Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

เก้าอี้ประธานฟีฟ่าสั่นคลอน!! จากแผนขายหุ้นฟุตบอลโลกสู่ศึกชิงอำนาจ ‘อินฟานติโน’ ถูกมองต้องหาที่พึ่งทางการเมือง หลังดีลขายหุ้นฟุตบอลโลกจุดกระแสต่อต้านทั่วโลก รายงานอ้างหวังให้ทีม ‘ทรัมป์’ ช่วยประคองตำแหน่ง

จานนี อินฟานติโน ต้องการให้ทีมงานรัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ ช่วยเรื่องการรักษาตำแหน่งประธานฟีฟ่าของตนเองไว้ หลังกำลังเผชิญกระแสโจมตีอย่างหนัก

สำนักข่าวนิวยอร์กโพสต์รายงานว่า จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ต้องการให้ทีมงานรัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ช่วยเหลือในเรื่องการรักษาตำแหน่งของตนเองไว้

อินฟานติโนตกเป็นประเด็นโจมตีจากการนำเสนอแผนขายหุ้นการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจนต้องพับแผนลง แต่หลายฝ่ายมองว่าประธานฟีฟ่ารายนี้สมควรอำลาตำแหน่งด้วย

รายงานระบุว่าอินฟานติโนได้มีกำหนดหารือกับ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา รวมถึงยังมีคำกล่าวอ้างจากแหล่งข่าวที่บอกว่าประธานฟีฟ่ารายนี้จะติดต่อหานักการทูตระดับสูงของสหรัฐด้วย

แหล่งข่าวรายหนึ่งบอกว่า “เขาต้องการพูดคุยกับรัฐมนตรีผ่านทางออนไลน์เกี่ยวกับวิธีที่ทำให้ฟุตบอลเป็นรูปแบบหนึ่งของอำนาจทางการทูตสำหรับอเมริกา แต่เรารู้กันดีว่าการคุยกันหนนี้มันเกี่ยวกับการรักษาตำแหน่ง”

รายงานยังอ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวอีกว่าอินฟานติโนพยายามติดต่อหาทรัมป์แต่ไม่สำเร็จ และประธานฟีฟ่ากำลังรู้สึกโดดเดี่ยวหลังเผชิญกระแสข่าวเชิงลบมากมาย ซึ่งทางสำนักข่าวบอกว่าได้ติดต่อหาฟีฟ่าและกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกาเพื่อขอคุยเรื่องนี้แล้ว

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10346808

‘เซเลนสกี’ ส่งสัญญาณสงบศึก!! ยุติยิงโดรน-ขีปนาวุธทันที ห้ามทำลายโรงไฟฟ้า-เขื่อน ตรึงแนวรบตามปัจจุบัน ยูเครนเลิกหวังนาโต-หาพันธมิตรใหม่

มีไคโล โปโดลยัค (Mykhailo Podolyak) ที่ปรึกษาประจำสำนักงานประธานาธิบดีแห่งยูเครน เปิดเผยถึงข้อเสนอสำคัญจาก ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ที่ยื่นส่งตรงไปยัง วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เพื่อหาทางออกในสงคราม:

สรุป 3 ข้อเสนอหลักจากฝั่งยูเครน:

ยุติการใช้โดรน ขีปนาวุธ และเครื่องบินรบยิงถล่มใส่กัน
ห้ามยิงถล่มโรงไฟฟ้า เขื่อน และระบบส่งกำลังบำรุงทางพลังงานของทั้งสองฝ่าย

ตรึงแนวรบไว้ตามสถานการณ์จริงในปัจจุบัน (Current front line) โดยไม่มีการรุกคืบภาคพื้นดินเพิ่มเติม

ข้อเสนอของเซเลนสกีสะท้อนถึงแรงกดดันมหาศาลต่อระบบพลังงานและเครือข่ายป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน หลังจากรัสเซียประเคนขีปนาวุธ Kalibr, Iskander และ Kinzhal อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ พลเอก วาเลรี ซาลุชนี (Valerii Zaluzhnyi) อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน กล่าวว่า ยูเครนควรเลิกคาดหวังการเป็นสมาชิกนาโต และหันไปมุ่งเน้นที่พันธมิตรด้านความมั่นคงใหม่ๆ แทน

“ทุกปีผมได้ฟังนิทานว่าเรากำลังจะเข้าร่วมนาโต น่าเสียดายที่เราจะไม่มีวันได้เข้าร่วม!”

ที่มา : https://www.facebook.com/100083240865663/posts/1029526156498737/?rdid=tRDDuhgFzvoBxAP2#

บทเรียนเวเนซุเอลา!! “โศกนาฏกรรมเวเนซุเอลา” น้ำมัน 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ถูกสหรัฐฯ ริบไว้ 1.27 หมื่นล้าน เมื่อรายได้น้ำมันถูกคุมจากภายนอก สู่คำถามอธิปไตยเศรษฐกิจยุคใหม่

"โศกนาฏกรรมเวเนซุเอลา": เมื่อน้ำมัน 1.3 หมื่นล้านเหรียญ ถูกสหรัฐฯ ริบไว้ 1.27 หมื่นล้าน สู่โมเดลล่าอาณานิคมยุคใหม่

ความพลิกผันอันน่าพรั่นพรึงของเวเนซุเอลาในปี 2026 ไม่ใช่เพียงแค่วิกฤตการเมืองระดับตัวบุคคลอย่างการเปลี่ยนผ่านผู้นำ แต่คือ "#การสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างสมบูรณ์" ผ่านข้อตกลงพิทักษ์ทรัพย์สินน้ำมัน (Oil Custody Agreement) กับสหรัฐอเมริกา

1. กลไก "พิทักษ์ทรัพย์สิน": การยึดสายป่านทางเศรษฐกิจ
ภายหลังเหตุการณ์ต้นปี 2026 ที่สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงและสนับสนุนผู้นำรักษาการคนใหม่ เวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศที่มีสำรองน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก ได้ถูกบีบให้เซ็นสัญญาพิทักษ์รายได้จากการขายน้ำมัน โดยกำหนดให้ รายได้ทั้งหมดจากการส่งออกน้ำมันต้องวิ่งตรงเข้าบัญชีของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

-ตัวเลขจริงที่น่าตกใจ: ในช่วงครึ่งปีแรก เวเนซุเอลาทำรายได้จากการส่งออกน้ำมันได้สูงถึง 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่สหรัฐฯ กลับอนุมัติโอนคืนให้รัฐบาลเวเนซุเอลาใช้ในประเทศเพียง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเพียง ~2.3%) โดยอ้างเหตุผลเรื่อง "มนุษยธรรม"

-ส่วนต่าง 12,700 ล้านดอลลาร์ไปไหน?: รายได้ส่วนใหญ่ตกเป็นของกลุ่มทุนน้ำมันอเมริกันอย่าง Chevron ที่เข้ามาควบคุมสัดส่วนการส่งออก รวมถึงการทำธุรกรรมที่ไม่โปร่งใสผ่าน "ผู้ซื้อปริศนา" ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมากล่าวอย่างเปิดเผยว่า การควบคุมรายได้น้ำมันครั้งนี้ สร้างผลตอบแทนคุ้มค่าต่อปฏิบัติการทางหารของสหรัฐฯ สูงถึง 28 เท่า ซึ่งเป็นการยอมรับกลายๆ ถึงการเข้ายึดครองทรัพยากรเชิงพาณิชย์

2. สวัสดิการพังทลาย: ความทุกข์ยากที่ตกอยู่กับประชาชน
ในอดีต ยุคชาเวซและมาดูโร รัฐบาลใช้รายได้จาก "น้ำมัน" เป็นสายเลือดหลักในการค้ำจุนระบบสวัสดิการสังคม (การศึกษา พยาบาล อาหารแจกฟรี และไฟฟ้าราคาถูก) แต่เมื่อสายป่านการเงินถูกตัดขาด ระบบสวัสดิการทั้งหมดจึงดิ่งลงเหวทันที:

-วิกฤตสาธารณสุขและศึกษา: โรงพยาบาลขาดงบประมาณจนต้องหยุดทำการ ขาดยาพื้นฐาน โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์และชุดนักเรียนจนอัตราการเข้าเรียนลดลงอย่างน่าใจหาย
-เงินเฟ้อพุ่งสูง-ค่าเงินไร้ความหมาย: รายงานเศรษฐกิจไตรมาสแรกปี 2026 ระบุว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำสุดในรอบ 5 ปี (เหลือเพียง 2.5%) ในตลาดมืด ค่าแรงขั้นต่ำของประชาชนมีมูลค่าเหลือเพียง 0.28 ดอลลาร์สหรัฐ (ไม่ถึง 10 บาทไทย) ซึ่งไม่เพียงพอแม้แต่จะซื้ออาหารประทังชีวิตเพียงวันเดียว

3. "ข้าหลวงใหญ่การทหาร": รัฐหุ่นเชิดและการสูญเสียอธิปไตย
นี่คือโมเดล "#ล่าอาณานิคมรูปแบบใหม่" (Neo-Colonialism) ที่น่ากลัวยิ่งกว่าศึกอิรักปี 2003 เพราะสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องตั้งฐานทัพหรือส่งทหารเข้าไปยึดครองพื้นที่ถาวร แต่ใช้วิธี ควบคุมสายการเงินและควบคุมการเมืองผ่านระยะไกล (Remote Control):

-ไร้ซึ่งอำนาจการตัดสินใจ: รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (มาร์โก รูบิโอ) กลายเป็นผู้มีอำนาจแท้จริงในการอนุมัติตำแหน่งรัฐมนตรี โครงสร้างกลาโหม ไปจนถึงการตรวจร่างแถลงการณ์ทางการทูตและการสื่อสารออกสื่อของรัฐบาลรักษาการเวเนซุเอลา จนถูกเปรียบเปรยว่าเป็น "ข้าหลวงใหญ่แห่งเวเนซุเอลา"

-เส้นทางขนส่งน้ำมันถูกผูกขาด: เรือน้ำมันทั้งหมดของเวเนซุเอลาถูกบังคับให้มุ่งหน้าสู่คลังเก็บน้ำมันของสหรัฐฯ เท่านั้น ห้ามค้าขายกับประเทศอื่นอย่างอิสระ

กรณีของเวเนซุเอลาคือ บทเรียนและอุทาหรณ์ระดับโลก ที่ตอกย้ำว่า เมื่อใดก็ตามที่ประเทศหนึ่งยอมยก "สายป่านทางเศรษฐกิจและทรัพยากรหลัก" ไปให้อำนาจภายนอกถือครอง แม้จะมีธงชาติ มีประธานาธิบดี หรือมีทำเนียบรัฐบาลตั้งอยู่ แต่ในทางปฏิบัติ อธิปไตย อิสรภาพ และชะตากรรมของประชาชนในประเทศนั้น จะถูกยึดครองและตกเป็นเหยื่อของการแสวงหาผลประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1057907296746809&id=100075826461941&rdid=A4HlsqQGUt1VUoLX#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top