Friday, 5 June 2026
ศาลรัฐธรรมนูญ

หลุดปม!! คดีล้มล้างฯ ภาค 2 นาทีทอง ‘อุ๊งอิ๊ง – ระบอบทักษิณ’

(24 พ.ย. 67) กรณีนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร อาศัยรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องที่ 1(ทักษิณ ชินวัตร)และผู้ถูกร้องที่ 2(พรรคเพื่อไทย) ยุติการกระทำการอันเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และศาลรธน.ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 พ.ย.2567 นั้น มีข้อมูลและเหตุการณ์ที่ควรจะได้บันทึก-ขีดเส้นใต้วิเคราะห์เป็นข้อ ๆ พอเป็นสังเขป

1) ภาพรวม ศาลรธน.มีมติ 'ไม่รับไว้พิจารณาวินิจฉัย' คำร้องประเด็นที่ 1,และประเด็นที่3-6 (กรณีชั้น 14 และครอบงำ ชี้นำ) เป็นเอกฉันท์หรือ9ต่อ0  และมีมติ 7 ต่อ2 ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในประเด็นที่ 2 (กรณีพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา) คีย์เวิร์ดที่ศาลรธน.ไม่รับคำร้องทั้ง 6 ประเด็นอยู่ตรงข้อความ “แต่การพิจารณาว่าบุคคลใดจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อการล้มล้างฯ ตามมาตรา 49 วรรคหนึ่ง จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งหมายและความประสงค์ระดับที่วิญญูชนคาดเห็นได้ว่า  น่าจะทำให้เกิดผลเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างฯ โดยการกระทำนั้นจะต้องกำลังดำเนินอยู่และไม่ห่างไกลเกินกว่าเหตุ”

อีกทั้งประเด็นที่ 1 และประเด็นที่ 3-6  ศาลรธน.เห็นว่ายังไม่มีน้ำหนักพยานหลักฐานเพียงพอ

2) น่าขีดเส้นใต้กรณีประเด็นที่ 2 ที่มีบุคคลยิ่งกว่าวิญญูชนอย่างตุลาการศาลรธน. 2 ท่าน (นายจิรนิต หะวานนท์ และนายนภดล เทพพิทักษ์) เห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ ซึ่งจากกรณีนี้มีนักกฎหมายหลายคนเห็นว่าหากมีการยื่นคำร้องตามรธน.มาตา 49 อีกครั้ง โดยผนวกรวมกับประเด็นที่ 1 (กรณีชั้น14) โดยเพิ่มพยานหลักฐานให้น่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลรธน.อาจรับไว้พิจารณาก็ได้

3) มีรายงานข่าวทั้งทางเปิดและทางลับว่านายธีรยุทธจะนำข้อมูล-ประเด็นต่าง ๆ ที่ทำไว้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการยื่นคำร้องในช่องทางอื่น ๆ ต่อไป เขาได้ประกาศแล้วว่าการที่พรรคเพื่อไทยเตรียมฟ้องชุดใหญ่ไฟกะพริบไม่เป็นปัญหาเพราะทำด้วยสุจริตใจ สำหรับพรรคเพื่อไทยการประกาศ ‘เอาคืน’ นายธีรยุทธและผู้เกี่ยวข้องด้วยการฟ้องชุดใหญ่ กล่าวอย่างถึงที่สุดนักสังเกตการณ์ทางการเมืองส่วนใหญ่เห็นว่า ‘ไม่หล่อ’ เอาซะเลย!! 

4) ผลจากศาลรธน.ไม่รับคำร้องครั้งนี้ โดยภาพรวมฝ่ายต่าง ๆ เห็นว่าศาลเป็นกลางน่าเชื่อถือ แต่แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้พรรคเพื่อไทย ตัวนายทักษิณ ชินวัตร เหมือนพยัคฆ์ติดปีก ถูกปลดล็อกจากเงื่อนปมมรณะไปได้ แม้จะมีคดีอื่น ๆ ที่มีการร้องเรียนผ่านป.ป.ช.,กกต.แต่กว่าจะทราบผลก็ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน...นานพอที่จะทำให้ 'ระบอบทักษิณ' ที่คืนชีพได้ในเบื้องต้นแล้วในวันนี้ลงหลักปักฐานได้อีกครั้ง   

5) กล่าวได้ว่าผังอำนาจ-สมการการเมืองของประเทศในขณะนี้ ปฏิเสธได้ยากว่ากลุ่มอนุรักษ์นิยมยังต้องใช้บริการ ‘พรรคเพื่อไทย’ ของทักษิณเป็นแกนนำรัฐบาลในการหยุดหรือตรึงพรรคส้ม..ปมปัญหาตรงนี้ว่าไปแล้วทำให้ประเทศไทยต้องมี 'ค่าใช้จ่าย' ให้กับระบอบทักษิณ..ทั้งความขัดแย้งในสังคมที่ปฏิเสธระบอบทักษิณ, กระบวนการยุติธรรมที่ถูกด้อยค่า..ฯลฯ..

6) แม้จะมีความรู้สึกของผู้คนไม่น้อยว่า ความรู้ ความสามารถในการเป็นนายกฯสองเดือนเศษยังไม่ผ่านหรือเป็นไปด้วยความทุลักทุเล แต่ภาษากายของนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ในขณะนี้บ่งบอกชัดเจนว่ากำลังมีความคึกคัก มีความมั่นใจกับบทบาท-ตำแหน่ง จนแทบจะอ่านใจนายกฯได้เลยว่าเธอขอเวลาอีก3-4เดือน ทุกอย่างจะเข้าที่...ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เองเมื่อปมศาลรธน.ถูกถอดสลัก..เป็นโชคดีที่ตัวนายทักษิณมีเวลาที่จะฟูมฟัก  เสริมวิทยายุทธ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ..อย่างช้าผ่านไตรมาสแรกปี2568 อาจจะเห็น ‘นิวอุ๊งอิ๊ง’

7) ซาวเสียงกูรูการเมือง นักสังเกตการณ์ทางการเมืองและแกนนำพรรคเพื่อไทยบางคน..สามารถสรุปได้ว่าถ้าไม่เกิดเหตุทางการเมืองแบบฟ้าถล่มดินทลาย ช่วงกลางหรือปลายปี 2568 หรือต้นปี 2569 อาจจะเกิดการยุบสภา...ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะทวงแชมป์เลือกตั้งกลับมาได้ และ ‘อุ๊งอิ๊ง’ จะเป็นนายกฯอีกรอบ

8) ช่วยกันดูแลประเทศไทย

‘ทนายวันชัย’ โพสต์เฟซ!! ถึง ‘นักร้อง’ กรณีศาลรัฐธรรมนูญ ชี้!! ถูกตบคว่ำ หมอไม่รับเย็บ จุดอย่างไรก็ไม่ติด ท่านไม่เอาด้วย

(24 พ.ย. 67) ทนายวันชัย สอนศิริ โพสต์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับ ‘นักร้อง’ โดยมีใจความว่า ...

สมน้ำหน้า นักร้องถูกตบกระบาลหน้าคว่ำ หมอไม่รับเย็บ....

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยกคำร้องว่าพรรคเพื่อไทยและคุณทักษิณไม่ได้ล้มล้างการปกครอง เป็นการตบกระบาลเปรี้ยงไปยังบรรดานักร้องจนหน้าคว่ำคะมำไปตาม ๆ กัน แท้ที่จริงนักร้องพวกนี้คือพวกที่พยายามจะล้มล้างและเซาะกร่อนบ่อนทำลายรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา หาเรื่องจับแพะชนแกะ โยงเรื่องโน้นเรื่องนี้สารพัดให้เป็นประเด็น เป็นนิติสงคราม เรื่องไม่เป็นเรื่องก็ทำให้เป็นเรื่อง คำวินิจฉัยในวันนี้ชี้ให้เห็นได้ว่า อย่าร้องกันมั่ว ๆ ส่งเดช ไม่เข้าท่าเข้าทาง

คนพวกนี้สู้ในสภาก็ไม่ได้ จะจัดม๊อบนอกสภาก็ไม่ไหว ทำอย่างไรก็จุดไม่ติด การร้องศาลรัฐธรรมนูญก็คงเป็นวิธีเดียวที่คนพวกนี้จะทำได้ เคยได้ผลเรื่องคุณเศรษฐามาแล้วก็เลยได้อกได้ใจ หวังว่าจะเอาศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นเครื่องมือกำจัดรัฐบาลเหมือนที่เคยทำได้ แต่ศาลท่านไม่เอาด้วย ยิ่งผลคะแนนที่ออกมานั้นมันเกือบจะเอกฉันท์เต็มร้อย ทำให้ไอ้ห้อยไอ้โหนประเภทนักร้องที่จะเล่นเกมแบบนี้ต่อไปคงไม่ได้ ทำให้หน้าแหกหมอไม่รับเย็บ

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ เพื่อไทยและคุณทักษิณก็อย่างมัวกระหยิ่มยิ้มย่อง ต้องใช้โอกาสนี้สปีดการทำงานให้เต็มสูบ เรื่องปราบปรามยาเสพติด แก้ปัญหาเศรษฐกิจ การทำมาค้าขาย ต้องเห็นผลให้ได้ภายในเดือนสองเดือนนี้ ศาลท่านก็ยกคำร้องแล้วว่าคุณทักษิณไม่เกี่ยวกับเรื่องครอบงำชี้นำอะไรทั้งนั้น ลุยได้ต้องลุย เดินเครื่องได้ต้องเดิน เพื่อไทยเป็นรัฐบาลนะ ไม่ใช่เป็นฝ่ายค้าน ผลงานต้องมี ไม่ใช่มีแต่น้ำลายพ่นกันไปวันๆ เวลาก็เหลือเพียงสองปีเศษ จะเอาสองร้อยเสียงขึ้นไป ต้องไม่ใช่เป็นอย่างเช่นทุกวันนี้ คนเขารอผลงานและการแก้ปัญหาอยู่ อย่าให้เขารอนานไปกว่านี้ ไม่อย่างนั้นทักษิณก็ทักษิณเถอะ เพื่อไทยก็เพื่อไทยเถอะ ยังขืนอืดอาดยืดยาด...ระวังจะโดนเหมือนที่เคยโดนมาแล้ว

จีนหวังไทย มีเสถียรภาพ หลังศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องสว. พร้อมสั่ง ‘แพทองธาร’ หยุดปฏิบัติหน้าที่

(1 ก.ค. 68) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนออกมาแสดงความหวังว่าไทยจะยังคงมีเสถียรภาพ ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ 36 สว.พิจารณาให้ความเป็นรัฐมนตรีของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว และมีมติ 7 ต่อ 2 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จากปมคลิปเสียงพูดคุยกับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา โดยนางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันที่กรุงปักกิ่งว่า “นี่เป็นกิจการภายในของประเทศไทยและข้าพเจ้าจะไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน เราหวังว่าไทยจะรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาไว้ได้”

กูรูการเมือง วิเคราะห์!! นายกฯ กล้าทำกล้ารับ ซื่อสัตย์สุจริต มอง!! เเม่ทัพภาค 2 อยู่ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ผิดมาตรฐานจริยธรรม

(6 ก.ค. 68) กูรูผู้สันทัดกรณีทางการเมืองเกือบทุกคนเชื่อว่าอุ๊งอิ๊งไม่รอดแน่ เพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติเป็นเอกฉันท์รับเรื่องไว้พิจารณา และ 7 /2 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นรม. 

แต่ข้อกล่าวหาของสว.36 คนผู้ร้อง คือ
1. ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่เห็นประจักษ์  

2.ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง

คำถามคือ การที่อุ๊งอิ๊งออกมายอมรับแต่แรกว่าเสียงในคลิปที่ฮุนเซนเจ้าเล่ห์เอามาปล่อยเป็นเสียงของตนเอง ไม่เรียกว่าเป็นความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่เห็นประจักษ์ดอกหรือ เพราะหากจะปฏิเสธไว้ก่อนว่าเป็นการใช้ AI ปลอมเสียงก็ย่อมทำได้ 

ส่วนข้อกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมเป็นการร้ายแรง ก็ไม่เห็นว่าการที่อุ๊งอิ๊งบอกว่ามทภ.2 เป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับตนเอง เข้าข่ายเป็นการผิดมาตรฐานจริยธรรมข้อไหน เพราะทหารไทยส่วนใหญ่ก็อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับฝ่ายปชต.มาจนถึงทุกวันนี้อยู่แล้ว

อดีตผู้พิพากษา เผย!! ‘ทักษิณ’ เล่นใหญ่ แสดงบทบาท เหนือรัฐบาล ชี้!! ครอบงำพรรคการเมือง ผิดกฎหมาย อาจถึงขั้นยุบ ‘เพื่อไทย’

(19 ก.ค. 68) นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “การครอบงำและชี้นำพรรคการเมืองซึ่งจะมีความผิดอาญาและเป็นเหตุให้ยุบพรรคได้” มีเนื้อหาระบุว่า …

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในเวที ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย ...สู้วิกฤติโลก (Unlocking Thailand’s Future) จัดโดย สำนักข่าวไทย อสมท. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤติโลก พลิกเกมเศรษฐกิจไทย...สู่อนาคต” และให้สัมภาษณ์แก่พิธีกรในรายการ “ฟังหูไว้หู” ตอนหนึ่งว่า

“วันนี้รัฐบาลมีความชอบธรรมในการออกกฎหมายและแก้ปัญหาสำคัญของประเทศอย่างรวดเร็วทันใจ ไม่เช่นนั้นมันไม่ไปไหน คิดว่าวันนี้ไม่มีใครที่จะไปคิดว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี เพราะเราต้องทำงานต่อเนื่อง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็แถมตนที่เป็นเสมียนของประเทศ (national clerk) ขอรวบรวมทุกอย่างส่งให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีไปดู ตนเองเป็นคนชอบรวบรวมปัญหาและแนวทาง เป็นเรื่องที่อยากเห็นในบ้านเรา”

ผู้เขียนมีความเห็นดังนี้

1)เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทักษิณได้แสดงออกถึงความเป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทย ทั้ง ๆ ไม่มีสิทธิจะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดๆ ก็ตาม เพราะเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกในข้อหาทุจริตหรือใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย ต้องห้ามที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ตามกฎหมายพรรคการเมือง (มาตรา 24 (2)) แต่ทักษิณก็กระทำการทั้งโดยเปิดเผยและไม่เปิดเผยอย่างน้อย 5 ครั้ง ที่สุ่มเสี่ยงต่อการฟังว่าเป็นการครอบงำหรือชี้นำพรรคเพื่อไทย ได้แก่

(ก)การเชิญแกนนำหลักจากพรรคร่วมรัฐบาลเข้าหารือด่วน เพื่อพิจารณาและเสนอชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนเศรษฐา ทวีสิน เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า

(ข) การให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ที่สำนักงาน ป.ป.ส. กรุงเทพฯ

(ค) การให้สัมภาษณ์ในรายการของ Nation TV ชื่อว่า “3 Editors” เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568

(ง) การเข้าร่วมงาน “55 Years Nation Exclusive Talk: Breaking Through Thailand’s Crisis – Chapter 1” ณ Nation TV สตูดิโอ ช่อง 22 และตอบคำถามของพิธีกร เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ณ Nation TV สตูดิโอ ช่อง 22

(จ) การร่วมถกแผนรับมือกำแพงภาษี 'ทรัมป์' กับแกนนำพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ที่บ้านพิษณุโลก

2) การกระทำทั้งหมดส่อแสดงให้เห็นว่า เป็นการครอบงำหรือชี้นำพรรคการเมืองที่ตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ซึ่งกฎหมายพรรคการเมือง “ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมือง ในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม” (มาตรา 29)

ผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดอาญาซึ่งมีโทษจำคุก ตั้งแต่ 5 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลต้องสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 108 ประกอบมาตรา 29)

3) กฎหมายพรรคการเมือง “ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมือง ในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม” (มาตรา 28)

พรรคเพื่อไทยจึงอาจถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคได้เมื่อ กกต. ร้องขอ (กฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92 (3) ประกอบมาตรา 28)

4) การกระทำทั้งหมดของทักษิณจึงน่าจะเป็นการครอบงำหรือชี้นำพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีความผิดอาญาและเป็นเหตุให้ยุบพรรคเพื่อไทยได้

‘ก่อแก้ว’ เรียกร้องศาลรัฐธรรมนูญ ยุติคำสั่งพักงาน ‘นายกฯ อิ๊งค์’ อ้างไทยอยู่ในช่วงสภาวะคับขัน!! ประเทศต้องการผู้มีอำนาจเต็ม

เมื่อวันที่ (24 ก.ค.68)นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุติคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าประเทศอยู่ในภาวะสงคราม จึงควรมีผู้นำที่มีอำนาจเต็มเพื่อรับมือกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที

นายก่อแก้วระบุว่า ทุกภาคส่วนควรร่วมแรงร่วมใจฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน โดยเฉพาะในยามที่ประชาชนต้องการความมั่นคงและความชัดเจน พร้อมขอให้ศาลทบทวนคำสั่งเดิม เพื่อคืนอำนาจบริหารให้แก่ผู้นำที่สามารถตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชากำลังตึงเครียด ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ยังอยู่ระหว่างการหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญจากกรณีตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี

อ.สมชัย โพสต์เฟซ!! ถึงมาตรฐานทางจริยธรรม ที่ศาลรัฐธรรมนูญอาจนำมาใช้ ในการพิจารณาคดี!! คลิปเสียงการสนทนา ‘แพทองธาร – ฮุนเซ็น’

(24 ส.ค. 68) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (อดีตกกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” ระบุข้อความว่า …

ไม่ไหวจะเคลียร์

มาตรฐานทางจริยธรรม ที่อาจนำมาใช้ประกอบในการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคลิปเสียงการสนทนาแพทองธาร-ฮุนเซ็น มีดังนี้

ข้อ 6  ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ข้อ 7 ต้องถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน

ข้อ 8 ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเองหรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ข้อ 17 ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง

ข้อ 19 ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติหรือผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่

ข้อ 25 รักษาความลับของราชการตามกฎหมายและ ระเบียบแบบแผนของราชการ

นั่งลงลูก ค่อยๆอ่าน ค่อยๆคิด ว่าเอาไงต่อดี เหลือไม่กี่วันแล้ว

นี่เป็นกิจการการเมืองภายใน ของประเทศไทย ในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด และเป็นมิตรประเทศต่อกัน เราหวังว่าประเทศไทยจะรักษาเสถียรภาพ และการพัฒนา

(31 ส.ค. 68) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญไทยได้วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

ถาม: เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้วินิจฉัยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ละเมิดรัฐธรรมนูญ และให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จีนมีความเห็นอย่างไร?

ตอบ: นี่เป็นกิจการการเมืองภายในของประเทศไทย ในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและเป็นมิตรประเทศต่อกัน เราหวังว่าประเทศไทยจะรักษาเสถียรภาพและการพัฒนา

‘อ.อุ๋ย’ มอง!! คำวินิจฉัยศาล รธน. ทำเพื่อไทยสุญญากาศ ไม่มี!! ‘หัวหน้า – บอร์ดบริหาร’ เสี่ยงถูกยุบพรรค

(31 ส.ค. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความเห็นผ่านเฟสบุ๊กว่า

ผลสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีมติ 6 ต่อ 3 ให้คุณแพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 1 (4) ประกอบมาตรา 160 (5) เพราะกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง ไม่พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิของประเทศ ยึดถือประโยชน์ส่วนตนเหนือผลประโยชน์ของ ประเทศชาติ นั้น จะมีดังต่อไปนี้ 

1. รัฐธรรมนูญมาตรา 2560 มาตรา 211 กำหนดว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐ ซึ่งรวมทั้งพรรคการเมือง 

2. ข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ. 2561 (แก้ไขล่าสุด) กำหนดคุณสมบัติของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งรวมถึงหัวหน้าพรรคด้วย ในข้อ 48 วรรค ท้าย กำหนดว่า คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการบริหารพรรคให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งก็คือ พรป. ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 15 (11) กำหนดว่า มาตรฐาน
ทางจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรคการเมืองอย่างน้อยต้องเทียบเคียงได้กับมาตรฐานทางจริยธรรมที่ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

3. ซึ่ง "มาตรฐานทางจริยธรรมที่ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร" นี้ ก็อิงตาม มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ซึ่งในส่วนอารัภบท (preamble) กำหนดให้ ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 219 วรรคสอง ด้วย 

4. เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำของคุณแพทองธารเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฯอันมีลักษณะร้ายแรงตาม ข้อ 6, 7, 8, 17, 21 ประกอบมาตรา 27 แล้ว นอกจากคุณแพทองธารจะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว จึงต้องถือว่าคุณแพทองธารพ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค เนื่องจากขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ. 2561 (แก้ไขล่าสุด พ.ศ. 2567) ข้อ 48 วรรคท้าย และส่งผลให้คณะกรรมการบริหารของพรรค พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตาม ข้อ 51 (2) ด้วย 

5. ดังนั้นในความเห็นของผม ตอนนี้พรรคเพื่อไทยจึงอยู่ในสภาวะสุญญากาศ ไม่มีหัวหน้าพรรค ไม่มีกรรมการบริหารพรรค ไม่มีอำนาจเรียกประชุม หรือลงมติใด ๆ ตราบใดที่ยังไม่มีการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ การกระทำใด ๆไ ถือเป็นโมฆะ และหากมีการให้คนนอกเข้ามาดีลแทน ก็ จะถูกยุบพรรคเพราะให้บุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคเข้ามาครอบงำพรรคด้วย 

6. นอกจากนี้ ขณะที่คุณแพทองธารสนทนากับฮุนเซน อันเป็นที่มาของคลิป คุณแพทองธารสวมหมวกสองใบคือ 1) หมวกของนายกรัฐมนตรี และ 2) หมวกของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดังนั้น เมื่อการกระทำของคุณแพทองธารจะถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ผิดจริยธรรมร้ายแรง เพราะทำให้ประเทศเสียเกียรติภูมิ และยึดถือผลประโยชน์ส่วนตนเหนือกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ แล้ว 

7. ผมยังเห็นว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะดำรงอยู่ไม่ได้ หากผู้นำประเทศไม่ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ อีกทั้งพระมหากษัตริย์ยังดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 8 การที่คุณแพทองธารกล่าวว่าแม่ทัพภาคที่สอง เป็นคนละฝ่ายกับตน จึงเป็นการบั่นทอนพระเกียติยศและทำให้สถานะจอมทัพไทยขององค์พระมหากษัตริย์สั่นคลอนไปด้วย จึงถือได้ว่า พรรคเพื่อไทย โดยการกระทำของคุณแพทองธารซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อีกด้วย ตามมาตรา 92 (2) ต้องถูกยุบพรรค ต่อไป ตามมาตรา 92 วรรคท้าย 

8. สรุป ผมเห็นว่า 1) ตอนนี้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคหัวขาด ทำอะไรไม่ได้ จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ จนกว่าจะมีการตั้งกรรมการบริหารชุดให่และเลือกหัวหน้าพรรค และ 2) การกระทำของคุณแพทองธาร ในฐานะผู้แทนของพรรคเพื่อไทย เป็นการกระทำผิดตามมาตรา 92 (2) แห่ง พรป. พรรคการเมือง ซึ่งเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคได้ (เทียบเคียงคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญที่ 20/2567 กรณียุบพรรคก้าวไกล)

ศาลรัฐธรรมนูญ ตีตกคำร้อง ‘สนธิญา สวัสดี’ ปม ‘พีระพันธุ์-ภรรยา’ ถือครองหุ้นขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

จากกรณี นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรื่องการถือหุ้นบริษัทเอกชนขณะการดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ล่าสุด วันที่ (10 ก.ย. 68) ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยระบุรายละเอียดว่า

นายสนธิญา สวัสดี (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ (เรื่องพิจารณาที่ ๓๘/๒๕๖๔)

ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (ผู้ถูกร้อง) และภริยาของผู้ถูกร้องถือครองหุ้นในบริษัทอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๗ และเสนอชื่อบุคคลที่เป็นกรรมการในบริษัทของผู้ถูกร้องให้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานที่ผู้ถูกร้องกำกับดูแล ผู้ถูกร้องเป็นผู้ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๔) และ (๕) ผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) และ (๕) และขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

ผลการพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า แม้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่เป็นการยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ (๓) มิใช่การยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ ประกอบกับไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงจากการกระทำใดของผู้ถูกร้อง และการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ นั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๒๘๒ บัญญัติให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกเพื่อให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย รวมทั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิโดยเฉพาะให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้ว

ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๙ (๒) ซึ่งมาตรา ๘ วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top