Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

‘วัดโพธิ์’ ติด 1 ใน 10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมที่สุดในเอเชีย 2024 นักท่องเที่ยวทั่วโลกนิยมเช็กอิน - ชื่นชมความงามของพระนอน

(19 ก.ค. 67) ‘ทริปแอดไวเซอร์’ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ประกาศผลการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024 จากการโหวตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ปรากฏว่า ‘วัดโพธิ์’ หรือ ‘วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร’ ได้รับการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากที่สุด เป็นอันดับที่ 9 ในเอเชีย ซึ่งเป็นข่าวที่สร้างความปลื้มปีติยินดี และภาคภูมิใจแก่ประเทศและคนไทยเป็นอย่างมาก

สำหรับการจัดอันดับของทริปแอดไวเซอร์ ประจำปี 2024 มีดังนี้

-อันดับที่ 1 ได้แก่ การ์เด้นส์ บาย เดอะเบย์ ประเทศสิงคโปร์ ถูกยกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม–อันดับ 1 ในรางวัล Best of the best 2024 
-อันดับที่ 2 คือ นครวัด ประเทศกัมพูชา 
-อันดับที่ 3 มู่เทียนหยู ประเทศจีน 
-อันดับที่ 4 ทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย 

-อันดับที่ 5 ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ประเทศญี่ปุ่น 
-อันดับที่ 6 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รอยัลสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย 
-อันดับที่ 7 เมืองโบราณฮอยอัน ประเทศเวียดนาม 
-อันดับที่ 8 ป่าลิงอูบุด ประเทศอินโดนีเซีย

-อันดับที่ 9 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ประเทศไทย เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาส หรือ พระนอน สร้างขึ้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และมีความงดงามเป็นยิ่งนัก ปิดด้วยทองคำรอบองค์ขนาดใหญ่ มีความยาว 46 เมตร และสูง 15 เมตร และ-อันดับที่ 10 พิพิธภัณฑ์ไซง่อน เวียดนาม

พระเทพวัชราจารย์ รศ.,ดร. (เจ้าคุณเทียบ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ ประธานคณะกรรมการฝ่ายเผยแพร่วัดพระเชตุพนฯ เปิดเผยว่า ตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดทั่วโลกลดความรุนแรงลง นักท่องเที่ยวที่มาวัดโพธิ์ ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เฉลี่ยวันละ 7,000 - 10,000 คนขึ้นไป โดยเฉพาะช่วงเทศกาลมีมากกว่า 10,000 คน เพราะต้องการมาชมความงามของพระนอนวัดโพธิ์ที่เป็นที่เลื่องชื่อ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ได้มีผู้นำจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมาที่วัด อาตมภาพ ได้มีโอกาสให้การต้อนรับและนำชมแทบทุกครั้ง ตั้งแต่นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นางฮิลลารี่ คลินตัน มกุฏราชกุมารและพระชายาแห่งเบลเยียม 

ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็นพระมหากษัตริย์และพระราชินีแห่งเบลเยียม นายกรัฐมนตรีของจีน ประธานาธิบดีชิลี รองประธานาธิบดีอินเดีย นายกรัฐมนตรีภูฏาน คณะพระคาร์ดินัลจากนครรัฐวาติกัน 

ล่าสุด คือเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งผู้นำทุกท่านที่มาเยือนวัดโพธิ์ ล้วนประทับใจความงามของ ‘พระนอน’ เป็นยิ่งนัก

“ที่สำคัญต้องยอมรับว่าข่าวสารของโลกสมัยนี้ มีความก้าวหน้า ทันสมัยและรวดเร็วมาก เมื่อผู้นำหรือผู้ที่เป็นที่รู้จักของสังคมโลกได้เผยแพร่ภาพที่มาเยือนวัดโพธิ์ออกไป ยิ่งทำให้คนทั่วโลกอยากมาเห็น อยากมาสัมผัสพระนอนวัดโพธิ์ด้วยตาตนเองสักครั้ง อาตมภาพมองว่าอานิสงส์ในครั้งนี้ล้วนเกิดจากสายพระเนตรที่กว้างไกลขององค์พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ที่ทรงมีความศรัทธาในพระศาสนาอย่างแรงกล้า ทรงทำนุบำรุงและปฏิสังขรณ์ วัด ศาสนสถานมาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ต่อประเทศและพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง” พระเทพวัชราจารย์ กล่าว

‘ร้านค้าจีน’ ผุดไอเดีย รังสรรค์ ‘เมนูปิ้งย่าง’ สุดแปลก ดึงดูดใจลูกค้า ‘กระบองเพชร-แตงโม-โชว์แกะสลักเป็นรูปร่าง-น้ำแข็ง’ มาหมด!!

(19 ก.ค. 67) บาร์บีคิวปิ้งย่างเป็นอาหารยอดนิยม ซึ่งเป็นที่คลั่งไคล้ของชาวจีนจำนวนมาก บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจึงมักสรรหาวัตถุดิบ พร้อมไอเดียสุดสร้างสรรค์มารังสรรค์เมนูใหม่ ๆ อยู่เสมอ

ทั้งนี้ ล่าสุดคลิปวิดีโอบนเสี่ยวหงซู แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตของจีน ซึ่งโพสต์โดย ‘Jinkesi’ บล็อกเกอร์อาหาร มียอดไลก์มากกว่า 18,000 ไลก์ เผยภาพอาหารปิ้งย่างแปลก ๆ อย่าง ‘กระบองเพชรย่าง’ และ ‘แตงโมย่าง’ ในเมืองเฉิงตู มณฑลซื่อชวน (เสฉวน)

ขณะที่ในโต่วอิน หรือติ๊กต็อกเวอร์ชันจีน แฮชแท็ก ‘ทุกอย่างย่างได้’ มีผู้เข้าชมเกือบ 3 พันล้านครั้ง โดยหนึ่งในคลิปวิดีโอยอดนิยม คือ ‘เมนูน้ำแข็งย่าง’ ที่ทำเอาหลายคนงงว่าจะกินตอนร้อน ๆ หรือจะทิ้งไว้ให้เย็นก่อนดี?

กระแสความนิยมของปิ้งย่างยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมากสร้างสรรค์อาหารที่ไม่ซ้ำใคร โดยมีลักษณะคล้ายกับสิ่งของต่าง ๆ เช่น พริกเขียวที่แกะสลักเป็นรูประเบิดมือ มะเขือม่วงที่แกะสลักเป็นรองเท้าส้นสูง และ ไส้กรอกย่างที่พยายามทำเป็นรูป Peppa Pig

ด้านชาวเน็ตต่างคอมเมนต์ เช่น “ในที่สุดโลกก็แปลกประหลาดเกินกว่าที่ฉันจินตนาการไว้ ถ้าฉันเสียสติเมื่อไหร่ ฉันจะลองชิมอาหารเหล่านี้ดู”, "กระบองเพชรย่างมีน้ำเยอะและอร่อยมาก" และ “ลองย่างเครื่องบิน รถถัง หรือเรือดำน้ำดูไหม?...”

อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลของ Hongcan เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม ระบุว่า จีนมีร้านบาร์บีคิวปิ้งย่างมากกว่า 330,000 ร้าน ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด

‘กทพ.’ ประกาศข่าวดี รับ!! เดือนกรกฎาคม เตรียมใช้บริการ ‘ทางด่วนฟรี’ 3 วัน 3 สาย

(19 ก.ค.67) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม แจ้ง ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษในเดือนกรกฎาคม จำนวน 3 วัน รวม 3 สายทาง ดังนี้ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) จำนวน 20 ด่าน ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) จำนวน 31 ด่าน และทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) จำนวน 10 ด่าน ดังนี้

- วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2567 (วันอาสาฬหบูชา)
- วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2567 (เข้าพรรษา)
- วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2567 (วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10)

โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทานฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง กทพ. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) และบริษัททางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (NECL) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในวันหยุดและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน รวมทั้งช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้ใช้บริการบัตร Easy Pass ลงทะเบียนปรับปรุงข้อมูลด้วยตนเองทาง EXAT Portal Application หรือ www.thaieasypass.com เพื่อยกระดับบัตร Easy Pass เป็น Easy Pass Plus สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ (EXAT Call Center) โทร 1543 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘อัครเดช รวมไทยสร้างชาติ’ ชม ‘พีระพันธุ์’ ตรึงค่าไฟงวดก.ย.-ธ.ค.67 เคาะราคา 4.18 บ./หน่วยเท่าเดิม ช่วยลดภาระประชาชนยาวถึงปลายปี

(19 ก.ค. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าจะคงอัตราค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 67 ไว้ที่ 4.18 บาทต่อหน่วยเท่าเดิม ว่า ในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติต้องขอชื่นชมรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ได้ตระหนักถึงภาระและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ด้วยการตรึงราคาค่าไฟฟ้าไว้ ซึ่งที่ผ่านมาท่านพีระพันธุ์ได้ไปต่อสู้ให้กับประชาชนด้วยการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อตรึงราคาค่าไฟฟ้าต่อไปอีกในงวด ก.ย.-ธ.ค. 67 

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า  สส. ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ผ่านมาหลายครั้งในการประชุมพรรคก็ได้สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนเรื่องค่าครองชีพ โดยอยากให้รัฐบาลตรึงราคาค่าไฟฟ้า ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในฐานะหัวหน้าพรรค ท่านก็รับทราบปัญหาและพยายามหาวิธีแก้ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน วันนี้ถือว่าเป็นข่าวดีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ใช้ทุกวิถีทางเพื่อต่อสู้ตรึงราคาค่าไฟฟ้าต่อไปจนถึงปลายปีให้กับประชาชน

โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังกล่าวต่อถึงการแก้ปัญหาราคาค่าไฟฟ้าในระยะยาว ว่า เรื่องนี้ทางรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้มีการจัดทำแผนและวางแนวทางการแก้ปัญหาระยะยาวไว้แล้ว และจะได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ครม. ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร คาดว่าทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะได้มีการชี้แจงอีกครั้ง ดังนั้นการตรึงราคาค่าไฟฟ้าครั้งนี้ขอยืนยันว่าเป็นความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ต่อสู้หาวิธีแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนภายใต้เงื่อนไขที่จำกัด โดยเฉพาะเรื่องของจัดหาแก๊ส LNG จากต่างประเทศ ที่เป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้า และปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นจากภาวะสงครามอีกด้วย 

”การตรึงราคาค่าไฟฟ้าครั้งนี้ขอยืนยันว่าเป็นความสามารถและความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ของท่านพีระพันธุ์ ที่ต้องการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนท่ามกลางภาวะแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ ซึ่งต้องขอชื่นชม และต้องบอกว่าถ้าไม่ใช่ท่านพีระพันธุ์ที่มีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ราคาค่าไฟฟ้าคงไม่ใช่เท่านี้แน่นอน“ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวทิ้งท้าย

สิ้น ‘หลวงปู่เฉลิม’ เทพเจ้าแห่งเขาฉกรรจ์ มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 80 ปี

เมื่อวานนี้ (18 ก.ค. 67) หลวงปู่เฉลิม ผลปญฺโญ หรือ พระครูวินิต ปัญญาคุณ วัดพวงนิมิต ต.เขาสามสิบ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว หรือที่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาขนานนามท่านว่า ‘เทพเจ้าเขาแห่งฉกรรจ์’ เกจิชื่อดังทางด้านเครื่องรางของขลัง ได้มรณภาพอย่างสงบที่โรงพยาบาลเขาฉกรรจ์ สิริอายุรวม 80 ปี 55 พรรษา ท่ามกลางความเศร้าโศกของบรรดาลูกศิษย์และผู้ที่เคารพนับถือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการมรณภาพ หลวงปู่เฉลิมมีอาการช็อกหมดสติไป 2-3 ครั้ง หลังจากเดินทางกลับจากการเข้าร่วมพิธีปลุกเสกที่จังหวัดลำปาง ลูกศิษย์จึงได้นำตัวท่านส่งโรงพยาบาลเขาฉกรรจ์ ก่อนการมรณภาพอย่างสงบ ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว 

สำหรับหลวงปู่เฉลิมจัดเป็นเกจิชื่อดังและมีชื่อเสียงทางด้านเครื่องรางของขลัง เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาจากทั่วสารทิศ เครื่องลางของขลังที่จัดสร้างไว้มีมากมาย อาทิ เขี้ยวหมูป่าแกะเสือนั่งแท่น รุ่นพยัคฆ์นั่งแท่น หลวงพ่อเฉลิม ผลปัญโญ เทพเจ้าแห่งเขาฉกรรจ์ วัดพวงนิมิต อานุภาพของเขี้ยวหมูป่า ยอดทางมหาอุดหยุดลูกปืน คงกระพัน ป้องกันภัย มหาอำนาจ ได้สารพัด ตลอดจนพระเครื่อง เหรียญรุ่นต่าง ๆ จำนวนมาก

นายจรัญ ขำสุขเลิศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขาสามสิบ ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดหลวงปู่ เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะศิษยานุศิษย์ได้นำร่างของหลวงปู่เฉลิมกลับมาที่วัดพวงนิมิตแล้วเพื่อเตรียมจัดพิธีรดน้ำศพ ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. และอยู่ระหว่างขอพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ รวมทั้งทางบรรดาศิษยานุศิษย์เตรียมจัดงานสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ตั้งคืนวันที่ 20 ก.ค.67 เป็นต้นไป เพื่อน้อมส่งหลวงปู่เฉลิมสู่นิพพาน

‘ธนารักษ์’ เตรียมจำหน่าย ‘เหรียญที่ระลึก’ เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ตั้งแต่ 24 ก.ค.นี้

(19 ก.ค. 67) นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เหรียญที่ระลึก และเหรียญเฉลิมพระเกียรติดังกล่าวขึ้น

ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเต็มเปี่ยมที่มีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงแก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรให้มีความร่มเย็นเป็นสุข เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรและความอุดมสมบูรณ์แก่แผ่นดิน และเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณให้แผ่ไพศาลทั้งภายในประเทศและนานาประเทศทั่วโลก

สำหรับการจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เหรียญที่ระลึก และเหรียญเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ครั้งนี้ ประกอบด้วย

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 5 ชนิด
1.เหรียญทองคำขัดเงา
-ชนิดราคา 20,000 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 50,000 บาท

2.เหรียญเงินขัดเงา
-ชนิดราคา 1,000 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 3,000 บาท

3.เหรียญโลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล)
-ชนิดราคา 50 บาท จ่ายแลกราคาเหรียญละ 50 บาท 

4.เหรียญโลหะสีขาวขัดเงา (ทองแดงผสมนิกเกิล)
-ชนิดราคา 20 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 200 บาท 

5.เหรียญโลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล)
-ชนิดราคา 20 บาท จ่ายแลกราคาเหรียญละ 20 บาท

โดยเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ทั้ง 5 ชนิด มีลวดลาย ดังนี้

ด้านหน้า กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า ‘พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว’

ด้านหลัง กลางเหรียญมีรูปตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เบื้องล่างมีข้อความบอกราคาว่า ๒๐๐๐ บาท / ๑๐๐๐ บาท / ๕๐ บาท และ ๒๐ บาท ตามลำดับ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า ‘พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗’ เบื้องล่างมีข้อความว่า ‘ประเทศไทย’ โดยมีลายไทยประดิษฐ์คั่นระหว่างข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่างทั้งสองข้าง

เหรียญที่ระลึก 3 ประเภท
1. เหรียญทองคำ ราคาเหรียญละ 60,000 บาท มีลวดลาย ดังนี้

ด้านหน้า กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า ‘พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว’

ด้านหลัง กลางเหรียญมีรูปตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า ‘พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗’

2. เหรียญเงินรมดำพ่นทรายพิเศษ ราคาเหรียญละ 10,000 บาท มีลวดลาย ดังนี้

ด้านหน้า กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ด้าน

ข้างพระบรมรูปทั้งสองข้างมีโต๊ะเคียงทอดเครื่องราชูปโภค โต๊ะเคียงด้านขวาทอดพานพระขันหมาก โต๊ะเคียงด้านซ้ายทอดพระมณฑปรัตนกรัณฑ์ เบื้องล่างด้านซ้ายทอดพระสุพรรณราช เบื้องหลังพระบรมรูปมีพระที่นั่งภัทรบิฐ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า ‘พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว’

ด้านหลัง กลางเหรียญมีรูปตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า ‘พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ’ เบื้องล่างมีข้อความว่า ‘๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗’

3. เหรียญทองแดงรมดำพ่นทรายพิเศษ ราคาเหรียญละ 3,000 บาท มีลวดลายเช่นเดียวกับลวดลายของเหรียญที่ระลึกชนิดเงินรมดำพ่นทรายพิเศษ

ขณะที่ เหรียญที่ระลึกชนิดเงินรมดำพ่นทรายพิเศษเหรียญเฉลิมพระเกียรติ (เหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบ) เหรียญเงิน ชนิดบุรุษและชนิดสตรี จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,600 บาท โดยมีลวดลาย ดังนี้

ด้านหน้า กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า ‘พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว’

ด้านหลัง กลางเหรียญมีรูปตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า ‘พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗’

ขอบนอกเหรียญ ด้านหน้าเบื้องบนมี เลข ๑๐ ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องหลังประดิษฐานพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เบื้องล่างด้านขวามีเลข ‘๗’ ด้านซ้ายมีเลข ‘๒’ หมายถึง พระชนมพรรษา 72 พรรษา ด้านหลังขอบนอกเหรียญมีห่วงสำหรับบุรุษใช้ห้อยกับแพรแถบ กว้าง 32 มิลลิเมตร สำหรับสตรีใช้ห้อยกับแพรแถบดังกล่าว ผูกเป็นรูปแมลงปอ

โดยความหมายของแพรแถบ แพรแถบกว้าง 32 มิลลิเมตร พื้นของแพรแถบเป็นสีขาวนวล หมายถึง น้ำพระราชหฤทัยอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง ประกอบไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาที่เปี่ยมล้นที่พระองค์มอบสู่ประชาชนของพระองค์ ทั้งสองข้างมีริ้วสีเหลืองข้างละ 2 ริ้ว สีเหลือง เป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ และเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ และมีริ้วสีม่วงข้างละ 1 ริ้ว สีม่วง เป็นสีประจำวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงเคียงคู่บุญบารมีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายจำเริญ โพธิยอด อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์กำหนดเปิดจำหน่ายจ่ายแลก และรับจองเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เหรียญที่ระลึก และเหรียญเฉลิมพระเกียรติ (เหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบ) ณ สถานที่ดังต่อไปนี้

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เริ่มจำหน่าย จ่ายแลก วันที่ 24 กรกฎาคม 2567

-กรมธนารักษ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2278 5439, 0 2618 6340
-พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2282 0820
-พิพิธบางลำพู ถนนพระสุเมรุ กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2281 9812
-พิพิธตลาดน้อย ซอยภาณุรังษี เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2233 7390
-พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 0 5322 4237 - 8
-พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดขอนแก่น โทร. 0 4330 6167
-พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดสงขลา โทร. 0 7430 7071
-Online : www.treasury.go.th

‘นักวิเคราะห์’ ชี้ K-POP กำลังเข้าสู่ช่วงฟองสบู่แตก-ยากฟื้นตัว หุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่กอดคอร่วง ฟาก ‘YG-JYP’ ดิ่งสุด!!

(19 ก.ค.67) นักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นในบริษัทบันเทิงเริ่มหมดกำลังใจ เมื่อราคาหุ้นของบริษัทเอเยนซี่ K-pop ยักษ์ใหญ่อย่าง YG Entertainment และ JYP Entertainment ร่วงลงประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์และ 45 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าสาเหตุของการลดลงนี้มาจากอุตสาหกรรม K-pop กำลังผ่านช่วงที่ดีที่สุดไปแล้วและกำลังเข้าสู่ช่วงฟองสบู่แตก ซึ่งทำให้การฟื้นตัวในระยะเวลาอันสั้นเป็นเรื่องยาก

หุ้นของ HYBE ที่เคยพุ่งสูงถึง 300,000 วอน เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ปัจจุบันซื้อขายที่ประมาณ 190,000 วอน ขณะที่ราคาหุ้นของ SM Entertainment ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุดที่ 147,000 วอนมาที่ประมาณ 76,000 วอนในปีที่ผ่านมา

แต่ที่สถานการณ์แย่ที่สุดกลับเป็น JYP และ YG

ราคาหุ้นของ JYP Entertainment ลดลงมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ จากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 146,600 วอน ขณะที่หุ้นของ YG Entertainment สูญเสียมูลค่ามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 83,800 วอน

การลดลงนี้เชื่อมโยงกับผลประกอบการไตรมาสแรกที่ไม่เป็นไปตามคาดหวังและคาดการณ์ที่ต่ำสำหรับครึ่งปีหลัง

ศูนย์วิจัยการลงทุนฮานาคาดว่า กำไรจากการดำเนินงานไตรมาสสองของ HYBE จะลดลง 22 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนมาอยู่ที่ 63.8 พันล้านวอน, SM จะลดลง 7 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ 33.2 พันล้านวอน และ JYP จะลดลง 56 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ 20.1 พันล้านวอน ส่วน YG คาดว่าจะขาดทุน 6.6 พันล้านวอนในช่วงนั้น

JYP Entertainment ยังคงได้รับประโยชน์จากความนิยมของกลุ่มอย่าง Stray Kids และ TWICE แต่การเติบโตของศิลปินใหม่ ๆ ยังไม่ค่อยเห็นผล

อัลบั้มที่ออกเมื่อต้นปีจากเกิร์ลกรุ๊ป ITZY ขายได้เพียง 320,000 แผ่นในสัปดาห์แรก เทียบไม่ได้เลยกับ 820,000 แผ่นของอัลบั้มก่อนหน้า

เช่นเดียวกับ NMIXX ที่ขายได้ 620,000 แผ่น ลดลงจาก 1.03 ล้านแผ่นของอัลบั้มก่อนหน้า กลุ่มบอยกรุ๊ปใหม่ Xdinary Heroes ที่มุ่งเป้าตลาดญี่ปุ่นแต่เปิดตัวในเกาหลี ขายได้ 110,000 แผ่นในสัปดาห์แรก

อี ฮวาจอง นักวิเคราะห์จาก NH Investment & Securities กล่าวว่า "กลุ่มที่อายุน้อยกว่าของ JYP มีผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจน้อยกว่าคู่แข่ง ทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนลดลง"

อย่างไรก็ตาม คิม กยูยอน จาก Mirae Asset Securities กล่าวว่า "การเปิดตัวทีมใหม่สองทีมในครึ่งปีหลัง เริ่มจากบอยกรุ๊ปญี่ปุ่น Xdinary Heroes และการกลับมาออกทัวร์รอบโลกของ TWICE และ Stray Kids อาจช่วยฟื้นฟูมูลค่าได้"

YG Entertainment ก็กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสมาชิกทั้ง 4 คนของวง BLACKPINK ไม่ต่อสัญญาการทำงานเดี่ยว แม้จะต่อสัญญาในรูปแบบวงต่อไป แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่า BLACKPINK จะกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งเมื่อใด

ขณะที่ Babymonster กลุ่มเกิร์ลกรุ๊ปใหม่ของ YG ขายผลงานได้ 400,000 แผ่นในอัลบั้มเปิดตัวและขยายฐานแฟนคลับ ขายเพิ่มได้อีก 200,000 แผ่น

อย่างไรก็ตาม มีความเห็นต่างกันว่าพวกเขาสามารถประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับ BLACKPINK ได้หรือไม่

ยังไม่มีข่าวของบอยกรุ๊ปใหม่ของ YG Entertainment ตั้งแต่ Treasure เมื่อสี่ปีที่แล้ว การดำเนินงานของบริษัทพึ่งพากิจกรรมของสมาชิก BLACKPINK อย่างมาก ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนที่สำคัญ

คิม ฮยอนยอง นักวิเคราะห์จาก Hyundai Motor Securities กล่าวว่า "การฟื้นฟูผลการดำเนินงานของ YG จะขึ้นอยู่กับการกลับมากิจกรรมเต็มรูปแบบของ BLACKPINK, การเติบโตของ Babymonster และ Treasure และการเปิดตัวศิลปินใหม่ ปัจจุบันการรอดูเป็นวิธีที่เหมาะสม"

โดยนักวิเคราะห์บางคนในเกาหลีใต้เชื่อว่าตลาด K-pop ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว

คิม โดฮอน นักวิจารณ์เพลง กล่าวว่า "ราคาหุ้นของเอเยนซี่ K-pop สูงเกินจริงในกระบวนการเข้าซื้อหุ้นของ SM โดย Kakao เมื่อปีที่แล้ว"

ขณะที่นักวิจารณ์เพลงอีกคนเสริมว่า "การต่อสู้การเข้าซื้อหุ้นของ SM, ปัญหาส่วนตัวของศิลปิน, และความขัดแย้งภายใน HYBE เช่น กรณีของซีอีโอ Ador มิน ฮีจิน ได้ทำลายความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรม K-pop เมื่อ K-pop ยังคงเน้นธุรกิจแฟนคลับ การเติบโตอย่างยั่งยืนของมันได้ถึงขีดจำกัด"

'ชัชชาติ' โชว์ฟาดเต็มคำ 'หมอคางดำ' ฝีมือ 2 เชฟเก่ง ชู!! กำจัดด้วยการเพิ่มมูลค่า อีก 6 เดือนมาดูกันอีกที

(19 ก.ค. 67) ที่สำนักงานเขตบางขุนเทียน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นำคณะผู้บริหาร กทม. คณะผู้บริหารเขตบางขุนเทียน และสื่อมวลชนร่วมกิจกรรม BKK Food Bank และสาธิตการทำเมนูอาหารด้วยปลาหมอคางดำ จากนายชุมพล แจ้งไพร (เชฟชุมพล) และนายเมธัส ปาทาน (เชฟชีส) 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติได้แจกสิ่งของให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ผ่านโครงการ BKK Food Bank ซึ่งประกอบด้วยสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงเมนูอาหารที่ทำจากปลาหมอคางดำ และปลาสดเพื่อให้ชาวบ้านนำไปประกอบอาหาร จากนั้นได้ชมการสาธิตการทำเมนูอาหารจากฝีมือทั้ง 2 เชฟ และได้ชิม พร้อมกับให้คะแนนปลาหมอคางดำทอดเกลือ 10 เต็ม 10 ซึ่งได้เชิญชวนสื่อมวลชนร่วมรับประทานด้วย โดย 5 เมนู ได้แก่ ปลาหมอคางดำราดซอสเปรี้ยวหวาน ปลาหมอคางดำทอดเกลือ ฉู่ฉี่ปลาหมอคางดำ แกงส้มปลาหมอคางดำ และปลาร้าจากปลาหมอคางดำ 

ทั้งนี้ เชฟชุมพล รังสรรค์เมนู Fine Dining ปลาหมอคางดำราดพริกสมุนไพร และเชฟชีส เมนู Fine Dining ปลาหมอคางดำราดซอสมะขาม

นายชัชชาติกล่าวว่า การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น เขตบางขุนเทียน ทุ่งครุ บางบอน และพื้นที่ปริมณฑล ตามนโยบายของกรมประมงที่ออกมา 6 มาตรการ คือการกำจัด การปล่อยปลาผู้ล่า การเพื่อมูลค่า การแบ่งแยกโซน การหาแนวร่วม และการใช้เทคโนโลยีอย่างการทำหมัน  ในวันนี้ได้มากำจัดปลาหมอคางดำ 3 ใน 6 มาตรการหลัก ได้แก่ กำจัดจากแหล่งน้ำ สร้างเพิ่มมูลค่า และหาแนวร่วมภาคเอกชน โดยมีเอกชนในพื้นที่ช่วยซื้อปลาหมอคางดำจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ 20 บาท จำนวน 1 ตัน มาทำเมนูต่างๆส่งต่อให้กลุ่มเปราะบาง  รวมถึงแจกปลาสดให้กับ 4 ชุมชน 

“การไปเรียกว่าเอเลี่ยนสปีชี่ส์ฟังแล้วดูน่ากลัว คนไม่กล้ากิน แต่พอกินแล้วก็อร่อยเหมือนปลาธรรมดา เป็นการเร่งการบริโภค สร้างแรงจูงใจในการเพิ่มมูลค่า และอีก 6 เดือนจะมาดูกันอีกครั้งเพราะได้หมักปลาร้าเอาไว้” นายชัชชาติเผย

นายชัชชาติกล่าวว่า ในพื้นที่เขตอื่น ๆ ก็ให้สำรวจเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มเติม แต่ไม่ระบาดเยอะมากเหมือนในพื้นที่บางบอน ทุ่งครุ บางขุนเทียน ส่วนในบึงมักกะสัน ที่ชาวบ้านจับปลากันนั้น พบปลาหมอคางดำเพียงแค่ 20% ซึ่งหากจะตัดต้นตอของปลาหมอคางดำ ก็ทำได้ยาก เพราะในแหล่งน้ำมีปลาทุกชนิด แต่ตอนนี้ถ้าช่วยกันจับ ก็จะช่วยลดประชากรของปลาหมอคางดำไปได้

สำหรับในพื้นที่เขตบางขุนเทียน มีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่ลงทะเบียนไว้ 800 ราย จากทั้งหมด 900 ราย ซึ่งรอการจัดสรรงบประมาณเงินเยียวยาจากทางกรมประมง เนื่องจากว่ามีการแพร่ระบาดในหลายจังหวัด 

ด้านนายชุมพล แจ้งไพร หรือ เชฟชุมพล กล่าวว่า ปลาหมอคางดำเหมือนปลานิล แต่เนื้อกระด้างกว่า เพราะมีความต้านทานสูง มีโปรตีนสูง ปลาตัวเล็กสามารถทำปลาร้าได้ และเชื่อว่าอีก 3 เดือนหาจับไม่ได้ และราคาจะขึ้นด้วย

ด้านนายเมธัส ปาทาน หรือ เชฟชีส กล่าวว่า ปลาหมอคางดำกินได้ แม้จะมีรสชาติน้อยกว่าปลาทั่วไป แต่คนไทยปรุงรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน ก็สามารถทานได้เหมือนกับปลานิล ปลากะพง และจากการสังเกตปลาตัวใหญ่จะเป็นปลาตัวเมีย ส่วนปลาตัวผู้ ตัวจะเล็กกว่า

'แบงก์ชาติ' ชี้!! 'แบงก์พาณิชย์' ทยอยใช้ Biometric ยืนยันตัวตนร่วม OTP สร้างความปลอดภัยแก่ลูกค้าจากภัยไซเบอร์ ที่นับวันจะซับซ้อนมากขึ้น

(19 ก.ค. 67) ตามที่ ‘ธนาคารกลางสิงคโปร์’ ประกาศให้ธนาคารในประเทศสิงคโปร์ ยุติการใช้รหัส OTP (One Time Password) ทำธุรกรรมทางการเงินภายในอีก 3 เดือน โดยจะหันมาออก ‘ดิจิทัล โทเคน’ ผ่านแอปพลิเคชันของแต่ละธนาคารแทน เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหลอกลวงข้อมูลและสวมรอยทำธุรกรรมในรูปแบบ ‘ฟิชชิ่ง’ ซึ่งจะช่วยเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ และการยืนยันตัวตนนั้น

จากกรณีดังกล่าว ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า การใช้ระบบ OTP ของธนาคารพาณิชย์ไทยในปัจจุบัน ยังมีความสามารถเพียงพอรองรับ และป้องกันการหลอกลวงในการทำธุรกรรมออนไลน์หรือไม่ และในอนาคต ธปท. มีแนวทางให้ธนาคารพาณิชย์ เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยของลูกค้าจากภัยไซเบอร์ ที่นับวันจะหลากหลาย และซับซ้อนมากขึ้นในอนาคตอย่างไร

ด้าน น.ส.ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2566 การยืนยันตัวตนผ่าน mobile banking ของไทย ได้ทยอยเปลี่ยนจากการใช้ PIN ร่วมกับ One-Time-Password (OTP) ที่มาจาก SMS มาเป็นการใช้ PIN ร่วมกับรูปใบหน้า (Facial recognition) ซึ่งเป็น Biometric ที่มีความปลอดภัยสูงกว่า และถือเป็นการยืนยันตัวตน 2 ชั้น ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

อย่างไรก็ดี การใช้ SMS ส่ง OTP ยังคงใช้ในบางธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต/เดบิต เป็นต้น

สำหรับการใช้งาน Mobile Banking ให้มีความปลอดภัย นั้น ธปท. ได้กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นต่ำอย่างต่อเนื่อง เช่น การห้ามใช้โทรศัพท์ที่ผ่านการ Root/Jailbreak เข้าใช้งาน mobile banking

นอกจากนี้ ธปท. ได้ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัย ป้องกันภัยหลอกลวงธุรกรรมออนไลน์ ติดตามรูปแบบภัยต่าง ๆ อีกทั้งมีการประสานความร่วมมือ กับ ‘ศูนย์ประสานงานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร’ (TB-Cert) อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภัยจากแอปดูดเงิน ได้แก่ การตรวจจับการแก้ไข application, การติดตั้งโปรแกรมแปลกปลอมที่ขอสิทธิ์ accessibility, การป้องกันการแก้ไข mobile banking application ของธนาคาร เป็นต้น

‘พีระพันธุ์’ ยืนยัน!! ตรึงค่าไฟ 4.18 บาทต่อหน่วย ขอบคุณ ‘กกพ.-กฟผ.-ปตท.’ ช่วยทำเพื่อประชาชน

(19 ก.ค. 67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวกรณีมีกระแสข่าวว่าจะปรับขึ้นค่าไฟ 6 บาทต่อหน่วย ว่า "จากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อยุติว่า จะตรึงค่าไฟไว้ที่ 4.18 บาท รอบเดือน ก.ย.-ธ.ค.67 โดยในวันนี้ได้เชิญประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.), ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และประธานคณะกรรมการบมจ. ปตท. (PTT) มาหารือร่วมกัน

"ส่วนจะตรึงต่อไปอีกกี่เดือนนั้น ต้องพิจารณาตามราคาตามค่าเอฟทีที่ปรับทุก 4 เดือน ซึ่งต้องมาดูตรงนี้ด้วย ถ้ามีการปรับลดลงราคาไฟก็ลดลง อย่างไรก็ตามสำหรับการตรึงค่าไฟรอบนี้ ต้องขอบคุณการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และปตท.ที่ยินดีไม่รับค่าตอบแทนใดๆ จากค่าไฟฟ้างวดนี้เลย เพื่อช่วยเหลือประชาชน"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากระแสข่าวที่ออกมาเกิดจากอะไร? นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า "ก็เป็นเหมือนทุกครั้ง ที่พยายามทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด สื่อก็ต้องช่วยทำความเข้าใจ ต้องเข้าใจว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องคิดในสิ่งที่ควรจะเป็นจริง ก่อนที่สุดท้ายจะต้องมาดูด้วยว่า นโยบายจะสามารถแก้ไขอะไรได้บ้าง" 

"การที่จะช่วยประชาชน ไม่ว่าจะค่าไฟฟ้าหรือน้ำมัน ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงพลังงานเพียงกระทรวงเดียว แต่ต้องประสานทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเรื่องราคาน้ำมันที่กระทรวงพลังงานพยายามตรึงไว้ที่ราคาเดิมที่ 33 บาท/ลิตร แต่ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนับวันเป็นภาระหนี้สินมากขึ้น การจะปรับลดราคาน้ำมันลงมาได้ต้องปรับลดภาษีด้วย ซึ่งตนพยายามปรับปรุงกฎหมายอยู่ ขณะนี้การยกร่างกฎหมายฉบับที่ 1 เกี่ยวกับการดูแลราคาน้ำมันประจำวันเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการทบทวนความถูกต้อง จากนั้นจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบต่อไป" นายพีระพันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top