Tuesday, 21 July 2026
AYA IRRAWADEE

เปิดปมมูลเหตุสหรัฐฯ อยากได้ฐานทัพเรือที่พังงา ถึงขั้นต้องงัดแผนร้ายโขลกภาษีมาต่อรองกับไทย

(21 ก.ค. 68) คงไม่มีใครคาดคิดว่าการที่สหรัฐ อเมริกา โขลกภาษีนำเข้าไทยถึง 36% นี้เพื่อเป็นการบีบให้ไทยเจรจาต่อรองว่าถ้าอยากค้าขายกับสหรัฐฯ จะต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนและหนึ่งในสิ่งแลกเปลี่ยนนั้นก็คือ การขอตั้งฐานทัพของกองทัพสหรัฐฯ ที่ฐานทัพเรือพังงานั่นเอง

หากย้อนกลับไปดูว่าสหรัฐฯ เคยมาขอตั้งฐานทัพตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนามเป็นต้นมาจนจบสงครามไปไทยก็ไม่ได้ให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพในไทยอีก ยกเว้นเพียงแต่เป็นท่าจอดเครื่องบินหรือเรือรบเพื่อมาเติมน้ำมันและเจ้าหน้าที่ก็ได้มาพักผ่อนหย่อนใจ  อันจะสร้างเงินสร้างทองให้กับประเทศไทยตั้งแต่รากหญ้าขึ้นไป 

สุดท้ายข่าวที่ออกมาทางสหรัฐฯ ก็แถลงโต้ทันทีว่าการขึ้นภาษีนำเข้าไทยนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการขอตั้งฐานทัพสหรัฐที่ทับละมุที่จังหวัดพังงา  เพราะถูกกระแสประชาชนโต้กลับอย่างทันทีทันควัน  แม้ความจริงเรื่องภาษีกับฐานทัพพังงาจะเป็นเช่นไรก็ตามเอาเป็นว่าเรื่องของเรื่องวันนี้เอย่าจะไม่พูดเรื่องของภาษีแต่จะมาพูดว่าทำไมสหรัฐฯ ถึงอยากได้ฐานทัพเรือพังงามาตั้งฐานทัพของตนเอง

เรื่องของเรื่องก็คือว่าหลังจากอกหักจากการขอหมู่เกาะโคโค่จากนางอองซาน ซูจีจนทำให้เป็น 1 ในชนวนเหตุของการรัฐประหารของนายพลมินอ่องหล่าย สหรัฐฯ ก็ยังเดินเกมส์เพลี่ยงพล้ำจีนและรัสเซียในภูมิภาคนี้อีก ดได้จากการที่อเมริกาเสือกจะใช้วิธีคว่ำบาตรเมียนมาเพื่อให้เขาไม่มีที่ไปแต่ผลกลับตรงกันข้ามนั่นทำให้กองทัพเมียนมากับจีนและรัสเซียมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งมากขึ้น  ถึงแม้ว่าจีนจะรุกเมียนมาโดยนโยบายเส้นทางสายไหมเส้นใหม่ที่ผ่านทางเมียนมามาออกทะเลที่อ่าวเบงกอลแล้ว  ล่าสุดอยากที่ทราบกันว่ารัสเซียก็เข้ามาให้ความร่วมมมือทั้งด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งนั่นอาจจะพลิกโฉมเมียนมาก็ได้ และนั่นคือสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่ชอบเป็นแน่แท้

แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นลูกไล่ของสหรัฐฯ แต่หากเกิดสงครามขึ้นการปิดช่องแคบมะละกาก็ไม่ได้ง่ายนักแต่อาจจะไม่เพียงพอที่จะสกัดกั้นการขนถ่ายสิ่งของทางทะเลเพราะหากเกิดสงครามขึ้นมาสิงคโปร์สามารถถูกยึดได้ทั้งเกาะได้เพียงเวลาไม่ถึงชั่วโมงและสิงคโปร์ไม่ได้มีทรัพยากรใด ๆ เลยนอกจากเป็นทางผ่านของเรือเท่านั้น นั่นทำให้การตั้งฐานทัพที่สิงคโปร์ไม่เวิร์คในสายตาของสหรัฐหากเทียบกับพังงาของไทยที่มีเขตติดต่อแผ่นดินอีกทั้งยังขอการสนับสนุนด้านอาหารและเชื้อเพลิงจากไทยได้  ดังนั้นพังงาจึงเป็นหมุดหมายฝั่งตะวันออกในการป้องกันการขยายอำนาจของจีนและรัสเซียในขณะที่ฝั่งตะวันตกนั้นกองทัพสหรัฐมีฐานทัพอยู่แล้วบนเกาะดิเอโก กราเซียซึ่งบนเกาะมีสนามบินขนาดใหญ่ที่สามารถเอาเครื่องบินหลายลำลงจอดได้เพื่อเป็นจุดขนถ่ายเสบียงและยุทโธปกรณ์

มุมมองของเอย่าคงต้องถามว่าไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งของจีนและรัสเซียคงต้องถามว่าทำไมเราถึงต้องเอาประเทศเราไปอยู่ในจุดที่เป็นข้อขัดแย้งของใครต่อใครด้วย  เอย่าไม่เห็นถึงประโยชน์ที่อันจะเกิดขึ้นจากการมีกองทัพอเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพในไทยมากไปกว่าการที่เราอาจจะค้าขายอาหารได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจรากหญ้าอาจจะดีขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจบริการและบันเทิงเริงรมณ์  คงต้องฝากคำถามนี้ไปถึงกองทัพไทยและรัฐบาลไทยว่าท่านได้คำนึงหรือยังว่าหากวันหนึ่งเราต้องถูกผลักไปอยู่ในจุดที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยทั้ง ๆ ที่เขากับเราไม่ได้มีอะไรเกลียดชังกันเลย  เราพร้อมจะรับมือหากวันนั้นมาถึงหรือไม่…

วิเคราะห์เหตุ ‘พลเรือนไทย’ ชก ‘ทหารกัมพูชา’ ชี้ คนก่อเหตุหวังผลอะไร เพราะไทยมีแต่เสีย

(15 ก.ค. 68) จากกรณีที่มีคลิปหลุดมาว่ามีคนไทยชกหน้าทหารกัมพูชา ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นกระแสไปทั่วโซเชียลทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา  แต่การกระทำเยี่ยงนี้ในสายตาของคนชายแดนอย่างเอย่าแล้ว เอย่ามองว่านี่คือการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งชายคนนี้คืออดีตอาสาสมัครทหารพราน  ย่อมต้องรู้ถึงเหตุอันเป็นจุดอ่อนหรือประเด็นที่จะกลายเป็นข้อขัดแย้งบานปลายได้

จะว่าไปทางการไทยควรสอบสวนชายคนนี้อย่างละเอียดจะดีกว่า เพราะต้องไม่ลืมว่ามีทหารที่เป็นคนชายแดนจำนวนมากเป็นพวกที่อพยพถิ่นฐานมาจากประเทศเพื่อนบ้านแต่มาอยู่อาศัยตามจังหวัดชายแดนไทย ซึ่งนี่แท้จริงแล้วเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไปจากคนในพื้นที่ไม่ว่าจะฝั่งกัมพูชา ลาวหรือ เมียนมา ดังนั้นต้องทราบว่าคนเหล่านี้สามารถพูดภาษาของประเทศเพื่อนบ้านเราได้เป็นอย่างดี  จนบางทีก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าสรุปชายคนนี้ถูกว่าจ้างมาจากฝั่งกัมพูชาให้มาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความตึงเครียดแล้วป้ายสีกองทัพให้แย่ลงหรือเปล่า เฉกเช่นดังที่เอย่าเคยเห็นมาแล้วในฝั่งเมียนมาที่ลูกหลานชาวกะเหรี่ยงที่เกิดแล้วโตในฝั่งไทยเรียนหนังสือไทย พูดภาษาไทยได้ อ่านภาษาไทยออก เขียนภาษาไทยเป็นแถมเกณฑ์ทหารไทยแต่ไปเสียชีวิตในนามของทหารกองกำลัง KNU เสียอย่างนั้น

ในเมื่อสถานการณ์ที่ชายแดนตรงปราสาทตาเมือนธมเป็นจุดข้อพิพาทแล้ว  เอย่าว่ากองทัพไทยควรจะระวังตัวให้จงหนักเพราะ ณ วันนี้กองทัพไทยไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยทั้งฝ่ายคนข้างนอกอย่างกัมพูชาหรือคนในอย่างรัฐบาลไทยที่กระทำเหมือนพร้อมใจจะยกแผ่นดินให้กัมพูชาอย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น  ไม่นับรวมกลุ่มพรรคการเมืองหลายกลุ่มที่พยายามจะดิสเครดิต ป้ายสีให้ทหารไทยดูแย่และหมดความน่าเชื่อถือลงไปอีก

เอย่าแค่อยากจะบอกว่าไม่มีใครทำให้ประเทศไทยดูแย่  ถ้าไม่ใช่คนไทยทำกันเอง  อย่างตัวอย่างล่าสุดที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสนิทของเอย่าที่มาจากต่างประเทศด้วยกัน  นางเข้ามาที่สุวรรณภูมิเอย่าก็เดินมาที่ตรงจุดตรวจคนเข้าเมืองของไทยผ่านมาฉลุย  รอเพื่อนเอย่าสักพักออกมานางถามเอย่าว่า  “เธอๆ  เธอไม่ต้องจ่ายเงินให้ตำรวจสนามบินเหรอ เนี่ยทุกคนฝั่งต่างประเทศจ่ายกันหมดเลย  เขาเรียกคนละ 200 บาทไม่มีใบเสร็จ” พูดจบเอย่าก็ได้แต่ยิ้มอ่อน…ก็ไม่ต้องถามนะว่าทำไมต่างชาติไม่มาเที่ยวประเทศไทย

ดังนั้นในกรณีของเรื่องพิพาทชายแดนก็เช่นกัน  เอย่าว่ามันน่าจะมีอะไรลึกซึ้งกว่านี้ถ้าเอย่าคิดมากนะคะ  แต่ถ้าไม่งั้นก็เพราะว่าคนไทยนี่แหละที่ทำลายไทยด้วยเหตุการณ์แบบนี้  คนแบบชายในคลิปเขาไม่ใช่ตัวแทนหมู่บ้าน ตัวแทนคนไทยนะคะ  เขาคือตัวแทนที่นำความเสื่อมเสียมาสู่ประเทศไทยต่างหาก  เราควรใช้สมองคิดมากกว่าอารมณ์นะคะ ว่าไปตอนนี้เอย่าก็มีเรื่องชวนให้คิดว่า เราจะต่อรองภาษีกับอเมริกาโดยยกฐานทัพเรือที่พังงาให้อเมริกาตั้งฐานทัพเรือนี่จริงหรือเปล่า....ว่าแล้วไว้เอย่ามาเล่าให้อ่านกันอีกทีนะคะ

วิเคราะห์ 2 สแกมเมอร์แลนด์ ดินแดนธุรกิจสีเทา จีนพร้อมอุ้ม ‘เมียนมา’ ส่วน ‘กัมพูชา’ กำลังถูกโดดเดี่ยว

(7 ก.ค. 68) ช่วงที่ผ่านมาเอย่าคิดแล้วคิดอีกว่าจะเขียนเรื่องกองทัพไทยที่ถูกโซเชียลนำภาพที่เหล่าพวกคนจีนโพสต์ทั้งภาพและคลิปลงบนสื่อออนไลน์ดีหรือไม่  แต่สุดท้ายเอย่ามองว่าขนาดผู้เสียหายอย่างกองทัพไทยยังทำตาบอดหูหนวกเลย งั้นเอย่าไม่เขียนดีกว่า  หลายเรื่องที่เอย่าได้ยินมาว่ามันไม่จริงแต่ถ้าหลายเรื่องมีมูลแต่ไม่คิดจะชี้แจงใครก็ช่วยพวกท่านไม่ได้นะคะ อย่าลืมว่า อำนาจเป็นสิ่งไม่เที่ยง มีได้หมดได้ ช่วงที่มีอำนาจก็ควรทำดีและพยายามชี้แจงด้วยหากทำเพื่อบ้านเมืองเพราะคนไม่ดีที่รอท่าน ๆ ล้มเขาหาจังหวะซ้ำท่านอยู่

ว่าแล้วเราก็พักเรื่องจีนเทาในไทยมาคุยถึงเรื่องจีนเทารอบบ้านเราดีกว่า ประเด็นคือล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนเข้าพบ มิน อ่อง หล่าย หารือเรื่องการปราบปรามจีนเทาตามชายแดนอีกครั้งคาดว่ารอบนี้จะจัดการให้ราบคาบเพราะทราบจากรอบที่แล้วว่ามีการหลบหนีจากเหนือลงใต้อย่างไร กลุ่มชาติพันธุ์ใดให้การช่วยเหลือ  เอย่ามองว่าอีกไม่นานจะมีการปราบปรามครั้งใหญ่ในฝั่งเมียนมาซึ่งส่งผลให้เกิดสงครามย่อมๆได้เลยอย่างที่เราเห็นมาอย่างเนือง ๆ ว่ากลุ่มชาติพันธุ์มีการให้การสนับสนุนกลุ่มจีนเทาเหล่านี้อยู่ 

ในขณะที่หากมองจากฝั่งกัมพูชา การปกครองพื้นที่เป็นแบบเบ็ดเสร็จผ่านรัฐบาลกลางหากกลุ่มจีนเทาหรือสแกมเมอร์ต้องการจะทำธุรกิจอะไร นั่นจำเป็นต้องติดต่อกับบุคคลที่มีอำนาจในรัฐบาล  ซึ่งจุดนี้จะต่างจากฝั่งเมียนมาโดยสิ้นเชิง

การคว่ำบาตรกัมพูชามีความแตกต่างจากการคว่ำบาตรของเมียนมาหากเข้าใจบริบท 2 สิ่งที่มีในเมียนมาแต่ไม่มีในกัมพูชา

1. แร่โดยเฉพาะ แร่หายากและพวกแร่กัมมันตภาพรังสีที่มีอยู่จำนวนมาก ซึ่งนี่ทำให้เมียนมาถูกหมายตาจากนานาชาติมาตลอด

2. เมียนมาเป็นจุดเชื่อมต่อออกมหาสมุทรอินเดียของจีน  หากทำสำเร็จจีนจะย่นเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางอ้อมช่องแคบมะละกาซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาและเพิ่มการขยายอำนาจของจีนได้  ในขณะที่กัมพูชาไม่มี 2 สิ่งนี้เลย ทางการจีนไม่จำเป็นต้องขยายอำนาจมากัมพูชาเพราะจีนมีอำนาจเหนือเวียดนามอยู่แล้ว รวมถึงความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นมากกับไทย

ดังนั้นการคส่ำบาตรที่เกิดขึ้นในเมียนมาเป้าหมายคือการพยายามหยุดการขยายอำนาจจากจีนมากกว่าการแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์โดยอ้างคำว่าเผด็จการกองทัพทั้ง ๆ ที่การรัฐประหารรอบนี้แตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิงทั้งบริบทและสาเหตุ นั่นทำให้เมียนมายังมีประเทศที่เป็นพันธมิตร ในขณะฝั่งกัมพูชามีแต่ประเทศเริ่มตีจาก เพราะเริ่มระแคะระคายว่าผู้นำประเทศอาจจะอยู่เบื้องหลังในการสนับสนุนกลุ่มธุรกิจจีนเทา

หากว่าไปแล้วจีนไม่จำเป็นต้องเข้ามาจัดการจีนเทาในกัมพูชา เพราะสามารถจัดการผ่านประเทศที่สามอย่างไทยหรือเวียดนามได้อยู่แล้วเพราะมากกว่า 50% ของกัมพูชาพึ่งพาสาธารณูปโภคจากไทยและเวียดนาม และความโกลาหลก็เกิดขึ้นเมื่อผู้นำประเทศเลือกจะเริ่มตัดความช่วยเหลือจากฝั่งไทย

ในขณะที่หลายปีที่ผ่านมาที่เมียนมาปล่อยจีนเทาให้สร้างเมืองตามชายแดนและยกกรรมสิทธิ์ในการตรวจสอบดูแลให้กับกองกำลัง BGF ในพื้นที่ซึ่งนั่นทำให้ง่ายต่อการถูกคอร์รัปชันและบิดพริ้วสัญญาที่ลงนามไว้ตั้งแต่ต้นดังปรากฏให้เห็นที่ฉ่วยก๊กโกแล้วว่าการขยายเขตเมืองออกไปนั้นไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลกลางแต่เป็นการตัดสินใจของกลุ่มกองกำลังในพื้นที่

แต่ขณะเดียวกันที่สีหนุวิลด์นั้นต่างออกไปการเข้าครอบครองเมืองตากอากาศที่รัฐบาลสร้างขึ้นมาไม่ใช่เรื่องง่าย ๆหากผู้นำของรัฐบาลไม่เห็นชอบให้เหล่าจีนเทาเหล่านี้เข้ามา

และนี่คือทั้งหมดทั้งมวลของความเหมือนที่แตกต่างของสแกมเมอร์แลนด์ใน 2 ฝั่งภูมิภาคล้อมรอบไทยเรานี้นั่นเอง

วิเคราะห์!! ‘ฮุนเซน’ เพลี่ยงพล้ำ หรือ ตามบท เกิดอะไรขึ้น!! ทำไม?? ถึงทำแบบนี้

(29 มิ.ย. 68) ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลายๆคนจะได้เห็นข่าวในสื่อออนไลน์ที่ฮุนเซนออกมา Live รัวๆต่อว่าตระกูลชินวัตรและนายทักษิณต่างๆนานา  วันนี้เอย่าจะมานั่งวิเคราะห์กันชอตต่อชอตถึงสิ่งที่ฮุนเซนทำนั้น  เกิดอะไรขึ้นทำไมฮุนเซนถึงทำแบบนี้

ย้อนรอยกันก่อนว่าเรื่องราวทั้งหมดระหว่างกัมพูชากับไทยเริ่มตั้งแต่คุณแพรทองธารเข้ามาเก้าอี้นายกรัฐมนตรี  ฝั่งกัมพูชาก็เริ่มมีการส่งคนมาที่ปราสามตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย

จนกระทั่งกองทัพกัมพูชาเอากองทัพมาขุดสนามเพาะและนั่นคือจุดที่กองทัพสุดจะทนเพราะรุกล้ำอธิปไตยจนเกินเหตุ  จากนั้นเหตุการณ์เป็นเช่นไรก็อย่างืฝที่ทุกคนได้ตามข่าวมานั่นแล

แต่ที่น่าสงสารคืออาทิตย์ที่ผ่านมานี้ฮุนเซนเปลี่ยนบทออกมา Live  ต่อว่าผู้นำรัฐบาลและครอบครัวอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนจนเหมือนลืมไปว่าเฮ้ยนี่ญาติแกนะ

เอย่าในฐานะที่คลุกคลีตีโมงกับเรื่องพรรค์นี้มาพอสมควรวันนี้ก็จะมาวิเคราะห์ให้อ่านกันนะคะ

เริ่มว่าถ้าหากทะเลาะกันจริงเหตุผลก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับธุรกิจสีเทาหรือคาสิโนตามริมชายแดน อย่าลืมนะคะว่าฮุนเซนเก็บค่าเช่าที่ อารมณ์เหมือนเจ้าของตึกแถวบรรทัดทองนั่นละคะ ขายดีไหมไม่ใช่ปัญหาของเจ้าของตึกเพราะงั้นเรื่องนี้ที่มีคนบางคนวิเคราะห์ออกมาตีตกไปได้เลย  ส่วนข้ออื่นที่จะทะเลาะกันเอย่าพยายามคิดแล้วคิดอีกก็ยังหาไม่เจอ  ยกเว้นเสียแต่รู้ว่าครอบครัวฝั่งไทยกำลังเพลี่ยงพล้ำแล้วเลยเล่นบทตัดญาติเสียเลย

แต่อย่าลืมนะคะจนถึงวันนี้ฮุนเซนยังไม่ได้พูดอะไรที่คนไทยไม่รู้เลยออกมา  สิ่งที่ออกจากปากฮุนเซนวันนี้คือทุกเรื่องที่คนไทยทราบมาก่อนแล้ว  แต่เขาเอาทาพูดอีกทีในมุมเขาเองก็แค่นั้น  เพราะฉะนั้นเอย่ามองว่าฮุนเซนกำลังเพลี่ยงพล้ำไหม ไม่ใช่เลยแต่น่าจะเป็นสคริปต์ที่เตี๊ยมกันไว้แล้วกับฝั่งไทยเสียมากกว่า

มา ณ วันนี้เอย่าอยากให้ผู้อ่านลองมองนะคะ  เขาพยายามแซงชั่นไทยทุกอย่าง  แต่อย่าลืมว่าเขาอาจจะมีดีลประเทศอื่น supply ไว้และตระกูลฮุนได้ประโยชน์อยู่แล้วก็เป็นได้  นี่จึงเป็นแค่สถานการณ์เตะหมูเข้าปากหมาแบบเสียมิได้เสียด้วย

ในวันนี้เรื่องที่น่าจับตาก็คือ ผู้ที่พยายามสร้างบทเด่นขึ้นมาในช่วงนี้มากกว่าจนหลายคนอดสงสัยว่ารับงานใครมาหรือเปล่า  เพราะขนาดสงครามอิหร่าน อิสราเอล และอเมริกา ยังกลายเป็นปาหี่กองใหญ่ได้ ไฉนเลยงานนี้อาจจะมีมวยล้มต้มคนดูให้เคลิ้มไปกับสถานการณ์ก็เป็นได้เพราะดูเหมือนพยายามสร้างเงื่อนไขให้กองทัพยึดอำนาจเสียเหลือเกิน

แต่ไม่ต้องห่วงคะจากที่เอย่านำเสนอไปกองทัพก็รับรู้เช่นกันและยังยืนยันคำเดิมว่า

"คนไทยควรได้เรียนรู้และรับผลจากสิ่งที่คุณเลือกมา  เวลานี้ทหารขอทำงานตามขอบเขตของตนพอแล้ว ไม่ขอก้าวก่ายการเมืองอีก"

‘ทหารไทย’ รับศึกรอบด้านปกป้องอธิปไตยชาติ หมดยุคพูดถึงการยึดอำนาจรัฐประหาร

(23 มิ.ย. 68) ในขณะที่ข่าวการเมืองของพรรคเพื่อเขมรกำลังร้อนแรงฝั่งพรรคประชาชนพม่าก็ไม่น้อยหน้า  เดินหน้าสร้างคอนเนคชั่นร่วมกับพวกอินฟลูสายรักประชาชนพม่าแถวแม่สอดจนชาวกะเหรี่ยงและพม่าที่ดีๆโทรมาบ่นกับเอย่าว่ามาทำไมก็ไม่รู้มาแล้วสร้างความขัดแย้งระหว่างคนไทยกับกลุ่มพม่า กะเหรี่ยงที่เขาทำมาหากินอย่างสงบให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก

แต่เรื่องที่น่าสนใจที่สุดของเอย่าวันนี้ไม่ใช่เรื่องของ 2 พรรคนั้นแต่เป็นการได้ไปสัมภาษณ์กลุ่มนายทหารใหญ่ของไทยถึงสภาวะการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ว่าจนถึงวันนี้ทหารมีแนวคิดจะยึดอำนาจคืนจากรัฐบาลไหม 

ทราบหรือไม่นายทหารทุกท่านส่ายหัวบอกเป็นประโยคและเหตุผลเดียวกันว่า จากนี้ทหารจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว

เอย่าจึงถามต่อว่าทำไม

1 ในนายทหารใหญ่กล่าวว่าจากที่ผ่านมาคนไทยคิดมาตลอดว่าทหารมากอบโกย โกงกิน  และโยนความผิดอะไรก็ตามให้ทหาร  ขนาดเรื่องตึก สตง. ถล่มยังบอกทหารโกงทั้ง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับทหารเลย ทำไมประชาชนไม่โทษวิศวกรโครงสร้างตอนตรวจรับว่าให้สร้างต่อได้  สมมุติตอนนี้ปฏิวัติไปเศรษฐกิจตกต่ำก็โทษทหารอีก ไม่โทษว่ามันเป็นมาก่อนแล้วละ  ทหารเข้ามาช่วยแก้อะไรแบบนี้

ท่านบอกว่า ความคิดแบบนี้แสดงถึงความอคติที่ไม่ได้แยกแยะแล้ว จากนี้ทหารจะไม่ทำอะไรอีก ก็ในเมื่ออำนาจอยู่ในมือประชาชน เลือกมาเอง..จะสุข...จะทุกข์ จะขัดแย้งก็ดีกันเองละกัน  ทหารจะไม่ยุ่งอีก  แค่งานรักษาอธิปไตยที่ฝ่ายการเมืองพยายามเข้ามาแทรกแซงการทำงานของทหาร  ฝ่ายกลาโหมก็ลำบากอยู่แล้ว  แต่ที่ไม่เคยมีข่าวออกเพราะพวกเราเป็นทหารไง  เราคือผู้กระทำไม่ใช่ผู้พูด ดังนั้นทหารจึงเลือกจะทำมากกว่าจะพูด

ทหารอีกท่านกล่าวต่อแค่ปัญหารอบประเทศตอนนี้ก็เยอะมากแล้วไหนจะยา จะผู้อพยพผิดกฎหมาย ไหนจะก่อการร้ายขอแบ่งแยกดินแดน ไหนจะเรื่องสิ่งแวดล้อมสารพิษที่มาจากเหมืองในจีนและพม่า กองทัพเข้าไปช่วยคุยระหว่างประเทศ ช่วยแก้ปัญหา แต่ไม่เคยมีใครรู้ นี่อีกไม่กี่เดือนน้ำเหนือก็จะบ่าแล้วทหารเราก็เตรียมการเหมือนทุกครั้งถามว่ามีใครเคยเห็นไหม  เห็นว่ามันคือหน้าที่

ทหารไม่ได้ถูกฝึกมาให้พูดแต่ถูกฝึกมาให้รับคำสั่งเพื่อปฏิบัติเพื่อชาติ  นายทหารอีกท่านกล่าวเสริม

เอย่าก็หวังว่าคนไทยคงตาสว่างขึ้นนะคะหลังจากคิดแต่ว่ากลัวทหารมาเล่นการเมือง  สิ่งที่พวกพรรคการเมืองกลัวทหารมาเล่นการเมือง ไม่ใช่กลัวทหารโกงกินหรอกเอย่าว่า เพราะต่อให้ไม่ใช่ทหารพวกเขาก็ทำกันอยู่แล้วเผลอๆหนักกว่ายุคทหารด้วย  แต่ที่กลัวทหารมาเล่นการเมืองเพราะคนพวกนั้นสั่งทหารไม่ได้ตะหากเพราะทหารถูกฝึกมาให้รับคำสั่งและทำเพื่อบ้านเมืองให้ดีที่สุดนั่นเอง

ปัญหาชายแดน ‘ไทย-กัมพูชา’ ที่รัฐบาลทำงานไม่คืบหน้า นี่คือกุญแจที่ไขคำตอบว่า กองทัพรัฐประหารทำไม

(15 มิ.ย. 68) สุดท้ายการประชุม JBC ไทย-กัมพูชาก็เป็นอย่างที่เอย่าคาด คือฝ่ายกัมพูชาจะตีกินเพื่อล่มการประชุมนี้และจะพยายามดึงให้ไทยเข้าสู่ศาลโลก 

เอาเป็นว่าก่อนมาถึงตรงนี้เอย่ามาย้อนความกันก่อนดีกว่าว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง

ทุกอย่างเริ่มจากทหารกัมพูชารุกล้ำชายแดนไทยแล้วอ้างว่าปราสาทตาเมืองธมและปราสาทตาควายเป็นของกัมพูชา ทางกองทัพไทยก็ไม่รอช้าส่งกองทัพเข้าประชิดชายแดนส่งทหารพรานปักธงชัยลงพื้นที่ทันที

ฝั่งกัมพูชาเห็นท่าไม่ดีก็เลยสั่งให้กองทัพตนเองร่นลงมา  สุดท้ายพยายามดิ้นว่าจะฟ้องศาลโลก

ฝั่งไทยกร้าวขึ้นประกาศปิดด่านชายแดน  ฝั่งกัมพูชาเริ่มปล่อยข่าวแบนสินค้าไทย แต่ไม่เป็นผลจึงเปลี่ยนมาใช้มาตรการตัดเนตตัดไฟที่เคยซื้อจากฝั่งไทย 

ดูฝั่งรัฐบาลไทยก็พยายามจะกีดกันกองทัพไม่ให้เข้ามายุ่งโดยอ้างว่าจะไปตกลงกันในที่ประชุม JBC และสุดท้ายเป็นอย่างไรละก็ตามที่นักวิเคราะห์คาดเลยว่าฝั่งกัมพูชาจะล้มโต๊ะการประชุม JBC

ถามว่างานนี้ผู้นำไทยรู้เห็นไหมคงไม่อาจทราบได้  แต่มีนักวิเคราะห์หลายคนบอกว่าเรื่องราวนี้ถ้าไม่มีการผลักจากฝั่งรัฐบาลไทย  เราก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปรับอำนาจศาลโลกเหมือนที่เคยเสียเปรียบและเสียดินแดนมาแล้วในอดีต

ความไม่ไว้วางใจก่อปัญหารุนแรงมากขึ้นเพราะทุกคนในประเทศไทยนี้รู้ดีถึงสายสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างผู้นำของไทยและกัมพูชา จนเรียกได้ว่าปัญหานี้แก้ง่ายมากแค่บินไปกินข้าวบ้านญาติสักมื้อก็น่าจะจบ

แต่หากคิดอีกมุมว่านี่คือแผนฮุบแผ่นดินของครอบครัวนี้ โดยสุดท้ายหากมีการขึ้นศาลโลกและตัดสินแบ่งดินแดนไปคนละครึ่ง บ้านฝั่งกัมพูชาก็จะได้อวดว่านี่ไงฉันไปเอาแผ่นดินที่เคยเป็นของเรามาได้ตั้ง 500,000 ตารางกิโลเมตร ในขณะครอบครัวฝั่งไทยจะอ้างว่านี่ฉันหยุดความสูญเสียทั้งสงคราม เศรษฐกิจระหว่างประเทศไว้เชียวนะ

ถามว่ามาแนวนี้นักวิเคราะห์หลายคน  ประชาชนหลายกลุ่มก็ดูออกเพราะทุกวันนี้ก็ยังไม่เห็นรัฐบาลนี้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักเรื่อง

เผลอๆเหตุการณ์ครั้งนี้อาจจะเป็นคำตอบให้ประชาชนหลายคนที่อาจจะลืมไปแล้วว่าตอนนั้นลุงตู่ต้องทำรัฐประหารเพราะอะไร ให้กลับมาเห็นก็ได้ว่าการรัฐประหารมันไม่ได้แย่หากทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

ถอดรหัสความเงียบของชายแดน เมื่อเขมรแสดงสิทธิ์ แต่คนไทยกลับถอย

(7 มิ.ย. 68) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเอย่าได้นัดแนะกับพี่ทหารที่ชายแดนแม่สอด พี่เค้าบอกว่าจะพาเอย่าไปที่ปราสาทตาเมือนธมและช่องบก 

พอไปถึงพี่แกก็พาเอย่าไปพบเพื่อนเขาที่เป็นทหารคุมชายแดนแถวนั้น เอย่าก็ไม่รอช้าถามพี่เขาเลยว่าทำไมไม่เห็นมีคนไทยมาเที่ยวเลย มีแต่คนเขมรมาและคำตอบที่ได้ก็ทำให้เอย่าอดจะตกใจไม่ใช่น้อย พี่เขาบอกว่า

“คนเขมรเขาไม่คิดหรอกว่าจะมีสงคราม เขารู้ว่าฝั่งไทยไม่อยากรบ” เอย่าเลยถามต่อ

“อ้าวงั้นทำไมคนไทยไม่มาเที่ยวละ”

คำตอบที่ได้นั้นน่าสนใจยิ่ง พี่เขาบอกว่า คนไทยไม่ไว้ใจพวกเขมร มีแต่คนเขมรเท่านั้นที่เขาคิดว่าทหารเขมรจะไม่ยิง แต่คนไทยไม่มีใครพร้อมสู้นะ คนไทยนะเอาจริงๆเก่งก็แค่ในโซเชียล มาถึงวันนี้ความใจกล้า บ้าบิ่นต่างจากฝั่งเขมรเยอะ ต้องยอมรับว่าหลายสิบปีมานี้ที่ฮุนเซนมีอำนาจ เขาได้สร้างชุดความคิดหนึ่ง การเคลมซอฟต์พาวเวอร์ต่างๆ จากไทย เป็นแผนการสร้างชาติของเขมรยุคใหม่ที่ใช้ทฤษฎีแบบขโมยเอามาแบบดื้อๆ ส่วนผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไทย ณ วันนี้ก็เห็นแค่ผลประโยชน์ทางธุรกิจของคนบางกลุ่มแต่กลับไม่ได้สนใจที่จะแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมด้วยซ้ำ

เอย่าแย้งต่อทันทีคะ ว่าก็นี่เขาประชุม JBC กันไงคะ พี่ทหารส่วนกลับทันทีเช่นกัน ว่าฝั่งพม่าประชุม TBC มากี่รอบแล้วแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ถามว่าฝั่งไทยรู้ทั้งรู้ว่ายาเสพติดอยู่จุดไหน ค้ามนุษย์ตรงไหน แล้วแก้อะไรได้บ้าง สิ่งที่โชคดีของฝั่งชายแดนพม่าคือพวกกะเหรี่ยงยังไม่มายึดดินแดนไทยแบบเอิกเกริกเท่านั้นเอง เขาใช้วิธีกองทัพมดเปลี่ยนสัญชาติแทน

คำตอบนี้ยอมรับว่าทำให้เอย่าอึ้งไปไม่น้อย สุดท้ายก่อนจากกันพี่ทหารย้ำว่า คนไทยเก่งแต่บริจาคแต่ให้มาช่วยปกป้องทำสิ่งที่ถูกต้องน้อยคนจะทำ เก่งสุดคือในโซเชียล ดูได้จากยามเขมรที่ทำงานในไทยมันโพสต์เฟซบุ๊กขู่ฟ่อๆ รัฐบาลไทยไม่เห็นทำอะไรเลย ลองไปทำในประเทศอื่นสิป่านนี้มันโดนดำเนินคดีและเนรเทศไปนานแล้ว คนไทยพึ่งพาพวกแรงงานชาติข้างๆ จนลืมไปว่าคนพวกนี้เขาอยากมีตัวตนในประเทศเรามากแค่ไหน และนั่นทำให้การแก้ปัญหาของไทยถึงป้อแป้เแบบนี้ไง 

คำตอบนี้แม้เป็นการสะท้อนความเห็นของคนเพียงคนเดียวแต่มันเป็นสิ่งที่ชัดเจนว่า คนไทยเรากำลังถูกคนต่างชาติเข้ามาลิดรอนสิทธิ์หรือไม่ บางทีการใช้นโยบาย Thai First แก้การจัดการกับพวกคนต่างชาติอย่างจริงจังอาจจะแก้ปัญหาเหล่านี้ในระยะยาว ก่อนที่คนไทยจะสิ้นชาติและสูญพันธุ์

ถอดรหัสกองพันพิฆาตของเมียนมา ปรับกระบวนทัพให้เหมาะกับทุกสมรภูมิรบ

(2 มิ.ย. 68) เราจะเห็นข่าวว่ากองกำลังชาติพันธุ์ตีกองทัพเมียนมาแตก ยึดค่ายได้ บลาๆ  แต่ถามว่านับจากรัฐประหารมาตั้งแต่ 4 ปีก่อนจนปัจจุบันดูแล้วทำไมท่าทีของกองทัพเมียนมาไม่ได้ดูเหมือนผู้ปราชัยเลย วันนี้เอย่าจะมาถอดรหัสกองรบเมียนมาให้ได้ทราบกัน

พูดถึงทหารราบในเมียนมาแล้วที่เราเห็นส่วนใหญ่หากใครเคยไปต่างเมืองในประเทศเมียนมาแล้วเจอด่านตรวจหรือด่านเก็บส่วยของกองทัพ  ทหารเหล่านั้นเรียกว่าทหารประจำถิ่น  คำว่าทหารประจำถิ่นไม่ได้หมายความว่าทหารพวกนี้เกิดที่นี่เท่านั้น แต่ทหารกลุ่มนี้เวลากำลังพลย้ายไปประจำที่ไหนก็จะยกพาครอบครัวไปด้วย  ดังนั้นเราจะเห็นทหารพวกนี้บางด่านจะมีผู้หญิง หรือเด็กออกมาขายของเวลารถติดเข้าด่าน คนเหล่านี้คือครอบครัวของพลทหารนั่นเอง  กองทัพเมียนมามีทหารประจำถิ่นเหล่านี้จำนวนมากและใช้กองกำลังกลุ่มนี้ในการเฝ้าค่าย ตั้งด่านตรวจและรบในระยะทางไม่ไกลเป็นครั้งคราว

ทหารประจำถิ่นพวกนี้ไม่ได้มีแค่ระดับพลทหารแต่รวมถึงทหารระดับชั้นที่เป็นหัวหน้าบังคับกองร้อยด้วยเช่นกัน

จุดแข็งของทหารกลุ่มนี้คือชำนาญพื้นที่การศึกแต่ข้อเสียคือหากความเสียหายดังกล่าวเกิดกับครอบครัวมักจะยอมแพ้หรือหนี  ในหลายข่าวที่เราเห็นมีการสังหารผู้หญิงและเด็กส่วนใหญ่คือลูกเมียและครอบครัวของทหารประจำถิ่นทั้งสิ้น

กลศึกของทหารประจำถิ่นไม่ได้มีแค่กองทัพเมียนมาเท่านั้นแต่ยังเป็นลักษณะนี้เช่นกันในกองกำลังชาติพันธุ์ด้วย

กองกำลังที่ 2 ถูกเรียกว่ากองกำลังรบหลักเป็นกองกำลังที่มีประมาณ 10 กองพล  กองทัพนี้จะเดินทางไปยังภูมิภาคต่างๆที่มีการสู้รบเปรียบได้กับกองกำลังทหารพรานหรือกองกำลังรบพิเศษอะไรประมาณนั้น 

กองทัพนี้จะไม่มีครอบครัวติดตามไปมาเป็นเอกเทศและรบแบบเล็งผลเป้าหมาย  ดังนั้นในหลายปฏิบัติการที่เอาคืนพื้นที่จะมีกองพลกลุ่มนี้เป็นแนวหน้าเข้าประทะ  แต่อย่างที่บอกด้วยกองพลกลุ่มนี้ไม่ได้มีจำนวนมากหากเกิดสงครามก็ต้องวนไปรบในพื้นที่ต่างๆ และนั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่กองทัพเมียนมาอ่อนแอเพราะไม่สามารถผลิตทหารกลุ่มนี้ให้มากพอกับกองกำลังที่มีอยู่ได้นั่นเอง

อดีต ตชด. สะท้อนปัญหากะเหรี่ยง หนังเก่าวนฉายซ้ำ คนกะเหรี่ยงยังเป็นฝ่ายรับกรรม

(25 พ.ค. 68) ไม่นานมานี้บนเฟสบุ๊กของอดีต ตชด. ท่านหนึ่งออกมาวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ที่ KNU ตีฐานของกองทัพเมียนมาแตกว่า เหมือนหนังเก่าที่วนมาฉายซ้ำไม่ต่างจากละครดาวพระศุกร์ หรือคู่กรรม  แต่ต่างตรงที่ในโลกความเป็นจริงคนกะเหรี่ยงคือคนรับกรรมและไทยก็คือแหล่งกบดาน

ในข้อความเอ่ยว่าในอดีตกองกำลังกะเหรี่ยงมีฐานตามแนวชายแดนไทยตั้งแต่สบเมยไปจนถึงน้ำพุร้อน  ในอดีตทำการค้าดีโดยเฉพาะการเก็บเงินจากสัมปทานไม้สัก เหมืองทองและเหมืองหยก โดยอู้ฟู่ที่สุดคือยุคนายพลโบ เมี๊ยะครองอำนาจ

จากนั้นหลังจากปี 2537 ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนในกลุ่มกะเหรี่ยงสูงขึ้นจนเกิดความขัดแย้งภายใน  ว่ากันว่ามีการคอร์รัปชั่นในกลุ่มกองกำลังกะเหรี่ยงจนแยกตัวออกมาเป็น DKBA จนสุดท้ายก็ไปรวมกลายเป็น BGF ในที่สุด

มาจนถึงวันนี้กะเหรี่ยงหลายคนคิดว่ากองกำลังที่เขาต่อสู้คือกองทัพเมียนมาแต่ความเป็นจริง กองกำลังนี้คือกองกำลังประจำถิ่นอันประกอบด้วยคนเชื้อสายกะเหรี่ยงเป็นส่วนใหญ่

ตลอด 75 ปีที่รบกันมา ฝ่ายกะเหรี่ยงก็พยายามสร้างวิวาทะ ขายฝันหลอกคนรุ่นใหม่ของกะเหรี่ยงมาเป็นทหารออกรบเพื่อชาติตนเอง ทั้งๆที่การสร้างชาติที่แท้จริงสามารถจบได้บนโต๊ะเจรจา

สุดท้ายคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสงครามในขณะนี้กองกำลังกะเหรี่ยงก็ไม่ต่างอะไรกับทหารรับจ้างของพวกตะวันตกที่พยายามสร้างประเด็นในเมียนมาเพื่อป้องกันการรุกคืบของจีนและรัสเซียในภูมิภาคนี้

กอทูแล ณ วันนี้คนกะเหรี่ยงคงไม่มีโอกาสได้เห็นและจะไม่มีวันได้เห็นหากสุดท้ายคนกะเหรี่ยงเองเลือกที่จะจับอาวุธเข้ายึดแทนที่จะเลือกหนทางสันติวิธี

ส่วนไทยคงต้องตอบคำถามให้หนักว่าเราเลยจุดที่เอากะเหรี่ยงเป็นรัฐกันชนหรือยัง  เพราะอย่าลืมว่า ณ วันนี้ยาเสพติดส่วนหนึ่งเข้ามาประเทศไทยโดยทางช่องทางธรรมชาติในพื้นที่กะเหรี่ยงนั่นเอง

แบนหนัง ‘พระร่วง’ เมื่อโซเชียลเป็นเหตุ นักแสดงไม่ช่วย แถมสื่อช่วยเหยียบซ้ำ

(18 พ.ค. 68) วันนี้เอย่าขอมานอกเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับพม่ากันสักครั้งนะคะเพราะมาถึงนาทีนี้คงไม่มีกระแสภาพยนตร์เรื่องไหนดังเท่า พระร่วง มหาศึกสุโขทัยได้อีกแล้ว  เพราะกระแสคนแห่แบนภาพยนตร์เรื่องนี้รุนแรงจนแทนที่จะกลายเป็นว่าภาพยนตร์ที่ดูมีแววรุ่งกลับกลายเป็นมีแววดับเสียอย่างนั้น

จากประเด็นเรื่องความเห็นในโซเชียลของนักแสดงกัมพูชาที่แสดงออกถในการเคลมชุดไทยเป็นการจุดชนวนแอนตี้ภาพยนตร์เรื่องนี้จนกลายเป็นกระแสแบนในวงกว้างอีกทั้งมีการขุดอีกว่าในช่วงบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องนี้  สื่อทางกัมพูชารายงานว่ามีหนังไทยฟอร์มยักษ์ จ้างดาราสาวชาวกัมพูชาอย่าง เยม สตรีเพชรด้วยค่าตัวสูงลิ่ว นั่นยิ่งสร้างให้เกิดความโมโหโกรธาโดยเฉพาะกลุ่มคนไทยที่ไม่ได้ชอบชาวเขมรเป็นทุนเดิมอยู่แล้วให้หนักขึ้นไปอีก 

ประเด็นนักแสดงสร้างความฉิบหายให้แก่ภาพยนตร์ที่ตนแสดงไม่ใช่เพิ่งขึ้นครั้งแรกหรือเกิดแค่ในฝั่งบ้านเรา  ไม่นานมานี้ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่างสโนไวท๋ก็พังไม่เป็นท่า แม้จะด้วยสาเหตุมากมายหลายอย่างไม่ว่าจะนางเอกไม่ตรงปกบทหนังอิหยังวะ หรือคนแคระซีจี บลาๆอะไรก็ตาม  แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจะเป็นประเด็นเลยคือการที่นางเอกอย่าง  ราเชล เซเกลอร์ ประกาศกลางโซเชียลว่าเธอสนับสนุนปาเลสไตน์จนทำให้แฟนหนังจำนวนหนึ่งเลือกจะไม่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้

ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปไม่ได้เสพแค่คุณภาพของผลงานแต่มองถึงปูมหลังที่ผ่านมา รวมถึงทัศนคติด้วย ดังนัันทำให้ผลงานของนักแสดงหรือผู้กำกับรวมถึงนักร้องบางคนที่ควรจะปังได้มากกว่านี้แต่กลับปังได้เท่าที่เห็นเพราะหลายคนติดบ่วงจากภาพลักษณ์ในอดีต

ที่สำคัญวงการภาพยนตร์โดยเฉพาะนายทุนภาพยนตร์อาจจะต้องเรียนรู้ถึงการควบคุมดารา ศิลปิน รวมถึงทีมงานทุกคนให้มีภาพลักษณ์ที่ดีอันจะไม่ส่งผลเสียต่อภาพยนตร์ที่กำลังจะฉายซึ่งนี่อาจจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในวงการบันเทิงก็เป็นได้

อย่างไรก็ตามถ้าเราเลือกไม่ให้ค่าดาราคนนั้นภาพยนตร์เรื่องพระร่วงก็เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่อุดมไปด้วยนักแสดงมากฝีมือแถมเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับทุนสร้างจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ด้วย ดังนั้นถ้าเราตัดจุดนี้ได้เอย่าก็อยากให้ไปสนับสนุนกันนะคะ   แต่ถ้าไม่งั้นก็อาจจะมีฉบับรีคัทที่ตัดฉากดาราเขมรออกไปนั่นก็อาจจะทำให้กระแสดีขึ้นก็เป็นได้  ไม่เชื่อลองดูตัวอย่างของ Aquaman and the lost kingdom ดูคะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top