Thursday, 4 June 2026
AYA IRRAWADEE

‘จีน – รัสเซีย – เมียนมา’ กับความเป็นจริง ที่สื่อกล่าวหาว่า ‘เลือกข้างเขมร’ ‘คิด – วิเคราะห์ – แยกแยะ’ ทฤษฎีสมคบคิด รู้ไว้ใช่ว่า เผื่อจะตาสว่างขึ้น

(11 ส.ค. 68) ช่วงที่ผ่านมาหลายคนน่าจะได้ยินข่าวเรื่องที่จีนเอย รัสเซียเอย หรือแม้กระทั่งเมียนมา เลือกข้างฝั่งกัมพูชา แรกๆเอย่าก็เชื่อไปตามข่าวนั้นนะแต่พออเมริกาเข้ามาห้ามศึกในสงครามระหว่างไทย_กัมพูชา พร้อมกับการประกาศภาษีทรัมป์บ้าของไทยกับกัมพูชาในอัตราเท่ากัน มันก็ออกจะดูแปลกๆไปหน่อยไหม...

เอาเป็นว่าวันนี้เอย่าจะมาเล่าเรื่องที่ได้ยินมาอีกมุมแล้วให้ผู้อ่านได้คิด วิเคราะห์ แยกแยะ กันดู  มันอาจจะเป็นทฤษฎีสมคบคิดก็เป็นได้ แต่รู้ไว้ใช่ว่าเผื่อจะตาสว่างขึ้น

เรื่องมีอยู่ว่าตั้งแต่วันแรกของสงครามไทย-กัมพูชา มีเครื่องบินลำหนึ่งออกจากพนมเปญเพื่อจะไปลงที่ปักกิ่ง  แต่ทางจีนไม่อนุญาตให้เครื่องนี้ลง  เครื่องบินลำดังกล่าวจึงเบนหัวไปลงที่เกาหลีใต้  จากนั้นเครื่องเทคออฟต่อจากเกาหลีใต้ไปลงที่ฟิลิปปินส์ก่อนจะกลับมายังพนมเปญ

คำถามคือ
1. ทำไมทางการจีนไม่ต้อนรับเครื่องบินลำนี้
2. การที่บินมาลงที่เกาหลีใต้อาจจะพอเข้าใจได้ว่าเลือกประเทศภาคพื้นเพื่อเติมน้ำมัน  แต่การที่บินจากเกาหลีใต้ไปต่อยังฟิลิปปินส์ที่เป็นขี้ข้าอเมริกา นั่นเป็นการสื่อสารว่ามีการคุยกันหลังจากนั้นหรือเปล่า

มีนักทฤษฎีสมคบคิดวิเคราะห์เหตุการณ์นี้ว่า  ถ้าคิดแบบเรียบๆง่ายๆคือจีนเลือกไทยดังนั้นจีนจึงเลือกตัดไมตรีกับกัมพูชา ส่งผลให้กัมพูชาเลือกอเมริกามาเป็นพวก

แต่ในขณะเดียวกันหากคิดแบบนักทฤษฎีสมคบคิดแล้วละก็ เขาจะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนของ CIA ให้เปิดประเด็นกับไทยโดยอ้างเรื่องเขตแดนตรงปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย ซึ่งฝั่งรัฐบาลไทยก็พร้อมให้

สนับสนุนแผนนี้อยู่แล้ว เพื่อให้สถานการณ์ลุกลามจนมีการปักปันเขตแดนใหม่รวมถึงชายแดยบริเวณเกาะกูด-เกาะกงด้วย ซึ่งหนึ่งในผู้รับประโยชน์ตรงนี้คงไม่พ้นต้องมีบริษัทสัญชาติอเมริกันเข้าไปกินโต๊ะด้วยอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามทางอเมริกาน่าจะมีแผนลับในใจไว้แล้วคือหากการเจรจาบนโต๊ะไม่เป็นผลอเมริกาก็จะใช้แผนกดดันทางเศรษฐกิจอย่างที่เราทราบมาห้ามทัพ  เพื่อเชิดหน้าว่าฉันคือฮีโร่ตำรวจโลกพร้อมกับเสนอส่งกองทัพมาประจำในกัมพูชาเพื่อคานอำนาจจีน

คาดว่าแผนนี้ทางจีนน่าจะล่วงรู้ก่อนและน่าจะเป็นฝ่ายเลือกจะตัดความสัมพันธ์กับทางกัมพูชาโดยสมบูรณ์นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทางกัมพูชาเลือกจะบินไปลงเกาหลีใต้และฟิลิปปินส์ตามที่เล่าไปข้างต้น

ส่วนทางรัสเซียที่สื่อพยายามจะโยงกัน เอาตรงๆจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นรัฐบาลรัสเซียออกมาถือหางอะไรทางกัมพูชาเลยมีแต่ข่าวที่สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคมว่ามาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์และเข้าสู่การเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งเท่านั้น

ส่วนฝั่งเมียนมานั้นยิ่งกว่า โดยไม่มีการประกาศอะไรออกมาเลยจากรัฐบาลกองทัพเมียนมาว่ายืนหยัดข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพราะสถานการณ์ในประเทศตนก็ไม่ใช่ว่าจะสงบ  ส่วนทางคนเมียนมาในไทยนี่ถึงขั้นด่าส่วนชาวโซเชียลขแมร์ว่าอย่าดึงคนพม่าไปเกี่ยวข้องด้วย เมียนมาไม่ได้มีความขัดแย้งกับไทย

จากทั้งหมดนี้เอย่าว่าเราควรจะฟังหูไว้หูนะการรับรู้ข่าวจากสื่ออาจจะต้องพิจารณาด้วยว่าสื่อที่นำมาเสนอนั้นเป็นของฝ่ายใดเพราะปัจจุบันนี้สื่อคือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่สร้างความเข้าใจผิดในสังคม

ว่าไปแล้วเอย่าว่าเราควรมาจับจ้องสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ (9 สิงหาคม) ดีกว่า มีข่าวว่ากองร้อย KTLA ของนายพลเนอดา ยึดท่อแก๊สไทย-เมียนมาฝั่งตรงข้ามจังหวัดกาญจนบุรีพร้อมกับขู่ว่าจะระเบิดทิ้ง  มีข่าวมาว่างานนี้กองทัพเมียนมาไฟเขียวให้ฝั่งไทยจัดการเอง เพราะตอนนี้นายพลเนอดาก็อยู่ในประเทศไทย เพียงแต่ว่ากองทัพไทยจะกล้าพอที่จะจัดการจบปัญหานี้ไหมมากกว่า ได้ข่าวว่านายพลเนอดาสนิทกับคนใหญ่คนโตในกองทัพไทยและ CIA หลายคนรวมถึง เดวิด อูแบงก์ผู้นำของ Free Burma Ranger ด้วยนี่ ถ้าทางการไทยจับได้คงมีข่าวให้นำเสนอกันอีกยาวละคราวนี้

รัฐ-ประชา..พิพากษา เมื่อหมอดูกลายเป็นหมอเดา ถึงเวลาจัดการพวกหากินกับความเชื่อไร้ความรับผิดชอบ

ไม่นานมานี้ผู้อ่านหลายท่านคงได้ทราบเรื่องที่มีหมอดูท่านหนึ่งได้ทำนายเรื่องว่าจะเกิดสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชาขึ้นอีกและจะมีความรุนแรงกว่าเดิมในเร็ววันนี้ คำทำนายนี้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คนที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาจนเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งอินฟลูฯ เอยหรือแม้กระทั่งทนายออกมาแจ้งความเพราะสร้างความตื่นตระหนกให้เกิดขึ้นในสังคม

กรณีนี้ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกที่มีหมอดูมาทำนายแล้วพยายามโยงนั่นโยงนี่ แต่สุดท้ายแล้วกลายเป็นหมอเดาที่แค่จับเอาสถานการณ์ที่มีความเป็นไปว่าจะเกิดขึ้นมาทำนายเป็นตุเป็นตะจนสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คนในสังคม  ซึ่งเคสแบบนี้น่าแปลกที่ในประเทศอื่นหากมีเรื่องที่เกี่ยวกับอินฟลูฯสร้างกระแสจนเป็นผลกระทบด้านลบต่อสังคมในวงกว้าง ทางการโดยเฉพาะในต่างประเทศมักจะไม่รอให้ผู้เสียหายมาเป็นคนแจ้งความกล่าวโทษแต่จะออกตัวเป็นเจ้าภาพแทนในงานเช่นนี้  

อย่างเคสที่เคยเกิดขึ้นกับหมอดูโซเชียลในเมียนมาที่ทำนายว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา จนทำให้ในวันที่ 21 เมษายน ผู้คนที่อยู่ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวต่างออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านนอกอาคาร หลับนอนกันนอกตัวบ้านไม่กล้าเข้าไปอยู่ภายใต้อาคารเพราะเชื่อในคำทำนายนั้น  จนเมื่อเวลาผ่านไปไม่มีแผ่นดินไหวรุนแรงตามที่กล่าวอ้าง รัฐบาลเมียนมาก็ไม่รอช้ารีบจับกุมหมอดูรายนี้ทันทีในข้อหาสร้างความตื่นตระหนกในสังคม

เอย่ามองว่าการที่รัฐบาลออกมาทำเองเพราะนี่คือประเด็นอ่อนไหวและเป็นประเด็นที่เปราะบางไม่ได้มีใครเดือดร้อนจากคำทำนายของหมอดูคนนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็แค่ผู้คนไม่กล้าใช้ชีวิตในอาคารในวันนั้นก็แค่เท่านั้น แต่ในทางกลับกันรัฐบาลเมียนมากลับมองว่านี่เป็นการชี้นำสังคมอย่างรุนแรงแม้จะไม่เกิดผลเสียแต่ควรได้รับผลว่าการโพสต์อะไรลงในโซเชียลมีเดียโดยไม่มีการรับผิดชอบต่อสังคมย่อมต้องได้รับการลงโทษ และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการจับกุมหมอดูรายนี้ขึ้น

กลับมามองในประเทศไทย หมอดูในประเทศไทยไม่ได้สร้างแค่การเกิดความตื่นตระหนกในสังคมเพียงแค่ครั้งนี้ แต่ที่ผ่านมามีการทำนายที่เขย่าความเชื่อมั่นของผู้คนในสังคมมาตลอดไม่ว่าจะเรื่องการยึดอำนาจ โรคระบาดยังไม่จบ พิบัติภัย ไปจนล่าสุดที่มีการมาโหนกระแสเรื่องสงคราม ซึ่งพอเอาคำทำนายของหมอดูแต่ละคนไปเทียบกับช่วงเวลาจริงที่เกิดขึ้นก็พบว่าในช่วงดังกล่าวหลายครั้งหลายหนไม่ได้เป็นไปตามคำทำนาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือหมอดูคนนั้นได้เครดิตไปแล้วหลังจากพูด หลังจากเป็นกระแส ได้เงินได้ทองไปแล้วแต่ไม่เคยต้องมารับผิดชอบอะไรก็ตามที่ตนเองได้พูดออกมาแม้มันจะไม่ได้เกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ระบบกฎหมายของประเทศไทยเป็นระบบที่ต้องมีผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวโทษต่อศาล ในกรณีล่าสุดนี้แม้จะมีทนายดังเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่เอย่าเชื่อได้ว่าเนื่องจากทนายดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้เสียหายจากคำทำนายนั้น ดังนั้นสุดท้ายเรื่องราวนี้ก็จะจบลงไปอย่างเงียบ ๆ เช่นเคย แต่ถ้าหากรัฐบาลเป็นคนร้องทุกข์กล่าวโทษหมอดูดังกล่าวเองในข้อหาสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คนในสังคม แม้จะไม่ได้ด้วยคดีอาญา แต่คดีแพ่งย่อมมีสิทธิ์ที่น่าจะฟ้องได้เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นจากที่รัฐบาลต้องมาแบกภาระดูแลผู้คนจากคำทำนายที่บิดเบือนและสร้างความตื่นตระหนกพวกนี้ก็มีราคามากพอที่จะทำให้หมอดูโหนกระแสเหล่านี้ หลาบจำว่าหากคุณอยากโหนกระแสเข้าหาแสงมันก็มีราคาที่ต้องจ่ายหากคำทำนายนั้นไม่รับผิดชอบต่อสังคม

เบื้องหลังที่มาภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯเก็บเมียนมา 40% อาจส่งสัญญาณเลิกคว่ำบาตรรัฐบาลทหารเมียนมา

(5 ส.ค. 68) หลายคนคงเห็นข่าวที่ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเรื่องเก็บภาษีนำเข้าประเทศนั้น ประเทศนี้ แต่เอย่ามาสะดุดคำว่า เมียนมา 40%

รู้หรือไม่ว่า รัฐบาลทหารเมียนมา ดีใจและขอบคุณทางรัฐบาลสหรัฐฯมากเพราะนี่คือหลักฐานที่ออกมาอย่างเป็นทางการว่า สหรัฐ อเมริกาเลิกคว่ำบาตรเมียนมาแล้วอย่างเป็นทางการ อันหมายรวมถึงการยอมรับรัฐบาลทหารเมียนมาเป็นรัฐบาลโดยชอบธรรมของเมียนมาด้วย

กระดาษใบนี้นั่นเองจะเป็นตัวที่เปิดให้ประเทศที่กีดกันทางการค้ากับเมียนมาหันกลับมาทำธุรกิจและลงทุนในเมียนมาอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่างานนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่นอน

ดูเหมือนที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาน่าจะได้ไตร่ตรองแล้วว่าการอัดฉีดรัฐบาลเงาและกองทัพของชนกลุ่มน้อยในเมียนมาให้ทำสงครามเพื่อแบ่งแยกดินแดนนั้นไม่เป็นผล  แต่ยิ่งกลับเป็นการผลักเมียนมาให้ไปซบอกประเทศที่เป็นคู่กรณีอย่างจีนและรัสเซียมากขึ้น 

ดังนั้นภายใต้การเปิดไมตรีโดยการประกาศภาษีนี้ถามว่ากระทบอะไรกับเมียนมาไหม เอย่าบอกเลยว่าน้อยมากจนถึงกับไม่กระทบเลย เพราะตลอดมาที่เมียนมาถูกโดดเดี่ยวจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไร

ถามว่าการเปิดไมตรีครั้งนี้ เมียนมามองออกหรือไม่เอย่าคาดว่าทางผู้นำอย่างมิน อ่อง หล่าย ไม่ได้เป็นคนโง่ที่จะมองอะไรไม่ออก แต่ก็อย่างว่าเมื่อศัตรูยื่นไมตรีให้เขาก็รับ แต่อย่างไรก็ดี  ตลอดเวลาที่สหรัฐฯสร้างบาดแผลให้เมียนมาก็ทำให้ทางรัฐบาลทหารเมียนมาจำเหมือนกันว่าใครได้ทำอะไรกับตนไว้

จากนี้คงต้องมาดูความจริงใจของฝั่งสหรัฐฯว่าจะยังสนับสนุนฝั่งรัฐบาลเงาของเมียนมาอยู่ไหมหรือจะกวาดทิ้งมาให้เมียนมาเพื่อสร้างแต้มต่อความพึงพอใจ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการขยายอำนาจของจีนและรัสเซียในอ่าวเบงกอลหรือไม่อย่างไร

เปิดทฤษฎีสมคบคิด!! ‘ฮุนเซน’ ไม่ได้ต้องการปราสาท เป้าหมาย!! ทรัพยากรจุดพิพาท ‘น้ำมัน - ก๊าซธรรมชาติ’

ในช่วงที่มีการรบพุ่งที่ชายแดนอย่างดุเดือดกลับมีเสียงหนึ่งดังมาถึงหูของเอย่า  นั่นคือหากปัญหาที่ทำให้ทางกัมพูชานั้นรบพุ่งกับไทยไม่ใช่เพื่อต้องการดินแดนหรือปราสาทอย่างที่ทางกัมพูชาพยายามแล้ว อะไรละคือสิ่งที่จะมาเป็นชนวนครั้งนี้ได้

แต่กลับมีกลุ่มนักทฤษฎีสมคบคิดทางการเมืองสร้างประเด็นให้ชวนคิดอยู่ว่าหากทางฮุนเซนไม่ได้อยากได้ปราสาทแล้ว อะไรละคือสิ่งที่ชายคนนี้ต้องการ ว่าแล้วก็ต้องย้อนกลับไปก่อนจะมีประเด็นเรื่องปราสาทตาเมือนธม กัมพูชาก็มาฮึ่มๆ กับไทยเรื่องเกาะกูด แถมฝ่ายการเมืองไทยก็ขานรับเสียด้วย ทำเอาเป็นประเด็นร้อนเพราะจะทำให้ไทยเสียดินแดนจนมีคนออกมาแฉว่ามากกว่าเรื่องของเขตแดนนั่นคือทรัพยากรที่มีอยู่ในบริเวณนั้น ว่ากันว่ามูลค่าของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติตรงบริเวณเกาะกูดมีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านล้านบาท และนั่นน่าจะเป็นประเด็นที่ชวนคิดว่า 2 ตระกูลระหว่างไทยและกัมพูชานั้นคิดอะไรอยู่

ประเด็นคือเมื่อมีการต่อต้านจนประเด็นเรื่องชายแดนเกาะกูดร้อนแรงขึ้นอีกทั้งประชาชนกัมพูชาก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเหตุการณ์นี้ ก็ทำให้ฝั่งกัมพูชานั้นเปลี่ยนแผนไปวุ่นวายกับเรื่องปราสาทและดินแดนแทนเพื่อเรียกพลังมวลชนให้เข้ามามีส่วนร่วม จุดนี้จะทำให้เห็นว่าทางกัมพูชาพยายามที่จะกล่าวหาไทยว่าเป็นผู้กระทำก่อนเพื่อที่สุดท้ายจะอ้างผลประโยชน์เรื่องดินแดนให้มีการแบ่งปักปันดินแดนใหม่เพื่อที่จะนำมาซึ่งผลของการปักปันดินแดนบริเวณเกาะกูดด้วยเช่นกัน  หากเป็นไปตามแผนนี้ นั่นแปลว่ากัมพูชาจะแสร้งทำเป็นยอมเสียอาณาเขตที่เคยเป็นของไทยแต่กัมพูชาเข้ามายึดไปดื้อๆอย่างปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควายและปราสาทเขาพระวิหาร แต่จะขออาณาเขตทางทะเลตรงบริเวณเกาะกูดมาแทน ดูแบบนี้ใครไม่รู้ความจริงก็จะมองว่ากัมพูชายอมเสียเปรียบ แต่หากคนที่รู้ความจริงคือนายฮุนเซนไม่ได้สนใจความต้องการของประชาชนของเขาเลยเพียงแต่เอาประชาชนมาเป็นเครื่องมือเพื่อแอบอ้างความถูกต้องในขณะที่ตนเองและพวกพ้องก็จะทำการฮุบทรัพยากรธรรมชาติไว้เป็นของตนและพรรคพวก ซึ่งนั่นก็รวมถึงพยาธิ เอ้ย ญาติที่ฝั่งไทยด้วยกระมัง เรื่องนี้อาจจะฟังดูเป็นนิทานการเมืองที่สนุกสนานแต่หากมองในอีกมุมแล้วนี่คือแผนอันเลือดเย็นของทั้งผู้นำกัมพูชาและคนที่ได้ชื่อว่าผู้อยู่เหนือผู้นำรัฐบาลไทยที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของเหล่าทหารและผู้บริสุทธิ์ของทั้ง 2 ประเทศ  

สุดท้ายเรื่องที่ไม่คาดคิดและอาจจะไม่ได้เกินที่จะคาดหมายคือการมาของสหรัฐอเมริกาที่จะมาตั้งฐานทัพในกัมพูชา ถามว่างานนี้สหรัฐได้อะไร…? ต้องถามอีกทีว่าแปลกไหมที่อยู่ดีๆ สหรัฐก็ลดภาษีนำเข้าให้ไทยเท่ากับกัมพูชาทั้งๆ ที่ไทยก็ไม่ได้เสียอะไรเลย ทุกคนไม่สงสัยอะไรบ้างหรือว่าเบื้องหลังการไปตั้งกองทัพสหรัฐครั้งนี้ฝ่ายไทยนี่แหละอาจจะส่งซิกแนลไปให้พ่อใหญ่สมเด็จวุ้นเส้นก็เป็นได้ และแน่นอนผลที่ได้คือความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐเมื่อกัมพูชาหักหลังจีน เวียดนามที่เป็นลูกที่เชื่อฟังพ่อจีนมาตลอดคงยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้ฐานทัพศัตรูมาอยู่ในดงที่ทางฝ่ายจีนต้องการขยายอำนาจเป็นแน่แท้  และเชื่อว่าความวุ่นวายที่จะเกิดกับกัมพูชาอาจจะนำมาเรื่องปัญหาเขตแดนแน่นอน อย่าลืมว่าพวกเขายังไม่ได้สิ่งที่ต้องการได้ และเชื่อได้ว่าอเมริกาน่าจะเป็น 1 ในหมากของ 2 ตระกูลใหญ่วางไว้เพื่อให้เกิดปัญหาในทะเลอ่าวไทยในอนาคตเพื่อจะชักนำให้เกิดการปักปันเขตแดนใหม่เพื่อจะทำการแบ่งสันปันส่วนสมบัติแผ่นดินกัน สุดท้ายมีคนบอกว่าลองดูให้ดีหลังจากนี้ อาวุธฝ่ายกัมพูชาที่จะนำมาใช้รบอาจจะไม่ใช่อาวุธจากจีนอีกต่อไปแต่จะเป็นอาวุธจากประเทศซีกโลกตะวันตกแทน

สุดท้ายอย่างว่านะคะ…..นี่คือทฤษฎีสมคบคิดของนักทฤษฎีสมคบคิดทางการเมืองคิดกันขึ้นโดยนำเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาปะติดปะต่อกัน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและวิเคราะห์นะคะ

ล้วงลึกธุรกิจ!! ‘แสนล้านเหรียญสหรัฐ’ ของพ่อค้าอาวุธ ซื้อขายไม่ผ่านรัฐ!! ราคาดีกว่า ‘จีทูจี’ มีให้เลือกหลายยี่ห้อ

(28 ก.ค. 68) ในขณะที่มีการออกมาปฏิเสธเรื่องการขายอาวุธให้แก่กัมพูชา เคยสงสัยไหมคะว่าอาวุธที่มีในประเทศเพื่อนบ้านเรานั้นมาจากไหน

ก่อนอื่นเราคงต้องบอกว่าเกือบทุกประเทศในโลกนั้นผู้ผลิตอาวุธส่วนใหญ่เป็นเอกชน ยกตัวอย่างโรงงานผลิตรถถังในโลกนี้ก็มี  General Dynamics Land Systems จากสหรัฐอเมริกา BAE Systems จากสหราชอาณาจักรอังกฤษ Rheinmetall จากเยอรมนี หรือ KNDS ที่มีฐานการผลิตทั้งในเยอรมันและฝรั่งเศส หรือในฝั่งเอเชียอย่าง Hyundai Rotem จากเกาหลี Norinco จากจีนหรือแม้กระทั่ง Mitsubishi Heavy Industries ในญี่ปุ่นเองก็มีการผลิตออกมาจำหน่าย โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่แม้จะเป็นรัฐบาลก็จริงแต่หากมองกลับไปตามงาน Weapon Exhibition แล้วละก็  คนอีกกลุ่มหนึ่งที่มาเดินงานเหล่านี้ที่ไม่ใช่คนจากรัฐบาลหรือกองทัพเลยนั่นก็คือพ่อค้าอาวุธนั่นเอง

ตามข้อมูลที่เอย่าได้มาเรื่องพ่อค้าอาวุธเหล่านี้บางคนก็เป็นตัวแทนเพื่อไปจำหน่ายสินค้าให้ประเทศของตนเนื่องจากการคว่ำบาตรระหว่างประเทศทำให้ไม่สามารถจัดซื้อกันแบบทางตรงได้ โดยคนเหล่านี้จะมีการเปิดเส้นทางการเงินไว้ตามประเทศที่ผู้ขายให้ความไว้วางใจโดยการซื้อขายแบบนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลของประเทศผู้ผลิตเอง

ถามว่าเป็นเหมือนกันทั่วโลกไหม ตามที่เอย่าทราบมาก็ไม่ได้แตกต่างกันขึ้นกับว่าฝ่ายไหนต้องการเสนอข่าวหรือฝ่ายไหนต้องการปิดข่าว เพราะอย่าลืมว่าการซื้อขายแบบนี้ได้ราคากว่าการขายแบบจีทูจีแน่นอนเพราะด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่างนั่นเอง

ดังนั้นตามโซเชียลที่มีการบอกว่ากัมพูชาซื้ออาวุธจากจีนแต่ทางการจีนปฏิเสธมีความเป็นไปได้ไหมบอกเลยว่าเป็นไปได้อย่างมากด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น  เช่นเดียวกันกับฝั่งกลุ่มต่อต้านกองทัพเมียนมาที่มีอาวุธทันสมัยใช้นั้นถ้าไม่ได้มาจากประเทศตะวันตกสนับสนุนแล้วละก็ คงไม่น่าจะผิดคาดถ้ากองกำลังดังกล่าวจะใช้เงินใช้ทองที่หามาได้ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตามเอามาซื้อยุทโธปกรณ์จากพ่อค้าอาวุธนั่นเอง

เปิดปมมูลเหตุสหรัฐฯ อยากได้ฐานทัพเรือที่พังงา ถึงขั้นต้องงัดแผนร้ายโขลกภาษีมาต่อรองกับไทย

(21 ก.ค. 68) คงไม่มีใครคาดคิดว่าการที่สหรัฐ อเมริกา โขลกภาษีนำเข้าไทยถึง 36% นี้เพื่อเป็นการบีบให้ไทยเจรจาต่อรองว่าถ้าอยากค้าขายกับสหรัฐฯ จะต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนและหนึ่งในสิ่งแลกเปลี่ยนนั้นก็คือ การขอตั้งฐานทัพของกองทัพสหรัฐฯ ที่ฐานทัพเรือพังงานั่นเอง

หากย้อนกลับไปดูว่าสหรัฐฯ เคยมาขอตั้งฐานทัพตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนามเป็นต้นมาจนจบสงครามไปไทยก็ไม่ได้ให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพในไทยอีก ยกเว้นเพียงแต่เป็นท่าจอดเครื่องบินหรือเรือรบเพื่อมาเติมน้ำมันและเจ้าหน้าที่ก็ได้มาพักผ่อนหย่อนใจ  อันจะสร้างเงินสร้างทองให้กับประเทศไทยตั้งแต่รากหญ้าขึ้นไป 

สุดท้ายข่าวที่ออกมาทางสหรัฐฯ ก็แถลงโต้ทันทีว่าการขึ้นภาษีนำเข้าไทยนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการขอตั้งฐานทัพสหรัฐที่ทับละมุที่จังหวัดพังงา  เพราะถูกกระแสประชาชนโต้กลับอย่างทันทีทันควัน  แม้ความจริงเรื่องภาษีกับฐานทัพพังงาจะเป็นเช่นไรก็ตามเอาเป็นว่าเรื่องของเรื่องวันนี้เอย่าจะไม่พูดเรื่องของภาษีแต่จะมาพูดว่าทำไมสหรัฐฯ ถึงอยากได้ฐานทัพเรือพังงามาตั้งฐานทัพของตนเอง

เรื่องของเรื่องก็คือว่าหลังจากอกหักจากการขอหมู่เกาะโคโค่จากนางอองซาน ซูจีจนทำให้เป็น 1 ในชนวนเหตุของการรัฐประหารของนายพลมินอ่องหล่าย สหรัฐฯ ก็ยังเดินเกมส์เพลี่ยงพล้ำจีนและรัสเซียในภูมิภาคนี้อีก ดได้จากการที่อเมริกาเสือกจะใช้วิธีคว่ำบาตรเมียนมาเพื่อให้เขาไม่มีที่ไปแต่ผลกลับตรงกันข้ามนั่นทำให้กองทัพเมียนมากับจีนและรัสเซียมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งมากขึ้น  ถึงแม้ว่าจีนจะรุกเมียนมาโดยนโยบายเส้นทางสายไหมเส้นใหม่ที่ผ่านทางเมียนมามาออกทะเลที่อ่าวเบงกอลแล้ว  ล่าสุดอยากที่ทราบกันว่ารัสเซียก็เข้ามาให้ความร่วมมมือทั้งด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งนั่นอาจจะพลิกโฉมเมียนมาก็ได้ และนั่นคือสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่ชอบเป็นแน่แท้

แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นลูกไล่ของสหรัฐฯ แต่หากเกิดสงครามขึ้นการปิดช่องแคบมะละกาก็ไม่ได้ง่ายนักแต่อาจจะไม่เพียงพอที่จะสกัดกั้นการขนถ่ายสิ่งของทางทะเลเพราะหากเกิดสงครามขึ้นมาสิงคโปร์สามารถถูกยึดได้ทั้งเกาะได้เพียงเวลาไม่ถึงชั่วโมงและสิงคโปร์ไม่ได้มีทรัพยากรใด ๆ เลยนอกจากเป็นทางผ่านของเรือเท่านั้น นั่นทำให้การตั้งฐานทัพที่สิงคโปร์ไม่เวิร์คในสายตาของสหรัฐหากเทียบกับพังงาของไทยที่มีเขตติดต่อแผ่นดินอีกทั้งยังขอการสนับสนุนด้านอาหารและเชื้อเพลิงจากไทยได้  ดังนั้นพังงาจึงเป็นหมุดหมายฝั่งตะวันออกในการป้องกันการขยายอำนาจของจีนและรัสเซียในขณะที่ฝั่งตะวันตกนั้นกองทัพสหรัฐมีฐานทัพอยู่แล้วบนเกาะดิเอโก กราเซียซึ่งบนเกาะมีสนามบินขนาดใหญ่ที่สามารถเอาเครื่องบินหลายลำลงจอดได้เพื่อเป็นจุดขนถ่ายเสบียงและยุทโธปกรณ์

มุมมองของเอย่าคงต้องถามว่าไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งของจีนและรัสเซียคงต้องถามว่าทำไมเราถึงต้องเอาประเทศเราไปอยู่ในจุดที่เป็นข้อขัดแย้งของใครต่อใครด้วย  เอย่าไม่เห็นถึงประโยชน์ที่อันจะเกิดขึ้นจากการมีกองทัพอเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพในไทยมากไปกว่าการที่เราอาจจะค้าขายอาหารได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจรากหญ้าอาจจะดีขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจบริการและบันเทิงเริงรมณ์  คงต้องฝากคำถามนี้ไปถึงกองทัพไทยและรัฐบาลไทยว่าท่านได้คำนึงหรือยังว่าหากวันหนึ่งเราต้องถูกผลักไปอยู่ในจุดที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยทั้ง ๆ ที่เขากับเราไม่ได้มีอะไรเกลียดชังกันเลย  เราพร้อมจะรับมือหากวันนั้นมาถึงหรือไม่…

วิเคราะห์เหตุ ‘พลเรือนไทย’ ชก ‘ทหารกัมพูชา’ ชี้ คนก่อเหตุหวังผลอะไร เพราะไทยมีแต่เสีย

(15 ก.ค. 68) จากกรณีที่มีคลิปหลุดมาว่ามีคนไทยชกหน้าทหารกัมพูชา ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นกระแสไปทั่วโซเชียลทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา  แต่การกระทำเยี่ยงนี้ในสายตาของคนชายแดนอย่างเอย่าแล้ว เอย่ามองว่านี่คือการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งชายคนนี้คืออดีตอาสาสมัครทหารพราน  ย่อมต้องรู้ถึงเหตุอันเป็นจุดอ่อนหรือประเด็นที่จะกลายเป็นข้อขัดแย้งบานปลายได้

จะว่าไปทางการไทยควรสอบสวนชายคนนี้อย่างละเอียดจะดีกว่า เพราะต้องไม่ลืมว่ามีทหารที่เป็นคนชายแดนจำนวนมากเป็นพวกที่อพยพถิ่นฐานมาจากประเทศเพื่อนบ้านแต่มาอยู่อาศัยตามจังหวัดชายแดนไทย ซึ่งนี่แท้จริงแล้วเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไปจากคนในพื้นที่ไม่ว่าจะฝั่งกัมพูชา ลาวหรือ เมียนมา ดังนั้นต้องทราบว่าคนเหล่านี้สามารถพูดภาษาของประเทศเพื่อนบ้านเราได้เป็นอย่างดี  จนบางทีก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าสรุปชายคนนี้ถูกว่าจ้างมาจากฝั่งกัมพูชาให้มาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความตึงเครียดแล้วป้ายสีกองทัพให้แย่ลงหรือเปล่า เฉกเช่นดังที่เอย่าเคยเห็นมาแล้วในฝั่งเมียนมาที่ลูกหลานชาวกะเหรี่ยงที่เกิดแล้วโตในฝั่งไทยเรียนหนังสือไทย พูดภาษาไทยได้ อ่านภาษาไทยออก เขียนภาษาไทยเป็นแถมเกณฑ์ทหารไทยแต่ไปเสียชีวิตในนามของทหารกองกำลัง KNU เสียอย่างนั้น

ในเมื่อสถานการณ์ที่ชายแดนตรงปราสาทตาเมือนธมเป็นจุดข้อพิพาทแล้ว  เอย่าว่ากองทัพไทยควรจะระวังตัวให้จงหนักเพราะ ณ วันนี้กองทัพไทยไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยทั้งฝ่ายคนข้างนอกอย่างกัมพูชาหรือคนในอย่างรัฐบาลไทยที่กระทำเหมือนพร้อมใจจะยกแผ่นดินให้กัมพูชาอย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น  ไม่นับรวมกลุ่มพรรคการเมืองหลายกลุ่มที่พยายามจะดิสเครดิต ป้ายสีให้ทหารไทยดูแย่และหมดความน่าเชื่อถือลงไปอีก

เอย่าแค่อยากจะบอกว่าไม่มีใครทำให้ประเทศไทยดูแย่  ถ้าไม่ใช่คนไทยทำกันเอง  อย่างตัวอย่างล่าสุดที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสนิทของเอย่าที่มาจากต่างประเทศด้วยกัน  นางเข้ามาที่สุวรรณภูมิเอย่าก็เดินมาที่ตรงจุดตรวจคนเข้าเมืองของไทยผ่านมาฉลุย  รอเพื่อนเอย่าสักพักออกมานางถามเอย่าว่า  “เธอๆ  เธอไม่ต้องจ่ายเงินให้ตำรวจสนามบินเหรอ เนี่ยทุกคนฝั่งต่างประเทศจ่ายกันหมดเลย  เขาเรียกคนละ 200 บาทไม่มีใบเสร็จ” พูดจบเอย่าก็ได้แต่ยิ้มอ่อน…ก็ไม่ต้องถามนะว่าทำไมต่างชาติไม่มาเที่ยวประเทศไทย

ดังนั้นในกรณีของเรื่องพิพาทชายแดนก็เช่นกัน  เอย่าว่ามันน่าจะมีอะไรลึกซึ้งกว่านี้ถ้าเอย่าคิดมากนะคะ  แต่ถ้าไม่งั้นก็เพราะว่าคนไทยนี่แหละที่ทำลายไทยด้วยเหตุการณ์แบบนี้  คนแบบชายในคลิปเขาไม่ใช่ตัวแทนหมู่บ้าน ตัวแทนคนไทยนะคะ  เขาคือตัวแทนที่นำความเสื่อมเสียมาสู่ประเทศไทยต่างหาก  เราควรใช้สมองคิดมากกว่าอารมณ์นะคะ ว่าไปตอนนี้เอย่าก็มีเรื่องชวนให้คิดว่า เราจะต่อรองภาษีกับอเมริกาโดยยกฐานทัพเรือที่พังงาให้อเมริกาตั้งฐานทัพเรือนี่จริงหรือเปล่า....ว่าแล้วไว้เอย่ามาเล่าให้อ่านกันอีกทีนะคะ

วิเคราะห์ 2 สแกมเมอร์แลนด์ ดินแดนธุรกิจสีเทา จีนพร้อมอุ้ม ‘เมียนมา’ ส่วน ‘กัมพูชา’ กำลังถูกโดดเดี่ยว

(7 ก.ค. 68) ช่วงที่ผ่านมาเอย่าคิดแล้วคิดอีกว่าจะเขียนเรื่องกองทัพไทยที่ถูกโซเชียลนำภาพที่เหล่าพวกคนจีนโพสต์ทั้งภาพและคลิปลงบนสื่อออนไลน์ดีหรือไม่  แต่สุดท้ายเอย่ามองว่าขนาดผู้เสียหายอย่างกองทัพไทยยังทำตาบอดหูหนวกเลย งั้นเอย่าไม่เขียนดีกว่า  หลายเรื่องที่เอย่าได้ยินมาว่ามันไม่จริงแต่ถ้าหลายเรื่องมีมูลแต่ไม่คิดจะชี้แจงใครก็ช่วยพวกท่านไม่ได้นะคะ อย่าลืมว่า อำนาจเป็นสิ่งไม่เที่ยง มีได้หมดได้ ช่วงที่มีอำนาจก็ควรทำดีและพยายามชี้แจงด้วยหากทำเพื่อบ้านเมืองเพราะคนไม่ดีที่รอท่าน ๆ ล้มเขาหาจังหวะซ้ำท่านอยู่

ว่าแล้วเราก็พักเรื่องจีนเทาในไทยมาคุยถึงเรื่องจีนเทารอบบ้านเราดีกว่า ประเด็นคือล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนเข้าพบ มิน อ่อง หล่าย หารือเรื่องการปราบปรามจีนเทาตามชายแดนอีกครั้งคาดว่ารอบนี้จะจัดการให้ราบคาบเพราะทราบจากรอบที่แล้วว่ามีการหลบหนีจากเหนือลงใต้อย่างไร กลุ่มชาติพันธุ์ใดให้การช่วยเหลือ  เอย่ามองว่าอีกไม่นานจะมีการปราบปรามครั้งใหญ่ในฝั่งเมียนมาซึ่งส่งผลให้เกิดสงครามย่อมๆได้เลยอย่างที่เราเห็นมาอย่างเนือง ๆ ว่ากลุ่มชาติพันธุ์มีการให้การสนับสนุนกลุ่มจีนเทาเหล่านี้อยู่ 

ในขณะที่หากมองจากฝั่งกัมพูชา การปกครองพื้นที่เป็นแบบเบ็ดเสร็จผ่านรัฐบาลกลางหากกลุ่มจีนเทาหรือสแกมเมอร์ต้องการจะทำธุรกิจอะไร นั่นจำเป็นต้องติดต่อกับบุคคลที่มีอำนาจในรัฐบาล  ซึ่งจุดนี้จะต่างจากฝั่งเมียนมาโดยสิ้นเชิง

การคว่ำบาตรกัมพูชามีความแตกต่างจากการคว่ำบาตรของเมียนมาหากเข้าใจบริบท 2 สิ่งที่มีในเมียนมาแต่ไม่มีในกัมพูชา

1. แร่โดยเฉพาะ แร่หายากและพวกแร่กัมมันตภาพรังสีที่มีอยู่จำนวนมาก ซึ่งนี่ทำให้เมียนมาถูกหมายตาจากนานาชาติมาตลอด

2. เมียนมาเป็นจุดเชื่อมต่อออกมหาสมุทรอินเดียของจีน  หากทำสำเร็จจีนจะย่นเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางอ้อมช่องแคบมะละกาซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาและเพิ่มการขยายอำนาจของจีนได้  ในขณะที่กัมพูชาไม่มี 2 สิ่งนี้เลย ทางการจีนไม่จำเป็นต้องขยายอำนาจมากัมพูชาเพราะจีนมีอำนาจเหนือเวียดนามอยู่แล้ว รวมถึงความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นมากกับไทย

ดังนั้นการคส่ำบาตรที่เกิดขึ้นในเมียนมาเป้าหมายคือการพยายามหยุดการขยายอำนาจจากจีนมากกว่าการแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์โดยอ้างคำว่าเผด็จการกองทัพทั้ง ๆ ที่การรัฐประหารรอบนี้แตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิงทั้งบริบทและสาเหตุ นั่นทำให้เมียนมายังมีประเทศที่เป็นพันธมิตร ในขณะฝั่งกัมพูชามีแต่ประเทศเริ่มตีจาก เพราะเริ่มระแคะระคายว่าผู้นำประเทศอาจจะอยู่เบื้องหลังในการสนับสนุนกลุ่มธุรกิจจีนเทา

หากว่าไปแล้วจีนไม่จำเป็นต้องเข้ามาจัดการจีนเทาในกัมพูชา เพราะสามารถจัดการผ่านประเทศที่สามอย่างไทยหรือเวียดนามได้อยู่แล้วเพราะมากกว่า 50% ของกัมพูชาพึ่งพาสาธารณูปโภคจากไทยและเวียดนาม และความโกลาหลก็เกิดขึ้นเมื่อผู้นำประเทศเลือกจะเริ่มตัดความช่วยเหลือจากฝั่งไทย

ในขณะที่หลายปีที่ผ่านมาที่เมียนมาปล่อยจีนเทาให้สร้างเมืองตามชายแดนและยกกรรมสิทธิ์ในการตรวจสอบดูแลให้กับกองกำลัง BGF ในพื้นที่ซึ่งนั่นทำให้ง่ายต่อการถูกคอร์รัปชันและบิดพริ้วสัญญาที่ลงนามไว้ตั้งแต่ต้นดังปรากฏให้เห็นที่ฉ่วยก๊กโกแล้วว่าการขยายเขตเมืองออกไปนั้นไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลกลางแต่เป็นการตัดสินใจของกลุ่มกองกำลังในพื้นที่

แต่ขณะเดียวกันที่สีหนุวิลด์นั้นต่างออกไปการเข้าครอบครองเมืองตากอากาศที่รัฐบาลสร้างขึ้นมาไม่ใช่เรื่องง่าย ๆหากผู้นำของรัฐบาลไม่เห็นชอบให้เหล่าจีนเทาเหล่านี้เข้ามา

และนี่คือทั้งหมดทั้งมวลของความเหมือนที่แตกต่างของสแกมเมอร์แลนด์ใน 2 ฝั่งภูมิภาคล้อมรอบไทยเรานี้นั่นเอง

วิเคราะห์!! ‘ฮุนเซน’ เพลี่ยงพล้ำ หรือ ตามบท เกิดอะไรขึ้น!! ทำไม?? ถึงทำแบบนี้

(29 มิ.ย. 68) ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลายๆคนจะได้เห็นข่าวในสื่อออนไลน์ที่ฮุนเซนออกมา Live รัวๆต่อว่าตระกูลชินวัตรและนายทักษิณต่างๆนานา  วันนี้เอย่าจะมานั่งวิเคราะห์กันชอตต่อชอตถึงสิ่งที่ฮุนเซนทำนั้น  เกิดอะไรขึ้นทำไมฮุนเซนถึงทำแบบนี้

ย้อนรอยกันก่อนว่าเรื่องราวทั้งหมดระหว่างกัมพูชากับไทยเริ่มตั้งแต่คุณแพรทองธารเข้ามาเก้าอี้นายกรัฐมนตรี  ฝั่งกัมพูชาก็เริ่มมีการส่งคนมาที่ปราสามตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย

จนกระทั่งกองทัพกัมพูชาเอากองทัพมาขุดสนามเพาะและนั่นคือจุดที่กองทัพสุดจะทนเพราะรุกล้ำอธิปไตยจนเกินเหตุ  จากนั้นเหตุการณ์เป็นเช่นไรก็อย่างืฝที่ทุกคนได้ตามข่าวมานั่นแล

แต่ที่น่าสงสารคืออาทิตย์ที่ผ่านมานี้ฮุนเซนเปลี่ยนบทออกมา Live  ต่อว่าผู้นำรัฐบาลและครอบครัวอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนจนเหมือนลืมไปว่าเฮ้ยนี่ญาติแกนะ

เอย่าในฐานะที่คลุกคลีตีโมงกับเรื่องพรรค์นี้มาพอสมควรวันนี้ก็จะมาวิเคราะห์ให้อ่านกันนะคะ

เริ่มว่าถ้าหากทะเลาะกันจริงเหตุผลก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับธุรกิจสีเทาหรือคาสิโนตามริมชายแดน อย่าลืมนะคะว่าฮุนเซนเก็บค่าเช่าที่ อารมณ์เหมือนเจ้าของตึกแถวบรรทัดทองนั่นละคะ ขายดีไหมไม่ใช่ปัญหาของเจ้าของตึกเพราะงั้นเรื่องนี้ที่มีคนบางคนวิเคราะห์ออกมาตีตกไปได้เลย  ส่วนข้ออื่นที่จะทะเลาะกันเอย่าพยายามคิดแล้วคิดอีกก็ยังหาไม่เจอ  ยกเว้นเสียแต่รู้ว่าครอบครัวฝั่งไทยกำลังเพลี่ยงพล้ำแล้วเลยเล่นบทตัดญาติเสียเลย

แต่อย่าลืมนะคะจนถึงวันนี้ฮุนเซนยังไม่ได้พูดอะไรที่คนไทยไม่รู้เลยออกมา  สิ่งที่ออกจากปากฮุนเซนวันนี้คือทุกเรื่องที่คนไทยทราบมาก่อนแล้ว  แต่เขาเอาทาพูดอีกทีในมุมเขาเองก็แค่นั้น  เพราะฉะนั้นเอย่ามองว่าฮุนเซนกำลังเพลี่ยงพล้ำไหม ไม่ใช่เลยแต่น่าจะเป็นสคริปต์ที่เตี๊ยมกันไว้แล้วกับฝั่งไทยเสียมากกว่า

มา ณ วันนี้เอย่าอยากให้ผู้อ่านลองมองนะคะ  เขาพยายามแซงชั่นไทยทุกอย่าง  แต่อย่าลืมว่าเขาอาจจะมีดีลประเทศอื่น supply ไว้และตระกูลฮุนได้ประโยชน์อยู่แล้วก็เป็นได้  นี่จึงเป็นแค่สถานการณ์เตะหมูเข้าปากหมาแบบเสียมิได้เสียด้วย

ในวันนี้เรื่องที่น่าจับตาก็คือ ผู้ที่พยายามสร้างบทเด่นขึ้นมาในช่วงนี้มากกว่าจนหลายคนอดสงสัยว่ารับงานใครมาหรือเปล่า  เพราะขนาดสงครามอิหร่าน อิสราเอล และอเมริกา ยังกลายเป็นปาหี่กองใหญ่ได้ ไฉนเลยงานนี้อาจจะมีมวยล้มต้มคนดูให้เคลิ้มไปกับสถานการณ์ก็เป็นได้เพราะดูเหมือนพยายามสร้างเงื่อนไขให้กองทัพยึดอำนาจเสียเหลือเกิน

แต่ไม่ต้องห่วงคะจากที่เอย่านำเสนอไปกองทัพก็รับรู้เช่นกันและยังยืนยันคำเดิมว่า

"คนไทยควรได้เรียนรู้และรับผลจากสิ่งที่คุณเลือกมา  เวลานี้ทหารขอทำงานตามขอบเขตของตนพอแล้ว ไม่ขอก้าวก่ายการเมืองอีก"

‘ทหารไทย’ รับศึกรอบด้านปกป้องอธิปไตยชาติ หมดยุคพูดถึงการยึดอำนาจรัฐประหาร

(23 มิ.ย. 68) ในขณะที่ข่าวการเมืองของพรรคเพื่อเขมรกำลังร้อนแรงฝั่งพรรคประชาชนพม่าก็ไม่น้อยหน้า  เดินหน้าสร้างคอนเนคชั่นร่วมกับพวกอินฟลูสายรักประชาชนพม่าแถวแม่สอดจนชาวกะเหรี่ยงและพม่าที่ดีๆโทรมาบ่นกับเอย่าว่ามาทำไมก็ไม่รู้มาแล้วสร้างความขัดแย้งระหว่างคนไทยกับกลุ่มพม่า กะเหรี่ยงที่เขาทำมาหากินอย่างสงบให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก

แต่เรื่องที่น่าสนใจที่สุดของเอย่าวันนี้ไม่ใช่เรื่องของ 2 พรรคนั้นแต่เป็นการได้ไปสัมภาษณ์กลุ่มนายทหารใหญ่ของไทยถึงสภาวะการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ว่าจนถึงวันนี้ทหารมีแนวคิดจะยึดอำนาจคืนจากรัฐบาลไหม 

ทราบหรือไม่นายทหารทุกท่านส่ายหัวบอกเป็นประโยคและเหตุผลเดียวกันว่า จากนี้ทหารจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว

เอย่าจึงถามต่อว่าทำไม

1 ในนายทหารใหญ่กล่าวว่าจากที่ผ่านมาคนไทยคิดมาตลอดว่าทหารมากอบโกย โกงกิน  และโยนความผิดอะไรก็ตามให้ทหาร  ขนาดเรื่องตึก สตง. ถล่มยังบอกทหารโกงทั้ง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับทหารเลย ทำไมประชาชนไม่โทษวิศวกรโครงสร้างตอนตรวจรับว่าให้สร้างต่อได้  สมมุติตอนนี้ปฏิวัติไปเศรษฐกิจตกต่ำก็โทษทหารอีก ไม่โทษว่ามันเป็นมาก่อนแล้วละ  ทหารเข้ามาช่วยแก้อะไรแบบนี้

ท่านบอกว่า ความคิดแบบนี้แสดงถึงความอคติที่ไม่ได้แยกแยะแล้ว จากนี้ทหารจะไม่ทำอะไรอีก ก็ในเมื่ออำนาจอยู่ในมือประชาชน เลือกมาเอง..จะสุข...จะทุกข์ จะขัดแย้งก็ดีกันเองละกัน  ทหารจะไม่ยุ่งอีก  แค่งานรักษาอธิปไตยที่ฝ่ายการเมืองพยายามเข้ามาแทรกแซงการทำงานของทหาร  ฝ่ายกลาโหมก็ลำบากอยู่แล้ว  แต่ที่ไม่เคยมีข่าวออกเพราะพวกเราเป็นทหารไง  เราคือผู้กระทำไม่ใช่ผู้พูด ดังนั้นทหารจึงเลือกจะทำมากกว่าจะพูด

ทหารอีกท่านกล่าวต่อแค่ปัญหารอบประเทศตอนนี้ก็เยอะมากแล้วไหนจะยา จะผู้อพยพผิดกฎหมาย ไหนจะก่อการร้ายขอแบ่งแยกดินแดน ไหนจะเรื่องสิ่งแวดล้อมสารพิษที่มาจากเหมืองในจีนและพม่า กองทัพเข้าไปช่วยคุยระหว่างประเทศ ช่วยแก้ปัญหา แต่ไม่เคยมีใครรู้ นี่อีกไม่กี่เดือนน้ำเหนือก็จะบ่าแล้วทหารเราก็เตรียมการเหมือนทุกครั้งถามว่ามีใครเคยเห็นไหม  เห็นว่ามันคือหน้าที่

ทหารไม่ได้ถูกฝึกมาให้พูดแต่ถูกฝึกมาให้รับคำสั่งเพื่อปฏิบัติเพื่อชาติ  นายทหารอีกท่านกล่าวเสริม

เอย่าก็หวังว่าคนไทยคงตาสว่างขึ้นนะคะหลังจากคิดแต่ว่ากลัวทหารมาเล่นการเมือง  สิ่งที่พวกพรรคการเมืองกลัวทหารมาเล่นการเมือง ไม่ใช่กลัวทหารโกงกินหรอกเอย่าว่า เพราะต่อให้ไม่ใช่ทหารพวกเขาก็ทำกันอยู่แล้วเผลอๆหนักกว่ายุคทหารด้วย  แต่ที่กลัวทหารมาเล่นการเมืองเพราะคนพวกนั้นสั่งทหารไม่ได้ตะหากเพราะทหารถูกฝึกมาให้รับคำสั่งและทำเพื่อบ้านเมืองให้ดีที่สุดนั่นเอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top