Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

ชาวเน็ตเสียงแตก!! หลังไทยเปิดตัวชุด ‘ชุดพิธีการ’ โอลิมปิกปารีส บ้างก็ชมเรียบหรูชูอัตลักษณ์ผ้าไทย บ้างก็ว่าเป็นชุดออกงาน อบต.

(18 ก.ค. 67) จากกรณีที่เพจ 'Stadium TH' ได้โพสต์เปิดตัว 'ชุดพิธีการของทีมชาติไทย' ที่เหล่านักกีฬาทีมชาติ จะสวมใส่ร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ ปารีส 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยประเทศไทยนั้นผู้ที่สวมใส่เป็นแบบได้แก่ นักแบดมินตันทีมชาติ ปอป้อง ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย พร้อมระบุข้อความว่า…

“เปิดตัวชุดพิธีการ ร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ ปารีส 2024 ในพิธีเปิดวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 นี้ สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนี้ ประเทศไทยมีนักกีฬาเข้าแข่งขันทั้งหมด 51 คน จาก 17 ชนิดกีฬา โดยประเทศไทยมากับชุดสีฟ้า ซึ่งมีลายผ้าไทยอยู่บริเวณกระดุม และแถบของเสื้อ ซึ่งแสดงออกถึงความเป็นไทยชัดเจนเป็นอย่างมาก”

หลังจากทางเพจ 'Stadium TH' ได้โพสต์ภาพดังกล่าวออกไป ชาวเน็ตเรียกว่าทั้งกระหน่ำแชร์ และวิพากษ์ วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก มีทั้งพูดถึงความเรียบหรูชูอัตลักษณ์ผ้าไทย ชาวเน็ตบางคนเสียงแตกวิจารณ์แรงถึง ความไม่ก้าวไปไหนของวงการออกแบบชุด อาทิ

“ทำได้แค่นี้หรอ นึกว่างาน อบต.”

“ชุดทื่อมาก ๆ ขอบผ้าสวยนะ แต่ทรงไม่เล่นกับหุ่นเลย anyway นักกีฬาน่ารักค่ะ”

“ชุดแบบนี้พบเห็นได้ที่ อบต.วันศุกร์”

ทั้งนี้ เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา (17 ก.ค.) นั้น เรียกได้ว่าโซเชียลคึกคักเป็นอย่างมาก หลังจากแต่ละประเทศได้ทยอยออกมาอวดโฉมชุดพิธีการ กับชุดที่จะสวมใส่ร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ ปารีส 2024 และเนื่องจากปีนี้โอลิมปิก 2024 จัดขึ้นที่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องแฟชั่น ทำให้หลายประเทศไม่ยอมน้อยหน้ากันเลยทีเดียว

‘กองการกีฬาฯ กทม.’ โต้!! ‘เพจดัง’ กรณีค่าล้างแอร์เครื่องละ 7,000 บาท ยัน!! ไม่จริง ราคาดังกล่าวรวม ‘ค่าแรง-ค่าซ่อมแซม-ค่าอะไหล่-อื่นๆ’

เมื่อวานนี้ (17 ก.ค.67) จากกรณีที่เฟซบุ๊กเพจ ‘ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย’ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า กองการกีฬา สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร จ้างล้างเครื่องปรับอากาศสูงถึงเครื่องละ 7,000 บาท และระบุว่า เลขที่โครงการ 67059435237 ตรวจสอบได้ ที่ศูนย์กีฬา กทม. ได้แก่ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 21 เครื่อง ศูนย์กีฬาบางขุนเทียน 12 เครื่อง ศูนย์กีฬาบางบอน 24 เครื่อง และศูนย์กีฬาอ่อนนุช 5 เครื่อง

นายดำรงค์ รื่นสุข ผู้อำนวยการกองการกีฬา สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว เปิดเผยถึงกรณีมีข้อสังเกตโครงการจ้างเหมาล้างและซ่อมเครื่องปรับอากาศ จำนวน 62 เครื่อง โครงการที่ 6705945237 มีค่าล้างราคาเครื่องละ 7,000 บาท ว่า ข้อสังเกตดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากราคารวมของโครงการดังกล่าวซึ่งเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 455,060.30 บาท นั้น เป็นราคาของค่าแรงล้างเครื่อง รวมกับค่าอะไหล่ ค่าซ่อมแซม และค่าวัสดุอื่นๆ ที่เปลี่ยนด้วยแล้ว ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดโครงการได้ที่ https://egp.bangkok.go.th/home/detail/67059435237

สำหรับอัตราการจ้างเหมาล้างเครื่องปรับอากาศ จะแตกต่างกันตามขนาดของเครื่อง (บีทียู) ซึ่งเป็นราคาตามท้องตลาดทั่วไป ดังนี้ 

1. เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนตั้งพื้นหรือแขวน 
- ขนาด 12,000 บีทียู ค่าแรงล้างเครื่องปรับอากาศอยู่ที่ราคา 800 บาท 
- ขนาด 18,000 บีทียู ค่าแรงฯ 1,000 บาท 
- ขนาด 36,000 บีทียู ค่าแรงฯ 1,000 บาท 
- ขนาด 38,000 บีทียู ค่าแรงฯ 1,000 บาท 
- ขนาด 44,000 บีทียู ค่าแรงฯ 2,000 บาท 
- ขนาด 50,000 บีทียู ค่าแรงฯ 2,000 บาท 
- ขนาด 60,000 บีทียู ค่าแรงฯ 2,000 บาท 

2. เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนชนิดติดผนัง 
- ขนาด 30,000 บีทียู ค่าแรงฯ 1,000 บาท 

3. เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนชนิด 4 ทิศทาง 
- ขนาด 24,200 บีทียู ค่าแรงฯ 1,500 บาท โดยค่าแรงดังกล่าวยังไม่รวมค่าอะไหล่ ค่าซ่อมแซม และค่าวัสดุอื่นๆ

'รมว.ปุ้ย' จ่อขยายโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ชาวไร่อ้อยจ่าย 2% เท่าเดิม พร้อมหนุน 'ซื้อเครื่องจักร-จัดการแหล่งน้ำ-แก้ PM 2.5' เพิ่มคุณค่าอุตฯ อ้อย

(18 ก.ค.67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ช่วยเหลือ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพเกษตรชาวไร่อ้อยให้มีผลผลิตอ้อยที่ดี ได้น้ำตาลทรายที่มีคุณภาพ เพื่อทำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศมีคุณภาพที่ดีขึ้น โดยล่าสุดได้รับรายงานจาก นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเดินหน้าโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยสำหรับบริหารจัดการแหล่งน้ำและซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรในไร่อ้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ปี 2565 - 2567 และเตรียมขยายโครงการอีกเป็นปี 2568 - 2570 วงเงินปีละ 2,000 ล้านบาท รวม 6,000 ล้านบาท

นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะทำงานดำเนินโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย สำหรับบริหารจัดการแหล่งน้ำและซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรในไร่อ้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ปี 2565 - 2567 ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ได้มีการหารือถึงการขยายอายุโครงการฯ เนื่องจากกำลังจะหมดอายุในเดือนกันยายน 2567 นี้ และที่สำคัญเป็นโครงการที่ช่วยชาวไร่ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย เพิ่มสภาพคล่องทางด้านการเงิน ทั้งด้านการผลิตอ้อย ส่งเสริมการตัดอ้อยสด ลดปัญหาอ้อยไฟไหม้และ PM 2.5 การมีแหล่งน้ำสำรองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเมื่อเกิดภัยแล้ง ส่งเสริมการนำเครื่องจักรกลมาใช้ในไร่อ้อยแบบครบวงจร ทดแทนการขาดแคลนแรงงานคน รวมไปถึงการรองรับนโยบาย BCG Economy

นายวิฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมจึงได้มีการเสนอขอขยายโครงการอีกเป็นปี 2568 - 2570 มีกรอบวงเงินปีละ 2,000 ล้านบาท รวม 3 ปี เป็นเงิน 6,000 ล้านบาท กรณีที่ใช้วงเงินในแต่ละปีไม่หมด สามารถนำไปทบใช้ในปีถัดไปได้ อัตราดอกเบี้ย MRR 6.975% ส่วนที่รัฐชดเชยดอกเบี้ย 3% ยังต้องหารือในที่ประชุมต่อไป อย่างไรก็ตามจะพยายามให้ชาวไร่รับภาระ 2% เท่าเดิม สำหรับโครงการฯ ปี 2565 - 2567 มีวงเงินกู้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปีละ 2,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MRR 6.975% ชาวไร่จ่ายดอกเบี้ย 2% รัฐบาลชดเชย 3% และ ธ.ก.ส. รับภาระส่วนที่เหลือ 1.975% ปัจจุบันปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 706 ราย วงเงิน 2,335.53 ล้านบาท

“ประชุมในครั้งนี้เป็นการพิจารณาสืบเนื่องจากประชุมครั้งก่อนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 คือ การอนุมัติสินเชื่อให้กับเกษตรกรที่จะนำไปซื้อรถตัดอ้อย หรือรถบรรทุก หรือเอาไปใช้ในการพัฒนาแหล่งน้ำและปรับสภาพแปลงปลูกอ้อย ซึ่งคณะทำงานฯ จะพิจารณาโครงการนี้อีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2567 หากโครงการได้รับการอนุมัติแล้ว สอน. จะชงเรื่องเข้า ครม. ต่อไป เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องจากที่จะหมดในเดือนกันยายน 2567 นี้” นายวิฤทธิ์กล่าวปิดท้าย

‘การบินไทย’ ติด 1 ใน 10 สายการบินให้บริการระหว่างประเทศดีที่สุดในโลก สะท้อนมาตรฐาน-คุณภาพการให้บริการดีเยี่ยม ผู้ใช้งานทั่วโลกไว้วางใจ

(18 ก.ค. 67) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับการจัดอันดับเป็นสายการบินที่ให้บริการระหว่างประเทศที่ดีที่สุดในโลก (Best International Airlines in 2024) อันดับ 8 จากทราเวล แอนด์ เลเชอร์ (Travel & Leisure World’s Best Awards 2024) ซึ่งได้สำรวจความคิดเห็นจากนักเดินทาง นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ จากทั่วโลก ประจำปี 2024 เพื่อนำมาจัดอันดับความเป็นเลิศในประเภทต่าง ๆ อาทิ สายการบินที่ดีที่สุด สนามบินที่ดีที่สุด เมืองที่ดีที่สุด โรงแรมที่ดีที่สุด สปาที่ดีที่สุด บริษัทนำเที่ยวที่ดีที่สุด และเรือสำราญที่ดีที่สุด 

ซึ่งผลการจัดอันดับดังกล่าว ยืนยันถึงคุณภาพและการบริการของการบินไทยอยู่ในระดับมาตรฐานที่นานาชาติพึงพอใจ ทั้งความสะดวกสบายบนเครื่องบิน การให้บริการบนเครื่องบิน การให้บริการภาคพื้นตลอดจนทุกจุดบริการของการบินไทย 

บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้โดยสารที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการบินไทยมาโดยตลอด และจะยังคงพัฒนาการให้บริการและผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นในทุกด้านต่อไป 

อนึ่ง ทราเวล แอนด์ เลเชอร์ เป็นนิตยสารด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศสหรัฐอเมริกา และมีสาขาอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับโรงพยาบาลตำรวจ ร่วมใจจัดโครงการ CIB Love รวมใจบอกรักในหลวง นำโปสการ์ดแจกจ่ายให้บุคลากรของโรงพยาบาลตำรวจ ผู้ป่วย และผู้มาใช้บริการ ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

(18 ก.ค.67) ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมใจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จัดกิจกรรม CIB Love รวมใจบอกรักในหลวง โดย คุณรงรอง ภูริเดช ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง/ภริยา พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นประธานในพิธี โดย ร.ต.ท.หญิง สายพิณ สมพงษ์ ภริยานายแพทย์ใหญ่  (สบ 8)/กรรมการบริหาร สมาคมแม่บ้านตำรวจระดับผู้บัญชาการ และ พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจให้การต้อนรับ 

โอกาสนี้ พ.ต.อ.อรรถวิทย์ เพียรเลิศ รอง ผบก.อก.บช.ก พร้อมคณะกรรมการชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกิจกรรมด้วย

โดยทางโรงพยาบาลตำรวจ เปิดโต๊ะแจกโปสการ์ดให้บุคลากรของโรงพยาบาล ประชาชน ผู้มาใช้บริการ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ จากนั้นประธานชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมคณะเดินไปจุดต่าง 4 จุด คือหอผู้ป่วยข้าราชการตำรวจที่บาดเจ็บ, ห้องผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ, หน่วยเวชระเบียน แผนกการเงิน ศูนย์เวรเปล และ ห้องตรวจกุมารเวชกรรมและหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม แจกโปสการ์ดให้ผู้ที่ไม่สามารถร่วมกิจกรรม ได้ลงนามถวายพระพร ผู้ป่วยบางคนที่ไม่สามารถเขียนได้ ใช้คำพูดให้นางพยาบาลช่วยเขียนแทน โดยเฉพาะเด็กๆร่วมลงนามถวายพระพรจำนวนมาก

ร.ต.ท.หญิง สายพิณ สมพงษ์ ภริยานายแพทย์ใหญ่ (สบ 8)/ กรรมการบริหาร สมาคมแม่บ้านตำรวจระดับผู้บัญชาการ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มาประชาสัมพันธ์โครงการนี้ให้กับข้าราชการตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ผู้ป่วย และประชาชนที่มาใช้บริการได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่าโรงพยาบาลตำรวจจะเปิดโต๊ะนำโปสการ์ดให้ประชาชน ผู้มารับบริการ และประชาชนทั่วไป ร่วมลงนามถวายพระพร ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร และโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ขออนุญาตเผยแพร่ภาพและข่าวประชาสัมพันธ์ที่มีภาพบุคคลในกิจกรรมดังกล่าว

"ศูนย์กลางข่าวสาร ประสานฉับไว ใส่ใจบริการ เพื่อตำรวจและประชาชน"

‘CK Cheong’ สะท้อน!! ‘อาหารไทย’ ทำไมราคาถูกกว่าอาหารญี่ปุ่น ทั้งที่กว่าจะรังสรรค์เมนู ต้องผ่านกระบวนการ ‘ปรุง-หมัก-ผัด’ ก่อน

เมื่อไม่นานมานี้ จากช่องยูทูบ ‘CK Cheong’ หรือ ‘คุณซีเค เจิง’ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งไทย-จีน (มาเก๊า) ผู้เติบโตที่ประเทศอเมริกา และเป็นหนึ่งในผู้บริหารของ ‘Fastwork Technologies’ ได้โพสต์คลิปแชร์มุมมองของตนเองต่อคุณค่าของความเป็นไทย โดยระบุว่า…

“ผมจุดตั้งต้นในบริษัทว่าจะไม่มีวันทําแบบโปรโมชัน 1.1, 2.2, 3.3, 4.4 ผมจะไม่มีวันทํา เป็นเพราะว่าสิ่งที่ผมขาย…ผม ‘ขายเวลา’ ของคนไทย และคนไทย ‘ไม่ใช่ของถูก’...

ผมไม่ชอบที่อาหารไทยเป็นของถูก ทําไมอาหารบ้านเราต้องถูกกว่าอาหารญี่ปุ่น บ้านเรามีความซับซ้อนตั้งเยอะ ต้องปรุง ต้องหมัก ต้องผัด ต้องใส่พริก หรือใส่นู้นก่อนนี่ก่อน แต่ซูชิคือหั่นและวางข้าวจบเลย ทําไมของเขาต้องแพงกว่า…

คุณลองคิดดูว่า คุณมีแซลมอนอันหนึ่ง คุณจะทําเป็นซาชิมิ กับทําเป็นแกงส้มปลาทอดอันหนึ่ง คุณว่าอันไหนยากกว่ากัน? แต่ทําไมของเราถูกกว่า คนไทยชอบด้อยค่าตัวเอง และอันนี้เป็น Soft Power ที่ผมพยายามที่จะพาไป คือ…คนไทยไม่ใช่ของถูก”

‘นักแข่งโกะชาวเกาหลีใต้’ ตัดสินใจลาวงการ หลังพ่ายแพ้ให้ AI ลั่น!! รู้สึกทุกข์ทรมานไม่จางหาย และไม่สนุกกับเกมได้อีกต่อไป

(18 ก.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘Techsauce’ รายงานถึงกรณีนักแข่งหมากล้อม (โกะ) ชาวเกาหลีใต้พ่ายแพ้ให้กับ AI ที่ชื่อว่า AlphaGo โดยระบุว่า…

“การที่ AI เปิดตัวในการแข่งหมากล้อม (โกะ) ผมก็ได้รู้ว่า ผมไม่ใช่คนที่อยู่บนจุดสูงสุดแล้ว ถึงแม้ว่าผมจะเป็นที่ 1 จากการพยายามจนเลือดตาแทบกระเด็น แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถเอาชนะได้”

อี เซดล คืออดีตนักแข่งหมากล้อมมืออาชีพชาวเกาหลีใต้ และเป็นอดีตอันดับ 1 ของโลก แต่เมื่อปี 2016 เขากลับพ่ายแพ้ให้แก่โปรแกรม AI ที่ชื่อว่า AlphaGo เจ้าตัวเผยว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังคงทุกข์ทรมานจากการที่พ่ายแพ้และไม่สามารถก้าวข้าม AlphaGo ได้

การพ่ายแพ้ในครั้งนั้นเป็นการสั่นสะเทือนทั้งวงการหมากล้อมและคนทั้งโลก หลังจากการพ่ายแพ้ทำให้อี เซดลตัดสินใจลาออกในปี 2019 เนื่องจากเขาไม่สามารถสนุกกับเกมได้อีกต่อไป เขายังออกมาเตือนอีกว่าเทคโนโลยีจะไม่ตามหลังนักแข่งหมากล้อมอีกต่อไป 

“ผมเผชิญกับปัญหาเรื่อง AI เร็วกว่าคนอื่น แต่ปัญหานี้ก็จะเกิดขึ้นกับคนอื่นเหมือนกัน และอาจจะเป็นจุดจบที่ไม่สวยเท่าไร” อี เซดล กล่าว

“ผมคิดว่า AI จะเอาชนะมนุษย์ได้ในสักวัน แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นตอนนี้” อี เซดลไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้นี้ได้ เขาคิดว่าการแข่งหมากล้อมถือว่าเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งซึ่งสะท้อนลักษณะและสไตล์การเล่นของผู้เล่นแต่ละคน แต่ตอนนี้ศิลปะเหล่านี้ถูกโยนทิ้งไปโดยอัลกอริทึมที่สามารถคำนวณอย่างเฉียบคมและไร้ความปรานี

อีกสิ่งที่เขากังวลคือ AI อาจจะเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์ “คนมักจะตะลึงในนวัตกรรมและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แต่การเข้ามาของ AI ทำให้หลาย ๆ อย่างหายไป” แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถมาแทนคนได้ ก็คือ ‘จิตวิญญาณ’

Spielberg ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังกล่าวไว้ว่า “ผมคิดว่าจิตวิญญาณเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจินตนาการและอธิบายได้ และอัลกอริทึมยังไม่สามารถสร้างมันได้เช่นกัน มันเป็นสิ่งที่อยู่ภายในพวกเราทุกคน”

อ้างอิง: https://www.businessinsider.com/lee-sedol-makes-surprise-move-before-final-match-against-alphago-2016-3

https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2024/07/10/defeated-by-ai-a-legend-in-the-board-game-go-warns-get-ready-for-whats-next 

'โซเชียลจีน' สะพัด!! ข่าว 'ปธน.สี จิ้นผิง' อาจป่วยหนัก หลอดเลือดในสมองตีบ

(18 ก.ค.67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดข่าวลือแพร่สะพัดบนโลกออนไลน์ของประเทศจีน แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันออกมาอย่างแน่ชัด ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อาจป่วยเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบ หรือ สโตรก ระหว่างการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 3 ซึ่งเขาเป็นประธานการประชุม ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการกลาง 

ถึงแม้ว่าสื่อกระแสหลักของโลกยังไม่มีการรายงานข่าวนี้แต่อย่างใด และในปี 2565 ก็เคยเกิดข่าวลือว่า 'สี จิ้นผิง' ถูกรัฐประหารยึดอำนาจ หลังจากเขาหายหน้าไปจากสาธารณะระยะหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง

นางเจนนิเฟอร์ จาง นักข่าวด้านสิทธิมนุษยชน เป็นต้นกำเนิดข่าวลือล่าสุดนี้ โดยเธอโพสต์บนยูทูบ อ้างคำพูดของนายจางหมิง ศาสตราจารย์และหัวหน้างานระดับปริญญาเอก ของคณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของ มหาวิทยาลัยเหรินหมิน ซึ่งจู่ ๆ ก็โพสต์ข้อความว่า “มีอะไรที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น” โดยไม่ขยายความต่อแต่อย่างใด 

เธอยังอ้างรายงานของนายซู เสี่ยวโหว นักข่าวชาวจีนซึ่งมีผู้ติดตามบนยูทูบ 1.79 แสนคน ว่า จู่ ๆ 'สี จิ้นผิง' ก็เกิดอาการหลอดเลือดสมองตีบขณะร่วมประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 3 และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เธออ้างด้วยว่ามีผู้ใช้งานยูทูบคนอื่น ๆ ก็รายงานข่าวไปในทำนองเดียวกัน

'รัฐบาล' ชวนคนไทยรับชม 'คุยกับเศรษฐา' 20 ก.ค.นี้ เปิด 10 โครงการเฉลิมพระเกียรติรับปีมหามงคล

(18 ก.ค. 67) น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนเตรียมรับชมรายการ 'คุยกับเศรษฐา' ตอนพิเศษ ซึ่งจะออกอากาศในวันเสาร์ที่ 20 ก.ค.นี้ ทางช่อง NBT โดยในเทปที่ 2 นี้ นายกรัฐมนตรีจะมาบอกเล่าถึงการจัดทำ 10 โครงการเฉลิมพระเกียรติในนามรัฐบาล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งทั้ง 10 โครงการ ล้วนแต่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้อยู่ดีมีสุข 

นางสาวจิราพร เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการผลักดัน 10 โครงการเฉลิมพระเกียรตินี้มาโดยตลอด โดยนายกรัฐมนตรี จะใช้รายการนี้เป็นเวทีในการบอกเล่าความคืบหน้าการดำเนินโครงการที่มีความเชื่อมโยงกับ ‘ป่า-น้ำ-คน’ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบความเป็นมา และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับโดยตรงจากการจัดทำโครงการต่าง ๆ รวมถึงผู้ชมจะได้เห็นภาพความประทับใจในการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีเพื่อเข้าร่วมโครงการเฉลิมพระเกียรติในสถานที่ที่แตกต่างกันออกไป

“ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามรายการ ‘คุยกับเศรษฐา’ ตอนพิเศษ เนื่องในโอกาสปีมหามงคลนี้พร้อมกัน ในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.00 น. ทางช่อง NBT และ ททบ. 5 และจะรีรันอีกครั้งในเวลา 11.30 น. ทางช่อง 9 MCOT HD” น.ส.จิราพร กล่าว

ผู้ช่วย ผบ.ตร.ชื่นชมสารวัตรตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ใช้ไหวพริบช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาตินำโทรศัพท์มือถือที่ทำตกท่อระบายน้ำขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวพากันขอบคุณ สร้างชื่อเสียงให้ตำรวจจราจรไทยดังไกลต่างแดน

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คจร.ตร.) ชื่นชม พ.ต.ต.พีรวุฒิ ใหม่อ่อง สารวัตรงาน 2 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร (ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ) ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติทำโทรศัพท์มือถือตกลงท่อระบายน้ำ ใช้ไหวพริบเฉพาะตัวนำโทรศัพท์ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างชื่นชมตำรวจจราจรไทย ทำงานฉับไว ไหวพริบดีเยี่ยม 

เหตุการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2567 เวลาประมาณ 11.35 น. พ.ต.ต.พีรวุฒิฯ ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานมหรสพสมโภช บริเวณศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร สังเกตเห็นคนมุงกันอยู่บริเวณฟุตบาทริมถนน จึงรีบเข้าไปตรวจสอบเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ พบว่าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ทำโทรศัพท์มือถือตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยนักท่องเที่ยวและพลเมืองดีพยายามงัดท่อระบายน้ำเพื่อนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ ทำให้เจ้าของโทรศัพท์ร้อนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากโทรศัพท์จมอยู่ในน้ำ หากทิ้งไว้นานอาจเสียหายได้ พ.ต.ต.พีรวุฒิฯ จึงใช้ไหวพริบนำท่อนไม้ยาว และใช้ลวดมัดกระถางต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียง มาดัดงอให้เป็นเหมือนขาเกี่ยว ติดไว้ที่ปลายไม้ ก่อนจะช้อนโทรศัพท์ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำได้ในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น พบว่าโทรศัพท์มือถือยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ สร้างความประทับใจเป็นอย่างมากให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ได้แสดงความขอบคุณตำรวจจราจรไทยที่เข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

พล.ต.ท.กรไชยฯ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นการแสดงศักยภาพอีกด้านหนึ่งของตำรวจไทย นอกจากติดตามจับกุมคนร้ายแล้ว ยังช่วยเหลือผู้เดือดร้อนด้วยจิตอาสา และใช้ไหวพริบช่วยเหลือชาวต่างชาติ ทำให้ชื่อเสียงตำรวจจราจรไทยโด่งดังไปต่างแดน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังประเทศไทย นับว่าน่าชื่นชมเป็นอย่างมาก 

ทั้งนี้ พล.ต.ท.กรไชยฯ ได้ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.ต.พีรวุฒิฯ ที่มีไหวพริบปฏิภาณสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างชาญฉลาด เป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ มีทักษะคล่องแคล่ว มีไหวพริบ สามารถให้ความช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตอาสาบริการ มีมาตรฐานสากล ตามแนวทางการสร้าง “สุภาพบุรุษจราจร” ที่คณะทำงานขับเคลื่อนงานจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังขับเคลื่อนสร้างมาตรฐานตำรวจจราจรทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการบริการประชาชน สร้างความเชื่อถือศรัทธา และนำไปสู่การลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top