Friday, 5 June 2026
Econbiz

ก่อนเอารถไปแลกเงิน 4 เรื่องที่ผู้กู้มือใหม่ต้องรู้

ในภาวะที่ค่าครองชีพยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่รายได้ของหลายครัวเรือนฟื้นตัวไม่เต็มที่ “สินเชื่อทะเบียนรถ” กลายเป็นทางเลือกเร่งด่วนสำหรับผู้ที่มีรถเป็นทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม ผู้ขอสินเชื่อจำนวนไม่น้อยกลับพบว่า หลังได้เงินก้อนไปแล้ว ภาระผ่อนกลับยืดเยื้อยาวนาน และยอดหนี้ลดช้ากว่าที่คาด

เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงสินเชื่อง่ายหรือยาก แต่อยู่ที่การ “เลือกผิดจุด” และ “ประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความจริง” โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ไม่แน่นอน

1. รายได้ไม่นิ่ง อย่าผ่อนยาว
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ การเลือกสัญญาที่ค่างวดต่ำ เพื่อให้ดูผ่อนสบายในแต่ละเดือน แต่แลกด้วยระยะเวลาผ่อนยาว ซึ่งทำให้ยอดดอกเบี้ยรวมสูง และเงินต้นลดช้ากว่าที่คิด ผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อระบุว่า ในกรณีรายได้ไม่แน่นอน ระยะเวลาผ่อนที่ยาว อาจเพิ่มแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายในระยะยาว

2. ไม่โอนเล่ม มักปลอดภัยกว่า ถ้าจำเป็นต้องใช้รถทุกวัน
สินเชื่อทะเบียนรถมีทั้งแบบ “โอนเล่ม” และ “ไม่โอนเล่ม” โดยหลายคนตัดสินใจจากวงเงินที่ได้เป็นหลัก ทั้งที่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่สิทธิของผู้ให้กู้ หากเกิดการผิดนัดชำระในกรณีที่ผู้กู้ต้องใช้รถในการทำงานหรือดำรงชีวิตประจำวัน การเลือกสินเชื่อแบบไม่โอนเล่มมักช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกยึดรถกะทันหัน ขณะที่สินเชื่อแบบโอนเล่ม แม้จะได้วงเงินสูงกว่า แต่จำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขด้านการผิดนัดชำระหนี้และการยึดทรัพย์ให้รอบคอบเป็นพิเศษ

3. อย่าดูแค่วงเงิน ให้ดู “ยอดรวมทั้งสัญญา”
ผู้ขอสินเชื่อจำนวนมากตัดสินใจจากตัวเลขค่างวดรายเดือน โดยไม่ทราบยอดเงินรวมที่ต้องชำระตลอดอายุสัญญา ส่งผลให้ภายหลังพบว่าจ่ายเงินไปแล้วเป็นระยะเวลานาน แต่เงินต้นลดลงเพียงเล็กน้อย เคทีซีแนะนำให้ผู้กู้ขอเอกสารแสดงตารางผ่อนชำระที่ระบุยอดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และยอดรวมทั้งหมดอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจลงนาม โดยเฉพาะกรณีที่มีค่าปรับในการปิดบัญชีก่อนกำหนด หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีผิดนัด

4. เงินก้อนมาไว แต่ผลกระทบอยู่ยาว
ในทางปฏิบัติ เงินที่ได้จากสินเชื่อทะเบียนรถมักถูกนำไปปิดค่าใช้จ่ายที่เร่งด่วน และหมดลงภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ค่างวดผ่อนยังต้องจ่ายต่อเนื่องเป็นปี หากไม่มีแผนการใช้เงินที่ชัดเจน หรือไม่มีเงินสำรองเผื่อรายได้สะดุด อาจทำให้ต้องก่อหนี้เพิ่มเพื่อมาปิดหนี้เดิม สถานการณ์เช่นนี้ทำให้รถซึ่งเคยเป็นทรัพย์สินเพื่อสร้างรายได้ กลายเป็นภาระทางการเงิน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระในระยะยาว

แบบนี้ก็มีด้วย!! สายการบินดังลืมผู้โดยสาร 23 ชีวิตไว้บนรถบัส อ้างการสื่อสารคลาดเคลื่อน เกือบทิ้งผู้โดยสารเคว้งกลางลานจอด โชคดีมี ‘ป้ายา’ ช่วยเป็นกระบอกเสียงแทน จนเครื่องต้องวนกลับมารับ 

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 - โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า “Nat Nattyy”  ซึ่งโพสต์ข้อความ ว่า “ชั้นเเละเพื่อนผู้ประสบภัย” 

“เที่ยวบิน : ดอนเมือง-หาดใหญ่ : FD3116 : 17 มกราคม 2569 เวลาออก : 07.10
สถานะ : Bus Gate เพื่อขึ้นเครื่องกลางลานจอด” 

“กลุ่มเรามี 5 คน ด้วยความเป็นพวกเรา check in online … ตรวจตัวตรวจเป๋า พุ่งตรงไปที่ Gate รอ … ผ่านขั้นตอน … ขึ้นBus ขึ้นเครื่อง นั่ง(ที่นั่ง 10 แถวเเรก)  พอคาดเข็มขัดได้ผ้าห่มมา หลับบบบบ 😴💤 … เครื่องยังไม่ออก” 

“ต่อไป … คือการรวบรวมจากเพื่อนในกลุ่มที่ไม่ได้นั่งด้วยกัน กระจายใน 10 แถวเเรกของเครื่อง และไม่หลับเหมือนเรา” 

“ช่วงเวลาที่เครื่อง กำลังเลื่อนออกเพื่อจะรอไป Take off มีคุณป้าท่านหนึ่งปลดเข็มขัดแล้วเดินไปหาแอร์ เพื่อจะบอกว่าเครื่องอย่าพึ่งออกนะเพื่อนของป้าที่เช็คอินแล้วยังไม่ได้มาขึ้นเครื่อง … แอร์เดินสวนมาอย่างว่องไวแล้วบอกว่าคุณป้านั่งลงก่อนนะคะเครื่องกำลังจะออกปลดเข็มขัดไม่ได้” 

บทสนทนา : (ถ้าติดสำเนียงใต้ ทองเเดงหน่อยๆจะมันส์มากกกก)

ป้า : เครื่องยังออกไม่ได้นะเพื่อนป้าเช็คอินมาแล้วด้วยกันนั่งข้างข้างป้านี่แหละแต่เค้าไม่ได้มาขึ้นเครื่องเลยอย่าพึ่งออกอย่าพึ่งออก !!!

แอร์ : แล้วเพื่อนป้าตอนนี้อยู่ที่ไหนหรอคะแล้วทำไมยังไม่มาขึ้นเครื่อง นี่เครื่องถอยออกแล้วนะคะ
 

ป้า : เดี๋ยวป้าขอโทรหาแป๊บ > อาจารย์อยู่ที่ไหนคะนี่เครื่องกำลังจะออกแล้วเข้าห้องน้ำอยู่หรือเปล่าเดินมานั่งเร็วเร็วเลยค่ะเครื่องเค้าออกไม่ได้

อาจารย์ในสาย : 📞…
ป้า : รอก่อนเเอร์ ยังออกไม่ได้ อาจารย์ยังไม่ได้ขึ้นมา
แอร์ : รถมาส่ง ลงกันทั้งรถแล้ว เพื่อนคุณป้าทำไมไม่ลงค่ะ และเค้าอยู่ที่ไหนค่ะ
ป้า : 📞 … หันมาพูดกับเเอร์ อาจารย์อยู่บนรถ ประตูไม่เปิด จะให้ลงยังไง เครื่องก็จะออก
แอร์ : คือถ้าไม่ได้ขึ้นมาตอนเครื่องออก คือทิ้งนะคะ
ป้า : ทิ้งได้ยังไงเค้าเช็คอินเข้ามาแล้ว และขึ้นรถมาเเล้ว
แอร์ : ถ้าเค้าไม่ขึ้นเครื่องมาก็แปลว่าเค้าตกเครื่องนะคะเค้าค่อยมาลำและเวลาถัดไปก็ได้ค่ะ หรือ เค้าอาจจะขึ้นผิด bus หรือเปล่าคะ เพราะตอน gate เปิด เปิด gate ใกล้กันและพร้อมกัน 2 gate ค่ะ
ป้า : ….???? 

คุยกันไปนานสองนาน สรุป เครื่องบินเคลื่อนกลับมาจอดที่เดิม เวลาตอนนั้นน่าจะประมาณ 7.45 ประตูเปิด … มีผู้โดยสารลงมาจากรถบัสและเดินขึ้นเครื่องทั้งหมด 23 คนรวมอาจารย์ด้วย

หมายความว่าไง ???
- สายการบินทิ้งผู้โดยสารไว้ที่รถบัส 23 คน
- การสื่อสารของแอร์, สจ๊วต, คนขับรถบัส เป็นศูนย์
- ไม่มีการนับจำนวนผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องมา ทั้งตอนขึ้นมาและแม้กระทั่งได้เวลาเครื่องจะออกแอร์และสจ๊วตก็ไม่ได้นับจำนวนผู้โดยสาร (โดยปกติจะมีเอกสารแจ้งก่อนบินทุกครั้งว่าจำนวนผู้โดยสารเท่าไหร่ และแอร์สจ๊วตก็ต้องนับจำนวนผู้โดยสารตามนั้นด้วย)
- ไม่มีการตามหาผู้โดยสารที่ไม่ได้ขึ้นเครื่องหรือผู้โดยสารที่ตกค้าง ซึ่งปกติถ้าเช็คอินเข้ามาแล้วทางสนามบินและสายการบินก็จะตามหาผู้โดยสารเพื่อมาขึ้นเครื่องอย่างสุดฤิทธิ์
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ยังไง ไฟลท์เช้าไปหรอ แอร์หรือสจ๊วตยังไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ หรือละเลยหน้าที่เพิกเฉยไม่ทำตามกฎปฏิบัติ หรือยังไง
- เครื่องจะออกแล้ว ถ้าไม่มา = ไม่ต้องตามหา = ไปไฟล์ทอื่น = ทิ้ง ส่วนตัวคิดว่า สายการบินเเละผู้เกี่ยวข้องน่าจะมีคำตอบที่ดีกว่านี้ หรือมีแแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีกว่านี้

ตอนจบ ถึงหาดใหญ่ปลอดภัย เสียเวลา 2 ชม + ประสบการณ์ใหม่ ขอบคุณ “ป้ายา” ผู้ช่วยให้ผู้โดยสาร 23 ชีวิตได้ขึ้นเครื่องเเละทวงคืนสิทธิ์ของผู้โดยสาร นับถือป้ายามากกก ใจเย็น มีเหตุผล พูดจาดีมีหลักการ 

เหตุการณ์นี้อาจจะไม่มีคนร้องเรียนอาจจะไม่ได้มีผู้เสียหาย เพราะทุกคนได้ขึ้นเครื่องหมดอาจจะเป็นการเล่าสนุกในกลุ่มหลังจากที่เหตุการณ์จบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่ควรเกิด มาตรฐานการบินภายในประเทศคือยังไงหรอ? พวกเราเองก็อาจจะไม่ต้องการบทลงโทษหรือการประกาศที่เห็นชัดชัดเจน แต่อย่างน้อยพวกเราเองก็เป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่ประสบภัย เสียความรู้สึกและเสียเวลาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ได้แต่เก็บไว้และระวังตัวเองเป็นอุทาหรณ์สำหรับการขึ้นเครื่องกับทุกสายการบินครั้งต่อๆ ไป 

‘จิตรเทพ เนื่องจำนงค์’ ชี้ “SAF” คือพลังงานใหม่ของประเทศ บนเวที WeCYCLE Day 2568 ตอกย้ำบทบาทไทยสู่ผู้นำพลังงานสีเขียว

นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนโชค น้ำมันพืช (2012) จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนเวิลด์ ยูซีโอ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผู้รวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วรายใหญ่ของประเทศ และดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสีเขียว ได้ให้วิสัยทัศน์ในฐานะวิทยากรพิเศษ (Speaker) ในงาน “WeCYCLE Day 2568” ซึ่งจัดโดย WHA Group ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนองค์กรและภาคอุตสาหกรรมสู่เป้าหมาย Net Zero 2050

โดยนายจิตรเทพ ได้บรรยายในหัวข้อ “การขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนด้วยการบริหารจัดการน้ำมันพืชใช้แล้ว เพื่อผลิตน้ำมันอากาศยานอย่างยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF)”

พร้อมชี้ให้เห็นว่า SAF ไม่ใช่เพียงพลังงานทางเลือก แต่เป็น “พลังงานใหม่ของประเทศ” ที่มีศักยภาพในการสร้างทั้งความมั่นคงทางพลังงาน โอกาสทางเศรษฐกิจ และการลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว

นายจิตรเทพ กล่าวว่า SAF คือโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานด้านวัตถุดิบจากน้ำมันพืชใช้แล้วในปริมาณมาก และมีผู้ประกอบการพลังงานสีเขียวที่พร้อมขับเคลื่อนเชิงอุตสาหกรรม

“SAF คือพลังงานแห่งอนาคตที่ประเทศไทยสามารถพัฒนาได้จริง หากสามารถจัดการน้ำมันพืชใช้แล้วให้เข้าสู่ระบบอย่างเป็นระบบ จะไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรพลังงานที่มีมูลค่าสูง และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ให้กับประเทศ”

‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ชี้ตลาดท่องเที่ยวเอเชีย 2026 เผชิญ 3 โจทย์หิน แนะทางรอด เลิกเน้นปริมาณ พร้อมสร้างความเชื่อมั่น – เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว กล่าวถึงหลักการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินกิจการการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการชาวเอเชียภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของโลก ในงาน Thailand Tourism Mart (TTM 2026) ที่อิมแพค เมืองทองธานี
.
โดยได้เน้น 3 ความเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงที่ต้องบริหารจัดการ ได้แก่
1.ความมั่นคงและความตึงเครียดของภูมิศาสตร์การเมืองและ
2.เศรษฐกิจโลกที่ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
3.ความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สุดขั้วมากขึ้น
.
โดยนายวีระศักดิ์ ชี้ชวนให้ผู้ประกอบการใส่ใจกับการเปิดเผยข้อมูลที่รวดเร็ว แม่นยำ ยืนยันได้จริงเพื่อสร้าง "trust" ให้ลูกค้า ว่าพวกเขาได้รับการดูแลจากมืออาชีพ มีการใช้เทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนไปของข้อมูล ใช้ AI ช่วยในการวิเคราะห์ประเมิน เปรียบเทียบและตอบสนอง และการพัฒนาไปสู่ Niche ตลาดกลุ่มความสนใจเฉพาะ เช่นตลาดผู้สูงอายุ ตลาดนักผจญภัย ตลาดสุขภาพ ตลาดของนักธุรกิจที่มองหาโอกาสใหม่ ๆ ตลาดการหวนคืนสู่ความสงบและการรักษาใจ และตลาดครอบครัวที่กำลังหนีร้อนไปหา Coolcation พื้นที่ที่ยังพอมีลมเย็นให้ผ่อนคลายจากไอแดดที่ยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

อบจ.กาญจนบุรี ผนึกอินโนพาวเวอร์ เปิดเดินรถ EV BUS สายแรก ยกระดับขนส่งสาธารณะเมืองสีเขียว

อบจ.กาญจนบุรี เดินหน้าโครงการเช่ารถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV BUS) ร่วมกับ อินโนพาวเวอร์ จำนวน 12 คัน ยกระดับการให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้เข้าถึงระบบขนส่งที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับนโยบายพลังงานสะอาดของรัฐบาล พร้อมเปิดเดินรถในเส้นทางลาดหญ้า–ท่าม่วง สร้างความมั่นคงในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะของท้องถิ่น

นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ในการให้บริการรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV BUS) แบบครบวงจร เพื่อให้การให้บริการประชาชนในจังหวัดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีมาตรฐาน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่

ทั้งนี้ อินโนพาวเวอร์ได้จัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV BUS) จำนวน 12 คัน และร่วมจัดพิธีเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการในเส้นทางสายที่ 6273 (ลาดหญ้า–ท่าม่วง) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ณ บริเวณถนนหน้าวิทยาลัยการอาชีพแม่บ้านแคว ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธี และ นายประภาสักก์ เจริญพร Head of Future Mobility บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ร่วมกล่าวถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดครั้งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี

อินโนพาวเวอร์มีบทบาทในการให้บริการและบริหารจัดการรถโดยสารไฟฟ้าแบบครบวงจร เพื่อให้บริการเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ พร้อมจัดเตรียมสถานีชาร์จรองรับการให้บริการ และระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ในรถทุกคัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความพร้อมในการเดินรถอย่างมีเสถียรภาพ

ข่าวดี ! กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครสาวไทยทำงานในกาตาร์ ตำแหน่ง "พนักงานเสิร์ฟ" เงินเดือน 4 หมื่น+ สวัสดิการดี

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานในรัฐกาตาร์กับสโมสร Doha Diplomatic Club ภายใต้การดูแลของกระทรวงการต่างประเทศ รัฐกาตาร์ ครั้งที่ 2 ตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟหญิง จำนวน 13 อัตรา เงินเดือน 4,745 ริยัลกาตาร์ หรือประมาณ 40,665 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) ระยะเวลาจ้างงาน 2 ปี สำหรับสวัสดิการ นายจ้างจะจ่ายค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไป – กลับ  และบัตรโดยสารเครื่องบินประจำปี ค่าใบอนุญาตพำนัก อาหารฟรี พร้อมบริการรถรับ – ส่งระหว่างที่พักและที่ทำงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน มีค่าล่วงเวลา และเมื่อทำงานครบ 1 ปี จะได้รับวันหยุดประจำปี 21 วัน รวมทั้งมีประกันสุขภาพให้ ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ

“กรมการจัดหางาน มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงแรงงานในการส่งเสริมให้คนไทยมีงานทำ ควบคู่กับการขยายโอกาสการจ้างงานในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยและครอบครัว โดยเร่งรัดส่งแรงงานไทยและขยายตลาดแรงงานต่างประเทศเชิงรุก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายมากกว่า 50,000 อัตรา ภายใน 4 เดือน ซึ่งสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว

ประกันสังคมพร้อมดูแล ผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง เข้าถึงสิทธิปลูกถ่ายไขกระดูกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยถึงให้ความคุ้มครองของสำนักงานประกันสังคมด้านการรักษาพยาบาล สำหรับผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็งและมีความจำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก จะต้องเข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยครอบคลุมโรคสำคัญ ได้แก่ มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเรื้อรัง มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเฉียบพลัน มะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟบลาสชนิดเฉียบพลัน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูกฝ่อชนิดรุนแรง ไขกระดูกผิดปกติระยะก่อนเป็นมะเร็ง มะเร็งไขกระดูกชนิดมัยอีโลม่า และไขกระดูกผิดปกติชนิดเป็นพังผืด

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ผู้ประกันตนสามารถยื่นคำขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาที่สะดวก เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว สำนักงานประกันสังคมจะส่งต่อให้ผู้ประกันตนเข้ารับการรักษากรณีปลูกถ่ายไขกระดูกในสถานพยาบาลที่ทำความตกลง โดยผู้ประกันตนไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น 

‘จิตรเทพ เนื่องจำนงค์’ ชี้ทางรอด SME ยุคใหม่ ต้องใช้ ‘เครื่องมือการเงิน’ เป็นตัวเร่ง เลิกคิดแค่ ‘ขายเก่ง’ แต่ต้องเป็น ‘นักลงทุนในธุรกิจตัวเอง’ เพื่อโตอย่างยั่งยืน

(3 ก.พ.69) นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ นักธุรกิจและนักลงทุนชื่อดัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมบรรยายในหัวข้อ “กลยุทธ์การเงินยุคใหม่สำหรับ SMEs” ในกิจกรรม D CEO Network รุ่นที่ 4 : The Next Frontier ซึ่งจัดโดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเดินหน้าเสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพผู้บริหารระดับสูง 

ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วย 4 ลำดับขั้นการเติบโต
นายจิตรเทพ ชี้จุดเปลี่ยนสำคัญของการทำธุรกิจยุคนี้ ไม่ใช่แค่การปั้นยอดขาย แต่คือการวางโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมได้ฉายภาพวงจรการเติบโตของธุรกิจ (Business Growth Stages) ไว้ 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
1.    Problem Solution Fit: ธุรกิจเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาได้จริง
2.    Product Market Fit: สินค้าติดตลาด มีฐานลูกค้าที่แท้จริง
3.    Business Market Fit: มีทีมงานและระบบที่พร้อมรองรับการขยายตัว
4.    Financial Instruments Fit: จุดที่นำเครื่องมือทางการเงินเข้ามาเป็นตัวเร่งความเร็ว

พร้อมทั้งระบุด้วยว่า "Financial Instruments Fit" คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ธุรกิจจะไม่ได้เติบโตด้วยแรงของเจ้าของเพียงคนเดียวอีกต่อไป แต่จะเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยโครงสร้างทางการเงินและเงินทุนจากภายนอก (Other People’s Money) ไม่ว่าจะเป็นการดึงนักลงทุน การร่วมทุน (Venture Capital) การควบรวมกิจการ (M&A) หรือการเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO)

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเรื่อง การประเมินมูลค่ากิจการ (Valuation) ซึ่ง SME ไทยหลายรายยังติดกับดักการประเมินค่าด้วย "ความรู้สึก" หรือดูแค่ว่าลงทุนไปเท่าไหร่และอยากได้คืนกี่เท่า แต่ในมุมมองของนักลงทุนมืออาชีพ จะพิจารณาจาก EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา), กระแสเงินสด (Cash Flow) และศักยภาพการเติบโตในอนาคต มากกว่าการดูเพียงงบกำไรขาดทุนปีล่าสุด

อินฟอร์มา ประกาศปักธง ProPak Asia 2026 สู่ อิมแพ็คฯ พร้อมเพิ่มพื้นที่อีก 20% ยกระดับสู่อีเวนต์สำคัญของภูมิภาค

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 กล่าวในงาน ProPak Asia Night ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อปักธงให้การจัดงาน ProPak Asia เป็นเวทีอุตสาหกรรมแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจรของภูมิภาคเอเชีย ในสถานที่จัดงานใหม่ และช่วยผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตไทยสู่เวทีโลก พร้อมระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภาครัฐ องค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรม เจาะลึกทิศทางเศรษฐกิจและอนาคตอุตสาหกรรมอาหาร 2026 ว่า อุตสาหกรรมอาหารโลกวันนี้กำลังมุ่งสู่ 3 เทรนด์ใหญ่ ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่ไม่ใช่แค่มีกิน แต่ต้องมีประโยชน์ ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง (Functional Food) และ โภชนาการที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) จะมีความต้องการมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตและการแปรรูปที่แม่นยำสูง การผลิตด้วยระบบอัตโนมัติอัจฉริยะขั้นสูง (Hyper-Automation) จะเป็นสิ่งที่เข้ามาเร็วขึ้น 

ดังนั้นเพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งไทยและภูมิภาคอาเซียนเข้าถึงความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสัมผัสกับเทคโนโลยีการผลิตจากทั่วโลก ทำให้การจัดงาน ProPak Asia 2026 นี้ จะมีความเปลี่ยนแปลง แตกต่าง และตอกย้ำถึงการเป็นงานสำคัญของภูมิภาคมากขึ้น พร้อมเชื่อมโยงระบบนิเวศทางธุรกิจ และ ห่วงโซ่มูลค่าทั้งระบบ (Total Value Chain) เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ต้นน้ำในการจัดเตรียมและการจัดการวัตถุดิบ กลางน้ำกระบวนการผลิตและแปรรูป และปลายน้ำ การจัดการคลังสินค้าและจัดส่งสินค้า นอกจากนั้นยังได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการในภูมิภาคมีโอกาสในการเชื่อมต่อ สร้างพันธมิตร และเจรจาธุรกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อตอกย้ำในการเป็นการจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญของภูมิภาคอย่างแท้จริง

งานฯ ในปีนี้จึงมีความสำคัญและขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิต ทำให้จำเป็นต้องย้ายจากสถานที่จัดงานเดิมสู่สถานที่จัดงานใหม่ คือ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเพิ่มพื้นที่การจัดงานจากเดิม 55,000 ตารางเมตร เป็น 65,000 ตารางเมตร หรือ เพิ่มขึ้นประมาณ 20% เพื่อรองรับเทคโนโลยีเครื่องจักรขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก และไลน์การผลิตแบบครบวงจรจากบริษัทชั้นนำของโลกที่จะมาร่วมจัดแสดง พร้อมเวทีในการนำเสนอถึงเทคโนโลยี IOT, AI และ Big Data ที่จะนำมาจัดแสดงแบบ Live Working Line ที่สมบูรณ์ที่สุดในเอเชีย ซึ่งพื้นที่ใหม่จะช่วยให้การขนย้ายเครื่องจักรสะดวกขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันขึ้น รองรับผู้จัดแสดงงานและเข้าชมงานจากทั่วโลกได้มากขึ้น 

นอกจากการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเครื่องจักรและโซลูชั่นแล้ว ภายในงาน ProPak Asia 2026 ยังมีการประชุมและสัมมนาสำคัญระดับภูมิภาค (Regional Conferences) โดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน จากหลากหลายสาขา ทั้งบรรจุภัณฑ์  อาหาร  เครื่องดื่ม   ยา  เครื่องสำอางผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล การทดสอบในห้องปฏิบัติการ การบริหารจัดเก็บคลังสินค้าและโลจิสติกส์ การสัมมนา Global Packaging Forum 2026, Executive Talk: Asian Agri-Food Sector ที่เจาะลึกข้อมูลครอบคลุมภาคเกษตร-อาหาร พร้อมรับมือความท้าทายในปัจจุบัน และสำรวจโอกาสในอนาคต และ Beverage Executive Talk สำหรับผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เพื่อแบ่งปันมุมมองและหารือเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของธุรกิจ ทำให้คาดว่าในปีนี้จะมีผู้ร่วมจัดแสดงงานสูงถึง 2,500 แบรนด์  จาก 45 ประเทศ และมีผู้เข้าเยี่ยมชมงานกว่า 80,000 คน ถือเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการไทยที่พลาดไม่ได้ในการเข้าเยี่ยมชมงานใหญ่ระดับภูมิภาคที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ชูโมเดล “น่านสะอาด” ของ วช. โครงการวิจัยลด PM2.5 ชูชุมชนเวียงสาต้นแบบจัดการเศษวัสดุเกษตร ปั้นรายได้จากซังข้าวโพด

จังหวัดน่าน – เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำคณะผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามความสำเร็จแผนงานวิจัย “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” ชูความสำเร็จเครือข่ายชุมชนเวียงสา เปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นปุ๋ยและเห็ด สร้างรายได้ควบคู่การฟื้นฟูปอดและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดคณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ และ นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้อำนวยการแผนงานประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 ได้ร่วมลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของ ผศ.ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ในพื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

เปลี่ยน “จุดความร้อน” เป็น “จุดสร้างรายได้” ด้วยแนวคิด BCG
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการเปลี่ยนทัศนคติจากการ “เผา” สู่การ “ใช้ประโยชน์” โดยเน้นการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างครบวงจรผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy):

•    สร้างมูลค่าเพิ่ม: นำซังข้าวโพด ฟาง และมูลสัตว์ มาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์และการเพาะเห็ดภายใต้วิสาหกิจชุมชน "เก้าเห็ดเป็นยา จังหวัดน่าน"
•    พืชเศรษฐกิจใหม่: ส่งเสริมการปลูกถั่วลิสงลายเสือและการผลิตอาหารสัตว์น้ำ เพื่อทดแทนการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวที่มักมีการเผาหลังการเก็บเกี่ยว
•    นวัตกรรมลดแรงงาน: นำเทคโนโลยีระบบน้ำหยดและการหมักปุ๋ยชีวภาพสูตรเร่งการย่อยสลายมาใช้ เพื่อช่วยเกษตรกรลดภาระแรงงานและเพิ่มผลผลิตต่อไร่

ดูแลสุขภาพควบคู่สิ่งแวดล้อม
นอกเหนือจากการจัดการด้านเกษตรกรรม โครงการยังให้ความสำคัญกับ “ลมหายใจของชุมชน” โดยมีกิจกรรมฟื้นฟูปอดสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นควัน รวมถึงการส่งเสริมการใช้สมุนไพรพื้นบ้านและผักปลอดภัยเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายจากภายใน
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top