนนโยบายดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยได้มอบหมายให้ ‘กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม’ หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในทุกด้านเพื่อเพิ่มพลังซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ โดยหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สำคัญ คือ ด้านภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดซอฟต์พาวเวอร์ไทย และโปรโมตภาพลักษณ์ที่ดีสู่สายตาชาวโลก โดยจะเห็นได้จากการที่ภาพยนตร์และละครไทยหลายเรื่อง ได้รับการตอบรับที่ดี มีดาราและศิลปินไทยหลายคนสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ ส่งผลให้วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทยได้รับความสนใจในระดับสากล

นางดวงดาว กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ขานรับนโยบายดังกล่าว ผ่านนโยบาย ‘RESHAPE THE FUTURE: โลกเปลี่ยน อุตสาหกรรมปรับ พร้อมรับ อนาคต’ ของ นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภายใต้กลยุทธ์ในด้านการปรับตัวให้ก้าวทันอุตสาหกรรมยุคใหม่ (RESHAPE THE INDUSTRY) โดยการมุ่งเน้นการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ด้านการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย (Creative Economy) ด้วยการจัดกิจกรรม ‘ส่งเสริม Soft Power ผ่านบทละครเชิงสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว’ เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเขียนบทละครให้มีความรู้ มีศักยภาพในการเขียนบทละครเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทย กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศได้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไปสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก

สำหรับการจัดกิจกรรม ‘ส่งเสริม Soft Power ผ่านบทละครเชิงสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว’ เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมไปเมื่อต้นปี 2567 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ผ่านเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 23 คน ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับโอกาสในการพัฒนาฝีมือเป็นนักเขียนบทละครรุ่นใหม่ โดยได้รับองค์ความรู้ด้านการเขียนบทแบบครบวงจร ทั้งในด้านการเขียนบทภาพยนตร์ ซิทคอม ละคร หรือ ซีรีส์ รวมไปถึงด้านการผลิตด้วยการปรับกระบวนการคิด ให้หยิบยกความเป็นไทยใส่ไปในบทละครได้อย่างกลมกลืนผ่านความคิดสร้างสรรค์ กลวิธีการสอดแทรกซอฟต์พาวเวอร์ไทยไว้ในบทละครได้อย่างเป็นธรรมชาติ

พร้อมให้ความรู้ในด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ผลงาน โดยได้รับคำปรึกษาแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเขียนบทละครชื่อดังอย่าง คุณอ่อน เอื้องอรุณ, คุณส้วม สุขพัฒน์, คุณบอลรูม วรลักษณ์ และผู้กำกับมากฝีมือ คุณนท พูนไชยศรี ที่จะเข้ามาช่วยฝึกฝนผู้เข้าร่วมกิจกรรมนี้อย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้บทละครที่แฝงด้วยแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สอดแทรกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวไทย ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งในด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์และการท่องเที่ยวได้มากกว่า 25 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่งผลงานการเขียนบทละครเข้าประกวด เพื่อคัดเลือกสุดยอดผลงาน โดยบทละครที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง รักเขา เรา และเหล่าวิญญาณ ซึ่งจะถูกนำมาถ่ายทอดเป็นละครสั้นให้ได้รับชมภายในงาน 

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลรองลงมา ได้แก่ บทละครเรื่อง รับซื้อของ (ไม่เคย) เก่า บทละครเรื่อง กุหลาบลั่นถัน และรางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ บทละครเรื่อง 1% นี้ฉันขอนะ และบทละครเรื่อง ค่าตัวตาย 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม Pitching กับผู้จัดมากฝีมือ ทั้ง 4 ท่าน คือ คุณเอิน ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล จาก บริษัทมาสเตอร์วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด, คุณวี วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ จากบริษัท มากกว่าฝัน จำกัด, คุณเขตต์ ฐานทัพ และคุณทักษญา ธีญานาถธนันชา จากบริษัท กองทัพ โปรดักชั่น จำกัด ซึ่งถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ สร้างโอกาสและต่อยอดความสำเร็จให้กับนักเขียนบทละครที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนบทละครได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อก้าวไปสู่การเป็นนักเขียนบทมืออาชีพ และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และซีรีส์ไทยต่อไปในอนาคต

'ตลาดน้ำอัมพวา' ยังแน่น!! หลังคลิปว่อนอ้างตลาดน้ำร้าง ไร้คนเที่ยว  ด้านแม่ค้าประสานเสียง ภาพถ่ายหงอยเป็นโฮมสเตย์ ไม่ใช่ตลาด

(15 ก.ค.67) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีโซเชียลมีการเผยแพร่ข้อมูลว่าแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม สถานการณ์ตอนนี้เงียบเหงา ว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส่งคนลงไปเช็กในพื้นที่แล้วชะอำและอัมพวา ไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่มีคนปล่อยเฟคนิวส์ นักท่องเที่ยวยังคงคึกคักพอสมควรตามฤดูกาล แถมยังจะหนาแน่นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้

และจากการสอบถามนายกสมาคมโรงแรมและผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ชะอำพบว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในช่วงนี้ทั้ง Weekday และ Weekend ประมาณ 50-60% โดยช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้มีการจองการเข้าพักล่วงหน้าเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 70-75% ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในพื้นที่ชะอำ อาทิ หาดชะอำ วัดถ้ำแจง ฯลฯ ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวตามปกติ

ทั้งนี้ ททท.จะร่วมกับหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี และกลุ่ม YEC จัดกิจกรรม Food Festival ระหว่างวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2567 ณ บริเวณชายหาดชะอำ เพื่อนำเสนอ Soft Power โดยใช้อาหารถิ่นเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงต่อยอดสู่การเดินทางท่องเที่ยวมายังจังหวัดเพชรบุรีและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในพื้นที่ให้มากขึ้น เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการให้ทั่วถึงต่อไป

‘นายกฯ’ เคาะ!! 'ดิจิทัลวอลเล็ต' เปิดลงทะเบียน 1 ส.ค.นี้ ยัน!! กรอบเวลาโอนเงินให้ประชาชน 45 ล้านคน สิ้นปี 67

(15 ก.ค.67) ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ครั้งที่ 4/2567 พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์, นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ภายหลังการประชุม นายเศรษฐา แถลงว่า “ผลการประชุมวันนี้ยาว มีเรื่องของรายละเอียดที่เรามาชี้แจงทำให้กระจ่างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเภทของสินค้าหรือหลายๆ อย่าง ซึ่งนายจุลพันธ์ จะเป็นผู้แถลง”

เมื่อถามว่าจากการประชุมวันเดียวกันนี้นายกฯ ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่? นายกฯ กล่าวว่า “ไม่มี เป็นการตอกย้ำเรื่องความชัดเจนและเรื่องการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งสื่อก็เห็นว่า พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. มาด้วย”

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เริ่มมีการออกมาแอบอ้างเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับเงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตโดยอ้างว่าเป็นลิงก์ของรัฐบาล ตรงนี้ได้สั่งให้มีการดำเนินการอย่างไร? นายกฯ กล่าวว่า “เรื่องนี้ยังไม่มี เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริงใช่หรือไม่ ซึ่งทางภาครัฐคงต้องมีการแจ้งว่าเป็นเรื่องของการแอบอ้าง คอยฟังประกาศจากรัฐบาลอย่างเดียวดีกว่า” 

เมื่อถามว่าแหล่งเงินของดิจิทัลวอลเล็ตได้ซักกระทรวงการคลังหรือไม่ว่าทำไมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเกี่ยวกับแหล่งเงิน ทำไมถึงไม่เอาเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แล้วกลับไปใช้งบฯปี 67-68? นายกฯ กล่าวว่า “เดี๋ยวจะมีการชี้แจง ซึ่งตนได้เรียนไปแล้ว”

เมื่อถามอีกว่าอยากให้นายกฯ พูดในฐานะที่เป็นผู้นำ? นายกฯ นิ่งสักครู่พร้อมหันหน้าไปอีกทาง ก่อนกล่าวว่า “เรียนไปแล้ว แจ้งไปเรียบร้อยแล้วครับ” 

เมื่อถามความคืบหน้าซุปเปอร์แอป เป็นอย่างไรบ้าง? นายกฯ กล่าวว่า “เดี๋ยว รมช.คลังจะเป็นคนชี้แจง 

เมื่อถามอีกว่าสามารถที่จะเปิดใช้ทันไตรมาส 4 หรือไม่? นายกฯ กล่าวว่า “ขอบคุณมากครับสวัสดีครับ” และทำท่าเดินออกจากวงให้สัมภาษณ์ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามอีกว่า สรุปแล้วแหล่งที่มาของเงินได้ข้อสรุปเรียบร้อยใช่หรือไม่? นายกฯ ไม่ตอบ พร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณครับ สวัสดีครับ”

ล่าสุดนายเศรษฐา ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “ดิจิทัลวอลเล็ตพร้อม เปิดลงทะเบียน 1 ส.ค. นี้ครับ การประชุมวันนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดลงทะเบียน และการดำเนินการในภาพรวมที่จะรองรับการใช้งานของประชาชนและร้านค้า โดยมีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ รวมไปถึงการลงรายละเอียดเงื่อนไขของการรับสิทธิ์ และมาตรการป้องกันการทุจริต การเรียกเงินคืนให้ชัดเจนขึ้นครับ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต คือ โครงการใหญ่ของภาครัฐที่จะเติมเงินกระเป๋าพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ และระบบเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อความละเอียดรอบคอบทั้งทางกฎหมาย และทางเทคนิค โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ทำให้ใช้เวลาดำเนินการมากหน่อย แต่พี่น้องไม่ต้องคอยเก้อแน่นอนครับ” 

ขณะที่ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงรายละเอียดของผลการประชุมบอร์ดดิจิทัลวอลเล็ตว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ครั้งใหม่ โดยจะตัดแหล่งเงินจากมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินและการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และใช้เงินจากงบประมาณปี 2567 และงบประมาณปี 2568 รวม 4.5 แสนล้านบาท เพื่อแจกให้กับ 45 ล้านคน

สำหรับสาเหตุของการปรับที่มาของแหล่งวงเงินโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ครั้งนี้ นายจุลพันธ์ ยอมรับว่า รัฐบาลได้ดำเนินการตามข้อห่วงใยของหน่วยงานต่างๆ ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน ซึ่งในอดีตการดำเนินโครงการของรัฐไม่มีโครงการใดที่มีคนลงทะเบียนร่วมโครงการเกิน 90% กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ จึงได้หารือร่วมกันและเห็นชอบกับการตั้งงบประมาณให้สอดคล้องกัน โดยปรับลดลงมาจากเดิม 5 แสนล้าน เหลือ 4.5 แสนล้าน

“โครงสร้างกรอบแหล่งเงินโครงการครั้งใหม่ จะไม่มีเงินจากมาตรา 28 แต่จะใช้งบประมาณปี 2567 และงบประมาณปี 2568 ซึ่งเพียงพอและสามารถดำเนินการได้ภายในกรอบของงบประมาณ และถ้าคนลงทะเบียนน้อยกว่าหรือมากกว่า รัฐบาลจะใช้กลไกในการบริหารงบประมาณ เพื่อให้มีเงินทุกบาททุกสตางค์เพียงพอกับการใช้ในโครงการนี้ และรายละเอียดทั้งหมดจะเสนอที่ประชุมครม.เห็นชอบในสัปดาห์หน้า” นายจุลพันธ์ ยืนยัน

ทั้งนี้ ในแหล่งเงินของโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 รอบใหม่ วงเงิน 450,000 แสนล้านบาทนั้น มีที่มาจาก 2 แหล่ง คือ งบประมาณปี 2567 ทั้งการตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม วงเงิน 122,000 แสนล้านบาท และการบริหารจัดการงบประมาณอีก 43,000 ล้านบาท โดยไม่ใช่แค่งบกลางอย่างเดียว ส่วนงบประมาณปี 2568 วงเงิน 152,700 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณางบประมาณ และการบริหารจัดการงบประมาณอีก 132,300 ล้านบาท

ส่วนไทม์ไลน์โครงการนั้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการกำกับโครงการฯ ไปพิจารณากรอบรายละเอียดวันเวลาของการเริ่มต้นโครงการ และวันเปิดลงทะเบียน ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้แถลงในวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 นี้ อีกครั้ง เบื้องต้นกรอบของโครงการยังไม่เปลี่ยน คือ ลงทะเบียนในไตรมาสที่ 3 และ โอนเงินให้ประชาชนในไตรมาสที่ 4 ปี 2567

'อาร์เจนตินา' ต่อเวลาเฉือนชนะ 'โคลอมเบีย' 1-0 คว้าแชมป์โคปา 2024 แม้ 'เมสซี่' เล่นไม่จบเกม

(15 ก.ค. 67) รายงานข่าวระบุว่า ฟุตบอลโคปา อเมริกา 2024 รอบชิงชนะเลิศ อาร์เจนตินา แชมป์เก่า จะพบกับ โคลอมเบีย ซึ่งเกมนี้เตะกันที่ สังเวียน ฮาร์ดร็อค สเตเดี้ยม รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา โดยคู่นี้เคยพบกันล่าสุดในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก และหนนี้เป็นทีม 'ฟ้าขาว' เปิดบ้านชนะ 1-0 จากประตูชัยของ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

สำหรับเกมนี้ ได้มีการเลื่อนแข่งขันออกไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากเหตุความวุ่นวายเมื่อแฟนบอลบางส่วนไม่มีตั๋วเข้าสนามไม่ได้ จนเกิดความโกลาหลฝ่าประตูกันเข้ามา จากนั้นเกมกลับมาแข่งขันตามเดิม

ฟากทัพฟ้าขาว ลิโอเนล สกาโลนี่ กุนซือแชมป์โลก 2022 ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บส่งผู้เล่นชุดเดิมลงสนาม นำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีม เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตู, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, อังเคล ดิ มาเรีย และ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ 

ส่วน โคลอมเบีย ของ เนสตอร์ ลอเรนโซ่ บอสใหญ่ ไม่มี ดาเนียล มูนญอซ ที่โดนใบแดงนัดที่แล้ว จัดทัพส่ง ฮาเมส โรดริเกซ กัปตันทีมทัพ พร้อมด้วย ดาวินซอน ซานเชซ, เจฟเฟอร์สัน เลร์ม่า, หลุยส์ ดิอาซ และ จอน กอร์โดบา

เริ่มครึ่งแรก โคลอมเบีย สร้างโอกาสได้ดีกว่า แต่แนวรับของอาร์เจนตินายังคงเหนียวแน่น ส่งผลให้เกมยังคงไม่มีสกอร์จนถึงครึ่งแรก 0-0 

กลับมาครึ่งหลังนาที 58 อาร์เจนตินา มีลุ้นจาก ดิ มาเรีย ได้บอลด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ แล้วตัดบอลเข้ามาก่อนยิงไปที่มุมไกล คามิโล วาร์กัส เซฟไว้ได้ 

นาที 64 เมสซี่ ปะทะกับนักเตะโคลอมเบีย ได้บาดเจ็บแต่กลับมาลงสนามเพื่อเล่นต่อ แต่ว่าผ่านมาแค่ 2 นาที กัปตันทีมชาวอาร์เจนตินา เล่นต่อไม่ไหวเดินกะเผลกออกจากสนามด้วยน้ำตา โดยส่ง นิโก้ กอนซาเลซ ลงมาแทน 

จากนั้นทั้งสองทีมไม่มีฝั่งไหนทำสกอร์ได้จบ 90 นาที เสมอ 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษ จากนั้นนาที 112 เลาตาโร่ มาร์ติเนซ จบสกอร์อย่างเฉียบขาดที่มุมไกล กลายเป็นประตูชัยให้ อาร์เจนตินา เฉือนชนะ โคลอมเบีย 1-0 คว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2024 มาครองได้สำเร็จ และเป็นแชมป์สมัยที่ 16

สำหรับการคว้าแชมป์ในหนนี้ของ อาร์เจนตินา ส่งผลให้ทัพฟ้าขาวสามารถ ซิวแชมป์ระดับเมเจอร์ได้ 3 รายการติดต่อกัน ได้แก่ Copa America 2021 / World Cup 2022 และ 2024 กับ Copa America

ทัวร์ลง!! ‘ยูทูบเบอร์ดัง’ หลังแสดงออกผิดหวังที่เห็นลาซา (ทิเบต) เจริญ ฟากชาวเน็ตไทย-จีน รุมสอนประวัติศาสตร์ ‘ทำไมทิเบตควรพัฒนาก้าวหน้า’

จากกรณีช่องยูทูป ‘Pigkaploy’ ผู้ติดตามกว่า 1.43 ล้าน ได้โพสต์วิดีโอชื่อ “ทิเบต เที่ยวเองไม่ได้? นครลาซา เมืองหลวงหลังคาโลก I #soloไทยสู่หิมาลัย D18” พร้อมเขียนแคปชันวิดีโอว่า…

“24 ชั่วโมงแรก ในนครลาซา ศูนย์กลางของทิเบต หนึ่งในเมืองที่สูงที่สุดในโลก 3650 เมตร!...

“กับสถานที่ที่ต้องไปเมื่อมาถึง อย่างพระราชวังโปตาลา วังโบราณกลางหุบเขา ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง ที่ทุกจุดแฝงไปด้วยเรื่องราวในอดีต รวมไปถึงวัดโจคัง วัดศักดิ์สิทธิ์และสำคัญที่สุดของชาวทิเบต ถนนบาคอร์ จัตุรัสคนเดินที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินทางมาแสวงบุญ และมีตลาดขายสินค้าโบราณ ของแปลกที่ไม่คิดว่าจะเจออย่าง กะโหลกมนุษย์!!...

“ภาพจำของทิเบตในแบบฉบับของทุกคนเป็นยังไง พอได้ดูคลิปนี้แล้วจะเป็นเหมือนที่คิดไว้มั้ย
เดินทางไปสัมผัสพร้อม ๆ กับเรานะคะ”

หลังจากเผยแพร่วิดีโอไปได้ไม่นาน ก็เกิดกระแสตอบโต้อย่างรุนแรงจากทางโซเชียลจีน ที่แสดงออกถึงความไม่พอใจ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Chorunchun Tou Kuntapinta’ ก็ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีนี้ โดยระบุว่า…

“#คลิปทิเบตน้องพลอยในยูทูปเจอทัวร์จีนลงฉ่ำ
#แถมสอนประวัติศาสตร์จีนทิเบต ก้อนเบ้อเร่อ..

เพราะ ..เหตุเดียวในคลิป ที่ #พลอยพูดทำนองว่า "ผิดหวังที่เห็นลาซาเจริญและเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนที่คิดไว้"

#กูว่าละ อินฟูไทยหัวใจฝรั่ง...ไปเขตอ่อนไหวของเขาทีไร แม่งทุกคนเลย!! ที่กำไม้บรรทัดของตัวเองจากตะวันตกไปด้วยเสมอ...บางทีก็สมควร…โดนแบบนั้นแหละ 55555

ดูคนไม่ดังเท่าไร #คนไทยไปทิเบตของแท้ดีกว่า...
แล้วจะรู้ว่า #ทำไมทิเบตจึงสมควรได้รับการพัฒนาให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป!!!

ผมอยู่เกิน 3 วันไม่ไหว? #หมู่บ้านทิเบตจีนที่โคตรชนบท
#ขอบคุณมากๆคับผม!!
📌  https://www.youtube.com/watch?v=vJofcqZbanU

พร้อมระบุในคอมเมนต์ต่ออีกว่า “คลิปพลอยเดินทางต้นๆ #คนจีนชมชอบมากนะ ก่อนเข้าลาซาอ่ะ คลิปน้อง ดังใน #โต่วอิน ตั้งแต่เข้าฉงชิ่งละ..คนจีนแห่กรูกันเข้ามาชมเยอะมากเลยนะ.. ในยูทูปเนี่ย...ให้กำลังใจเลย ต้อนรับอย่างดีเลย.. #พลาดไปนิสสสสส... Ep. นี้แหละ..”

ทั้งนี้ จากความเห็นชาวเน็ตไทย-จีน ได้คอมเมนต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งมีอยู่หลากหลายมุมมองกับวิดีโอดังกล่าว ดังนี้…

>> น้องพลอย หากไปเมืองจีน และไปในบางพื้นที่ เช่น ทิเบต ซินเจียงอุยร์กู มาเก็า ฮ่องกง และใต้หวัน อันนี้ อย่าไปเอาเฉพาะข้อมูลที่ตะวันตกเขียนขึ้นมานำเสนอครับ คนจีนกว่าพันล้านคนเขาไม่น่าจะชอบแน่นอน เนื่องจากจีนเขาก็ถูกชาติตะวันตกมาล่าอาณานิคมรุกรานเขาเหมือนกันในอดีต เช่นในสงครามฝิ่น กับอังกฤษ เป็นต้น คนจีนเขาเป็นคนชาตินิยมสูง เพราะมีประวัติศาสตร์ประเพณีที่ยาวนานหลายพันปี เขาเลยแค้นมาจนถึงปัจจุบันกับชาติตะวันตก อันที่จริงชาติตะวันตกทำไม่ดีกับคนทั้งโลกไว้มาก เนื่องจากมีลักษณะการล่าอาณานิคมไปทั่วทั้งโลกเพื่อยึดครองและเอาทรัพยากร ชนิดทั่วทุกทวีปโดนมาหมด เหมือนในทวีปอเมริกา ทั้งเหนือทั้งใต้นี้ ชาวพื้นเมืองอินเดียแดง แทบสูญพันธุ์กันเลย ส่วนลักษณะการปกครองของตะวันตกต่ออาณานิคมที่ยึดมาได้และเขายังใช้มาจนถึงปัจจุบันคือ การแบ่งแยกเพื่อปกครองไม่ให้รวมกัน โดยทำให้แตกแยก เพื่อง่ายแก่การปกครอง 

อันนี้บางประเทศที่เคยโดนยึด และยังไม่ถูกตะวันตกกลืนไปทั้งหมด เขาจะแค้นเอามาก ๆ อันที่จริงประเทศที่ควรจะแค้นพวกตะวันตกแบบสุด ๆ เพราะทำให้ประเทศถูกแบ่งแยกและถูกยึดพื้นที่ไปกว่าครึ่ง ก็คือสยาม หรือไทยนี่แหละ ที่ถูกตะวันตกแบ่งแยกดินแดนไปกว่าครึ่ง เช่นเสียลาว เขมรให้
ฝรั่งเศส เสียไทยบุรี กลันตัน ตังกานู และตะนาวศรีให้อังกฤษ เป็นต้น 

อันนี้เมื่อศึกษาประวัติศาสต์ให้ดี ๆ แล้ว ก็จะไม่แปลกใจว่า ทำไมคนจีนเขาก็คงไม่ค่อยชอบพวกชาติตะวันตก ฉะนั้นคนเอเชียที่ทำได้ คือควรเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีจากตะวันตกให้ทันเพื่อไม่ให้เสียเปรียบอีก

ส่วนอย่างอื่นของตะวันตกอันไหนดีก็ควรเอามา แต่อย่าไปทำตามทุกเรื่องโดยทิ้งอัตลักษณ์ของตนเองไป เช่น ในทิเบต ที่ทุกอย่างมันก็ยังมีเหมือนเดิมนั่นล่ะ แค่มันเจริญขึ้นเพราะจำเป็นต้องมีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาเท่านั้นเอง

>>สรรพสิ่งใด ๆ ล้วนเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง อะไรที่หยุดนิ่งก็คือตายไปแล้ว ทำไมต้องคิดว่าทิเบตจะต้องอยู่แบบเดิม ๆ เขาเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ขนาดเมืองไทยก็ยัง เปลี่ยนไปมาก หลายสิ่งก็ไม่เหมือนเดิม

>>ที่จริงแล้วทิเบตไม่ใช่ว่า เพิ่งจะมาพัฒนา หรือ เปลี่ยนแปลงในเร็ว ๆ นี้นะ ผมไปมาเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วก็เจริญ และพัฒนาแบบนี้แล้ว ในเมืองหลวง ลาซา มีห้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกแทบทุกอย่าง ระบบการคมนาคม รถเมล์ใหม่และสะอาดกว่าเมืองไทยอีก (ย้ำว่าเมื่อ เกือบ 10 ปีที่แล้ว) ระบบการสื่อสาร internet wif ก็ถือว่าดี ในห้างและในโรงแรมที่อยู่ ห้องน้ำก็สะอาด ส่วนห้องน้ำนอกเมืองก็ตามสภาพ ผมดูมาหลายช่องแล้ว youtuber อีกช่องมาทิเบต ไปเที่ยว เมืองหลวงลาซา แล้วทำหน้าตาท้อแท้ แบบผิดหวัง แสดงอารมณ์ดราม่าคืองงว่า คุณกำลังคาดหวังอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดาของโลก ขนาดเมืองสิบสองปันนายังพัฒนาเลย อยากให้เที่ยวด้วยทัศนคติที่มีความสุขมากกว่า เที่ยวอย่างมีความสุขดีกว่า อย่างน้อยก็คือการได้ไปสัมผัสบ้านเมืองเค้าซึ่งก็ถือว่าแปลกตา กลายเป็นว่าคลิปนี้ดูสีหน้า อารมณ์ อึน ๆ แปลก ๆ ไป ไม่สดในเหมือนทุกคลิป ที่ผ่านมา ดูดราม่าไป

>>ถ้าทิเบตไม่พัฒนาก้าวหน้าก็อาจจะมีคาถาที่ชั่วร้ายกว่าเมืองไทยหลายร้อยเท่า ฉันมีเพื่อนชาวทิเบตและพวกเขาก็กินดีอยู่ดี ขณะเดียวกันพุทธศาสนาในทิเบตก็ยังรักษาสิ่งดี ๆ ไว้ ในชีวิตปัจจุบันผู้คนมีความเจริญรุ่งเรื่องและสังคมมีความสามัคคี

>>หากคุณสนใจทิเบตจริง ๆ อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้ คุณสามารถบริจาคเงินหรือทำงานเป็นครูในทิเบตได้สักสองสามปี

>>ไม่เคยได้อ่านเรื่องของทิเบตจริงจังมาก่อน พอได้มาอ่านคอมเมนต์ของชาวจีนเลยพยายามหาข้อมูล แต่พบว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตของชาวทิเบตน้อยมากในภาษาไทย ส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษก็มักจะเป็นข่าวการเมืองมากกว่า ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการที่เราไปท่องเที่ยว เห็นสิ่งต่าง ๆ สวยงาม ก็เป็นเพียงมุมหนึ่ง แต่ในมุมของคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น เค้ามีเรื่องราว มีอารมณ์ความรู้สึกทั้งด้านดีและไม่ดี ผ่านกาลเวลามายาวนาน การที่เราจะชื่นชมหรือวิพากษ์วิจารณ์ควรทำด้วยความใส่ใจ ระมัดระวัง เสมือนเราไปหาเพื่อนที่บ้าน นอกจากต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมแล้ว ก็ต้องระวังไปรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวทางจิตใจของเขาด้วย

>>พัฒนาไปแบบไหนถึงจะดี? ถ้าสงสัยก็ต้องถามชาวบ้าน พื้นถิ่นจริง ๆ สักหลาย ๆ คนหลาย generation ดูครับ ว่าเค้าคิดอย่างไร อยากไปแนวไหน อนุรักษ์มาก ๆ หรือก้าวหน้ามาก ๆ หรือรักษาสมดุล และที่เป็นอยู่มันสมดุลมั้ย? บางครั้งความคิดเราความอยากของเราที่อยากให้มันเป็นแบบที่เราจินตนาการไว้เพื่อตอบสนองความ romantic หรือความ advenger ในใจเราก็ดูจะเป็นการเอาเปรียบ
และกดขี่ผู้คนท้องถิ่นที่อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้น พัฒนามากขึ้น ปลอดภัยขึ้น อย่างที่เราและมนุษย์เกือบทุกคนอยากได้และต้องการก็ได้นะครับ

>>คนจีนเข้ามาเมนต์เยอะมาก อ่าน ๆ ดูจับใจความได้ว่า เขาค่อนข้างผิดหวังที่น้องพลอยหรือคนไทยมองว่าทิเบตถูกจีนเปลี่ยนให้เจริญนั้นไม่ดี อยากให้ทิเบตเป็นแบบเดิม ๆ แต่เขาบอกว่าก่อนจีนเข้ามาพัฒนา ทิเบตในสมัยก่อนที่ลามะปกครองนั้นคือสังคมทาสเต็มรูปแบบที่โหดร้าย มีการบูชายัญการปฏิบัติทางศาสนาที่งมงายมาก ๆ ของพุทธศาสนานิกายนี้ของทิเบตนี้ เขาผิดหวังที่คนไทยมาแล้วโหยหาภาพเก่า ๆ ที่เราไม่ได้รู้จักจริง รู้ผิด ๆ จากสื่อตะวันตกมา

>>แนะนำให้แอดมินช่องตัดส่วนความคิดเห็นของน้องพลอยออกไป หรือแม้แต่ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ด้วยครับ เพราะต่อให้ข้อมูลมีความเป็นสากลแค่ไหน ถูกหรือผิดอย่างไรก็จะมีปัญหากับคนที่ชอบหรือไม่ชอบอยู่ดี เสี่ยงต่อการถูกกดรายงานด้วยครับ ด้วยความห่วงใยจริง ๆ

>>สิ่งที่พลอยกับเบนซ์ต่างกันคือ เบนซ์เที่ยวคือเที่ยวไปแบบเทน้ำออกจากแก้วเลยไม่พยายามยัดความรู้ให้คนดู สังเกตหลายคลิปแล้ว แต่กับพลอยไม่ใช่ ชอบพลอยเที่ยวแบบเดิม ๆ พยายามถ่ายสถานที่สวย ๆ เยอะ ๆ ความรู้ให้คนดูไปหาเอาเองดีกว่า 

>>ถึงชาวจีนทุกคน เจ้าของช่องไม่ได้มีเจตนาที่จะดูหมิ่นประเทศของคุณ มันเป็นเพียงคลิปการผจญภัยของเขาโปรดเข้าใจด้วยค่ะ

>>หน้าปกของวิดีโอเกี่ยวกับการเดินทางในจีนมี ธงชาติจีน แต่หน้าปกของวิดีโอเกี่ยวกับทิเบตไม่มี
ธงชาติจีน นี่เป็นการกระทำโดยตั้งใจและแสดงให้เห็นว่าเธอไม่รู้ว่าทิเบตเป็นของจีน (คอมเมนต์ชาวต่างชาติ)

>>คุณคิดว่าคนจีนแยกไม่ออกระหว่างความผิดโดยไม่ตั้งใจกับการบิดเบือนโดยเจตนาหรือไม่ (คอมเมนต์ชาวต่างชาติ)

>>ฉันยังสามารถพูดได้ว่าเชียงใหม่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย และภูเก็ตก็ไม่ใช่เช่นกัน (คอมเมนต์ชาวต่างชาติ)

>>นี่ไม่ใช่ความผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นการจงใจใส่ร้าย เธอไม่ให้เข้าเมือง คนจีนเป็นมิตรกับเธอ
มาก แต่เธอก็เหมือนงูพิษที่ชาวนาช่วยชีวิตไว้! (คอมเมนต์ชาวต่างชาติ)

>> ฉันเป็นคนจีนและเชื่อว่าพลอยไม่มีเจตนาร้าย แต่ข้อมูลที่ทีมผลิตวิดีโอรวบรวมไว้นั้นไม่ถูกต้อง ฉันยังกังวลเกี่ยวกับความคิดเห็นของจีน พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับอารมณ์เชิงลบที่สร้างโดย CCP มาเป็นเวลานานและเชื่อว่าทั้งโลกกำลังมุ่งเป้าไปที่จีน ดังนั้นพวกเขาจึงแสดงความต่ำต้อยและความเย่อหยิ่ง แต่พวกเขาลืมไปว่าการมองโลกในแง่ดีเป็นวิถีแห่งการเป็นที่นิยม ประชาชนควรเป็นเช่นนี้ และควรเป็นเช่นเดียวกับประเทศหนึ่ง (คอมเมนต์ชาวต่างชาติ)

‘แอร์พอร์ตเรลลิงก์’ ไฟเขียว!! ผู้โดยสารพา 'สุนัข-แมว-นก-ปลาฯ' ขึ้นขบวนได้ แต่มีเงื่อนไข น้องๆ ต้องไม่ออกมารบกวนผู้อื่น เจ้าของดูแลใกล้ชิด

(15 ก.ค. 67) รายงานข่าวระบุว่า บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอรา วัน ซิตี้ไลน์ หรือแอร์พอร์ตเรลลิงก์ พญาไท-สนามบินสุวรรณภูมิ ประชาสัมพันธ์ว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ได้เปิดบริการ Pet Travel Service ให้ผู้โดยสารสามารถนำสุนัข แมว นก และปลาเลี้ยงสวยงาม เดินทางไปกับขบวนรถได้ ตามวันและเวลาที่กำหนด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงจะต้องโดยสารในตู้รถไฟสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางกับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น

โดยในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงสามารถเดินทางได้ในช่วงเวลา 10.00 ถึง 15.00 น. และ 20.00 ถึง 24.00 น.เท่านั้น ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์ สามารถเดินทางได้ตลอดเวลาทำการ ตั้งแต่เวลา 05.30 ถึง 24.00 น. แต่หากมีกิจกรรมพิเศษ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาทำการสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะทำการแจ้งให้ผู้โดยสารทราบล่วงหน้าต่อไป

ชนิดของสัตว์เลี้ยงที่อนุญาตให้นำเข้าระบบรถไฟฟ้า ได้แก่ สุนัข แมว ปลาเลี้ยงสวยงาม และนกเท่านั้น โดยผู้โดยสาร 1 รายสามารถเดินทางกับสัตว์เลี้ยงได้ 1 ตัว หรือถุงใส่ปลาเลี้ยงสวยงาม 1 ถุง หรือกรงสำหรับใส่นก 1 กรง (อย่างใดอย่างหนึ่ง) เท่านั้น

โดยระหว่างอยู่ในระบบโดยสาร สัตว์เลี้ยงประเภทสุนัขและแมวจะต้องอยู่ในกรง หรือเป้สะพายที่ปิดมิดชิด และไม่สามารถนำออกมาภายนอกได้ โดยน้ำหนักของสัตว์เลี้ยงไม่ควรมีน้ำหนักเกิน 10 กิโลกรัม ภายในกรงหรือเป้ขนาดไม่เกิน กว้าง 35 x ยาว 56 x สูง 36 เซนติเมตร

และระหว่างการเดินทาง ผู้โดยสารจะต้องถือหรืออุ้ม กรง หรือเป้สะพายที่ปิดมิดชิดของสุนัข แมว หรือถุงใส่ปลา หรือกรงใส่นกตลอดการเดินทาง และห้ามวางกรงหรือถุงดังกล่าว บนที่นั่งสำหรับผู้โดยสารโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้กีดขวางทางของผู้โดยสารท่านอื่น

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Era One Call Center โทร. 0-2091-1595 ตั้งแต่เวลา 06.00 ถึง 20.00 น. ของทุกวัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top