Tuesday, 11 August 2026
TheStatesTimes

๑๒ สิงหาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลว

๑๒ สิงหาคม
วันคล้ายวันพระราชสมภพ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นวันสำคัญที่ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ พระราชวงศ์ และประชาชนมาอย่างยาวนาน

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ทรงเป็นพระธิดาในหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร และหม่อมหลวงบัว กิติยากร ต่อมาได้ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 และทรงดำรงพระราชสถานะเป็นสมเด็จพระบรมราชินีคู่พระบารมีแห่งรัชกาลที่ 9
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะถิ่นทุรกันดารและพื้นที่ห่างไกล เพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร รับฟังปัญหา และพระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชน

หนึ่งในพระราชกรณียกิจสำคัญที่เป็นที่จดจำอย่างกว้างขวาง คือการส่งเสริมอาชีพและอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย ผ่านงานศิลปาชีพ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าฝีมือหัตถกรรมพื้นบ้านของราษฎรไทย โดยเฉพาะในชนบท เป็นทั้งมรดกภูมิปัญญาและช่องทางสร้างรายได้ให้ครอบครัว จึงทรงส่งเสริมให้ประชาชนมีอาชีพเสริมจากงานทอผ้า งานจักสาน งานแกะสลัก งานปัก และงานหัตถศิลป์แขนงต่าง ๆ
พระราชกรณียกิจด้านศิลปาชีพไม่เพียงช่วยให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ยังช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผ้าไทยและงานหัตถกรรมหลายแขนงได้รับการฟื้นฟู ส่งเสริม และเผยแพร่ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความงดงามทางวัฒนธรรมไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากงานด้านศิลปาชีพแล้ว พระองค์ยังทรงมีพระราชกรณียกิจด้านสาธารณกุศลและการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงสนับสนุนงานด้านการแพทย์ การสาธารณสุข การบรรเทาทุกข์ และการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยต่าง ๆ

พระองค์ยังทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า ตลอดจนทรงส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตของคนกับธรรมชาติ เพราะการดูแลสิ่งแวดล้อมคือพื้นฐานของความมั่นคงในชีวิตและความยั่งยืนของชุมชน

วันที่ 12 สิงหาคมจึงไม่ใช่เพียงวันคล้ายวันพระราชสมภพเท่านั้น แต่ยังเป็นวันที่คนไทยร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจอันกว้างขวางของพระองค์ ทั้งในด้านการพัฒนาอาชีพ การอนุรักษ์วัฒนธรรม การสาธารณสุข การสงเคราะห์ประชาชน และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของราษฎร

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคมเป็น “วันแม่แห่งชาติ” เพื่อเชิดชูพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อให้ประชาชนได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ ผู้เป็นบุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งในชีวิตของทุกคน

สัญลักษณ์สำคัญของวันแม่แห่งชาติ คือดอกมะลิ ซึ่งเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอม และสื่อถึงความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูก วันนี้จึงเป็นโอกาสให้ลูกหลานได้ระลึกถึงพระคุณแม่ แสดงความรัก ความเคารพ และตอบแทนพระคุณผ่านการกระทำที่ดี

ในความหมายของชาติไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงได้รับการยกย่องในฐานะ “แม่แห่งแผ่นดิน” จากพระราชกรณียกิจที่ทรงดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทรงมองเห็นคุณค่าของคนไทยในทุกพื้นที่ และทรงส่งเสริมให้ราษฎรมีอาชีพ มีศักดิ์ศรี และมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงขึ้น

พระราชกรณียกิจของพระองค์จึงเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการยกระดับชีวิตชุมชนชนบทและการอนุรักษ์เอกลักษณ์ไทยให้ดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

12 สิงหาคมของทุกปี จึงเป็นวันที่ปวงชนชาวไทยพร้อมใจกันถวายพระพรชัยมงคล และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทย และทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเมตตา ความเสียสละ และการทำงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

วันนี้จึงเป็นทั้งวันแห่งความรัก ความกตัญญู และวันแห่งการรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อแผ่นดินไทยและประชาชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน

13 สิงหาคม 2413 กองทัพไทยสมัย ร.๕ ปรับเปลี่ยนระบบคำบอกแถวทหาร จากเดิมที่ใช้คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษ เป็นภาษามคธ (บาลี) เสริมวัฒนธรรมไทย-พุทธในทหาร

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2413 ในสมัยรัชกาลที่ 5 กองทัพไทยได้มีการปรับเปลี่ยนระบบคำบอกแถวทหาร จากเดิมที่ใช้คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษ มาเป็น ภาษามคธ (บาลี) เพื่อให้สอดคล้องกับภาษาและวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งเสริมสร้างอัตลักษณ์ทหารไทยให้แตกต่างจากแบบแผนตะวันตก

ก่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ กองทัพไทยรับแบบแผนฝึกจากตะวันตก โดยเฉพาะอังกฤษ ซึ่งรวมถึงคำสั่งบอกแถว เช่น การทำความเคารพ การเคลื่อนพล และการจัดระเบียบแถว แต่ต่อมา ทางราชการเห็นว่าควรปรับเป็นคำที่เข้าใจง่าย และมีรากทางวัฒนธรรมไทย-พุทธมากขึ้น จึงเลือกใช้ภาษามคธเป็นหลัก
ตัวอย่างคำบอกที่เปลี่ยนมาใช้ เช่น “วันทยาวุธ” แทนการทำความเคารพด้วยอาวุธ “วันทยาหัตถ์” แทนการทำความเคารพด้วยมือ

การปรับครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ทหารไทยมีคำสั่งที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิรูปกองทัพในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมุ่งผสมผสานความทันสมัยกับการคงไว้ซึ่งรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top