Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

'ซีอีโอพานาโซนิค' เตือนพนักงานแรง ต้องรู้สึกรู้สากับวิกฤต ชี้!! หมดยุคจ้างงานตลอดชีพ ผลงานไม่ดีต้องถูกผู้อื่นแทนที่

(17 ก.ค. 67) นายยูกิ คุซุมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ พานาโซนิค โฮลดิ้งส์ หรือ Panasonic Holdings ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และแบตเตอรี่ในรถอีวี กล่าวว่า ผู้จัดการบริษัทจำเป็นต้องมีความรู้สึกถึงวิกฤติมากขึ้น ขณะนี้ บริษัทกำลังเผชิญกำไรสุทธิในระดับต่ำ พนักงานพานาโซนิคจะถูกประเมินผลงานตามนี้

สำหรับบริษัทพานาโซนิคนั้น ยึดมั่นในแนวคิดของการจ้างงานตลอดชีวิตมาหลายสิบปี แต่คำพูดดังกล่าวของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ พานาโซนิค โฮลดิ้งส์ นั้น ถือเป็นการกระตุ้นที่รุนแรงอย่างผิดปกติ

นายยูกิ คุซุมิ กล่าวต่อไปว่า ธุรกิจที่มีปัญหา คือธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตลดต่ำลง อัตราส่วนผลตอบแทนของเงินลงทุน หรือ ROIC น้อยกว่าต้นทุนเฉลี่ยของกิจการ หรือ WACC ในปีผ่านมานั้น ราคาหุ้นของพานาโซนิคพุ่งทะยาน 26% แต่ขณะนี้ราคาหุ้นของพานาโซนิคตกต่ำลงราว 4% ซึ่งตรงกันข้ามกับภาวะตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่คึกคัก โดยดัชนี Topix เพิ่มขึ้นประมาณ 22% ในปีนี้ และขึ้นมาถึงหลัก 40,000 จุด ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่หลายครั้ง

นายยูกิ คุซุมิ กล่าวอีกว่า สิ่งที่กังวลมากที่สุดในเวลานี้ คือบริษัทไม่สามารถทำกำไรมากพอที่จะได้รับแรงสนับสนุนจากบรรดานักลงทุน แม้ว่าราคาหุ้นบริษัทต่าง ๆ ในญี่ปุ่นกำลังเติบโต แต่หุ้นของพานาโซนิคกลับติดอยู่ที่ราว 1,300 เยน หรือราว 325 บาท สำหรับอัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชี หรือ Price/Book Value ในปัจจุบันของ พานาโซนิคอยู่ที่ 0.7 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำ เมื่อเทียบกับบริษัทฮิตาชิ ซึ่งเป็นบริษัทกลุ่มเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อีกแห่งที่เคยปรับโครงสร้างองค์กร และขายสินทรัพย์ออกไปนั้น มีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชีสูงกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับพานาโซนิก

ทั้งนี้ ซีอีโอ พานาโซนิค โฮลดิ้งส์ เคยกล่าวเมื่อ 2 เดือนผ่านมาว่า บริษัทกำลังประสบปัญหาผลกำไรที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้ต้องวางแผนที่จะลดจำนวนธุรกิจที่มีปัญหาให้เหลือศูนย์ภายในเดือนมีนาคม 2027 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า

สำหรับ นายยูกิ คุซุมิ ดำรงตำแหน่งซีอีโอในช่วงกลางปี 2021 ซึ่งพยายามเพิ่มกระแสเงินสดเพื่อลงทุนในด้านต่าง ๆ ด้วยการวางเป้าอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไว้ที่ 10% หรือสูงกว่า ส่วนกำไรจากการดำเนินงานนั้น ตั้งไว้ที่ 1.5 ล้านล้านเยนภายใน 2 ปี ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนเมษายนปี 2025 ซีอีโอเผยว่า ภาวะความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อโรงงานแบตเตอรี่บางแห่งของบริษัท ซึ่งนำไปสู่การหยุดสายการผลิตบางส่วนที่โรงงาน Suminoe ในนครโอซากา

‘ก.พลังงาน’ มอบ ‘กกพ.’ คุย ‘กฟผ.-ปตท.’ ลดค่า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค.67 ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าประชาชน ท่ามกลางราคาพลังงานทั่วโลกผันผวน

(17 ก.ค. 67) นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงข้อกังวลของประชาชนและภาคเอกชนเกี่ยวกับ การปรับขึ้นค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2567 ว่า กระทรวงพลังงานกำลังเร่งหาแนวทางเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก 

โดยกระทรวงพลังงานจะดำเนินการบริหารจัดการและประสานทุกภาคส่วน จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เจรจา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เพื่อหาแนวทางพิจารณาปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ ‘ค่าเอฟที’ ซึ่ง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้ให้ความสำคัญและได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันในการบริหารต้นทุนค่าไฟ เพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชน

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าค่าไฟของไทยแพงที่สุดในอาเซียนนั้น ไม่เป็นความจริง ค่าไฟของไทยอยู่ในระดับปานกลาง ที่มีข่าวว่าเวียดนามค่าไฟถูกกว่าไทยมากนั้น เนื่องจากเวียดนามใช้ไฟฟ้าจากพลังงานน้ำค่อนข้างมาก จึงทำให้ต้นทุนถูกกว่า แต่เวียดนามก็ไม่มีความเสถียรด้านไฟฟ้า เกิดไฟฟ้าดับบ่อย อินโดนีเซียก็ใช้ถ่านหินก็ทำให้ต้นทุนถูกกว่า

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานต้องพิจารณาสร้างความสมดุลทั้งด้านความมั่นคงไปพร้อมกับราคาที่เหมาะสม เพราะนอกจากไฟฟ้าจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของประชาชนแล้ว ไฟฟ้ายังเป็นปัจจัยหลักที่หนุนเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้า และการลงทุนของประเทศ ซึ่งในกระบวนการบริหารจัดการ จึงมีเป้าหมายในการรักษาสมดุลทั้งการดูแลค่าครองชีพ การดูแลคุณภาพ ความมั่นคง ความมีเสถียรภาพ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ในช่วงที่ราคาพลังงานทั่วโลกผันผวนในระดับสูง

“กระทรวงพลังงาน เข้าใจความรู้สึกของประชาชนและภาคเอกชนที่กังวลถึงค่าไฟฟ้าในงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2567 ที่ทาง กกพ. ได้ประกาศออกไป แต่เนื่องจากราคาพลังงานทั่วโลกผันผวนในระดับสูง อีกทั้งกระทรวงพลังงานจะต้องรักษาสมดุลทั้งด้านเสถียรภาพด้านพลังงาน ความน่าเชื่อถือทางการเงินของ กฟผ. รวมทั้งก็คำนึงถึงภาระค่าครองชีพของประชาชน ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาสมดุล โดยหาแนวทางพิจารณาค่าไฟฟ้าที่จะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด ส่วนในอนาคตก็จะพิจารณาปรับแผน PDP ให้มีความเหมาะสม รับฟังความคิดเห็นรอบด้านเพื่อให้ราคาพลังงานมีความเหมาะสมและยั่งยืนต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ กกพ. ประกาศแนวโน้มค่าไฟงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2567 ระดับ 4.65-6.01บ./หน่วย โดยแบ่ง 3 ทางเลือก ปัจจุบันอยู่ระหว่างรับฟังความเห็น สิ้นสุด 26 กรกฎาคม 2567 

(สุรินทร์)เจ้าหน้าที่จับกุม ผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ลูกเสือโคร่งและงาช้าง ที่ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 15 กรกฏาคม 2567  บริเวณวงเวียนบ้านลันแต้ ตำบลเทพรักษา อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ชุดเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมกันวางกำลังดักซุ่มในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง ภายหลังได้รับแจ้งจะมีการลักลอบซื้อขายสัตว์ป่าคุ้มครอง กระทั่งพบรถต้องสงสัย เป็นรถเก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฐฐ 7245 กรุงเทพมหานคร หยุดรถอยู่บริเวณจุดนัดพบซื้อ-ขายของกลาง  เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม บุคคลในรถ เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน พร้อมตรวจยึดของกลาง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลูกเสือโคร่ง (Panthera tigris) จำนวน 2 ตัว เพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 1 ตัว อายุ ประมาณ 2 เดือน สภาพลูกเสือโคร่งมีอาการท้องเสีย ขาดน้ำ อิดโรย และซูบผอม พร้อมด้วยงาช้างแอฟริกา แบบกิ่ง จำนวน 2 คู่ และงาช้าง 26 ท่อน น้ำหนักรวมประมาณ 100 กิโลกรัม รวมทั้งผลิตภัณฑ์งาช้าง 5 รายการ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,000,000 บาท

ทราบชื่อผู้ต้องหาภายหลัง คือนายกรฤทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี และนางมนัส (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาวอำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึด จับกุม นำส่ง สถานีตำรวจภูธรดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า การตรวจยึดลูกเสือโคร่งได้เพียง 2 ตัว เนื่องจากผู้ต้องหาสามารถจัดหามาได้เพียง 2 ตัว และจากอาการท้องเสีย ซูบผอม และอิดโรย ของลูกเสือโคร่ง คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ให้สัตวแพทย์ตรวจสภาพร่างกาย ลูกเสือมีอาการตื่นกลัว แต่ไม่มีแรง จึงได้ให้น้ำเกลือแก่ลูกเสือโคร่งตัวผู้ และให้อาหาร(นม) แก่ลูกเสือโคร่งทั้งสองตัว

เจ้าหน้าที่ยังบอกอีกว่า ขบวนการลักลอบค้าลูกเสือโคร่ง ส่วนมากต้องการนำไปเป็นอาหาร (เปิบพิสดาร) โดยจะมีการลักลอบผสมพันธุ์เสือโคร่ง เมื่อลูกเสือโคร่งเกิด จะไม่มีการแจ้งการเกิดตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และลักลอบค้าลูกเสือราคาตัวละ 250,000 บาท งาช้างกิโลกรัมละ 25,000 บาท
ปุรุศักดิ์  แสนกล้า รายงาน

‘รีพับลิกัน’ ลั่น!! หากชัยชนะเป็นของ ‘ทรัมป์’ ยุติสงครามยูเครนทันที แล้วหันไปตีจีนแทน

(17 ก.ค.67) โดนัลด์ ทรัมป์ จะนำมาซึ่ง ‘จุดจบอย่างรวดเร็ว’ สำหรับความขัดแย้งในยูเครน หากได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกสมัยในเดือนพฤศจิกายน จากคำประกาศกร้าวของ ‘เจ.ดี. แวนซ์’ คู่ชิงรองประธานาธิบดีของรีพับลิกัน พร้อมชี้ว่าวอชิงตันควรหันไปมุ่งเน้นจีนมากกว่า โดยให้คำจำกัดความปักกิ่งว่าเป็น ‘ภัยคุกคามใหญ่หลวงที่สุด’ ต่ออเมริกา

ทั้งนี้เรื่องราวมีอยู่ว่า ทรัมป์ เปิดตัว แวนซ์ ในฐานะคู่ชิงรองประธานาธิบดีในวันจันทร์ (15 ก.ค.) ณ ที่ประชุมใหญ่พรรค ในมิลวอกี รัฐวิสคอนซิล ต่อมาการเสนอชื่อวุฒิสมาชิกจากรัฐโอไฮโอรายนี้ก็ได้รับการรับรองในวันเดียวกัน

โดย แวนซ์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ ไม่นานหลังจากได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการว่า "ถ้าทรัมป์คืนสู่เก้าอี้ประธานาธิบดีตามหลังศึกเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤศจิกายน นโยบายของเขาที่มีต่อยูเครน จะเป็นนโยบายที่เรียบง่ายมาก ๆ"

"รัสเซียจะไม่รุกรานยูเครน ถ้า โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี ทุกคนล้วนเห็นด้วยกับเรื่องนี้ แม้กระทั่งสหายจากพรรคเดโมแครตของผมจำนวนมากก็เห็นด้วยอย่างลับ ๆ กับเรื่องดังกล่าว" เขาบอก

เป็นอีกครั้งที่ แวนซ์ กล่าวหารัฐบาลของประธานาธิบดี ‘โจ ไบเดน’ ว่าปราศจากนโยบายที่สมเหตุสมผลในความขัดแย้งนี้ "ตอนนี้เราใช้เงินไปแล้ว 200,000 ล้านดอลลาร์ (ในความช่วยเหลือยูเครน) แล้วเป้าหมายคืออะไร? อะไรคือสิ่งที่เราพยายามประสบความสำเร็จ? มีความเสี่ยงลุกลามบานปลายสู่สงครามนิวเคลียร์ใช่หรือไม่? นั่นเป็นเพราะคุณมีตัวตลกดูแลนโยบายต่างประเทศใช่หรือเปล่า ตอนนี้เรามีคนแบบนั้นมากมายเลยในวอชิงตัน ดี.ซี."

"ผมคิดว่าสิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์สัญญาว่าจะทำในเรื่องนี้ก็คือ เจรจากับรัสเซียและยูเครน และนำเรื่องนี้สู่จุดจบอย่างรวดเร็ว เพื่อที่อเมริกาจะได้ไปโฟกัสในประเด็นจริงจัง ซึ่งก็คือจีน ที่เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงที่สุด" แวนซ์เน้นย้ำ

นับตั้งแต่การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ทรัมป์กล่าวอ้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ความขัดแย้งจะไม่เกิดขึ้นหากว่าเขาได้ดำรงตำแหน่งอีกสมัยในปี 2020 นอกจากนี้ เขายังให้สัญญาว่าจะคลี่คลายวิกฤตนี้ภายใน 24 ชั่วโมง หากได้กลับสู่ทำเนียบขาว

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน บอกก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือนว่า มอสโกค่อนข้างจริงจังกับคำพูดของทรัมป์ "แน่นอน ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร โดยเฉพาะกับข้อเสนอของเขา (ในการยุติความขัดแย้ง) และแนวทางที่แผนของเขาจะบรรลุผล แต่ผมไม่สงสัยเลยเกี่ยวกับความจริงใจของเขา และเรารู้สึกยินดี"

ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน วลาดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เรียกร้องให้ ทรัมป์ เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนสันติภาพของเขา "ผมอยากรู้ว่าอะไรที่หมายถึงการปิดฉากสงครามอย่างรวดเร็ว" เขาบอกกับบลูมเบิร์ก "ถ้าเขารู้วิธียุติสงครามนี้ เขาควรบอกเราตั้งแต่วันนี้ เพราะถ้ามีความเสี่ยงใด ๆ ต่อความเป็นเอกราชของยูเครน และมีความเสี่ยงใด ๆ ที่เราจะสูญเสียความเป็นรัฐของเรา เราต้องการเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนี้"

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอียูรายหนึ่ง ซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนาม ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวโพลิติโก สื่อมวลชนสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (15 ก.ค.) ว่าการที่ทรัมป์เลือกแวนซ์ ผู้ซึ่งคัดค้านอย่างแข็งกร้าวต่อการที่วอชิงตันมอบความช่วยเหลือแก่เคียฟ ถือเป็นหายนะสำหรับยูเครน

‘ศาลฯ’ สั่งจำคุก 2 ปี 6 เดือน 'สีกาตอง'  ข้อหากรรโชกทรัพย์ ‘อดีตพระกาโตะ’

(17 ก.ค.67) ที่ห้องพิจารณาคดี 711 ศาลอาญาถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีกรรโชกทรัพย์ หมายเลขดำอ 3450/2566 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.วีรินทร์ชิตา หรือ อดีตสีกาตอง และนายสาธิต พี่ชายอดีตสีกาตอง เป็นจำเลยที่ 1-2 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์

โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดจำเลยทั้งสองสรุปความว่า เมื่อระหว่างวันที่ 5 เม.ย. - 21 เม.ย. 2565 จำเลยที่ 1 ได้บังอาจขืนใจนายพงศกร จันทร์แก้ว หรือ อดีตพระกาโตะ พระนักเทศน์ชื่อดังในขณะนั้น ซึ่งเป็น ผู้เสียหาย โดยพูดขู่เข็ญบังคับให้ผู้เสียหายมอบเงินสด จำนวน 180,600 บาทให้จำเลยที่ 1 มิฉะนั้นจะเปิดเผยคลิปสนทนาเชิงชู้สาว และภาพถ่ายข้อความเชิงสนทนาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองให้สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปทราบ ซึ่งจะทำให้ผู้เสียหาย ซึ่งขณะนั้นกำลังบวชเป็นพระภิกษุ เป็นพระนักเทศน์ชื่อดัง มีประชาชนให้ความเคารพนับถือ จะทำให้ต้องถูกปลด หรือสึกจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์ และเสื่อมเสียชื่อเสียงผู้เสียหาย จึงยอมให้เงินแก่จำเลยที่1หลายครั้งหลายหนรวม 180,600 บาท

คำฟ้องระบุอีกว่า นอกจากนี้จำเลยทั้งสองได้พูดขู่เข็ญกับผู้เสียหายอีกว่า จำเลยที่ 2 เป็นพี่ชายจำเลยที่ 1 รู้เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ และเชิงชู้สาวระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยที่ 1 หากผู้เสียหายยินยอมจ่ายเงินจำนวน 3 แสนบาท จำเลยที่ 2 จะให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นน้องสาวยุติเรื่องราวที่เกิดขึ้น จะให้น้องสาวเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ ไม่ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนอีกทำให้ผู้เสียหายกลัวจะได้รับความเสียหาย ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อตัวเองและครอบครัว จึงได้ยอมมอบเงินจำนวน 3 แสนบาทแก่จำเลยที่ 1 ไป

เหตุเกิดที่ต.กะเปียด อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช / ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เกี่ยวพันกัน โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 3 แสนบาทแก่ผู้เสียหายด้วย

จำเลยทั้งสองได้รับการประกันตัว โดยเบื้องต้นให้การปฏิเสธ แต่ภายหลังให้การรับสารภาพต่อศาลโดยผู้เสียหายยินยอมให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3 หมื่นบาท โดยให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงิน 2 หมื่นบาท จำเลยที่ 2 ชดใช้เงิน 1 หมื่นบาท โดยผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความกับจำเลยทั้งสองอีก

ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะ และพินิจ ประวัติการศึกษา สภาพครอบครัวฯ ของจำเลยทั้งสอง แล้วรายงานให้ศาลทราบเพื่อใช้พิจารณาประกอบคำพิพากษา

วันนี้ น.ส.วีรินทร์ชิตา หรือตอง และ นายสาธิต เดินทางมาศาลตามกำหนดนัด

ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม

พิพากษาลงโทษในข้อหา กรรโชกทรัพย์ สั่งจำคุก 2 ปี ปรับ 2 หมื่น บาท ข้อหารีดเอาทรัพย์ ลงโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 4 หมื่น บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ศาลลงโทษข้อหาข่มขืนใจ สั่งจำคุก 2 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท

จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน ปรับ 3 หมื่นบาท ส่วนจำเลยที่ 2 คงจำคุก 1 ปี ปรับ 1 หมื่นบาท

พิเคราะห์ การสืบเสาะพฤติกรรมของจำเลย พบว่า ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน พฤติกรรมไม่ร้ายแรง และได้ทำการเยียวยาโจทย์ เป็นที่พอใจและโจทย์ไม่ติดใจ เห็นควรให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี โทษจำคุก ให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งในเวลา 1 ปี ให้ทำกิจกรรมบริการสังคม สาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง และเข้าร่วมกิจกรรมแก้ไขฟื้นฟู ตามที่เจ้าพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ส่วนคำขออื่นให้ยก

จากนั้นนางสาววีรินทร์ชิตา ได้ลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ บอกว่า ที่ผ่านมาได้มีการไกล่เกลี่ยกันไปแล้วบางส่วน มีการจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้ไปกับโจทก์ร่วมแล้ว และก็ได้พูดคุยกัน ปรับความเข้าใจต่อกันทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาจะเป็นการพูดคุยกันผ่านบุคคลอื่นไม่ได้พูดคุยกันจริง ๆ แต่พอได้พูดคุยกันใหม่ก็เข้าใจต่อกันดี ทั้งฝั่งโจทก์ร่วมก็ไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว และได้ถอนฟ้องในมาตรา 309 วรรค1 ‘ข่มขืนใจโดยทำให้กลัว’ ไปแล้ว ซึ่งถือว่าวันนี้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ทางศาลก็ได้ตัดสินไปแล้ว

และเมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยอย่างอื่นนอกเหนือทางคดีหรือไม่ ทางนางสาววีรินทร์ชิตา ก็บอกว่าไม่ได้พูดคุยกันอีกเลยหลังจากปรับความเข้าใจกันและตอนนี้ต่างคนต่างไปใช้ชีวิตใหม่กันแล้ว อยากให้ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนของกันและกัน และเธอสัญญาว่าจะไม่กระทำความผิดใด ๆ อีก พร้อมขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตา และทนายความ ครอบครัวรวมถึงทุกคนที่ให้กำลังใจ จากนี้เธอขอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างประเทศ

'อ.นิด้า' ยกข้อความ 'รศ.ดร.เสรี' ไม่ควรกล่าวหาโยนความผิดให้บริษัทใด ชี้!! ทุกรายใหญ่ในปัจจุบัน ต้องเข้มในสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมอยู่แล้ว

(17 ก.ค.67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อ้างอิงคำกล่าวของ รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา เกี่ยวกับปมปลาหมอคางดำแพร่กระจาย ระบุว่า...

ไม่มีหลักฐานใด ๆ ทำไมจึงไปกล่าวหาโยนความผิดให้บริษัทที่เขายืนยันการทำงานด้วยความรับผิดชอบของใคร

บางทีคนบางคนอาจจะต้องตั้งคำถามตัวเองนะว่าทำไมจึงมีแนวโน้มที่มักจะมีอคติกับบริษัทยักษ์ใหญ่หลาย ๆ เรื่อง

เวลามีปัญหาสังคมเกิดขึ้น จะกล่าวหาบริษัทยักษ์ใหญ่ทันทีว่าเป็นต้นตอของปัญหาทั้งๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานใด ๆ

บริษัทยักษ์ใหญ่แทบทุกบริษัทเขามีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) ทำประโยชน์กับสังคม

แทบทุกบริษัทดำเนินงานตามหลัก ESG คือ Environment, Society, และ Governance เป็นองค์กรเพื่อสังคม (Social Enterprise)

ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ใส่ใจสังคม และมีธรรมาภิบาล

กฟผ. จับมือ ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมสนับสนุนการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือและสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติเทิดพระเกียรติ รอบเกาะขาม

เมื่อ 16 ก.ค.67 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมสนับสนุนการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือและสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติเทิดพระเกียรติ รอบเกาะขาม โดยมีพลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธาน พร้อมด้วย นายกอบเดช สีหะเนิน ผู้อำนวยการโครงการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน (อค-ปส.) นายประวิทย์ เลิศโกวิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมระบบส่ง (อวส.) และผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ เข้าร่วมกิจกรรม ณ อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ประธานในพิธี กล่าวว่า อุทยานใต้ทะเล เกาะขาม อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบดูแลโดยทัพเรือภาคที่ 1 ซึ่งทางอุทยานฯ ได้มีการตรวจพบว่า ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” (El Nino) อาทิ ปะการังฟอกขาว โรคปะการังแถบเหลือง การลดลงของสัตว์ทะเล ซึ่งล้วนแต่เกิดจากสภาพอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทําให้อุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดีในพื้นที่อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ยังคงมีวงจรที่เป็นไปตามธรรมชาติทุกๆ ปี นั่นคือ การมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ ในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ทัพเรือภาคที่ 1 จึงได้จัดกิจกรรมการพัฒนาฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ และความสมดุลของระบบนิเวศน์ให้เหมาะสมต่อการดํารงชีวิตของสัตว์ทะเลบริเวณอุทยานใต้ทะเล เกาะขาม รวมทั้งสร้างจิตสํานึกและทัศนคติที่ดีในการช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ร่วมกิจกรรมฯ และเยาวชนในพื้นที่ อีกด้วย

นายกอบเดช สีหะเนิน ผู้อำนวยการโครงการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน กฟผ. กล่าวว่า เกาะขาม เป็นหนึ่งในเกาะที่อยู่ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ที่มีความสมบูรณ์ของแนวปะการังและยังเป็นแหล่งพักอาศัยของสัตว์ทะเล รวมทั้งพื้นที่บนบกยังมีพันธุ์ไม้หายากนานาชนิด ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเยี่ยมชมความสวยงามและศึกษาธรรมชาติบนเกาะเป็นจำนวนมาก เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงซ่อมแซมสะพานท่าเรือเกาะขาม สะพานทางเดินและทางเดินขึ้นจุดชมวิวให้มีความแข็งแรงปลอดภัยอยู่ตลอด

ซึ่ง กฟผ. ได้ร่วมดำเนินกิจกรรมสนับสนุนการอนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลเกาะขามมาโดยตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีแล้ว การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกำลังพลทัพเรือภาคที่ 1 ประชาชนในพื้นที่สัตหีบ รวมถึงการสร้างจิตสํานึกและทัศนคติที่ดีในการช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมีหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย ทัพเรือภาคที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนตำบลแสมสาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มูลนิธิกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ มูลนิธิรักปะการัง โรงเรียนสัตหีบ เขตกองเรือยุทธการ และโรงเรียนสัตหีบ เขตฐานทัพเรือสัตหีบ

กิจกรรม ประกอบด้วย การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ทะเล เช่น ปลาการ์ตูน หอยมือเสือ หอยสังข์มะระ และปูม้า เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำในพื้นที่ การเก็บขยะบนบกและใต้น้ำ เพื่อรักษาความสะอาดและความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมทางทะเล นับเป็นกิจกกรรมที่ สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อให้มีความสมบูรณ์และยั่งยืนต่อไป

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี
0909535645

‘Team Falcons’ ผงาดคว้าแชมป์โลก Free Fire รับ!! 10.8 ล้านบาท ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย

เมื่อวานนี้ (16 ก.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘หัวตารางบอลไทย’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

“การแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต เกม Free Fire รายการชิงแชมป์โลก Esports World Cup 2024 ที่เมืองริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นการแข่งขันในรอบแกรนด์ไฟนอลส์

ผลปรากฏว่า ‘Team Falcons’ ตัวแทนจากประเทศไทย สร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยม ผงาดคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ ทำไป 106 คะแนน จากการเล่นทั้งหมด 6 รอบ ในรอบแกรนด์ไฟนอลส์

ส่งผลให้คว้าอันดับ 1 ไปครอง พร้อมกับคว้าเงินรางวัล 300,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 10.8 ล้านบาท

ส่วนอันดับสองเป็น EVOS จากอินโดนีเซีย ทำได้ 96 คะแนน และอันดับสาม Miners.gg จากบราซิล ทำไป 90 คะแนน

ทั้งนี้ ในขณะที่ผลงานอีก 3 ทีมตัวแทนจากประเทศไทย Buriram United Esports คว้าอันดับ 4 ทำไป 86 คะแนน

ตามมาด้วย All Gamers จบอันดับ 5 ทำไป 77 คะแนน และ Twisted Minds จบอันดับ 11 ทำไป 38 คะแนน”

‘แนท ไทยพัน’ คว้าแชมป์ ‘MasterChef Australia 2024’  เฉือนชนะคู่แข่งด้วยเมนูอาหารไทย ‘ไส้อั่ว-น้ำพริกหนุ่ม’ 


(17 ก.ค.67) หลังจากสร้างกระแสไวรัลได้อย่างต่อเนื่องถึงการนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยสู่สายตาชาวโลกผ่านรายการ MasterChef Australia 2024 ล่าสุด ‘แนท ไทยพัน’ บาริสต้าสาวไทยในออสเตรเลียคว้าแชมป์รายการเป็นที่เรียบร้อย

ในการแข่งขันรอบสุดท้ายสุดยิ่งใหญ่ ผู้เข้าแข่งขันต้องเผชิญกับความท้าทาย 2 รอบก่อนจะได้รับการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

สำหรับรอบแรก มีส่วนผสมหลัก 5 ชนิดแสดงอยู่ตรงหน้า ได้แก่ ต้นหอม ยี่หร่า พริกไทยดำ และ ตะไคร้

แนท เลือกที่จะใส่ความเป็นไทยอย่างเมนู ไส้อั่ว-น้ำพริกหนุ่ม ลงไปในเมนู Scotch Egg ซึ่งเป็นที่ถูกใจกรรมการสำหรับไหวพริบในการสร้างสรรค์ของ แนท และให้คะแนนจานนั้นไป 36 เต็ม 40

ในรอบที่ 2 แคลร์ สมิธ เชฟชื่อดังระดับนานาชาติและผู้บุกเบิกดาวมิชลิน ได้ทดสอบความกดดันของผู้เข้าแข่งขัน 2 คนสุดท้าย ทั้ง แนท และ เปซซา โดยให้เวลา 4 ชม.

ซึ่ง Core-teser เป็นอาหารที่โดดเด่นที่สุดของ สมิธ และเป็นผลงานที่ประณีตสวยงามสำหรับ Malteser ช็อกโกแลตที่เธอโปรดปราน เป็นเมนูชื่อดังของเธอในร้านระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาว

เมื่อกรรมการได้ไปชิมอาหารจานนี้ พวกเขาก็ทึ่งกับสิ่งที่ แนท นำเสนอ

“ฉันหมายถึง เธอมีองค์ประกอบทุกอย่างอยู่ในนั้น...เธอรู้ไหม เธอมีทั้งความว้าว ความสูงของขนม และ ดราม่า” เชฟแคลร์ สมิธกล่าว

อย่างไรก็ตามอาหารจานนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบเมื่อกรรมการพบความผิดพลาดตามมา

“แนท จะได้คะแนนเยอะมากในส่วนของการทำให้มอลต์พองขึ้น เพราะนั่นเป็นเทคนิคที่ยากที่สุดของอาหารจานนี้….แล้วผมก็คิดว่ารสชาติของอาหารทั้งหมดมันค่อนข้างลงตัว แต่ผมเจอเจลาตินชิ้นใหญ่อยู่ในมูสมอลต์ของผม” แอนดี้ อัลเลน เผยถึงอาหารของ แนท

แม้จะมีข้อบกพร่องหลังจากต้องทรหดลุยทำอาหารนาน 4 ชม. ในที่สุดอาหารของ แนท ก็ทำคะแนนไปได้ 35 เต็ม 50 เท่ากันกับ เปซซา แต่มีผลคะแนนรวม 2 รอบอยู่ที่ 71 เต็ม 90 โดย เปซซา ทำคะแนนรวมอยู่ที่ 68 คะแนน

แนท กลายเป็นผู้ชนะของรายการ MasterChef Australia 2024 และรับเงินรางวัลไป 250,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 6 ล้านบาท และจะได้ประจำอยู่ใน ร้านอาหาร ALUMNI ของ Crown Melbourne

“นี่มันบ้ามาก รู้สึกเหมือนฝันแต่ไม่ใช่ฝัน มันเพิ่งเกิดขึ้น ฉันเพิ่งชนะมาสเตอร์เชฟ“ แนท กล่าวทั้งน้ำตาแห่งความดีใจ

แนท นับเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ถูกจับตามองอย่างมากตั้งแต่เริ่มเปิดรายการ เธอยังได้รับรางวัล Immunity Challenge ตั้งแต่ครั้งแรก เธอยังได้รับรางวัล Immunity ระหว่างที่ Top 5 ของรายการต้องเดินทางไปฮ่องกงด้วย ซึ่งเธอสร้างสรรค์เมนูของ วิคกี้ เฉิง เชฟมิชลินสตาร์ ในเวอร์ชันที่แทบจะเหมือนกัน

ในปีนี้ แนท ได้สร้างสรรค์เมนูที่ทำเอาคณะกรรมการตื่นตาตื่นใจไม่ว่าจะเป็น ลาบจิงโจ้กับไข่ดอง, แจ่วส้มข้าวจี่ กับ สลัดส้มโอใบชะพลู, เมี่ยงคำ และเมนูสุดท้ายที่ทำคะแนนนำกับไส้อั่วน้ำพริกหนุ่ม

‘GULF’ ประกาศควบรวมกิจการ ‘INTUCH’ เล็งตั้งบริษัทใหม่ NewCo คาด!! แล้วเสร็จ Q2/68

เมื่อวานนี้ (16 ก.ค. 67) บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า มติคณะกรรมการบริษัทวันที่ 16 ก.ค. 2567 ได้อนุมัติการเข้าทำธุรกรรมการควบรวมบริษัทเพื่อการปรับโครงสร้างการถือหุ้น ซึ่งประกอบด้วยการควบบริษัท การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ADVANC และ THCOM และเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2567

>> กำหนดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 3 ต.ค. 2567 วาระการประชุมที่สำคัญ 

- การได้มาหรือจำหน่ายสินทรัพย์
- พิจารณาอนุมัติธุรกรรมการปรับโครงสร้างฯ
- พิจารณาอนุมัติการเข้าทำธุรกรรมการควบบริษัทระหว่างบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
- พิจารณาอนุมัติการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และหลักทรัพย์ของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) โดยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดโดยสมัครใจ

>> การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC)

ผู้ทำคำเสนอซื้อดังนี้        

1. บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF)
2. บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (INTUCH)
3. Singtel Strategic Investments Pte. Ltd.
4. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี

ราคาเสนอซื้อ 216.30 บาทต่อหุ้น การทำคำเสนอซื้อไม่ใช่เพื่อการเพิกถอน โดยเป็นการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขก่อนการทำคำเสนอซื้อ (Conditional Voluntary Tender Offer (VTO)) 

คํานวณขนาดรายการของธุรกรรมการทํา VTO ใน ADVANC ในครั้งนี้ โดยอ้างอิงจากจํานวนหุ้นสูงสุดที่บริษัทฯ อาจต้องรับซื้อในการทําธุรกรรมการทํา VTO ใน ADVANC รวมเป็นจํานวน 539,069,368 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 18.125 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายแล้วทั้งหมดของ ADVANC (ซึ่งคิดเป็นกึ่งหนึ่งจํานวนหุ้น ADVANC ที่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดในครั้งนี้) ในราคาเสนอซื้อไม่เกิน 216.3บาทต่อหุ้นคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 116,601 ล้านบาท

>> การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) (THCOM)

ผู้ทำคำเสนอซื้อ ดังนี้

1. บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF)
2. บริษัท กัลฟ์ เอดจ์ จำกัด
3. บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (INTUCH)
4. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี
ราคาเสนอซื้อ 11.00 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 6,976 ล้านบาท
การทำคำเสนอซื้อไม่ใช่เพื่อการเพิกถอน โดยเป็นการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขก่อนการทำคำเสนอซื้อ (Conditional Voluntary Tender Offer (VTO))  

คํานวณขนาดรายการของธุรกรรมการทํา VTO ใน THCOM ในครั้งนี้ โดยอ้างอิงจากจํานวนหุ้นทั้งหมดของ THCOM โดยไม่รวมหุ้นที่ GE ถือหุ้นอยู่ในปัจจุบันโดยมีจํานวนหุ้นทั้งหมดของ THCOM ที่นํามาคํานวณธุรกรรมการทํา VTO ใน THCOM จํานวน 634,226,200 หุ้นคิดเป็นร้อยละ 57.86 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายแล้วทั้งหมดของ THCOM ซึ่งรวมจํานวนหุ้นที่ GE ในฐานะบริษัทย่อยของบริษัทเสนอเป็นผู้รับซื้อและจํานวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทเสนอเป็นผู้รับซื้อในกรณีที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทไม่เข้าทําธุรกรรมการทํา VTO ใน THCOM พร้อมกับบริษัท และ INTUCH ในราคาเสนอซื้อไม่เกิน 11.00 บาทต่อหุ้นคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 6,976 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธุรกรรมการควบบริษัทระหว่าง GULF และ INTUCH ภายใต้พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจํากัด พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม) จะส่งผลให้บริษัทเดิมทั้งสองบริษัทหมดสภาพจากการเป็นนิติบุคคล และเกิดนิติบุคคลใหม่เป็นบริษัทที่ควบกันขึ้น (ธุรกรรมการควบบริษัท) โดยมีสถานะเป็นบริษัทมหาชนจํากัด (NewCo) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่ง NewCo จะได้ไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของ GULFและ INTUCH ทั้งหมด โดยผลของกฎหมายภายหลังธุรกรรมการควบบริษัทแล้วเสร็จ คาดว่าธุรกรรมการควบบริษัทจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ของปี 2568

NewCo จะมีทุนจดทะเบียนและทุนชําระแล้วของ NewCo จํานวน 14,939,837,683 บาทแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวน 14,939,837,683 หุ้นโดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ซึ่งเทียบเท่ากับทุนจดทะเบียนและทุนจดทะเบียนชําระแล้วของ GULF และ INTUCH ทั้งหมดรวมกันภายหลังจากการลดทุนจดทะเบียนของ GULF และ INTUCH และการควบบริษัท  

การควบรวมบริษัท จะมีอัตราการจัดสรรหุ้นใน NewCo ให้แก่ผู้ถือหุ้นของ GULF และ INTUCH ดังนี้

1 หุ้น GULF ต่อ 1.02974 หุ้นใน NewCo
1 หุ้น INTUCH ต่อ 1.69335 หุ้นใน NewCo (ไม่รวมหุ้น 47.37% ใน INTUCH ที่ถือโดย GULF เนื่องจากได้รับการจัดสรรโดยตรงให้แก่ผู้ถือหุ้น GULF)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top