Sunday, 5 July 2026
WORLD

ร้านยากิโทริในโอซาก้า ติดป้ายห้ามคนจีนเข้า เดือดร้อน บ.แม่แถลงขอโทษ ย้ำไม่สนับสนุนการเลือกปฏิบัติ

(29 พ.ค. 68) ร้านไก่ย่างถ่านชื่อดังในโอซาก้า “Sumibi Yakitori Hayashin” กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อน หลังมีผู้เผยภาพป้ายที่ระบุไม่อนุญาตให้ลูกค้าชาวจีนเข้าร้าน โดยให้เหตุผลว่า “หลายคนไร้มารยาท” จนเกิดเสียงวิจารณ์หนักทั้งในญี่ปุ่นและจีน

แม้ทางร้านยังไม่มีแถลงการณ์ชี้แจง แต่กระแสในโซเชียลหลายคนมองว่าการเหมารวมเช่นนี้เข้าข่ายการเลือกปฏิบัติ ส่วนชาวญี่ปุ่นสายชาตินิยมบางกลุ่มกลับสนับสนุนการกระทำของร้าน ขณะที่ชาวเน็ตจีนส่วนใหญ่แสดงความโกรธและผิดหวัง

SASAYA Holdings บริษัทแม่ของร้าน ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ระบุว่าป้ายดังกล่าวเป็นการตัดสินใจของร้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท พร้อมย้ำจุดยืนในการให้บริการอย่างเท่าเทียมกับลูกค้าทุกเชื้อชาติ

หลังเกิดเหตุ ร้าน Hayashin ได้หยุดให้บริการทันทีในวันเดียวกับการแถลงขอโทษ และชื่อร้านก็ถูกถอดออกจากเว็บไซต์ของบริษัทแม่แล้ว ขณะเดียวกันประเด็นนี้ยังสะท้อนปัญหาความตึงเครียดระหว่างชาวญี่ปุ่นบางกลุ่มกับนักท่องเที่ยวจีน

แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างมาก แต่ก็มีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกไม่พอใจกับพฤติกรรมไร้มารยาทของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มักตกเป็นเป้าในกระแส “มลพิษทางการท่องเที่ยว” หรือ Overtourism ที่กำลังเป็นคำฮิตในสังคมญี่ปุ่นขณะนี้

สื่อนอกชี้! เวียดนามคือจุดหมายใหม่ของนักเดินทาง สวยกว่า ถูกกว่า อาหารอร่อย น่าเที่ยวกว่าไทย

(29 พ.ค. 68) สื่อต่างประเทศรายงานว่า เวียดนามกำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ที่แตกต่างจากไทย ด้วยธรรมชาติที่หลากหลายและวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนเริ่มยกย่องเวียดนามว่าให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าไทย ทั้งในด้านสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และความคุ้มค่าของค่าใช้จ่าย

เวียดนามมีสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกหลายแห่ง เช่น อ่าวฮาลองที่งดงามด้วยเกาะหินปูนและน้ำสีมรกต, เมืองมรดกโลกฮอยอันที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์, และเกาะฟู้โกว๊กกับหาดทรายขาวสวยสงบ รวมถึงเส้นทางขี่มอเตอร์ไซค์ “Ha Giang Loop” ในภาคเหนือที่โด่งดังในหมู่นักผจญภัย

นอกจากนี้ เวียดนามยังเป็นประเทศที่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่สูงเมื่อเทียบกับไทย อาหารเวียดนามทั้งสด อร่อย และดีต่อสุขภาพ เช่น เฝอ บั๋นหมี่ และปอเปี๊ยะ นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟไข่ กาแฟมะพร้าว หรือกาแฟเกลือ ที่มีรสเข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์

แม้การท่องเที่ยวในเวียดนามจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่จำนวนยังไม่มากเท่าไทย ซึ่งทำให้หลายพื้นที่ยังคงมีความสงบและเสน่ห์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

‘สหรัฐ’ เบรกส่งออกเทคโนโลยีเครื่องบิน-ชิปให้ ‘จีน’ ตอบโต้ปักกิ่งจำกัดส่งออกแร่หายาก กระทบซัพพลายเชน

(29 พ.ค. 68) รัฐบาลทรัมป์ออกมาตรการระงับการส่งออกเทคโนโลยีสำคัญ เช่น เครื่องยนต์เจ็ต เซมิคอนดักเตอร์ และซอฟต์แวร์ออกแบบชิปแก่จีน หลังจากทางปักกิ่งจำกัดการส่งออกแร่หายากที่สหรัฐจำเป็นต้องใช้ในการผลิต โดยถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดด้านห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

มาตรการใหม่นี้อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทอเมริกันและจีนที่พึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอากาศยาน ยานยนต์ หุ่นยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เช่น เครื่องบิน C919 ของบริษัท COMAC ที่ต้องใช้ชิ้นส่วนจากสหรัฐและยุโรป ยังไม่สามารถผลิตภายในประเทศได้ทั้งหมด

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์ยังได้ระงับการส่งออกซอฟต์แวร์ออกแบบชิปของบริษัทชั้นนำอย่าง Cadence, Synopsys และ Siemens ไปยังจีน เพื่อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา AI และชิประดับสูง แม้จีนพยายามเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของตนเองอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ท่าทีแข็งกร้าวของสหรัฐเกิดขึ้นหลังจีนจำกัดการส่งออกแร่หายากในเดือนเมษายน โดยให้เหตุผลว่ากำลังร่างระเบียบควบคุมใหม่ สร้างความวิตกให้กับบริษัทอเมริกันที่ยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรจากจีน ทั้งนี้การแลกเปลี่ยนมาตรการตอบโต้ระหว่างสองประเทศอาจยิ่งซ้ำเติมความพยายามยุติสงครามการค้า

กระทรวงพาณิชย์จีนได้ตอบโต้ด้วยการแสดงจุดยืนว่าการควบคุมของสหรัฐเป็นการใช้อำนาจฝ่ายเดียว พร้อมประกาศเจรจากับบริษัทชิปจีนและยุโรปเพื่อสร้างความร่วมมือและลดผลกระทบ โดยย้ำว่าความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก “กำลังเผชิญความท้าทายอย่างรุนแรง”

MateBook Pro ใหม่จาก Huawei ใช้ชิป 5nm ผลิตโดย SMIC ไม่ง้อสหรัฐ

(29 พ.ค. 68) Huawei และ SMIC สร้างความฮือฮาในวงการเซมิคอนดักเตอร์ หลังมีรายงานว่าชิป Kirin X90 ที่ใช้ใน Huawei MateBook Pro รุ่นใหม่ ผลิตบนกระบวนการ 5nm N+3 node ได้สำเร็จโดยไม่ใช้เทคโนโลยี EUV จาก ASML ที่จีนไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะมาตรการแบนจากสหรัฐและเนเธอร์แลนด์

แม้จะใช้เทคโนโลยี DUV ที่ล้าหลังกว่า แต่ SMIC สามารถพัฒนาเทคนิค multi-patterning เพื่อให้ได้ลวดลายที่เล็กพอสำหรับระดับ 5nm ที่ใช้ต้นทุนสูง อัตราสำเร็จต่ำเพียง 20% แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของจีนในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์จากตะวันตก

ในด้านซอฟต์แวร์ Huawei ยังเดินหน้าทดแทนเทคโนโลยีที่ถูกจำกัดเช่นกัน โดยเปิดตัว HarmonyOS Next ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดที่ไม่พึ่งพาโค้ดโอเพ่นซอร์สของ Android อีกต่อไป ขณะเดียวกันยังได้พัฒนา HarmonyOS 5 สำหรับพีซี โดยมีเป้าหมายแทนที่ระบบ Windows ในอนาคต

ความสำเร็จของ Huawei และ SMIC ในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในสงครามเทคโนโลยีระหว่างจีนกับชาติตะวันตก และสะท้อนถึงความสามารถของจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง แม้ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และการเข้าถึงทรัพยากรระดับโลก

รัสเซียเตือนอาจโจมตีเบอร์ลิน หากเยอรมนีสนับสนุนขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ ยูเครนโจมตีมอสโก

(29 พ.ค. 68) มาร์การิตา ซิโมนยาน บรรณาธิการบริหารของสำนักข่าว RT ของรัสเซีย ออกโรงเตือนว่า หากเยอรมนีให้การสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ยูเครนในการใช้ขีปนาวุธ ‘ทอรัส’ โจมตีกรุงมอสโก รัสเซียอาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบโต้ด้วยการโจมตีกรุงเบอร์ลิน

เป็นที่คาดการณ์ว่าเยอรมนีอาจส่งขีปนาวุธทอรัส ให้ยูเครนกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังจากนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ตซ์ ระบุว่า เยอรมนีและพันธมิตรได้ยกเลิกข้อจำกัดด้านระยะการใช้อาวุธของยูเครนแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเยอรมนีว่าจะมีการส่งมอบอาวุธดังกล่าว

ซิโมนยานโพสต์ข้อความว่า “หากเกิดการโจมตีกรุงมอสโกโดยอาวุธเยอรมันภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่เยอรมัน การตอบโต้ด้วยการยิงใส่กรุงเบอร์ลินจะเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” โดยเธอชี้ว่า ขีปนาวุธทอรัส จำเป็นต้องใช้บุคลากรเยอรมันในการควบคุมและตั้งโปรแกรม ซึ่งยูเครนไม่สามารถดำเนินการเองได้

ด้านโฆษกเครมลิน ดมีตรี เปสคอฟ เตือนว่าหากเยอรมนีตัดสินใจส่งมอบอาวุธดังกล่าวจริง จะเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างร้ายแรง และบ่อนทำลายความพยายามในการหาทางยุติสงครามในยูเครน ขณะที่รัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ เคยยืนยันมาตลอดว่าจะไม่ส่งขีปนาวุธทอรัส เพราะเสี่ยงต่อการถูกดึงเข้าไปในความขัดแย้งโดยตรงกับรัสเซีย

จีนแอบอมยิ้ม ทรัมป์จะกร่างไปได้อีกสักกี่น้ำ หลังศาลสหรัฐฯ สั่งเบรกเก็บภาษีบูลลี่คนอื่น

(29 พ.ค. 68) รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ว่า จีนแอบอมยิ้ม ทรัมป์จะกร่างไปได้อีกสักกี่น้ำ ! ศาลสหรัฐฯ สั่งเบรกทรัมป์เก็บภาษีบูลลี่คนอื่น + อิลอน มัสก์ ก็เทใจจากทรัมป์ ขอบายแล้ววว

นักเรียนจีนกว่า 13.35 ล้านคน เตรียมสอบ ‘เกาเข่า’ ปีนี้ ทางการสั่งตรวจเข้ม-ห้ามมือถือ สมาร์ตวอตช์ แว่นตา เข้าห้องสอบ

(29 พ.ค. 68) กระทรวงศึกษาธิการจีนเผย นักเรียนกว่า 13.35 ล้านคน เตรียมเข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติหรือ “เกาเข่า” ในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ โดยเป็นตัวเลขลดลงเล็กน้อยจากสถิติสูงสุดเมื่อปี 2024 ที่มีผู้เข้าสอบ 13.42 ล้านคน

ทางการจีนกำชับหน่วยงานท้องถิ่นจัดสอบอย่างเหมาะสม พร้อมเปิดปฏิบัติการทั่วประเทศปราบโกงทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีการตรวจเข้มเรื่องความปลอดภัย และห้ามนำอุปกรณ์ต้องห้าม เช่น โทรศัพท์มือถือ นาฬิกาอัจฉริยะ และแว่นตาเข้าห้องสอบ

ด้านบริการสนับสนุน รัฐบาลท้องถิ่นจะดูแลการขนส่ง ที่พัก สุขอนามัย และควบคุมเสียงรบกวนรอบสถานที่สอบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้บรรยากาศเอื้อต่อการสอบมากที่สุด

กระทรวงฯ ยังให้ความสำคัญกับผู้ด้อยโอกาส โดยจัดข้อสอบเบรลล์สำหรับนักเรียนตาบอด 16 คน และเตรียมความช่วยเหลือสำหรับผู้พิการกว่า 14,000 คน พร้อมให้บริการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาเพื่อดูแลสุขภาพใจของนักเรียนตลอดช่วงสอบสำคัญนี้

สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกวีซ่านักเรียนจีนจำนวนมาก มุ่งเป้า!!..ผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์

(29 พ.ค. 68) มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศว่าสหรัฐฯ จะเริ่ม 'ยกเลิกวีซ่าอย่างเข้มงวด' สำหรับนักเรียนจีนที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศ โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือกำลังศึกษาในสาขาที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ พร้อมทั้งจะเพิ่มมาตรการคัดกรองในการอนุมัติวีซ่าของนักเรียนจากจีนและฮ่องกงในอนาคต

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยเฉพาะหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง และกล่าวหาจีนว่าเอาเปรียบทางการค้าต่อสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่สงครามภาษีที่ทวีความรุนแรงขึ้น

นอกจากจีนจะเป็นประเทศต้นทางอันดับสองของนักเรียนต่างชาติในสหรัฐฯ แล้ว นักเรียนจีนยังมีจำนวนมากกว่า 270,000 คนในปีการศึกษา 2023-2024 คิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของนักเรียนต่างชาติทั้งหมด การยกเลิกวีซ่าครั้งนี้จึงสร้างความไม่แน่นอนอย่างมากในแวดวงการศึกษา

นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังสั่งระงับการดำเนินการออกวีซ่านักเรียนชั่วคราว และเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้ยื่นขอวีซ่า รวมถึงมีความพยายามยกเลิกวีซ่าของนักเรียนที่มีบทบาททางการเมืองหรือแสดงออกสนับสนุนปาเลสไตน์ ซึ่งรัฐบาลกล่าวหาว่าเป็นการยุยงความเกลียดชัง แม้นักเคลื่อนไหวและนักกฎหมายจะออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ก็ตาม

‘ม.เจ้อเจียง’ พัฒนาวัสดุล่องหนชนิดใหม่ หลบเรดาร์ได้หมด ท้าทาย ‘Golden Dome’ ของทรัมป์..ที่อาจเป็นแค่ภาพฝัน

(28 พ.ค. 68) นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ประเทศจีน พัฒนา 'วัสดุพรางตัวขั้นสูง' ชนิดใหม่ ที่สามารถหลบหลีกการตรวจจับด้วยอินฟราเรดและคลื่นไมโครเวฟในระยะไกล อีกทั้งยังทนความร้อนได้สูงถึง 700 องศาเซลเซียส ทำให้มีศักยภาพใช้ในภารกิจทั้งด้านทหารและอวกาศ สร้างความสั่นคลอนให้กับ 'Golden Dome' โครงการโล่ป้องกันขีปนาวุธที่ประธานาธิบดีทรัมป์ผลักดันอย่างหนัก

ระบบ Golden Dome อาศัยเรดาร์และระบบตรวจจับจากภาคพื้นดินและอวกาศเป็นหัวใจหลัก หากถูกตัดหูตาด้วยเทคโนโลยีล่องหนใหม่ของจีน เช่น โดรนก่อกวนสัญญาณไซเบอร์ หรือหัวรบหลอก ระบบดังกล่าวจะกลายเป็นการสร้างที่เสียเปล่าในสถานการณ์จริง นั่นทำให้จึงถูกมองว่าเป็นช่องโหว่ร้ายแรงที่คู่แข่งอาจใช้โจมตีได้

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากโครงการ Golden Dome เดินหน้าต่อ จะกระตุ้นให้จีน รัสเซีย และประเทศอื่น ๆ เร่งพัฒนาอาวุธใหม่ เช่น ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก หรือระบบโจมตีดาวเทียมเพื่อตอบโต้ สถานการณ์อาจบานปลายเป็นการแข่งขันทางอาวุธครั้งใหม่ คล้ายช่วงสงครามเย็นในยุคอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โรนัลด์ เรแกน

สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ ประเมินว่า Golden Dome อาจใช้เงินภาษีถึง 831,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 30.3 ล้านล้านบาท) แต่กลับมีแนวโน้ม 'ใช้ไม่ได้ผลจริง' ขณะที่จีนพัฒนาแนวทางหลบเลี่ยงการตรวจจับอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ทางออกเดียวของสหรัฐฯ อาจเป็นการ 'ไม่เล่นเกมนี้ตั้งแต่ต้น'

‘กรีนแลนด์’ เร่งเร้า ‘สหรัฐฯ’ รีบลงทุนเหมืองแร่ ชี้หากเมินเฉย พร้อมเชิญ ‘จีน’ เข้ามาแทน

(28 พ.ค. 68) รัฐมนตรีธุรกิจและทรัพยากรแร่ของกรีนแลนด์ นายนาอาย์ นาธาเนียลเซน (Naaja Nathanielsen) เรียกร้องให้สหรัฐฯ และยุโรปเร่งเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของกรีนแลนด์ หากยังเพิกเฉย อาจทำให้ประเทศจำเป็นต้องหันไปพึ่งจีนแทน แม้จะต้องการความร่วมมือกับชาติตะวันตกมากกว่า

กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้เดนมาร์ก มีแร่หายากจำนวนมากที่ชาติตะวันตกต้องการ โดยเฉพาะแร่ในรายชื่อแร่สำคัญของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปกว่า 40 ชนิด แต่ที่ผ่านมากลับยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากสหรัฐฯ แม้จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจสมัยรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งกำลังจะหมดอายุ

นาธาเนียลเซนวิจารณ์แนวคิดของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ต้องการ “ซื้อกรีนแลนด์” ว่าเป็นเรื่องไม่ให้เกียรติ พร้อมชี้ว่าการมีส่วนร่วมของจีนในภาคเหมืองแร่ของกรีนแลนด์ในปัจจุบันยังมีน้อย แต่หากชาติตะวันตกยังลังเล ก็อาจเปิดทางให้จีนขยายอิทธิพล

ล่าสุด กรีนแลนด์ออกใบอนุญาตเหมืองแร่ภายใต้กฎหมายใหม่ครั้งแรก ให้กับกลุ่มทุนเดนมาร์ก-ฝรั่งเศส เพื่อสกัดแร่อนอร์โธไซต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมไฟเบอร์กลาส คาดเริ่มก่อสร้างปีหน้า และเดินเครื่องได้ภายใน 5 ปี โดยรัฐบาลกรีนแลนด์ยังคงมองว่ายุโรปเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและผลประโยชน์ร่วมกันระยะยาว

‘ม.ฮาร์วาร์ด’ อาจถูกตัดงบ 100 ล้านดอลลาร์ หลังถูกกล่าวหาเลือกปฏิบัติ-ต่อต้านชาวยิว

(28 พ.ค. 68) รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมให้หน่วยงานรัฐทบทวนเงินทุนที่มอบให้มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยอาจยุติหรือโอนงบประมาณไปยังหน่วยงานอื่น หากพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดในการกดดันสถาบันการศึกษาชั้นนำแห่งนี้

สำนักงานบริหารบริการทั่วไป (GSA) เตรียมส่งจดหมายถึงหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ระบุสัญญาที่ทำไว้กับฮาร์วาร์ด ซึ่งคาดว่ามีมากถึง 30 ฉบับ รวมมูลค่าราว 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,650 ล้านบาท) ขณะที่ร่างจดหมายฉบับนี้กล่าวหาว่าฮาร์วาร์ดมีพฤติกรรมเลือกปฏิบัติและต่อต้านชาวยิว

แม้รัฐบาลจะยังไม่ตัดงบทันที แต่จะเริ่มกระบวนการประเมินว่าเงินทุนใดจำเป็นต่อผลประโยชน์ของรัฐ โดย GSA จะเสนอให้ยกเลิกสัญญาที่ไม่ผ่านเกณฑ์ พร้อมโยกงบประมาณไปยังโครงการอื่น ด้านฮาร์วาร์ดยังไม่ออกแถลงการณ์ แต่เตือนว่าการวิจัยสำคัญ เช่น มะเร็งและโรคติดเชื้อ อาจหยุดชะงักหากขาดเงินสนับสนุน

ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับฮาร์วาร์ดทวีความรุนแรงขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทั้งจากการอายัดงบวิจัย 2.2 พันล้านดอลลาร์ และคำสั่งระงับสิทธิ์รับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งสร้างความโกลาหลให้กับนักเรียนหลายพันคน ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งชะลอการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าวชั่วคราว

‘ทรัมป์’ สั่งระงับสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนต่างชาติ พร้อมตรวจเข้ม!!..บัญชีโซเชียลมีเดียของผู้สมัคร

(28 พ.ค. 68) รัฐบาลทรัมป์มีคำสั่งให้สถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดเพิ่มนัดสัมภาษณ์สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการขอวีซ่าเข้าศึกษาในสหรัฐฯ โดยมีผลทันที เพื่อเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบข้อมูลโซเชียลมีเดียของผู้สมัคร ซึ่งคำสั่งนี้ออกโดยรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ และถูกเผยแพร่ไปยังทุกหน่วยงานทางการทูต

เอกสารภายในระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน การจัดสรรทรัพยากร และกระบวนการของแผนกกงสุล โดยจะให้ความสำคัญกับการบริการสำหรับพลเมืองสหรัฐฯ วีซ่าผู้อพยพ และการป้องกันการฉ้อโกงเป็นอันดับแรก ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าการตรวจสอบโซเชียลมีเดียจะดำเนินการอย่างไร

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา วีซ่าของนักเรียนต่างชาติหลายพันคนถูกเพิกถอน โดยรัฐบาลทรัมป์อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงและการต่อต้านแนวคิดหัวรุนแรง นอกจากนี้ยังมีคำสั่งห้ามนักเรียนต่างชาติลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปีการศึกษาหน้า ส่งผลให้อนาคตของนักเรียนเหล่านี้ตกอยู่ในความไม่แน่นอน

ขณะที่ องค์กรด้านการศึกษานานาชาติและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เตือนนักเรียนต่างชาติให้หลีกเลี่ยงการเดินทางกลับถิ่นฐานในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เนื่องจากอาจไม่สามารถกลับเข้าประเทศได้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ามาตรการใหม่นี้อาจกระทบทางการเงินต่อมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่พึ่งพานักเรียนต่างชาติเป็นจำนวนมาก

‘ทรัมป์’ ยื่นข้อเสนอใหม่ให้ ‘แคนาดา’ เลือกจ่าย 61 พันล้านดอลลาร์ หรือเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ

(28 พ.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอใหม่ต่อแคนาดา โดยระบุว่าแคนาดาเลือกได้เลยจะจ่าย 61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.23 ล้านล้านบาท) เพื่อเข้าร่วมระบบป้องกันขีปนาวุธ 'Golden Dome' หรือกลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ เพื่อได้รับสิทธิเข้าร่วมฟรี โดยทรัมป์ประกาศผ่าน Truth Social ว่า “แคนาดาจะไม่ต้องจ่ายแม้แต่ดอลลาร์เดียว หากกลายเป็นรัฐที่รักยิ่งของเรา”

ข้อเสนอของทรัมป์มีขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง ด้วยนโยบายปกป้องอธิปไตยของประเทศ และปฏิเสธแนวคิดของทรัมป์อย่างชัดเจน โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยล้อเลียนอดีตนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ว่าเป็นเพียง 'ผู้ว่าการทรูโด'

ในขณะเดียวกัน โครงการ Golden Dome ของสหรัฐฯ มีมูลค่ารวมกว่า 175 พันล้านดอลลาร์ และอาจสูงถึง 542 พันล้านดอลลาร์ในระยะยาว โดยเป็นโครงการป้องกันขีปนาวุธที่รวมถึงการวางอาวุธในอวกาศ ซึ่งทรัมป์คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ภายในปี 2029

การยื่นข้อเสนอของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากพระเจ้าชาร์ลส์แห่งอังกฤษเสด็จแคนาดาและกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภา ย้ำอธิปไตยและเสรีภาพของแคนาดา ขณะที่นายกฯ คาร์นีย์ได้ย้ำจุดยืนว่า “แคนาดาไม่ใช่ของซื้อขายได้” ส่วนทรัมป์ตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “เดี๋ยวก็รู้เอง”

‘ทรัมป์’ ขึ้นภาษี EU 50% ทำให้ ‘เยอรมนี’ เสี่ยงทรุดหนัก คาดสูญ 7.3 ล้านล้านบาท GDP ลดลง 1.1% ต่อปี..ถึง 2028

(27 พ.ค. 68) สถาบันเศรษฐกิจเยอรมนี (IW) รายงานว่า หากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินมาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรปที่อัตรา 50% ต่อเนื่องจนสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง อาจส่งผลให้เศรษฐกิจเยอรมนีสูญเสียมูลค่าสูงสุดถึง 200,000 ล้านยูโร (ราว 7.39 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2028

การศึกษาของ IW ชี้ว่า ผลกระทบดังกล่าวจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเยอรมนีลดลงเฉลี่ยปีละ 1.1% ระหว่างปี 2025 ถึง 2028 และหากสหภาพยุโรปตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีในลักษณะเดียวกัน ความสูญเสียทางเศรษฐกิจของเยอรมนีอาจเพิ่มขึ้นเป็น 290,000 ล้านยูโร (ราว 10.71 ล้านล้านบาท) ในช่วงเวลาเดียวกัน

ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ประกาศเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2025 ว่าจะเรียกเก็บภาษี 50% สำหรับสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป โดยให้เหตุผลว่าการเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรปไม่มีความคืบหน้า และระบุว่าหากสินค้าถูกผลิตในสหรัฐฯ จะไม่ถูกเก็บภาษีดังกล่าว

ขณะที่ ลาร์ส คลิงไบล์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเยอรมนี เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขข้อพิพาททางภาษีระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปโดยเร็ว เนื่องจากการเก็บภาษีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อทั้งสองฝ่าย

ส่วนภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนี โดยเฉพาะภาคการส่งออก กำลังเผชิญกับความเสี่ยงอย่างมากจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

ชาวลาวร้องระงม!!...ค่าไฟพุ่งเกือบ 50% สาเหตุจากดีมานด์เพิ่ม เงินกีบอ่อนซ้ำเติม

(27 พ.ค. 68) สื่อ Nikkei Asia รายงานว่า ค่าไฟฟ้าในประเทศลาวพุ่งสูงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สาเหตุจากความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และค่าเงินกีบที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อแผนของรัฐบาลลาวที่ต้องการเป็น “แบตเตอรี่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ชาวลาวจำนวนมากแสดงความไม่พอใจผ่านโซเชียลมีเดีย โดยแชร์ภาพบิลค่าไฟฟ้ารายเดือนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ตัวอย่างเช่น บิลค่าไฟเดือนเมษายนที่มีการแชร์อย่างแพร่หลาย พบว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 50% จนแตะระดับ 2.7 ล้านกีบ หรือประมาณ 125 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,060 บาท)

รัฐบาลเวียงจันทน์ได้ประกาศปรับขึ้นค่าไฟแบบค่อยเป็นค่อยไปจนถึงปี 2029 โดยคาดว่าอัตราสำหรับครัวเรือนจะอยู่ที่ 1,724 กีบต่อหน่วยภายในสิ้นปี 2026 หรือประมาณ 2.6 บาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากช่วงต้นปี 2024

ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกับการขยายตัวของภาคธุรกิจและการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน โดยลาวมีบริษัทจดทะเบียนกว่า 21,300 แห่ง ณ สิ้นปี 2024 ขณะที่ประเทศยังพึ่งพาพลังน้ำถึง 70% ในการผลิตไฟฟ้า และต้องแบกรับภาระหนี้ต่างประเทศ ซึ่งยิ่งหนักขึ้นเมื่อค่าเงินกีบอ่อนค่าลงมากกว่า 10% ในรอบปี ล่าสุดอัตราอยู่ที่ 660 กีบต่อ 1 บาทไทย (เทียบกับ 580 กีบเมื่อปีก่อน)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top