Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

‘สาว’ โพสต์ระบาย หลังซื้อกับข้าวร้านข้าวแกงย่านตลาดดัง อาหาร 3 อย่าง 820 บาท ชาวเน็ตช่วยยัน!! “เคยซื้อ แพงจริง”

(16 ก.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเพจ 'พวกเราคือผู้บริโภค' โดยเป็นภาพกับข้าว 3 อย่างที่ได้ไปชื้อครั้งแรกแบบคนไม่มีความรู้ในการเดินตลาดแห่งนี้ พร้อมระบุข้อความว่า 

"ไปชื้อครั้งแรกแบบคนไม่มีความรู้ในการเดินตลาดแห่งนี้ เพราะไปแค่ปีละครั้ง เดิน ๆ ๆ เข้าไปเจอร้านขายแกงร้านหนึ่ง น่ากินมากและมีหลากหลาย ด้วยความเห็นมีแต่ของน่ากิน เดินเข้าไปชื้อทันทีโดยที่เราก็ผิดเองที่ไม่ถามราคาก่อน เพราะในหัวคิดว่ารู้ว่าตลาดนี้ขายของแพงกว่าตลาดอื่นมาก 

“แต่ไม่คิดว่าจะแพงเท่านี้ สั่งไป 3 อย่าง ตามรูปเลย ถามราคาเท่าไรค่ะ ตอนจ่ายเงิน 820 บาท ห๊ะ ถามย้ำว่าเท่าไร 820 ปลาทูต้ม 2 ตัว 380 กุ้งทอดกระเทียม 400 อีกอย่างคือปลาดุกผัดพริก โอเคทำไงสั่งแล้วต้องจ่าย เค 820 เดินออกมาด้วยความยังงงว่ามันแพงขนาดนี้เลยอ่อ ฝากเป็นความรู้สำหรับคนที่อาจจะไม่เคยเดินตลาดแถวจตุจักรด้วย ว่าโปรดสอบถามราคาก่อนชื้อ !!!!!!!”

งานนี้ชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์ถึงปริมาณอาหารที่ได้เมื่อเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายกันยกใหญ่ พร้อมทั้งพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "แพงจริง" ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กบางท่านก็บอกว่า “เคยซื้อแล้ว ตลาดนี้แพงจริง”

'ฮวาง ฮี-ชาน' หัวหอกวูล์ฟ โดนนักเตะ 'เซเรีย อา' เหยียดในเกมอุ่นเครื่อง ด้านเพื่อนร่วมทีมเดือดแทน หวดปากนักเหยียดคู่แข่ง-รับใบแดงเป็นรางวัล

(16 ก.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฮวาง ฮี-ชาน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ถูกนักเตะโคโม่ ทีมจากเซเรีย อา อิตาลี ใช้คำพูดเหยียดใส่ ระหว่างเกมอุ่นเครื่องที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน เอาชนะ โคโม ทีมน้องใหม่ของเซเรีย อา อิตาลี ไป 1-0 ในการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามในเกมดังกล่าว ทาง แกรี โอนีล กุนซือของวูล์ฟแฮมป์ตัน ออกมาเปิดเผยว่า ฮวาง ฮี-ชาน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ถูกแข้งฝ่ายตรงคำใช้คำพูดที่เป็นการเหยียดเชื้อชาติใส่ และเขาได้ถามกองหน้าวัย 28 ปีรายนี้ว่า ต้องการจะออกจากแมตช์นี้ไหม แต่เขาปฏิเสธและยังเดินหน้าช่วยทีมต่อระหว่างเข้าแคมป์เก็บตัวที่สเปน

แกรี โอนีล เผยถึงเรื่องนี้ ว่า "ชานนี่ได้ยินคำพูดที่เป็นการเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งมันน่าผิดหวังจริงๆ"

"มันน่าผิดหวังมากที่มันเกิดขึ้น เราจำเป็นต้องพูดคุยเกี่ยวกับมัน และมันมีผลต่อเกม มันไม่ใช่ความคิดหรือสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นเลย"

"เขา (ฮวาง ฮี-ชาน) ผิดหวังมาก แน่นอน และมันเข้าใจได้ ซึ่งผมภูมิใจกับความจริงที่เขาต้องการจะเดินหน้าเล่นต่อไป และให้ความสำคัญกับทีมก่อน แม้ต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากก็ตาม"

"ชานนี่จะโอเค เขาจะได้รับการสนับสนุนจากเราอย่างเต็มที่ และเราไปรับเขาเมื่อเช้านี้ และทำให้แน่ใจว่าเขาไม่มีปัญหาอะไร"

อย่างไรก็ตาม อีกด้านของเกมนี้ ทาง 'ดาเนี่ยล โพเดนซ์' ปีกวูล์ฟแฮมป์ตัน เพื่อนร่วมทีมของ ฮวาง ฮี-ชาน ก็เดือดแทน และได้เข้าต่อยกองหลังคนหนึ่งของ โคโม่ ระหว่างเกมที่ทั้ง 2 ทีมนัดซ้อมกันเป็นกรณีพิเศษ หลังจากแข้งของ โคโม่ พูดจาเชิงเหยียดผิวหรือเหยียดชาติพันธุ์ใส่กองหน้าชาวเกาหลีใต้

ทว่า ไม่มีการเปิดเผยว่าแนวรับของ โคโม่ ที่ว่าคือใคร แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ โพเดนซ์ โดนใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ก่อนที่สุดท้ายแล้ว วูล์ฟส์ จะชนะทีมน้องใหม่ของ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ไป 1-0 และสุดท้ายเกมนี้ ก็ไม่ได้ถูกระบุให้เป็นเกมอุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการของทั้ง 2 ทีมแต่อย่างใด

'ตลาดหลักทรัพย์ฯ' ปลดเครื่องหมาย SP ของ EA หลังชี้แจงข้อมูลครบแล้ว พร้อมเตือน 'ผู้ถือหุ้น-นักลงทุน' ศึกษาคำชี้แจงของบริษัทโดยรอบคอบ

(16 ก.ค.67) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ชี้แจงว่า ช่วงเช้าวันนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดเครื่องหมาย SP หลักทรัพย์ของ EA หลังบริษัทชี้แจงข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว 

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนศึกษาคำชี้แจงของบริษัท โดยระมัดระวังรอบคอบ เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ EA ได้ชี้แจงข้อมูลมายังตลาดหลักทรัพย์ฯ หัวข้อ ‘ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบฐานะทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากภาระหนี้สิน และแนวทางในการชำระหนี้’ ดังนี้ 

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบฐานะทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากภาระหนี้สิน และ แนวทางในการชำระหนี้ ว่า ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แจ้งต่อบริษัท ให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบฐานะทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากภาระหนี้สินโดยเฉพาะเงินกู้และหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระภายในปี 2567 และแนวทางที่ชัดเจนในการชำระหนี้ดังกล่าว รวมทั้งผลกระทบต่อการบริหารจัดการกิจการของบริษัท สืบเนื่องจากการพ้นจากตำแหน่งของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารจากกรณีการกล่าวโทษ โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ขึ้นเครื่องหมาย ‘H’ (Halt) จนกว่าบริษัทจะแจ้งข้อมูลให้ครบถ้วน

ในการนี้ บริษัทขอชี้แจงประเด็นดังกล่าวดังนี้

1. ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567 บริษัทมีหนี้สินเงินต้นที่จะครบกำหนดชำระภายในปี 2567 จำนวน 19,505 ล้านบาท

สำหรับภาระหนี้สินที่จะต้องชำระในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่บริษัทได้ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปก่อนหน้านั้นเป็นในส่วนภาระการชำระหนี้ระยะยาวของบริษัท รวมทั้งหุ้นกู้ โดยพิจารณาจากการประมาณการเงินกู้ระยะยาวรวมดอกเบี้ยที่ต้องชำระคืนประมาณ 3,200 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระอีก 5,500 ล้านบาท ซึ่งจะต้องดำเนินการชำระตั้งแต่วันที่ชี้แจง จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

ทั้งนี้ ส่วนที่เหลือเป็นวงเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินหลายแห่ง ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 มีอยู่ที่ 8,354 ล้านบาท โดยเบื้องต้นบริษัทไม่ได้ชี้แจง เนื่องจากวงเงินกู้ระยะสั้นนั้น โดยปกติบริษัทจะทำการ Roll Over เงินกู้ระยะสั้นในส่วนนี้อยู่แล้ว.

ทั้งนี้ บริษัทขอชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมของเงินกู้ และหุ้นกู้ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

หุ้นกู้ทั้งหมดที่บริษัทมีนั้นเป็นหุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน และมีเงื่อนไข Cross Default กับสถาบันการเงิน หรือหุ้นกู้อื่น

2. จากเดิมบริษัทมีความตั้งใจที่จะ Roll Over เงินกู้ระยะสั้นตามที่เคยปฏิบัติมาสำหรับเงินกู้ระยะสั้นทั้งหมด และมีแผนที่จะชำระเงินกู้และหุ้นกู้ระยะยาวที่จะครบกำหนดในปี 2567 ด้วย 

- 1) กระแสเงินสดจากการดำเนินงานโดยไตรมาสที่ 1 ปี 2567 บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินกิจการจำนวน 1,900 ล้านบาท และบริษัทจะมีรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมทุกเดือนประมาณ 1,000 ล้านบาท

- 2) วงเงินกู้ จากสถาบันการเงินวงเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาขั้นสุดท้ายของสถาบันการเงิน 

- 3) หุ้นกู้ที่จะออกเพิ่มเติมในปี 2567 จำนวนและวันเสนอขาย อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้รับประกันการจัดจำหน่าย โดยบริษัทคาดว่าจะเป็นหุ้นกู้อายุ 1 ปี และ 3 ปี

อนึ่ง ณ เวลา 16:15 น. (15 ก.ค.) บริษัทได้รับการแจ้งข้อมูลจาก TRIS Rating ว่าบริษัทได้ถูกปรับลดระดับความน่าเชื่อถือจาก BBB+ (Negative) เป็น BB+ (Negative) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อวงเงินกู้จากสถาบันการเงิน และหุ้นกู้ใหม่ที่จะออกตามแผนเดิม อย่างไรก็ดี บริษัทขอเน้นย้ำว่าบริษัทยังมีรายได้จากโรงไฟฟ้าประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นกระแสเงินสดหลักให้กับบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาและพิจารณาคัดเลือก Strategic Partner (s) เข้ามาร่วมลงทุน สร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน เพิ่มศักยภาพในการชำระหนี้ และพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

3. สำหรับผลกระทบต่อการบริหารจัดการกิจการของบริษัท กรณีนายสมโภชน์ อาหุนัย (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร) และนายอมร ทรัพย์ทวีกุล (CFO) ซึ่งดูแลรับผิดชอบตำแหน่งบริหารสำคัญ พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวนั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากคณะผู้บริหารและทีมงานที่บริหารจัดการยังคงเป็นชุดเดิม

ทั้งนี้ บริษัทได้แต่งตั้งนายสมใจนึก เองตระกูล เข้าดำรงตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์และเป็นที่น่าเชื่อถือ สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัท รวมถึงกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์เพื่อนำบริษัทก้าวผ่านวิกฤตได้

สำหรับนายวสุ กลมเกลี้ยง ในฐานะรักษาการ CFO เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการเงินการลงทุน และเป็นอดีตผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ มีประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างดี อีกทั้งมีศักยภาพ ทักษะความรู้ความสามารถในการบริหารงานที่เกี่ยวข้อง และอยู่ในสายงานนี้มามากกว่า 10 ปี ทั้งนี้ หากบริษัทมีความคืบหน้า เรื่องการแต่งตั้งตำแหน่งตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว จะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับทราบต่อไป

อ่านชี้แจงเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่ : https://weblink.set.or.th/dat/news/202407/1118NWS150720242141290864T.pdf?_gl=1*ekeqzr*_gcl_au*MTU4NTkyNDE0Ny4xNzIxMTAyMjI5*_ga*MjE0NTI2MDI2OC4xNzIxMTAyMjMx*_ga_ET2H60H2CB*MTcyMTEwNjExMC4yLjAuMTcyMTEwNjExMS41OS4wLjA.

‘อนุชา-รวมไทยสร้างชาติ’ แนะ!! ตั้ง ‘ศาลจราจร’ เชื่อ!! ช่วยตัดสินคดี-เอาผิดผู้ขับขี่รวดเร็วขึ้น

(16 ก.ค. 67) นายอนุชา บุรพชัยศรี สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แนะตั้งศาลจราจร เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบุว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2565 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้มีการพัฒนา และแก้ไขกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนแล้วหลายฉบับ บางฉบับเพิ่งจะมีผลใช้บังคับเมื่อตุลาคม พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ทำให้ยังไม่อาจประเมินถึงผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายต่าง ๆ ดังกล่าวได้

อย่างไรก็ดี กฎหมายต่าง ๆ ที่เพิ่งได้รับการพัฒนาขึ้นนั้น เป็นเพียงต้นน้ำ และกลางน้ำในการแก้ไขปัญหา แต่ในส่วนของปลายน้ำซึ่งเป็นการบังคับใช้กฎหมายโดย ฝ่ายตุลาการ หากรัฐยังใช้กลไกในการพิจารณาคดีเช่นเดิมย่อมทำให้กฎหมายใหม่ที่มีหลักการที่ดีไม่อาจบังคับใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ

ดังนั้น จึงได้มีข้อเสนอแนะให้มีกลไกในการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และสร้างการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดยการเพิ่มเติมระบบศาลชำนาญพิเศษที่บุคลากรมีความชำนาญเฉพาะด้าน จัดตั้งเป็นศาลจราจรแยกออกเป็นศาลพิเศษต่างหาก มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาครอบคลุมถึงคดีจราจรทุกคดี ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางวินัย หรือเป็นความผิดอาญา เพื่อทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีจราจรเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีเอกภาพในการกำหนดโทษ อันจะส่งผลให้ผู้ขับขี่เกรงกลัวต่อการกระทำความผิดกฎหมายมากขึ้น

'จีน' คุมเข้ม 'โลกไซเบอร์' สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เด็กเยาวชน เล็งช่วงปิดเทอม จัดการคอนเทนต์ไม่สร้างสรรค์ในทุกแพลตฟอร์ม

(16 ก.ค.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สำนักบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีน (CAC) ออกหนังสือเวียนเปิดตัวโครงการรณรงค์ระดับประเทศระยะ 2 เดือนช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เพื่อมุ่งจัดการกับสภาพแวดล้อมบนโลกไซเบอร์แก่บรรดาเยาวชนคนจีน

โดยโครงการรณรงค์ดังกล่าว จะจัดการปัญหาสำคัญในโลกไซเบอร์อย่างแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและไลฟ์สตรีมมิงซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย การกลั่นแกล้ง หรือการล่วงละเมิดเด็กที่อาจส่งผลเสียต่อผู้เยาว์

สำนักบริหารฯ ระบุว่า โครงการรณรงค์นี้ยังจะมุ่งเป้าไปที่แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ภาษาหยาบคาย และสื่อลามกอนาจาร รวมถึงแพลตฟอร์มอื่น ๆ อาทิ แหล่งรวบรวมแอปพลิเคชัน (Application Stores) อุปกรณ์อัจฉริยะที่ออกแบบสำหรับเด็ก และ 'โหมดสำหรับผู้เยาว์' ในแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน

ทั้งนี้ สำนักบริหารฯ ชี้ว่าหน่วยงานด้านไซเบอร์ในท้องถิ่นควรติดตามฟีเจอร์และปัญหาใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้เยาว์บนโลกไซเบอร์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดการการละเมิดกฎระเบียบใด ๆ ก็ตาม

‘ธนาคารสิงคโปร์’ เล็งใช้ ‘ดิจิทัลโทเคน’ ยืนยันตัวตนแทน ‘รหัส OTP’ ชี้!! ช่วยเสริมความปลอดภัยทำธุรกรรม-ลดปัญหามิจฉาชีพสวมรอย

เมื่อวานนี้ (15 ก.ค.67) รายงานข่าวแจ้งว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) และสมาคมธนาคารสิงคโปร์ (ABS) ประกาศว่าธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยในสิงคโปร์ จะเริ่มยุติการใช้รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) สำหรับเข้าสู่ระบบบัญชีธนาคารภายใน 3 เดือนข้างหน้า โดยลูกค้าต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบที่เรียกว่า ‘ดิจิทัล โทเคน’ (Digital Token) แทน เพื่้อป้องกันมิจฉาชีพในรูปแบบฟิชชิ่ง (Phising) หลอกลวงลูกค้าเพื่อขอข้อมูลที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน หรือหมายเลขบัตรเครดิตได้ดียิ่งขึ้น

โดยลูกค้าจะต้องเปิดใช้งานโทเคนดิจิทัลบนโทรศัพท์มือถือ และใช้โทเคนดังกล่าวเข้าสู่ระบบธนาคารผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ (Mobile Banking) โดยโทเคนดิจิทัลจะทำหน้าที่ตรวจสอบการเข้าสู่ระบบของลูกค้าโดยไม่จำเป็นต้องใช้รหัส OTP ที่มิจฉาชีพสามารถขโมยหรือหลอกให้ลูกค้าเปิดเผยได้ โดยแนะนำให้ลูกค้าธนาคารเปิดใช้งานเพื่อลดความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนตัวจะถูกขโมยในรูปแบบฟิชชิ่ง

ที่ผ่านมาการใช้ OTP (One Time Password) ถูกนำมาใช้ในสิงคโปร์เมื่อปี 2543 หรือเมื่อ 24 ปีก่อน เพื่อเป็นตัวเลือกในการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (Multi-factor Authentication) เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ แต่ด้วยการพัฒนาทางเทคโนโลยีและมิจฉาชีพใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า หลักวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) ที่มีความซับซ้อน ทำให้สามารถหลอกลวงลูกค้าในรูปแบบฟิชชิ่ง (Phising) เพื่อหลอกขอ OTP ได้ง่ายขึ้น เช่น การทำเว็บไซต์ธนาคารปลอมที่ใกล้เคียงของจริง

มาตรการล่าสุดจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกระบวนการตรวจสอบตัวตน ทำให้มิจฉาชีพหลอกลวงในการเข้าถึงบัญชีและเงินลงทุนของลูกค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากลูกค้าได้ยากขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อใช้อุปกรณ์มือถือของมิจฉาชีพ ซึ่งการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งยังคงเป็นข้อกังวลในสิงคโปร์ ธนาคารแต่ละแห่งยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารกลางสิงคโปร์ และกองกำลังตำรวจสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาและแนะนำแนวทางแก้ไข รวมทั้งมาตรการเพื่อเสริมสร้างการต่อต้านการหลอกลวงในภาพรวมที่มิจฉาชีพพัฒนาตลอดเวลา

นางออง-อัง ไอ บุน ผู้อำนวยการสมาคมธนาคารสิงคโปร์ กล่าวว่า มาตรการนี้ช่วยให้ลูกค้าป้องกันเพิ่มเติมจากการเข้าถึงบัญชีธนาคารของพวกเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดความไม่สะดวก แต่มาตรการดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อช่วยป้องกันกลโกงและปกป้องลูกค้า

ส่วนนางลู เซียว ลี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายนโยบาย การชำระเงิน และอาชญากรรมทางการเงิน ธนาคารกลางสิงคโปร์ กล่าวว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์ ยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารเพื่อปกป้องลูกค้า โดยเรียนรู้จากการหลอกลวงผ่านระบบดิจิทัลแบงกิ้งอย่างหนัก มาตรการล่าสุดจะเสริมแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ดี ซึ่งลูกค้ายังคงต้องปฏิบัติต่อไป เช่น การปกป้องข้อมูลด้านการเงินประจำตัว

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า มีธนาคารในประเทศสิงคโปร์เริ่มหันมาใช้โทเคนดิจิทัลแล้ว เช่น ธนาคารดีบีเอส ธนาคารโอซีบีซี ธนาคารยูโอบี และธนาคารซิตี้แบงก์ โดยมีรูปแบบคล้ายกัน คือ การอนุมัติรายการจะมีข้อความแจ้งเตือนแบบพุช (Push Notification) เมื่อลูกค้าทำธุรกรรมทางการเงิน หรือใช้จ่ายออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต ให้แตะไปที่ข้อความ แล้วกดอนุมัติการทำรายการ ผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร ภายในระยะเวลาที่กำหนด แทนการกรอกรหัส OTP ที่ได้ยกเลิกไป

สำหรับประเทศไทย พบว่ามีเพียงบัตรทราเวลการ์ดที่ชื่อว่า YouTrip (ยูทริป) ที่ออกบัตรโดยธนาคารกสิกรไทย ใช้ระบบ 3DS 2.0 คือ เมื่อลูกค้ากรอกข้อมูลบัตรเวลาช้อปออนไลน์เรียบร้อยแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนให้เข้าไปอนุมัติรายการในแอปพลิเคชัน แทนการใช้ SMS OTP เช่นเดียวกับบัตรพรีเพดการ์ด BigPay (บิ๊กเพย์) ของกลุ่มแอร์เอเชีย ก็ใช้ระบบดังกล่าวอนุมัติรายการใช้จ่ายผ่านออนไลน์เช่นเดียวกัน นอกนั้นธนาคารและผู้ให้บริการบัตรเครดิตส่วนใหญ่ ยังคงใช้วิธีส่ง SMS OTP เช่นเดิม

'รัดเกล้า' ชวนคนไทยวางแผนท่องเที่ยวช่วงหยุดยาวสัปดาห์หน้า ยัน!! หลายพิกัดยังคึกคัก อย่าเชื่อเสียงโซเชียลกระพือซบเซา

(16 ก.ค.67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนสายเที่ยวเตรียมปักหมุดวางแผนเที่ยวช่วงวันหยุดยาว 3 วัน ส่งท้ายเดือน ก.ค.67 ภายหลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้การดูแลของ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดตัวแคมเปญ 'สุขทันที ที่เที่ยวไทย' เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว 

โดยนำเสนอกิจกรรมมากมายหลายรูปแบบกับแหล่งท่องเที่ยวที่แตกต่างหลากหลายในแต่ละภูมิภาค ตลอด 365 วัน โดยในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ททท. พร้อมจัดงานใหญ่ให้ได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย อาทิ โครงการ 'ศรัทธา' จังหวัดขอนแก่น วันที่ 19-21 ก.ค.67 ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายมูกิจกรรม VIJIT 5 ภาค ใน 5 พื้นที่อัตลักษณ์สะท้อนความงดงามของวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และประเพณีท้องถิ่น หรือกิจกรรม Amazing Music Festival เทศกาลดนตรี วันที่ 30 ส.ค. -1 ก.ย.67 จ.ชลบุรี ในรูปแบบ ART FESTIVAL เพื่อกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่สนใจดนตรีและศิลปะ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้ามีบางกลุ่มในสื่อโซเชียลมีเดียระบุว่า แหล่งท่องเที่ยวในไทย เช่น ชะอำ ร้างหรือมีคนเที่ยวน้อย ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จและสร้างความวิตกกังวลให้สังคม จึงขอย้ำให้ประชาชนรับข้อมูลข่าวสารอย่างระมัดระวัง และจากแหล่งที่เชื่อถือได้ โดยนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก (เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์) ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ชะอำไม่ได้ร้างนักท่องเที่ยว และ ททท. ได้เช็กมาให้แล้วว่า ช่วงวันหยุดยาวในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ (20-22 กรกฎาคม 2567) มีอัตราการจองเข้าพักล่วงหน้าเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 70-75% ในขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในพื้นที่ชะอำ เช่น หาดชะอำ วัดถ้ำแจง ฯลฯ ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวตามปกติ

“นายกฯ วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ใช้มนต์เสน่ห์ความเป็นไทย และจุดแข็งดึงดูดการท่องเที่ยวไทย ยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก และให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตามที่นายกฯ ระบุว่า การกระตุ้นการท่องเที่ยว คือ การกระตุ้นรายได้ที่เร็วที่สุด…”

"ทั้งนี้ ขอวอนให้กลุ่มดังกล่าวมีความเข้าใจว่า การท่องเที่ยวในจังหวัดข้างเคียงกรุงเทพ ฯ ส่วนใหญ่นั้น กระแสนักท่องเที่ยวจะอ้างอิงกับวันหยุดยาว ไม่ได้เป็นจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีอยู่แล้ว นอกจากนี้ คนไทยด้วยกัน ควรช่วยกันเชิญชวน ช่วยกันกระตุ้นการท่องเที่ยวของไทย จะเป็นการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์มากกว่า” นางรัดเกล้า กล่าว

สตม.จับยกแก๊งปล้นทรัพย์นักเทรดอังกฤษ ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม  ในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือ กลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด   

วันนี้ (16 ก.ค. 67) เวลา 11.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้  

สตม. จับยกแก๊งปล้นทรัพย์นักเทรดอังกฤษ กก.2 บก.สส.สตม. จับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ จำนวน 3 ราย ดังนี้
1. MR.ABDULLAHI (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี สัญชาติเดนมาร์ก  
2. MR.MOHAMED (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี สัญชาติบริติช  
3. MR.SAEED (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี สัญชาติบริติช  

ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ กระทำความผิดฐาน “ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัว, ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ โดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น, ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น, ร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม MR.ABDULLAHI จับที่หน้าโรงแรมในย่าน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี MR.MOHAMED และ MR.SAEED จับที่ POOLVILLA ในย่านถนนเทพประสิทธิ์ 5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี

จากกรณีได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2567 เวลาประมาณ 02.00 น. ผู้เสียหายได้ถูก MR.ABDULLAHI พร้อมกับพวกรวม 5 คน ร่วมกันทำร้ายร่างกายและเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไป ได้แก่ นาฬิกา ยี่ห้อ Audemars piguet 1 เรือน นาฬิกา ยี่ห้อ Rolex 1 เรือน และทรัพย์สินอื่น รวมมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท เหตุเกิดที่ ห้องพักในแมนชั่นย่าน ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติออกหมายจับ นาย MR.ABDULLAHI, MR.MOHAMED, MR.SAEED, MISS SUMYA (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี สัญชาติบริติช และหญิงชาวต่างชาติไม่ทราบชื่อ กก.2 บก.สส.สตม. จึงได้นำข้อมูลผู้ต้องหาบันทึกไว้ในบัญชีเฝ้าดูในระบบสารสนเทศ ตม.  และทำการสืบสวนติดตามหาตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย จนทราบว่า MR.ABDULLAHI, MR.MOHAMED และ MR.SAEED หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จว.ชลบุรี จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบสวน สน.คลองตัน ไปสืบสวนหาตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย จนกระทั่งทราบว่า MR.ABDULLAHI พักอาศัยที่โรงแรมในย่าน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ MR.MOHAMED กับ MR. SAEED พักอาศัยที่ POOLVILLA ในย่านถนนเทพประสิทธิ์ 5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี จึงเข้าทำการจับกุมดังกล่าว

นอกจากนี้ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ยังได้ตรวจพบว่า MISS SUMYA ผู้ต้องหาตามหมายจับจะเดินทางออกจากประเทศไทยไปยังกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย จากการตรวจค้นกระเป๋าเดินทางพบช่อดอกกัญชาบรรจุในถุงสุญญากาศ ขนาด 500 กรัม จำนวน 50 ห่อ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 25 กิโลกรัม จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร และ ป.ป.ส. ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับกุมในความผิดฐาน พยายามส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสมุนไพรควบคุม (ช่อดอกกัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต และพยายามส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามกฎหมายศุลกากร มาตรา 242 มาตรา 166 มาตรา 167 และมาตรา 252 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมาย และพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน จะได้ดำเนินการตามหมายจับต่อไป

‘ณวัฒน์’ สั่งปลด ‘ยุวเฟิร์น’ ฟ้าผ่า หลุดซีรีส์-ตำแหน่ง Face Of Beauty ปมวิจารณ์นางงาม MUT เทียบมิสแกรนด์ฯ ชี้!! ไม่มีวุฒิภาวะ-กาลเทศะ

เมื่อวานนี้ (15 ก.ค. 67) จากกรณีก่อนหน้านี้ ‘ยุวเฟิร์น ยุวภรณ์ ทรงงาม’ รองอันดับมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2024 ได้ออกมาไลฟ์สดขณะรับประทานอาหารพูดถึงเวทีคู่แข่งอย่าง มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เคยคิดสมัครเวทีดังกล่าว และเป็นเวทีที่มีแพชชั่น มีเอนเนอจี้ที่แรงมาก เป็นสายสะพายไทยแลนด์ต้องเป็นความหวังของคนทั้งประเทศ เหมือนมิสแกรนด์ ความแตกต่างคือมิสแกรนด์มีความสนุกสนาน แต่ MUT มายเซ็ต แอตติจูด เดินออกมาแล้วรู้เลยว่า แอตติจูดมันได้

อีกทั้งยังชื่นชมฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น ครั้นเมื่อคว้าแชมป์สายสะพายไทยแลนด์เมื่อปี 2019 อีกด้วย และยังได้เคาะคนมงมิสยูนิเวิร์ส 2024 ว่าคือ โอปอล และนาทาเลีย อย่างแน่นอน

จากไลฟ์ดังกล่าวทำให้หลายคนมองว่า เมื่ออยู่เวทีมิสแกรนด์ก็ไม่ควรพูดถึงเวทีมิสยูนิเวิร์ส หรือบางฝ่ายที่มองว่า เป็นเรื่องที่พูดถึงได้ ไม่ผิดอะไร

ด้านณวัฒน์ อิสรไกรศีล เจ้าของเวทีมิสแกรนด์ออกมาโพสต์สตอรี่ส้มว่า “หายสงสัยกันหรือยัง ว่าทำไมถึงไม่เข้า 5” และ “คนที่ไม่มีมายเซ็ตคือตัวคุณ ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่มีความเหมาะสม ไม่รู้กาลเทศะ”

ด้านยุวเฟิร์นไม่รอช้า ออกมาขอโทษบอสณวัฒน์ ว่า ด้วยความคิดน้อยเกินไป ไม่นึกถึงบอสและองค์กร ขอยอมรับผิด และขอโทษจากใจ

ทั้งนี้ ล่าสุดณวัฒน์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทาง MGI ขออนุญาตถอนตัวน้องยุวเฟิร์นออกจากบท ‘เบลล์’ ในซีรีส์เรื่องหยดฝนกลิ่นสนิม และจะแคสใหม่ ต้องยอมรับว่าสิ่งที่น้องพูด ไม่เหมาะสม จะลองทวนฟังกี่ครั้งก็แล้วแต่ คนที่ผิดคือเด็กของเรา เพราะไม่น่าที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับเขา ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

รวมถึงตำแหน่ง Face Of Beauty Thailand 2024 น้องก็จะไม่ได้ไปออกแล้ว ทางบริษัทไม่อยากส่ง เพราะน้องไม่ได้รู้สึกภูมิใจอะไรกับมิสแกรนด์มากมาย ก็แค่จอย ๆ ขำ ๆ บันเทิง สนุกสนาน ก็อยากให้น้องใช้มายเซ็ตให้เป็นประโยชน์สูงสุด ”

ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในอินเดีย  มีทั้งเสียงชื่นชมและการสาปแช่ง

เมื่อวานนี้ (15 ก.ค.67) นับได้ว่าเป็นงานแต่งแห่งศตวรรษ ที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่กว่างานของราชวงศ์ไหน ๆ เมื่อ ‘อนันต์ อัมบานี’ ลูกชายของมหาเศรษฐีชาวอินเดีย ‘มูเกซ อัมบานี’ เข้าพิธีวิวาห์กับแฟนสาว ‘รติกา เมอชานต์’ ลูกสาวของครอบครัวเศรษฐีด้านอุตสาหกรรมยา ที่ทุ่มงบไม่อั้นคาดว่ามีมูลค่าจัดงานสูงกว่า 5 พันล้านบาท และทำการเฉลิมฉลองแบบไม่จบสิ้น

สร้างความฮือฮาตั้งแต่สามารถจ้างริฮานน่าที่เดี๋ยวนี้ผันตัวไปทำธุรกิจไม่ได้ขึ้นแสดงมานานแล้ว ให้กลับมาจับไมค์ขึ้นโชว์ในงานเลี้ยงพรีเวดดิ้งที่มีคนดังจากทั่วโลกบินมาร่วมงาน และเมื่อช่วง 2 เดือนก่อนก็เพิ่งจะพาญาติมิตรเพื่อนสนิทและแขกคนสำคัญไปทริปล่องเรือยอร์ชหรูที่หัวเมืองในยุโรปแบบสุดหรูหราโรแมนติก ก่อนที่ล่าสุดจะปิดท้ายการฉลองงานแต่งกลางกรุงมุมไบแบบ 4 วัน 4 คืน จ้างนักร้องดังอย่าง ‘จัสติน บีเบอร์’ มาแสดงในงาน

โดยได้เชิญแขกคนดังจากทั่วโลกมาร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งนี้ ลิสต์รายชื่อแขกมีตั้งแต่ คิม และโคลเอ้ คาร์ดาเชียน, นิก โจนาส, โทนี่ แบล์ รวมไปถึงคนดังทุกวงการของอินเดีย ร่วมถึงท่านทูตจากหลายประเทศ เรียกได้ว่ามาอยู่ร่วมกันในงานนี้ทั้งหมด ทุกคนล้วนจัดเต็มแต่งตัวกันแบบอลังเข้ากับพิธีสุดหรูหราตามสไตล์ประเพณีอินเดีย มีการร้องเล่นเต้นรำกัน และก็อวยพรคู่บ่าวสาว พร้อมแชร์ภาพในโซเชียลมีเดียแบบสุดสนุก โชว์ความหรูหราฟู่ฟ่า โดยว่ากันว่าเจ้าภาพให้ของขวัญสุดอลังกับแขกที่มา แต่ไม่ได้การให้รายละเอียดว่ามีอะไรบ้าง มีการเปิดเผยเพียงว่า บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวทั้ง 9 คน ได้รับนาฬิกาแบรนด์หรู Audemars Piguet สั่งทำพิเศษราคาเรือนละ 7 ล้านบาท เป็นของขวัญ

แต่ท่ามกลางเสียงยินดีปรีดาฉลองการเริ่มต้นชีวิตคู่นั่นก็มีเสียงก่นด่าเช่นกัน โดยมาจากบรรดาชาวบ้านในเมืองมุมไบทั้งหลายที่ออกมาแสดงความไม่พอใจกับสุดยอดงานแต่งนี้ เพราะทั้งเมืองวุ่นวายไปด้วยสารพัดแขก VIP สนามบินแออัดด้วยเครื่องบินส่วนตัว รวมไปถึงเจ้าภาพได้จองเครื่องเจ็ต 3 ลำ สำหรับไว้รับรองแขกไว้เดินทางบินไปมา เหล่าตำรวจและบอดี้การ์ดมากมายเพราะต้องระวังรักษาความปลอดภัยให้แขกคนสำคัญ มีรถนำขบวนให้แขกเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ ทำให้การจราจรที่สาหัสอยู่แล้ว แถมช่วงนี้ก็มีมรสุมซัดกระหน่ำ เติมด้วยความวุ่นวายของงานแต่งนี้อีก ยิ่งทำให้รถติดแบบวินาศสันตะโร แถมยังมีการปิดจองหลายพื้นที่สาธารณะไปทั่วเมือง ถนนบางเส้นถูกปิดหลายชั่วโมงต่อวัน

นอกจากความลำบากที่ชาวบ้านทั่วไปต้องเผชิญแล้ว เหล่าชาวเน็ตของอินเดียยังออกมาประณามงานแต่งนี้ว่าเป็นการอวดรวย สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ โชว์ความเหลือกินเหลือใช้ของบ้านอัมบานี แถมตอกย้ำให้เห็นถึงความต่างของชนชั้นในสังคมให้เห็นได้อย่างเด่นชัดที่สุด ซึ่งนี่เป็นปัญหาใหญ่ของอินเดียมาอย่างเนิ่นนาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top