Saturday, 22 August 2026
WORLD

อดีตนักมวยทีมชาติไทย แสดงตัวเป็นคนในภาพ หลังถูกแอบอ้างเป็นศิลปะการต่อสู้ ‘BOKATOR’

ภายหลังกลายเป็นวิวาทะระดับประเทศ เมื่อประเทศกัมพูชา ที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันซีเกมส์ 2023 ประกาศว่า ไม่มีการแข่งขันกีฬา ‘มวย’ (มวยไทย) ตามที่เคยจัดกันมา แต่เปลี่ยนเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติของตน ชื่อ ‘กุน ขแมร์’ พร้อมกับระบุว่า ชาติสมาชิกสหพันธ์ซีเกมส์ ยินดีส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันครบ 4 ชาติ ตามกติกาของการแข่งขันซีเกมส์ทุกประการ

อีกทั้งยังไม่สนใจคำประกาศของสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ หรือ IFMA ที่ประกาศแบนชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ และมีคำยืนยันว่า ประเทศไทย จะไม่ส่งนักกีฬามวยไทยเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ 2023

ก่อนที่ วัธ จำเริญ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งกัมพูชา จะระบุว่า ไม่สนใจที่จะโดนแบนจากองค์กรมวยจากประเทศไทย และพร้อมจะตอบโต้ด้วยการไม่ส่งนักกีฬาร่วมการแข่งขัน ‘มวยไทย’ ในซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเช่นกัน

ขณะที่ในโลกออนไลน์ แฟนกีฬาชาวกัมพูชา มีการนำภาพตัดต่อการต่อสู้ที่อ้างว่าเป็นการต่อสู้ BOKATOR ศิลปะการต่อสู้โบราณของชาติตน ก่อนโดนแหกว่าภาพดังกล่าวดั้งเดิมเป็นการต่อสู้ของ ‘มวยไทย’

‘กัมพูชา’ ไม่สน IFMA แบน ‘กุน ขแมร์’ โต้กลับไม่ส่ง ‘มวยไทย’ ชิงชัยซีเกมส์ที่ไทย

จากกรณีที่ประเทศกัมพูชา เจ้าภาพซีเกมส์ 2023 ตัดสินใจ เปลี่ยนชื่อการแข่งขันกีฬา ‘มวย’ (มวยไทย) เป็น ‘กุน ขแมร์’ โดยอ้างว่าเป็นกีฬาที่เป็นต้นแบบของ ‘มวยไทย’ ใช้สำหรับการแข่งขันครั้งนี้

ก่อนที่สหพันธ์มวยไทยนานาชาติ หรือ IFMA ยืนยันว่าประเทศไทย จะไม่ส่งนักกีฬามวยไทยร่วมการแข่งขันซีเกมส์ 2023 พร้อมกับออกปากเตือนว่าชาติใดที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 'กุน ขแมร์' ในมหกรรมกีฬาแห่งอาเซียนครั้งนี้ อาจโดนแบนจากสมาพันธ์มวยไทยนานาชาติในรายการอื่น ๆ ด้วย 

อย่างไรก็ตามล่าสุด วัธ จำเริญ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกกัมพูชา หรือ CAMSOC ออกมาตอบโต้ทันควันว่า...

“แม้ว่าสหพันธ์กีฬาไทยจะมีปัญหากับการตัดสินใจของเราและขู่ว่าจะคว่ำบาตร แต่ ‘กุน ขแมร์’ ก็จะยังคงเป็นรายการในซีเกมส์ครั้งที่ 32 ตามกฎแล้ว หากมีประเทศที่เข้าร่วมตั้งแต่ 4 ประเทศขึ้นไป จะมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน จนถึงขณะนี้ อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, ลาว, เมียนมา และ มาเลเซีย กำลังเตรียมส่งนักกีฬาเข้าร่วม ดังนั้นเราไม่สนว่าจะมีชาติใดชาติหนึ่งตัดสินใจไม่เข้าร่วม”

หนุ่มจีนโพสต์เจอ ‘หมึกบลูริง’ เสิร์ฟในร้านหม้อไฟ ชาวเน็ตคอมเมนต์เตือน ‘ห้ามกิน - พิษร้ายแรงถึงตาย’

เมื่อไม่นานมานี้ ชาวเน็ตคนหนึ่งได้โพสต์ภาพหมึกขนาดเล็กหลายตัวที่ถูกวางไว้บนน้ำแข็ง ลงบนเวยปั๋ว (Weibo) พร้อมแท็กหาแอ็กเคานต์นิตยสารที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต (National History) ซึ่งเป็นนิตยสารที่เผยแพร่โดยไชน่า เนชั่นแนล จีโอกราฟิก (China National Geographic) เพื่อสอบถามเกี่ยวกับหมึกที่เขาพบในร้านหม้อไฟ จนกลายเป็นที่พูดถึงของชาวเน็ต

“...เจอในร้านหม้อไฟ นี่ใช่หมึกบลูริงไหม? เอาใส่หม้อได้หรือเปล่า? กำลังออนไลน์อยู่ ด่วนหน่อย” โพสต์ข้อความที่ชาวเน็ตคนดังกล่าวแท็กหานิตยสารเพื่อสอบถาม พร้อมกับรูปหมึกซึ่งหนึ่งในนั้นมีหมึกที่มีลวดลายเป็นวง ๆ สีน้ำเงินทั่วตัวไปจนถึงหนวด

อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตหลายคนที่เห็นโพสต์ดังกล่าวได้รีบเข้ามาคอมเมนต์ ห้ามเจ้าของโพสต์กินหมึกตัวดังกล่าว เช่น “ห้ามกินเด็ดขาด” “ในการจัดสิบอันดับสัตว์ที่มีพิษมากที่สุดในโลก หมึกบลูริงอยู่อันดับสาม!”

'ชาวสเปน' รวมตัวขับไล่ 'รัฐบาลซานเชซ' กลางกรุงมาดริด หลังไม่พอใจ 'กม.แบ่งแยกดินแดน - ลดโทษคดีทางเพศ'

เมื่อวานนี้ (21 ม.ค.66) เอเอฟพีรายงานว่า ประชาชนจำนวนหลายพันคนในกรุงมาดริด ออกมารวมตัวเดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐบาลชุดปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ

ผู้เข้าร่วมชุมนุมต่างโบกธงชาติสเปน พร้อมตะโกนร้องขับไล่ให้ซานเชซลาออกจากตำแหน่ง บางคนชูป้ายที่มีรูปถ่ายของนายกรัฐมนตรีที่มีข้อความเรียกเขาว่า 'คนทรยศ'

จากการประเมินของทางการมาดริด กลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนประมาณ 30,000 คนและรวมตัวกันที่จัตุรัสซิเบเลสในเมืองหลวงของสเปน แต่แกนนำในการจัดตั้งการชุมนุมกล่าวว่ามีผู้คนมารวมตัวกันมากกว่า 700,000 คน

การประท้วงถูกจัดตั้งโดยกลุ่มประชาสังคมฝ่ายขวาหลายสิบกลุ่ม และได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านอนุรักษนิยม

รู้จัก ‘ทริปเปิ้ลเอ’ บริการช่วยแนะนำเส้นทาง แก่ผู้ขับรถต่างเมือง ในยุคก่อนมีจีพีเอส

สมัยนั้นเขายังอนุญาตให้คนมารับผู้โดยสารเข้ามาถึงที่หน้าประตูทางออก หลังจากที่เครื่องบินไปแตะพื้นธรณีของเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ พอออกมาก็เจอพี่มิก เพื่อนของพี่ชายมารับที่ประตูทางออก และผมก็มุ่งหน้าไปบ้านของพี่อิ๊งค์ ลูกพี่ลูกน้องที่ฝากรถเราไว้ 

ตอนนั้นพี่อิ๊งค์กับครอบครัวกลับมาเยี่ยมบ้านที่กรุงเทพฯ แต่รู้กันก่อนหน้าแล้วว่าเราจะมา พี่อิ๊งค์เลยส่งกุญแจและเอกสารสำคัญเกี่ยวกับรถไปให้กับพี่มิก เมื่อผมมาถึง ก็ขับรถได้เลย แต่ต้องบอกเลยว่าตอนนั้นยังไม่ชินถนนหนทางในประเทศอเมริกาสักเท่าไหร่ จะขับทางไกลที ใจเต้นรัวเป็นเพลง EDM แทบจะเป็นลม โชคดีที่พี่มิกมาด้วย แกเลยให้ขับตาม แต่แกก็ขับเร็วเหลือเกิน เราเลยต้องคอยเร่งไล่ตามให้ทัน ไม่ให้คลาดสายตา 

ผมถอนหายใจซะหมดปอดเมื่อมาถึงบ้านพี่มิกที่เมืองซินซินแนติ (Cincinnati) หลังจากที่จอดรถเสร็จ ผมก็ไปทานอาหารจีนสไตล์อเมริกันที่หวานและเค็มนำ ส่วนใหญ่คนอเมริกันจะชอบสั่งเกี๊ยวทอดไส้ครีมชีสและปูอัดที่เรียกกันว่าปูร่างกุ้ง (Crab Rangoon) หมูแดงในรูปของซี่โครง ข้าวผัดซีอิ๊วดำใส่ต้นหอมและถั่วงอก และหมูชุบแป้งทอดผัดเปรี้ยวหวาน 

ตอนชำระเงินทางร้านจะเอาคุกกี้ทรงอีแปะใส่กระดาษพิมพ์คำคมหรือดวงแบบสั้นมาให้ ซึ่งคุกกี้แบบนี้จะเรียกว่าคุกกี้ดูดวง (Fortune cookie) และคนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยได้ทานกัน เพราะจะอิ่มจนแน่น จึงแค่หักคุกกี้เพื่ออ่านข้อความที่อยู่บนกระดาษเพื่อความบันเทิง ส่วนคนไทยจะชอบเอาตัวเลขที่อยู่บนกระดาษมาซื้อลอตเตอรี่ เราเองชอบทานคุกกี้แบบนี้เพราะแป้งมีความหวานอ่อนๆ กลิ่นวานิลาเป็นการล้างปากจากอาหารคาว  

พี่มิกรู้ว่าวันรุ่งขึ้นเราต้องขับรถกลับกันมาที่บอสตัน แกจึงพาเราไปแวะที่สำนักงานของทริปเปิ้ลเอ (AAA) เพื่อไปปรึกษาหาเส้นทางที่จะขับมาถึงแมสซาชูเซตส์อย่างเร็วที่สุด ท่านผู้อ่านต้องเข้าใจว่าสมัยนั้นยังไม่มีจีพีเอส เวลาจะขับรถกันไปต่างเมืองทีต้องพึ่งแผนที่ ทางองค์กรทริปเปิ้ลเอ ชึ่งมีชื่อเต็มๆ ว่า American Automobile Association มีบริการช่วยแนะนำเส้นทางขับรถต่างเมืองให้คนที่สมัครเป็นสมาชิกรายปี ซึ่งขณะนี้ตกประมาณ 65 เหรียญสหรัฐ นอกจากนั้นสมาชิกยังสามารถรับสิทธิ์ซื้อประกันรถให้ราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป ได้รับบริการลากรถและช่วยเปลี่ยนล้อที่ยางแบน คนทั่วไปจึงนิยมกันเป็นสมาชิกทริปเปิ้ลเอ จนเป็นองค์กรที่ใหญ่โตของสหรัฐฯ และแคนาดา ถึงแม้ว่ายุคนี้จะไม่ต้องพึ่งเรื่องแผนที่เหมือนแต่ก่อน ก็ยังมีประโยชน์กับการขับรถทางไกลอยู่ ถ้าสนใจอยากจะทราบรายละเอียดลองเช็กดูโดยตรงที่เว็บไซต์ https://www.aaa.com/stop 

โลกพบสัญญาณ 'แสง' จากต่างกาแล็กซี เดินทางมาไกลที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

กล้องโทรทรรศน์วิทยุ GMRT ของอินเดีย ตรวจพบสัญญาณของแสงจากอะตอมไฮโดรเจน ซึ่งใช้เวลาเดินทางมากับคลื่นวิทยุจากแหล่งกำเนิดในห้วงอวกาศลึกอย่างยาวนาน 8,800 ล้านปี ก่อนจะมาถึงโลก

สัญญาณของแสงดังกล่าว สามารถบ่งบอกถึงสภาพของห้วงจักรวาลในอดีตขณะที่ยังมีอายุน้อยราว 5,000 ล้านปี นับว่าเป็นหลักฐานทางดาราศาสตร์ชิ้นที่เดินทางมาไกลที่สุด เท่าที่เคยมีการค้นพบและศึกษากันมาในประเภทของอะตอมไฮโดรเจน ทั้งยังมีความเก่าแก่ใกล้เคียงกับจุดกำเนิดของเอกภพหรือเหตุการณ์บิ๊กแบงอย่างมากด้วย

สัญญาณดังกล่าวมาจากกาแล็กซี SDSSJ0826+5630 ที่มีการก่อตัวของดาวฤกษ์อย่างหนาแน่น กาแล็กซีแห่งนี้ได้ส่งสัญญาณวิทยุออกมาหลายแบบ รวมถึงสัญญาณวิทยุจากอะตอมไฮโดรเจนไม่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งมีลักษณะเป็นคลื่นแสง

คลื่นแสงดังกล่าวมีความยาวคลื่นมากเป็นพิเศษถึง 21 เซนติเมตร และยังยืดออกเป็น 48 เซนติเมตรเมื่อเดินทางมาถึงโลก เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ที่แสงจะเลื่อนไปทางสีแดง (redshift) จนมีความยาวคลื่นมากขึ้นและมีพลังงานลดลง หลังเดินทางห่างออกไปจากแหล่งกำเนิด

ทั้งนี้ได้มีการใช้เทคนิคเลนส์ความโน้มถ่วง (Gravitational Lensing) ขยายสัญญาณแสงพลังงานต่ำที่ตรวจจับได้ยากให้ปรากฏชัดเจนขึ้น โดยแรงโน้มถ่วงของกาแล็กซีมวลมากอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างโลกกับแหล่งกำเนิดสัญญาณแสง จะทำให้สัญญาณแสงบิดโค้งและดูเหมือนขยายตัวขึ้น เหมือนมองภาพผ่านเลนส์ของแว่นขยาย 

กล้องโทรทรรศน์วิทยุ GMRT ถือว่ามีความไวสูงสุดของโลกในการรับคลื่นวิทยุจากห้วงอวกาศที่ย่านความถี่ 30-1500 เมกะเฮิร์ตซ์ ผลงานตรวจจับสัญญาณแสงจากอะตอมไฮโดรเจนซึ่งเดินทางมายาวนานที่สุดครั้งนี้ ทำลายสถิติเดิมที่โครงการสำรวจอวกาศ CHILES ตรวจพบและบันทึกไว้ได้ที่ 4,400 ล้านปี

จีนฟื้น 'กรุ๊ปทัวร์เที่ยวตปท.' 20 ประเทศ ดีเดย์ 6 ก.พ.นี้ ด้าน 'ไทย' เฮ ติดโผด้วย!!

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.66 สำนักข่าวซินหัว เผยหนังสือเวียนจากกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน ระบุว่า จีนจะดำเนินโครงการนำร่องเพื่อฟื้นคืนการบริการเดินทางแบบหมู่คณะขาออกนอกประเทศ

โดยเอเจนซีการเดินทางและผู้ให้บริการท่องเที่ยวออนไลน์ในจีนจะได้รับอนุญาตให้จัดสรรการเดินทางท่องเที่ยวแบบหมู่คณะหรือกรุ๊ปทัวร์ใน 20 ประเทศ ซึ่งรวมไทย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, แอฟริกาใต้, รัสเซีย และคิวบา ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันการบริการจองบัตรโดยสารของสายการบินและโรงแรมที่เกี่ยวข้องจะกลับมาดำเนินงานเช่นเดียวกัน

อนึ่ง ตลาดการเดินทางท่องเที่ยวแบบหมู่คณะขาออกนอกประเทศของจีนถูกระงับการดำเนินงานช่วงต้นปี 2020 เนื่องด้วยการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด19)

‘ผบ.สส.’ พบ ‘มิน อ่อง หล่าย’ ไร้ซูเอี๋ย รบ.เมียนมา ชี้ เป็นการเยือนในฐานะแขกของกองทัพเท่านั้น

เป็นข่าวดังในกลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหารในเมียนมาเมื่อ พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ของไทย เดินทางไปพบกับนายพล มิน อ่อง หล่าย ถึงรัฐยะไข่ งานนี้กลายเป็นเรื่องจับแพะชนแกะว่าไทยกำลังซูเอี๋ยกับรัฐบาลทหารของเมียนมา

แต่หากมามองความเป็นจริงแล้ว การพบปะกันของทหารระหว่างประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงนั้นเป็นกิจการทั่วไปของทหารตั้งแต่ ผบ. หมู่ที่คุมชายแดน จนถึง แม่ทัพภาค รวมไปจนถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำกันมานานแล้ว โดยการพบกันนั้นทางทหารจะพบปะหารือกับทหารของประเทศเพื่อนบ้านข้างเคียงนั้นจะนายทหารจะหารือกับนายทหารประเทศเพื่อนบ้านในชั้นยศเดียวกันเท่านั้น ส่วนประเด็นในการหารือนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ การร่วมมือกันในการปกป้องอธิปไตย การสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติด หรือการป้องกันการก่อการร้ายหรือการกระทำผิดระหว่างประเทศ รวมถึงการร่วมมือการช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดน

'จาซินดา อาร์เดิร์น' นายกนิวซีแลนด์ประกาศลาออกฟ้าแลบ พ้อ!! "ฉันไม่มีพลังพอที่จะทำมันอย่างยุติธรรมอีกต่อไป"

จาซินดา อาร์เดิร์น ประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยบอกว่านี่เป็น “ความรับผิดชอบที่จะรู้ว่าเมื่อใดคุณเป็นคนที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำและเมื่อใดที่คุณไม่ใช่”

จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งสายฟ้าแลบเมื่อวานนี้ (19 ม.ค.) โดยบอกว่าจะมีการเลือกตั้งนายกฯ คนใหม่ในเดือน ต.ค.

เธอให้เหตุผลการลาออกว่า “ฉันจะลาออก เพราะหน้าที่ที่ได้รับสิทธิพิเศษนั้นต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบที่จะรู้ว่าเมื่อใดคุณเป็นคนที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำและเมื่อใดที่คุณไม่ใช่ ฉันรู้ว่างานนี้ต้องใช้อะไรบ้าง และฉันรู้ว่าฉันไม่มีพลังพอที่จะทำมันอย่างยุติธรรมอีกต่อไป มันง่ายมาก”

เดิมเธอจะครบวาระการดำรงตำแหน่งวันที่ 7 ก.พ. นี้ แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะลาออกก่อนกำหนด และยังคงมีสถานะเป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภาจนกว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในปลายปีนี้

“ฉันเป็นคน นักการเมืองก็เป็นคน เราให้ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ตราบเท่าที่เราทำได้ และแล้วก็ถึงเวลา และสำหรับฉัน มันถึงเวลาแล้ว” เธอกล่าว

อาร์เดิร์น เสริมว่า เธอได้ไตร่ตรองในช่วงพักร้อนที่ผ่านมาว่า เธอมีพลังงานเหลือพอที่จะทำหน้าที่นี้ต่อไปหรือไม่ และเธอได้ข้อสรุปว่า “ไม่มี”

อาร์เดิร์นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงที่อายุน้อยที่สุดในโลก เมื่อเธอได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2017 ขณะอายุ 37 ปี เธอได้นำนิวซีแลนด์ฝ่าวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 และภัยพิบัติครั้งใหญ่ รวมถึงเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่งในไครสต์เชิร์ชและภัยพิบัติภูเขาไฟระเบิดบนเกาะไวต์

“นี่เป็นช่วงเวลา 5 ปีครึ่งที่เติมเต็มชีวิตของฉันมากที่สุด แต่ก็มีความท้าทายเช่นกัน ในวาระการประชุมเรื่องที่อยู่อาศัย ความยากจนของเด็ก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราพบกับหตุการณ์ก่อการร้ายในประเทศ ภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ โรคระบาด และวิกฤตเศรษฐกิจ” เธอกล่าว

เมื่อถูกถามว่าเธออยากให้ชาวนิวซีแลนด์จดจำความเป็นผู้นำของเธออย่างไร อาร์เดิร์นตอบว่า “ในฐานะคนที่พยายามมีเมตตาเสมอ”

“ฉันหวังว่าฉันจะทิ้งความเชื่อไว้ให้ชาวนิวซีแลนด์ว่า คุณสามารถเป็นคนใจดีแต่เข้มแข็ง เห็นอกเห็นใจแต่เด็ดขาด มองโลกในแง่ดีแต่มีสมาธิ และคุณสามารถเป็นผู้นำในแบบของคุณเองได้ คือผู้ที่รู้ว่าถึงเวลาต้องไป” อาร์เดิร์นกล่าว

‘สีจิ้นผิง’ ส่งคำอวยพร 'ตรุษจีน' ถึงชาวจีนทุกคน ขอจงมีสุขภาพแข็งแรงและความสุขตลอดปีเถาะ

(19 ม.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว เผยว่า เมื่อวันพุธที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวคำอวยพรถึงประชาชนชาวจีนทุกคน ขณะร่วมพูดคุยทางออนไลน์กับสาธารณชนทั่วประเทศ ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน

สีจิ้นผิง ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ได้พูดคุยผ่านระบบวิดีโอกับบุคลากรการแพทย์ในโรงพยาบาล ผู้สูงอายุที่สถานสวัสดิการ คนงานที่บ่อน้ำมันอันห่างไกล นักเดินทางและพนักงานที่สถานีรถไฟความเร็วสูง ผู้ค้าขายและลูกค้าที่ตลาดค้าส่ง และชาวหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย

Soft Power ไทยสายบู๊ กู่ก้องในแดนมังกร หลังคนจีนจำนวนไม่น้อย ปลื้มมวยไทย

(19 ม.ค. 66) เพจ ‘ลึกชัดกับผิงผิง’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับความนิยมของมวยไทยในประเทศจีน ว่า…

#ครูสอนมวยไทยในจีน #ไทย #จีน

ที่ค่ายมวยหรงซี เมืองจางโจว มณฑลฝูเจี้ยน หรือฮกเกี้ยน ‘ครูลู’ (库鲁 ชื่อเล่นในจีน) กำลังสอนมวยไทยให้กับคนจีนด้วยเสียงดัง เพื่อกระตุ้นความกล้าหาญของนักเรียน ดูแล้วคึกคักมาก 

ครูลูมาจากเมืองไทย อายุ 42 ปี ได้รับใบอนุญาตสอนมวยไทยระดับ A ในปี 2016 สอนมวยไทยมา 14 ปีแล้ว เคยเปิดค่ายมวยในไทย และยังเคยสอนมวยไทยที่บราซิล ออสเตรเลียและสิงคโปร์ 

ครูลูบอกว่า เมื่อ 6 ปีก่อนได้เข้าเมืองจีนเป็นครั้งแรก มีประสบการณ์สอนมวยไทยที่เมืองซีอานมณฑลส่านซี เมืองหลานโจวมณฑลกานซู่ มณฑลจี๋หลินภาคเหนือของจีนและมณฑลกุ้ยโจวภาคใต้ของจีน เมื่อเข้ามาเมืองจีนรู้สึกตกใจที่คนจีนจำนวนมากชอบมวยไทย

‘อินเดีย’ ขึ้นแท่น ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก สวนทาง ‘จีน’ ที่ประชากรลดลงในรอบ 60 ปี

อินเดียมีประชากรมากที่สุดในโลกแซงหน้าจีนเรียบร้อยแล้ว ขณะที่จีนมีประชากรลดลงในรอบ 60 ปี

World Population Review องค์กรอิสระที่ศึกษาสำมะโนประชากรคาดการณ์ว่าอินเดียมีประชากรถึง 1.417 พันล้านคนแล้วในช่วงสิ้นปี 2022 และกลายเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดแซงหน้าจีนแล้วเรียบร้อย

จากจำนวนประชากรของอินเดียตามที่คาดการณ์ที่ 1.417 พันล้านคน ทำให้อินเดียมีประชากรมากกว่าจีนอยู่เกิน 5 ล้านคนก่อนหน้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยว่า ขณะนี้จีนมีประชากรอยู่ 1.412 พันล้านคน ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี ตั้งแต่ช่วงปี 1961

องค์การสหประชาชาติได้คาดการณ์ว่าอินเดียจะเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดแซงหน้าจีนภายในปีนี้ แต่จากคาดการณ์ของ World Population Review อินเดียมีประชากรถึง 1.432 พันล้านคนแล้ว ส่วนองค์กรวิจัย Macrotrends คาดว่าตัวเลขประชากรล่าสุดของอินเดียอยู่ที่ 1.428 พันล้านคนแล้ว ทั้งนี้ ไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการจากอินเดียเนื่องจากโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถสำรวจตัวเลขประชากรได้

World Population Review ยังคาดการณ์ว่าแม้ประชากรของอินเดียจะเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ แต่จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2050 

ครึ่งหนึ่งของประชากรอินเดียมีอายุต่ำกว่า 30 ปี ทำให้นายกรัฐมนตรี Narendra Modi เร่งสร้างงานให้คนในประเทศมากขึ้นเพื่อให้เศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้ เพราะอินเดียแม้จะมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเอเชียและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19 ได้ดี แต่ประชากรราว 800 ล้านคนยังพึ่งพาโครงการจัดหาอาหารของรัฐบาลอยู่

อินเดียเป็นประเทศที่อยู่ได้ด้วยการผลิตอาหารภายในประเทศ เป็นผู้ผลิตข้าว ข้าวสาลี และน้ำตาลใหญ่เป็นอันดับ 2 เป็นประเทศที่บริโภคน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดและเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำหรับรับประทานมากที่สุด อินเดียยังเป็นตลาดที่ใช้ทองและเหล็กกล้ามากเป็นอันดับที่ 2 และเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบมากเป็นอันดับ 3 รวมทั้งเป็นประเทศที่มีตลาดการบินภายในประเทศใหญ่มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก

ขณะที่อินเดียมีประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จีนกลับมีประชากรลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี ข้อมูลจาก National Statistics Bureau เผยว่า ประชากรจีนลดลง 850,000 คนในปี 2022 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2021

‘จีน’ ชี้!! คุณภาพ ‘อากาศ-น้ำ’ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2022

(18 ม.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว เผย กระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของจีน รายงานว่าคุณภาพอากาศและน้ำของจีนดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2022

เจี่ยงหั่วหัว เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ แถลงข่าวว่าสัดส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศดีในเมืองระดับแคว้นขึ้นไปของจีนในปี 2022 อยู่ที่ร้อยละ 86.5 ขณะสัดส่วนวันที่มีมลพิษทางอากาศรุนแรงอยู่ที่ร้อยละ 0.9 ซึ่งต่ำกว่าร้อยละ 1 เป็นครั้งแรก

ความหนาแน่นเฉลี่ยของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือพีเอ็ม2.5 (PM2.5) อยู่ที่ 29 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งต่ำกว่า 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูล

สัดส่วนน้ำผิวดินตั้งแต่ระดับ 3 (Grade III) ขึ้นไปจากระบบวัดคุณภาพน้ำ 5 ระดับของประเทศเพิ่มขึ้น 3 จุด เมื่อเทียบปีต่อปี อยู่ที่ร้อยละ 87.9 ในปี 2022 ขณะสัดส่วนน้ำผิวดินต่ำกว่าระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด อยู่ที่ร้อยละ 0.7 ลดลง 0.5 จุดจากปี 2021

ครั้งหนึ่ง 'โรบินฮู้ด' ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ เพราะวีรกรรมปล้นคนรวยมาแจกคนจนดันถูกใจพี่หมี

เชื่อไหมว่าประเทศที่เปี่ยมไปด้วยเสรีภาพทุกตารางนิ้วอย่างอเมริกา ชี้หน้ากล่าวหาตัวละครอย่างโรบินฮู้ดว่าเป็น 'คอมมิวนิสต์'  

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะมีการประกาศ 'แบน' หนังสือโรบินฮู้ดอย่างเป็นทางการทั้งในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในรัฐอินเดียน่าเลยทีเดียว

ย้อนความ...สาเหตุที่ทำให้โรบินฮู้ดและสหายโด่งดัง ก็เพราะพฤติกรรมปล้นคนรวยเอามาแจกคนจน ทำให้หลายคนสงสัยว่าโรบินฮู้ดมีตัวตนจริง หรือเป็นแค่เรื่องเล่า     

โดยต้นเรื่องนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 12-14 คืออาจจะเป็นใครก็ได้ในช่วงนั้น ส่วนป่าเชอร์วู้ดอันเป็นพำนักพักอาศัยของโรบินฮู้ดและผองเพื่อนมีอยู่จริง  

(ป่าเชอร์วู้ดมีพื้นที่ 32 กิโลเมตรในมณฑลนอตติงแฮมเชียร์ พื้นที่เป็นทุ่งราบและป่าทึบ สมัยก่อนพื้นที่ทุกตารางนิ้วในป่าเชอร์วู้ดเป็นพื้นที่ป่าสงวนให้กษัตริย์และราชวงศ์ใช้ล่าสัตว์)

ทีนี้ทำไมอยู่ ๆ โรบินฮู้ดถึงถูกอเมริกากล่าวหาว่าเป็นคอมมี่ไปได้?

นั่นก็เพราะสืบเนื่องมาจากวีรกรรมของโรบินฮู้ดเป็นถูกอกถูกใจพี่หมีขาวโซเวียต ในยุคที่ลัทธิคอมมิวนิสต์ขยายตัวไปบางส่วนของโลกหรือยุคสงครามเย็น เลยยกโรบินฮู้ดให้เป็นวีรบุรุษต้นแบบของระบอบคอมมิวนิสต์ จนนำไปเป็นตัวเอกในหนังชวนเชื่อยุค 1970s - 1980s   

พอพี่หมีขาวรัสเซียเนียนเอาโรบินฮู้ดมาเป็นตัวเอกในหนังโฆษณาชวนเชื่อก็เป็นเรื่อง อเมริกาพ่อทุกสถาบันเห็นเข้าก็ตัวสั่นเร่า ประกาศแบนทันที และรัฐที่ประกาศปังดังลั่นคือ รัฐอินเดียน่า 

ในปี 1953 คณะกรรมการหนังสือเรียนของรัฐอินเดียน่าออกคำสั่ง 'แบน' หนังสือโรบินฮู้ดทุกเล่มทั้งในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วทั้งรัฐ โดยให้เหตุผลว่า พฤติกรรมของโรบินฮู้ดที่ปล้นคนรวยไปช่วยคนจนนั้น ดูแล้วมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ที่มุ่งยึดทรัพย์สินและบ้านช่องนายทุนเอามาให้ชนชั้นกรรมาชีพ โถ..ลูกอีช่างโยง

คงต้องขอเล่าประวัติศาสตร์อเมริกาช่วงสงครามเย็นให้ฟัง แล้วจะเห็นภาพว่าทำไม?...ทำไมรัฐอินเดียน่าถึงกล่าวหาโรบินฮู้ดแบบนี้

อเมริกาขับเคี่ยวกับทั้งพี่หมีขาวและพญามังกรจีนอย่างถึงพริกถึงขิงในยุคสงครามเย็น เป็นการต่อสู้กันระหว่างสองค่ายการปกครองระหว่างเสรีประชาธิปไตยกับลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งลุงแซมต่อต้านอย่างสุดตัวสุดตีน จนเข้าข่ายบ้าคลั่งในบางครั้ง

ช่วงสงครามเย็นที่ว่านี่แหละเกิดการล่าแม่มด โดยกล่าวหาว่าคนนั้นคนนี้มีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ เรียกว่าใครเกลียดใครหรืออยากล้างแค้นใคร แค่บอกทางการว่าไอ้นั่นอีนี่เป็นคอมมิวนิสต์รับรองถูกลากไปสอบสวนหมด เลยโดนกันทั่วหน้า ไม่ว่าเป็นนักการทูต นักเขียน กองทัพ รวมไปถึงบุคลากรในวงการภาพยนตร์

กลุ่มสุดท้ายนี่ถูกล่าอย่างหนัก เพราะคณะกรรมการของรัฐสภายุคนั้นเชื่อว่า ผู้กำกับหรือผู้สร้างหนัง สามารถชี้นำมวลชนให้ฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ผ่านทางภาพยนตร์เพื่อล้างสมอง หลายคนถูกสอบสวนอย่างหนัก ถูกขึ้นบัญชีดำ หรือถูกบีบให้คายชื่อเพื่อนหรือคนรู้จักที่เข้าข่ายเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งบางก็เอาตัวรอดด้วยการซัดทอดคนบริสุทธิ์

โดยจุดเริ่มต้นของการล่าแม่มดคอมมิวนิสต์มาจาก ลัทธิแม็คคาร์ธี (McCarthyism) ที่มาจากชื่อวุฒิสมาชิกโจเซฟ แม็คคาร์ธี แห่งพรรครีพับลิกัน ซึ่งอีตาแม็คคาร์ธีนี่ขวาจัดแบบชนิดที่เรียกว่าสุดโต่ง เกลียดคอมมิวนิสต์ชนิดสุดติ่งทิงนองนอย เลยกลายเป็นไล่ล่ากวาดล้างบรรดาคนที่มีแนวโน้มจะเป็นคอมมิวนิสต์ในอเมริกา

ช่วงนั้นทุกคนโดนไล่ล่าไม่เว้น แม้กระทั่งประธานาธิบดีเฮนรี เอส. ทรูแมน ยังโดนแม็คคาร์ธีกล่าวหาว่า อ่อนข้อให้กับพวกคอมมิวนิสต์และปกป้องสายลับโซเวียต 

‘ชาวมะกัน’ เรียกร้องรัฐบาล ‘เลิกจุ้น’ สงครามต่างแดน ชี้!! ควรสนใจ ‘คนเร่ร่อน-การศึกษา-สาธารณสุข’ ในประเทศก่อน

ผู้ประท้วงหลายร้อยคนจากนิวยอร์กและภูมิภาคใกล้เคียงอื่น ๆ จัดการชุมนุมและเดินขบวนบริเวณไทม์สแควร์ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อต้านการเข้าพัวพันในสงครามต่าง ๆ ในต่างแดนของสหรัฐฯ เรียกร้องให้หันมาใส่ใจกับปัญหาภายในประเทศ ทั้งเรื่องคนเร่ร่อน ด้านการศึกษา และการรักษาพยาบาล

บรรดาผู้ประท้วงส่งเสียงต่อต้านการแผ่ขยายอาณาเขตของนาโต้ เรียกร้องสันติภาพในยูเครน วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สหรัฐฯ ทุ่มทุนใช้จ่ายมหาศาลไปกับวิกฤตยูเครน และคำแถลงล่าสุดของทำเนียบขาว ที่เตรียมจัดหากองพันขีปนาวุธยิงจากพื้นผิวสู่อากาศ ‘แพริออต’ แก่เคียฟ

"เรามาอยู่ที่นี่ในวันนี้ เพราะว่าเราคัดค้านการแผ่ขยายอาณาเขตไม่รู้จบของนาโต้ ซึ่งไม่ใช่แค่มันไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็น แต่มันยังเป็นการกระทำที่ขาดความยั้งคิดและยั่วยุ" ไบรอัน เบคเกอร์ ประธานกลุ่มแนวร่วม ANSWER Coalition พันธมิตรต่อต้านสงครามในสหรัฐฯ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top