Tuesday, 9 June 2026
GoodsVoice

‘บิ๊กตู่’ ร่วมต้อนรับนทท. คนที่ 10 ล้านจากซาอุฯ พร้อมอวยพรให้มีความสุขในดินแดนสยามเมืองยิ้ม

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ อาทิ นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ร่วมกิจกรรม ‘Amazing Thailand 10 Million Celebrations’ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวคนที่ 10 ล้าน คือ นางนาจูด อัลไควเตอร์ และนายไฮซัม อัลมัดลึจ ชาวซาอุดีอาระเบีย

อย่างไรก็ตาม ทาง ททท. ได้มอบของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวจาก 2 เที่ยวบิน คือ เที่ยวบิน TG923 การบินไทย ผู้โดยสาร จำนวน 348 ราย เดินทางจากท่าอากาศนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 13.45 น. และ เที่ยวบิน SV 846 สายการบินซาอุดีอาระเบียน แอร์ไลน์ : ซาอุเดีย (Saudi Arabian Airlines : Saudia) จำนวน 357 ราย เดินทางจากกรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 15.00 น. โดยของระลึกคือกระเป๋าผ้า ภายในบรรจุ หมวก ผ้าพันคอผ้า ผ้าขาวม้า ผ้าขนหนู และตุ๊กตา ‘น้องสุขใจ’ มาสคอตของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ตัวน้อยที่จะพานักท่องเที่ยวออกเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าวันนี้เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่เราได้มีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมงานเฉลิมฉลองการต้อนรับนักท่องเที่ยวครบ 10 ล้านคนในวันนี้ และยินดีที่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมายังประเทศไทย

ทะลุเป้าปี 65!! ททท. ฉลองต่างชาติเที่ยวไทยครบ 10 ล้านคน พร้อมเดินหน้าดันยอดสู่ 20 ล้านคนในปี 66

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2565 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่งการบ้านรัฐบาล จัดงาน ‘Amazing Thailand 10 Million Celebrations’ เฉลิมฉลองโอกาสสำคัญ
ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ครบ 10 ล้านคน (ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) ตามเป้าหมายส่งเสริมตลาดต่างประเทศของปี 2565 ของ ททท. ณ ท่าอากาศยานสำคัญ 7 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ สนามบินสมุย และด่านพรมแดนทางบก 2 แห่ง ได้แก่ ด่านพรมแดนสะเดา และด่านพรมแดนหนองคาย 

อีกทั้ง เป็นการขอบคุณนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่ให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และประกาศความสำเร็จแบรนด์ Amazing Thailand ตอกย้ำความเชื่อมั่นประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจนักท่องเที่ยว เตรียมเดินหน้าดันยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่ 20 ล้านคนในปี 2566

ทั้งนี้ การจัดงาน ‘Amazing Thailand 10 Million Celebrations’ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้รับเกียรติจาก นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานเชียงใหม่ นายณัฐวุฒิ ทาอินต๊ะ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายปฏิบัติการ) นายพัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวเพ็ญภัสสร คงสิริ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และนายพรเทพ อรรถกิจไพศาล ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ เข้าร่วมให้การต้อนรับและมอบของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวเวียดนาม จำนวน 180 คน ที่เดินทางด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD 907 จากเมืองดานัง ถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ เวลา 12.30 น. และนักท่องเที่ยวฮ่องกง จากเขตปกครองพิเศษฮ่องกง จำนวน 180 คน ที่เดินทางด้วยสายการบินฮ่องกงเอ็กซเพรส เที่ยวบิน UO 754 จากฮ่องกง ถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ เวลา 18.50 น. ซึ่งวางแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง

‘ญี่ปุ่น’ เตรียมถอยทัพออกจากจีน เบนเข็มลุยอาเซียน ส้มหล่น!! ผลโพลเผย 76% ญี่ปุ่นเลือกซบไทย

(11 ธ.ค. 65) เมื่อไม่นานมานี้ รายการ Summary Reporter ได้เผยแพร่วิดีโอบอกเล่าเรื่องราวการลงทุนของญี่ปุ่นในจีน พร้อมระบุถึงทีท่าที่ไม่สู้ดี เนื่องจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ยังเข้มข้นของจีน และแนวโน้มที่จะย้ายฐานการลงทุนกลับมาที่อาเซียน และส้มอาจหล่นที่ประเทศไทย โดยระบุไว้อย่างน่าสนใจว่า…

‘ญี่ปุ่น’ เตรียมเปลี่ยนแผนถอยทัพออกจากจีน เบนเข็มกลับสู่อาเซียน โดยมีโอกาสมากถึง 76% ที่จะกลับมาลงทุนในประเทศไทย หลังนโยนบายจีนเอาแน่เอานอนไม่ได้

ดูเหมือนนโยบายการเปิดประเทศของจีนนั้นน่าจะยังอีกยาวไกล ทำให้การทำธุรกิจในจีนดูสุ่มเสี่ยงเกินไป เพราะเอาแน่เอานอนไม่ได้สักอย่าง ในขณะที่โลกหมุนไป ทั่วโลกเปิดประเทศหมดแล้วหลังจากโควิด-19 แต่จีนยังอยู่แบบเดิมๆ คนทำธุรกิจก็แย่หนัก นำเข้าก็ไม่ไหว ส่งออกก็ไม่ได้ 

ด้วยเหตุผลนี้ทำให้หลายประเทศที่เข้าไปลงทุนในจีนต้องปรับแผนกันใหม่ เตรียมถอยทัพออกจากจีนในหลายๆ กลุ่มธุรกิจ

แต่ที่น่าจับตามองคือ ‘ญี่ปุ่น’ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าว Nikkei ของญี่ปุ่น ได้ไปสำรวจผู้ประกอบการธุรกิจหรือนักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในจีน จากผลสำรวจระบุว่า จาก 100 แห่ง มี 78 แห่งบอกว่า ความเสี่ยงในการจัดหาชิ้นส่วนและอุปกรณ์วัตถุดิบในจีนมันเพิ่มมากขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

อีกทั้งบริษัทญี่ปุ่นประมาณร้อยละ 53% บอกว่า จะเตรียมลดการพึ่งพาในการจัดซื้อหรือการพึ่งพาอุปสงค์และอุปทานในจีนลง อย่างที่รู้กันว่าจีนเป็นโรงงานขนาดใหญ่ของโลก และโรงงานของญี่ปุ่นไปตั้งในจีนเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มบริษัทที่ผลิตเครื่องจักร จะมีการลดการพึ่งพาจีนลงถึง 60% 

ขณะที่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ เคมีภัณฑ์ จะลดการพึ่งพาจีนลงถึง 57% ส่วนบริษัทด้านอิเล็กทรอนิกส์จะลดการพึ่งพาจีนลง 55% ดูจากตัวเลขพวกนี้ถือว่าลดลงครึ่งๆ เลยทีเดียว

‘ชาวมาเลเซีย’ แห่เที่ยวเบตงช่วงปลายปี ดันยอดขาย ‘อาหาร-เสื้อผ้า-ของฝาก’ พุ่ง

(11 ธันวาคม 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และในย่านธุรกิจเมืองเบตง ยังคงคึกคัก มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทั้งทางรถบัสเป็นกรุ๊ปทัวร์ และรถตู้โดยสาร นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมีความชื่นชอบอาหาร อากาศ แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งมาเยี่ยมญาติพี่น้องที่อยู่ใน อ.เบตง ด้วย เพราะนักท่องเที่ยวบางคนเคยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแล้วเมื่อ กว่า 2 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้เข้ามาอีก เพราะติดสถานการณ์โควิด-19

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้ามาท่องเที่ยวที่อำเภอเบตง จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเกือบทั้งหมด และมีนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียนของมาเลเซีย ตั้งแต่วันที่ 10-31 ธันวาคม 65 และเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ในวันจันทร์ 2 มกราคม 66

ขณะเดียวกัน ในวันนี้ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดสัปดาห์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวด้วยเช่นเดียวกัน ส่งผลให้สถานประกอบการ ร้านอาหาร สตรีทฟู้ด ขายดิบขายดี รวมทั้งร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึก มีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย เข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้าเพื่อนำกลับไปเป็นของฝากให้ญาติพี่น้อง ทำให้ร้านค้าที่ขายเสื้อผ้าในย่านธุรกิจ ใจกลางเมืองเบตงได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ตั้งใจมาซื้อเสื้อผ้า เนื่องจากเสื้อผ้าที่นี่ราคาถูกกว่าที่อื่นและมีแบบให้เลือกหลากหลาย มีสีสันสดใส ทั้งของผู้หญิงและผู้ชายรวมทั้งของเด็กๆ ด้วย

การท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคัก เมื่อยอดนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยในปีนี้ทะลุ 10 ล้านคน ดีเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งสัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจภาคการท่องเที่ยวไทยสดใส หลังจากซบยาวในช่วงวิกฤติ Covid-19

รัฐบาลไทยขานรับกระแสขาขึ้นของการท่องเที่ยวไทย จัดกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนามบินทั้ง 7 แห่ง และด่านชายแดนอีก 2 แห่ง ตั้งแต่วันเสาร์ (10 ธันวาคม 2565) ยาวไปจนถึงสิ้นปี เพื่อฉลองความสำเร็จยอดนักท่องเที่ยวทะลุเป้า โดยจะมีการแสดงโชว์งานศิลปวัฒนธรรมไทยอันตื่นตา ตื่นใจ มอบพวงมาลัย และ ถุงของขวัญให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ได้มาร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวคนที่ 10 ล้านที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมทั้งกล่าวว่า "ผมเชื่อว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ และวันนี้ฟ้าก็เปิดแล้ว รวมถึงด่านชายแดนของเราเช่นกัน เราจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ และจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยเรามีความพร้อมในทุกด้านแล้ว"

ตัวเลขนักท่องเที่ยว 10 ล้านคน นับเป็นความสำเร็จของการผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปีนี้ เมื่อเทียบกับตัวเลขในปี พ.ศ. 2564 ที่มีนักท่องเที่ยวไม่ถึงล้านคน และคาดว่า ภายในสิ้นปีนี้ ไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศมากกว่า 5 แสนล้านบาท

รูดม่าน Motor Expo โกยยอดจองกว่า 4 หมื่นคัน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในงานราว 5.1 หมื่นลบ.

ปิดฉากมอเตอร์เอ็กซ์โป 2022 ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยยอดจองรถในงานของปีนี้รวมทั้งหมด 42,768 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 36,679 คัน จักรยานยนต์ 6,089 คัน มากกว่าปี 2021 ที่มียอดจองรวมอยู่ที่ 31,583 คัน

ทั้งนี้ยอดจองท็อป 3 ได้แก่ โตโยต้า อันดับ 1 จำนวน 6,064 คัน, อันดับ 2 ฮอนด้า 3,252 คัน และ อันดับ 3 BYD 2,714 คัน

ส่วนรถยนต์หรูที่มียอดจองสูงสุด ได้แก่ อันดับ 1 MERCEDES-BENZ 1,597 คัน, อันดับ 2 BMW 1,234 คัน และ อันดับ 3 VOLVO 330 คัน

'สุริยะ' เอื้อ!! 'คนตัวเล็ก-เอสเอ็มอี-วิสาหกิจชุมชน' คลอด 'มอก.เอส' อนุมัติอู่รถแปลงเครื่องยนต์เป็นอีวี

(13 ธ.ค.65) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เร่งรัดให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และที่เกี่ยวข้องออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ออกประกาศมาตรฐานอุตสาหกรรมเอส (มอก.เอส) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อให้การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือวิสาหกิจชุมชนที่ต้องการเครื่องหมายการันตีสินค้าหรือบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค จำนวน 2 มาตรฐาน

ได้แก่ 1. การบริการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้าและ 2. การบริการดัดแปลงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หลังผู้บริโภคให้ความสนใจเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันผู้บริโภคบางส่วนเลือกที่จะนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอยู่ไปดัดแปลงให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อรถไฟฟ้าคันใหม่ จึงนับว่าเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่อยู่ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ หรือ อู่ซ่อมรถต่าง ๆ จำนวนหลายร้อยรายในประเทศ จะได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพการให้บริการจนสามารถสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจดัดแปลงรถยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้

'รมว.เฮ้ง' ห่วงผู้ประกอบการภูเก็ตขาดแคลนแรงงาน สั่งกรมการจัดหางานเร่งช่วยเหลือ หลังท่องเที่ยวฟื้น

กระทรวงแรงงาน จัดแรงงานหนุนภูเก็ต เตรียมการ 3 ด้าน สนับสนุนการทำงานแบบพาร์ทไทม์ในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา จัดนัดพบแรงงานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมประสานการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเป็นระบบ ย้ำเดินตามนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล คาดการณ์แล้วปลายปีท่องเที่ยวบูมแน่  

(13 ธ.ค. 65) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวภูเก็ตขาดแคลนแรงงานหนักหลังธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาเติบโตแบบก้าวกระโดดว่า เรื่องนี้เป็นผลพวงจากการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังโควิด-19 คลี่คลายลง ซึ่งล่าสุดประสบความสำเร็จอย่างมาก และได้มีการเฉลิมฉลองที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยครบ 10 ล้านคน ตามเป้าหมายส่งเสริมตลาดต่างประเทศของปี 2565 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งการที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยในช่วงเดือนธันวาคม 2565 และช่วงปีใหม่เป็นจำนวนมากนั้นเป็นเรื่องที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้แล้ว 

อย่างไรก็ตามการขาดแคลนแรงงานในจังหวัดภูเก็ตกว่า 17,000 อัตรานั้น ทางกรมการจัดหางาน ได้สำรวจความต้องการจากหอการค้าจังหวัดภูเก็ต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับข้อมูลจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต พบว่ามีความต้องการแรงงานในสถานประกอบการธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต จำนวน 405 แห่ง และมีตำแหน่งงานว่าง (กิจการโรงแรมและการท่องเที่ยว) ทั้งสิ้น 8,772 อัตรา ซึ่งที่ผ่านมากรมการจัดหางาน ได้เตรียมการรับมือสถานการณ์ขาดแคลนแรงงานแล้ว

เสน่ห์ ‘โรบัสต้า’ กาแฟถิ่นแห่งปลายด้ามขวานที่ถูกยกระดับ รสเยี่ยมจนแบรนด์ใหญ่ไล่คว้า จากฝีมือโรงคั่วฟาฏอนี

วันนี้ (13 ธ.ค. 65) เพจเฟซบุ๊ก ‘SEED Thailand’ ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ หรือ ‘กาแฟท้องถิ่น Robusta ปลายด้ามขวาน’ ที่คนรุ่นใหม่ให้การตอบรับดี โดยมีเนื้อหาดังนี้

เวลาพูดถึง ‘กาแฟ’ หลายคนอาจจะมองว่าผลผลิตที่ดีต้องมาจากภาคเหนือเท่านั้น และหลายคนก็อาจจะยังไม่ทราบว่าพื้นที่ ‘3 จังหวัดชายแดนภาคใต้’ สามารถปลูกกาแฟได้และมีการปลูกไปแล้วในหลายพื้นที่และแต่ละพื้นที่ก็จะมีรสชาติสัมผัส ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่ 

กาแฟ Robusta ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เริ่มปลูกกันมาสักระยะหนึ่งแล้วเพราะว่ากาแฟเป็นพืชทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมในการเพาะปลูกในพื้นที่ โดยเฉพาะสายพันธุ์ Robusta ซึ่งได้มีการสนับสนุนการเพาะปลูกแล้วในหลายพื้นที่ และปัจจุบันเกษตกรก็ได้ผลผลิตกันแล้ว

โดยกาแฟท้องถิ่น Robusta ปลายด้านขวาน เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากหลากหลายพื้นที่ในจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ อ.เบตง จ.ยะลา, อ.ธารโต จ.ยะลา, ต.บันนังสาเรง อ.เมือง จ.ยะลา, อ.ยะหา จ.ยะลา, อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส, อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

สะพัด ‘ไลน์แมน วงใน’ เล็งซื้อกิจการฟู้ดแพนด้า คาดมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานอ้างแหล่งข่าววงในว่า ไลน์แมน วงใน บริษัทยูนิคอร์นธุรกิจส่งอาหารอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าครอบครองกิจการฟู้ดแพนด้าของบริษัทเดลิเวอรี ฮีโร่ เซาท์อีสต์เอเชีย ประเทศไทย 

"ตอนนี้ไลน์แมน วงใน ซึ่งมีฐานดำเนินงานอยู่ในกรุงเทพฯ กำลังพิจารณาทำข้อตกลงเข้าซื้อกิจการที่มีมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์แต่มูลค่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้อาจเปลี่ยนไปเนื่องจากมีแนวโน้มที่มูลค่าจะเปลี่ยนไป จากการถดถอยของตลาดในวงกว้างกว่าเดิม และมุมมองภายในต่อธุรกิจที่ขาดทุน" แหล่งข่าววงในที่ปฏิเสธเปิดเผยชื่อ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัท ไลน์แมน วงใน เป็นบริษัทในเครือของไลน์ คอร์ป และจีไอซี กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์ 

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าววงในระบุว่า ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการเจรจาเพื่อซื้อกิจการครั้งนี้และการเจรจาอาจจะล่ม ส่วนตัวแทนจากไลน์แมน วงในและไลน์ คอร์ป ปฏิเสธให้ความเห็น เช่นเดียวกับตัวแทนจากบริษัทเดลิเวอรี ฮีโร่ และฟู้ดแพนด้า ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อรายงานข่าวนี้เช่นกัน

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้อาจช่วยให้ไลน์แมน วงใน อยู่ในฐานะที่สามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในอุตสาหกรรมแพลตฟอร์มส่งอาหารในประเทศไทย โดยไทยซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองว่าไลน์เป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ไลน์แมน วงใน เป็นผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่างไลน์แมนและบริษัทวงใน เมื่อปี2563 ด้วยเงินลงทุนมูลค่า 110 ล้านดอลลาร์

ข่าวการเจรจาเพื่อซื้อกิจการครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เดลิเวอรี ฮีโร่ ซึ่งมีฐานดำเนินงานอยู่ในเยอรมนีพยายามดำเนินการต่างๆเพื่อให้บริษัทสามารถทำกำไรได้ภายในปี 2565 โดยนาย Niklas Oestberg ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)เดลิเวอรี ฮีโร่ กล่าวในช่วงการประชุมทางโทรศัพท์เมื่อเดือนที่แล้วว่า ขณะที่บริษัทมีฐานดำเนินงานที่แข็งแกร่งในหลายประเทศเช่น มาเลเซีย และฟิลิปปินส์  บริษัทอาจตัดสินใจถอนตัวจากบางตลาดที่บริษัทไม่ได้อยู่อันดับ 1

“เราไม่ได้ต้องการขายธุรกิจของเราในตลาดอาเซียน แต่อาจเป็นตลาดในภูมิภาคอื่น  เรากำลังอยู่ระหว่างหารือ” ซีอีโอเดลิเวอรี ฮีโร่ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top