Monday, 19 October 2026
ปตท

ปตท. สนับสนุนบอลไทย มอบเงิน 25 ล้านบาทหนุนสมาคม ร่วมโครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ ปีที่ 3 ของการสนับสนุนกีฬาไทย ยกระดับสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มอบเงิน 25 ล้านบาท หนุนสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

รับมอบเงินเงินสนับสนุน จำนวน 25 ล้านบาท จาก นางมีนา ศุภวิวรรธน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

สำหรับการสนับสนุนของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือเป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือของกลุ่มบริษัท ปตท. ที่ให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้โครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส ปีละ 50 ล้านบาท รวมระยะเวลา 4 ปี รวมเป็นเงิน 200 ล้านบาท โดยปี 2569 เป็นปีที่ 3 ของการสนับสนุน เพื่อเสริมศักยภาพกีฬาไทยสู่สากล

ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1CqAhNNvh9/

ปตท. ผนึก ทอท. ร่วมมือยกระดับองค์กร ตั้งเป้าพลังงานสะอาดใหม่ ใช้ดาต้าและ AI จัดการพลังงาน ฝึกอบรมเพิ่มความปลอดภัยเข้ม

ปตท. ผนึกกำลัง ทอท. ยกระดับการบริหารจัดการองค์กรสู่ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ - นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) (ซ้าย) และ นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) (ขวา) ร่วมหารือแนวทางต่อยอดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้โครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ ณ สำนักงานใหญ่ ทอท. หลังบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานด้าน Core Business Enablers ที่ระดับคะแนน 2.5000 ได้ก่อนกำหนดในปี 2569

ทั้งสององค์กรเตรียมเร่งเดินหน้าแผนปฏิบัติการหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การผลักดันพลังงานสะอาดผ่านการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนสู่ท่าอากาศยานภูเก็ต ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ตอบสนองมาตรฐาน ICAO และ ISCC การดึงเทคโนโลยี Data Science และ AI มาใช้ในระบบ Energy Platform ยกระดับการจัดการพลังงานในท่าอากาศยาน การร่วมมือด้านความปลอดภัยครบวงจรผ่านหลักสูตรฝึกอบรมดับเพลิงและการใช้แพลตฟอร์มบริหารผู้รับเหมา รวมทั้งสร้างช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ ทอท. ผ่านแพลตฟอร์มชุมชนยิ้มได้ ตอกย้ำความร่วมมือในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันต่อไปในอนาคต

กลุ่ม ปตท. จับมือรัฐวิสาหกิจเชื้อไฟลาว ลงนามซื้อขายน้ำมัน เสริมความมั่นคงพลังงานไทย–ลาว เดินหน้าหนุนเสถียรภาพพลังงานภูมิภาค ตอบสนองความต้องการต่อเนื่อง

กลุ่ม ปตท. จับมือ รัฐวิสาหกิจเชื้อไฟลาว ลงนามสัญญาซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิง เสริมความมั่นคงทางพลังงานไทย – ลาว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ - กลุ่ม ปตท. และ รัฐวิสาหกิจเชื้อไฟลาว จัดพิธีลงนามสัญญาซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางธุรกิจและความมั่นคงทางพลังงานใน สปป.ลาว โดยมี ดร.มะโนทอง วงไซ รองรัฐมนตรี กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว (ที่ 3 จากขวา) และ นายพิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) (ที่ 3 จากซ้าย) พร้อมด้วย นายเวียงทอง วงศ์ทาวิเลย์ ผู้อำนวยการ รัฐวิสาหกิจเชื้อไฟลาว (ที่ 2 จากขวา) นายทรงพล เทพนำโสมนัสส์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) (ที่ 2 จากซ้าย) และนายขวัญชัย เหลืองชัยชาญ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสธุรกิจปิโตรเลียม บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) (ซ้ายสุด) ร่วมในพิธี ณ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและเสถียรภาพของระบบจัดหาน้ำมันในภูมิภาค ตามนโยบายของกระทรวงพลังงานไทย ด้วยการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานให้แก่ สปป.ลาว ตอบสนองต่อความต้องการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ผ่านกลไกการค้าที่โปร่งใสและยั่งยืน สะท้อนถึงพันธกิจของกลุ่ม ปตท. ในการเป็นองค์กรพลังงานไทยที่มีบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาค โดยมีการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือทางการค้า (Commercial Arrangement) และการสนับสนุนเชิงนโยบายจากหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิด

ปตท.คว้า 8 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย!! ตอกย้ำบริหารแกร่ง–ยั่งยืนระดับสากล คว้ารางวัล CEO–CFO–CSR–Investor Relations ยอดเยี่ยม 8 รางวัลระดับเอเชียการันตี ปตท.บริหารโปร่งใส สื่อสารชัด เดินหน้าธุรกิจยั่งยืน

ปตท. คว้า 8 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย สะท้อนความแข็งแกร่งด้านการบริหารและความยั่งยืนระดับสากล

เมื่อเร็ว ๆ นี้ – นางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน พร้อมด้วย นางมีนา ศุภวิวรรธน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม และ นายอาภากร ชอุ่มทอง ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เป็นผู้แทน ปตท. รับ 8 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประจำปี 2569 (16th Asian Excellence Award) สะท้อนความโดดเด่นด้านการบริหารองค์กรในระดับสากลภายใต้หลักธรรมาภิบาล การสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจบนหลัก “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

ปตท. ได้รับรางวัลสูงสุดถึง 8 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia’s Best CEO) รางวัลซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia’s Best CFO) รางวัลซีเอสอาร์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia’s Best CSR) รางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Professional) รางวัลบริษัทนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Company) รางวัลความยั่งยืนแห่งเอเชีย (Sustainable Asia Award) รางวัลความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม (Best Environmental Responsibility) และรางวัลสื่อสารองค์กรยอดเยี่ยม (Best Corporate Communications)

ทั้งนี้ Asian Excellence Awards จัดโดย Corporate Governance Asia ซึ่งเป็นนิตยสารด้านการเงินของฮ่องกงและเอเชีย มอบให้แก่ผู้นำและองค์กรในภูมิภาคเอเชียที่มีความโดดเด่นด้านการบริหารองค์กร การกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารจัดการทางการเงิน นักลงทุนสัมพันธ์ และการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยพิจารณาจากข้อมูลองค์กรร่วมกับผลสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้ทรงคุณวุฒิ ทั่วภูมิภาคเอเชี

ปตท.สผ. โชว์แกร่งบนเวทีโลก กวาดรางวัล CEO–CFO–IR–CSR ต่อเนื่องหลายปี 10 รางวัลระดับสากลไม่ใช่แค่เกียรติยศของ ปตท.สผ. แต่คือภาพสะท้อนองค์กรไทยที่ยืนได้ด้วยธรรมาภิบาล ความยั่งยืน และความเชื่อมั่นจากเวทีเอเชีย

ปตท.สผ. คว้า 10 รางวัลระดับสากล สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการองค์กร

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เข้ารับ 6 รางวัล จากงานประกาศรางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2569 (Asian Excellence Award 2026) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 16 โดย Corporate Governance Asia นิตยสารด้านการเงินที่ส่งเสริมบรรษัทภิบาลของฮ่องกงและภูมิภาคเอเชีย โดยรางวัลที่ ปตท.สผ. ได้รับ ได้แก่ รางวัล Asia’s Best CEO ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 รางวัล Asia’s Best CFO ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 รางวัล Best Investor Relations Company ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 รางวัล Best Investor Relations Professional ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 รางวัล Sustainable Asia Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และรางวัล Best CSR ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้รับอีก 4 รางวัล จากการจัดอันดับของ FinanceAsia Asia’s Best Companies 2026 ซึ่งเป็นนิตยสารการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ รางวัล Best Large-Cap Company – Thailand (ระดับ Silver), รางวัล Best Managed Company - Energy – Thailand (ระดับ Silver), รางวัล Best CFO – Thailand (ระดับ Gold) และรางวัล Best Investor Relations – Thailand (ระดับ Silver)

การมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการองค์กร การจัดการด้านการเงิน นักลงทุนสัมพันธ์ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ ปตท.สผ. ในการยึดมั่นในการกำกับดูแลองค์กรที่ดี การเติบโตอย่างยั่งยืน และการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

กลุ่ม ปตท. จับมือสถาบันพระปกเกล้า!! ลงนามความร่วมมือ สร้างต้นแบบองค์กรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับสู่องค์กรต้นแบบคาร์บอนต่ำ หนุน ESG–SDGs นำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดขับเคลื่อนองค์กรสีเขียว ผลักดันมาตรฐาน ESG–SDGs สู่ความสำเร็จ

กลุ่ม ปตท. สนับสนุนการยกระดับ สถาบันพระปกเกล้า สู่องค์กรต้นแบบคาร์บอนต่ำ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 - กลุ่ม ปตท. และ สถาบันพระปกเกล้า จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสนับสนุนนโยบายสถาบันต้นแบบคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืน ณ อาคารรัฐสภา โดยมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า (ที่ 3 จากซ้าย)

รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า (ที่ 2 จากซ้าย)

นางสาวสุพรรณี งามวุฒิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า (ซ้ายสุด)

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ที่ 3 จากขวา)

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากขวา)

นายประสงค์ อินทรหนองไผ่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ขวาสุด)

พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงร่วมในพิธี เพื่อบูรณาการเทคโนโลยีของกลุ่ม ปตท. อาทิ ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบเบ็ดเสร็จ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ระบบบริหารจัดการพาหนะ พฤติกรรมการขับขี่ และประเมินการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระบบบริหารจัดการคุณภาพน้ำ บริการระบบทำความเย็นแบบครบวงจร เครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า บริการแพลตฟอร์มจัดการพลังงาน ฯ ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงาน ในการยกระดับสถาบันพระปกเกล้าสู่การเป็นองค์กรต้นแบบด้านคาร์บอนต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการนำมาตรฐานสากลมาสนับสนุนการดำเนินงานด้าน ESG และ SDGs ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายตามพันธกิจอย่างมีประสิทธิผลร่วมกันต่อไป

ปตท. ฉลองครบ 4 รอบ ก้าวสู่ปีที่ 48 ขับเคลื่อนพลังงานไทยแข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่อนาคตยั่งยืน เน้นเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม รวมใจพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจประเทศ

ปตท. ครบ 4 รอบ ก้าวสู่ปีที่ 48 จากรากฐานที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน

ค่ำวานนี้ (18 สิงหาคม 2569) – บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) จัดงานขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื่องในวาระครบรอบ 48 ปี ของ ปตท. โดยได้รับเกียรติจาก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ ปตท. และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน ปตท. ร่วมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก กรุงเทพฯ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ยุคโชติช่วงชัชวาล (พ.ศ. 2521) ปตท. ร่วมขับเคลื่อนนโยบายของประเทศมาอย่างต่อเนื่องมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ บทบาทรัฐวิสาหกิจที่นำรายได้เข้ารัฐ ดูแลสังคม ช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวหน้ามาอย่างทุกวันนี้ ยิ่งปัจจุบัน ประเทศไทยและโลกกำลังเผชิญความท้าทายที่ไม่เคยประสบมาก่อน ทำให้ความมั่นคงทางพลังงานมีความสำคัญไม่น้อยกว่าความมั่นคงทางอาหาร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ ปตท. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ ต้องก้าวไปข้างหน้าและรองรับทุกสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปให้ได้ ในวันนี้ต้องขอบคุณ ปตท. และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพสู่เวทีโลก เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศไทยต่อไป

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ เปิดเผยว่า 48 ปี แห่งการสร้างรากฐานที่มั่นคงและการก้าวต่อไปอย่างยั่งยืนของ ปตท. ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน คู่ค้า พันธมิตรธุรกิจ องค์กรภาคีเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งระดับประเทศและระดับสากล รวมถึงประชาชนคนไทยทุกคนที่ร่วมสนับสนุน อีกทั้งที่ผ่านมา ปตท. มีผู้นำองค์กรที่ล้วนส่งต่อวิสัยทัศน์และนำองค์กรก้าวผ่านความท้าทายจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งการที่ผู้บริหาร และพนักงาน ทุ่มเทแรงกายแรงใจเป็นพลังสำคัญ ทำให้ ปตท. เติบโตแข็งแกร่ง สามารถทำหน้าที่สร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่การดูแลสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และในปัจจุบันแม้จะมีความท้าทายรอบด้าน แต่ ปตท. พร้อมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง กล่าวว่า การจัดงานในวันนี้ ภายใต้แนวคิด “จากรากฐานที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” แบ่งเป็น “4 อดีต 4 อนาคต” เพื่อแสดงความขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ร่วมสนับสนุน ปตท. มาตลอดช่วงเวลา 48 ปี ทั้งการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย

ที่ผ่านมา ปตท. มุ่งมั่น “สร้างรากฐานที่มั่นคง” 4 ด้าน ด้วยการดำเนินงานที่เด่นชัด นับตั้งแต่ยุค “โชติช่วงชัชวาล” ที่มีบทบาทในการสำรวจ พัฒนา และนำก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยขึ้นมาใช้ประโยชน์ วางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างครบวงจร รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทย จากผู้ผลิต จัดหา และส่งมอบพลังงาน สู่การสร้างประสบการณ์การเดินทาง จนวันนี้สถานีบริการกลายเป็น “เพื่อนร่วมเดินทาง” ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงสุขภาพคนไทย
นอกจากนั้น ปตท. มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการ “เคียงข้างสังคมไทย” ในทุกสถานการณ์ ทั้งโครงการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการอยู่เคียงข้างคนไทยในยามวิกฤติต่าง ๆ ผ่านการบรรเทาค่าครองชีพด้านพลังงาน และ ส่งมอบความช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ

อีกทั้ง ปตท. ได้ร่วม “สร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต” ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ โดยปรับโครงสร้างธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่งผลให้ ปตท. มีฐานะการเงินเข้มแข็งขึ้น กลายเป็นหุ้นกลุ่มพลังงานที่ช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ ก่อให้เกิดการพัฒนาตลาดทุนไทย ช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่น นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งตั้งแต่ปี 2544 – 2568 กลุ่ม ปตท. นำส่งรายได้คืนสู่ภาครัฐในรูปแบบเงินปันผลและภาษีเงินได้รวมกว่า 1.38 ล้านล้านบาท

จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันที่ ปตท. ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศภายใต้กลยุทธ์ที่บูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่ทุกกระบวนการของการดำเนินธุรกิจ ถือเป็นทิศทางการดำเนินงานสู่ “อนาคตที่ยั่งยืน” 4 ด้าน คือมุ่งเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน” ตามหลัก Energy Trilemma มั่นคง ยั่งยืน และเข้าถึงได้ด้วยการปรับพอร์ตโฟลิโอโดยในทางธุรกิจ ปตท. ไม่เพียงมุ่งเป้าสู่การเป็น Global LNG Player เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานในระดับภูมิภาคแต่ยังมุ่งเป็นแกนหลักของประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจก อาทิ เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) การใช้ประโยชน์จาก Hydrogen การปลูกป่ามุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

จากการมุ่งยกระดับศักยภาพสู่การเป็น “องค์กรแชมเปี้ยนของไทย” ที่ร่วมนำพาประเทศ และองค์กรพันธมิตรไทยเติบโตสู่ระดับสากลร่วมกันผ่านธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและธุรกิจต่างประเทศอย่างครบวงจร ด้วยเครือข่ายสำนักงานการค้าระหว่างประเทศทั่วโลกทำให้ได้รับความเชื่อมั่นในฐานะองค์กรที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจในระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันยังคง “สร้างสังคมไทยให้แข็งแรงด้วยศักยภาพกลุ่ม ปตท.” พัฒนาชุมชน สังคม ด้วยองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเปราะบางกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ในรูปแบบ Social Enterprise

นอกจากนี้ ปตท. “บูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับธุรกิจ” เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI และนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตระยะยาว รวมถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องเป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ส่งผลต่อการสร้างกำไรที่เพิ่มขึ้น และเกิดผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง สามารถรักษา Credit Rating ของกลุ่ม ปตท. สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและผู้ถือหุ้น ซึ่งพิสูจน์ได้จากช่วงที่ผ่านมาเกิดความท้าทายสถานการณ์วิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ปตท. สามารถรักษาเสถียรภาพความมั่นคงทางพลังงาน สามารถจัดหาพลังงานให้คนไทยใช้ ไม่ขาดแคลน

อนึ่ง ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการการดำเนินงาน ปตท. ตลอด 48 ปีที่ผ่านมา และสื่อสารเรื่องราวผ่านการเปิดตัว เพลง “เจิดจรัสชัชวาล” รวมถึงจะทยอยเผยแพร่มิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์โฆษณา ภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์อินดี้ เพื่อเข้าถึงประชาชนและคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ อีกทั้งในงานมีการประมูลผลงานศิลปะจากโครงการศิลปกรรม ปตท. เพื่อนำรายได้สมทบทุนสภากาชาดไทย อีกด้วย

ปตท.ลุยกลยุทธ์ปี 69 ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง กำไรครึ่งปีแรกโต 74% ทะลุ 78,263 ลบ. ขยายพอร์ต LNG ตั้งเป้าถึง 15 ล้านตัน เดินหน้าลดคาร์บอน เสริมความมั่นคงพลังงาน

บทพิสูจน์กลยุทธ์ ปตท. ครึ่งแรกปี 69 พร้อมทุกสถานการณ์ ฝ่าวิกฤต เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

วันนี้ (21 สิงหาคม 2569) – ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นและยังคงยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบัน ปตท. ซึ่งมี 2 บทบาท คือ การเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ในขณะเดียวกันต้องดูแลผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่ง ปตท. ผ่านบทพิสูจน์ที่สำคัญ โดยในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น ให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ บริหารจัดการธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เตรียมสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อรองรับต้นทุนและความผันผวนที่เพิ่มขึ้น การเตรียมความพร้อมตั้งแต่การกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบไม่พึ่งพิงแหล่งใดแหล่งหนึ่ง การมีเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจครอบคลุมทั่วโลก ทำให้สามารถจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในโรงกลั่นล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่นและความยืดหยุ่นที่สามารถรองรับน้ำมันจากหลากหลายแหล่ง การวางกลยุทธ์ที่ถูกทาง และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการมุ่งเน้นธุรกิจ Hydrocarbon ซึ่งเป็นธุรกิจหลักและมีความเชี่ยวชาญ ควบคู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ยกระดับกระบวนการกำกับดูแลการลงทุนให้รัดกุม ภายใต้การกำกับกิจการที่ดี และความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น และยังคงสร้างผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งดีกว่าที่คาด ด้วยกำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 33,000 ล้านบาท หรือกว่าร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ผลการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่สำคัญ ได้แก่ การเร่งเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ โดย ธุรกิจสำรวจและผลิต เดินหน้าผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับความต้องการพลังงานในประเทศ พร้อมขยายการลงทุนในต่างประเทศ ด้าน ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ Liquefied Natural Gas (LNG) ใช้ศักยภาพของธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและเครือข่ายการค้าทั่วโลกในการกระจายแหล่งจัดหาพลังงาน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ตั้งเป้าขยาย LNG Portfolio ปริมาณ 3.7 ล้านตัน ภายในปี 2569 และขยายให้ได้ 10 ล้านตัน และ 15 ล้านตัน ภายในปี 2573 และ 2578 ตามลำดับ ทั้งนี้ ก๊าซธรรมชาติจะมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงาน ในขณะที่ทั่วโลกอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดรวมถึงประเทศไทย ซึ่งในวันที่ 14 – 17 กันยายนนี้ ประเทศไทยได้รับโอกาสแสดงศักยภาพบนเวทีพลังงานโลก โดย ปตท. ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ สำหรับ ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ยังคงเดินหน้าแสวงหาพันธมิตรระดับโลกเพื่อเสริมแกร่ง Flagship พร้อมปรับแนวทางตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางรวมถึงปัจจัยจากนโยบายภาครัฐ (Government Intervention)

การดำเนินงานด้านความยั่งยืน ขับเคลื่อนการลดคาร์บอนต่อเนื่อง พร้อมเป็นแกนหลักของประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Capture and Storage (CCS) ที่แหล่งก๊าซธรรมชาติโครงการอาทิตย์ในอ่าวไทย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2571 ควบคู่การขับเคลื่อน I-SPARK โครงการนำร่องเพื่อสร้างความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย อีกทั้งร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยกระดับการดูแลผืนป่าให้เป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างคาร์บอนเครดิต ผ่านการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

กลุ่ม ปตท. เร่งสร้างความแข็งแรงจากภายใน ยกระดับผลการดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่ม ปตท. กว่า 8,700 ล้านบาท ผ่าน Profit Enhancement Initiatives ซึ่งประกอบด้วย โครงการ MissionX พร้อมทั้งขับเคลื่อน Digital Transformation ผ่านโครงการ AXIS มุ่งเน้นการนำ Digital Tools และ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเสริมความร่วมมือด้าน Supply Chain และ Marketing ทั้งในและต่างประเทศผ่านโครงการ P1 และ D1 ควบคู่กับการดำเนินงานด้าน Financial Excellence (F1) เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและบริหารกระแสเงินสดของกลุ่ม ปตท. อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ตลอดจนรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่เทียบเท่าระดับประเทศ ส่งผลให้สามารถรักษาเสถียรภาพพลังงานและขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต นอกจากนี้กลุ่ม ปตท. สนับสนุนมาตรการภาครัฐ และบรรเทาผลกระทบด้านราคาพลังงานต่อภาคประชาชน โดยมูลค่าการสนับสนุนมาตรการภาครัฐที่ประเมินได้ประมาณ 17,500 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วนของ ปตท. กว่า 8,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ด้วยศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งในระดับสากล และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ส่งผลให้ ปตท. ครองอันดับ 1 ของไทย และอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จาก Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

เนื่องในวาระครบรอบ 48 ปี ปตท. ดำเนินธุรกิจบนหลักความยั่งยืนอย่างสมดุลตามแนวทาง Energy Trilemma ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน (Security) การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ (Affordability/ Competitiveness) และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainability) โดยมุ่งมั่นเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ พร้อมก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยการขับเคลื่อนการเติบโตภายใต้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างสมดุล มุ่งสู่การเป็น Global LNG Player ยกระดับขีดความสามารถองค์กรสู่การเป็น National Champion ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงศักยภาพและโอกาสของธุรกิจไทยสู่เวทีโลก โดยมีเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศเป็นฟันเฟืองสำคัญ ตลอดจนบูรณาการเทคโนโลยี AI และดิจิทัล เข้ากับการดำเนินธุรกิจ พร้อมผลักดันนวัตกรรมพลังงานสะอาดและการลดคาร์บอน ขับเคลื่อนองค์กรสู่โลกอนาคต ควบคู่การสร้างสังคมไทยให้แข็งแรงด้วยเทคโนโลยีผ่านศักยภาพกลุ่ม ปตท. เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน พร้อมต่อยอดความสำเร็จสู่อนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ Together for Sustainable Thailand, Sustainable World ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

ปตท.จับมือไทยพาณิชย์!! ยุทธศาสตร์บริหารเงินทุน มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์ฯ สัญญายาว 25 ปี สูงสุดในไทย หนุนตลาดการเงินเติบโตยั่งยืน

ปตท. - ไทยพาณิชย์ ฉลองความสำเร็จ USD/THB Cross Currency Swap มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุสัญญา 25 ปี สูงสุดขององค์กรไทย ยกระดับมาตรฐานตลาดการเงินอย่างยั่งยืน

เมื่อเร็วๆ นี้ - นางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) (ที่ 3 จากขวา) และ นายธนพจน์ ภาคสุวรรณ Chief Corporate and Institutional Banking Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) (ที่ 3 จากซ้าย) จับมือทำธุรกรรม USD/THB Cross Currency Swap เพื่อแปลงหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหนี้สกุลบาท มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุสัญญา 25 ปี ซึ่งถือเป็นธุรกรรม Cross Currency Swap ที่มีอายุสัญญายาวนานที่สุดขององค์กรไทย

โดยโครงสร้างธุรกรรมดังกล่าวออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร ผ่านการนำเครื่องมือทางการเงินประเภทอนุพันธ์ (Derivatives) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือระหว่างสององค์กรชั้นนำของประเทศ เนื่องในวาระครบรอบ 48 ปีของ ปตท. เพื่อร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาตลาดการเงินไทยให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน

ปตท. รับรางวัล CSR ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย สร้างคุณค่าที่ยั่งยืน รางวัลองค์กรธุรกิจดีเด่น กทม. จากกระทรวงพัฒนาสังคมฯ

ปตท. รับรางวัล CSR Award 2026 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ - นางมีนา ศุภวิวรรธน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการ
เพื่อสังคม ผู้แทน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) รับรางวัลส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของ
ภาคธุรกิจประจำปี 2569 (CSR Award 2026) ประเภทรางวัลองค์กรภาคธุรกิจดีเด่นในเขตกรุงเทพมหานคร

จัดโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ จากนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมอบให้แก่องค์กรภาคธุรกิจที่มีบทบาทในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง รางวัลนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์องค์กร ครอบคลุมการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาการศึกษาและศักยภาพเยาวชน การสร้างโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง ตลอดจนการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือ มาสร้างต้นแบบการพัฒนาที่ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและขยายผลได้อย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top