Tuesday, 1 September 2026
NewsFeed

ปปง.แจงคดี ‘เล่าต๋า แสนลี่’!! จากคดียาเสพติดสู่คดีฟอกเงิน ไม่จบแค่โทษจำคุก ศาลสั่งทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ตกเป็นของแผ่นดินกว่า 131 ล้านบาท

สำนักงาน ปปง. ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน คดี “เล่าต๋า แสนลี่ กับพวก” เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน กว่า 131 ล้านบาท

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสาธารณะว่า นายเล่าต๋า แสนลี่ ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษจากเรือนจำแล้ว นั้น

วันนี้ (19 ส.ค.) สำนักงาน ปปง. ขอเรียนว่า ในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด นอกจากนายเล่าต๋า แสนลี่ กับพวก จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว ยังถูกดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอีกด้วย

โดยสำนักงาน ปปง. ได้ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของบุคคลดังกล่าวและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดต่อเนื่องหลายคดี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ถึง พ.ศ. 2563 และศาลได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน รวมมูลค่ากว่า 131 ล้านบาท และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว

ที่มา : https://mgronline.com/crime/detail/9690000081829

หนี้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ พุ่งไม่หยุด!! 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ประชากรเฉลี่ยหนี้สูงถึง 1.16 แสนดอลลาร์ ดอกเบี้ยพุ่งวันละเกิน 3 พันล้าน ภาระหนี้ทำรัฐบาลกู้เพิ่มต่อเนื่อง

หนี้สหรัฐฯ ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ดอกเบี้ยพุ่งกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน

หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,280 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังรัฐบาลกลางมีหนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 80 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่เริ่มต้นปีงบประมาณ 2026 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2025

สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ (Congressional Budget Office: CBO) รายงานว่า ในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 เพียงอย่างเดียว รัฐบาลสหรัฐฯ กู้เงินไปประมาณ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 57.6 ล้านล้านบาท)

หากนำยอดหนี้ 40 ล้านล้านดอลลาร์มาเทียบกับจำนวนประชากรสหรัฐฯ ตามประมาณการของสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ในปี 2026 ที่ประมาณ 342.7 ล้านคน จะเท่ากับว่ามีหนี้รัฐบาลกลางเฉลี่ยประมาณ 116,700 ดอลลาร์ต่อประชากรหนึ่งคน (ประมาณ 3.73 ล้านบาทต่อคน)

ขณะเดียวกัน ภาระในการจ่ายดอกเบี้ยจากหนี้ก้อนมหาศาลนี้ก็กำลังเพิ่มสูงขึ้น โดย CBO ระบุว่า ในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ จ่าย ดอกเบี้ยสุทธิประมาณ 963,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 30.8 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ย มากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน (มากกว่า 96,000 ล้านบาทต่อวัน)

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1378382704450086/?rdid=5vvUypdFCpQa16uT#

ตำรวจไทยยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต!! ของหญิงไทยที่ถูกกล่าวหาว่า ถูกชายชาวออสเตรเลียฆาตกรรม ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจย้ำเดินหน้าความยุติธรรมทั้งคนไทยและต่างชาติ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ตำรวจไทยยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงไทยที่ถูกกล่าวหาว่าถูกชายชาวออสเตรเลียฆาตกรรมในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ตามรายงานการชันสูตรพลิกศพของตำรวจที่สำนักข่าว ABC ได้รับมา ระบุว่า ธัญชนก ดอนหอมหล้า วัยรุ่นสาวชาวไทย ถูกทำให้ขาดอากาศหายใจเสียชีวิต

ตำรวจไทยแจ้งกับสำนักข่าวเอพีว่า จากหลักฐานที่รวบรวมได้ พวกเขาเชื่อว่าการสืบสวนใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว

กรณีชายชาวออสเตรเลียวัย 65 ปี ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมหญิงไทยวัย 17 ปี หรือ “น้องเค้ก” ธัญชนก ดอนหอมหล้า ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ยังคงเป็นคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและรอผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบสำนวนคดี

สำนักข่าวรอยเตอร์ส์รายงานว่า ผู้ต้องสงสัยชื่อนายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน เป็นชายชาวออสเตรเลียอายุ 45 ปี ถูกจับกุมที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ขณะกำลังซื้อตั๋วเครื่องบินสายการบินเจ็ตสตาร์ เพื่อเดินทางกลับมายังนครเพิร์ธ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

พ.ต.อ. เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เปิดเผยกับเอสบีเอส ไทย ว่า จากพยานแวดล้อมและหลักฐานที่ตำรวจมีในขณะนี้ เชื่อว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ลงมือทำร้ายผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า “ไม่มีคนอื่นเข้าไป [ในห้อง] นอกเหนือจากคุณไซมอนและน้องเค้ก” ขณะที่ผู้ต้องหาให้การอ้างว่าได้บีบคอผู้เสียหายจนแน่นิ่ง ก่อนนำร่างไปไว้ในห้องน้ำ และภายหลังนำศพใส่กระเป๋าเพื่อนำไปทิ้ง
สำหรับบาดแผลรอยข่วนที่พบบนร่างของผู้ต้องหา ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการต่อสู้ของผู้เสียชีวิตระหว่างถูกทำร้าย โดย พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า

“น้องอาจจะมีการต่อสู้ระหว่างที่อาจจะถูกบีบคอ ก็อาจจะดิ้นหรืออะไรต่าง ๆ มือก็คงไปข่วนที่ตัวของคุณไซมอน”

ในประเด็นแรงจูงใจของคดี ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดจากการทะเลาะกันเรื่องส่วนตัว แต่เจ้าหน้าที่ขอสงวนความเห็นในส่วนนี้ เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่สามารถชี้แจงหรือโต้แย้งข้อกล่าวอ้างดังกล่าวได้

จากการสอบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ถึงเพื่อน โดยแจ้งว่าได้เดินทางมาถึงห้องพักของผู้ต้องหาแล้ว และกล่าวว่าห้องพักมีสภาพรก แต่ไม่มีข้อความใดที่บ่งชี้ว่าผู้เสียชีวิตรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือคาดว่าจะเกิดอันตรายขึ้น

ด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ติดต่อพนักงานสอบสวนและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว
พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ในช่วงแรกของการสืบสวน ตำรวจรับแจ้งเพียงว่ามีเยาวชนสูญหายและไม่สามารถติดต่อได้ จึงแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ไว้ก่อน เนื่องจากขณะนั้นยังไม่พบศพของผู้เสียชีวิตและยังไม่พบกระเป๋าที่ใช้ซ่อนศพ

สำหรับกระบวนการทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่า คดีนี้มีอัตราโทษสูง โดยหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อัตราโทษสูงสุดตามกฎหมายไทยคือประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม การกำหนดโทษจะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ คำให้การของผู้ต้องหา และดุลพินิจของศาล

ในฐานะที่ผู้ต้องหาเป็นชาวออสเตรเลีย พ.ต.อ.เอนก ระบุว่า สถานทูตออสเตรเลียได้ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามรายละเอียดของคดีแล้ว และตำรวจพร้อมรับฟังข้อสงสัยหรือข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้คดีของผู้ต้องหา ทั้งนี้ เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เจ้าหน้าที่ได้จัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาในระหว่างการสอบสวนตามกระบวนการกฎหมายไทย

ผู้กำกับการตำรวจยังยอมรับว่า ในพื้นที่พัทยาเคยมีเหตุทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายระหว่างชาวต่างชาติกับผู้หญิงไทยเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากความเข้าใจผิดหรือการโต้เถียงกัน แต่โดยทั่วไปไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเช่นคดีนี้

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.เอนก ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญกับการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและการอำนวยความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยกล่าวว่า “ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือคนไทยที่กระทำผิด เราพยายามจะทำให้ความยุติธรรมทุกฝ่ายอยู่แล้ว” พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่ไม่คาดคิดและไม่สะท้อนภาพรวมด้านความปลอดภัยของเมืองพัทยา

ที่มา : https://www.sbs.com.au/language/thai/th/podcast-episode/pattaya-police-australian-man-charged-for-murder/dzvdgn6m4?fbclid=IwY2xjawTzT4VwZG9mAWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMWUxMXVLQ2xnQVp3TGtYV2NzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEeJSwe8zhWSBqgOBXC42Q0T6tV2Uh3SdCzSU7yu-qGf4-oYyAdKF1uVZxDTH4_aem_XL5UyI11zOZqUsKG24n6zA

“กาชาด” เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม!! ระดมอาสาสมัครจัดถุงยังชีพ 300 ชุด ร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน ขอบคุณอาสาสมัครและเครือข่ายทุกฝ่าย ส่งกำลังใจผ่านวิกฤติภัยน้ำท่วม

เร่งระดมกำลังอาสาสมัครกาชาด ร่วมบรรจุถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนจากเหตุน้ำท่วม จำนวน 300 ชุด ร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน เพราะความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วน

ขอขอบคุณอาสาสมัครกาชาด และภาคีเครือข่ายสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน
ร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

นิทรรศการชวนหยุด เชิญร่วมสัมผัสงานศิลป์ ANAPANA SATI เปิดประสบการณ์ใหม่ เดินทางผ่านสติด้วยศิลปะหลากมิติ ย้ำให้เห็นความสำคัญของการอยู่กับตัวเอง

ขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัส
ANAPANA SATI — RETURN TO SELF
นิทรรศการศิลปะเชิงประสบการณ์ ที่ชวนให้เราหยุดจากความเร่งรีบ และกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง

ภายในงานจะได้สัมผัสการเดินทางผ่านศิลปะ ประติมากรรม แสง เสียง กลิ่น และกิจกรรมที่ออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงเรื่องของ “สติ” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการทำสมาธิมาก่อน

มาลองให้เวลาตัวเองได้หยุด หายใจ และสังเกตว่า เมื่อโลกภายนอกค่อย ๆ เงียบลง เราได้ยินอะไรจากข้างในบ้าง

ANAPANA SATI — RETURN TO SELF
Immersive Mindfulness Exhibition by ARTWELL®

🗓 วันที่ 10 สิงหาคม – 28 กันยายน 2569
📍 Gallery 3 ชั้น 2, River City Bangkok

จัดโดย ARTWELL® และ Command N Design Center
ริเริ่มและออกแบบโดย ภัณฑ์ธิรา ณิชยสุรีย์กุล

สามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมภายในงานได้ที่
Facebook: www.facebook.com/artwellofficial
Instagram: www.instagram.com/artwellexhibition
LineOA: https://lin.ee/rilOEzy

ลงทะเบียนเข้างาน เพียง 101บาท
ฟรี เครื่องดื่ม 115 บาท
อยากให้ทุกคน มา “ใส่บาท” กัน
Website: www.artwellexhibition.com

เรือรบอังกฤษถึงกัมพูชา!! HMS Tamar เทียบท่าฐานเรือเรียมครั้งแรก เปิดบทใหม่ความร่วมมือกลาโหม หลังเข้าเทียบท่าฐานเรือเรียม สะท้อนสัมพันธ์กลาโหมอังกฤษ–กัมพูชาที่กำลังขยับใกล้ชิด

เรือรบหลวง HMS Tamar ของกองทัพเรือสหราชอาณาจักร เดินทางถึงกัมพูชาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นก้าวต่อไปในความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศที่กำลังเติบโตระหว่างสหราชอาณาจักรและกัมพูชา

การเยือนครั้งนี้รวมถึงการเข้าเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม ซึ่งถือเป็นการเยือนครั้งแรกของเรือรบจากกองทัพเรือสหราชอาณาจักรที่ฐานทัพแห่งนี้ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในเรือรบระหว่างประเทศเพียงไม่กี่ลำที่มาเยือนฐานทัพเรือเรียมตั้งแต่เปิดทำการอีกครั้งในเดือนเมษายน 2025 การปรากฏตัวของ HMS Tamar สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการเปิดกว้างและมีส่วนร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างกองทัพเรือสหราชอาณาจักรและกองทัพกัมพูชา

นอกจากนี้ยังเป็นการยอมรับสิทธิอธิปไตยของกัมพูชาในการแสวงหาความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศที่หลากหลายและสมดุลกับพันธมิตรทั่วภูมิภาคและนอกเหนือจากนั้น

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1496696115818201&id=100064334816576&rdid=HDxUe1kp91jjenWD#

นายกฯ ดึงยักษ์สวนสนุกนิวซีแลนด์ “Skyline” Skyline เล็งขยายลงทุนไทย หลังบีโอไอไฟเขียวสวนสนุกในกรุงเทพฯ ต่อยอดท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจยั่งยืน

นายกฯ หนุน “Skyline” ยักษ์สวนสนุกนิวซีแลนด์ ขยายลงทุนไทย ชูไทยฮับท่องเที่ยวโลก

บีโอไอเผยนายกรัฐมนตรีหารือ Skyline Enterprises บริษัทสวนสนุกและผู้พัฒนาเครื่องเล่นชื่อดังจากนิวซีแลนด์ ที่มีธุรกิจครอบคลุมหลายประเทศทั่วโลก หารือแผนขยายการลงทุนในประเทศไทยและต่อยอดสู่การวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับเครื่องเล่นรุ่นใหม่ ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก และกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีและคณะได้พบหารือกับ Mr. Geoff McDonald ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท Skyline Enterprises ณ เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในโอกาสเดินทางเยือนนิวซีแลนด์ โดยได้หารือถึงแผนการลงทุนของบริษัทในประเทศไทย ซึ่งได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบบีโอไอในกิจการสวนสนุกที่กรุงเทพมหานคร และนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้ Skyline พิจารณาขยายการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติมอีกในอนาคต เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก มีพื้นที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งพื้นที่ชายทะเล ภูเขา และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งสามารถรองรับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมนันทนาการรูปแบบใหม่ ตลอดจนช่วยเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมและประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย นอกจากนี้ รัฐบาลยังพร้อมสนับสนุนให้บริษัทศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาชิ้นส่วนใหม่สำหรับอุปกรณ์เครื่องเล่น ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และให้ความสำคัญอย่างสูงกับความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

Skyline Enterprises เป็นบริษัทด้านการท่องเที่ยวชั้นนำของนิวซีแลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2509 มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนา ออกแบบ และบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและเครื่องเล่น ซึ่งบริษัทเป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาเครื่องเล่น และสวนสนุกจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักในระดับสากล เช่น กระเช้าลอยฟ้า (Gondola/SkyRide) ที่เมืองควีนส์ทาวน์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกระเช้าลอยฟ้าที่มีความชันที่สุดในซีกโลกใต้ และเป็นต้นกำเนิดของเครื่องเล่น Luge (รถเลื่อนตามแรงโน้มถ่วง) ที่โด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบัน Skyline มีฐานการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ ทั้งนิวซีแลนด์ แคนาดา เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และมาเลเซีย และอยู่ระหว่างการขยายธุรกิจในสหราชอาณาจักร สำหรับประเทศไทย Skyline เพิ่งได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการสวนสนุกตั้งที่กรุงเทพมหานครเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยบริษัทมองว่าไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับการขยายธุรกิจในเอเชีย

จากความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและฐานนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และยังมีศักยภาพในการพัฒนาและขยายกิจการอีกมากในพื้นที่ต่าง ๆ

“การลงทุนของ Skyline ไม่เพียงเพิ่มกิจกรรมที่มีสีสันและประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย แต่บริษัทยังสนใจและมีโอกาสต่อยอดไปสู่กิจกรรมที่ใช้ความรู้และเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนาด้านเครื่องเล่นใหม่ ๆ ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหากเกิดขึ้นในประเทศไทย จะช่วยพัฒนาบุคลากรและสร้างองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นายนฤตม์กล่าว

นายกฯ จีบ T&G ยักษ์ผลไม้นิวซีแลนด์!! ดันไทยเป็นฮับกระจายสินค้าเกษตรสู่อาเซียน–ตลาดโลก เชื่อมเครือข่ายตลาดอาเซียน ใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าผลผลิต ยกระดับรายได้เกษตรกรกว่า 6 ล้านครัวเรือน

นายกฯ จีบ T&G ยักษ์ผลไม้นิวซีแลนด์ ยกระดับเกษตรกร ชูไทยฮับกระจายสินค้าเกษตรอาเซียน

นายกฯ หารือ T&G Global บริษัทชั้นนำด้านพืชสวนและผลไม้สดจากนิวซีแลนด์ เจ้าของแบรนด์แอปเปิล ENVY และ JAZZ ที่จำหน่ายผลไม้ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ชูศักยภาพไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและกระจายสินค้าเกษตรสู่ตลาดผู้บริโภคกว่า 700 ล้านคนในอาเซียน พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและการวิจัยและพัฒนา นำความเชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ผลไม้ระดับโลกมาช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรไทยกว่า 6 ล้านครัวเรือน และเชื่อมโยงผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและคณะได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัท T&G Global ณ เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในโอกาสเดินทางเยือนนิวซีแลนด์ โดยได้หารือถึงโอกาสในการขยายความร่วมมือและการลงทุนของบริษัทในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้ต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทยกับ T&G ให้ครอบคลุมการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรและผลไม้คุณภาพสูงของไทยเข้าสู่เครือข่ายการจัดจำหน่ายของ T&G เพื่อขยายตลาดในภูมิภาคและตลาดโลก และนำประสบการณ์ของบริษัทในการพัฒนาแอปเปิลจากสินค้าเกษตรท้องถิ่นสู่แบรนด์ระดับโลก มาประยุกต์ใช้ในการยกระดับมาตรฐานการเพาะปลูก การจัดเก็บ การบรรจุ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลไม้ไทย

นอกจากนี้ยังได้ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าและกระจายสินค้าเกษตรสำหรับตลาดอาเซียน ด้วยที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางภูมิภาค สามารถเชื่อมโยงตลาดผู้บริโภคกว่า 700 ล้านคน ประกอบกับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ทั้งท่าเรือแหลมฉบัง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระบบ Cold Chain และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ตลอดจนเครือข่ายความตกลงการค้าเสรี ที่ช่วยสนับสนุนการค้าและการกระจายสินค้าในภูมิภาคที่สำคัญ ปัจจุบันมีเกษตรกรไทยกว่า 6.4 ล้านครัวเรือน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของแรงงานทั้งประเทศ ที่ยังพึ่งพาภาคเกษตรเป็นอาชีพหลัก ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่จะนำผลไม้จากสวนของเกษตรกรไทยไปวางขายทั่วโลก

ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะเทคโนโลยีการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและการจัดเก็บวัตถุดิบทางการเกษตร เพื่อช่วยยืดอายุพืชผักและผลไม้โดยไม่ใช้สารเคมี รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และเกษตรกร เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านการจัดเก็บและรักษาคุณภาพสินค้าเกษตรของไทย

T&G Global เป็นหนึ่งในบริษัทด้านพืชสวนและผลไม้รายใหญ่และเก่าแก่ของนิวซีแลนด์ ก่อตั้งเมื่อปี 2440 หรือเกือบ 130 ปีที่ผ่านมา ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์การเพาะปลูกและจัดหาผลผลิต การบรรจุและจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การจัดเก็บและโลจิสติกส์ ไปจนถึงการตลาดและจัดจำหน่าย โดยมีแบรนด์ผลไม้ระดับพรีเมียม เช่น ENVY, JAZZ และ Orchard Rd ปัจจุบันบริษัทมีแหล่งเพาะปลูกใน 10 ประเทศ และจำหน่ายผลไม้สดในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยธุรกิจแอปเปิลเป็นธุรกิจหลัก คิดเป็นประมาณร้อยละ 67 ของรายได้รวม

สำหรับประเทศไทย T&G ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัท T&G South East Asia ซึ่งตั้งสำนักงานในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2559 และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) โดยประเทศไทยเป็นฐานสำคัญแห่งหนึ่งของบริษัทในการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เกษตรกรรมคือรากฐานที่หล่อเลี้ยงคนไทย การประสานความร่วมมือกับ T&G ซึ่งเป็นผู้นำด้านเกษตรสมัยใหม่และการขนส่งกระจายสินค้าสด จะเป็นโอกาสในการนำประสบการณ์และองค์ความรู้จากบริษัทระดับโลกมาต่อยอดกับฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่เข้มแข็งของไทย ยกระดับผลไม้ไทยทั้งด้านการผลิต การเก็บรักษา และการขนส่งผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความสดใหม่ เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สินค้าเกษตรคุณภาพสามารถวางขายได้ทั่วทุกมุมโลก และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทยในระยะยาว” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้ บีโอไอสามารถให้การส่งเสริมการลงทุนครอบคลุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งกิจการศูนย์บริการโลจิสติกส์ กิจการคัดคุณภาพและเก็บรักษาผลิตผลและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร กิจการศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตร ตลอดจนกิจการวิจัยและพัฒนา เพื่อสนับสนุนการลงทุนและยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทย

ศาลจีนสั่งจำคุกตลอดชีวิต ‘สวี่เจียอิ้น’!! อดีตประธานเอเวอร์แกรนด์ ปมคดีการเงินมหาศาล ยึดทรัพย์สินและเพิกถอนสิทธิ์ ปรับบริษัทเอเวอร์แกรนด์แพงมาก

ศาลจีนตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 'สวี่เจียอิ้น' อดีตประธานเอเวอร์แกรนด์

เซินเจิ้น, 20 ส.ค. (ซินหัว) -- วันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน มีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตสวี่เจียอิ้น อดีตประธานบริษัท เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป (Evergrande Group) โดยศาลฯ ระบุว่าเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ปและสวี่มีความผิดฐานรับเงินฝากจากประชาชนอย่างผิดกฎหมาย ฉ้อโกงการระดมทุน ออกสินเชื่อผิดกฎหมาย ฉ้อโกงการออกหลักทรัพย์ เปิดเผยข้อมูลสำคัญโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และติดสินบนองค์กร

ศาลฯ ยังพิพากษาว่าสวี่มีความผิดฐานใช้เงินทุนอย่างผิดกฎหมายและยักยอกทรัพย์ ขณะที่บริษัท เอเวอร์แกรนด์ เรียล เอสเตท กรุ๊ป (Evergrande Real Estate Group) มีความผิดฐานออกหลักทรัพย์โดยมิชอบ

คำพิพากษาของศาลฯ ระบุว่าสวี่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและรับผิดชอบการดำเนินงานโดยรวมของเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป โดยสวี่บริหารและควบคุมบริษัทเอเวอร์แกรนด์ เรียล เอสเตท กรุ๊ป และบริษัทอื่นๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งมีการลงทุนครอบคลุมภาคอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ การเงิน และภาคส่วนอื่นๆ

การกระทำผิดทางอาญาของสวี่และบริษัททั้งสองแห่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินของภาครัฐและเอกชน และกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยศาลฯ ระบุว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมหาศาลและมีพฤติการณ์ร้ายแรงยิ่ง ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรง ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงสมควรได้รับโทษอย่างหนักตามกฎหมาย

สวี่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และศาลมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด พร้อมคำสั่งให้ติดตามเรียกคืนผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงชดใช้ส่วนที่ยังขาดเหลือ ส่วนเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ปถูกปรับเป็นเงิน 8.82 พันล้านหยวน (ราว 4.31 หมื่นล้านบาท) ขณะที่เอเวอร์แกรนด์ เรียล เอสเตท กรุ๊ปถูกปรับเงิน 7 พันล้านหยวน (ราว 3.42 หมื่นล้านบาท)

ที่มา : Xinhua

อาลัย ‘เรย์ แม็คโดนัลด์’ หลังเสียชีวิตกะทันหันที่บ้านพักย่านพัฒนาการ โดยแพทย์สันนิษฐานหัวใจขาดเลือดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ ครอบครัว–เพื่อนสนิท รับร่างที่นิติเวช รพ.ตำรวจ ท่ามกลางความเศร้า ทิ้งความทรงจำให้แฟนยุค 90

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางสริญญา หรือ แหม่ม แม๊คโดแนลด์  ภรรยาของเร พร้อมครอบครัว และเพื่อนสนิท เช่น ลีโอ พุฒ และชาคริต แย้มนาม เดินทางมารับศพของ เร แม๊คโดแนลด์ วัย 49 ปี อดีตดาราและพิธีกรชื่อดัง ที่วูบหมดสติจากไปอย่างสงบเมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่บ้านพักย่านพัฒนาการ กรุงเทพมหานคร โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตคือ สันนิษฐานว่าหัวใจขาดเลือด จากเส้นเลือดหัวใจตีบ

ลีโอ พุฒ เปิดเผยว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์คือเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น ส่งผลให้หัวใจขาดเลือด จากไปอย่างสงบไม่ได้เจ็บอะไร คุณหมอแจ้งว่าอาการนี้เหมือนกับหลับไปเฉย ๆ เหมือนเครื่องปั๊มมันหยุดทำงาน คิดว่าคงคล้ายกับหัวใจวาย เลือดไม่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแล้วหยุดเต้น สาเหตุเกิดจากเรื่องของการใช้ชีวิต อาหารการกิน ไขมันเลว ทานอาหารที่ไม่ดี ทำให้เส้นเลือดมีไขมันและแคลเซียมไปเกาะ ทำให้เลือดเดินไม่สะดวก ตนมีประสบการณ์ตรงและเคยมีสัญญาณเตือนคือจะแน่นที่ช่วงบริเวณลิ้นปี่เหนือขึ้นมานิดหนึ่ง ซึ่งอาการแบบนี้หลายคนมักสับสนและคิดไปในแง่ดีว่าเป็นแค่กรดไหลย้อน มันแยกกันลำบาก สำหรับเคสนี้จึงอยากฝากเตือนไว้ หากใครมีอาการแบบนี้ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ จะมีวิธีการตรวจเบื้องต้น เช่น อัลตร้าซาวด์ หรือเดินลู่แปะอุปกรณ์

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าก่อนหน้านี้เรเคยมีอาการเหนื่อยหอบหรือไม่ ลีโอ พุฒ ตอบว่า เรเป็นคนไม่บ่น แต่ตนสังเกตว่าเรจะดูเหนื่อยกว่าคนอื่นถ้าไปทำกิจกรรมหนัก ๆ ตอนแรกไม่ได้เอะใจเพราะรู้ว่าเรเป็นคนความคิดจะวิ่งอยู่ในหัวตลอดเรื่องงาน ซึ่งอาจจะนอนไม่เพียงพอ ปกติเคยบอกให้เรไปตรวจสุขภาพตอนที่ตนไปตรวจ และแนะนำให้เรไป แต่เรค่อนข้างดื้อไม่ค่อยชอบหมอ ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวเรื่องดื่มเหล้า เรเลิกเหล้ามาแล้ว 30 ปี ยืนยันว่าไม่ดื่มเลย กินแต่ขนม โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวต่างๆในร้านสะดวกซื้อ ดื่มโค๊ก ซีโร่ ส่วนเรื่องบริษัทใครจะทำต่อ ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูด ต้องให้เกียรติภรรยาของเรและยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น

ด้าน นางสริญญา ภรรยาของเร และ ชาคริต แย้มนาม เปิดเผยว่า เป็นเรื่องของเส้นเลือดหัวใจ 3 เส้นตีบประมาณ 90,90และ70 เปอร์เซ็นต์ หลับไปเฉย ๆ ถือว่าเพื่อนไปสบาย อวัยวะทุกอย่างในร่างกายดีหมด มีแค่ประเด็นเดียวคือเรื่องหัวใจ เรเป็นคนทำงานเต็มที่พักผ่อนน้อยตามประสาของนักเดินทางที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่น ถือว่าถึงเวลาของเขาที่เป็นนักเดินทางไปในที่ที่ดี เรเป็นคนมีความมุ่งมั่น ทุกอย่างที่ทำทำอย่างเต็มที่ ในทุก ๆ การเดินทางของเพื่อนคือความสุข วันนี้เป็นวันแรกที่มีพิธีสวดศพ 7 วัน และมีกำหนดการฌาปนกิจในวันพุธที่ 26 ส.ค. โดยช่วงเย็นวันนี้จะเป็นพิธีรดน้ำศพภายในครอบครัว

นางสริญญา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จริง ๆ แล้วเรได้พักในช่วงเดือนนี้เพราะลูกปิดเทอม จะไปเที่ยวและใช้เวลากับลูก ได้เตะบอลกับลูก จนกระทั่งในวันที่เขาต้องตื่นมาส่งลูกตามที่ทำทุกวัน แต่เขากลายเป็นคนที่ไม่ตื่นแล้ว นอนหลับไปเลย วันนั้นลูกกับพ่อมีกู๊ดไนท์กันปกติ และลูกขึ้นไปนอน ตอนแรกตนคิดว่าเรแกล้งเพราะปกติชอบแกล้ง ตนก็จะแกล้งกลับ ความผิดปกติคือเขาไม่เคยมีอาการอะไร ไม่เคยบอก นั่งดูทีวีปกติแล้วล้มตัวไปนอน ขยับตัวเหมือนคนปกติเพื่อหาความสบายของตัวเองแล้วก็หลับไป ตอนที่ลงไปนอนก็ยังขยับจัดให้นอนสบายตัวเหมือนหลับลึก ไปช่วงที่หลับสนิทหลายชั่วโมงกว่าตนจะลงไปเจอตอนเที่ยงคืนกว่าเกือบตีหนึ่ง จนตนแต่งตัวลงมาส่งลูกตอน 6 โมงครึ่ง จึงเจอเรและพบว่าเสียชีวิตแล้ว ไม่ได้มีภาวะฉุกเฉินอะไรที่จะบอกได้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องการหาหมอและดูแลสุขภาพ เรเป็นคนกลัวหมอ ต้องบังคับให้ไป อย่างกรณีการทำฟันก็ไม่ค่อยชอบเจอหมอ ตนต้องบังคับและบางทีต้องหลอกพาไป ตนเชื่อว่าผลงานของเรทำไว้มากมายและขอบคุณมาก ๆ คิดว่าลูกน่าจะภูมิใจในตัวพ่อ ส่วนเรื่องงานที่จะต้องทำต่อ เพื่อน ๆ มองว่าต้องมีเร อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนสานต่อในงานที่คุยกับลูกค้าไว้ ซึ่งจะต้องมีการคุยกันต่อไป

ทั้งนี้ ร่างของนายเรถูกบรรจุในโลงศพสีขาวลายดอกไม้ และนำขึ้นรถตู้สีขาวของเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู หมายเลขทะเบียน 3ฒฎ 2488 กรุงเทพมหานคร เพื่อไปตั้งบำเพ็ญกุศลและสวดอภิธรรมที่วัดยาง พระอารามหลวง อ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมายเลขใต้ฝาโลงศพของนายเรคือเลข 769

จากนั้นครอบครัว ภรรยา และเพื่อนสนิท ได้ขึ้นรถคันเดียวกันเพื่อเดินทางไปยังวัดยาง พระอารามหลวง โดยมีคุณแม่ของ “เร แม๊คโดแนลด์” ร่วมเดินทางไปด้วย ส่วน ภรรยาของเร ถือกระถางธูปขึ้นรถด้วยอาการโศกเศร้าและร้องไห้ตลอดเวลามีอาการคล้ายจะเป็นลม โดยเพื่อนและครอบครัวต้องประคองเดิน

ทั้งนี้ก่อนขบวนรถจะออกเดินทาง “นายชาคริต แย้มนาม” ได้เคาะรถมูลนิธิฯพร้อมพูดว่า “ขึ้นรถมานะ แม๊ก ตามมานะเพื่อน” ก่อนขึ้นรถเดินทางไปยังวัดยางฯเพื่อเตรียมพิธีรดน้ำศพเย็นนี้ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top