Sunday, 28 June 2026
NEWS FEED

‘เชสเตอร์’ แจง!! ‘หนังไก่ซอสน้ำปลา’ หายปริศนา เหตุ!! ‘พนักงานสาขา-คนรับออเดอร์’ สื่อสารกันคลาดเคลื่อน

(15 ส.ค. 66) หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ปัญหา ‘หนังไก่หาย’ ลงในกลุ่ม ‘พวกเราคือผู้บริโภค’ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 3.4 แสนคน พร้อมเล่าว่า…

“รบกวนสอบถามค่ะสั่งข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลาแบรนด์นึงมา แต่เหมือนหนังไก่โดนดึงออกไปค่ะ ไม่ทราบว่าคนอื่นเป็นเหมือนเรามั้ยคะ 🥹”

ขณะที่คอมเมนต์มองว่า “ไม่น่าจะเป็นไปได้” อีกทั้ง “ส่วนที่อร่อยที่สุดหายไปแล้ว”, “เอาเนื้อไปยังไม่โกรธเท่านี้”

สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการชื่อดัง เปิดเผยว่า ทีมข่าวได้โทรสอบถามผู้ช่วยผู้จัดการร้านไก่ดังกล่าว ได้คำตอบว่า “วันเกิดเหตุลูกค้าโทรมาสอบถามเรื่องหนังไก่หายแล้ว ได้ขอโทษลูกค้าไปแล้ว ลูกค้าไม่ได้ติดใจเอาความอะไร แค่สอบถามว่าหนังไก่หายไปไหน จึงตอบลูกค้าไปว่า “หนังไก่อาจจะหด หนังไก่ไม่น่าหลุด” ลูกค้าก็เข้าใจ เพราะเป็นลูกค้าประจำ”

ล่าสุด บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด เจ้าของธุรกิจ ร้านอาหารเชสเตอร์ (Chester’s) ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า…

“จากกรณีที่ลูกค้าท่านหนึ่งได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการสั่งซื้อเมนูข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลาจากร้านเชสเตอร์ สาขา ปตท.วงแหวนบางแค และพบว่า ไก่กรอบซอสน้ำปลา ที่ได้รับ ไม่มีหนังไก่ ติดมาด้วยนั้น

หลังจากที่บริษัทรับทราบข่าวได้ทำการติดต่อลูกค้าและสอบถามข้อเท็จจริงไปยังสาขาดังกล่าวทันที เพื่อหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า สาเหตุอาจเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนระหว่างพนักงานสาขาที่รับออเดอร์กับลูกค้า จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ตามที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ บริษัทขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอขอบคุณ พร้อมน้อมรับทุกคำติชมเพื่อนำไปพัฒนาการบริการให้กับลูกค้าเชสเตอร์ทุกท่านให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ขอแสดงความนับถือ”

เปิดค่าซ่อม ‘Rolls-Royce Ghost’ ที่กระบะแต่งซิ่งชนท้าย แค่ตูมเดียวก็ได้จ่ายอ่วม มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท!!

(15 ส.ค. 66) จากกรณีรถกระบะชนท้ายรถยนต์หรู Rolls-Royce Ghost Extended รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งมีราคาเริ่มต้นสูงถึง 36,800,000 บาท (เมื่อรวมกับออปชันต่างๆ อาจมีมูลค่าสูงถึง 44 ล้านบาทตามที่ปรากฏเป็นข่าว) ลองไปดูกันว่าเคสนี้จะโดนค่าซ่อมขนาดไหน

‘Rolls-Royce Ghost’ รุ่นปัจจุบัน (ตามที่เป็นข่าว) ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นเจเนอเรชันที่ 2 แล้ว โดยถือเป็นรถยนต์ระดับ Ultra-luxury ขนาดรองลงมาจากรุ่น Phantom ถูกนำเข้าและจัดจำหน่ายผ่าน Rolls-Royce Motor Cars Bangkok ของเครือ MGC-ASIA (เจ้าของเดียวกับโชว์รูม BMW Millennium Auto) ซึ่งมีโชว์รูมตั้งตระหง่านอยู่บนถนนพระรามที่ 3 นั่นเอง

อันที่จริงแล้วค่าซ่อมรถยนต์หรู Rolls-Royce Ghost จากกรณีถูกรถกระบะชนท้ายดังกล่าวไม่ได้มีรายละเอียดแน่ชัด (เพราะถือเป็นเรื่องของศูนย์บริการและบริษัทประกันที่ต้องประเมินค่าซ่อม) แต่ก็มีการประมาณการค่าซ่อมชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องจากการถูกชนท้ายเอาไว้ ดังนี้

- ชุดไฟท้าย 2 ข้าง ประมาณ 600,000 บาท
- กันชนหลัง ประมาณ 250,000 บาท
- ท่อไอเสีย ประมาณ 80,000 บาท
- ฝากระโปรงหลัง ประมาณ 300,000 บาท
- อุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องบริเวณห้องเก็บสัมภาระท้าย ประมาณ 350,000 บาท
- ระบบ Shockup ฝากระโปรงท้าย ประมาณ 600,000 บาท

เมื่อรวมกันแล้วก็จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าทั้งหมดเป็นมูลค่าประมาณการเท่านั้น ซึ่งความเป็นจริงยังมีค่าซ่อมส่วนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การเคาะขึ้นรูปตัวถัง, การทำสี, ค่าแรง, ชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์ และชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ อีกมากมาย ส่งผลให้ค่าซ่อมครั้งนี้เกินกว่า 2 ล้านบาทอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดคนขับรถ ‘กระบะ’ บอกว่า วันเกิดเหตุได้ขับมาด้วยความเร็วปกติ 110-120 กม./ชม. พยายามจะแซงขวา แต่ ‘รถหรู’ โรลส์-รอยซ์ ได้การเบรกกะทันหันจึงได้ชนท้าย

ต่อมาได้ลงรถมาพูดคุยกับคนขับโรลส์-รอยซ์ ก็พบว่าคนขับเป็นสาวจีนวัย 21 ปี ซึ่งยอมรับว่าตัวเธอเองเบรกกะทันหันจริง จึงไม่ติดใจเอาความ เพราะรถคันหน้าเบรกกะทันหัน เธอจึงเบรกไม่ทัน งานนี้จึงจบด้วยต่างคนต่างไปซ๋อมรถของตัวเอง ไม่ต้องมารับผิดชอบใดๆ

ความคืบหน้าครอบครัวหัวร้อน ตั้งวงเหล้าเสียงดังด่าตำรวจหยาบ ล่าสุดขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ถูกตำรวจออกหมายเรียกพร้อมแจ้ง 6 ข้อกล่าวหา

วันที่ 15 สิงหาคม 2566 ความคืบหน้ากรณีที่มีคลิปตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ บันทึกคลิปวีดีโอระหว่างเข้าระงับเหตุวงสุราเปิดเพลงเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ให้กับชาวบ้านในซอย จึงมีการโทรไปร้องเรียนที่ 191 แต่เมื่อสายตรวจไปถึง พบกับครอบครัวหัวร้อนกร่างใส่ ท้าตำรวจต่อยตัวต่อตัว อ้างบอกเป็นครอบครัวนายตำรวจ รู้จักคนใหญ่คนโต ถ้าไม่กลับไปเดี๋ยวเจอดี และยังบอกว่าสงสัยเป็นตำรวจใหม่ ไม่รู้จักคนในบ้านหลังนี้ ที่มีพี่น้องและคนครอบครัวเป็นนายตำรวจใหญ่ ส่วนตำรวจสายตรวจก็พยายามขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมถอยออกจากบ้านที่เกิดเหตุ แต่ก็ยังถูกว่ากล่าวทำนองดูหมิ่นการทำหน้าที่ ซึ่งคลิปดังกล่าวถูกโพสต์ลง ในโซเชียล มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก 

ล่าสุดทางด้าน พลตํารวจตรี พัลลภ แอร่มหล้า ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า จากที่ได้รับแจ้งจาก พันตํารวจเอกนพดล ช่างเรือน ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรเมืองสมุทรปราการ กรณีมีคลิปการระงับเหตุ ของเจ้าหน้าที่ตํารวจในสื่อมวลชนต่างๆ เหตุเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม 2566 เวลาประมาณ 22.26 น. ศูนย์วิทยุ 191 สมุทรปราการ แจ้งมายังศูนย์วิทยุสถานีตํารวจภูธรเมืองสมุทรปราการ ว่ามี ประชาชนแจ้งเหตุ เปิดเพลงส่งเสียงดัง บริเวณร้านอาหารใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศรีนครินทร์ จึงแจ้ง ให้เจ้าหน้าที่ตํารวจเดินทางตรวจสอบเหตุดังกล่าว โดยมีสิบตํารวจตรีสุรวีร์ วีระชาติผู้บังคับหมู่งาน ป้องกันปราบปราม สถานีตํารวจภูธรเมืองสมุทรปราการ ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจทรัพย์บุญชัย เดินทาง ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว 

เมื่อเดินทางถึงบริเวณสถานที่รับแจ้งเหตุดังกล่าว พบว่าเป็นร้านอาหารมีการเปิดเพลงส่งเสียงดัง จริง จึงได้ประชาสัมพันธ์กับกลุ่มประชาชนที่เปิดเพลงส่งเสียงดังให้ลดเสียงลง และเลิกการกระทําที่ก่อ ความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ภายในชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่ เป็นจํานวนมาก 

ต่อมา กลุ่มประชาชนดังกล่าว ได้เข้ามาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ใช้คําพูดใน ลักษณะดูหมิ่น ใช้กําลังผลัก และตะโกนไล่เจ้าหน้าที่ตํารวจให้ออกไปจากสถานที่เกิดเหตุ ต่อมาหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตํารวจที่เข้าระงับเหตุ ได้เดินทางออกมาจากที่เกิดเหตุแล้ว ได้รวบรวม หลักฐานคลิปวิดีโอ ขณะปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบเหตุดังกล่าว แจ้งให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อ ดําเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ตามคลิปดังกล่าวรวม 6 คน โดยแจ้งดําเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนสถานี ตํารวจภูธรเมืองสมุทรปราการ จํานวน 6 ข้อหา ดังนี้ 1.ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่หรือให้ละเว้นการปฏิบัติ ตามหน้าที่โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ,139 และมาตรา 140 ตั้งแต่สามคนข้ึนไป ผู้กระทําต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 2.ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กําลัง ประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สาม คนข้ึนไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ,138 วรรค 2 และมาตรา 140 3.ร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทําการตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทําการตามหน้าท่ี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ,136 โทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 4.ร่วมกันทําร้ายร่างกายผู้อื่นไม่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ,391 โทษจําคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ 5.ร่วมกันเปิดเพลงเสียงดัง ทําให้เกิดเสียงหรือเกิดความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จน ทําให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อนด้วยการเปิดเพลงเสียงดังในสถานท่ีเกิดเหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ,370 โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท 6.ร่วมกันกระทําประการใดๆต่อผู้อื่นอันเป็นการข่มเหง คุกคาม หรือกระทําให้ได้รับความ อับอายหรือเดือดร้อนรําคาญ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ,397 โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท กรณีกระทํา ในที่สาธารณะ โทษจําคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 

และได้ออกหมายเรียกกลุ่มผู้ต้องหาให้มาพบพนักงานสอบสวนไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม 2566 โดยกลุ่มผู้ต้องหาแจ้งจะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในวันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2566 เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา จากเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้น ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ในการเข้าระงับเหตุครั้ง ที่เจ้าหน้าที่ตํารวจได้กระทําการตามหลักกฎหมายและหลักยุทธวิธี ในการเดินทางตรวจสอบเหตุ รวมทั้ง ประเมินสถานการณ์เหตุการณ์ และยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงมากขึ้น จากเหตุที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตํารวจ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น อย่างถึงที่สุดและปฏิบัติตามขั้นตอนและหลักยุทธวิธี ในการใช้ กําลัง เพื่อไม่ให้เกิดที่รุนแรงมากขึ้น ในส่วนของประชาชน เจ้าหน้าที่ตํารวจมีความห่วงใย จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ผู้กระทําความผิด ให้ตระหนักถึงกรอบของกฎหมาย หากมีการกระทําความผิดจะต้องรับโทษตามที่กฎหมายกําหนด 

พันตํารวจเอกนพดล ช่างเรือน ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรเมืองสมุทรปราการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าอีกฝ่ายผู้ต้องหาเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ขอให้ใช้สิทธ์ตามกฎหมายได้ ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าทำหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุดแล้ว ส่วนสิบตํารวจตรีสุรวีร์ ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือโกรธเคืองกับกลุ่มผู้เสียหายมาก่อนแต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. และ ผบ.ตร. ก็กล่าวชื่มชมในการทำงานมาด้วย ส่วนการทำงานของ สิบตํารวจตรีสุรวีร์ ที่ผ่านมาก็เป็นคนที่ทำงานดีและขยันอดทนมาตลอด 

บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนภัยไซเบอร์

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 เวลา 13.30 น. นาย ปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด นางสาว ศรีรัชต์ ธนะรัชต์ กรรมการบริหารฝ่ายรัฐกิจและองค์กรสัมพันธ์ นางสาว รัชดาวรรณ สุลัญชุปกร รองกรรมการบริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจค้าปลีกโมบิลิตี้ และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.สมพงษ์  ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.) พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1)  พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) และ พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ตอท.บช.สอท.) ร่วมเปิดโครงการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และป้องปรามภัยอาชญากรรมออนไลน์  ณ สถานีบริการน้ำมันเชลล์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด มนเทียรรุ่งเรือง (สาขา 6) ถนนกาญจนาภิเษก อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี 

นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “บนการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นธุรกิจพลังงานที่ยั่งยืนภายใต้กลยุทธ์ Powering Progress หนึ่งในสี่เสาหลักที่เชลล์ให้ความสำคัญคือ Powering Lives ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกคนให้ดีขึ้น นอกเหนือจากการจัดหาพลังงานที่เข้าถึงได้และเชื่อถือได้อย่างยั่งยืน  ด้วยเหตุนี้ เชลล์จึงได้เข้าร่วมสนับสนุนแคมเปญ ผนึกกำลังร่วมใจ ต้านภัยไซเบอร์ ภายใต้หลักการ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน รู้ทันกลโกง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น  เพราะในแต่ละวัน มีผู้มารับบริการในสถานีบริการเชลล์ทั่วประเทศถึง 5 แสนคน ทั้งการมาเติมน้ำมัน การใช้บริการธุรกิจเสริมต่างๆ และการใช้บริการห้องน้ำที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ  การร่วมแคมเปญครั้งนี้ นอกจากจะช่วยสร้างความตระหนักถึงภัยไซเบอร์ที่ใกล้ตัวมากขึ้นทุกวัน ยังช่วยให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองได้ เชลล์จึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้สังคมไทยปลอดภัยจากการคุกคามบนโลกไซเบอร์และน่าอยู่ยิ่งขึ้น”  

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ ผบ.ตร. กล่าวเสริมว่า “สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดทำระบบรับแจ้งความ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 เปิดดำเนินการรับแจ้งความออนไลน์และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหามาตรการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้จัดทีมวิทยากรของคณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และครูไซเบอร์ทั้งครู ก. และครู ข. ออกบรรยายให้ความรู้แก่ประชาชน รวมทั้งได้มีการนำแบบทดสอบ วัคซีนไซเบอร์ จำนวน 40 ข้อ มาประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้ทำแบบทดสอบ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์  โดยเริ่มทำแบบทดสอบได้ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 จนถึง วันที่ 30 กันยายน 2566 หากทำแบบทดสอบครบ 40 ข้อแล้ว  จะได้รับ Whoscall Premium Gift Code ฟรี ซึ่งสามารถใช้บริการ Whoscall Premium Feature ได้ฟรี เป็นระยะเวลา 1 ปี หากทำแบบทดสอบได้ถูกต้องตั้งแต่ 35 ข้อ  ขึ้นไป จะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล iPhone 14  เดือนละ 20 รางวัล  เป็นเวลา 3 เดือน  รวม 60 รางวัล  และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จับรางวัลผู้โชคดีประจำเดือน กรกฎาคม 2566  จำนวน 20 รางวัล ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้โชคดีสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่ช่องทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com ขณะเดียวกันได้มีการขับเคลื่อนกิจกรรมโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในช่องทางออนไลน์ (Online) และออนไซต์ (Onsite) ในช่องทางออนไลน์ (Online) ได้มีการแถลงข่าวประจำสัปดาห์และนำเสนอในช่องทางของสื่อมวลชนทุกแขนง รวมทั้งได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ www.เตือนภัยออนไลน์.com และเพจ https://www.facebook.com/เตือนภัยออนไลน์ สำหรับการประชาสัมพันธ์ในช่องทางออนไซต์ (Onsite) นั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมกับกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ผนึกกำลังเตือนภัยออนไลน์บนรถยนต์โดยสารสาธารณะ โดยได้ร่วมกันติดสติ๊กเกอร์เตือนภัยออนไลน์ 6 รูปแบบกลโกง บนรถยนต์โดยสารสาธารณะ (บขส.) รถยนต์โดยสารประจำทาง (รถเมล์) และรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (Taxi) ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่โดยสารรถยนต์โดยสารและรถยนต์รับจ้าง ได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ อีกทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการรณรงค์ประชาสัมพันธ์แถลงข่าวเพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบในหลายวิธี หลายช่องทาง ให้ประชาชนได้มีภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ แต่ปรากฏว่ายังมีประชาชนตกเป็นเหยื่อของคนร้ายอยู่เป็นจำนวนมาก จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์ในช่องทางอื่นเพิ่มเติม สำหรับการประชาสัมพันธ์ในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเชลล์ฯ ติดตั้งสื่อภายในสถานีบริการน้ำมัน  เช่น  ภายในห้องน้ำชาย-หญิง  เป็นต้น ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้ถึงข้อมูลและข่าวสารได้อย่างกว้างขวาง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลหรือช่วงวันหยุดติดต่อกันหลายวันที่จะมีผู้ใช้บริการเดินทางเข้ามาใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์กว่า 700 แห่งทั่ว
ประเทศ”  

ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ จำนวน 40 ข้อ และขอให้แชร์แบบทดสอบไปให้กับญาติหรือผู้เป็นที่รัก เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ทำแบบทดสอบมีความรู้เท่าทันกลโกงของคนร้ายบนโลกออนไลน์ และไม่ตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งขอประชาสัมพันธ์ช่องทางการแจ้งความ  แจ้งเบาะแส  และให้คำปรึกษา ได้ที่ www.thaipoliceonline.com หมายเลขโทรศัพท์ 081-866-3000 หรือโทรผ่านสายด่วน 1441 สำหรับช่องทางประชาสัมพันธ์เตือนภัยออนไลน์  ประชาชนสามารถศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับภัยออนไลน์รูปแบบต่างๆ ผ่านทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com และ Facebook https://www.facebook.com/เตือนภัยออนไลน์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดโครงการพัฒนาบุคลิกภาพและคุณภาพชีวิตตำรวจ รุ่นที่ 2 มุ่งพัฒนา เสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเพื่อรองรับภารกิจดูแลประชาชน

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล(สกพ.) เปิดเผยว่า วันอังคารที่ 15 ส.ค.66 เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ในพิธีเปิด “โครงการพัฒนาบุคลิกภาพและคุณภาพชีวิตของข้าราชการตำรวจ (รุ่นที่ 2)” จำนวนทั้งสิ้น 99 นาย มีการจัดอบรมในระหว่างวันที่ 14-19 ส.ค.66 ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

โครงการพัฒนาบุคลิกภาพและคุณภาพชีวิตของข้าราชการตำรวจ เป็นโครงการที่จัดทำขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ให้กำลังพลที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชาชน มีแนวคิดในการเสริมสร้างทัศนคติ ปรับปรุงพัฒนาบุคลิกภาพที่ดี โดยการนำธรรมะซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติ โดยได้รับความเมตตาจาก พระอาจารย์เอกชัย สิริญาโณ เจ้าอาวาสวัดใหม่ศรีร่มเย็น ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านจิตวิทยา การแพทย์สาธารณสุข ในการสร้างแรงบันดาลใจ

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้มีการส่งเสริมจริยธรรม จรรยาบรรณและการพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างพัฒนาทัศนคติ จิตสำนึกและพฤติกรรมให้เป็นผู้มีวินัย มีเป้าหมายเพื่อให้ข้าราชการตำรวจมีโอกาสในการพัฒนาตน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด ทัศนคติ ค่านิยม ตลอดจนการมีจิตสำนึกที่ดี จนนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่พี่น้องประชาชน สมดังเจตนารมณ์ของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานกำลังพลในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้าราชการตำรวจที่ผ่านการอบรมจากโครงการนี้ จะได้นำความรู้ แนวคิด ทัศนคติ ที่ได้รับจากคณะวิทยากร นำไปปรับปรุงพัฒนาตนเองให้เป็นบุคลากรที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม ทั้งในมิติของการปฏิบัติหน้าที่ราชการและการประพฤติปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
 

‘ดร.หิมาลัย’ ยกย่อง ‘น้องรินธารทอง’ แบบอย่างคนรุ่นใหม่เทิดทูนสถาบันกษัตริย์

(15 ส.ค. 66) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์คลิป น.ส.รินธารทอง ลัทธศักดิ์ศิริ ที่ได้ทำคอนเทนต์ TikTok ถึงพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย เนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา 12 สิงหาคม พร้อมระบุข้อความว่า 

“ขอขอบคุณ น้อง น.ส.รินธารทอง ลัทธศักดิ์ศิริ มัคคุเทศก์น้อย ที่เผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณของสถาบันกษัตริย์ ประเทศไทย ยังมีหวัง ช่วยกันครับ น้อง ๆ เริ่มจากถวายความเคารพ เพลงสรรเสริญพระบารมี ในโรงภาพยนตร์ แล้วส่งมาให้ลุง ช่วยกันรักษาประเทศไทยของเราครับ”

สำหรับ น.ส.รินธารทอง ลัทธศักดิ์ศิริ เป็นนักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ที่เป็นเยาวชนน้ำดี ที่เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และจะแสดงความจงรักภักดีทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่หลายคนมองว่าไม่สำคัญ อย่างการยืนถวายความเคารพ เพลงสรรเสริญพระบารมี ไปจนถึงการเผยแพร่พระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง

ผบ.ตร.จัดสรรงบตัดเครื่องแบบให้ตำรวจจราจรทั่วประเทศเกือบ 20,000 คน นับเป็นเครื่องแบบภาคสนามครั้งแรกของสายงานจราจร เกิดความคล่องตัว ปลอดภัย สร้างขวัญกำลังให้ตำรวจจราจร เพื่อดูแลประชาชนบนท้องถนน ดีเดย์พร้อมกัน 15 ก.ย.นี้

วันนี้ (15 ส.ค.66 ) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า “ ตามดำริ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปรับปรุงเครื่องแบบสำหรับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่สายงานจราจร โดยมี พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าคณะทำงาน คณะทำงานได้ร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ กำหนดหลักเกณฑ์รูปแบบเครื่องแบบ และสำรวจความคิดเห็นจากข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ จนได้ข้อสรุปเครื่องแบบจราจรเสนอ ตร. 

ต่อมา ผบ.ตร.ได้อนุมัติเครื่องแบบสนามตำรวจสายงานจราจรเป็นแบบเดียวกับสายงานป้องกันปราบปราม โดยเครื่องหมายใช้ด้ายสีขาวปักบนพื้นสีเดียวกับเครื่องแบบ และติดเครื่องแบบด้วยแถบหนามเตย ให้มีปลอกแขนจราจรสะท้อนแสง เครื่องแบบสามารถใช้ได้ทั้งสายงานป้องกันปราบปรามและงานจราจร หากมีการเปลี่ยนแปลงสายงาน พร้อมขออนุมัติกรมบัญชีกลาง เบิกจ่ายค่าผ้าและค่าตัดชุดเครื่องแบบสนาม รวมทั้งค่าเครื่องหมายตามที่ราชการกำหนด สำหรับข้าราชการตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่งานจราจรทั่วประเทศ จำนวน 19,662 คน แล้วโอนเงินไปให้หน่วยทำการจัดซื้อจัดจ้าง เร่งรัดดำเนินการตัดเครื่องแบบ กำหนดใส่เครื่องแบบฯ ภายใน 15 ก.ย.66  โดยพร้อมเพรียงกัน”      

โฆษก ตร.กล่าวอีกว่า “สายงานจราจรมีความสำคัญที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ออกช่วยเหลือประชาชนบนท้องถนน ปฏิบัติตามนโยบาย ตร.ในการกำหนดมาตรการลดและป้องกันอุบัติเหตุในพื้นที่ รวมถึงภารกิจอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย 

การมีเครื่องแบบสนามเหมือนกับสายงานป้องกันปราบปราม เป็นแบบเดียวกันทั้งประเทศ จะช่วยให้การทำงานเกิดความคล่องแคล่ว คล่องตัว ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งการมอบเครื่องแบบภาคสนามสายงานจราจร ของ ผบ.ตร.ในครั้งนี้ ถือเป็นชุดภาคสนามครั้งแรกของตำรวจจราจร เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจสายงานจราจรอีกด้วย”

'อ.เทพมนตรี' ชี้!! ที่แท้ 'กายแก้ว' มาจาก 'การ์กอยล์' ไม่เกี่ยวกับมหาราชกัมพูชาและไม่น่ามาบูชาโดยไม่รู้ความจริง

(15 ส.ค.66) อาจารย์เทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Thepmontri Limpaphayorm ว่า...

ที่แท้ 'กายแก้ว' มาจาก 'การ์กอยล์' 

แปลกแต่จริงที่มีคนหลงเชื่องมงายได้เพียงนี้ โดยไม่ไปศึกษาหาความรู้ก่อนที่จะเชื่อสิ่งใด จึงอาจกลายเป็นเหยื่อถูกล่อลวง มอมเมาเข้าสู่ความมีอคติต่อความเชื่อความดีในทางศาสนา

กายแก้ว อาจมีที่มาคือ การ์กอยล์ ซึ่งเป็นสัตว์ผสมหากินกลางคืน เป็นมารกึ่งอมนุษย์ - มังกร ที่ปกปักษ์รักษาผู้คนตามความเชื่อของชาวยุโรป เป็นเครื่องประดับอาคารสถานต่าง ๆ บริเวณที่เรียกว่า 'ปนาลี' ช่องรางน้ำทั้งในอังกฤษ ฝรั่งเศส

แน่นอนว่า ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชกัมพูชาในอดีต

และย่อมไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยที่พยายามทำรูปลักษณ์ให้เป็นยักษามีปีก

สังคมไทยไปไกลสุดกู่ เอาทุกอย่างมาบูชาปะปนกันโดยความไม่รู้เรื่องจริง

(การ์กอยล์ :Gargoyle คือคำที่ไว้ใช้เรียกรูปปั้นหรือรูปสลักตัวประหลาดที่เอาไว้ใช้ระบายน้ำจากบนหลังคาตามตัวอาคารหรือโบสถ์ โดยรูปแบบของการ์กอยล์ที่ได้รับความนิยมนั้น มักจะเป็นมังกรหรือปีศาจหันหน้ายื่นออกจากตัวอาคารและโบสถ์)

‘โบว์ ณัฏฐา’ เผยความหมายสุดลึกซึ้งของข้อความบนเสื้อ ‘ท่านอ้น’

เมื่อวานนี้ 14 ส.ค. 66 โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก
‘โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา - Nuttaa Mahattana’ พร้อมภาพของท่านอ้น วัชรเรศร วิวัชรวงศ์ ขณะเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่า…ภาพขณะท่านอ้นเดินทางกลับสหรัฐฯ จากสนามบินสุวรรณภูมิพร้อมท่านอ่อง ข้อความบนเสื้อสีฟ้าเขียนว่า ‘Virtue & Ideals give hope’ (คุณธรรมและอุดมคติ ให้ความหวัง)

‘หนุ่มนักโหราฯ’ ติง!! ระบบภาษีของไทยเรียกเก็บเงินได้น้อยกว่าที่ควร คนจนไม่เข้าเกณฑ์ คนรวยเลี่ยงจ่าย ก็ยากจะพัฒนาประเทศให้เจริญ

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค. 66) ผู้ใช้งานติ๊กต็อกชื่อ ‘flukepatsmile’ นักพยากรณ์โหราศาสตร์ไทย ได้เผยแพร่วิดีโอตอบข้อความของผู้ติดตามที่แสดงความคิดเห็นว่า “บ้านเราน่าจะเสียภาษี ภ.ง.ด. ก่อนถึงจะมีสิทธิ์เลือกตั้งนะครับ” โดยระบุว่า 

“ผมว่าหายไปเยอะมาก หรืออาจจะหายไปเกือบครึ่งเลยนะ ประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาจะเก็บภาษีได้ประมาณ 70% ของผู้ที่มีรายได้ต้องเสียภาษี ส่วนประเทศอย่างเราจะเก็บภาษีได้ประมาณ 15-20% ของผู้ที่มีรายได้ต้องเสียภาษี การรีดภาษีทําได้เยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น หาบเร่ แผงลอย แม่ค้าตลาดนัด ตรวจบัญชีรายได้ในนิติบุคคล ทุก ๆ คนต้องมีตัวร้านที่ชัดเจนเหมือนในต่างประเทศ รถที่ไม่ผ่านการตรวจ เป็นรถเก่าไม่สามารถต่อภาษีได้ หรือว่าจะเป็นรถกระป๋อง รถสามล้อ ผิดรูปผิดแบบต้องยกเลิกทั้งหมด ต้องผลักดันเพื่อเพิ่มอาชีพให้กับคนไทย ชุมชนแออัดในกรุงเทพทั้งหมดต้องถูกผลักออกจากกรุงเทพ เพื่อความพร้อมต่อการสร้างธุรกิจให้เงินไหลเข้ามา พุทธพาณิชย์ทั้งหมดต้องโดนเก็บภาษี ธรรมกายวัดเดียวมูลค่า 4.4 ล้านล้านบาท ถ้าพุทธพาณิชย์ทั้งประเทศจะเป็นเงินเท่าไรลองคิดดู”

ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายนี้ยังกล่าวอีกว่า “ประเทศเรามันก็เป็นประเทศที่เป็นความประนีประนอม เพื่อให้ทุก ๆ คนพออยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข คนจนไม่สามารถตรวจภาษีได้ ส่วนคนรวยบางส่วนเลี่ยงภาษี ความลําบากมันอยู่ที่คนชนชั้นกลางซึ่งเป็น 70% ของประเทศ ข้าราชการ พนักงานบริษัท เงินรายได้โตไม่ทันเงินเฟ้อ แต่เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่ต้องแบกรับภาษีของประเทศ”

“คนที่บอกว่าการเมืองดีแล้วนู่นนี่นั่นจะดี มันก็เหมือนการทําผัดกะเพราครับ คุณมีสูตรที่ดี มันก็เหมือนคุณมีนักการเมืองที่ดี แต่ว่าไก่ก็เหมือนประชากร ถ้าประชากรไม่มีคุณภาพก็คือไก่เสีย เอาไปทําผัดกะเพรา ถามว่าผัดกะเพราที่สูตรดีจะอร่อยได้ยังไงครับ? เริ่มต้นที่ประชากรเริ่มต้นที่ตัวเราครับผม” ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายนี้กล่าวทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top