Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

ยโสธร ผู้อำนวยการองค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึกลงพื้นที่ยโสธร

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 เวลา 14.00 น. ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พลเอก เดชนิธิศ เหลืองามชำ และคณะเดินทางไปพบปะเยี่ยมเยือนทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก ที่โรงเรียนอนุบาลตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร มีเครือข่ายแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  มีนาง สิริภัทร เพียรสมผล รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก รับผิดชอบพื้นที่ 3 จังหวัด ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กล่าวรายงาน โดย พลเอก เดชนิธิศ เหลืองามชำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศึก เป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งพบปะเยี่ยมเยือนสมาชิกเกษตรกรรมทหารผ่านศึกหมู่บ้านนักรบไทย และมอบของที่ระลึกให้แก่สมาชิก ยโสธร 

ทหารผ่านศึกนอกประจำการ 8.272 นาย มีเครือข่าย 9 เครือข่าย ครบทั้ง 9 อำบล มีนาย บัวสอน มาสขาว เป็นทหารผ่านศึกนอกประจำการ / บัตรชั้น 3 อายุ 70 ปี เป็นแกนนำเครือข่ายทหารผ่านศึก ระดับอำเภอเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหารผ่านศึกแล้ว ยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และเพื่อรับทราบปัญหา  ความเดือดร้อน  แลกเปลี่ยนเสนอความต้องการ เพื่อที่จะให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกมีความมั่นคง เข้มแข็ง  ร่วมแรงร่วมใจสามัคคีกันไว้ ให้การสนับสนุนช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทหารผ่านศึกและครอบครัว  เพื่อให้มีสวัสดิการ ดูแลรักษาสุขภาพ อยู่คู่บ้านเมืองสังคมอย่างมีความผาสุก องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกพร้อมที่จะดูแล อำนวยความสะดวกด้านสวัสดิการอย่างครอบคุม ขอให้ความมั่นใจว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน

โอกาสนี้ พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกได้กล่าวว่า พี่น้องทหารผ่านศึกทุกท่านคงทราบดี ขอให้ตระหนักถึงความมั่นคง การพัฒนาของประเทศชาติของเรา ให้เกิดความรักสมัครสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านยาเสพติด ช่วยกันเป็นกำลังอันสำคัญที่ดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดังนั้น  ผมจึงขอให้ พี่น้องทหารผ่านศึกทุกท่าน มีความรัก ความสามัคคี ร่วมมือกับทางราชการ ช่วยกันแก้ไขปัญหาของชาติ เพื่อให้ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา เกิดความสงบสุข สามัคคีมีความสัมพันธ์อันดีงามต่อกันตลอดไป
ชัยยะยโสธรรายงาน

‘CARS x' ผนึกกำลัง ‘TPG X’ ยกระดับธุรกิจ ‘รถมือสอง’ ในไทย ชู!! มืออาชีพคัด ‘รถยนต์คุณภาพ’ พร้อมบริการหลังการขายเต็มพิกัด

(19 ก.ค. 67) ดร.สัณหพัฒน ตันติธนาทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ‘CARS x’ กล่าวว่า การร่วมทุนกับ ‘TPG X’ ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนชั้นนำ เป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของเรา การร่วมทุนในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถขยายสาขาและสร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับธุรกิจรถยนต์มือสองในไทย

โดย CARS x มีความมุ่งมั่นสูงสุดในการคัดสรรรถยนต์คุณภาพ และมีการตรวจเช็กรถ 210 จุดโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมทั้งการดูแลบริการหลังการขายให้กับลูกค้า โดยมีการรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความอุ่นใจในทุกสถานการณ์และเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า เพื่อให้ ‘ทุกการขับขี่มีรอยยิ้ม’

การผนึกกำลังครั้งนี้ CARS x’ ในฐานะที่อยู่ในวงการรถยนต์มือสองมายาวนาน มีความเข้าใจในความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภครวมถึงสามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี จึงมั่นใจว่าการผนึกกำลังในครั้งนี้ร่วมกับ TPG X ที่มีศักยภาพและความพร้อมในทุกด้านจะช่วยผลักดันธุรกิจให้เติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น โดย CARS x ยังคงเน้นเรื่องความเป็นมืออาชีพและคุณภาพในเรื่องรถยนต์มือสอง มุ่งมั่นจะยกระดับธุรกิจรถยนต์มือสองในไทย และในปลายปีนี้มีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมเพื่อส่งมอบที่สุดของประสบการณ์การซื้อ-ขายรถยนต์มือสองให้ครอบคลุมการบริการแก่ลูกค้าชาวไทยในฐานะผู้นำตลาดรถมือสองในประเทศ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CARS x สามารถติดต่อได้ที่ Line Official : @carsx หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.carsx.info

เชียงใหม่-ททท.เชียงใหม่ ชูเสน่ห์ไทย Must Try มวยไทย ผ่านกิจกรรม “AMAZING MUAY THAI @CHIANG MAI”

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมแถลงข่าวการจัดงาน AMAZING MUAY THAI @ CHIANG MAI พร้อมด้วย นางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ นายสุทธินันท์ ฤทธิ์บริรักษ์ Chief Executive Officer ONE MUAY THAI โดยมี เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่  ผู้อำนวยการ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 5  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าของยิมมวย ครูมวย และผู้มีเกียรติร่วมงาน ณ ลานกิจกรรมข่วงประตูท่าแพ 

นางพัศลินทร์  เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า ททท.เชียงใหม่ จับมือ กกท. ภาค 5 และ กกท.จังหวัดเชียงใหม่ และ ค่ายยิมมวยดังที่ได้มาตรฐานในจังหวัดเชียงใหม่ และแพลตฟอร์มออนไลน์ NOW MUAY THAI  จัดกิจกรรมอเมซิ่ง มวยไทย @ เชียงใหม่ (Amazing Muay Thai @ Chiang Mai)  ชูเสน่ห์ไทย Must Try มวยไทย  จัดโปรโมชั่นสำหรับ นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 15 กันยายน 2567  โดยมอบส่วนลดพิเศษให้กับผู้ที่ซื้อคอร์สฝึกซ้อมมวยไทยที่เข้าร่วมโครงการฯ มากกว่า 10 ค่ายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 

สำหรับกิจกรรม Amazing Muay Thai @ Chiang Mai ททท. สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการร่วมกับพันธมิตร กกท.และ NOW MUAY THAI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ออนไลน์ ดำเนินการโดยคนไทยที่รวบรวมค่ายมวยและยิมมวยในจังหวัดหลักของประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว กลุ่มความสนใจพิเศษ กลุ่มผู้ชื่นชอบกีฬามวยไทย ที่จะเดินทางมาเพื่อเรียนรู้ ฝึกซ้อมทักษะวิธีการชกมวยไทย

ซึ่งแคมเปญ Amazing Muay Thai @ Chiang Mai นี้มีเป้าหมายสำคัญที่จะเชิญชวนนักท่องเที่ยว มาสัมผัสประสบการณ์ของมวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมไทย กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมให้มวยไทยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้กับเจ้าของยิมมวยและครูมวยทุกท่าน โดยเรามุ่งเน้นที่จะขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น  

มวยไทย ยังเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและกีฬาผ่าน Sub-Culture สอดคล้องกับนโยบาย IGNITE TOURISM THAILAND ของรัฐบาล ซึ่งตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว (Tourism Hub) ผลักดันการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่ระดับชั้นนำในฐานะ “High Value Destination” ที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องมากที่สุดในภารกิจของ ททท. คือการสร้างประสบการณ์อันทรงคุณค่าผ่านการท่องเที่ยว ตามแนวคิดเสน่ห์ไทย 5 Must Do in Thailand 

อีกทั้งมุ่งเน้นที่จะขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น เจาะกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่ต้องการประสบการณ์ที่หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่สนใจการเรียนมวยอย่างจริงจังเท่านั้น ด้วยการทำให้มวยไทยเป็นกิจกรรมทางเลือกที่สร้างสรรค์และเพื่อสุขภาพ เราเชื่อมั่นว่าจังหวัดเชียงใหม่จะสามารถประกาศศักดาเป็นเมืองของมวยไทย และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสประสบการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับทุกท่านอย่างยั่งยืนและเติบโตในอนาคต หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประกาศให้ทุกคนได้ทราบถึงแคมเปญนี้ จะช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าของยิมมวยและครูมวยที่ได้เป็นส่วนสำคัญในการช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้กับจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการใช้มวยไทยเป็นตัวเชื่อมให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาสร้างรายได้ให้กับประเทศ

ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาร่วมกิจกรรม ไม่น้อยกว่า 200 คน สำหรับกิจกรรมอเมซิ่ง มวยไทย @ เชียงใหม่ (Amazing Muay Thai @ Chiang Mai)  เป็นการนำเสนอขายเสน่ห์ไทย 5 Must Do คือ (Must Taste, Must Try , Must buy ,Must seek, Must see) กีฬามวยไทย อยู่ในเสน่ห์ไทย Must Try  ของจังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทาง มาเพื่อฝึกซ้อมมวยไทย หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย (expat) และยังเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในช่วงกรีนซีชั่น 

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถคลิ๊กเข้าไปสมัครและรับส่วนลดผ่านเวปไซด์ www.nowmuaythai.com ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป

นภาพร/เชียงใหม่   

“เชียงราย”ตม.เชียงรายไล่ล่าระทึกจับกุมขบวนการขนแรงงานเถือนพม่าเข้าไทย”

ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.เชียงราย ได้สืบทราบว่า นายปั่นติ๊ลุงจอยหรือตี๋ใหญ่กับพวก มีพฤติการณ์ร่วมกันแบ่งหน้าที่กันพาคนต่างด้าวเข้าสู่พื้นที่ตอนในโดยใช้รถยนต์กระบะหลายคัน หมุนเวียนสับเปลี่ยนกัน จากการเฝ้าสังเกตุและจากการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบตรวจจับทะเบียนยานพาหนะ (LPR) ปรากฎข้อมูลยานพาหนะของกลุ่มขบวนการที่มีการใช้งานหมุนเวียนรับ-ส่ง คนต่างด้าว โดยมีการหมุนเวียนกันทำหน้าที่รับตัวคนต่างด้าวไปส่งยังจุดพักคอยและมีการนำคนต่างด้าวไปพำนักไว้ที่ ตั้งอยู่บ้านพักไม่ทราบเลขที่ ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองจ.เชียงราย ก่อนจะนำส่งไปยังพื้นที่ตอนใน โดย พล.ต.ท.อิทธิพล  อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , สั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมเพื่อตัดตอนเครือข่ายขบวนการดังกล่าว

กระทั่งเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2567 เวลาประมาณ 05.00น. พ.ต.ท.มนตรี  อินเปรี้ยว รอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.กฤษณ์ สมณาศักดิ์ สว.ตม.จว.เชียงราย บูรณาการร่วมกับ ตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย ชุดสืบสวนกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 สกัดจับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ดสีดำทะเบียน จง-4043เชียงใหม่ โดยมีนายแขก ลุงปันอายุ33ปี เป็นผู้ขับขี่และ รถยนต์กระบะยี่ห้อรีโว่แคป สีขาวทะเบียน ยท-6515 จังหวัดเชียงใหม่มีนายจายเล็ก ไม่มีนามสกุล อายุ38ปีและรถยนต์นำต้นทางเป็นรถยนต์โตโยต้ารีโว สีดำ ทะเบียนยท-1575 เชียงใหม่ โดยมีนายปั่นติ๊ ลุงจอย อายุ51ปี ได้ที่บริเวณริมถนนบริเวณหลักทางหลวงสาย ๑๑๘  (เชียงราย-เชียงใหม่) บริเวณหลัก กม.๑๕๐ ช่องทางมุ่งหน้าจังหวัดเชียงใหม่ ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จว.เชียงราย พบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ทั้งสามคันซึ่งนั่งโดยสารอัดแน่นซ้อนทับกันบริเวณที่นั่งผู้โดยสารตอนหน้า และที่นั่งผู้โดยสารตอนหลังรวมจำนวนทั้ง3คันรวม25คนโดยมีเด็กผู้ติดตาม2คน

โดยในการนำส่งในแต่ละครั้งจะเก็บค่าใช้จ่ายจากบุคคลต่างด้าวเป็นเงิน 7,000บาทต่อคนต่างด้าว 1 คน โดยส่วนใหญ่ยอมรับว่าจะเข้าไปทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พล.ต.ท.อิทธิพล  อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. มีนโยบายให้หน่วย ตม.ทั่วประเทศบูรณาการการปฏิบัติในการสืบสวนจับกุมกลุ่มขบวนการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมาย อย่างเข้มงวดและจริงจัง การจับกุมเครือข่าย นายยุรนันท์ ฯ ในครั้งนี้ เป็นความสำเร็จจากการบูรณาการร่วมกันของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติการณ์จนทราบว่า กลุ่มเครือข่ายนายยุรนันท์ฯ ร่วมกันขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยใช้วิธีการหลบเลี่ยงจุดตรวจ ด่านตรวจ และมีการปรับเปลี่ยนแผนประทุษกรรมให้ยากต่อการสืบสวนจับกุม
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือโทร. 1178

สันติ วงศ์สุนันท์/หัวหน้าศูนย์ข่าวอำเภอแม่สาย/รายงาน

'รัดเกล้า' เผย ‘Depa’ เดินหน้าโครงการ ‘Coding for Better Life’ ขับเคลื่อนโมเดลพัฒนาคนดิจิทัล สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย

(19 ก.ค. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) เดินหน้าโครงการ Coding for Better Life สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนโมเดลการพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศ และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างยั่งยืน ภายหลังที่ประชุม ครม. (9 มกราคม 2567) รับทราบแนวทางการดำเนินโครงการดังกล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กิจกรรม Coding Bootcamp และ Coding Roadshow ภายใต้โครงการ Coding for Better Life มี 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ Coding Bootcamp Coding Roadshow และ Coding War รอบคัดเลือก ที่จะมีการเดินสายทั่วประเทศใน 8 จังหวัดทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเริ่มพื้นที่แรกไปแล้ว

(1) เมื่อวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2567 จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,600 และมีผู้ชมผ่าน FB Live รวมกว่า 23,000 คน 
(2) วันที่ 8-9 กรกฎาคม 2567 กรุงเทพฯ 
(3) วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 จังหวัดอุบลราชธานี 
(4) วันที่ 15-16 กรกฎาคม 2567 จังหวัดพิษณุโลก 
(5) วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2567 จังหวัดเชียงใหม่ 
(6) วันที่ 23-24 กรกฎาคม 2567 จังหวัดภูเก็ต 
(7) วันที่ 15-16 สิงหาคม 2567 จังหวัดชลบุรี 
(8) วันที่ 19-20 สิงหาคม 2567 จังหวัดสงขลา

โดยในส่วนของกิจกรรม Coding Bootcamp นั้น จัดขึ้นสำหรับครูและนักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ภาคกลางที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 400 คน 100 ทีม เพื่อเรียนรู้ทักษะโค้ดดิ้งเข้มข้น ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลในหัวข้อต่าง ๆ ก่อนคัดเลือก 10 ผลงานยอดเยี่ยมเพื่อเป็น 1 ใน 100 ทีมเข้าร่วมการแข่งขัน Coding War รอบ Final ที่ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน 2567 เพื่อค้นหาสุดยอดผลงาน ชิงเงินรางวัล และรับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันโค้ดดิ้งเวทีระดับนานาชาติอย่าง Seoul International Invention Fair 2024 (SIIF 2024) ณ สาธารณรัฐเกาหลี

โดยกิจกรรม Coding Roadshow จัดขึ้นสำหรับผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปที่สนใจ โดยภายในกิจกรรมมีทั้งนิทรรศการ และกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโค้ดดิ้ง เทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัล 

ส่วนกิจกรรม Coding War เป็นการเปิดพื้นที่ให้ครูและนักเรียนจากโรงเรียนที่สนใจ และส่งใบสมัครเข้าร่วมแข่งขันนำเสนอผลงานและคัดเลือกสู่การเป็น 1 ใน 100 ทีมเข้าร่วมการแข่งขัน Coding War รอบ Final ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือติดตามรายละเอียดและข่าวสารต่าง ๆ ของโครงการ Coding for Better Life สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย ได้ทาง www.depa.or.th และเฟซบุ๊กเพจ depa Thailand และ Coding Thailand by depa

‘บิ๊กป้อม’ ยันจุดยืน ‘พปชร.’ ปกป้องสถาบัน ค้าน!! ‘กม.นิรโทษกรรม’ หากรวม ‘ม.112’

(19 ก.ค. 67) ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่าตนได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เกี่ยวกับจุดยืนของพรรคต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม พรรคมีมติคัดค้านการรวมคดี 112 ร่วมอยู่ในร่างพ.ร.บ. ดังกล่าว เนื่องจากการกระทำดังกล่าวจะเป็นการฝ่าฝืนบรรทัดฐานคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ที่ระบุว่า “ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดการกระทำความผิด บุคคลที่หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ และเป็นกฎหมายคุ้มครองที่ไม่ให้มีการละเมิดพระมหากษัตริย์ในฐานะที่ทรงเป็นประมุขของรัฐและเป็นสถาบันหลักของประเทศ ตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้”

ดังนั้น การให้ผู้กระทำความผิดที่ถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม แต่มาออกกฎหมายเพื่อให้นิรโทษกรรมความผิดดังกล่าว จึงเป็นการขัดต่อคำวินิจฉัยต่อศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ดังนั้น การที่จะเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมีมาตรา 112 ร่วมด้วย โดยมีเจตนาทางการเมืองไม่ได้ ถือเป็นการมีเจตนาเซาะกร่อน บ่อนทำลาย สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเหตุให้ชำรุด ทรุดโทรมและอ่อนแอ นำไปสู่การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

“การออกกฎหมายนิรโทษกรรม ให้ผู้กระทำผิดในมาตรา 112 เป็นการออกกฎหมายที่มีความร้ายแรงมากกว่าการเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ด้วยซ้ำ เราจึงคัดค้านไม่เห็นด้วย และพล.อ.ประวิตร ก็มีนโยบายชัดเจนที่จะปกป้องสถาบัน จึงต้องมาบอกให้ชัดเจนว่าพรรคพลังประชารัฐ ขอคัดค้านเรื่องนี้และท่านยังกำชับว่าหากมีการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสภาฯ ในวาระ 1 ไม่ว่าจะกี่ฉบับ สส.พรรคพลังประชารัฐทุกคน จะลงมติไม่เห็นด้วยทุกฉบับ เพื่อให้ร่างกฎหมายที่จะมีการนิรโทษกรรมมาตรา 112 ตกไปตั้งแต่วาระ 1 ”

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่พรรคเพื่อไทยอาจจะให้รวมมาตรา 112 กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าไปด้วย นายไพบูลย์ กล่าวว่า ใครจะอย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่พรรคพลังประชารัฐ เราจะคัดค้านทุกวิถีทางที่จะไม่ให้มีการเห็นชอบร่างกฎหมายนิรโทษกรรมมาตรา 112 ส่วนเรื่องพรรคไหนจะทำแบบไหนก็แล้วแต่ เราไม่เกี่ยว แต่พรรคเราแน่วแน่ และมั่นคงในหลักการนี้ 

ถามต่อว่า ที่ระบุว่าการแก้กฎหมายนิรโทษกรรม โดยรวมมาตรา 112 ร้ายกว่าการเสนอแก้มาตรา 112 หากพรรคการเมืองดึงดันที่จะให้มี 112 จะส่งผลต่อสถานะของพรรคการเมืองเหมือนกรณีของพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนได้พยายามย้ำไปแล้วในประเด็นนี้ ขอให้แต่ละพรรคการเมืองไปตีความเอาเอง

‘ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ’ เสด็จฯ เป็นนักร้องรับเชิญ 'ร้องข้ามกำแพง' ทรงร้องเพลงรักแรกของ ‘นนท์ ธนนท์’ บิ๊กเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึง

(19 ก.ค.67) ปล่อยตัวอย่างออกมาให้หลายคนได้ติดตาม สำหรับรายการ The Wall Song ร้องข้ามกำแพง EP.202 ที่จะมีการเปิดตัว ‘นักร้องเปิดกำแพง’ ที่มาเปิดรายการแบบพิเศษสุด ๆ ไม่เหมือนใคร โดยบอกว่าเป็น ‘BIG SURPRISE ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ’ ทำให้แฟนรายการต่างคาดเดาไม่น้อย

ล่าสุด รายการร้องข้ามกำแพง ที่ออกอากาศวันที่ 18 กรกฎาคม ก็เฉลยออกมาแล้ว ให้ผู้ชมทั่วประเทศได้รับชม ซึ่งก็คือ ‘ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี’ ทรงร้องเพลง รักแรก ของ นนท์ ธนนท์ จำเริญ งานนี้นอกจากแขกรับเชิญจะอึ้ง และเซอร์ไพรส์ไปตาม ๆ กัน

ทั้งนี้ รายการตอนดังกล่าว มีคนเข้ามาโพสต์จำนวนไม่น้อย และต่างก็ติดแฮชแท็กในทวิตเตอร์ กลายเป็นกระแสไม่น้อย

‘ชาวเน็ต’ ยกให้!! ชุดพิธีการ ‘มองโกเลีย’ ชนะเลิศ ‘สวยสง่า-ทันสมัย’ หลังเนรมิตจากเบื้องหลังของ ‘ชาติ-ศิลปะ’ ผสมผสานกันอย่างลงตัว

(19 ก.ค. 67) จากกรณีที่เพจ 'Stadium TH' ได้เปิดตัว 'ชุดพิธีการ' ของนักกีฬาทีมชาติไทยที่สวมใส่โดย 'ปอป้อ' ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย โดยนักกีฬาไทยทั้งหมดนั้นจะสวมใส่อวดสู่สายตาชาวโลกในพิธีเปิดการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ ปารีส 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก 

ต่อมาชาวโลกโซเชียลก็ได้มีการรวบรวม 'ชุดพิธีการ' โอลิมปิก 2024 ของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อได้เห็นชุดพิธีการของประเทศมองโกเลีย เนื่องด้วยชุดมีลวดลายที่สวยงาม และทันสมัย เหมาะกับการที่จะไปเปิดตัวในเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งแฟชั่นอย่าง กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

สำหรับชุดเครื่องแบบพิธีการสำคัญชุดนี้ ก่อนหน้านี้มีการสำรวจชุดตัวอย่างถึง 9,000 คน และทีมนักกีฬาร่วม 303 คน ก่อนที่จะได้แบรนด์ของ 2 พี่น้อง Michel & Amazonka  (มิเชล และ อมาซอนกา) เป็นผู้ถูกเลือกให้ออกแบบชุดพิธีการนี้ 

ชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องของเบื้องหลังของชาติ ศิลปะ และอื่น ๆ อีกหลากหลายมิติ อีกทั้งผู้ออกแบบยังคงความดั้งเดิม ที่เอามาผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัวมาก ๆ งานปัก และการตัดเย็บมีการใช้แพตเทิร์นแบบยุโรป นอกจากนั้นยังมีการเลือกโทนสีที่น่าสนใจ อาทิ สีขาว เบจ และสีน้ำเงิน อีกทั้งยังมีการสอดแทรกลวดลายปักสีทอง เรียกได้ว่าเป็นพาเลตต์สีที่ลงตัวสุด ๆ 

นอกจากนั้น ชุดนี้ยังมีการนำเสนอสัญลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศมองโกเลียอีกด้วย โดยชุดดังกล่าว มีการสอดแทรกดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และกวางในจินตนาการ ทั้งหมดนี้สอดคล้องเข้ากับวัฒนธรรมอย่างเด่นชัด นอกจากนั้น ผู้ออกแบบยังมีการใส่ลวดลายสัญลักษณ์โอลิมปิก 2024 ไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์ 5 ห่วง และโลโก้ประจำมหกรรมครั้งนี้ โดยรวมชุดนี้น่าสนใจ และน่าจับตาดูในพิธีเปิดโอลิมปิก 2024 ที่จะถึงนี้ 

‘เกษตรกร’ โอด!! ‘ปลาหมอคางดำ’ บุกฟาร์มกุ้ง-หอย จับได้ 2 ตัน แต่ไม่มีที่ไหนรับซื้อ จึงโยนทิ้งลงทะเล

(19 ก.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 67 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสมุทรปราการ หรือ ศรชล.จังหวัดสมุทรปราการ ศรชล.ภาค 1 น.อ.ทิฆัมพร สมนึก รอง.ผอ.ศรชล.จว.สป. เป็นประธานในการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เช่น ประมงจังหวัด, อบต.คลองด่าน, เทศบาลตำบลคลองด่าน และภาคประชาชน เช่น สมาคมประมง จ.สมุทรปราการ, สมาคมประมงคลองด่าน รวมถึงผู้แทน สส.สมุทรปราการ เขต 8 พรรคก้าวไกล

ก่อนหน้านี้ นายสมพร เกื้อสกุล ประมงจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางลงพื้นที่ไปดูจุดที่ชาวบ้านพบมีการระบาดของปลาหมอคางดำที่คลองตาเจียน หมู่ 6 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เพื่อสำรวจพื้นที่จริงและนำกลับมาเป็นข้อมูลในการประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาจไม่เหมือนกัน โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที จึงได้ข้อสรุปเบื้องต้น

ขณะที่ เกษตรกรวังกุ้งรายหนึ่ง หมู่ 9 บ้านขุนสมุทรจีน ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ นำคลิปวิดีโอปลาหมอคางดำที่ถ่ายไว้จากบ่อเลี้ยงกุ้งมาให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมเปิดเผยว่า ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำเมื่อปลายปี 2566 แต่มาหนักสุดเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ปลาหมอคางดำกิน-ทำลายกุ้ง-หอยที่เลี้ยงไว้หมดทั้งบ่อ

เกษตรกรกล่าวอีกว่า จับปลาหมอคางดำได้รวมประมาณ 2 ตัน แต่เวลานั้นไม่มีที่ไหนรับซื้อ และไม่มีใครให้ข้อมูลใด ๆ จึงจำเป็นต้องนำปลาหมดคางดำทั้งหมดทิ้งลงทะเลไป และต้องหยุดทำธุรกิจบ่อกุ้งก่อนอย่างไม่มีกำหนด

เกษตรกรกล่าวต่อว่า ส่วนการมาประชุมวันนี้เริ่มมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะถ้าภาครัฐมีการรับซื้อที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม คิดว่าน่าจะทำให้ปลาหมอคางดำมีปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว ก็จะกลับมาประกอบอาชีพได้อีกครั้ง

นายพิชัย แซ่ซิ้ม นายกสมาคมการประมง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีชาวประมงพื้นบ้านจับปลาหมอคางดำได้นอกเขต 3 ไมล์ทะเล หลังผ่าท้องพบเคยจำนวนมาก กังวลว่าหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดปัญหาหนักกับกลุ่มประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ อยากฝากถึงหน่วยงานภาครัฐช่วยเร่งดำเนินการหาวิธีแก้ไขอย่างรวดเร็ว

นายพิชัยกล่าวต่อว่า ขอให้ผ่อนผันกฎหมายการทำประมงขยายขนาดของเรือ จากไม่เกิน 3 ตันกรอส เป็นไม่เกิน 10 ตันกรอส พร้อมให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัด เป็นผู้กำหนดทั้งรูปแบบ เครื่องมือ พื้นที่และขนาดเรือ เพื่อความคล่องตัวและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

จากนั้นได้พาผู้สื่อข่าวไปดูบริเวณปลายแม่น้ำเจ้าพระยา ปากอ่าวไทย จุดที่ชาวประมงทอดแหครึ่งชั่วโมง สามารถจับปลาหมอคางดำได้ประมาณครึ่งถังพลาสติกเป็นประจำทุกวัน นำมาเลลงพื้นให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมตั้งข้อสังเกตความห่วงใยว่าปลาหมอคางดำอาจไปทำลายสัตว์น้ำต่าง ๆ ในทะเลอ่าวไทยจนหมด และอาจขยายวงกว้างไปสู่ทะเลของประเทศเพื่อนบ้าน สร้างปัญหาอย่างหนัก อาจทำให้สัตว์น้ำในทะเลลึกสูญพันธุ์ได้

นายสมพร เกื้อสกุล ประมงจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ยอมรับปัญหาเรื่องปลาหมอคางดำของ จ.สมุทรปราการ ระบาดอยู่ในขั้นวิกฤต มีประชาชนแจ้งเข้ามาว่านอกจากพบที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ และ ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ แล้ว ยังพบอยู่ในพื้นที่ของ อ.เมืองสมุทรปราการ และที่ ต.เปร็ง อ.บางบ่อ เพิ่มอีก ดังนั้น จึงต้องการให้ความรู้ข้อมูลที่ถูกต้องกับทุกภาคส่วน จะได้เข้ามาร่วมกันจัดการกับปลาหมอคางดำให้หมดไป

นายสมพรกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องราคาที่รับซื้อตอนนี้มีความหลากหลายในแต่ละพื้นที่ ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้ภาครัฐช่วยรับซื้อในราคาที่เหมาะสม คือ 15 บาทต่อกิโลกรัม ขณะนี้รอคำสั่งอย่างเป็นทางการ และพร้อมดำเนินการในทันที

‘พรรคคอมมิวนิสต์จีน’ พร้อมแถลงข่าว หลังประชุมแบบเต็มคณะ ครั้งที่ 3 จ่อถ่ายทอดสดชี้แจงหลักการชี้นำต่างๆ วันนี้ 10.00 น. ตามเวลาปักกิ่ง

เมื่อวานนี้ (18 ก.ค. 67) สำนักข่าวซินหัว ได้มีการประมวลภาพบรรยากาศการประชุมเต็มคณะ ครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ชุดที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันจันทร์-พฤหัสบดี (15-18 ก.ค.) ในกรุงปักกิ่งของจีน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) จะจัดการแถลงข่าวเกี่ยวกับหลักการชี้นำต่าง ๆ จากการประชุมเต็มคณะ ครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคฯ ชุดที่ 20 ในวันศุกร์ (19 ก.ค.) ซึ่งก็คือวันนี้

โดยการแถลงข่าวดังกล่าวมีกำหนดเริ่มต้นตอน 10.00 น. ตามเวลาปักกิ่ง จะได้รับการถ่ายทอดสดโดยไชน่า มีเดีย กรุ๊ป (China Media Group) และเว็บไซต์ข่าวสารที่สำคัญ เช่น พีเพิลดอทคอมดอทซีเอ็น (people.com.cn) ซินหัวเน็ตดอทคอม (xinhuanet.com) และไชน่าดอทคอมดอทซีเอ็น (china.com.cn)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top