Thursday, 4 June 2026
ภูมิใจไทย

‘อนุทิน’ เผยยังไม่คิดอะไร หลังสปอตไลต์ส่องปมแคนดิเดตนายกฯ ชี้ เคารพกติกาเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค. 67) ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีมติ 5:4 ถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ตกใจ และขอส่งกำลังใจ จากกระทรวงมหาดไทยให้กับ นายเศรษฐา ทวีสิน จากข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทุกคน

ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนกรณี ครม. ที่จะต้องพ้นตำแหน่งไปด้วย จากนี้การเมืองจะต้องไปพูดคุยกับพรรคแกนนำเพื่อไทยหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ขออย่าพึ่งพูดเรื่องนี้ คำวินิจฉัยเพิ่งออกมาไม่ถึงชั่วโมง ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างต้องไปหารือกัน แต่ดีที่สุด คือทุกคนต้องเคารพกติกา แบบที่ตนพูดถึงมาเสมอในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกว่า ตอนนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า แสงสปอตไลต์ส่องไปที่นายอนุทิน พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ยืนยันว่าเราเคารพกติกา มันมีแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว ดังนั้นการเคารพกติกาเป็นสิ่งที่ดีที่สุด การจะไปอยู่ตำแหน่งใดนั้น ไปอยู่แล้วไม่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บ้านเมือง ได้ประโยชน์คนเดียว กลุ่มเดียว บางทีเราอยู่ช่วยเหลือคนอื่น ทำให้รัฐนาวา ลอยพ้นพายุนี้ไปได้ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น วันนี้ตนเห็นใจท่านนายกฯ ตอนนี้ขอส่งกำลังใจให้ท่านก่อน ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะไปส่งที่ทำเนียบ แต่ไม่ทันเพราะนายกรัฐมนตรีกลับไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามต่อในส่วนของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน เป็นแคนดิเดต มีความพร้อมเป็นอย่างไร นายอนุทิน ยืนยันว่าไม่คิดถึงเรื่องอะไรทั้งสิ้นในตอนนี้ เพราะรัฐบาลก็ยังรักษาการอยู่ ที่อาจจะเป็นนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ เพราะฉะนั้นเราต้องเคารพกติกา มารยาท ที่พรรคเพื่อไทยยังเป็นแกนนำ เมื่อถามย้ำว่าตกใจใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่าเห็นใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเรียกประชุมพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็คงต้องให้เกียรติพรรคเพื่อไทยก่อน ที่มีแคนดิเดตนายกฯ สองคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจของนายอนุทิน ซึ่งตามกำหนดจะมีภารกิจลงพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งเป็นการปฏิบัติภารกิจในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) แต่ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วยทั้งคณะ โดยอยู่ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำให้นายอนุทินได้ยกเลิกภารกิจที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทันที

'อนุทิน' ยัน!! จุดยืนพรรคไม่แก้ 'รธน.' ปมมาตรฐานจริยธรรม ลั่น!! ตรวจสอบไม่ได้ ก็ 'เล่นการเมือง-เป็นรัฐมนตรี' ไม่ได้

(24 ก.ย. 67) ที่ทำเนียบนายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีท่าทีของพรรคภูมิใจไทยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​รายมาตรา​ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขมาตรฐานจริยธรรม​ หลังจากที่นายภราดร​ ​ปริศนา​นันทกุล​ รองสภาผู้แทนราษฎร​คนที่​ 2 ออกมาแถลงไม่เห็นด้วย ว่า​ คนการเมืองเป็นคนสาธารณะ​ ถ้าไม่อยากให้ตรวจสอบก็เล่นการเมืองไม่ได้ การเข้ามาการเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี แค่เป็นที่ปรึกษา เป็นเลขานุการ หรือรับตำแหน่งใด ๆ ทางการเมือง กรรมการรัฐวิสาหกิจ ก็ต้องแจ้งทรัพย์สินแล้ว นั่นคือบทแรกของการตรวจสอบ

“ผมคิดว่าคนที่มาทำงานสาธารณรับใช้บ้านเมือง ใช้อำนาจรัฐในการบริหารราชการแผ่นดิน​ ก็ต้องรับการตรวจสอบ เป็นการเช็ก and Balance ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบ นักร้องมีอยู่ทั่วไป เขาก็ร้องได้ ในสิ่งที่เราทำผิดถ้าเราไม่ได้ทำผิด พิสูจน์อย่างไรก็ไม่ผิด เขาก็มีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดี หรือถูกฟ้องร้อง ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเองมากกว่า”

ส่วนจะเป็นจุดยืนของพรรคหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า มันไม่ใช่จุดยืน แต่มันเป็นวิถีชีวิต​ (Day of Life)​ เช่น “ถ้าไม่อยากตรวจสอบก็ให้ทำธุรกิจอยู่ที่บ้าน เสียภาษีตามที่จะต้องเสีย ก็ไม่มีใครสามารถมาบอกให้แสดงทรัพย์​สินบริษัทได้ยกเว้นทำผิด”

ซึ่งนายภราดร ก็แถลงในนามพรรค ก็แถลงไปแล้วก่อนไปรับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็เห็นแล้วว่า ยังไม่ได้ทันทำอะไรก็มีคนจ้องจะร้องแล้ว ผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่​ ถ้าผิดให้ไปดูโทษ​ เรื่องการตัดสิทธิ์​ ต้องมีคนไปยืนยันตรงนี้ก่อน

“ผมคิดว่ารัฐบาล ไม่รู้นะ​ ผมมั่นใจไปคุยกับนายกฯแพทองธาร​ ชินวัตร ท่านก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องเหล่านี้​ ท่านบอกว่าถ้าทำดีซะอย่างจะไปกลัวอะไร​ ทำในสิ่งที่ถูกต้องก็พร้อมที่จะถูกตรวจสอบ เช่นขณะนี้เข้ามาทำงานไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็เห็นปัญหาต่างๆ เยอะแยะมากมาย มีเรื่องอะไรเยอะแยะที่รัฐบาลจะต้องทำ ที่ทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เพราะอะไรที่ทำแล้วเป็นการเอื้อตัวเอง เพื่อพวกพ้องมันผิดตั้งแต่ นับหนึ่งแล้ว”

ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลในการหารือ ถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วหรือไม่ กล่าวว่า​ ยังไม่ได้รับการนัดหมาย​ พร้อมยืนยันว่าการแถลงของนายภราดร ถือเป็นการแถลงของพรรค ก่อนจะย้อนถามสื่อมวลชนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเบอร์ 1​ หรือไม่​ เรื่องเบอร์ 1 คือเรื่องเชียงราย เชียงใหม่ หนองคาย ลำปางและจังหวัดอื่น  ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือที่ถูกน้ำท่วม ตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดมากกว่า

เมื่อถามต่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องจริยธรรมประชาชนมองว่าเป็นการเอื้อเพื่อนักการเมือง นายอนุทินกล่าวว่า อย่าให้ไปถึงจุดนั้นสิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อยู่แล้ว ทำเพื่อประเทศและประชาชน มันเขียนว่าอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

ถามถึงจุดยืนในเรื่องของเรื่องการผลักดันพ.ร.บ.นิรโทษกรรม​ ในเรื่องมาตรา​ 112 นายอนุทิน กล่าว​ พูดมาตั้งนานแล้วไม่เห็นด้วย ไม่อยากพูดซ้ำๆ​

สส. ภูมิใจไทย - ประชาธิปัตย์ รุมจี้ถาม ‘ธนดล’ ปมสอบที่ดินปากช่อง มองเป็นการกลั่นแกล้งการเมือง

‘กมธ.ปกครอง’ เดือด สส.ภท.-ปชป. จี้ถาม ‘ธนดล’ เหตุตรวจสอบที่ดินปากช่อง มองเป็นการกลั่นแกล้งการเมือง ไม่ห่วงแรนโช ชาญวีร์-ทอสคาน่า-โบนันซ่า แต่ห่วงประชาชนที่ได้ที่ดินมาถูกต้อง

(26 ก.พ. 68) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา การทับซ้อนที่ดินของรัฐ กรณีศึกษาพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีการเชิญ นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล โดยมี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน

นายกรวีร์ กล่าวว่า เราได้ติดตามและเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของกรรมาธิการในเรื่องของปัญหาที่ดินทับซ้อน ซึ่งมีการลงพื้นที่ของนายธนดล ในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จึงนำมาเป็นกรณีศึกษา อย่างแรกก็ขอชื่นชมและขอบคุณคณะทำงานหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาศึกษาและลงพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้กรรมาธิการเองก็ได้ศึกษาปัญหาที่ดินทับซ้อนมาก่อนแล้วพบว่าที่ดินของ ส.ป.ก.หลายแห่งมีทั้งการถูกบุกรุก และใช้ผิดวัตถุประสงค์ จึงได้ขอสอบถามเบื้องต้นถึงขอบเขตและอำนาจในการตรวจสอบ

ด้านนายธนดลชี้แจงว่า ตนเป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเป็นประธานตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.ทั้งหมด 72 จังหวัด จากการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งตนตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดินปี 2534 และใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินปี พ.ศ.2518 ลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งตนต้องประสานงานกับ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดก่อนจะลงพื้นที่ และต้องยอมรับข้อเท็จจริงจากการที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบว่า แทบจะไม่มีผู้ที่ได้รับจัดสรรเป็นที่ ส.ป.ก.และใช้พื้นที่จริง กลายเป็นว่ามีผู้อื่นมาใช้พื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ตรวจพบเป็นรีสอร์ต ร้านกาแฟ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ทางปฏิรูปที่ดิน ก็จะทำหนังสือเรียกมาชี้แจง สุดท้ายก็จะเป็นดุลพินิจของปฏิรูปที่ดินในจังหวัดนั้นๆ ว่าจะเพิกถอนหรือไม่

“ก่อนที่เราจะทำอะไรต่างๆ ต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ละเอียดรอบคอบ ไม่งั้นเราไม่กล้าที่จะทำเวลาเราไปตรวจสอบแต่ละพื้นที่ ก็จะมีผู้มีอิทธิพล อดีตนักการเมืองหรือนักการเมืองท้องถิ่น พร้อมที่จะฟ้องกลับเรามาได้ตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมทำคือสิ่งที่น้อยคนจะทำจริงๆ เพราะต้องไปเจอผู้มีอิทธิพลผู้มีอำนาจพิเศษ” นายธนดลกล่าว

นายธนดลระบุว่า ได้ลงพื้นที่และไปตรวจสอบพยานหลักฐานให้ครบถ้วน จึงมาแถลงข่าว แต่ตอนแถลงอยู่ในช่วงการเมืองร้อนแรงก็อาจจะเข้าใจได้ว่าเป็นประเด็นกลั่นแกล้งกันหรือไม่ แต่ยืนยันว่าทำตามหน้าที่และกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนาใดๆ ทั้งสิ้น

ขณะที่ นายกรวีร์ระบุว่า เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่านายธนดลไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง แต่เป็นจังหวะการเมืองจึงอยากทราบว่าที่ตรวจสอบที่ดินปากช่องมีหลักเกณฑ์อย่างไร ไม่เช่นนั้น ส.ป.ก.อาจถูกกล่าวหาว่า ทำให้เป็นประเด็นการเมือง

นายธนดลยังยืนยันว่า ที่ไปตรวจสอบที่ดินปากช่อง เพราะเป็นที่ดินกลุ่มที่ 3 ตามที่มีการจัดทำวันแมป ซึ่งตนไปมาหลายที่แต่ไม่เป็นข่าว ซึ่งที่ดินปากช่องมีประชาชนที่ได้รับการจัดสรรที่ดินไม่ได้นำไปทำการเกษตร แต่นำที่ดินที่ได้รับจัดสรรไปขายทำให้ผิดวัตถุประสงค์ ผิดกฎหมาย แต่การที่ชุดตรวจสอบลงพื้นที่ตรวจสอบ ยอมรับว่าไม่ได้เจอทำผิดทั้งหมด แต่เป็นการทำเพื่อป้องกันและปราบปรามไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ส่วนที่ดินที่มีปัญหาทับซ้อนจะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือให้เอกชนเข้ามาใช้พื้นที่ก็ต้องแก้กฎหมาย ซึ่งตนพร้อมทำตามกฎหมาย

ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ได้จี้ถามว่า เมื่อวันแมปยังไม่เสร็จ ก็ไม่ค่อยสบายใจ การไปตรวจสอบเป็นสิ่งที่ถูก แต่เมื่อวันแมปยังไม่เสร็จ ไปตรวจสอบก็ต้องรอวันแมปอยู่ดี เมื่อให้เกียรติโคราชและปากช่องในการตรวจสอบ ในฐานะที่ตนเป็นคนโคราช ขอถามอธิบดีกรมที่ดิน รวมถึงผู้ชี้แจงทุกคนว่าในพื้นที่โคราชที่ถูกตรวจ และคาดว่าจะมีธุรกิจที่คาดว่าอยู่ในที่บุกรุกเท่าไหร่

“ที่ถามเพราะเขาใหญ่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหญ่มากของจังหวัดนครราชสีมา มีทั้งคนทำธุรกิจและเป็นลูกจ้างจำนวนมาก ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไปตรวจแล้วยังไม่สิ้นสุดกระบวนความ มันทำลายปากช่องไปแล้ว วันนี้คนที่จะมาลงทุนก็ไม่อยากมา จริงๆ คนที่ถือโฉนดที่ปากช่อง ก็กลัวขาสั่นกันหมด ปวดหัวว่าสิ่งที่ได้ซื้อมา หรือที่ถืออยู่มันถูกต้องหรือไม่ และมองไม่เห็นแสงไฟปลายอุโมงค์ว่าที่ดินของเราจะโดนหรือไม่ และพอวันแมปมา ก็มายื่นคัดค้านกันอีก” นายพลพีร์กล่าว

นอกจากนี้ นายพลพีร์ยังกล่าวว่า วันแมปจะเสร็จในปีนี้หรือไม่ ก็ไม่รู้ ตอนนี้ภาคเหนือก็มีทั้งคาเฟ่ สวนน้ำ ที่พักต่างๆ แต่ก็ไม่เห็นมีตรวจสอบ จึงมองเป็นมิติอื่นไม่ได้จริงๆ และอยากได้คำตอบว่าควรจะบอกกับคนโคราชอย่างไร ว่าโฉนดที่ถือมา 30-40 ปี เป็นโฉนดปลอมหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นกับพื้นที่โคราช จะไปฟื้นให้เขาอย่างไร 22 ที่ ที่ไปไม่ดังเท่าที่นี่ทีเดียว ไม่ต้องถามว่าทำไมที่นี่ถึงดัง มันมองมิติอื่นไม่ได้

ยังมองไม่เห็นว่าประชาชนได้ผลประโยชน์อะไรแต่ที่เห็นคือประชาชนที่เป็นหนี้เป็นสินได้โฉนดมากะว่าจะเอาที่ไปขายเพื่อเอาเงินเลี้ยงดูครอบครัวหรือฟื้นฟูเศรษฐกิจแต่ทำไม่ได้แล้วจะทำได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นที่ไม่ว่าจะกี่หมื่นไร่ที่คิดว่ามันบวมหรือทับซ้อน ก็บอกมาเลยว่า ธุรกิจที่ไปตรวจมา มันบวม มันมีกี่ธุรกิจ ประชาชนที่ถูกผลกระทบมีเท่าไหร่ สำคัญที่สุดพื้นที่ราชการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นข้อพิพาททับซ้อน มีพื้นที่ราชการที่ไหนบ้าง เพราะหากที่ราชการบุกรุก ใครโดน การให้บริการประชาชนในพื้นที่จะทำอย่างไรต่อ ยกตัวอย่าง ถ้า อบต.ตั้งผิดที่ แล้วไปรื้อ จะให้ อบต.ไปอยู่ไหน วันนี้ก่อนที่ท่านจะไปตรวจ มันควรต้องประชุมให้เสร็จก่อน ยื่นหนังสือให้ประชาชนที่ครอบครองโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์ต่างๆ ได้เข้ามาชี้แจงว่าได้มาอย่างไร รวมไปถึงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน มาคุยกันเมื่อวันแมปของประเทศยังไม่เสร็จ ก็ขอให้ทำวันแมปของปากช่องก่อน

“ผมไม่ได้เป็นห่วงแรนโช ชาญวีร์ เมื่อเพิกถอนเมื่อไหร่กรมที่ดินก็ต้องชดเชย ไม่ได้ห่วงทอสคาน่า โบนันซ่า แต่เป็นห่วงนาย ก. นาย ข. ที่มีที่ดิน 200 วา หรือ 1 ไร่ จะเดินกันต่ออย่างไร” นายพลพีร์กล่าว

ด้าน นายธนดลกล่าวว่า ที่ดินโคราชทำวันแมปแล้วแต่ยังไม่ได้โอน ยืนยันว่าการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินโคราชของตนไม่ผิด ถ้าไม่มั่นใจจะไม่ลงพื้นที่ให้เป็นที่ครหา และยอมรับว่า ที่ดิน ส.ป.ก.มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพไปแล้ว และจากการตรวจสอบพื้นที่บวมงอกมาจากนิคมทับที่ ส.ป.ก. จึงเป็นปัจจัยหลักในการลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เอกสารซึ่งตนเห็นด้วยกับกรมที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิ์ที่ได้จากนิคม คือแต่ประเด็นที่ตนไม่เห็นด้วย คือที่ดินบวมออกไปทับที่ ส.ป.ก.เรื่อย ๆ หากวันหน้า ที่ดินของรัฐกลายเป็นที่ที่ดินของเอกชน จะเป็นช่องว่างทางกฎหมาย นี่เป็นสิ่งที่ออกมาต่อสู้

ด้าน นายราชิต สุดพุ่ม สส.ประชาธิปัตย์ ได้จี้ถามนายธนดล ถึงเหตุผลของการไปตรวจสอบที่ดินปากช่อง ว่าเพราะอะไรเพราะปกติส.ป.ก.ก็งานเยอะอยู่แล้ว จึงอยากทราบที่มาของการไปตรวจสอบเพราะหากไม่มีคนร้องก็คงไม่ไป ตนไม่ได้เกี่ยวกับใครตนอยู่พรรคประชาธิปัตย์ แต่แค่อยากทราบที่มา

ขณะที่นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานและโฆษก กมธ. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีโอกาสไปตรวจในพื้นที่สระบุรี ก็ต้องขอบคุณที่ไปตรวจสอบบางที่ที่เป็นประเด็น โดยเฉพาะการออกโฉนดทับที่ ส.ป.ก. ซึ่งตนเห็นด้วยที่ท่านต้องนำกลับมาเป็นสมบัติของชาติ แต่ตนไปเห็นในรายการหนึ่งเปิดประเด็นว่า ป.ป.ช. ได้เปิดสัญญาจัดการหุ้นของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบธุรกิจโรงแรมหรูเขาใหญ่ ก็เป็นที่สนใจว่า นายธนดลมีแนวคิดหรือมีโครงการที่จะไปตรวจสอบหลายโรงแรมที่อยู่พื้นที่เขาติดเขาใหญ่หรือไม่ ตนอยากให้ไปตรวจสอบหลายๆ โรงแรมที่เป็นประเด็นข้อสงสัย เพื่อทำให้ชัดเจนต่อประชาชน

ทำให้นายธนดลกล่าวว่า เห็นตามข่าวคือโรงแรมเทมส์วัลลีย์เขาใหญ่ ซึ่งอยู่ก่อนถึงทางเข้าเขาใหญ่ประมาณ 5 นาที ถ้าให้ตรวจสอบก็พร้อมที่จะตรวจสอบ หากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการอนุญาต แต่ตนมีอำนาจตรวจสอบเฉพาะที่ดิน ส.ป.ก. ไม่ได้มีอำนาจตรวจสอบนิคม

ด้าน นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ยืนยันว่า กรมที่ดินได้แถลงข่าวชัดเจนไปแล้วว่าปัญหาทับซ้อน ไม่เกี่ยวกับกรมที่ดิน กรมที่ดินน่าจะเป็นปลายทาง เพราะเป็นการทับซ้อนระหว่างที่ดิน ส.ป.ก.และที่ดินนิคม ถ้าผลตรวจสอบเป็นอย่างไรกรมที่ดิน เป็นปลายทางก็พอซึ่งเป็นปลายทางก็พร้อมจะทำตาม แต่ในชั้นดังกล่าวเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว อีกทั้งพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นพื้นที่ยกเว้นเนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบของกรมแผนที่ทหาร

‘ภูมิใจไทย’ ครบรอบ 17 ปี เปิดตัวโลโก้ใหม่สีน้ำเงินล้วน พร้อมสโลแกน ‘เดินหน้าการเมือง สันติสามัคคี เทิดทูนสถาบัน’

(6 เม.ย. 68) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จัดงานฉลองครบรอบวันก่อตั้งพรรคครบ 17 ปี อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคที่มาร่วมพิธีทางศาสนาและการเปิดตัวโลโก้ใหม่ของพรรค ซึ่งเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินล้วน สื่อถึงความสงบ สันติ และความเข้มแข็งตามอุดมการณ์ของพรรค

โดยมีการจัดกิจกรรมพิธีทำบุญทางศาสนาพุทธและอิสลาม พร้อมด้วยการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ซึ่งมีกระแสการเปลี่ยนโลโก้และสัญลักษณ์ของพรรคเป็นสีน้ำเงินทั้งหมด เพื่อสะท้อนถึงแนวทางการดำเนินการทางการเมืองที่ยึดมั่นในวิถีของความเป็นไทยและความจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติ

"เดินหน้าการเมือง สันติสามัคคี เทิดทูนสถาบัน" เป็นสโลแกนใหม่ที่พรรคภูมิใจไทยยึดถือในการพัฒนาการเมืองไทยให้มั่นคงและยั่งยืนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่า สีน้ำเงินสะท้อนถึงความสงบ ความสามัคคี และความมั่นคง ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของพรรคที่มุ่งทำงานเพื่อประชาชน

ในโอกาสสำคัญนี้ ยังมีตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจพรรคภูมิใจไทยในการพัฒนาและเติบโตทางการเมือง รวมถึงการส่งเสริมสันติสุขในสังคมไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่า การเปลี่ยนโลโก้และสโลแกนของพรรคในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับการทำงานของพรรคภูมิใจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง และยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ความจงรักภักดีต่อสถาบัน และการทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการก้าวเข้าสู่บทบาทที่สำคัญของพรรคภูมิใจไทยในการก้าวไปข้างหน้าและเติบโตในสังคมการเมืองไทยอย่างมั่นคงและเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนและสังคมโดยรวม

เชื่อใครดี!! ‘เท้ง ณัฐพงษ์’ เผย ‘ภูมิใจไทย’ แอบคุยหลังบ้านล็อบบี้โหวต ‘อนุทิน’นั่งนายกฯ ชั่วคราว ผ่าทางตัน ขณะที่ โฆษก ภท. สวนทันควัน ยันไม่เคยคุยกันเรื่องนี้

เมื่อวันที่ (2 ก.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีเผยแพร่คลิป นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรคุยนอกจอ ดำเนินรายการโดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ในโลกโซเชียล โดยช่วงหนึ่งพิธีกรได้ถามว่า พรรคภูมิใจไทยได้ติดต่อมาหรือไม่ ซึ่งนายณัฐพงษ์กล่าวว่า มีการประสานมาหลังบ้านบ้าง เมื่อถามต่อว่ามีความพยายามให้มาเป็นรัฐบาลด้วยกันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยหลังบ้านแต่ไม่เป็นทางการ เป็นการหารือระหว่างสมาชิกในพรรคอยู่แล้ว

เมื่อถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีการเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์  กล่าวว่า มีการสื่อสารออกมาว่าในลักษณะว่าเขาพร้อมที่จะเป็นนายกฯ ชั่วคราว ถ้าจำเป็นต้องปลดล็อคจริงๆเพื่อทำให้เดินไปได้

ต่อมา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ว่า พรุ่งนี้ (3 มิ.ย.68) จะเป็นการเจอกันครั้งแรก ของนายอนุทินกับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านต่างๆ จึงไม่ทราบว่านายณัฐพงษ์ เอาข้อมูลนี้มาจากที่ไหน เพราะนายอนุทินไม่เคยพูดคุยกับนายณัฐพงษ์ แม้จะเป็นทางการหรือไม่ทางการ ฉะนั้นสิ่งที่นายณัฐพงษ์พูด ก็ต้องรอดูต่อไปว่าเกิดจากอะไร ซึ่งเรื่องของนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องของอนาคต เนื่องจากขณะนี้ยังมีนายกรัฐมนตรีอยู่ แต่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้อาจจะมีการสรรหานายกรัฐมนตรี ที่มีเสียงเกิน 25 เสียง ซึ่งชื่อนายอนุทินก็อยู่ในบัญชีอยู่แล้ว โดยนายอนุทินก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็พร้อมมาตั้งแต่การเลือกตั้งแล้ว ซึ่งในปี 2566 ทุกพรรคก็ประกาศว่าทุกคนพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี

“ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ และยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ต้องพูดคุยกัน เพราะตอนนี้เรามีสิ่งที่เราต้องนึกถึงภัยที่จะกระทบกับประชาชน ทั้งภัยพิบัติ ซึ่งเห็นว่าประชาชนในหลายจังหวัดก็ประสบเหตุอยู่ หรือภัยเศรษฐกิจที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด และภัยสังคม ฉะนั้น สิ่งที่พรรคคุยกันจะคุยแต่ผลกระทบที่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ”

'อนุทิน' เดินหน้ารวมเสียง!! ตั้งรัฐบาล ปักธงยุบสภา!! รีเซตประเทศใน 4 เดือน

(30 ส.ค. 68) ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังกลับจากการพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาชน และแกนนำพรรคกล้าธรรม เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายศักดา วิเชียรศรี สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลง

นายอนุทินกล่าวว่า พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มารวมตัวกันเพื่อแสดงความพร้อมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ให้การแก้ปัญหาของประเทศเดินหน้าโดยไม่สะดุด หลังจากได้รับทราบเงื่อนไขของพรรคประชาชนแล้ว ทุกคนยืนยันจะดำเนินการตามสิ่งที่หารือไว้ในสาระสำคัญ รวมถึงรายละเอียดที่เห็นพ้องร่วมกัน

เขากล่าวต่อว่า หลังจากได้รับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พวกเราต้องไม่ปล่อยให้ประเทศหยุดชะงัก ปัญหาที่เกิดขึ้นบางเรื่องเป็นเพียงเส้นผมบังภูเขา หากเป็นกลุ่มเดิมอาจแก้ไม่ได้ แต่เรามั่นใจว่าจะแก้ได้เพราะมีความห่วงใยและต้องการคืนความสงบสุขให้บ้านเมือง

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยย้ำว่า เมื่อรวมเสียงกับพรรคประชาชนแล้ว มั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยเงื่อนไขสำคัญคือทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ แก้ปัญหาความสงบ และเจรจาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมประกาศจะคืนอำนาจให้ประชาชนภายใน 4 เดือนหลังแถลงนโยบาย และยุบสภาเพื่อให้ประชาชนรีเซตประเทศและตัดสินใจอนาคตบ้านเมือง

“พวกเราที่อยู่ในที่นี้ขอเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในทุกด้าน และคืนอำนาจให้พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด” นายอนุทินกล่าว

เมื่อสื่อมวลชนถามถึงการตอบรับของพรรคประชาชน และจำนวนเสียงที่รวบรวมได้ นายอนุทินชี้ว่า การพูดคุยเป็นไปตามทีโออาร์ที่เสนอมา ซึ่งตอบรับได้เพื่อประโยชน์ประเทศ ส่วนหน้าที่รวบรวมเสียงเป็นของทุกคน พรรคประชาชนไม่มีข้อขัดแย้ง มีเพียงรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อความชัดเจน

ต่อข้อสงสัยเรื่องการยุบสภาเร็วเกินไป เขาตอบว่า หากเป็นเงื่อนไขก็ต้องยอมรับ ไม่มีเร็วหรือช้าเกินไป เพราะต้องเร่งแก้ปัญหาสำคัญทันที พร้อมย้ำว่ากลุ่มพรรคร่วมมีประสบการณ์ ความสามารถ และความจริงใจทำงานเพื่อประชาชน

สื่อถามถึงจำนวนเสียงที่มีอยู่ นายอนุทินไม่เปิดเผยตัวเลข แต่ยืนยันมีเพียงพอจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคกล้าธรรมยืนยันชัดเจนแล้วว่าจะร่วมสนับสนุน

ในประเด็นพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินบอกว่า ไม่ปิดกั้นใคร รัฐบาลใหม่นี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเพื่อแก้ปัญหาโดยเร็ว หากพรรคใดพร้อมร่วมสร้างชาติ ก็ยินดี

เมื่อถามถึงความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เขาตอบว่า พร้อมมาตั้งแต่ปี 2562 ส่วนการยุบสภาไม่ขอก้าวล่วง และย้ำว่าสถานะนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธารสิ้นสุดลงแล้วตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ควรช่วยกันสร้างบ้านเมืองต่อ

สื่อยังสอบถามเรื่องเพื่อไทยจะเสนอชื่อแข่งหรือไม่ นายอนุทินย้ำว่าภูมิใจไทยไม่มีแน่นอน ส่วนพลังประชารัฐให้ไปถามเอง พร้อมระบุว่า กลุ่ม 18 สส.รวมไทยสร้างชาติที่นายสุชาติ ชมกลิ่นนำมา สนับสนุนเพราะต้องการให้ประเทศเดินหน้าต่อ โดยนายสุชาติชี้ว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ สส.

ด้านนายศักดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ซึ่งร่วมแถลงข่าว ระบุว่า ตนและเพื่อน สส.กว่า 10 คนจากพรรคเพื่อไทย สนับสนุนนายอนุทินเพราะต้องการเห็นบ้านเมืองดีขึ้น ยืนยันไม่มีปัญหากับพรรค แต่ในฐานะผู้แทนฯ ที่เห็นความเดือดร้อนประชาชน เชื่อว่าอนุทินเหมาะสมที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าว นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ได้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี พร้อมสวมกอดและพูดคุยกับนายอนุทิน

ฤา… ‘ประชาธิปัตย์’ แตก!! อีกรอบ ‘นิพนธ์’โผล่ภูมิใจไทย หนุน ‘อนุทิน’

(30 ส.ค. 68) การปรากฏกายของ 'นิพนธ์ บุญญามณี' อดีต สส.สงขลา 8 สมัยในนามพรรคประชาธิปัตย์ ในพรรคภูมิใจไทย ในสถานการณ์การเมืองร้อนว่าด้วยการวิ่งจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล

POLITICS: 'นิพนธ์' โผล่ให้กำลังใจ 'อนุทิน' ถึงพรรคภูมิใจไทย ย้ำไม่ได้มาในนาม ปชป. แต่คุยกับกลุ่มแล้ว

ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะตีความเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากไปสนับสนุน 'อนุทิน ชาญวีรกูล' หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี

แม้นนิพนธ์ จะบอกว่าเดินทางมาเพื่อให้กำลังใจ เนื่องจากตนเองพูดคุยกับพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็นประจำอยู่แล้ว แต่การเดินเข้ามาแม้นิพนธ์ จะไม่ได้เป็นสส. ในปัจจุบัน แต่การเดินทางมาครั้งนี้คงไม่เดินเข้ามามือเปล่าแน่ๆ อย่างน้อยก็มีรายชื่อ สส.ในสังกัดมายืนยันร่วมสนับสนุนด้วย เช่น สรรเพชญ บุญญามณี สมยศ พลายด้วง และอาจจะมีราชิต สุดพุ่ม สส.นครศรีฯ พรรคประชาธิปัตย์ และ….รวมอยู่ด้วย

การปรากฏตัวของนิพนธ์ที่พรรคภูมิใจไทยในขณะที่อีกขั้วหนึ่งของ 'พรรคประชาธิปัตย์' ยังหนุนขั้วเพื่อไทยเดิม นำโดยเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคหารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทย หลังมีการยื่นข้อเสนอให้อยู่ร่วมขั้วรัฐบาลพรรคเพื่อไทยต่อโดยจะให้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเพิ่มกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยไปร่วมหารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเดิมที่ รร.ปรินเซส หลานหลวง เพื่อยืนยันการเป็นขั้วเดิม

แม้นฉากหน้าจะยังจับมือกันของซีกรัฐบาลเดิม แต่การไม่มีตัวแทนจากพรรคกล้าธรรม นั้นคือปัญหาของขั้วเพื่อไทย จับมือกันถ่ายรูปแถลงข่าวหน้าระรื่น แต่หน้าชื่นอกตรม บางคนหน้าเสียเดินคอตกเพราะเพิ่งได้ตำแหน่งใหญ่แค่สองเดือน รถนำขบวนกลับบ้าน น้ำมันยังค้างถังอยู่

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดแล้วว่า 'นิพนธ์' หย่าร้างกับประชาธิปัตย์แล้ว

ฤา…ประชาธิปัตย์แตกอีกรอบกับการเดินเกมพลาด

'ภูมิธรรม' หยาม!! ‘ภูมิใจไทย’ ตั้งรัฐบาล!! แค่โฆษณาชวนเชื่อ

(30 ส.ค. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประกาศตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ไม่เป็นไร ให้ประกาศไป แต่ภท.มีอะไรมัดใจได้ถึงกล้าประกาศเช่นนั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ภท.ประกาศตัวเลขกว่า 280 เสียงโดยมีเสียงของพรรคประชาชน (ปชน.) รวมอยู่ด้วย นายภูมิธรรม กล่าวว่า เขาถามปชน.แล้วหรือยัง พรรคปชน.ยังไม่ได้บอกว่าจะจับมือกับภท. เพียงแต่เสนอเงื่อนไขออกมาและยังไม่ปิดเงื่อนไข ตนมองว่าปชน.จะรอจนครบถ้วนทั้งหมดก่อนตัดสินใจ และมองว่าหากต้องตัดสินใจระหว่างพรรคพท.กับพรรคภท. ใครมีความเหมาะสมมากที่สุด การที่ประกาศ 280 เสียง โดยมีเสียงของพรรคปชน.ทั้งที่พรรคปชน.ยังไม่ประกาศอย่างชัดเจน อันนี้ถือว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อ วันนี้ตนเชื่อว่าพรรคปชน.ยังต้องใช้เหตุใช้ผลอย่างเต็มที่ อีกทั้งข้อเสนอที่พรรคปชน.เสนอมานั้น สำหรับพรรคพท.ก็ไม่มีอะไรที่ขัดข้องหมองใจ ทั้งเรื่องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องการทำประชามติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนเคยเป็นประธานผลักดันมาก่อน ตนจึงมองว่าพรรคปชน.คุยกับพรรคพท.ง่ายกว่าพรรคภท. ให้สื่อไปลองถามพรรคปชน.ดู เพราะวันที่ 29 สิงหาคม น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ก็พูดแล้วว่าอยากให้ลืมอดีต ร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งพรรคพท.ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

เมื่อถูกซักว่าตอนนี้ พรรคพท.ได้พูดคุยกับพรรคปชน.บ้างแล้วหรือยัง นายภูมิธรรม ตอบว่า ตอนนี้เริ่มมีการติดต่อกันบ้างแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การพูดคุยจะง่ายหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้เหมือนแยกทางกันไม่ลงรอยเท่าไหร่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้ปัญหาเรื่องประเทศชาติเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แล้วถามว่าการไม่ลงรอยกันนั้น แล้วพรรคปชน.ลงรอยกับพรรคภท.หรือ? แล้วเรื่องเขากระโดง วันนี้พรรคภูมิใจไทยพูดได้ทุกเรื่องเพราะมีเรื่องที่ตัวเองต้องจัดการ เป็นเรื่องที่เขาห่วงใยเสียมากด้วย ทั้งเรื่องเขากระโดง เรื่องฮั้วสว. ถามว่าพรรคปชน.ยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้หรือ

ประเด็นที่สื่อถามย้ำว่า ที่บอกว่าเริ่มคุยกันแล้วจะไปเทียบเชิญอย่างเป็นทางการหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า การเมืองต้องคุยให้จบก่อน การส่งเทียบเชิญถือเป็นที่หลังสุด ประกาศตรงนั้นก็เสนอชื่อนายกฯได้เลย ตอนนี้ความคืบหน้าไปได้ดีพอสมควรแล้ว

ถามว่า พรรคภท.ตั้งโต๊ะแถลงข่าวประกาศพร้อมเป็นนายกฯแล้ว แต่ในส่วนของพรรคพท.ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมเสียง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ใช่ เข้าใจผิดแล้ว พรรคภท.พยายามประกาศตัวเองเพื่อดึงคนอื่น แต่เราเป็นรัฐบาล ตอนนี้มีอำนาจเต็ม ไม่ว่าจะโยกย้ายข้าราชการ จ่ายงบฉุกเฉิน เราทำได้หมด รวมถึงการยุบสภา เพราะฉะนั้น ภท.ประกาศบนความว่างเปล่า มันตั้งได้หรือ อันนี้ต้องให้หัวหน้าพรรคภท.นั่งคิดมากๆ ก่อนว่าพูดอะไรออกมา ถ้าเลื่อนลอย ความเชื่อถือของคุณจะมีหรือไม่ พรรคพท.ได้รับการมอบหมายให้ดึงคนเข้ามาให้มากขึ้น และพรรคร่วมพูดกันจับมือกันชัดเจนแล้ว ฉะนั้นตนว่าพรรคภท.ฝันกลางวันหรือไม่

สื่อถามอีกว่าพรรคกล้าธรรม ยังร่วมรัฐบาลอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้เหมือนกับการล้างแล้วไปคุยกันใหม่ ตนเห็นว่าคนที่พรรคภท.บอกว่าจะไปร่วมด้วย ก็ยังไม่มีใครตัดสินใจ ในส่วนของพรรคพท.และพรรคร่วมฯ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ก็มีการจับมือกันให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้วันเวลาเมื่อไหร่ที่จะยื่นให้สภาพิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึง การหารือเรื่องอำนาจการยุบสภาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ต้องหารือ ถ้าเราจะยุบเราก็ยุบเลย หากใครขัดข้องก็สามารถไปฟ้องได้ ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องมาถกเถียงในเรื่องที่เราเชื่อว่าไม่มีปัญหา เราเชื่อว่าไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ขณะนี้เป็นกระบวนการสร้างข่าวทำให้รู้สึกว่าไม่แน่ใจ รู้สึกว่ารัฐบาลมีปัญหา แต่ตนยืนยันว่าไม่มีปัญหา และการตั้งรัฐบาลยังไม่จบง่ายๆ

อีกคำถามว่า มีเหตุผลอะไรทำให้คิดว่าจะต้องตัดสินใจยุบสภา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ตัดสินใจ เราคิดว่าอะไรเป็นประโยชน์ที่สุด หากต้องยุบสภาก็ยุบ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งไปพูด เอาตั้งรัฐบาลให้ได้ก่อนและแก้ปัญหาประเทศให้ได้ และยืนยันวันนี้ยังไม่มีการยุบสภา ระยะเวลาใกล้ๆนี้ก็ยังไม่ยุบ ต้องแก้ปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อย

ซักถามถึงกรณีที่ว่า ถ้ารวมเสียงไม่ได้ 250 เสียงจะใช้วิธียุบสภาหรือไม่ นายภูมิธรรม ตอบว่า “ไม่มีถ้า มีแต่ปัจจุบัน”
 
สื่อยังถามถึงเงื่อนไขของพรรคปชน. ที่ให้เวลา 4 เดือนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาทันหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดไกลเกิน มันเป็นเรื่องที่เขาเสนอแล้วต้องคุยกัน แต่เป็นทิศทางเดียวกันที่เราอยากเห็นประชาธิปไตย เราอยากเห็นการเมืองเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ไม่อยากเห็นการบิดเบือนผิดเพี้ยน ไม่อยากเห็นการทำงานนอกระบบสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจสร้างองค์กรอิสระต่างๆ อันนี้ต่างหากคือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจะคุยกัน

ผู้สื่อข่าวถามปิดท้ายว่า มี สส.ของพรรคพท.ประกาศจะไปอยู่กับพรรคภท. เราได้พูดคุยหรือตรวจสอบแล้วหรือยัง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุย เป็นสิทธิในการตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของตนเอง

ส่วนกรณีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคพท.ที่ไปโชว์ตัวกับภท.และอ้างว่ามีเสียง สส.ในมือ 10 กว่าเสียง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ที่ชัดเจนคือนายศักดิ์ดา คนอื่นๆ ยังไม่เห็น ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาอะไร

สส.หนุน!! ‘เสี่ยหนู’ นั่งนายกรัฐมนตรี 283 เสียง ยังรอ เพื่อไทย ไหลเติมอีก ลั่น!! ไม่กังวลแม้ยุบสภา

(30 ส.ค. 68) การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ทุกอย่างนิ่งแล้ว รอเพียงการลงนามข้อตกลง และเงื่อนไข ร่วมกันกับพรรคประชาชนเป็นลายลักษณ์อักษร หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยรับหลักการแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รอทางพรรคประชาชน นัดวันที่จะลงนามร่วมกันว่าจะเป็นเมื่อใด ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงสัปดาห์หน้า 

ส่วนเสียงที่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ ขณะนี้กว่า 90% นิ่งแล้ว ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 68 เสียง เนื่องจากตัด น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ พรรคประชาชน 143 เสียง พรรคกล้าธรรม 25 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 18 เสียง กลุ่มสุชาติ ชมกลิ่น 16 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 6 เสียง พรรคเล็ก 4 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 2 เสียง คือ นายสรรเพชร บุญญามณี สส.สงขลา และ นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา และพรรคเป็นธรรม 1 เสียง รวม 283 เสียง

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า สส.พรรคเพื่อไทยกำลังแตกรัง มีสส.ติดต่อเข้ามาร่วมรัฐบาล ทั้งจากฝั่งพรรคกล้าธรรม และติดต่อผ่านมาโดยตรงผ่านกลุ่มของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่ามีเสียงสนับสนุน 10 กว่าเสียงแล้ว ทำให้ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยอยู่ระหว่างการรอการเข้ามาเติมเสียง

แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ส่วนเรื่องการยุบสภาโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยไม่กังวล เพราะเชื่อว่า พรรคที่ไม่พร้อมเลือกตั้งมากที่สุดคือพรรคเพื่อไทย เนื่องจาก ขณะนี้กำลังประสบปัญหาเรื่องคะแนนนิยม และการขาดความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชน

‘ใบตองแห้ง’ เตือน!! นาทีนี้ ‘ภูมิใจไทย’ ไว้วางใจไม่ได้ยิ่งกว่า ‘เพื่อไทย’ มอง!! โหนอำนาจอนุรักษ์นิยม ต่างจาก เพื่อไทยที่จนตรอกแล้ว

(31 ส.ค. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Atukkit Sawangsuk' ระบุว่า

นาทีนี้ ภูมิใจไทยไว้วางใจไม่ได้ยิ่งกว่าเพื่อไทย

ภูมิใจไทยห้อยโหนอำนาจอนุรักษ์ที่ใช้นิติสงครามเล่นงานเพื่อไทย

ซึ่งอาจหวนมาสอย 44 สส. ยุบพรรค ทำลายพรรคประชาชนได้

ต่างจากเพื่อไทยที่จนตรอกแล้ว

ภูมิใจไทยยังห้อยโหนกระแสคลั่งชาติ ทหารนิยม ซึ่งเป็นอันตรายต่อเสรีประชาธิปไตย

ม็อบหมื่นปียังจะออกมาไล่-ขัดขวางชัยเกษม

ถ้าพรรคส้มเดินตามเกมพวกเขา ก็จะทั้งเสียหายและเสียจุดยืน ทำลายตัวเอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top